936 ผู้เข้าชม

Sony ยังไม่มีแผนที่จะเปิดตัวเครื่องคอนโซลใหม่ที่งาน E3 2018

 

 

สำหรับใครที่รอคอยงาน E3 2018 ซึ่งในปีนี้เช่นเคยว่าจะเป็นการแข่งขันในตลาดคอนโซลของทั้ง 3 ค่ายระหว่าง Nintendo, Sony และ Microsoft ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ของทางบริษัทจะถูกรวมเข้าในงาน E3 ด้วยโดยนอกจากนี้ยังจะมีการโชว์ผลงานจากค่ายเกมอิสระ

 

จากเมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้คนทั่วอินเทอร์เน็ตได้มีการพูดที่ทำให้เห็นว่า Sony กำลังวางแผนที่จะเปิดเผยเครื่องคอนโซลรุ่น PS5 ซึ่งล่าสุดทาง Sony ได้ปฏิเสธใน PlayStation Blogcast ไปแล้วนั้น ล่าสุดทาง Sony โดย Shawn Layden ประธาน Sony Worldwide Studios ได้ออกมาแถลงการถึงความหนักแน่นว่าจะไม่มีการประกาศฮาร์ดแวร์ใหม่ในงาน E3 ในปีนี้

 

Layden กล่าวไว้ว่า ในงาน E3 นั้น Sony จะมุ่งเน้นไปที่ “เกมที่จะมีเฉพาะเครื่อง PS ที่ทำออกมาทั้ง 4 เกมที่กำลังจะเปิดตัวของเรา” ซึ่งหมายถึงเกม Death Stranding, Ghost of Tsushima, Spider-Man และ The Last of Us Part 2 จากการแถลงข่าวของ Sony นั้นยังจะรวมถึงการพัฒนาเกมที่ร่วมกับกลุ่มพัฒนาอื่นด้วย และจากนักพัฒนาอิสระอีกหลายราย

 

แต่ก็เป็นโดยปกติด้วยในงาน E3 ส่วนมากจะไม่มีการประกาศถึงเครื่องคอนโซลที่เป็นฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ แต่จะเน้นไปด้านการแข่งขันของตัวเกมมากกว่า สำหรับในตอนนี้เครื่องคอนโซลที่สามารถดันความละเอียดสูงสุดได้ก็จะยังคงเป็น PS4 Pro และ Xbox One X ที่เป็นเครื่องคอนโซลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากไม่น่ามีความเป็นไปได้ที่ Microsoft จะประกาศเครื่องคอนโซลตัวใหม่ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากที่ปล่อย Xbox One X ออกมา

 

 

ที่มา : overclock3d

Share This:

1.2K ผู้เข้าชม

ลือหึ่ง TSMC กำลังผลิตชิพขนาด 7nm เข้าสู่ตลาดคอนโซล

 

 

ขณะนี้ทาง TSMC ประกาศว่ากำลังเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตชิพแบบ Finnfet (CLN7FF) 7nm ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบดูข้อมูลจากเว็บไซต์ Anandtech ก็น่าจะเป็นข้อมูลที่ดีในการยืนยันว่าจะเป็นการผลิตชิพขนาด 7nm ให้กับ PS5 ได้ทันในปีนี้

 

ในช่วงปลายปีนี้มีจะมีการปล่อยผลิตภัณฑ์มากกว่า 50 แบบมีตั้งแต่แอปพลิเคชันบนมือถือ,โปรเซสเซอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์,  โปรเซสเซอร์สำหรับเครือข่าย, เกม, GPU PGA, Cryptocurrency, Automotive และ AI

ข้อความจาก TSMC Co-CEO และ President, C. C. Wei

 

7nm ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว

 

ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า “Gaming” เป็นสิ่งที่อาจจะเป็นของ Sony ที่อ้างอิงถึงเครื่อง PS5 ซึ่งบางแหล่งข่าวได้ระบุไว้ว่าอาจมีการประกาศในปีนี้ ปัจจุบัน Sony ทำตลาดกับเครื่อง PS4 Slim และ PS4 Pro สำหรับเครื่องคอนโซลที่ใช้กระบวนการผลิตขนาด 16nm ของ TSMC ซึ่งทำให้ Sony นั้นน่าจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ที่จะผลิต PS5 ที่จะเลือกใช้งานชิพซิลิกอนที่มีโหนดขนาด 7nm  ที่จะเข้ามาแทนที่ PS4 Pro ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานของตัวเครื่องคอนโซลหรืออาจจะเป็นการเพิ่มรุ่นใหม่สำหรับ PS4 Pro Slim ก็เป็นได้

 

ด้วยการใช้พลังงานที่ลดลงพลังงานและความร้อนลดที่ลดลงของตัวชิปซิลิกอนในโหนด 7nm จะช่วยให้ PS4 Pro ของ Sony สามารถมีการใช้พลังงานที่ต่ำลงส่งผลให้สามารถลดความร้อนที่เกิดจากการใช้พลังงานที่สูงอยู่ซึ่งจะทำให้ PS4 Pro นั้นสามารถมีขนาดเล็กลงได้ และอาจทำให้ราคาถูกกว่าในการผลิตคอนโซลระดับไฮเอนด์

 

ในขณะที่ชิพซิลิกอนที่จะใช้สำหรับ PS5 ที่น่าจะเป็นการเลือกใช้งานชิพขนาด 7nm แน่นอนแล้วอาจเป็นไปได้ว่า Sony อาจจะรอจนถึงปลายปี พ.ศ. 2562 หรือ พ.ศ. 2563 เพื่อเปิดตัวเครื่องคอนโซลตัวใหม่อย่างน้อย 3 ปีหลังจากที่ได้ทำการเปิดตัว PS4 Pro สำหรับการผลิตเครื่องคอนโซลยุคต่อไปของ Sony ก็น่าจะยังคงใช้งานชิพจาก AMD ในการใช้งานเป็นทั้งหน่วยประมวลผลและหน่วยประมวลผลกราฟิกจาก Radeon จาก Centaurs ซึ่งจะเป็นการก้าวกระโดดในการทำงานของ CPU เพื่อสร้างสิ่งที่สามารถเรียกได้อย่างแท้จริงว่าเป็น “Next-GEN” ในตลาดเกมคอนโซล

 

 

นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ว่า Nintendo ก็น่าจะมีการวางแผนที่จะใช้งานชิปซิลิกอนขนาด 7nm สำหรับเครื่องคอนโซลซึ่งน่าจะรวมถึง Switch ในรุ่นต่อไปด้วย เนื่องจากการใช้พลังงานที่ลดลงซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสสำหรับ Nintendo ที่จะประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่ของเครื่องเกมพกพาได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสำหรับเครื่องคอนโซลของ Nintendo ในปัจจุบันมีใช้ชิพที่มีเทคโนโลยีการผลิตขนาด 20nm (ไม่ใช่ FinFET)

 

จากข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมดทำให้เชื่อได้ว่าเครื่องคอนโซล PS5 ยังคงไม่น่าจะมีการเปิดตัวในปี พ.ศ.2561 แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่า Sony อาจจะมีการส่ง PS4 Pro Slim ออกมาก่อน

 

ที่มา : overclock3d

Share This:

645 ผู้เข้าชม

รวมปัญหาและแนวทางแก้ไข God Of War [Enable HDR, Black Bars Fix, Game Freezing, Stuck On Start Screen Fix]

 

 

God Of War เปิดตัวให้เล่นสำหรับเครื่อง PlayStation 4 จากวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2561 และ Sony Santa Monica ได้ออกแพทช์สำหรับเกมเพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้น แต่อาจจะมีปัญหาบางอย่างที่เกมยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่น่าจะได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด สำหรับในครั้งนี้เป็นปัญหาทั้งหมดที่ได้มีการแจ้งเข้ามาของเกม God Of Players ที่ได้พบใน PlayStation 4 และได้มีการให้แนวทางแก้ไขหรือแก้ปัญหาที่เป็นไปได้เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเล่นเกมได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ

 

Black Bars Fix, No Fullscreen Fix and Cropped Screen Fix

 

มีรายงานแจ้งเข้ามาว่าผู้เล่นบางคนกำลังเผชิญกับปัญหาที่มีแถบดำบนและล่างของหน้าจอขณะเล่นเกม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานี้เกิดจากเกมไม่ได้รับการปรับขนาดอย่างถูกต้อง

 

ในการแก้ไขปัญหานี้ไปที่ Settings> Sound And Screen> Display Area Settings และทำการปรับแต่งตามความชอบของคุณ ซึ่งจะสามารถลบแถบสีดำออกได้ นอกจากนี้ถ้ามีการเพิ่มขนาดของรายละเอียดหน้าจอมากเกินไปอาจทำให้ประสบปัญหาบางอย่างกับ HUD ได้

 

How To Enable HDR

 

Sony Interactive Entertainment เปิดตัว HDR (High Dynamic Range) สำหรับเครื่อง PlayStation 4 อย่างไรก็ตามผู้ใช้งานบางรายก็ยังไม่ทราบถึงวิธีการเปิดใช้งาน HDR เนื่องจาก God Of War เป็นเกมที่สามารถเล่นบนจอแสดงผล/ทีวีที่มีระบบ HDR ได้ซึ่งก่อนที่จะเปิดใช้งาน HDR ได้ก่อนอื่นต้องตรวจสอบก่อนด้วยว่ามีการอัตเดตซอฟต์แวร์เครื่อง PS4 ด้วยแล้วหรือยังรวมถึงต้องใช้งสาย HDMI แบบพิเศษเพื่อการแสดงผลที่สามารถใช้ HDR ได้และที่สำคัญที่สุดคือจอภาพแสดงผล/ทีวีที่รองรับการทำงานของ HDR อีกด้วย

 

ไปที่ Settings> Sound and Screen> Video Output Settings เปลี่ยนการตั้งค่า HDR and Deep Color เป็น Automatic แล้วตอนที่เริ่มเกม God Of War ให้ไปที่ Settings and Toggle ให้ปรับที “Enable HDR Content” ก็จะสามารถเล่นเกมเพื่อแสดงผลภาพ HDR โดยสมบูรณ์ได้

 

Game Freezing

 

มีการรายงานเข้าไปที่ตัวเกม God Of War จะมีการหยุดการทำงานที่จุดใดจุดหนึ่งในตัวเกม

 

ในการแก้ไขปัญหานี้สิ่งที่สามารถทำได้คือให้ทำการปิดแล้วเปิดเครื่อง PlayStation 4 ใหม่ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพที่ดีสำหรับผู้เล่นที่ดีในขณะนี้

 

Game Stuck On Start Screen, Controller Not Working Fix

 

มีรายงานเพิ่มเติมจากบางคนอีกว่าเมื่อได้เริ่มเกม God Of War หลังจากอัปเดตเกมตัวล่าสุดแล้วตัวจอยเกมส์บางปุ่มจะไม่ทำงานยกเว้นปุ่ม “PS”

 

สำหรับแนวทางแก้ปัญหาให้ลองเปิดและปิดเครื่องใหม่ก็สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ แต่อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ได้ทำการถอนการติดตั้งตัวอัปเดตและดาวน์โหลดใหม่อีกครั้ง

 

นั่นคือปัญหาบางส่วนที่ได้มีพบได้ในตัวเกม God Of War 4 สำหรับผู้เล่นบางคนซึ่งอาจจะพบหรือไม่พบก็ได้ซึ่งหากใครมีปัญหาการเล่นใดๆ รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่ได้ทำแล้วและคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ขอให้แสดงความคิดเห็นไว้ได้เพื่อเพื่อนๆที่มาทีหลังจะได้ทราบถึงแนวทางเมื่อพบปัญหาดังกล่าว?

 

ที่มา : segmentnext

 

Share This:

18.1K ผู้เข้าชม

วิเคราะห์ข่าวหลุด PlayStation 5 ถึง Spec และทิศทางสัญญาณที่จะวางจำหน่ายเครื่องเร็วกว่าที่คาดการณ์

 

 

ขอว่ากันด้วยข่าวล่าสุดของสเปคเครื่อง PlayStation 5 กันก่อนเลย ซึ่งสื่อต่างประเทศอย่าง notebookcheck และ fudzilla ได้ออกมาเปิดเผยถึงการหลุดข้อมูลลับๆ ของสเปคเครื่อง PS5 ออกมา โดยที่เนื้อความของข่าวมีดังต่อไปนี้

 


 

‘’Charlie Demerjian พนังงาน (อาจเป็นผู้บริหาร) ของ Semi Accurate ออกมาให้ข้อมูลว่าฮาร์ดแวร์ของ PlayStation 5 ของ Sony จะใช้งาน APU ที่ประกอบด้วย CPU แบบ 8 Core จากสถาปัตยกรรม Zen และใช้งาน GPU จากสถาปัตยกรรม Navi เป็นพื้นฐานหลักของตัวเครื่อง

 

Charlie คาดว่าฮาร์ดแวร์ดังกว่างจะได้รับการออกแบบเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผล VR โดยคาดว่าในขณะนี้ได้มีการนำส่งฮาร์ดแวร์ชุดพัฒนาไปยังนักพัฒนาเกมแล้ว ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวถูกต้องแล้ว การเปิดตัวของเครื่อง PS5 อาจเป็นช่วงเวลาปลายปี 2018 หรือต้นปี 2019

 

ในขณะที่บางคนเริ่มมีการตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวในครั้งนี้ และอยากจะรอการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในการเปิดตัว PlayStation 5 จากทาง Sony โดยตรง แต่เมื่อมองไปที่คู่แข่งโดยตรงโดยเฉพาะ Xbox One X แล้วการเปิดตัวของ PlayStation 5 ก็คงไม่ไกลเกินไป

 

อาจจะมีเพียงไม่กี่คนจะเห็นด้วยกับคำกล่าวอ้างของ Charlie เกี่ยวกับวันที่ในการเปิดตัวเนื่องจากคาดว่าสถาปัตยกรรม Zen 2 จาก AMD คาดว่าจะมีความพร้อมให้ใช้งานได้ภายในสิ้นปีนี้และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ก็ได้พัฒนาตัวเกมมาสักระยะหนึ่งแล้วจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนี้ในคาดว่าการวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2018 หรือต้นปี 2019 จึงมีความเป็นไปได้มากที่สุด’’

 


 

 

 

 

ก่อนหน้านี้พวกเรา GcubeZ เคยนำเสนอบทวิเคราะห์สเปคเครื่อง PS5 ออกมาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเพราะบังเอิญหรือเพราะเราคาดการณ์จากประสบการณ์ก็ตามที ก็ได้มีข้อมูลข้อมูลรั่วไหลออกมาแบบต้องใช้คำว่าข่าวลือก็ได้นะ (เพราะมันค่อนข้างตรงกับสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้) ซึ่งข่าวสเปคของ PS5 อาจก็ทำให้ใครหลายๆคนในวงการเกมคอนโซลค่อนข้างจะตื่นตัวพอสมควร

 

อีกทั้งการหันมาใช้สเปคเครื่องขนาดนี้อาจจะดูสูงมากและเป็นเทคโนโลยีใหม่ เราอาจจะคิดว่ามันน่าจะแพง เครื่อง PS5 จะต้องแพงแน่ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้มันไปไวมากครับ การจะใช้ CPU Zen+ กับ GPU Navi (APU) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก โดยที่ PS5 มันน่าจะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า PS4 Pro อยู่ราวๆ 2.5 – 3 เท่าตัว

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : ไขข้อสงสัย? สมรรถนะที่แท้จริงของ Jaguar Processor ที่อยู่ใน PlayStation 4 / Pro อยู่ในระดับไหน

 

 

 

ในครั้งที่แล้วเราได้นำเสนอการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสเปคเครื่อง PS5 ไว้ดังนี้ จะยังไม่ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอะไรนะครับ เพราะผมยังคาดว่าสเปคของมันจะยังคงออกมาโดยรวมประมาณนี้อยู่

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : บทวิเคราะห์สเปคเครื่อง PlayStation5 ที่คาดว่าจะออกมาในปี 2020

 

Product name PlayStation®5
Product code ???
Main processor 8 Core Custom Processor 3.0GHz Design

CPU: x86-64 AMD “Zen+ APU”, 8 Cores 7nm Architecture Design

GPU: 11.5-13.5 TFLOPS, AMD Radeon™ Base Graphics Engine 4096 Stream Processor/ Base Clock 1200MHz Type Radeon Navi 7nm Architecture (Performance Rate Radeon Vega 64)

Memory GDDR6 256Bit 16GB 12,000MHz / Share Graphic
Storage size* 2TB

 

ในข่าวจากหลายๆสำนักลือว่า จะใช้เม็ดแรมแบบ HBM2 แต่ผมยังยืนกรานว่า GDDR6 มีแนวโน้มที่จะถูกนำมาใช้งานมากกว่า เพราะด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่า GDDR5 ถึง 1 เท่าตัว และมีราคาต้นทุนในการผลิตที่ถูกกว่า HBM2 อีกทั้งยังผลิตได้ในปริมาณที่มากๆได้อย่างรวดเร็วกว่า HBM2 แถมยังมีประสิทธิภาพที่ดีใกล้เคียงกับ HBM2 ในแง่ของ Memory Data Bandwidth

 

 

ในคราวนี้เราจะมาวิเคราะห์เพิ่มกันอีกสัก 2 -3 จุด กับทิศทางและการเปิดตัวของเครื่องคอนโซล Gen ถัดไปกันดูนะครับ

 

PlayStation 5 อาจจะมาไว้กว่าที่คิดไว้ จากที่เราเคยคาดการณ์กันเอาไว้ว่า PS5 จะเริ่มขายกันในช่วงปี 2020 ช่วงต้น Q2 หรือปลาย Q2 ของปี 2020 อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยวิเคราะห์เอาไว้ครับ โดยที่ PS5 อาจจะเปิดวางจำหน่ายกันในช่วง Q1-Q2 ของปี 2019 หรืออย่างช้าสุดคือปลายปี 2019 โดยที่ผมจะขออธิบายเหตุผลเป็นข้อๆดังต่อไปนี้

 

1. เกมในปี 2017 – 2018 ที่เพิ่งเริ่มเปิดตัวมานี้ ใช้พลังของ GPU Polaris ที่อยู่ใน PS4 Pro เกินขีดความสามารถไป 1 ช่วงตัวแล้ว อย่างที่เข้าใจครับว่า ตั้งแต่ Sony และ Microsoft หันมาทำเครื่องเกม Half Next Gen Console อย่าง PS4 Pro และ Xbox One X ส่งผลให้ทางทีมพัฒนา Developer มีอิสระในการยัดกราฟฟิกและสเกลเกมใหญ่ๆเข้ามาได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

ยกตัวอย่างเกม God Of War 4 ที่ตัวเกมพัฒนาไว้ เมื่อเทียบกับตัวเกมขายจริงถูกนั้น ได้ถูก Down Grade เรื่องการแสดงผลกราฟฟิกลงจากเดิมกว่า 40% ซึ่งเกมตัวนี้ถือเป็น Exclusive For PS4 ที่ได้ใช้กำลังเครื่องสุดขีดความสามารถแล้ว แต่ก็ไม่สามารถแสดงผลกราฟฟิกได้อย่างที่อยากให้เป็น แม้ว่าตัวเกมจริงจะสามารถทำกราฟฟิกได้สวยงามก็ตามที แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังของทีม Developer ที่พัฒนาเกมสักเท่าไหร่

 

 

หรือแม้จะเป็นเกมที่เป็น Multi Platform ที่ใน PS4 Pro ยังไม่อาจสามารถแสดงผลกราฟฟิกได้ไหลลื่นเท่าไหร่นัก ยิ่งบางเกมหากเปิด Mode กราฟฟิกสวยขึ้นแม้จะเป็น 1080p ก็ตามที ซึ่งในเกมเดียวกันที่เป็นเวอร์ชั่น PC  จะได้กราฟฟิกที่แน่นขึ้นเดิมและไหลลื่นกว่านี้ (ใน PC สเปคที่ค่อนข้างสูง) แต่ว่าหาก PS5 จะวางขายใน Q1-Q2 ปี  2019 ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เพราะคุณอิวาตะ ประธาน SCEI เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า

 

การออกเครื่องเกมคอนโซล PS4 Pro เพื่อการเติมเต็มช่องว่างเรื่องของสเปคเครื่องเกม PS4 เดิมที่จะล้าหลังไม่ทันต่อเทคโนโลยีการแสดงผลในปัจจุบัน คุณ อิวาตะ ได้ให้ระยะเวลาในการออกเครื่อง Gen ถัดไปต่อจาก PS4 Pro อย่างเร็วก็ 3 ปี ซึ่งมันก็ตรงกับช่วงระยะเวลาที่ PS4 Pro วางขายใน Q4 ปี 2016 พอดี นั้นหมายความว่า PS5 อาจจะมาในช่วงปี (2019) จากเดิมที่เคยวิเคราะห์ไว้ว่าจะมาในปี 2020 แต่เพราะมีปัจจัยหลายๆส่วนกระตุ้นให้มันอาจจะมาเร็วขึ้นอีกหน่อย

 

 


 

2.เครื่อง PS4 Pro ไม่สามารถทำกราฟฟิค 4K ได้แบบ Native Scale และไม่สามารถทำกราฟฟิกในแบบ Ultra Preset แบบ 1080p ได้แล้ว ในขณะที่ Xbox One X ที่เพิ่งออกมาใหม่สามารถทำได้จุดนี้ แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะ Xbox One X ได้ใช้เทคโนโลยีของกราฟฟิกชิพที่ใหม่และแรงกว่า PS4 Pro และออกวางจำหน่ายตามหลัง PS4 Pro ถึง 1ปีเต็มๆ แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ Sony PlayStation เป็นกังวลเลยแม้แต่น้อย

 

สิ่งที่ทางคุณ อิวาตะ แห่ง Sony ให้ความสำคัญมากกว่าก็คือทางฝั่ง PC  เพราะทางฝั่งตลาด PC ถ้าว่ากันตรงๆ ณ เวลา นี้ เกมที่แสดงผล 4K Ultra Graphic preset การ์ดจอรุ่นบนๆอย่าง GTX 1080 GTX 1080 Ti ก็สามารถแสดงผลได้หลายๆเกม ทั้งแบบ 30fpsไปจนถึง 50 – 60fps + เป็นเกมๆไป แถมในปี 2018 นี้เอง NVIDIA ยังจะออกการ์ดจอรุ่นใหม่ที่เป็นสถาปัตยกรรม Turing ที่จะมีสมรรถนะสูงกว่าเดิมถึง 60% เป็นอย่างน้อย (เมื่อเทียบกับ Pascal) นั้นหมายความว่าผู้ใช้งานกราฟฟิคการ์ดระดับกลางบนๆ หรือ ระดับค่อนไปทางสูงแต่ไม่ใช่ตัว Top (สมมุติ GTX 2060 – GTX 2070) ก็อาจจะเริ่มได้เล่นเกมในแบบฉบับ 2K – 4K กันบ้างในบางเกม แน่นอนว่าความสามารถของ PS4 pro จะดูธรรมดามากขึ้นไปอีก ทำให้การออกเครื่องเกม PS5 คือแนวทางที่น่าจะเป็นไปได้มากๆ

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : 5 สัญญาณบ่งชี้ว่า Geforce 2000 Series จะมีความแรงชนิดที่ก้าวกระโดดจาก Geforce 1000 Series

 

 

 

อีกอย่างหนึ่งคือ ทาง NVIDIA มีแผนที่จะออกจอ 4K HDR แบบ 144Hz ในปี 2018 นี้ นั้นยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าปี 2018 จะมีการ์ดจอที่สามารถเล่นเกมแบบ 4K Ultra ได้ล้น 60fps – 100fps ได้อย่างสบายๆนั้น ยิ่งเป็นส่วนกระตุ้นให้ PS5 ต้องรีบออกตัวให้ไวขึ้นอีกหน่อย เพื่อให้ทันต่อความเคลื่อนไหวในตลาดกราฟฟิกแสดงผล ตามคอนเซ็ปของ Sony ว่าเครื่องเกมของเราจะต้องไม่ล้าสมัยและต้องเทียบเท่ากับ PC ระดับสูงในปัจจุบัน อีกทั้งเทคโนโลยีอย่าง VR ยังเป็นเทคโนโลยีที่ต้องการสมรรถนะของกราฟฟิคชิพที่สูงกว่านี้ โดยที่ PS4 Pro ยังไม่สามารถตอบสนองประสบการณ์ในจุดนี้ได้อย่างสมบูรณ์เท่าใดนัก

 

 

 


 

3.ทั้งนี้ Microsoft Xbox One X ที่เพิ่งออกมาเมื่อปลายปี 2017 นั้น เป็นไปได้อีกว่าอาจจะสุ้มเตรียมออกเครื่องเกม Next Gen ใหม่ทันทีในปีเดียวกันกับ PS5 หรืออาจตามหลังมาในไม่กี่เดือน เหตุผลคงมีเพียงหนึ่งเดียวนั้นก็คือ ยอดขายเครื่องและเกมฝั่ง XB1 X ไม่มีท่าทีจะดีขึ้นเท่าไหร่ และดูแล้วกู่ไม่กลับเสียด้วย เรียกได้ว่าอาการน่าเป็นห่วงมาก ซึ่ง ณ เวลานี้ยังดูเป็นเรื่องที่ยากมากๆที่ Xbox One X จะพลิกสถานการณ์ที่เป็นรองคู่แข่งมากๆในขณะนี้ได้

 

การที่จะออกเครื่องเกม Next Gen มาใหม่นั้น อาจจะพอคาดหวังเรื่องของนโยบายใหม่ๆที่จะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใช้งานให้ดีกว่าคู่แข่งอย่าง Sony อีกทั้งสเปคเครื่องของ Xbox ใน Gen ถัดไปคาดว่าจะคล้ายๆหรือเหมือนๆกับ PS5 ของฝั่ง Sony ครับ แต่แข่งกันในแง่บริการและเกมในสังกัดที่ในครั้งต่อไป Microsoft อาจจะต้องทุมเม็ดเงินก้อนโตไปตามเก็บเกม Exclusive มาเป็นของตนให้ได้มากกว่านี้ เพื่อเรียกฐานผู้ใช้งานกลับมาอีกครั้ง

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม เครื่อง PS5 ส่งสัญญาณมีแนวโน้มบางอย่างว่ามันจะเริ่มสามารถกลับมาเล่นเกมของ PS4 PS4 Pro ได้ นั้นเพราะว่าโครงสร้างสถาปัตยกรรมในการออกแบบตัวเครื่องจะยังคงเป็น X86/X64 อยู่ แต่ก็ไม่แน่เสมอไปครับ อยู่ที่นโยบายของทาง Sony ว่าจะทำหรือไม่ อีกทั้งก็ค่อนข้างเป็นไปได้ที่จะใช้ CPU GPU ฝั่ง AMD อีกเช่นเคย

 

การวิเคราะห์สเปคเครื่อง PlayStation 5 ผมได้อาศัย Source จากทางฝั่งคอนโซลและ PC รวมไปถึงการคำนวนต้นทุนการผลิตและสถานการณ์ของตลาด Hardware ในปัจจุบันและตาม Roadmap ฝั่ง PC กับ คอนโซล ซึ่งมองๆ ดูแล้วเครื่อง PS5 น่าจะวางขายด้วยสเปคที่คาดการณ์ไว้ประมาณนี้ รวมไปถึงช่วงวางจำหน่ายด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นการมาของ PS5 ก็ไม่ได้หมายความว่า PS4 / PS4 Pro จะหมดยุคแต่ประการใด อย่างน้อยยังมีเกมฟอร์มใหญ่ๆออกให้เรื่อยๆอย่างน้อยก็ 2 ปีครับ จนกว่าที่ PS5 จะมียอดขายในตลาดที่มากพอที่ทางผู้พัฒนาจะย้ายมาทำเกมให้เครื่อง next gen มากขึ้น

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : แนวโน้มของเครื่องเครื่อง PS4 Pro , Xbox One X , SWITCH เวลานี้และอนาคตอันใกล้เป็นเช่นไรบ้าง?

 

 


 

***ขอเสริมอีกนิด ทิศทางการทำตลาดของ Sony เปลี่ยนไป เน้นการขายเครื่องแบบ 3+3 ปี = 6 ปี ต่อ 1 gen (PS4 +PS4 Pro) ราคาขายเครื่องตอนเปิดตัว ขายราคาต่ำลงจากเดิมเมื่อเทียบกับสมัยเครื่อง PS3 = 499 usd ตัวเครื่อง PS4 และ PS4 Pro ก็หันมาขาย 399 usd ในตอนเปิดตัว เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ถือว่าการเปิดราคาขาย PS4 – PS4 Pro ทำได้ถูกลงมากแล้ว แต่จะเน้นขายที่ละครึ่ง Gen  จึงไม่แปลกที่ PS5 อาจจะมาในปี 2019 เพราะจากสเปคที่ให้ไว้ โรงงานผลิต 7nm จะพร้อมปลายปี 2018 และพร้อมผลิตให้ได้ปี 2019 ทั้ง TSMC และ Global Foundries***

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : Globalfoundries 7nm อาจส่งผลให้ AMD ก้าวสู่ยุค 5GHz Clock Speed

 

 

ยังไงหากมีข่าวสารอะไรเพิ่มเติมเข้ามาเกี่ยวกับ PS4 PS4 Pro PS5 เราจะมาทำบทวิเคราะห์ความทเป็นไปให้ได้อ่านกันอีกครับ บทความเกิดจากแนว คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ของแอดมินเอง หากมีข้อสงสัยหรือผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก : TechInfoTV

 

Share This:

6.7K ผู้เข้าชม

บทวิเคราะห์สเปคเครื่อง PlayStation5 ที่คาดว่าจะออกมาในปี 2020

 

 

ช่วงนี้เราคงจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับแผนการพัฒนาเครื่อง PlayStaion5 (ต่อไปจะใช้ตัวย่อ PS5) ออกมาค่อนข้างจะหนาหูอยู่เป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ Concept Art ตัวเครื่อง ช่วงเปิดตัวเครื่องที่มีข่าวว่าจะออกมาช่วงราวๆปี 2019 และวางจำหน่ายในปี 2020 ก็เริ่มหนาหูออกมาเรื่อยๆ

 

ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่าอยากทำบทความ วิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็นไปได้ของตัวสเปคเครื่อง PS5 กันดูบ้าง ซึ่งผมจะทำการวิเคราะห์ความเป็นไปให้เห็นเป็น Shot แบบลงรายละเอียดให้อ่านกันครับ โดยที่ในเนื้อหาครั้งนี้ผมขอข้ามเฉพาะเครื่อง PS1 (เนื่องจากใช้อ้างอิงกับฝั่ง PC ไม่ค่อยได้มากนัก)

 

PlayStation2

 

PS2 เป็นเครื่องเกมที่วางจำหน่ายครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2000 กับราคาเปิดตัวที่ 299 Usd มีค่าประสิทธิภาพของตัวเครื่องเทียบเท่า PC Intel Pentium III 500MHz + Ram Sd 64MB + การ์ดจอ Geforce2 MX400 32MB ซึ่งเมื่อดูจาก Hardware PC ที่เอามาเปรียบเทียบแล้วจะเห็นได้ว่า PS2 ในตอนที่เปิดตัวมานั้นมีสมรรถนะที่เรียกได้ว่าแรงสุดๆในงบประมาณแค่ 299usd เพราะคอมพิวเตอร์ที่ใช้เล่นเกมกราฟฟิค 3D สวยๆได้ ในสมัยนั้น มีราคาไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท เลยทีเดียว

 

เรียกได้ว่าการมาของตัว PS2 ในช่วงเวลานั้นทำให้คนพูดถึงด้านภาพของตัวเกมกันเยอะมากๆว่าสวยงสใผิดหูผิดตาจากเกม PC ในยุคนั้นๆ และมีการเคลมเอาไว้ว่าสามารถแสดงผล Polygon ได้พร้อมๆกันถึง 66 ล้าน polygon สูงกว่าจาก PS1 ที่เป็นเทคนิคการทำภาพแบบ 300K Polygon แบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว แม้แต่เทียบภาพกับ PC ก็ยังทำได้สวยงามกว่าครับ ยกเว้นเรื่อง Resolution ที่ PC จะปรับได้ละเอียดกว่า

 

Product name PlayStation® 2
Product code SCPH10000-90000 series
Main processor Single-Core custom processor 300MHz

CPU: Sony Emotion Engine

GPU: 0.062 TFLOPS, Sony Synthesizer Base graphics engine / Base Clock 150MHz Type SCE Geo Matric 66 Million Polygon/sec (Performance Rate Geforce 2 MX)

Memory VRam 512Bit 400MHz / System 3.2 GB/s peak bandwidth 400MHz
Storage size* Upgrade

 

PlayStation3

 

PS3 ตัวเครื่องถูกวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2006 ด้วยราคา 499Usd เครื่องเกมที่ SONY ให้ความมานะอุตสาหะในการคิดค้น Cell Processor ที่พัฒนาร่วมกับ IBM ที่ในยุคนั้นผู้คนยกให้มันเป็นเทคโนโลยี Alien มาพร้อม 8 คอร์ CPU ในยุคที่ CPU ณ เวลานั้นของ PC เป็นแบบ 2 คอร์ประมวลผล อีกทั้งยังมาพร้อมกับกราฟฟิกชิป RSX ที่ให้พูดกันตรงๆมันก็คือ Geforce 7600GT ดีๆนี่เอง

 

และใช้เทคโนโลยีของ XDR memory ความเร็วสูงที่ใน PC ในเวลานั้นมิอาจเทียบเคียงได้เลย เพราะ PC มี Ram ที่เร็วที่สุดเพียง 2000MHz GDDR4 256Bit แต่ XDR มาพร้อมกับความเร็ว 3200MHz ในแบบ 256 Bit เครื่อง PS3 เป็นเครื่องเกมเพียง 1 เดียวของค่ายนี้ที่ทำให้ Sony ขาดทุนตั้งแต่เริ่มตั้งราคาขายมัน นั้นเพราะ Hardware ที่ใส่เข้ามาใน PS3 นั้นเรียกได้ว่าเป็นที่สุดของเทคโนโลยี ซึ่ง Sony ก็ออกมายืนยันเองว่าเป็นเครื่องเกมที่ตนวางจำหน่ายแล้ว ขาดทุนยับตั้งแต่เริ่มวางขายในตลอดระยะเวลาเกือบ 2ปี

 

แต่ด้วยความที่มันเป็นเทคโนโลยีในการผลิตที่ออกแบบมาเพื่อ Platform PS3 โดยตรงมันเลยมีความพิเศษตรงการใช้เทคนิคของทำให้รูปแบบการผลิตเกมที่ป้อนให้กับเกมเครื่องนี้ทำได้ยากกว่าเครื่องเกม Console ตัวอื่น

XBOX 360 มาพร้อมกับ CPU IBM Xenon 3 คอร์ ความเร็ว 3.2GHz และการ์ดจอทรงพลังอย่าง ATi Xenos (Radeon 1900X) ซึ่งในเวลานั้นเทียบเท่ากับ Geforce 7800GTX จากฝั่ง NVIDIA

 

PS3 ที่มีกราฟฟิคการ์ดเทียบเท่า Geforce 7600GT แต่ถูกออกแบบมาให้ใช้ CPU Cell ในการคำนวนโครงสร้างกราฟฟิค และจะใช้การ์ดจอแค่เพียงการเรนเดอร์พื้นผิวแสงเงาเท่านั้น

 

เทคนิคของ PS3 เป็นอะไรที่ Developer ไม่เห็นด้วยเลย เพราะทำให้เกมทำออกมายากลำบากมาก โดยเฉพาะเกมที่ทำแบบ Multi Platform ทั้ง PC PS3 XBOX360 ตัวของ Developer จะต้องเขียนตัวโปรแกรมใหม่เพื่อ PS3 ถึงจะได้ภาพกราฟฟิคได้เทียบเท่า Xbox 360 นั้นเลยเป็นเหตุที่ว่าผู้พัฒนาเกมเลือกที่จะ Port เกมแบบตรงๆโดยไม่ Optimization ให้กับ PS3 ก่อน

 

ผลเสียก็คือภาพกราฟฟิคในเกม PS3 ต้องมาใช้ความสามารถของ RSX (Geforce 7600GT) แบบเรนเดอร์ทั้งโครงสร้างแสงเงาพื้นผิวทั้งหมดแบบเพียวๆ ไม่ได้มี Cell Processor มาช่วยคำนวณโครางสร้างกราฟฟิคให้ ทำให้มันเสียเปรียบ ATI Xenos ของเครื่อง Xbox 360 ที่มีการ์ดจอแแรงกว่าเป็นทุนเดิม ถ้าจะให้พูดคือเกมเดียวกันแต่ภาพกากกว่าคู่แข่ง ทำให้ในช่วงเวลานั้นเอง XBOX 360 จึงกลายเป็นที่นิยมของเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายไป

 

Product name PlayStation® 3
Product code CECHB01 – CECH-4001C series
Main processor 8 Core (6+2) custom processor 3.2GHz

CPU: Cell Processor IBM Power PC

GPU: 0.211 TFLOPS, NVIDIA RSX™ Base graphics engine 12 Pixel Pipeline / Base Clock 550MHz Type Geforce 7000 (Performance Rate 7600GT)

Memory VRam GDDR3 256MB 256Bit 700MHz*2(1400MHz) / System XDR 256MB 256Bit 3.2GHz
Storage size* 20GB – 500GB

 

PlayStation4 / PlayStation4 Pro

 

บทเรียนราคาแพงของ Sony ทำให้เกิดการออกแบบเครื่องเกมที่ใช้ความสามารถของตัวเครื่องในแบบที่เป็น Hardware ที่อ้างอิงคุณสมบัติปัจจุบันก็พอ เพื่อประหยัดต้นทุนในการผลิตเครื่อง และง่ายต่อการพัฒนาเกม เครื่อง PS4 จึงได้ถือกำเนิดออกมาในวันที่ 15 พฤศจิกายน ปี 2013 กับการเปิดตัววางจำหน่ายทั่วโลก แทนที่จะเป็นที่ญี่ปุ่นก่อนเหมือนทุกๆครั้ง ด้วยราคาวางจำหน่ายครั้งแรกที่ 399Usd ที่ถูกกว่าสมัย PS3 ถึง 100Usd  ซึ่งในปีนั้นเองการ์ดจอที่ถูกนำมาใส่ในเครื่อง PS4 มีสมรรถนะเทียบเท่า Radeon HD7850 ของ PC ครับ ในปี 2013 การ์ดจอตัวที่เป็นหัวเรือของ Radeon คือ HD7970 ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า HD7850 ราวๆ 65-70%

 

คำถามคือทำไม่ Sony ถึงไม่เลือกใช้การ์ดจอที่แรงสุดๆไปเลยอย่างตัว TOP สุดของ Gen นั้นๆ มาจนถึงวันนี้เราน่าจะได้คำตอบแล้วครับว่า Sony มองไกลกว่านั้น เพราะด้วยความที่ Console ต่อให้มันแรงสุดๆ แปลว่างบในการพัฒนาเครื่องมาจำหน่ายก็ต้องสูงตาม เลยเลือกที่จะใช้ Hardware แรงๆ ที่ไม่ใช่ตัว TOP  ณ เวลานั้นมาใส่ และในรูปแบบการออก Console Half Gen อย่าง PS4 Pro ออกมาขั้นเวลาแทน จากที่เดิมทีเราเคยเห็นกันว่า Console จะออกเครื่องใหม่สเปคใหม่ทุกๆ 6 -7ปี ก็จะกลายเป็นทุกๆ 3ปี ออกตัวใหม่เป็นต้น

 

เนื่องจาก Hardware บน PS4 PS4 Pro เป็นการอ้างอิงการใช้สถาปัตยกรรมของ PC เป็นทุนเดิม ส่งผลให้ Developer ชอบในจุดนี้มาก เพราะการพัฒนาเกมก็ทำได้ไวขึ้นและง่ายขึ้น อีกทั้งพัฒนาครั้งเดียวก็สามารถ Port ต่อไปยัง Platform อื่นๆได้เลย

 

อะไรที่ทำให้ PS4 กลับมาเติบโตอีกครั้ง? เพราะว่า PS4 เปิดตัวหลัง Xbox One และมีข้อได้เปรียบด้าน Hardware มากกว่าก็คือ กราฟฟิคชิปที่ทรงพลังกว่าคู่แข่ง (XB1 = 768sp / PS4 = 1,152Sp) อีกทั้งราคาขาย PS4 ก็ขายถูกกว่า 100Usd และที่สำคัญยังไม่ Lock Zone เกมด้วยในช่วงเปิดตัว และอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถเล่นแผ่นมือ 2 ได้อีกต่างหาก ทำให้เป็นการเปิดตัวเครื่องเป็นไปได้อย่างสวยงาม และสามารถช่วงชิงตลาดกลับมาจาก Xbox ของ Microsoft และกลับมาเป็นเจ้าแห่ง Console ได้อีกครั้ง

 

การออก PS4 Pro ยังคงนำวิถีแห่งการประหยัดต้นทุนเช่นเดิม ยังไม่ใช้การ์ดจอจาก Radeon ในรุ่นที่สูงเกินไปอีกเช่นเคย แต่เลือกที่เอาเทคโนโลยีกราฟฟิครุ่นใหม่อย่าง Radeon Polaris (RX470) ที่แรงขึ้นมาใช้แทน ทำให้ PS4 Pro ยังคงรักษาระดับราคาวางจำหน่ายได้ดีอยู่

 

แต่สิ่งที่ผู้ใช้งานหลายๆคนอาจจะไม่ได้สังเกตุ หรือบางคนสังเกตเห็นมานานแล้วนั้นก็คือ ราคาของ PS4 Pro ที่ขาย หากไปประกอบ PC 1 เครื่องที่ให้ความสามารถในการเล่นเกมได้เทียบเท่าๆกันแล้ว จะพบว่ามีราคาแพงกว่า 1 เท่าตัวเลยทีเดียว ราวๆ 27,000 บาท แต่ผู้ใช้งานฝั่ง PC ก็ให้เหตุผลว่า PC ทำได้มากกว่าเล่นเกม ซึ่งตรงจุดนี้แอดมินเองขอไม่เทียบต่อนะครับ ให้ตัดสินใจกันเอาเองตามความเหมาะสมในการใช้งานน่าจะดีกว่า

 

Product name PlayStation®4
Product code CUH-2000 series
Main processor 8 Core custom processor 28nm

CPU : x86-64 AMD “Jaguar”, 8 cores 1.6GHz

GPU : 1.84 TFLOPS, AMD Radeon™ Base graphics engine 1152 Stream Processor / Base Clock 800MHz Type Radeon HD8000 (Performance Rate HD7850)

Memory GDDR5 256Bit / 178 GBs /  5696 MHz /8GB Share Graphic
Storage size* 500GB, 1TB
Product name PlayStation®4 Pro
Product code CUH-7000 series
Main processor 8 Core custom processor 16nm

CPU: x86-64 AMD “Jaguar”, 8 cores 2.1GHz

GPU: 4.20 TFLOPS, AMD Radeon™ based graphics engine 2304 Stream Processor/ Base Clock 911MHz Type Radeon Polaris (Performance Rate RX470)

Memory GDDR5 256Bit / 218 GBs / 6976 MHz /8GB Share Graphic
Storage size* 1TB

 

PlayStation5

 

มาถึงการวิเคราะห์ Spec ของ PS5 กัน ผมและแอดมินอีกคนได้วิเคราะห์จาก Time Line การวางขายราคาขายและความเป็นไปของ Hardware ที่เคยออกมาแล้ว และ Road map ของ Hardware ที่มีกำหนดจะออกมาในอนาคต ทำให้เราคาดว่าตัว Hardware ที่จะเอามาใช้น่าจะเป็นรูปแบบประมาณนี้ครับ

 

  • CPU จะไม่มีการเพิ่มคอร์ ยังคงเป็นแบบ 8 คอร์เหมือนเดิม แต่ปรับไปใช้ CPU สถาปัตยกรรมใหม่และลดขนาดการผลิตลง สเปคที่คาดว่าจะถูกเอามาใส่ใน PS5 อาจจะรวมไปถึง XBOX Gen ใหม่ที่น่าจะออกมาไล่ๆกับ PS5 นั้นก็คือ AMD ZEN+ (Ryzen 1 ในแบบฉบับ 7nm) ที่เลือกแบบนี้เพราะในอีก 2ปี ถัดจากนี้ สถาปัตยกรรม Zen มีความแรงกว่า CPU Jaguar กว่า 2.5 เท่า บน Clock ที่เท่าๆกัน แต่ในปี 2020 Zen จะเริ่มเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้ใหม่อะไรแล้ว และการปรับมาใช้กับการผลิตที่ 7nm ยิ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงไปอีก

 

  • ทำไมใช้ 3GHz Design นั้นเพราะสถาปัตยกรรมเกม Console ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ CPU ที่มีค่า Base Clock ที่สูง เพราะการที่เลือก Zen1 เอามาใส่บน 7nm และปรับ GHz ทำงานแค่ 3GHz จะทำให้ CPU กินไฟต่ำมากและความร้อนน้อยลงมาก ซึ่งเหมาะที่จะใช้กับ Console ที่ถูกจำกัดเรื่องการใช้พลังงานที่ไม่ควรจะสูงเกินไป

 

  • กราฟฟิคชิปที่เอามาใช้คาดว่า Radeon Navi น่าจะได้ไปโลดแล่นบนเครื่อง Console ก่อนฝั่ง PC  โดยที่ Radeon Navi จะมาพร้อมกับการผลิตระดับ 7nm เช่นกัน และถูกรวมมาเป็น APU กับ Zen Plus เลย หากมองเผินๆจะเห็นว่ามันมีสเปคที่สูงมาก เมื่อเอามาเทียบกับการ์ดจอแยกที่ขายในตลาดตอนนี้อย่าง Radeon RX Vega 64 แต่ต้องอย่าลืมว่ามันจะเป็นเทคโนโลยีที่จะใส่เข้าไปหลังจากนี้ก่อนเครื่องวางจำหน่ายอีกราวๆ 2ปี ถึงเวลานั้นเอง มันก็ไม่ได้เป็นการืดจอที่มีสเปคเป็นรุ่น TOP สุดแต่อย่างใด

 

  • Ram ที่ใส่บน Console ไม่มีความจำเป็นที่จะใช้ HBM2 มันทำให้การผลิต PS5 มีต้นทุนผลิตที่สูงขึ้น และทำให้อาจมีความล่าช้าในการผลิตอีกด้วย เพราะมันต้องมีขั้นตอนการผลิตที่มากกว่าเดิม การใช้เม็ดแรม GDDR6 ที่มีค่า Performance ที่ดีกว่า GDDR5 ราวๆ 1 เท่าตัว และ nm มีขนาดลดลงกินไฟน้อยกว่าเดิมแต่เร็วขึ้น น่าจะเหมาะสมกว่าครับในมุมมองของผู้ผลิต

 

  • ส่วน HDD เรามองไปที่ขนาดเพียง 2TB สำหรับรุ่นมาตรฐาน ทั้งนี้ผมคิดว่า Sony น่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะเลือกซื้อมากกว่าขนาด 2TB ได้ด้วย หรือขออัพเกรดในภายหลังได้ด้วย มันทำให้เครื่องไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนในการผลิต แต่ให้ผู้ใช้งานไปหาเพิ่มกันเอาเองตามความต้องการที่ไม่เท่ากันของแต่ละคน

 

Product name PlayStation®5
Product code ???
Main processor 8 Core custom processor 3.0GHz+

CPU: x86-64 AMD “Zen+ APU”, 8 cores 7nm Architecture Design

GPU: 11.5-13.5 TFLOPS, AMD Radeon™ Base graphics engine 4096 Stream Processor/ Base Clock 1200MHz Type Radeon Navi 7nm Architecture (Performance Rate Radeon Vega 64)

Memory GDDR6 256Bit 16GB 12,000MHz / Share Graphic
Storage size* 2TB

 

เป็นยังไงครับกับบทวิเคราะห์สเปค PS5 ที่ทางเราช่วยกันคิดวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ ดูแล้วรวมๆจะมีความแรงกว่า PS4 Pro ณ ปัจจุบันนี้ราวๆ 2.5-3 เท่า แต่เราอ้างอิงพื้นฐานของต้นทุนการผลิตไว้ก่อน แต่ก็คงไว้ด้วยเทคโนโลยีที่ต้องดูแล้วต้องดูดีพอสมควรเมื่อถึงปี 2020 ผมก็ยังมองไปอีกว่ายังไงก็ต้องทำเครื่องเกมที่ราคาวางจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 399Usd และไม่เกิน 499Usd

 

ซึ่งในปี 2020 ผมคาดว่าจะเป็นปีที่เครื่อง PS5 อาจจะเปิดตัวไล่ๆกับ Xbox ตัวใหม่เลยก็ได้ แต่มาชี้วัดกันเลยครับว่าใครจะเปิดตัวได้เปคเครื่องที่แรงกว่ากันจะได้เปรียบไปเกือบครึ่ง หากเปิดตัวในช่วงเวลาไล่ๆกัน อย่างที่ 2 สำคัญกว่ามากคือเกมที่ป้อนให้กับเกมเครื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ Exclusive Game ซึ่งฝั่ง PS จะมีจุดแข็งตรงนี้มากกว่าคู่แข่ง

 

อีกประเด็นนึงที่ผมคาดไว้อีกว่า ใน Console Next Gen เครื่องเกมนั้นจะสามารถนำแผ่นเกมเดิมๆของ Gen ก่อนหน้านี้ เอากลับมาเล่นได้อีกด้วย ซึ่งในจุดนี้ถ้าเกิดมีเครื่องไหนที่คิดทำตรงนี้ก่อน ยิ่งเป็นตัวยอกย้ำชัยชนะได้เป็นอย่างดีในสงคราม Console Next ที่อีกไม่นานกำลังจะเปิดปฐมบทมหากาฬย์เครื่องเกมยุคใหม่

 

 

***บทวิเคราะห์จากฐานข้อมูลเก่าและใหม่ กับความน่าจะเป็นของสเปคเครื่อง PlayStation5 ในอนาคตอันใกล้นี้ บทความนี้เขียนจากประสบการณ์และการรวมรวมข้อมูลของแอดขึ้นมาเอง มีจุดไหนผิดพลาดประการใด ของขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ***

 

 

 

Share This:

2.9K ผู้เข้าชม

HORIZON ZERO DAWN สร้างยอดขายทั่วโลกทะลุ 7.6 ล้านชุด

 

 

เกมแฟรนไชส์ใหม่ที่ขายดีที่สุดบนเครื่องเกม PlayStation®4

 

โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ (SIE) ได้เปิดเผยยอดขายทั่วโลกของเกม Horizon Zero Dawn™ มากกว่า 7.6 ล้านชุดในช่วงเวลาแค่ 1 ปีของการวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบนเครื่องเกม PlayStation®4 (PS4™)1 โดยเกม Horizon Zero Dawn เป็นหนึ่งในเกมแฟรนไชส์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบนเครื่อง PS4 เกม Horizon Zero Dawn วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ได้รับการยอมรับ ยกย่องอย่างกว้างขวาง และรางวัลต่างๆ มากมาย

Shawn Layden ประธาน SIE Worldwide Studios กล่าวว่า “เรารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่เกม Horizon Zero Dawn และ Horizon Zero Dawn: The Frozen Wilds ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเหล่าผู้เล่นจำนวนมาก เป็นตัวพิสูจน์ถึงผลงานอันยอดเยี่ยมของทึมงาน Guerrilla การผสมผสานของเรื่องราวการเล่าเรื่องที่สวยงาม และตัวละครที่มาพร้อมด้วยระบบการเล่นที่ยอดเยี่ยม ที่ได้ส่งมอบไปสู่แฟนๆ และนำไปสู่ยอดขายที่ยอดเยี่ยมนี้”

Herman Hulst กรรมการผู้จัดการ และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Guerrilla กล่าวว่า “เราคาดหวังมากกับเกม Horizon Zero Dawn และเรารับรู้ได้ว่าในวันที่เกมใกล้จะเปิดตัวผู้คนต่างรู้สึกตื่นเต้นไปกับมัน แต่ยอดขายที่เราได้เห็นนี้ยิ่งทำให้เรารู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น นับตั้งแต่วันวางจำหน่าย ผู้เล่นจำนวนมากได้สวมบทบาทเป็น Aloy เพื่อดำเนินภารกิจค้นหาชะตากรรมที่หายไปของเธอ เราหวังว่าพวกเขาจะสนุกกับการเล่นเกม Horizon Zero Dawn มากที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้”

เกม Horizon Zero Dawn สามารถหาซื้อได้จากร้านตัวแทนจำหน่ายของ PlayStation และดิจิตอลดาวน์โหลดผ่านทาง PlayStation Store โดยภาค Horizon Zero Dawn: Complete Edition จะรวมตัวเกมต้นฉบับ และภาคเสริมอย่าง Horizon Zero Dawn: The Frozen Wilds ไว้ด้วย เพื่อให้ผู้เล่นสามารถสัมผัสกับการผจญภัยแบบเต็มรูปแบบ

Source https://asia.playstation.com/en-th/

Share This:

1.7K ผู้เข้าชม

เทียบภาพ FINAL FANTASY XV Windows V.S PS4 Pro กันจะๆ กับกราฟฟิคที่แตกต่างกัน

 

หลังจากที่มีการปล่อย Benchmark มาให้เราๆได้ลองทดสอบประสิทธิภาพของการ์ดจอกันไปบ้างแล้ว เชื่อว่าหลายๆคนอาจเกิดคำถามว่าแล้วภาพที่ได้จาก Benchmark จะสวยกว่า Version ที่เป็น Console ยังไงบ้าง ในเมื่อตัวเกมที่เป็น PC Version ที่ได้เห็นไปนั้นมันมีอาการของ Micro Shutter ที่เห็น Screen มีริ้วๆฉีกขาดจากกัน รวมไปถึงการโหลด Texture ที่ไม่ทันท่วงที หรือแม้แต่อาการสั่นไหวของ Model และ Pixel ซึ่งต้องบอกว่ามันยังไม่สมบูรณ์ครับ อาจจะต้องให้ผู้พัฒนาเก็บ Feed Back ใน Benchmark ครั้งนี้กลับไปปรับปรุงตัวเกมให้ดีขึ้นก่อนวันวางจำหน่ายที่จะถึงอีกไม่นานนี้

ทั้งนี้อย่างไรก็ดี เรามาดูภาพที่มีการเอาเทคโนโลยีการแสดงผลของ Version PC มาเทียบให้ดูกันครับ เป็นเทคนิคการทำกราฟฟิคเพิ่มเติมเข้าไปของ Nvidia Game Work นั้นเอง เอาละเราลองมาเทียบกับ Shot / Shot กันดีกว่าครับ


PlayStation4 Pro

Windows Edition Benchmark


PlayStation4 Pro

Windows Edition Benchmark


PlayStation4 Pro

Windows Edition Benchmark


PlayStation4 Pro

Windows Edition Benchmark


PlayStation4 Pro

Windows Edition Benchmark


PlayStation4 Pro

Windows Edition Benchmark


จากที่เห็นกันเบื้องต้นถ้าพูดถึงความคมชัดสดเข้มมีมิติ คงต้องยกให้กับ PC ไปเลยครับ เพราะมีการใช้เทคนิคของการทำ Tessellation เอาเข้ามาใช้ค่อนข้างเยอะ และเรื่องของการปรับปรุง Pixel Shader  และเทคนิค HDR ทำให้ตัว PS4 Pro  ที่ว่าภาพสวยมากๆ ก็จืดลงไปบ้างอยู่เหมือนกัน แต่ในข้อด้อยที่มีกลับมีข้อดีครับตรงที่ตัวเกม PS4 Pro Version เรื่อง Model และการขยับของ Texture การโหลด Unit ยังแสดงผลออกมาได้เหนือชั้นกว่า PC Version เยอะเลยครับ ืั้งนี้คนที่รอ Version PC อาจจะต้องรอแพท์การปรับปรุงคุณภาพกราฟฟิคอีกทีจากผู้พัฒนาครับผม.

Share This:

847 ผู้เข้าชม

Xbox One X จะมีประสิทธิภาพมากขนาดไหน

 

ทุกคนในตอนนี้พอจะรู้มาบ้างแล้วว่า Xbox One X นั้นจะมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับคอนโซลอื่น ๆ ในปัจจุบันอย่างมากมาก ซึ่งประสิทธิภาพนั้นมากกว่า PS4 Pro อย่างแน่นอนโดยเฉพาะเพื่อมอบสิ่งที่หลายคนรอคอยที่อาจเรียกว่าประสบการณ์จากคอนโซลที่จะเล่นภาพระดับ “4K”  ซึ่งจากตารางเปรียบเทียบรายละเอียดของคอนโซล x86 ในปัจจุบันจากโซนี่และไมโครซอฟท์ทำให้สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในส่วนของความแตกต่างระหว่าง CPU, GPU, RAM และรายละเอียดปลีกย่อย ทำให้เห็นได้ถึงความแตกต่างระหว่างคอนโซลรุ่นต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

เมื่อเปรียบเทียบ Xbox One กับ Xbox One S กับ Xbox One X เป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่า Microsoft ต้องการลดความซับซ้อนของการออกแบบชิปด้วยการถอด ESRAM ขนาด 32 MB และแทนที่ด้วยหน่วยความจำ GDDR5 ที่เร็วกว่า ด้วยหน่วยความจำ GDDR5 ได้ให้แบนด์วิดธ์หน่วยความจำที่มากกว่า ESRAM ของ SOC ที่เคยมีอยู่ นอกเหนือจากการเพิ่มแบนด์วิดท์หน่วยความจำแล้วไมโครซอฟท์ได้เพิ่มจำนวน RAM ให้กับคอนโซลของตนกว่า 50% ซึ่งจะทำให้รองรับภาพกราฟิกมีเอฟเฟ็คมากขึ้นหรือจะเป็นพื้นผิวที่มีความละเอียดสูงกว่าที่เคย ซึ่งจะใช้ใน Xbox One X และเมื่อเล่นเกมในรุ่น Non-X หรือ Xbox One ที่เก่ากว่าหน่วยความจำที่เพิ่มมานี้จะถูกใช้เป็น RAMDISK ทำให้เกมเก่าสามารถโหลดได้เร็วกว่ามาตรฐาน Xbox One ที่เคยมีมา

Xbox One X ยังมีหน่วยคำนวณมากกว่า Xbox One และมีหน่วยเหล่านี้ถูกโอเวอร์คล็อกด้วยความเร็วที่สูงขึ้นทำให้ Xbox One X ทำงานได้เร็วกว่ามาก GPU จะมีพลังงมากกว่า 4 เท่าของ Xbox One และ Xbox One S ซึ่งเป็นเหตุผลที่เครื่องคอนโซลนี้สามารถใช้เล่นเกมส์ที่มีพิกเซลมากกว่ารุ่นรุ่นที่ไม่มี X นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังได้ยกระดับเครื่องคอนโซลด้วย CPU Enhanced Jaguar ซึ่งมีความเร็วของสัญญาณนาฬิกาที่ 2.3GHz ซึ่งเพิ่มขึ้น 31.4% จาก Xbox One และ Xbox One S ซึ่งนี้ก็เป็นในแง่ของความเร็วนาฬิกาเพียงอย่างเดียว ยังไม่รวมถึงชุดคำสั่งใหม่ที่จะมาเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นมาอีก ซึ่งทำให้คาดการณ์ได้ว่าประสิทธิภาพที่ได้มานั้นอาจถึงระดับ 50% ได้

Xbox one Xbox One S Xbox One X PS4 PS4 Pro
Process Node 28nm 16nm 16nm 28nm 16nm
CPU Cores 8 8 8 8 8
CPU Archtecture Jaguar Jaguar Enhanced/Custom Jaguar Jaguar Jaguar
CPU Clock Speeds 1.75GHz 1.75GHz 2.3GHz 1.6GHz 2.1GHz
Memory amount (Total) 8GB 8GB 12GB 8GB 8GB (+1GB)
Memory Type DDR3 DDR3 GDDR5 GDDR5 GDDR5 (+DDR3)
Memory Bandwidth 68.26GB/s 68.26GB/s 326GB/s 178GB/s 218GB/s
Memory Bandwidth (ESRAM) 204GB/s 219GB/s N/A N/A N/A
GPU Archtecture GCN GCN Custom Polaris GCN Custom Polaris
GPU CUs 12 12 40 18 36
GPU Cores 768 768 2560 1152 2304
GPU Clock Speeds 853MHz 914MHz 1172MHz 800MHz 911MHz
GPU Perf (TFlops) 1.31 1.4 6 1.84 4.2

เมื่อเทียบกับ PS4 Pro การเพิ่มขึ้นของพลัง CPU และประสิทธิภาพของ GPU มีความชัดเจนแม้ว่าจากข้อมูลจำเพาะที่มีมานั้นจะเห็นถึงการเพิ่มแบนด์วิดท์และความจุของหน่วยความจำที่ทำให้ Xbox OneX มีประสิทธิภาพนำหน้าเครื่องคอนโซลที่ทรงพลังที่สุดของโซนี่ในตอนนี้ จาก VRAM 4GB ที่เพิ่มเติมขึ้นมา และแบนด์วิดท์ที่เพิ่มขึ้นมาอีก 108 GB/s ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้สามารถโหลดข้อมูลได้เร็วขึ้นจากหน่วยความจำและทำให้ Xbox One X สามารถให้รายละเอียดพื้นผิวของตัวเกมส์ที่มีความละเอียดสูงกว่า PS4 Pro ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากอย่างยิ่งในฐานะเครื่องคอนโซลยุคใหม่ที่จะเน้นการแสดงรายละเอียดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในตอนนี้ยังมีเกมส์ไม่มากนักที่จะมีความละเอียดสูงจาก Xbox One X และ PS4 Pro ดังนั้นจึงอาจที่จะไม่สามารถเปรียบเทียบรายละเอียดระหว่างกราฟิกที่มีให้จากเครื่องคอนโซลทั้งสอง แต่จากรายละเอียดทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า Xbox One X จะมีข้อได้เปรียบในเรื่องของความแรงและความจุหน่วยความจำซึ่งจะช่วยให้นักพัฒนาเกมส์สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากเครื่องคอนโซลตัวใหม่จาก Microsoft ซึ่งถ้ามีการปรับราคาให้มีต่ำลงกว่าของทาง Sony PS4 Pro จะเพิ่มความน่าสนใจอย่างมากในการซื้อมาใช้งานเป็นอย่างยิ่ง

ราคากลางจากสหราชอาณาจักร PS4 Pro มีราคาประมาณ 350 ปอนด์และ Xbox One X มีราคาประมาณ 450 ปอนด์ทำให้ Xbox One X มีราคาที่สูงกว่า 100 ปอนด์ ซึ่งก็ต้องมาดูว่าความสามารถที่จะเล่นภาพระดับ 4K อาจเป็นปัจจัยใหญ่ที่ทำให้การเลือกใช้งานระหว่างคอนโซลทั้งสองแบบสำหรับบางคนได้

จากคำกว่าวอ้างของ Microsoft ได้ระบุว่า “Xbox One X ของพวกเขามีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องคอนโซลอื่นๆ ถึง 40%” อาจจะค่อนข้างผิดพลาดเนื่องจากว่าในขณะนี้อาจบอกได้ว่าเป็นความจริงได้ครึ่งเดียวเพราะในแง่ของแบนด์วิดท์หน่วยความจำและประสิทธิภาพของ GPU แต่เมื่อมองในแง่ของ CPU แล้ว Xbox One X จะมีประสิทธิภาพที่มากกว่า PS4 Pro ประมาณ 10% แต่ก็ต้องยอมรับว่า Xbox One X จะเป็นเครื่องคอนโซลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในขณะนี้ และก็คงเป็นคอนโซลอีกรุ่นหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคตจาก Microsoft ที่จะทำให้การเล่นเกมส์นั้นเปลี่ยนไป

ที่มา : overclock3d

Share This: