2.1K ผู้เข้าชม

ASUS X470 Series

 

เป็นที่ตั้งตารอคอยของใครหลายๆ คนโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการใช้งาน CPU จากค่าย AMD หรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้งาน AMD ซึ่งต้องยอมรับว่า Ryzen Series นั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการหน่วยประมวลผลกลางอย่างมากที่สุด ซึ่งทำให้ตลาดของโปรเซตเซอร์กลับมาแข่งขันกันอย่างหนัก และอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ซึ่งตอนนี้น่าจะสามารถบอกได้กลายๆ ละวันในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2561 ที่จะถึงนี้จะมีการเปิดตัว AMD Ryzen 2000 Series และซิพเซ็ต AMD X470 ออกมาพร้อมๆกัน (ยังไม่มีการยืนยันจากทาง AMD) สำหรับในส่วนของตัว CPU นั้นจะยังไม่ขอพูดถึงในครั้งนี้ แต่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับชิพเซ็ต AMD X470 เท่านั้นซึ่งในเวลานี้ได้มีสมาชิกของฟอรั่ม HardwareLuxx ได้พบคู่มือผู้ใช้สำหรับมาเธอร์บอร์ดของ AMD ที่จะสนับสนุนการทำงานของ Ryzen 2000

AMD X470

ตัวชิพเซ็ต AMD X470 ถูกยกระดับความสามารถขึ้นมาจาก AMD X370 ซึ่งได้มีการปรับปรุงกระบวนการผลิตจากโหนด 55nm มาเป็น 40nm โดยมีการเพิ่มขีดความสามารถ XFR2 Enhanced และ Precision Boost Overdrive เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งจะใช้งานกับ Ryzen 2000 X-Series ส่วนเร่อง PCI Express Lanes นั้นจะเป็นความสามารถที่มาพร้อมกับตัว CPU แต่ถึงอย่างนั้นการสนับการใช้งานกราฟฟิกการ์ดแบบ Multi GPU ยังคงต้องพึ่งชิพเซ็ตด้วยเช่นกัน ซึ่งตัวชิพเซ็ต B450 นั้นจะไม่มีความสามารถนี้ แต่ว่าผู้ผลิตมาเธอร์บอร์ดหลายๆ เจ้าอาจะเพิ่มความสามารถนี้ให้กับชิพเซ็ต B450 เพื่อสร้างจุดแข็งให้ตนเองเช่นกัน

อย่างที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ ASUS เองก็ได้กำลังเตรียมเมนบอร์ด X470 อย่างน้อย 6 ตัว ดังนี้

  • PRIME X470-PRO
  • ROG STRIX X470-F GAMING
  • ROG STRIX X470-I GAMING
  • ROG CROSSHAIR VII HERO
  • ROG CROSSHAIR VII HERO (WI-FI)
  • TUF X470-PLUS GAMING

คู่มือเมนบอร์ด PRIME, TUF และ STRIX ถูกพบโดย user : emissary42 จากฟอรั่ม HardwareLuxx

สำหรับ PRIME X470 PRO และ STRIX X470-F จะพบว่าตัวเมนบอร์ดนั้นถูกออกแบบมาในรูปแบบที่ใกล้เคียงกันมากแตกต่างบ้างก็จะมีในส่วนของไฟ LED แต่สำหรับ X470 TUF PLUS น่าจะเป็นทางเลือกที่ทำออกมาในราคาถูกกว่าเพราะจะไม่มีสต็อต PCIe x16 ตัวที่สามและตัดการเชื่อมต่อบางส่วนขออกไป

ASUS ROG X470 Crosshair Hero VII

อย่างที่รู้กันว่าก่อนการเปิดจำหน่ายจริงของเมนบอร์ด X470 ก็จะต้องมีการจัดส่งให้กับตัวแทนจำหน่ายเสียก่อน ซึ่งก็ไม่พลาดที่จะมีการหลุดภาพเล็กๆ น้อยของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นอกเหนือจากผลการทดสอบ ซึ่งก็เป็นภาพของ  ASUS ROG X470 Crosshair Hero VII ซึ่งคาดว่าจะเป็นเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์จาก ASUS ROG Series แต่ก็ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าจะเป็นตัวที่ดีสุดไหม แต่ที่แน่ๆ ในตอนนี้ก็น่าจะเป็นตัวที่ดีที่สุดจาก ASUS สำหรับซ็อกเก็ต AM4 ในเวลานี้

Ryzen 2000 เพิ่มการสนับสนุนความเร็วของหน่วยความจำที่เร็วมากขึ้น

จากข้อมูลที่มีออกมานั้นพบว่า Ryzen Gen 2 และ Ryzen Gen 1 นอกเหนือจากเทคโนโลยีการผลิตที่ได้ลดเป็น 12nm จาก 14nm แล้วอีกจุดหนึ่งที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่น่าจะพึงพอใจมากขึ้นคือการสนับสนุนหน่วยความจำที่เร็วมากขึ้น ซึ่งในเอกสารฉบับนี้ ASUS ยืนยันว่า Ryzen 2000 Pinaccle Ridge จะรองรับหน่วยความจำได้ถึง 3466 MHz ขณะที่ Ryzen 1000 (และ Ryzen 2000 with Vega) รองรับได้ถึง 3200 MHz เท่านั้น ซึ่งถ้าเกินนอกเหนือจากนี้จะมีต้องพึ่งความสามารถของผู้ใช้งานในการปรับแต่งในการทำงาน เพื่อให้รองรับความเร็วที่ต้องการ จึงทำให้คาดว่าจะมีการปรับแต่งจนถึงความเร็วที่ 4000 MHz ออกมาก็เป็นได้ในผู้ใช้งานระดับ Advance

ที่มา : videocardz

Share This:

861 ผู้เข้าชม

AMD Ryzen 7 2700X และ Ryzen 5 2600X เปิดขาย 19 เมษายนนี้

 

AMD Ryzen 2000

ตอนนี้หลังจาก Ryzen 2000 ได้ปรากฏข้อมูลบางส่วนแล้ว จะมีการส่งโปรเซสเซอร์จาก Ryzen 7 และ Ryzen 5 จำนวน 4 รุ่นโดยในรุ่นสูงสุดจะมีค่า TDP 105 วัตต์สำหรับ Ryzen 7 2700X

  • Ryzen 7 2700X 8C/16T 105W [Wraith Prism] YD270XBGAFBOX
  • Ryzen 7 2700 8C/16T 65W [Wraith Spire] YD2700BBAFBOX
  • Ryzen 5 2600X 6C/12T 95W [Wraith Spire] YD260XBCAFBOX
  • Ryzen 5 2600 6C/12T 65W [Wraith Stealth] YD2600BBAFBOX

AMD Ryzen 5 2600X : 250 EUR พร้อมจำหน่ายวันที่ 19 เมษายนนี้

พบข้อมูลว่า AMD Ryzen 5 2600X ได้มีการพบเห็นที่ Amazonde มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 249 EUR จะมีความพร้อมในการส่งของวันที่ 19 เมษายนนี้ ซึ่งถ้าตามนี้แล้วเท่ากับว่ามีการส่งสินค้าเข้าสต๊อกของทางร้านค้าบางส่วนแล้ว และเมื่อทาง AMD ประกาศให้จำหน่ายได้ตามวันดังกว่าว ก็จะสามารถจำหน่ายได้ในทันที แต่สำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ทางซีกโลกตะวันออกถ้านับตามเวลาแล้วน่าจะมีความพร้อมจำหน่ายในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2561 ซึ่งจะล่าช้ากว่าเล็กน้อย (เป็นเพียงการคาดการณ์)

ที่มา : videocardz

Share This:

1.3K ผู้เข้าชม

Globalfoundries 7nm อาจส่งผลให้ AMD ก้าวสู่ยุค 5GHz Clock Speed

 

 

ในการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้หัวหน้าฝ่ายเทคนิค Gary Patton ได้แสดงความมั่นใจอย่างมากเกี่ยวกับกระบวนการผลิตในขนาด 7nm รุ่นใหม่ของบริษัท โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 40% และลดการใช้พลังงานลงกว่า 50% เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตในขนาด 14nm รุ่นปัจจุบันของบริษัท

Anandtech Patton กล่าวว่ากระบวนการ 7nm รุ่นใหม่ของบริษัทน่าจะสามารถทำให้ตัวชิพรุ่นใหม่เพิ่มความเร็วของสัญญาณนาฬิกาได้ในช่วง 5GHz ซึ่งถ้าดูตามความหมายนี้สิ่งที่ต้องการสื่อก็คงหนีไม่พ้นสำหรับโหนดการผลิตให้กับ AMD แม้ว่าจะไม่ได้รับประกันว่า Zen 2 / Ryzen 3000 Series จะสามารถทำงานที่ความเร็ว 5GHz ได้ แต่ก็สามารถสร้างความมั่นใจในเรื่องโหนดการผลิต 7nm ได้เป็นอย่างดีสำหรับ AMD โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ประกาศถึงสถาปัตยกรรมที่วางแผนไว้

คำถามที่ 17: ในรุ่นของโหนด 7 LP จะมีความถี่สูงกว่าโหนด 14LPP หรือไม่?

GP: แน่นอน นี่คือการเพิ่มประสิทธิภาพที่มากขึ้น – ซึ่งประมาณค่าได้ 40% แต่ยังไม่สามารถระบุถึง Clock Speed ได้ แต่ตอนนี้เดาว่าน่าจะสามารถรับในช่วง 5GHz ตามความคาดหวัง

ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน AMD ใช้ Globalfoundries ในการสร้างโพรเซสเซอร์ Ryzen 2nd Generation รุ่นใหม่ในโหนดการผลิต 12nm ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ให้เพิ่มขึ้น 10% และ 15% ตามลำดับ ผลคือนี่คือการเพิ่มประสิทธิภาพจากโหนดการผลิต 14nm ซึ่งมีมองได้ว่าโหนดการผลิต 7 nm จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า

การเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์จะช่วยให้คู่ค้ากับบริษัทเช่น AMD สามารถบรรจุทรานซิสเตอร์เพิ่มมากขึ้นในขนาด Die เท่าเดิมหรือลดขนาดของ Die ลงก็ได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้พวกเขาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตบนเวเฟอร์ได้ซึ่งจะส่งผลทำให้ชิพแต่ละตัวมีราคาถูกกว่าปัจจุบัน

 

 

ความล่าช้าของโหนดการผลิต 10 nm ของอินเทลทำให้คู่แข่งกลับมาสู่ความสามารถในการแข่งขันได้ และสร้างสถานการณ์ที่อินเทลไม่สามารถชิงความได้เปรียบจากโรงการผลิตชิพ ในขณะที่ตอนนี้ตลาดเดสก์ท็อปซีพียูได้ก้าวไปข้างหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงของ Ryzen 2 ของเอเอ็มดีอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีการผลิตที่น้อยที่สุดในด้านเทคโนโลยีการผลิตซึ่งทำให้ปี พ.ศ. 2562 เป็นตลาดที่น่าตื่นเต้นสำหรับตลาด CPU

ย้อนมองปัจจุบันอันใกล้

AMD Ryzen 2000 Series ที่กำลังจะมีการเปิดตัว Ryzen 7 2700/2700X และ Ryzen 5 2600/2600X ได้มีข้อมูลของ 2700X และ 2600 ที่มีจำนวน Core และ Thread ที่เท่ากับ Ryzen 7 1700/1700X และ Ryzen 5 1600/1600X ซึ่งมีจำนวนแกนและเธรดเดียวกัน แต่มีความเร็วนาฬิกาที่สูงขึ้นรวมถึงประสิทธิภาพของ IPC ที่มากขึ้นด้วย ทำให้ตอนนี้คาดเดาได้ว่า AMD Ryzen 3000 Series จะมีความรเร็วในระดับ 5 GHz จากโหนดการผลิตที่ 7nm ได้

รุ่น AMD Ryzen รุ่นแรกมีขนาด die 213 มม.2 และคาดว่าจะมีขนาดลดลงถึง 100 มม. ในโหนดการผลิต 7nm ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการ เพิ่มความเร็วของตัวชิพ หรืออาจจะทำการเพิ่มจำนวนแกนประมวลผลซึ่งเป็นสิ่งที่เอเอ็มดีต้องการ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า 40% ตามที่ Globalfoundries กล่าวอ้าง

 

 

แม้ว่าในตอนนี้จะทราบแล้วว่า AMD Ryzen 3000 series จะออกมาก่อนช่วงต้นปี 2019 นี่เป็นตัวเลขที่คาดว่าจะใช้ข้อมูลนี้กับเม็ดเกลือ เอเอ็มดีมีประสิทธิภาพมากกว่าที่คาดไว้ในอดีตอย่างน้อยก็เมื่อเทียบกับซีพียู เมื่อคำนึงถึงความเป็นไปได้ว่าซีพียู AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ที่จะมาถึงนี้จะให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่า 40%

ถ้าซีพียู AMD Ryzen 3000 Series ออกเปิดตัวในปี พ.ศ. 2562 หมายความว่าน่าจะเป็นไปตามที่ AMD ได้ประกาศมาก่อนหน้านี้ถึง Socket AM4 ที่จะยังคงใชังานอยู่นับว่านี่เป็นข่าวดีสำหรับคนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนเมนบอร์ดแต่ต้องการใช้งานซีพียูรุ่นใหม่  ซึ่งน่าจะได้เห็นความเข้ากันได้ของเมนบอร์ดจาก AM4 ที่สามารถใช้งานได้กับ AMD Ryzen รุ่นใหม่ในอนาคต

 

ที่มา : overclock3d

Share This:

595 ผู้เข้าชม

เผยข้อมูล AMD Ryzen 2018-2020 Roadmap : Castle Peak, Matisse, Picasso, Vermeer and Renoir

 

AMD Ryzen Threadripper (Zen2) จะใช้ชื่อสถาบัตยกรรมว่า Castle Peak

AMD ได้ได้เปิดเผยให้เห็นชื่อของสถาบัตยกรรมของตัวประมวลผล Zen2 และ Zen3 ที่กำลังจะมาปรากฏว่า Ryzen Threadripper (Zen+) ในรุ่นที่ 2 ที่จะมาในปีหน้าโดยใช้ชื่อสถาปัตยกรรม Castle Peak ถ้าตามที่ว่าไว้นี้ Zen2 จะมาในปี พ.ศ. 2563 เอเอ็มดีจะเปิดตัวสถาปัตยกรรม Zen2 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Zen3 (หรืออาจะเป็น Zen2+) ซึ่งถูกวางระดับการใช้งานเป็น NG HEDT (Next-Gen High-End DeskTop) ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า Threadripper 3rd Gen.

ส่วน Platform AM4 นั้นจะมีทั้ง CPU และ APU ซึ่ง CPU จะมีการใช้ชื่อสถาบัตยกรรม Pinnacle Ridge >> Matisse >> Vermeer ตามลำดับ ซึ่งจะมาแทน  Summit Ridge ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และสำหรับ APU Raven Rideg >> Picasso >> Renoir ตามลำดับเช่นกัน ซึ่งเป็นแผนงานระยะยาวถึงปี 2020 (พ.ศ. 2563) ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามความเหมาะสมในภายหลังก็เป็นได้

AMD Ryzen 2018

เมื่อพูดถึงผู้ใช้งานในระดับ Mainstream ในปีนี้ (พ.ศ.2561) AMD Ryzen ได้เปิดชื่อรหัสใหม่แทน Ryzen 1000 Series ซึ่งจะมีการสานต่อใน Ryzen 7 และ Ryzen 5 ที่อยู่ในรูปแบบ 6 Core 12 Thread โดยจะตัดในรุ่นสูงสุดคือ 1800X ออกไป ส่วนที่เหลือคงเดิมไว้เช่นเดิมและเปลี่ยนโหนดเป็น 12nm+ มาในชื่อ Ryzen 7 2700X/2700 และ Ryzen 5 2600X/2600 ในตัวของ Ryzen 3 และ Ryzen 5 ที่เป็น 4 Core 8 Thread แทนที่ด้วย Ryzen 2000 G-Series ที่จะมาในรูปแบบ APU ที่มีกราฟฟิกในตัวจากสถาบัตยกรรม VEGA แต่จะยังคงใช้โหนด 14nm เช่นเดิม โดยในทุกรุ่นนั้นจะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นโดยหลักๆ แล้วยังจะเป็นการเพิ่มในส่วนของสัญญาณนาฬิการที่สูงขึ้นทั้ง Base Clock และ Turbo Clock แสดงได้ดังภาพด้านล่าง

 

ที่มา : videocardz

Share This:

5K ผู้เข้าชม

ราคาของ AMD Ryzen 2600 2700 2700X มาแล้วนะ เริ่มต้นที่ 6,200 บาท สูงสุด 11,500 บาท ไม่รวมภาษี

 

 

จะเห็นได้ชัดว่า AMD ยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลว่าจะมี CPU Ryzen 7 2800X หรือไม่ ซึ่งข่าวข้อมูลที่รั่วไหลออกมานี้ของ Ryzen 2000 จะเป็นรุ่น Ryzen 7 2700X ที่จะมีราคาขายปลีกอยู่ที่ 369 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ ซึ่งถูกกว่า Intel Core i7 8700K

 

นอกจากนี้ AMD ยังได้เปิดตัว CPU Ryzen  2000 อีก 3 รุ่นด้วยกันก็คือ Ryzen 7 2700 ไม่มี X ในราคา 299 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ ซึ่งเป็น CPU ในแบบ 8 คอร์ 16 เธรด และ CPU แบบ 6 คอร์ 12 เธรด อย่าง Ryzen 5 2600X และ Ryzen 5 2600 ไม่มี X ในราคาขายปลีกที่ 249 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ และ 199 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ ตามลำดับ

 

AMD Ryzen Desktop 2000 Series Processors
Model Cores/Threads  Base Clock Turbo Clock TDP Price
Ryzen 7 2700X 🆕
8C/16T
3.7 GHz
4.35 GHz
105W
369 USD
Ryzen 7 2700 🆕
8C/16T
3.2 GHz
4.1 GHz
65W
299 USD
Ryzen 5 2600X 🆕
6C/12T
3.6 GHz
4.25 GHz
95W
249 USD
Ryzen 5 2600 🆕
6C/12T
3.3 GHz
3.9 GHz
65W
199 USD
Ryzen 5 2400G 🆕
4C/8T
3.6 GHz
3.9 GHz
65W
169 USD
Ryzen 3 2200G 🆕
4C/4T
3.5 GHz
3.7 GHz
65W
99 USD

 

Line Up ราคาของ Ryzen 2000 ที่ออกมาตอนนี้มีทั้งหมดด้วยกัน 6 รุ่นแล้วครับ แพงสุดคือ 369 เหรียญดาลล่าห์สหรัฐ และถูกสุดคือ 99 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ

 

 

CPU Pinnacle Ridge Series 2000 จะมีค่าสัญญาณนาฬิกาสูงถึง 4.35GHz ในรุ่นสูงสุด และ Ryzen 5 2600X ก็ยังมาพร้อมกับสัญญาณนาฬิกาที่สูงถึง 4.25GHz ในแบบ Max Boost

 

 

 

 

 

 

 

AMD Ryzen 7 2700X vs Intel Core i7-8700K

AMD ได้วางตำแหน่งของ Ryzen 7 2700X ไว้ให้เข้ามาสู้แข่งขันกับ CPU Intel CoffeeLake-S อย่าง Core i7 8700K ทั้งนี้มีการอ้างอิงว่ะมีประสิทธิภาพที่น้อยกว่า Core i7 8700K ราวๆ 7.7% ในการทดสอบกับเกมกว่า 40 เกม

 

 

เมื่อเทียบ Series เก่าอย่าง Summit Ridge R7 1800X ซีพียูตัวใหม่จะมีอัตราเฟรมเรตที่ดีขึ้นราวๆ 5% ครับ

 

Source elchapuzasinformatico

Share This: