1.9K ผู้เข้าชม

แค่ Core i5-8500 ยังไม่สาแก่ใจ Intel พร้อมส่ง i3-8300 i5-8600T และ i7-8670 ลงตลาดเพิ่ม

 

ก่อนหน้านี้ทางทมีงานได้นำเสนอรายละเอียด CPU Intel Core i5-8500 ไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าทาง Intel คงจะยังไม่แน่ใจว่าจะส่ง CPU มาลงตลาดมากพอสำหรับ CPU ใน generation ที่ 8 นั่นเอง จึงทำการส่ง CPU ลงมาเพิ่มในตลาดอีก 3 รุ่น

ทว่าทาง Guru3D เองก้ได้ทำการอัพเดทรายละเอียดของ CPU รุ่นใหม่ๆเพิ่มเติม เช่น Core i3-8300, i5-8600T และ i7-8670 โดยตัว i3 นั้นจะเป็น CPU แบบ 4 core และปิดการทำงานของ hyper-threading โดยมีสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานอยู่ที่ 3.7 GHz และมี L3 cache ที่ 9MB ส่วนตัว Core i5 นั้นก็ยังเป็น 6 core ที่ปิดการทำงานของ hyperthreading เช่นเคยสำหรับ i5 8600T (รุ่นประหยัดพลังงาน) แต่ก็ให้สัญญาณนาฬิกาที่ต่ำกว่ารุ่นปกติ ก็คือ 2.3 GHz ซึ่งรุ่นที่ลงท้ายด้วย T นั้นจะมี TDP เพียงแค่ 35W

ส่วนรุ่นบนๆอย่าง Core i7 8670 เองนั้นก็ยังเป็น CPU 6 core แต่เปิดใช้งาน hyperthreadingและมีสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานอยู่ที่ 3.1 GHz พร้อมด้วย L3 cache 12MB

 

รุ่นของ CPU Core / Thread สัญญาณนาฬิกาพื้นฐาน Turbo 2.0 (6 core) Turbo 3.0 (1 core) L3 TDP ราคา
Core i7 8670 6/12 3.1 GHz ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล 12 MB ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล
Core i5 8600T 6/6 2.6 GHz ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล 9MB 35 W ไม่มีข้อมูล
Core i5 8500 6/6 3.0 GHz 4.2 GHz
*ไม่ยืนยัน
4.3 GHz
* ไม่ยืนยัน
9 MB 65 W ประมาณ $199 (6,567 บาท) ไม่รวมภาษี
Core i3 8300 4/4 3.7 GHz 3.7 GHz 3.7 GHz 8 MB 65 W ไม่มีข้อมูล

ที่มา Guru3D

Share This:

2.4K ผู้เข้าชม

หลุด! ข้อมูล Core i5-8500 บนฐานข้อมูลของ SiSoft SANDRA

 

ในตอนนี้ทาง Intel ก็ได้เปิดตัวและวางจำหน่าย CPU สถาปัตยกรรม Core ใน generation ที่ 8 อย่าง  “Coffee Lake” ใน platform desktop เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัว lineup ที่จะมาในไตรมาสแรกของปีนี้พร้อมกับบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ต B360 Express และ H310 Express ที่มีราคาที่ถูกกว่าพร้อมให้แฟนๆที่ไม่ได้เน้นการ overclock หรือประกอบสเปกในราคาถูกได้หาซื้อกัน

ทว่าตอนนี้ทีมงานยังมีข้อมูลเพิ่มเติมของ Intel Core i5-8500 ซึ่งเป็น CPU ในแบบ 6 core ที่เป็นรุ่นสูงกว่า Core i5-8400 ออกมาด้วย โดยที่ข้อมูลนี้หลุดมาจากฐานข้อมูลของ SiSoft SANDRA นั่นเอง

ซึ่งตัว i5-8400 เดิมทีนั้นมีราคาขายปลีกอยู่ที่ $189 (ราวๆ 6,237 บาท ไม่รวมภาษี) แต่ราคาขายจริงนั้นจะแพงขึ้นไปอีกราวๆ 10 – 15 % ของราคา MSRP โดย i5-8500 นั้นน่าจะมีราคาอยู่ในช่วง $200 (ราวๆ 6,600 บาท) และอาจมีราคาขายจริงที่ราวๆ $220 (ราว 7,260 บาท)

สำหรับ Core i5-8500 นั้นมีสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานอยู่ที่ 3.00 GHz (ในขณะที่ i5-8400 นั้นมีสัญญาณนาฬิกาต่ำกว่า 3 GHz คือราวๆ 2.80 GHz) แต่น่าเสียดายที่ในฐานข้อมูลนั้นไม่ได้ระบุว่ามีสัญญาณนาฬิกาเมื่อทำ Turbo Boost อยู่ที่เท่าใด ซึ่งเมื่อ i5-8400 สามารถ boost ไปที่ 4.00 GHz ได้ก็คาดกันว่า i5-8500 น้นจะ boost ได้ที่ 4.20 – 4.30 GHz และตัว CPU นั้นเป็นแบบ 6 core 6 thread มาพร้อม L3 cache ขนาด 9 MB ส่วน TDP นั้นยังอยู่ที่ 65W เท่าเดิม

เมื่อลองดูข้อมูลแล้วพบว่าตัว CPU นั้นทำคะแนนได้ถึง 139.63 GOPS ในการทดสอบการคำนวณทางคณิตศาสตร์ กับทำคะแนนได้ 317.88 Mpix/s ในการทดสอบงานจำพวก multi-media และในการทดสอบเข้ารหัสนั้นได้คะแนนที่ 7.49 GB/s เมื่อดูภาพรวมๆแล้ว CPU ตัวนี้จะมีประสิทธิภาพอยู่ในช่วงเดียวกับ AMD Ryzen 5 1600 นั่นเอง

อย่างไรก็ตามในเดือนเมษายนที่จะถึงทาง AMD ก็เตรียมส่ง Zen+ 12nm ลงมาแข่งขัน เช่นกัน ก็ต้องมาดูกันว่าในปีนี้ตลาด desktop CPU นั้นจะคึกคักขึ้นมาอีกมากน้อยแค่ไหนกันครับ

ที่มา SiSoft SANDRA ผ่านทาง Techpowerup

Share This:

384 ผู้เข้าชม

ASRock เปิดตัวเมนบอร์ด Z370M Pro4 สำหรับคนอยากแรง กินพื้นที่น้อย ราคาประหยัด

 

ทุกวันนี้กระแสของพีซีขนาดเล็ก เป็นอีกแนวหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มของเกมเมอร์ที่ต้องการพีซีที่แรงและเคสขนาดเล็ก ที่ออกแบบได้สวยงามมากขึ้น ซึ่งมีให้เลือกมากมายในปัจจุบัน โดยเมนบอร์ดเองก็เป็นหัวใจสำคัญในการประกอบพีซีขนาดเล็กนี้อีกด้วย

ASRock Z370M Pro4 เป็นเมนบอร์ดขนาดกะทัดรัด ที่ออกแบบมาเพื่อคอเกมโดยเฉพาะ ด้วยฟีเจอร์ที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน อาทิ การสนับสนุนซีพียู Intel Gen8, แรม DDR4 ความเร็วสูง มีภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ และให้พอร์ตต่อพ่วงความเร็วสูงมาอย่างครบครัน บนแพลตฟอร์มมาตรฐาน mATX และฟังก์ชั่นอีกมากมาย ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับการเล่นเกมและความบันเทิงอีกมากมาย

ภาคจ่ายไฟ 10-phase ในแบบ 45A Power choke
ด้วยภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ จึงให้การจ่ายไฟที่มีเสถียรภาพ อีกทั้ง Power choke ระดับพรีเมียม ยังมีความทนทานและให้คุณภาพในการทำงานที่ดีกว่าภาคจ่ายไฟปกติถึง 3 เท่าด้วยกัน จึงมั่นใจได้ว่าสามารถเล่นเกมได้อย่างต่อเนื่อง
ELNA Audio เพื่อระบบเสียงชั้นยอดสำหรับเกมเมอร์ตัวจริง
เพื่อมอบคุณภาพเสียงที่ดีให้กับเกมเมอร์ ASRock ใช้ตัวเก็บประจุประสิทธิภาพสูง ELNA บนเมนบอร์ดระดับเมนสตรีมนี้ด้วย ซึ่งให้คุณสมบัติที่ดีในการลดสัญญาณรบกวนและให้อัตราตอบสนองที่เหนือกว่าตัวเก็บประจุทั่วไป
Dual Ultra M.2 สำหรับ SSD
ASRock เพิ่มช่องทางสำหรับการจัดการข้อมูล เพื่อคอเกมที่ต้องการความเร็วในการตอบสนองที่สูง ด้วยสล็อต Ultra M.2 จำนวนถึง 2 สล็อตด้วยกันมาบนเมนบอร์ดรุ่นนี้ นอกเหนือจากพอร์ต SATA มาตรฐาน สำหรับการอัพเกรดที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
นอกจากนี้ ASRock Z370M Pro4 ยังมาพร้อมการสนับสนุนการแสดงผลแบบ Triple monitor ด้วยพอร์ต D-sub, DVI และ HDMI รวมถึงการเชื่อมต่อเครือข่าย Gigabit LAN และระบบเสียง 7.1-channel เพื่อให้พลังเสียงชั้นเยี่ยมในการเล่นเกมอีกด้วย

Share This:

572 ผู้เข้าชม

Intel Generation 6th และ 7th สามารถทำงานบนเมนบอร์ด Z370

 

ข้อมูลจากจาก PCOnline ให้ข้อมูลที่น่าสนใจมากว่าได้นำ CPU Intel รุ่นที่ 6 และ รุ่นที่ 7 ทดสอบทำงานบน Mainboard Chipset Z370 จำนวนหลากหลายรุ่น ตามรายการข้างล่างนี้

  • ASUS PRIME Z370-A
  • MSI Z370-A PRO
  • MSI Z370 Gaming M5
  • MSI Z370 Gaming Plus
  • Gigabyte Z370 AORUS Gaming 7
  • Gigabyte Z370 HD3
  • ASRock Z370 Taichi
  • Colorful iGame Z370 Vulcan

แน่นอนว่าการทำงานย่อมไม่สมบูรณ์บ้างเล็กน้อย แต่ก็จะเห็นได้ว่า Mainboard ถ้าได้รับการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยในส่วนของ BIOS ซึ่งต้องรอการอนุญาตจากทางอินเทลซึ่งถ้าใครละเมิดก็จะมีบทลงโทษซึ่งคงไม่เป็นที่ต้องการแน่นอน ซึ่งจะทำให้การสนับสนุนการทำงานของโปรเซสเซอร์ในรุ่นที่ 6 และ 7 บนเมนบอร์ด Intel Z370 สามารถทำงานได้


สำหรับใครที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้จาก pconline

ที่มา : wccftech

Share This:

10.9K ผู้เข้าชม

ASUS ยืนยัน Z270 ได้ไปต่อกับ Intel Coffee Lake

 

ในการให้สัมภาษณ์กับ Bit-tech จากทาง ASUS ทำเห็นได้ชัดว่าการทำงานร่วมกันของบอร์ด Z270 กับโปรเซสเซอร์ Coffee Lake ดูแล้วจะไม่สามารถเป็นไปไม่ได้เลย กับคำถามว่าทำไมซีพียู Coffee Lake ถึงเข้ากันไม่ได้กับแพลตฟอร์ม Z270 ที่เพิ่งเปิดตัวก่อนหน้านี้ Andrew Wu จึงอธิบายว่า “(… ) ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ Intel” และยังกล่าวต่ออีกถึงเหตุผลในการจัดการพลังงานของ Intel ทำไมถึงทำไม่ได้ “มีความแตกต่างอย่างมาก” แต่สุดท้ายแล้วทาง ASUS เองก็สามารถทำให้เมนบอร์ด Z270 ของพวกเขาสามารถทำงานร่วมกับโปรเซสเซอร์ Coffee Lake ได้ “อัพเกรดได้จากเมนู [Management Engine] และ BIOS update”

ดูเหมือนว่า “pin-count” จะไม่มีความสำคัญในการจัดการโครงสร้างของ Coffee Lake ที่มีคอร์หลัก 6 คอร์ ทำให้ซ็อกเก็ตและแพลตฟอร์มของโปรเซตเซอร์ที่ออกแบบมาพร้อมกับ Intel Z270 จะสามารถรองรับการเพ่ิมขึ้นของจำนวนแกนและการใช้กำลังไฟได้ และดูไปแล้วสำหรับ Intel Z370 จะสามารถรองรับโปรเซตเซอร์ได้มากถึง 8 คอร์ แต่สำหรับ Intel Z270 น่าจะรองรับ Coffee Lake ได้ถึง 6 คอร์เพียงเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าแพลตฟอร์ม Z370 จะรองรับชิป Coffee Lake 8 คอร์ได้ทันทีซึ่งดูแล้วก็ต้องได้รับการปรับปรุงไบออสในอีกครั้งหนึ่ง

ถ้าอินเทลอนุญาตให้ใช้งานร่วมกันได้แล้วสำหรับ Z370 ในรุ่นปัจจุบันนั้นจะทำให้แพลตฟอร์ม Intel Z370 สามารถรองรับโปรเซสเซอร์ Coffee Lake ได้ถึง 8 คอร์ สำหรับอัสซุสและผู้ผลิตเมนบอร์ดรายอื่นๆ คงจะดีไม่ใช่น้อยเพราะจะทำให้การจัดจำหน่ายเมนบอร์ด Intel Z370 ดูดีขึ้นมาทันที

ที่มา : techpowerup

Share This:

988 ผู้เข้าชม

pin บน LGA1151 ของ Coffeelake และ Kabylake นั้นแตกต่างกันชัดเจน

layout ของ pin สำหรับ Coffeelake บน LGA1151 นั้นเปลี่ยนไปจาก Kabylake

โดยทาง Intel ได้ทำการเพิ่ม VSS (ground) และ VCC (power) pin สำหรับ CPU ใน Gen ที่ 8 ซึ่งเรื่องนี้ทาง Intel ไม่ได้แจ้งกับสื่อต่างๆแต่เมื่อมีตัว layout ของ pin ออกมาให้ได้เห็นก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไม motherboard ที่ใช้ chipset Z370 จึงไม่รองรับ CPU Kabylake โดยรายละเอียด pin ที่เปลี่ยนแปลงไปมีดังนี้

VSS: จากเดิม 377 เพิ่มเป็น 391 (เพิ่มมา 14)
VCC: จากเดิม 128 เพิ่มเป็น 146 (เพิ่มมา 18)
RSVD: จากเดิม 46 ลดเหลือ 25

หน้าตาของ pin สำหรับ Coffeelake

หน้าตา Pin สำหรับ KabyLake

ข้อมูลจากทาง Intel อ้างว่า LGA1151 socket บน Z370 motherboards นั้นจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้จัดสรรการใช้พลังงานให้ตัว CPU Core ใน Gen 8 แต่ถ้าต้องการที่จะหลีกเลี่ยงคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องการรองรับรุ่นก่อนหน้านี้และรุ่นถัดไปทาง Intel ก็ควรจะเพิ่ม pin หรือใช้ชื่อ socket ใหม่ไปเลยว่า LGA1151v2 แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้น แต่อย่างไรตัว layout ของ electrical pin ก็ออกมายืนยันชัดเจนว่า Coffelake นั้นเอา RSVD (reserved) pin ใน LGA1151 ไปเพิ่มในส่วนของ VSS และ VCC pin แทน

เมื่อเปรียบเทียบ KabyLake และ CoffeeLake

Gcubez [email protected]ข้าว:  คราวนี้ก็คงหมดความสงสัยเสียทีสำหรับการรองรับ CPU ของ Gen ที่ 8 จาก Intel ว่าจะต้องทำการเปลี่ยน Motherboard กันใหม่แน่นอนเพราะมีการเปลี่ยนโครงสร้างของตัว pin อย่างชัดเจน แม้จะใช้ pin เท่าเดิม
ดังนั้นก็เป็นไปได้ที่ว่าโครงสร้างของ chipset Z370 อาจจะไม่ต่างจาก Z270 มากนักแต่ที่เปลี่ยนไปจริงๆก็คือตัว socket นั่นเองหมายความว่าต่อให้ใช้ chipset 270 ได้ก็ต้องซื้อ Motherboard ที่ใช้ LGA1151 ซึ่งใช้การจัดวางรูปแบบของ pin ใหม่อยู่ดี ผลลัพธ์ที่ได้สุดท้ายคือต้องเปลี่ยน motherboard เช่นเดิมครับ

ที่มา Videocardz

Share This:

427 ผู้เข้าชม

ECS เปิดตัวเมนบอร์ด Z370 Lightsaber

ECS LEET Z370 Lightsaber เมนบอร์ดที่สนับสนุน Intel 8th Generation Core “Coffee Lake” บนแฟตฟอร์ม LGA 1151

ECS Z370 Lightsaber มาในรูปแบบ ATX สนับสนุนหน่วยความจำ 64GB ในรูปแบบ Dual Channel DDR4 สามารถปรับบัสได้มากกว่า 3200MHz (Overclock Mode) มาพร้อม PCIe 3.0 x16 3 slot, PCIe x1 3 slot, M.2 32Gb/s Gen3 2 slot, SATA 6Gb/s 6 port สนับสนุนการทำงาน RAID 0/1/5/10 รวมถึงการสนับสนุนการทำงานของ Intel Optane technology ไว้ด้วย

ภาคจ่ายไฟเลือกการใช้งาน DiGi Power (Digital power designs with durable chokes and MOSFETs) เพื่อความสนุกสนานในการ Overclock ระบบเสียงเลือกใช้งาน Superior Audio Realtek ALC 1150 ชื่อเป็นระบบเสียง 8 Channel(7.1)

สำหรับการสนับสนุนนั้นจะประกบด้วย USB จำนวนมาก (ประกอบไปด้วย USB 3.1 x2, USB 3.0 x6, USB 2.0 x7) ด้านหังนั้นจะพบกับปุ่ม Clear CMOS ส่วนระบบ BIOS นั้นเลือกใช้งาน Multi-BIOSes

ใกล้เข้ามากับการเปิดตัว Intel 8th Generation Core “Coffee Lake” ซึ่งเมนบอร์ดหลายๆ ค่ายก็เริ่มทยอยออกมาอวดโฉมแล้วเพื่อนๆ คนไหนเล็งตัวไหนไว้เล่าสู่กันฟังที่คอมเม้นได้เลย

ที่มา : guru3d

Share This:

451 ผู้เข้าชม

BIOSTAR เปิดตัว RACING Series Motherboards Chipset Intel Z370

BIOSTAR RACING ยังคงเป็นผู้นำในการผลิตเมนบอร์ดสำหรับเกมเมอร์ ได้ออกเมนบอร์ด BIOSTAR RACING Series รุ่นที่ 3 ด้วยชิปเซ็ต Intel Z370 เมนบอร์ดเหล่านี้จะมีการออกแบบธีมใหม่หมด ด้วยการออกแบบฮาร์ดแวร์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังการยกระดับคุณภาพเสียงด้วย HiFi ปรับแต่งให้การควบคุมซอฟต์แวร์ที่ง่ายต่อการควบคุมและ VIVID LED DJ ให้ใหม่เพื่อเพิ่มความสนุกในการปรับแต่งแสงสีให้กับไฟ RGB โดยจะเปิดตัวในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานโดยวางแผนจะอัพเกรดเป็นโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปของ Intel ในยุคที่ 8

เมนบอร์ดรุ่นที่ 3 ของ BIOSTAR ด้วยการเลือกใช้งาน Intel Z370 ที่สามารถปลดล็อคตัวคูณจากรุ่นที่ใช้รหัส “K” ที่สาารถปลดล็อกตัวคูณได้ การออกแบบไบออสและ UI ใหม่นี้จะช่วยให้ใช้งานได้ง่ายและสนุกสนานมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี BIOSTAR A.I. FAN สามารถช่วยให้ปรับแต่งโหมดพัดลมได้อิสระมากขึ้นมาพร้อมด้วยอินเตอร์เฟซซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่ายเพื่อตรวจสอบสถานการณ์อุณหภูมิ

BIOSTAR มี VIVID LED DJ ที่ร่วมสมัยช่วยในการปรับแต่ง LED RGB ได้หลากหลายโซน ช่วยเพิ่มอิสระได้มากขึ้น และเป็นอีกครั้งโปรเซสเซอร์ในรุ่นที่ 8 ของ Intel ที่สามารถจัดหาเมนบอร์ด BIOSTAR RACING เพิ่มเข้ามาอีกรุ่นซึ่งรายละเอียดอย่างเป็นทางการที่จะประกาศเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2017

ที่มา : techpowerup

Share This: