476 ผู้เข้าชม

ซีรีส์เกม GRAN TURISMO เผยยอดขายสูงทะลุ 80.4 ล้านชุด

 

 

โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง จำกัด สาขาสิงคโปร์ ได้ประกาศยอดขายซีรีส์เกมแข่งรถชื่อดัง Gran Turismo ที่ทำยอดขายรวมทั่วโลกสูงทะลุ 80.4 ล้านชุดในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่เกมเริ่มออกวางจำหน่าย ด้านคาซูโนริ ยามาอุชิ ผู้สร้างซีรีส์เกม Gran Turismo และประธานบริษัทโพลีโฟนีดิจิตัล (Polyphony Digital) กล่าวว่า

 

มันยากในการจินตนาการถึงภาพว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีผู้เล่นเกม Gran Turismo 80.4ล้านชุด  สิ่งนี้ทำให้ผมมีความสุขจริงๆ เมื่อคิดว่าผู้คนใช้เวลาจำนวนมหาศาลกับการเล่นเกมนี้ของเรา ผมขอแสดงความขอบคุณและชื่นชมจากใจจริงต่อคอมมูนิตี้ รวมถึงกัลยาณมิตรและผู้ให้การสนับสนุนต่างๆ จากอุตสาหกรรมยานยนต์ พวกเราจะมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์การเล่นเกมแข่งรถที่ดีที่สุด ให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความแปลกใหม่ของรูปลักษณ์การออกแบบรถและทัศนียภาพของเกมการแข่งขันที่มีคุณภาพ พร้อมมอบความตื่นเต้นและความสนุกแบบสุดๆ ผ่านการแข่งรถต่อไปในภายหน้า”

 

 

 

 

 

เกมภาคล่าสุด Gran Turismo Sport จากซีรีส์เกม Gran Turismo ได้รับความร่วมมือจาก Fédèration Internationale de l’Automobile ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน FIA Gran Turismo Championships 2018 เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้ร่วมชิงชัยและคว้าสุดยอดแชมป์ในรายการนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Online Season จะประกาศให้ทราบอีกครั้ง เร็วๆ นี้

 

*ยอดขายรวมทั่วโลกสะสมจนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 2561

 

 

 

 

 

*1 Includes both Blu-ray Disc™ sell-through quantities and download version sales on PlayStation™Store. Sales data collected from 4/20/2018 ~ 4/22/2018.

“PlayStation” is a registered trademark of Sony Interactive Entertainment Inc. “PS4” is a trademark of the same company. “SONY” is a trademark of Sony Corporation. Blu-ray Disc is a trademark of the Blu-ray Disc Association. All other trademarks are property of their respective owners.

 

Other information:

Website:                                               http://asia.playstation.com

PlayStation®Authorised Dealers: http://asia.playstation.com/th/en/support/wheretoshop

Facebook:                                           http://www.facebook.com/PlayStationAsia

Customer Service Centre:                       http://asia.playstation.com/th/en/support/p/customerservices

Share This:

2.9K ผู้เข้าชม

ทำไมเพลย์สเตชั่น 4 ถึงเป็นเครื่องเกมที่ทุกคนควรจะมี

 

 

 

นับตั้งแต่โซนี่ทำการปล่อยเครื่องเล่นเกมอย่าง เพลย์สเตชั่นรุ่นแรกออกมาดูเหมือนว่ามันจะเป็นการปฏิวัติวงการเกมคอนโซลไปอย่างสิ้นเชิง นับตั้งแต่ตอนนั้น และยิ่งเมื่ออินเตอร์เนทเข้ามามีบทบาทอย่างมากทำให้การเล่นออนไลน์ ก้าวหน้ามาขึ้นเราสามารถเล่นเกมได้เหมือนกับนั่งเล่นอยู่ด้วยกันกับเพื่อนด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่มี จนทำให้ตอนนี้ วงการเกมกำลังมาแรงมากๆ ตอนนี้เกมเพลย์สเตชั่น ได้พัฒนามาถึงรุ่นที่ 4 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจจะยังคิดและตัดสินใจว่าจะซื้อเครื่องเล่นเกมรุ่นนี้มาเล่นดีหรือไม่ วันนี้เราจะมาบอกเหตุผลดีๆว่าทำไมคุณถึงควรที่จะมีเครื่องเล่นเกม เพลย์สเตชั่น 4 เอาไว้ในครอบครองของคุณ

 

1 .ราคาของมันไม่แพง

ต้องบอกว่า เครื่องเล่นเกมเพลย์สเตเชั่นมีราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปมานานๆ ก็มีการจัดโปรทั้งลดแลกแจกแถมกันแบบสุดๆมีทั้งแถมจอยเกมที่มีมูลค่าถึง 2,000 หรือเกมแผ่นเกมที่ติดมาด้วย มีราคาประมาณแผ่นละ 2,000 บาท บางกล่องแถมมาให้แบบจุใจถึง 3 เกมด้วยกัน หากเอาไปปยกขายราคาแพงแน่นอน แต่เมื่อมาจัดเป็นชุดแบบนี้แล้วทำให้เห็นเลยว่าราคาของเครื่องเล่นเกม เพลย์สเตชั่น 4 ราคาถูกลงมากๆ เหลือแค่ หมื่นต้นๆเท่านั้น และยิ่งเป็นมือสองไม่ต้องพูดถึงท่านอาจจะเจอราคาแค่ 6 พันบาทหลุดมาก็เป็นได้

 

2.มันเป็นมากกว่าเครื่องเกม

สำหรับเครื่องเล่นเกมเพลย์เสเตชั่น 4 ไม่ใช่สามารถทำได้แค่เล่นเกมเท่านั้น แต่มันยังเปลี่ยนทีวีแบบธรรรมดาของคุณให้กลายเป็นสมาร์ททีวี ที่มีฟังก์ชั่นมากมายหลายอย่างได้เลยทั้งการ ดูหนัง ผ่านทาง แผ่นบลูเรย์ หรือว่าผ่านทางแอปพลิเคชั่นอย่างเน็ทฟิกซ์ ที่สามารถดูหนังออนไลน์ความคมชัดในระดับ FULL HD ได้เป็นหมื่นๆเรื่อง นอกจากนี้ยังใช้งานท่องเว็บไซต์ก็ยังได้ หรือจะเป็นการตัดต่อวิดีโอ และการใช้ในการสตรีมมิ่งให้คนทางบ้านได้เห็นว่าเราทำลังทำอะไรอยู่ รวมไปถึงการติดต่อสื่อสารอื่นๆที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ แฟนๆได้อย่างง่ายดาย และทั่วถึง แถมเวลาซื้อเกม ก็ยังสามารถซื้อผ่านสโตร์ ที่เอามาลดราคาได้เลยแบบไม่ต้องไปซื้อแผ่นเลย

 

3.มันรองรับภาษาไทย

หลังจากที่เปิดบ้านมาซักระยะเครื่องเกมเพลย์สเตชั่นทำตลาดได้ดีในประเทศไทยจนทำให้ ผู้พัฒนาเริ่มมองเห็นถึงความสำคัญของเกมเมอร์ชาวไทย

เกมส์ตกปลา จนทำให้มีการพัฒนาตัวซอร์ฟแวร์ในเครื่องให้รองรับภาษาไทย นอกจากนี้เกม ที่เราเคยเล่นเป็นภาษาญี่ปุ่น และอังกฤษ ที่ผ่านมา ก็มีการแปลเป็นภาษาไทยในเกมฟอร์มใหญ่หลายๆเริ่มที่เริ่มมีเนื้อหาภาษาไทยทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าใจเกมได้มากขึ้น และแน่นอนว่ามันยิ่งจะเพิ่มความสนุกสนานให้นักเล่นเกมอย่างมากมาย

และนี่คือเหตุผลดีๆว่าทำไมเราควรที่จะต้องซื้อเครื่องเกม เพลย์สเตชั่น 4 เป็นของตัวเอง ตอนนี้จะรออะไร ออกไปร้านค้าแถวบ้านท่านแล้ว จัดซะเลย หรือจะซื้อออนไลน์ก็ได้ ไม่มีใครว่า

Share This:

605 ผู้เข้าชม

GOD OF WAR สร้างยอดขายถล่มทลายกว่า 3 ล้านก๊อปปี้ ในเวลาเพียง 3 วัน

 

 

 โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง สาขาสิงคโปร์ (SIES) ประกาศยอดจำหน่ายเกม GOD OF WAR พุ่งสูงทะลุ 3.1 ล้านก๊อปปี้ หลังเปิดขายเพียง 3 วันแรก ในแบบเอ็กคลูซีฟร่วมกับเครื่อง PlayStation®4 (PS4™) สร้างปรากฏการณ์กลายเป็นเกมเอ็กคลูซีฟบนเครื่อง PS4 เกมแรกที่ทำยอดขายพุ่งรวดเร็วที่สุด ผลงานการสร้างสรรค์จากค่ายเกม Santa Monica ของ SIE Worldwide Studios (SIE WWS) ซึ่ง God of War ภาคนี้ปล่อยออกมาหลังทิ้งช่วงพัฒนาแฟรนไชส์เกมนานถึง 8 ปี โดยสามารถเรียกเสียงฮือฮาให้กับทั้งวงการ และกลายเป็นเกมที่แฟนๆ ชื่นชอบมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ PS4 ด้วยเสียงชื่นชมทั้งเรื่องการออกแบบลวดลายบนเครื่องคอนโซลอันสวยงาม และนำจินตนาการอันโดดเด่นที่อยู่ในซีรีส์เกมนี้กลับมาสู่แฟนๆ อีกครั้ง

 

“ผมขอขอบคุณแฟนๆ หลายล้านคนทั่วโลก ที่ได้ร่วมผจญภัยครั้งล่าสุดไปพร้อมกับเครโทสของเรา เสียงตอบรับและการสนับสนุนอันยอดเยี่ยมของพวกคุณทุกคนล้วนสร้างแรงบันดาลใจกลับมาให้แก่ทีมงานอย่างแท้จริง เป็นพลังผลักดันให้เราพัฒนาและสร้างผลงานที่ก้าวข้ามขอบเขตการเล่นเกมให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ วัน โอกาสนี้ผมขอกล่าวขอบคุณทีมงาน Santa Monica Studio ทุกคน ที่ล้วนแสดงพลังในการเล่าเรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจของเกม และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราจะพัฒนาเกมให้ดียิ่งขึ้นไป ไม่หยุดอยู่กับสิ่งเดิมๆ เราหวังว่าแฟนๆ ทุกคนจะสนุกไปกับการเล่นเกม God of War ในภาคนี้และสร้างความทรงจำดีๆ ระหว่างเล่นเกมในฉากต่างๆ ซึ่งจะเป็นเกมที่พวกเราจะจดจำร่วมกันไปอีกหลายทศวรรษ” กล่าวโดย แชนนอน สตัดสตีล รองประธานฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ และหัวหน้าทีมพัฒนา Santa Monica Studio บริษัท โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์

 

*1 Includes both Blu-ray Disc™ sell-through quantities and download version sales on PlayStation™Store. Sales data collected from 4/20/2018 ~ 4/22/2018.

“PlayStation” is a registered trademark of Sony Interactive Entertainment Inc. “PS4” is a trademark of the same company. “SONY” is a trademark of Sony Corporation. Blu-ray Disc is a trademark of the Blu-ray Disc Association. All other trademarks are property of their respective owners.

 

Other information:

Website:                                                http://asia.playstation.com

PlayStation®Authorised Dealers:    http://asia.playstation.com/th/en/support/wheretoshop

Facebook:                                                            http://www.facebook.com/PlayStationAsia

Customer Service Centre:                  http://asia.playstation.com/th/en/support/p/customerservices

Share This:

902 ผู้เข้าชม

เกม Marvel’s Spider-Man บนเครื่องเกม PS4™ พร้อมวางจำหน่าย

 

 

ในรูปแบบ Standard Edition, Collector’s Edition และ Digital Deluxe Edition ในวันที่ 7 กันยายน ศกนี้ สามารถพรีออเดอร์ในรูปแบบดิจิทัลได้ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน ศกนี้

 

รูปแบบแผ่นบลูเรย์ Standard Edition ราคา 1,790 บาท

รูปแบบแผ่นบลูเรย์ Collector’s Edition ราคา 5,490 บาท

รูปแบบดิจิทัลดาวน์โหลด Standard Edition ราคา 1,690 บาท

รูปแบบดิจิทัลดาวน์โหลด Collector’s Edition ราคา 1,940 บาท

 

 

โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง สาขาสิงคโปร์ ประกาศวางจำหน่ายเกม “Marvel’s Spider-Man” เอ็กซ์คลูซีพบนเครื่องเกม PlayStation®4 ในวันที่ 7 กันยายน ศกนี้ ในรูปแบบแผ่นบลูเรย์ Standard Edition ราคา 1,790 บาท Collector’s Edition ราคา 5,490 บาท และในรูปแบบดิจิทัลดาวน์โหลด Standard Edition ราคา 1,690 บาท และ Deluxe Edition ราคา 1,940 บาท

 

 

<ของพรีเมียมสำหรับผู้พรีออเดอร์>

เปิดพรีออเดอร์ในรูปแบบดิจิทัลตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน ศกนี้ ผ่านทาง PlayStation®Store สำหรับผู้ที่พรีออเดอร์ในรูปแบบ Digital Standard Edition, Digital Deluxe Edition และผู้ที่ซื้อในรูปแบบแผ่นบลูเรย์ช่วงแรกนี้จะได้รับเนื้อหาสุดพิเศษ

 

โบนัสสำหรับผู้ที่พรีออเดอร์ ประกอบไปด้วย:

  • Spidey Suit Pack – ชุดใหม่ถึง 3 ชุดที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ และปลดล็อคความสามารถใหม่ๆ ของชุด
  • 5 Extra Skill Points – เริ่มต้นประสบการณ์ปล่อยใยของคุณด้วยการปลดล็อคความสามารถต่างๆ ได้ตั้งแต่เริ่มเกม เช่น ท่าไม้ตายเด็ดๆ, การคว้า หรือการแกว่งใยแมงมุมที่เร็วมากขึ้น
  • การปลดล็อคอุปกรณ์อย่าง Spider-Drone ที่สามารถก่อกวนศัตรูของคุณได้เป็นอย่างดี
  • Spider-Man PS4 Custom Theme – ปรับแต่งธีมบนหน้าจอ PS4 ของคุณด้วยผลงานศิลปะจากศิลปินนักวาดการ์ตูนชื่อดังอย่าง Adi Granov
  • Spider-Man PSN Avatar – นำเสนอภาพโปรไฟล์บน PSN ออนไลน์ของคุณด้วยไอคอน White Spider

 

เกี่ยวกับ Marvel’s Spider-Man

นำแสดงโดยหนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก Marvel’s Spider-Man มีความสามารถในด้านกายกรรม มีไหวพริบ และมีชื่อเสียงเรื่องการโหนใยแมงมุมไปตามกำแพง ในขณะเดียวกันก็นำเสนอองค์ประกอบใหม่ๆ ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนในเกม Spider-Man จากการผจญภัยในรูปแบบปากัวร์ และปฎิกิริยาต่อสิ่งต่างๆ ที่ไม่เหมือนใคร ไปสู่การต่อสู้รูปแบบใหม่ และแอ็คชั่นที่น่าตื่นตา เกม Spider-Man ภาคนี้จะไม่เหมือนเกมที่คุณเคยเล่นมาก่อน

 

โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์, Insomniac Games และ Marvel ได้ร่วมมือกันสร้างเกมการผจญภัยรูปแบบใหม่ผ่านตัวละครอย่าง Spider-Man นี่จะไม่ใช่ Spider-Man ที่คุณเคยพบมาก่อน แต่นี่คือ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่มีประสบการณ์ในการเผชิญหน้ากับอาชญากรรมครั้งใหญ่ในเมืองนิวยอร์กมาแล้วมากมาย ในเวลาเดียวกัน เขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อปรับสมดุลของการใช้ชีวิต และงานส่วนตัวที่ยุ่งเหยิง ในขณะที่ยังต้องแบกรับชะตากรรมชาวนิวยอร์กหลายล้านคน

 

Product Outline:

Product Marvel’s Spider-Man
Product picture
Platform PlayStation®4
Genre Action
Release Date September 7, 2018
SRP Blu-ray Disc : THB 1,790

Digital : THB 1,690

Language (Subtitles) Traditional Chinese, English

 

Product Marvel’s Spider-Man Collector’s Edition
Platform PlayStation®4
Genre Action
Release Date September 7, 2018
SRP THB 5,490
Included •Full Game

•Custom Steelbook

•White Spider Sticker

•Mini Artbook – Contains unique, early-look concepts and unreleased artwork

•Collector’s Edition Marvel’s Spider-Man Statue by Gentle Giant

•Marvel’s Spider-Man: The City that Never Sleeps – consists of three-post launch story chapters featuring new characters and missions. Users will receive DLC by March 2019.

 

Product Marvel’s Spider-Man Digital Deluxe Edition
Platform PlayStation®4
Release Date September 7, 2018
SRP THB 1,940
Included •Full Game

•Three chapters in Marvel’s Spider-Man: The City that Never Sleeps series – Available post launch, each chapter contains:

–       Additional missions

–       Additional characters from the Spider-Man universe

–       Additional suits for Spider-Man

© 2018 MARVEL © Sony Interactive Entertainment LLC Developed by Insomniac Games

*Please note that the information listed in this Press Release is subject to change without prior notice.

 

Other information:

Website:                                               http://asia.playstation.com

PlayStation®Authorised Dealers: http://asia.playstation.com/th/en/support/wheretoshop

Facebook:                               http://www.facebook.com/PlayStationAsia

Customer Service Centre:                       http://asia.playstation.com/th/en/support/p/customerservices

 

Share This:

571 ผู้เข้าชม

“Stifled” เกมบนเครื่อง PlayStation®4  พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้

 

 

ราคารูปแบบดิจิทัลดาวน์โหลดเพียง 690 บาท

ถือเป็นเกมแรกบนเครื่องเกม PS4 ที่เพิ่มฟีเจอร์สั่งการด้วยเสียงภาษาไทย

 

โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง สาขาสิงคโปร์ (SIES) ประกาศวางจำหน่ายเกม Stifled ในรูปแบบดิจิทัลดาวน์โหลด รองรับภาษาอังกฤษ, จีนดั้งเดิม, เกาหลี และไทย พร้อมให้แฟนๆ สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วตั้งเเต่วันที่ 24 เมษายน ศกนี้ ในราคา 690 บาท (ดิจิทัลดาวน์โหลด) นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การเล่นผ่าน PlayStation®VR ได้อีกด้วย

 

 

เกี่ยวกับเกม “Stifled”:

 

Stifled เป็นเกมที่ได้รับรางวัลด้านต่างๆ ทั้งด้าน Virtual Reality และ Mic-Enabled Sound-Based Stealth Thriller ซึ่งเป็นระบบการเล่นที่ต้องใช้แค่เสียงในการหลบเลี่ยงศัตรูที่จะได้ยินความกลัวของคุณ

 

 

คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์เกมสยองขวัญเสมือนจริงไม่เหมือนใครที่แต่ละก้าวต้องมีความระมัดระวัง อันนำไปสู่สถานการณ์เดียวกันกับที่ David Ridley ต้องพบเจอ ผู้ซึ่งจิตใจกำลังบอบช้ำและพังทลายอย่างช้าๆ ภายใต้เรื่องราวอดีตแสนเศร้าโศกที่ทำให้โลกเขาเต็มไปด้วยความมืดมน

 

 

คุณจะต้องสร้างคลื่นเสียงจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณหามาได้ รวมไปถึงเสียงของคุณเอง เพื่อเปิดโสตสัมผัสรับรู้สิ่งๆ ต่างรอบๆ ตัวคุณ ในขณะเดียวกันก็ต้องหลีกเลี่ยงเสียงต่างๆ ที่จะดึงดูดสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวที่แอบซ่อนตัวอยู่ในความมืดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

 

 

Product Outline:

Product Stifled
Platform PlayStation®4 and PlayStation®VR
Release Date 24th  April, 2018
Price Digital version: THB 690
Language Language Traditional Chinese, Korean, English, Thai
VO Chinese, Korean, English, Thai

 

*Please make sure to download and install the patch in order to play the game with Asian languages.

*Please note that the information listed in this Press Release is subject to change without prior notice.

 

Other information:

Website:                                                http://asia.playstation.com

PlayStation®Authorised Dealers:    http://asia.playstation.com/th/en/support/wheretoshop

Facebook:                                                            http://www.facebook.com/PlayStationAsia

Customer Service Centre:                  http://asia.playstation.com/th/en/support/p/customerservices

 

Share This:

1.2K ผู้เข้าชม

เกมยังไม่ทันประกาศวันวางจำหน่าย ก็เตรียม Pre-Oder แล้ว?

 

 

ตัวเกม FINAL FANTASY VII REMAKE ที่ทาง SQUARE ENIX ได้เคยออกมาประกาศเรื่องการผลิตลงเครื่อง PlayStation 4 นั้น บัดนี้ได้มีเว็บไซด์ที่รับจองพรีออเดอร์ตัวเกม FF7 Remake อย่างไม่เป็นทางการ โดยที่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการจากทางค่าย SQUARE ENIX แต่อย่างใด

 

ซึ่ง 1 ใน ร้านค้าออนไลน์ชื่อดังอย่าง Amazon เป็นเจ้าเดียวที่บอกวันวางจำหน่ายตัวเกม FF 7 Remake ซึ่งก็คือวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ทั้งนี้เมื่อดูจากรายการรับพรีออเดอร์นี้เป็นการสั่งโดยที่ตัวเกมที่จะวางจำหน่ายจริงอาจจะช้ากว่าหรือเร็วกว่าวันที่แจ้งก็เป็นได้

 

ยังไงก็ตามอยากให้รอติดตามความเคลื่อนไหวของซีรี่ย์ FF7 Remake ในช่วงงาน E3 2018 ที่จะจัดขึ้นในเดือน มิถุนายน 2561 ที่จะถึงนี้ ว่าทางค่าย SQUARE ENIX จะออกมาประกาศให้รายละเอียดกับตัวเกม FF7 Remake หรือไม่ และความคืบหน้าและวันวางจำหน่าย

 

https://www.amazon.com/Final-Fantasy-VII-Remake-PlayStation-4/dp/B00ZS80PC2

 

https://www.game.co.uk/en/final-fantasy-vii-remake-654780

 

https://www.bestbuy.com/site/final-fantasy-vii-remake-playstation-4/8561024.p?skuId=8561024

 

https://ebgames.com.au/ps4-208749-Final-Fantasy-VII-Remake-PlayStation-4

Share This:

4.6K ผู้เข้าชม

เครื่องเกมแห่งอนาคต PlayStation 5 กับปัจจัยที่ทำให้อาจต้องรอไปถึงปี 2020 หรืออาจจะเร็วกว่าในปี 2019

 

 

ในช่วงที่กระแสข่าวคราวของเกมในปี 2018 – 2019 มีอะไรๆที่น่าสนใจหลายๆอย่าง อีกทั้งเทคโนโลยีของ Hardware ที่กำลังจะเข้าสู่ยุคเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมใหม่ อทิเช่น การ์ดจอใหม่จากฝั่ง NVIDIA หรือแม้แต่ CPU gen ใหม่ของฝั่ง Intel และ AMD แต่ว่าก็ไม่ได้มีอะไรที่ใหม่สดในเรื่องของเทคโนโลยีมากนัก

 

นั้นเพราะว่าในขณะที่ทาง AMD หรือ NVIDIA เองยังคงเฝ้ารอที่จะได้ปลดปล่อยเทคโนโลยีที่จะสามารถก้าวข้ามขัดจำกัดของประสิทธิภาพต่อพลังงานที่ใช้ใน Chip ของตน ทั้งนี้อาจจะรวมไปถึง Intel ด้วยเช่นกัน อีก 1 ปัจจัยที่เป็นตัวแปลสำคัญนั้นก็คือ การลดขนาดของ Nano technology ให้เล็กลง เพราะว่ามันคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้พัฒนา Hardware สามารถที่จะก้าวข้ามขัดจำกัดของ Chip ที่มีอยู่

 

ในขณะนี้ทางผู้พัฒนา Chip High Power / High Performance ชั้นนำของตลาดก็มีอยู่ด้วยกันหลักๆ 3-4 เจ้า กำลังประสบปัญหาที่เรียกว่าทางตันของเทคโนโลยีด้านประสิทธิภาพ 1 ในปัจจัยสำคัญที่เจอกันอยู่ในเวลานี้นั้นก็คือ ขนาดของ Nanotech ที่ยังไม่สามารถลดลงได้

 

 

แต่ว่าไม่ใช่เพราะว่าไม่สามารถที่จะทำได้ เพียงแต่ในทุกๆครั้งที่จะลดขนาดของการผลิต nanotech (ต่อไปจะเรียก nm) จะต้องมีการเตรียมสร้างโรงงานและเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต Chip ขึ้นมาใหม่ หากเป็นการลดขนาดของการผลิตที่เล็กลงกว่าเดิมมากๆ

 

ในขณะนี้โรงงานที่จะใช้ในการผลิตที่เป็นความคาดหวังของ Brand ผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น AMD NVIDIA ตอนนี้ จะอยู่ที่ขนาด 7nm ทั้งนี้ไม่ว่าจะฝั่ง PC หรือ Console ก็ตาม แต่ทว่าโรงงานที่จะใช้ในการผลิตนั้นยังไม่เสร็จพร้อมดี แต่จากกำหนดการที่คาดไว้โรงงานอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (ต่อไปจะเรียก TSMC) และ Global Foundries ที่ 7nm ที่จะถูกเอาไปใช้งานในแบบ High Power Chip Set

 

ทั้งนี้ยังมีแผนการผลิตที่ระดับ 3nm 4nm 5nm ในรูปแบบการเอาไปใช้งานกับตลาด Mobile แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นที่จะเอามาพูดคุยกันในวันนี้ครับ


 

ว่ากันด้วย Chip Set ที่จะถูกเอาไปใช้งานใน PlayStation 5 ( ต่อไปจะเรียก PS5) จากบทความวิเคราะห์ที่เคยวิเคราะห์เอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า PS5 จะใช้ GPU Processing  ของ AMD อย่าง Radeon NAVI ซึ่งเป็น Chip ที่จะถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Radeon Vega อีกที ในแง่ของการลดขนาด Nano และการเพิ่มคุณสมบัติฟีเจอร์การแสดงผลใหม่ๆเข้าไป

 

 

  • ทำไม PS5 ถึงต้องรอเทคโนโลยีการผลิต 7nm นั้นเพราะว่ามันเป็นเรื่องของพลังงานของ GPU และความร้อนที่เกิดขึ้นจะลดลงอย่ามหาศาล แต่ยังคงเอาไว้ด้วยประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมอยู่ ยกตัวอย่างการ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 64 แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพที่ดีมากๆในการแสดงผล ที่สามารถทำให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะเล่นเกมทั่วๆไปในแบบ Ultra Setting ในแบบ 4K ได้เกิน 60fps ได้สบายๆ แต่สิ่งที่เป็นจุดบอดก็คืออัตราการใช้พลังงานที่สูงมากๆ รวมไปถึงความร้อนที่เกิดขึ้นมหาศาล

 

  • การลดการผลิตลง 7nm Chip Set มีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมจะทำให้ Sony ประหยัดต้นทุนที่จะผลิตเครื่องเกมได้มากขึ้นอีก เพราะในการขาย แผ่น Wafer ที่จะใช้ในการผลิตนั้น ต้นทุนหลักๆจะอยู่ที่ขนาดของ wafer ที่จะตัดมาใช้งาน ยิ่งมีขนาดเล็กลงก็ยิ่งประหยัดต้นทุนการปั้ม Chip ได้อีก มันจะส่งผลดีคือผู้จัดจำหน่ายเครื่องเกมจะสามารถทำราคาวางจำหน่ายให้ออกมามาไม่สูงจนเกินไป

 

ลองมาดูการจำลองขนาดของตัว Chip ดูครับว่าหากใช้การผลิตลดลง 7nm  มันจะมีขนาดลดเท่าไหร่ และจะใช้ Transistor ได้มากขึ้นอีกเท่าไหร่ เพราะว่าการเพิ่มจำนวน Transistor เข้าไปได้มากขึ้นจะยิ่งส่งผลในด้านประสิทธิภาพและการใช้พลังงานที่ดีขึ้นอีก แม้ว่าจะถูกลดขนาดของตัว Chip ลงไปก็ตาม

 

 


 

และแนวทางในการผลิตที่ต้องรอ 7nm อาจจะเพราะว่า Sony น่าจะมีความต้องการ Chip ในรูปแบบ APU ที่มีการรวมเอา CPU และ GPU เป็น Chip เดียวกัน มากกว่าการที่จะใช้การ Hybridge Chip แบบที่ Intel ทำใน Core i7 8905G ที่เอาตัว Chip CPU Intel Core i7 7700K มารวมกับ Chip Radeon Polaris 20CUs และ 24 CUs โดยการเชื่อมผ่าน Die แยกจากภายนอก ไม่ได้เป็น Chip เดียวกันตั้งแต่ต้น ซึ่งได้ถูกเอาไปใช้งานกับตลาด Mobile และ Apple Mac

 

 

AMD NVIDIA เองไม่ได้ผลิต Chip เองมานานแล้ว แต่ใช้การจ้างงานจากโรงงานที่รับผลิต ซึ่งหลักๆก็จะมี Samsung TSMC , Global Foundries ที่รับผลิตและเป็นเจ้าใหญ่ๆที่รับทำ ส่วน Intel และ IBM นั้นมีโรงงานผลิต Chip เป็นของตัวเอง โรงานของ TSMC และ Global Foundries ยังไม่มีกำหนดสร้างเสร็จที่แน่ชัด แต่จะอยู่ในช่วงปลายปี 2018 ถึงกลางปี 2019 แต่จะถูกแบ่ง Line การผลิตแรกให้แก่ตลาด Mobile ที่คาดว่าจะได้คิวเป็น Tier แรก ที่เป็น Chip แบบ Low Power ก่อน ตลาดต่อมาคือ Tier 2 ก็คือฝั่ง Console Next gen และ CPU Desktop และการ์ดจอ

 

ซึ่งในปี 2018 ตามจริงแล้วเป็นปีที่ AMD จะต้องเตรียมวางจำหน่ายการ์ดจอ Radeon RX Vega Refresh ที่ไปใช้เทคโนโลยีแบบ 7nm แต่โรงงานก็ไม่พร้อมที่จะผลิตแบบ 7nm ให้ และแผนที่จะผลิตการ์ดจอ Radeon Vega ในรุ่นกลางๆและรุ่นเล็กๆก็หายไปจากตลาดในปี 2018 ทั้งปี แต่ใช้วิธีการปั๊ม Chip สถาปัตยกรรมเดิมอย่าง Polaris  14nm มาขายตามเดิมทั้งปี  ทำให้เราสงสัยว่าทำไมไม่พัฒนา Chip Vega รุ่นกลางๆออกมาสู่ตลาดบ้าง และข่าวของ Radeon Navi ที่เงียบหายไปนั้น

 

เราได้ตั้งข้อสังเกตว่า AMD กำลังพัฒนา Chip Set รุ่นใหม่ที่จะเอาไปใช้งานร่วมกับ Console Next Gen ของทั้ง 2 brand อย่าง SONY PS5 และ Microsoft XBOX New ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่มีข้อมูลที่เด่นชัดนัก แต่ว่ามันดูมีน้ำหนักมากๆ เพราะว่า AMD เคยเกิดเหตุการณ์ที่ปั้ม Chip การ์ดจอเก่าออกมาขายโดยไม่ทำการ์ดจอรุ่นใหม่มาขาย เมื่อตอนสมัยก่อนที่ PlayStation 4 จะออกมา HD 7000 ก็ หันมาทำเป็น R7 R9 ที่ใช้ Chip เดิมตลอด 1 ปีเต็มๆ

 

 

ซึ่งในปี 2018 นี้ AMD ก็กลับมาทำแบบนี้อีกครั้ง บวกกับข่าวที่หลุดจากวงในว่าขณะนี้มีการพัฒนาเครื่องเกม Console Next Gen ที่จะใช้สถาปัตยกรรม Zen+ กับ GPU Navi ยิ่งทำให้ข้อมูลดังกล่าวดูมีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก แต่เราก็ไม่กล้าที่จะพูดได้เต็มปากว่า PS5 จะวางขายในปี 2019 ตามที่คาดการณ์หรือไม่ เพราะโรงงานผลิตขนาด 7nm ยังไม่แน่ชัดว่าจะพร้อมเสร็จทันก่อนสิ้นปีหรือต้นปี 2019 หรือไม่

 

ทั้งนี้ยอดขายของเครื่อง PS4 PS 4Pro ก็กำลังจะทะยานไปสู่ 80 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งผมก็คาดการณ์เอาไว้ว่าจุดอิ่มตัวของเครื่อง PS5 น่าจะอยู่ที่ 100 ล้านเครื่อง +/- ในปี 2019 นั้นก็แปลว่าทางผู้ผลิตก็มีความพร้อมที่จะออก Console Next gen ได้ใหม่อีกเช่นกัน ทั้ง Sony และ Microsoft เอง

 

 

จากข่าวที่ก่อนหน้านี้ทาง Sony ได้ให้ชัดพัฒนาเกม PS5 กับ Developer ไป จริงๆแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาไปใช้งานและผลิตเกมได้ทันที หากว่าสถาปัตยกรรมของเครื่อง Console Next Gen แตกต่างจากเดิมมากเกินไป ก็ต้องใช้ระยะเวลาเรียนรู้นานมากขึ้นกว่าจะพัฒนาเกมได้ อาจใช้ระยะเวลาอย่างเร็วคือ 2ปี ทั่วๆไป 3ปี

 

แต่ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ PS5 น่าจะยังใช้สถาปัตยกรรมเดิม X86-X64 และยังคงอ้างอิง hardware CPU GPU จาก AMD เหมือนเดิม มันทำให้ผมสงสัยว่าชุดพัฒนาที่ Dev ได้ไปนั้น อาจจะไม่ใช่การเรียนรู้ตัว Engine PS5 เท่าไหร่นัก เพราะว่าคุ้นชินกับสมัย PS4 PS4 Pro อยู่แล้ว แต่หากจะเป็นการเรียนรู้ที่จะพัฒนารูปแบบการเล่นอื่นๆ อย่าง VR4 K หรือการเล่นรูปแบบใหม่ๆที่อาจจะยังไม่มีในท้องตลาดมากว่า

 

 

มันเลยทำให้ผมเกิดข้อสังเกตว่า PS5 อาจจะรองรับเกมเก่าๆที่มาจาก PS4 PS4 Pro รวมไปถึงการใช้ PlayStation ID เดิม เพราะต้องเข้าใจก่อนว่าในครั้งนี้อาจจะไม่เหมือนในทุกๆครั้งที่ผ่านมาในยุคของ PS3 ไป PS4 เพราะสถาปัตยกรรม และ Engine ในการผลิตแทบจะไม่เหมือนกันเลยต่างกันมากๆ แต่ใน PS4 ไป PS5 น่าจะยังคงมีความคล้ายคลึงกันอยู่ครับ

 

Xbox one Xbox One X PS4 PS4 Pro PS5
Process Node 28nm 16nm Finfet 28nm 16nm Finfet 7nm LPP
CPU Cores 8 8 8 8 8
CPU Archtecture Jaguar Custom Jaguar Custom Jaguar Custom Jaguar Ryzen +
CPU Clock Speeds 1.75GHz 2.3GHz 1.6GHz 2.1GHz 3.0GHz
Memory amount (Total) 8GB 8GB 8GB 8GB (+1GB) 16GB
Memory Type DDR3 GDDR5 GDDR5 GDDR5 (+DDR3) GDDR6
Memory Bandwidth 68.26GB/s 326GB/s 178GB/s 218GB/s 512GB/s
GPU Archtecture Custom Tahiti GCN 1.0 HD7900 Feature (Performance Rate HD7790) Custom Polaris + Vega Feature

Performance Rate RX 580

Custom Tahiti GCN 1.0 HD7900 Feature (Performance Rate HD7850) Custom Polaris GCN 4.0 (Performance Rate RX470) Custom Navi (Performance Rate RX Vega 64)
GPU CUs 12 48 18 36 64
GPU Cores 768 2560 1152 2304 4096
GPU Clock Speeds 853MHz 1172MHz 800MHz 911MHz 1200MHz
GPU Perf (TFlops) 1.31 6.0 1.84 4.2 12.5 – 13.5

 

บทความที่เขียนขึ้นจากข้อมูลและแหล่งข่าวอ้างอิง รวมไปถึงประสบการณ์เก่าใหม่ของทีมงาน อย่างไรก็ตามหากมีข้อมูลที่ในวันข้างหน้าที่อาจจะไม่ตรงกับที่เคราะห์ไว้ ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

 

https://www.fudzilla.com/news/graphics/46014-vega-7nm-is-not-a-gpu

แหล่งข้อมูลการลด nano tech ที่เราเคยลงข่าว  Part1 Part2 Part3 Part4

อ่านวิคราะห์สเปคเครื่อง และทิศทางการมาของ PlayStation 5 Part1 Part2

 

Share This:

18.2K ผู้เข้าชม

วิเคราะห์ข่าวหลุด PlayStation 5 ถึง Spec และทิศทางสัญญาณที่จะวางจำหน่ายเครื่องเร็วกว่าที่คาดการณ์

 

 

ขอว่ากันด้วยข่าวล่าสุดของสเปคเครื่อง PlayStation 5 กันก่อนเลย ซึ่งสื่อต่างประเทศอย่าง notebookcheck และ fudzilla ได้ออกมาเปิดเผยถึงการหลุดข้อมูลลับๆ ของสเปคเครื่อง PS5 ออกมา โดยที่เนื้อความของข่าวมีดังต่อไปนี้

 


 

‘’Charlie Demerjian พนังงาน (อาจเป็นผู้บริหาร) ของ Semi Accurate ออกมาให้ข้อมูลว่าฮาร์ดแวร์ของ PlayStation 5 ของ Sony จะใช้งาน APU ที่ประกอบด้วย CPU แบบ 8 Core จากสถาปัตยกรรม Zen และใช้งาน GPU จากสถาปัตยกรรม Navi เป็นพื้นฐานหลักของตัวเครื่อง

 

Charlie คาดว่าฮาร์ดแวร์ดังกว่างจะได้รับการออกแบบเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผล VR โดยคาดว่าในขณะนี้ได้มีการนำส่งฮาร์ดแวร์ชุดพัฒนาไปยังนักพัฒนาเกมแล้ว ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวถูกต้องแล้ว การเปิดตัวของเครื่อง PS5 อาจเป็นช่วงเวลาปลายปี 2018 หรือต้นปี 2019

 

ในขณะที่บางคนเริ่มมีการตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวในครั้งนี้ และอยากจะรอการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในการเปิดตัว PlayStation 5 จากทาง Sony โดยตรง แต่เมื่อมองไปที่คู่แข่งโดยตรงโดยเฉพาะ Xbox One X แล้วการเปิดตัวของ PlayStation 5 ก็คงไม่ไกลเกินไป

 

อาจจะมีเพียงไม่กี่คนจะเห็นด้วยกับคำกล่าวอ้างของ Charlie เกี่ยวกับวันที่ในการเปิดตัวเนื่องจากคาดว่าสถาปัตยกรรม Zen 2 จาก AMD คาดว่าจะมีความพร้อมให้ใช้งานได้ภายในสิ้นปีนี้และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ก็ได้พัฒนาตัวเกมมาสักระยะหนึ่งแล้วจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนี้ในคาดว่าการวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2018 หรือต้นปี 2019 จึงมีความเป็นไปได้มากที่สุด’’

 


 

 

 

 

ก่อนหน้านี้พวกเรา GcubeZ เคยนำเสนอบทวิเคราะห์สเปคเครื่อง PS5 ออกมาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเพราะบังเอิญหรือเพราะเราคาดการณ์จากประสบการณ์ก็ตามที ก็ได้มีข้อมูลข้อมูลรั่วไหลออกมาแบบต้องใช้คำว่าข่าวลือก็ได้นะ (เพราะมันค่อนข้างตรงกับสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้) ซึ่งข่าวสเปคของ PS5 อาจก็ทำให้ใครหลายๆคนในวงการเกมคอนโซลค่อนข้างจะตื่นตัวพอสมควร

 

อีกทั้งการหันมาใช้สเปคเครื่องขนาดนี้อาจจะดูสูงมากและเป็นเทคโนโลยีใหม่ เราอาจจะคิดว่ามันน่าจะแพง เครื่อง PS5 จะต้องแพงแน่ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้มันไปไวมากครับ การจะใช้ CPU Zen+ กับ GPU Navi (APU) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก โดยที่ PS5 มันน่าจะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า PS4 Pro อยู่ราวๆ 2.5 – 3 เท่าตัว

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : ไขข้อสงสัย? สมรรถนะที่แท้จริงของ Jaguar Processor ที่อยู่ใน PlayStation 4 / Pro อยู่ในระดับไหน

 

 

 

ในครั้งที่แล้วเราได้นำเสนอการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสเปคเครื่อง PS5 ไว้ดังนี้ จะยังไม่ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอะไรนะครับ เพราะผมยังคาดว่าสเปคของมันจะยังคงออกมาโดยรวมประมาณนี้อยู่

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : บทวิเคราะห์สเปคเครื่อง PlayStation5 ที่คาดว่าจะออกมาในปี 2020

 

Product name PlayStation®5
Product code ???
Main processor 8 Core Custom Processor 3.0GHz Design

CPU: x86-64 AMD “Zen+ APU”, 8 Cores 7nm Architecture Design

GPU: 11.5-13.5 TFLOPS, AMD Radeon™ Base Graphics Engine 4096 Stream Processor/ Base Clock 1200MHz Type Radeon Navi 7nm Architecture (Performance Rate Radeon Vega 64)

Memory GDDR6 256Bit 16GB 12,000MHz / Share Graphic
Storage size* 2TB

 

ในข่าวจากหลายๆสำนักลือว่า จะใช้เม็ดแรมแบบ HBM2 แต่ผมยังยืนกรานว่า GDDR6 มีแนวโน้มที่จะถูกนำมาใช้งานมากกว่า เพราะด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่า GDDR5 ถึง 1 เท่าตัว และมีราคาต้นทุนในการผลิตที่ถูกกว่า HBM2 อีกทั้งยังผลิตได้ในปริมาณที่มากๆได้อย่างรวดเร็วกว่า HBM2 แถมยังมีประสิทธิภาพที่ดีใกล้เคียงกับ HBM2 ในแง่ของ Memory Data Bandwidth

 

 

ในคราวนี้เราจะมาวิเคราะห์เพิ่มกันอีกสัก 2 -3 จุด กับทิศทางและการเปิดตัวของเครื่องคอนโซล Gen ถัดไปกันดูนะครับ

 

PlayStation 5 อาจจะมาไว้กว่าที่คิดไว้ จากที่เราเคยคาดการณ์กันเอาไว้ว่า PS5 จะเริ่มขายกันในช่วงปี 2020 ช่วงต้น Q2 หรือปลาย Q2 ของปี 2020 อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยวิเคราะห์เอาไว้ครับ โดยที่ PS5 อาจจะเปิดวางจำหน่ายกันในช่วง Q1-Q2 ของปี 2019 หรืออย่างช้าสุดคือปลายปี 2019 โดยที่ผมจะขออธิบายเหตุผลเป็นข้อๆดังต่อไปนี้

 

1. เกมในปี 2017 – 2018 ที่เพิ่งเริ่มเปิดตัวมานี้ ใช้พลังของ GPU Polaris ที่อยู่ใน PS4 Pro เกินขีดความสามารถไป 1 ช่วงตัวแล้ว อย่างที่เข้าใจครับว่า ตั้งแต่ Sony และ Microsoft หันมาทำเครื่องเกม Half Next Gen Console อย่าง PS4 Pro และ Xbox One X ส่งผลให้ทางทีมพัฒนา Developer มีอิสระในการยัดกราฟฟิกและสเกลเกมใหญ่ๆเข้ามาได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

ยกตัวอย่างเกม God Of War 4 ที่ตัวเกมพัฒนาไว้ เมื่อเทียบกับตัวเกมขายจริงถูกนั้น ได้ถูก Down Grade เรื่องการแสดงผลกราฟฟิกลงจากเดิมกว่า 40% ซึ่งเกมตัวนี้ถือเป็น Exclusive For PS4 ที่ได้ใช้กำลังเครื่องสุดขีดความสามารถแล้ว แต่ก็ไม่สามารถแสดงผลกราฟฟิกได้อย่างที่อยากให้เป็น แม้ว่าตัวเกมจริงจะสามารถทำกราฟฟิกได้สวยงามก็ตามที แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังของทีม Developer ที่พัฒนาเกมสักเท่าไหร่

 

 

หรือแม้จะเป็นเกมที่เป็น Multi Platform ที่ใน PS4 Pro ยังไม่อาจสามารถแสดงผลกราฟฟิกได้ไหลลื่นเท่าไหร่นัก ยิ่งบางเกมหากเปิด Mode กราฟฟิกสวยขึ้นแม้จะเป็น 1080p ก็ตามที ซึ่งในเกมเดียวกันที่เป็นเวอร์ชั่น PC  จะได้กราฟฟิกที่แน่นขึ้นเดิมและไหลลื่นกว่านี้ (ใน PC สเปคที่ค่อนข้างสูง) แต่ว่าหาก PS5 จะวางขายใน Q1-Q2 ปี  2019 ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เพราะคุณอิวาตะ ประธาน SCEI เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า

 

การออกเครื่องเกมคอนโซล PS4 Pro เพื่อการเติมเต็มช่องว่างเรื่องของสเปคเครื่องเกม PS4 เดิมที่จะล้าหลังไม่ทันต่อเทคโนโลยีการแสดงผลในปัจจุบัน คุณ อิวาตะ ได้ให้ระยะเวลาในการออกเครื่อง Gen ถัดไปต่อจาก PS4 Pro อย่างเร็วก็ 3 ปี ซึ่งมันก็ตรงกับช่วงระยะเวลาที่ PS4 Pro วางขายใน Q4 ปี 2016 พอดี นั้นหมายความว่า PS5 อาจจะมาในช่วงปี (2019) จากเดิมที่เคยวิเคราะห์ไว้ว่าจะมาในปี 2020 แต่เพราะมีปัจจัยหลายๆส่วนกระตุ้นให้มันอาจจะมาเร็วขึ้นอีกหน่อย

 

 


 

2.เครื่อง PS4 Pro ไม่สามารถทำกราฟฟิค 4K ได้แบบ Native Scale และไม่สามารถทำกราฟฟิกในแบบ Ultra Preset แบบ 1080p ได้แล้ว ในขณะที่ Xbox One X ที่เพิ่งออกมาใหม่สามารถทำได้จุดนี้ แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะ Xbox One X ได้ใช้เทคโนโลยีของกราฟฟิกชิพที่ใหม่และแรงกว่า PS4 Pro และออกวางจำหน่ายตามหลัง PS4 Pro ถึง 1ปีเต็มๆ แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ Sony PlayStation เป็นกังวลเลยแม้แต่น้อย

 

สิ่งที่ทางคุณ อิวาตะ แห่ง Sony ให้ความสำคัญมากกว่าก็คือทางฝั่ง PC  เพราะทางฝั่งตลาด PC ถ้าว่ากันตรงๆ ณ เวลา นี้ เกมที่แสดงผล 4K Ultra Graphic preset การ์ดจอรุ่นบนๆอย่าง GTX 1080 GTX 1080 Ti ก็สามารถแสดงผลได้หลายๆเกม ทั้งแบบ 30fpsไปจนถึง 50 – 60fps + เป็นเกมๆไป แถมในปี 2018 นี้เอง NVIDIA ยังจะออกการ์ดจอรุ่นใหม่ที่เป็นสถาปัตยกรรม Turing ที่จะมีสมรรถนะสูงกว่าเดิมถึง 60% เป็นอย่างน้อย (เมื่อเทียบกับ Pascal) นั้นหมายความว่าผู้ใช้งานกราฟฟิคการ์ดระดับกลางบนๆ หรือ ระดับค่อนไปทางสูงแต่ไม่ใช่ตัว Top (สมมุติ GTX 2060 – GTX 2070) ก็อาจจะเริ่มได้เล่นเกมในแบบฉบับ 2K – 4K กันบ้างในบางเกม แน่นอนว่าความสามารถของ PS4 pro จะดูธรรมดามากขึ้นไปอีก ทำให้การออกเครื่องเกม PS5 คือแนวทางที่น่าจะเป็นไปได้มากๆ

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : 5 สัญญาณบ่งชี้ว่า Geforce 2000 Series จะมีความแรงชนิดที่ก้าวกระโดดจาก Geforce 1000 Series

 

 

 

อีกอย่างหนึ่งคือ ทาง NVIDIA มีแผนที่จะออกจอ 4K HDR แบบ 144Hz ในปี 2018 นี้ นั้นยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าปี 2018 จะมีการ์ดจอที่สามารถเล่นเกมแบบ 4K Ultra ได้ล้น 60fps – 100fps ได้อย่างสบายๆนั้น ยิ่งเป็นส่วนกระตุ้นให้ PS5 ต้องรีบออกตัวให้ไวขึ้นอีกหน่อย เพื่อให้ทันต่อความเคลื่อนไหวในตลาดกราฟฟิกแสดงผล ตามคอนเซ็ปของ Sony ว่าเครื่องเกมของเราจะต้องไม่ล้าสมัยและต้องเทียบเท่ากับ PC ระดับสูงในปัจจุบัน อีกทั้งเทคโนโลยีอย่าง VR ยังเป็นเทคโนโลยีที่ต้องการสมรรถนะของกราฟฟิคชิพที่สูงกว่านี้ โดยที่ PS4 Pro ยังไม่สามารถตอบสนองประสบการณ์ในจุดนี้ได้อย่างสมบูรณ์เท่าใดนัก

 

 

 


 

3.ทั้งนี้ Microsoft Xbox One X ที่เพิ่งออกมาเมื่อปลายปี 2017 นั้น เป็นไปได้อีกว่าอาจจะสุ้มเตรียมออกเครื่องเกม Next Gen ใหม่ทันทีในปีเดียวกันกับ PS5 หรืออาจตามหลังมาในไม่กี่เดือน เหตุผลคงมีเพียงหนึ่งเดียวนั้นก็คือ ยอดขายเครื่องและเกมฝั่ง XB1 X ไม่มีท่าทีจะดีขึ้นเท่าไหร่ และดูแล้วกู่ไม่กลับเสียด้วย เรียกได้ว่าอาการน่าเป็นห่วงมาก ซึ่ง ณ เวลานี้ยังดูเป็นเรื่องที่ยากมากๆที่ Xbox One X จะพลิกสถานการณ์ที่เป็นรองคู่แข่งมากๆในขณะนี้ได้

 

การที่จะออกเครื่องเกม Next Gen มาใหม่นั้น อาจจะพอคาดหวังเรื่องของนโยบายใหม่ๆที่จะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใช้งานให้ดีกว่าคู่แข่งอย่าง Sony อีกทั้งสเปคเครื่องของ Xbox ใน Gen ถัดไปคาดว่าจะคล้ายๆหรือเหมือนๆกับ PS5 ของฝั่ง Sony ครับ แต่แข่งกันในแง่บริการและเกมในสังกัดที่ในครั้งต่อไป Microsoft อาจจะต้องทุมเม็ดเงินก้อนโตไปตามเก็บเกม Exclusive มาเป็นของตนให้ได้มากกว่านี้ เพื่อเรียกฐานผู้ใช้งานกลับมาอีกครั้ง

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม เครื่อง PS5 ส่งสัญญาณมีแนวโน้มบางอย่างว่ามันจะเริ่มสามารถกลับมาเล่นเกมของ PS4 PS4 Pro ได้ นั้นเพราะว่าโครงสร้างสถาปัตยกรรมในการออกแบบตัวเครื่องจะยังคงเป็น X86/X64 อยู่ แต่ก็ไม่แน่เสมอไปครับ อยู่ที่นโยบายของทาง Sony ว่าจะทำหรือไม่ อีกทั้งก็ค่อนข้างเป็นไปได้ที่จะใช้ CPU GPU ฝั่ง AMD อีกเช่นเคย

 

การวิเคราะห์สเปคเครื่อง PlayStation 5 ผมได้อาศัย Source จากทางฝั่งคอนโซลและ PC รวมไปถึงการคำนวนต้นทุนการผลิตและสถานการณ์ของตลาด Hardware ในปัจจุบันและตาม Roadmap ฝั่ง PC กับ คอนโซล ซึ่งมองๆ ดูแล้วเครื่อง PS5 น่าจะวางขายด้วยสเปคที่คาดการณ์ไว้ประมาณนี้ รวมไปถึงช่วงวางจำหน่ายด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นการมาของ PS5 ก็ไม่ได้หมายความว่า PS4 / PS4 Pro จะหมดยุคแต่ประการใด อย่างน้อยยังมีเกมฟอร์มใหญ่ๆออกให้เรื่อยๆอย่างน้อยก็ 2 ปีครับ จนกว่าที่ PS5 จะมียอดขายในตลาดที่มากพอที่ทางผู้พัฒนาจะย้ายมาทำเกมให้เครื่อง next gen มากขึ้น

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : แนวโน้มของเครื่องเครื่อง PS4 Pro , Xbox One X , SWITCH เวลานี้และอนาคตอันใกล้เป็นเช่นไรบ้าง?

 

 


 

***ขอเสริมอีกนิด ทิศทางการทำตลาดของ Sony เปลี่ยนไป เน้นการขายเครื่องแบบ 3+3 ปี = 6 ปี ต่อ 1 gen (PS4 +PS4 Pro) ราคาขายเครื่องตอนเปิดตัว ขายราคาต่ำลงจากเดิมเมื่อเทียบกับสมัยเครื่อง PS3 = 499 usd ตัวเครื่อง PS4 และ PS4 Pro ก็หันมาขาย 399 usd ในตอนเปิดตัว เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ถือว่าการเปิดราคาขาย PS4 – PS4 Pro ทำได้ถูกลงมากแล้ว แต่จะเน้นขายที่ละครึ่ง Gen  จึงไม่แปลกที่ PS5 อาจจะมาในปี 2019 เพราะจากสเปคที่ให้ไว้ โรงงานผลิต 7nm จะพร้อมปลายปี 2018 และพร้อมผลิตให้ได้ปี 2019 ทั้ง TSMC และ Global Foundries***

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : Globalfoundries 7nm อาจส่งผลให้ AMD ก้าวสู่ยุค 5GHz Clock Speed

 

 

ยังไงหากมีข่าวสารอะไรเพิ่มเติมเข้ามาเกี่ยวกับ PS4 PS4 Pro PS5 เราจะมาทำบทวิเคราะห์ความทเป็นไปให้ได้อ่านกันอีกครับ บทความเกิดจากแนว คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ของแอดมินเอง หากมีข้อสงสัยหรือผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก : TechInfoTV

 

Share This: