2K ผู้เข้าชม

ASUS X470 Series

 

เป็นที่ตั้งตารอคอยของใครหลายๆ คนโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการใช้งาน CPU จากค่าย AMD หรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้งาน AMD ซึ่งต้องยอมรับว่า Ryzen Series นั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการหน่วยประมวลผลกลางอย่างมากที่สุด ซึ่งทำให้ตลาดของโปรเซตเซอร์กลับมาแข่งขันกันอย่างหนัก และอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ซึ่งตอนนี้น่าจะสามารถบอกได้กลายๆ ละวันในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2561 ที่จะถึงนี้จะมีการเปิดตัว AMD Ryzen 2000 Series และซิพเซ็ต AMD X470 ออกมาพร้อมๆกัน (ยังไม่มีการยืนยันจากทาง AMD) สำหรับในส่วนของตัว CPU นั้นจะยังไม่ขอพูดถึงในครั้งนี้ แต่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับชิพเซ็ต AMD X470 เท่านั้นซึ่งในเวลานี้ได้มีสมาชิกของฟอรั่ม HardwareLuxx ได้พบคู่มือผู้ใช้สำหรับมาเธอร์บอร์ดของ AMD ที่จะสนับสนุนการทำงานของ Ryzen 2000

AMD X470

ตัวชิพเซ็ต AMD X470 ถูกยกระดับความสามารถขึ้นมาจาก AMD X370 ซึ่งได้มีการปรับปรุงกระบวนการผลิตจากโหนด 55nm มาเป็น 40nm โดยมีการเพิ่มขีดความสามารถ XFR2 Enhanced และ Precision Boost Overdrive เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งจะใช้งานกับ Ryzen 2000 X-Series ส่วนเร่อง PCI Express Lanes นั้นจะเป็นความสามารถที่มาพร้อมกับตัว CPU แต่ถึงอย่างนั้นการสนับการใช้งานกราฟฟิกการ์ดแบบ Multi GPU ยังคงต้องพึ่งชิพเซ็ตด้วยเช่นกัน ซึ่งตัวชิพเซ็ต B450 นั้นจะไม่มีความสามารถนี้ แต่ว่าผู้ผลิตมาเธอร์บอร์ดหลายๆ เจ้าอาจะเพิ่มความสามารถนี้ให้กับชิพเซ็ต B450 เพื่อสร้างจุดแข็งให้ตนเองเช่นกัน

อย่างที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ ASUS เองก็ได้กำลังเตรียมเมนบอร์ด X470 อย่างน้อย 6 ตัว ดังนี้

  • PRIME X470-PRO
  • ROG STRIX X470-F GAMING
  • ROG STRIX X470-I GAMING
  • ROG CROSSHAIR VII HERO
  • ROG CROSSHAIR VII HERO (WI-FI)
  • TUF X470-PLUS GAMING

คู่มือเมนบอร์ด PRIME, TUF และ STRIX ถูกพบโดย user : emissary42 จากฟอรั่ม HardwareLuxx

สำหรับ PRIME X470 PRO และ STRIX X470-F จะพบว่าตัวเมนบอร์ดนั้นถูกออกแบบมาในรูปแบบที่ใกล้เคียงกันมากแตกต่างบ้างก็จะมีในส่วนของไฟ LED แต่สำหรับ X470 TUF PLUS น่าจะเป็นทางเลือกที่ทำออกมาในราคาถูกกว่าเพราะจะไม่มีสต็อต PCIe x16 ตัวที่สามและตัดการเชื่อมต่อบางส่วนขออกไป

ASUS ROG X470 Crosshair Hero VII

อย่างที่รู้กันว่าก่อนการเปิดจำหน่ายจริงของเมนบอร์ด X470 ก็จะต้องมีการจัดส่งให้กับตัวแทนจำหน่ายเสียก่อน ซึ่งก็ไม่พลาดที่จะมีการหลุดภาพเล็กๆ น้อยของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นอกเหนือจากผลการทดสอบ ซึ่งก็เป็นภาพของ  ASUS ROG X470 Crosshair Hero VII ซึ่งคาดว่าจะเป็นเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์จาก ASUS ROG Series แต่ก็ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าจะเป็นตัวที่ดีสุดไหม แต่ที่แน่ๆ ในตอนนี้ก็น่าจะเป็นตัวที่ดีที่สุดจาก ASUS สำหรับซ็อกเก็ต AM4 ในเวลานี้

Ryzen 2000 เพิ่มการสนับสนุนความเร็วของหน่วยความจำที่เร็วมากขึ้น

จากข้อมูลที่มีออกมานั้นพบว่า Ryzen Gen 2 และ Ryzen Gen 1 นอกเหนือจากเทคโนโลยีการผลิตที่ได้ลดเป็น 12nm จาก 14nm แล้วอีกจุดหนึ่งที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่น่าจะพึงพอใจมากขึ้นคือการสนับสนุนหน่วยความจำที่เร็วมากขึ้น ซึ่งในเอกสารฉบับนี้ ASUS ยืนยันว่า Ryzen 2000 Pinaccle Ridge จะรองรับหน่วยความจำได้ถึง 3466 MHz ขณะที่ Ryzen 1000 (และ Ryzen 2000 with Vega) รองรับได้ถึง 3200 MHz เท่านั้น ซึ่งถ้าเกินนอกเหนือจากนี้จะมีต้องพึ่งความสามารถของผู้ใช้งานในการปรับแต่งในการทำงาน เพื่อให้รองรับความเร็วที่ต้องการ จึงทำให้คาดว่าจะมีการปรับแต่งจนถึงความเร็วที่ 4000 MHz ออกมาก็เป็นได้ในผู้ใช้งานระดับ Advance

ที่มา : videocardz

Share This:

849 ผู้เข้าชม

AMD Ryzen 7 2700X และ Ryzen 5 2600X เปิดขาย 19 เมษายนนี้

 

AMD Ryzen 2000

ตอนนี้หลังจาก Ryzen 2000 ได้ปรากฏข้อมูลบางส่วนแล้ว จะมีการส่งโปรเซสเซอร์จาก Ryzen 7 และ Ryzen 5 จำนวน 4 รุ่นโดยในรุ่นสูงสุดจะมีค่า TDP 105 วัตต์สำหรับ Ryzen 7 2700X

  • Ryzen 7 2700X 8C/16T 105W [Wraith Prism] YD270XBGAFBOX
  • Ryzen 7 2700 8C/16T 65W [Wraith Spire] YD2700BBAFBOX
  • Ryzen 5 2600X 6C/12T 95W [Wraith Spire] YD260XBCAFBOX
  • Ryzen 5 2600 6C/12T 65W [Wraith Stealth] YD2600BBAFBOX

AMD Ryzen 5 2600X : 250 EUR พร้อมจำหน่ายวันที่ 19 เมษายนนี้

พบข้อมูลว่า AMD Ryzen 5 2600X ได้มีการพบเห็นที่ Amazonde มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 249 EUR จะมีความพร้อมในการส่งของวันที่ 19 เมษายนนี้ ซึ่งถ้าตามนี้แล้วเท่ากับว่ามีการส่งสินค้าเข้าสต๊อกของทางร้านค้าบางส่วนแล้ว และเมื่อทาง AMD ประกาศให้จำหน่ายได้ตามวันดังกว่าว ก็จะสามารถจำหน่ายได้ในทันที แต่สำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ทางซีกโลกตะวันออกถ้านับตามเวลาแล้วน่าจะมีความพร้อมจำหน่ายในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2561 ซึ่งจะล่าช้ากว่าเล็กน้อย (เป็นเพียงการคาดการณ์)

ที่มา : videocardz

Share This:

918 ผู้เข้าชม

ทดสอบอุนหภูมิ AMD Ryzen 5 2400G หลังทำการ Delidded

 

ในสัปดาห์นี้ AMD ได้เปิด APU รุ่นใหม่ใน Ryzen 2000G Series ซึ่งมีรายงานว่า APUs มีการใช้การระบายความร้อนจากตัว Die สู่กระดองซีพียูที่ลดคุณภาพลงซึ่งจะทำให้การลดความร้อนได้ไม่ดีเท่าไหร่ซึ่งตรงข้ามกับการบัดกรี

Overclocker der8auer ได้ทำการนำ APU Ryzen 5 2400G นำมาถอดกระดองซีพียูออกและได้ทดสอบเปลี่ยนสารนำความร้อนระหว่าง Die และกระดองซีพียูเป็น Grizzly Kryonaut + Conductonaut ซึ่งได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบความร้อนและอุณหภูมิก่อนและหลังการทดลอง ในการถอดกระดองซีพียู APUs  AMD Ryzen G Series สามรถใช้งาน Delid Die Mate 2 (DDM2) ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานกับ Intel IHS ได้ทันที

หลังจากการเปลี่ยนมาใช้งาน Grizzly Kryonaut + Conductonaut กับ APU แล้วโดยมีการใช้งานความถี่พื้นฐาน และในโหมดการ Overclock ไปใช้งานที่ 3975MHz โดยใช้งานเพียงฮิตซิ้งแบบลมในการระบายความร้อนออกจากตัว CPU ซึ่งในโหมดการใช้งานความถี่พื้นฐานและโหมดการ Overclock จะเห็นได้ว่าความร้อนจะลดลงไปประมาณ 10 องศาหลังจากทำการ Delidding แล้ว

 

ในท้ายที่สุดการทำเช่นนี้จะช่วยลดความรอ้นของตัว APU ได้เป็นอย่างมากซึ่งจะเหมาะสมกับตลาด HTPC ซึ่งได้รับประโยชน์จากการที่จะสามารถใช้ระบบระบายความร้อนตัวขนาดเล็กลงให้เหมาะสมกับพื้นที่ภายในตัวเครื่องมากขึ้น สำหรับในเวลานี้ทาง der8auer กำลังเปิดขาย CPU ที่ได้ทำการ Delid Die Mate แล้ว ซึ่งหน่วยประมวลผลเหล่านี้จะถูกคัดไว้ก่อนหน้าซึ่งก็ถือว่าเป็นการทำงานให้ได้อีกทางหนึ่งในเวลานี้

ที่มา : guru3d

Share This:

1K ผู้เข้าชม

AMD Ryzen “Raven Ridge” ไม่สามารถใช้งาน PCIe Lanes ได้เต็มประสิทธิภาพ

 

AMD เปิดตัว APU Ryzen “Raven Ridge” ซึ่งเป็น APU รุ่นแรกที่ได้รวม CPU สถาบัตยกรรม “Zen” แบบ Quad-Core พร้อมกับชิพกราฟิก GPU จากสถาบัตยกรรม “Vega” ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าจับตามองมากตัวหนึ่ง ด้วยประสิทธิภาพที่ขึ้นชื่อจาก VEGA GPU ที่ได้แสดงประสิทธิภาพใน AMD Radeon RX VEGA 56 และ RX VEGA 64 มาแล้ว

PCI-Express Gen 3.0 x16 จะใช้ได้ที่ 8x

ส่วนของ PCI-Express เห็นได้ชัดว่าตัวชิป Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G สามารถใช้งานสล็อต PCI-Express Gen 3.0 ได้เพียงแค่ 8 Lanes สำหรับการเชื่อมต่อกับกราฟิกภายนอกแยกต่างหาก ซึ่งจะแบ่งไปใช้ 4 Lanes ไปให้ใช้กับชิปเซ็ต และอีก 4 Lanes สำหรับ NVMe 32 Gbps M.2 ซึ่งนั่นหมายความว่าสำหรับผู้ใช้งานการ์ดแสดงผลใดๆ ที่ต้องการเชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เฟต PCI-Express 3.0 x16 และได้ทำการติดตั้งอยู่บนสล็อต PCI-Express 3.0 x16 จะทำงานที่ครึ่งแบนด์วิธซึ่งจะทำงานได้ที่ PCI-Express 3.0 x8 เท่านั้น ซึ่งแบนวิชของ PCI-Express จากการสังเกตุจะพบว่าถูกนำไปใช้งานกับการเชื่อมต่อ VEGA GPU ที่อยู่บนตัว APU อยู่ 8 Lanes ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะเท่ากับ 24 Lanes ที่เท่ากับ Ryzen 1000 Series นั่นเอง

AMD ยืนยันการเชื่อมต่อระหว่าง CCX และ iGPU ผ่าน Infinity Fabric ไม่ใช่ PCIe

สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน PCI-Express ในชนิดต่างๆ จะมีผลกับการใช้งานกับ GPU ระดับไฮเอนด์มากกว่าเพราะด้วยการสูญเสียประสิทธิภาพในข้อแตกต่างการส่งข้อมูลระหว่าง PCI-E Gen 3.0 x16 และ PCI-E Gen 3.0 x8 ซึ่งผู้ใช้งานกราฟฟิกที่ไม่ได้ต้องการการส่งข้อมูลมากนักในกราฟฟิกการ์ดระดับกลางลงมาก็ไม่ถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญมากนัก ซึ่งอย่างไรก็ตามปัญหานี้กลายเป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้ส่วนน้อยที่ได้ใช้งานโปรเซสเซอร์ร่วมกับเมนบอร์ดชิปเซ็ต AMD X370 ซึ่งใช้งานกราฟฟิการ์ดผ่านสล็อค PCI-E x16 ตัวที่สองซึ่งเมื่อทำการติดตั้งกราฟฟิกการ์ดอีกตัวเข้าไปที่ PCI-E x16 ตัวแรกแล้วจะไม่มีการทำงาน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าการติดตั้งกราฟฟิกการ์ดของ NVIDIA ในโหมดการทำงาน SLI จะไม่สามารถทำงานได้แม้กระทั่งบนเมนบอร์ดที่ใช้งานชิพเซ็ต X370 ที่มีการรับรองการทำงาน SLI แม้ว่าจะมีการโต้แย้งว่ากระบวนการจัดสรร PCIe Lanes ภายในให้กับ iGPU 8 Lanes จากทาง PEG ของ AMD ยืนยันว่าสถาบัตยกรรม “Zen” ซึ่งใช้งาน CCX และ “Vega 11” ที่ติดตั้ง iGPU จะเชื่อมต่อกันผ่าน Infinity Fabric ไม่ใช่ PCIe Lanes

AMD ได้ตอบคำถามกรณีที่เกิดขึ้นไว้ดังนี้

ตลาดเป้าหมายสำหรับ Raven Ridge, PC builders หรือ DIYers ที่ให้ความสำคัญกับตลาดกราฟิกผ่านชิพ SoC จะเลือกใช้งานเมนบอร์ดชิพเซ็ต B350 หรือ A320 ซึ่งส่วนมากไม่ได้ใช้กราฟฟิกการ์ดแยก โดยผู้ซื้อเมนบอร์ดชิพเซ็ต X370 มักจะซื้อ Ryzen ระดับไฮเอนด์เช่น Ryzen 5 6-core และ Ryzen 7 8-core เพื่อให้เข้ากันกับเมนบอร์ด สำหรับตลาดส่วนใหญ่การอัพเกรดจากกราฟิกโปรเซสเซอร์ภายในที่ถูกติดตั้งใน Ryzen 5 2400G หรือ Ryzen 3 2200G ไปเป็น GPU แบบแยกเดี่ยวนั้นเพียงพอแล้วที่จะให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ได้รับจากการ์ดกราฟิกแยก เช่น Radeon RX VEGA64 และ Radeon RX 580 และวันนี้ผู้ซื้อเหล่านี้ สามารถเลือกใช้งานโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อป Ryzen 1st Generation ของเรารวมถึง Ryzen 5 1500X และ Ryzen 3 1300X ที่ยังคงมีอยู่สำหรับผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญกับการใช้งาน PCIe Lanes

นอกจากนี้เราคาดหวังไว้ให้ผู้ซื้อที่ต้องการใช้งาน Multi GPU ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งาน ผู้บริโภคเหล่านี้จะมีความสนใจในแพลตฟอร์มของ Threadripper ที่นับว่าน่าสนใจอย่างมากด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของ PCIe และแบนด์วิดท์หน่วยความจำขนาดใหญ่จัดเป็นคุณลักษณะเสริมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการประมวลผลหลาย GPU และเกมส์

Raven Ridge ถูกสร้างขึ้นด้วยพื้นฐานสำหรับโน้ตบุ๊คที่เน้นความบางเฉียบ แต่สมรรถนะสูง แต่ก็ยังรวมไปถึงเดสก์ท็อปที่ให้ประสิทธิภาพได้ดี สามารถทำได้ด้วยความสามารถในการปรับขนาดแล้วนำมารวมกันของ "Zen" และ "Vega" เชื่อมต่อกันด้วย AMD's Infinity Fabric ได้มอบประสิทธิภาพและคุณสมบัติเด่นด้านกราฟิกที่ดี ผ่านการทำงานบนแพลตฟอร์ม Socket AM4 นั่นหมายความว่ามีทางเลือกให้สำหรับผู้ใช้งานที่จะเริ่มต้นด้วยเมนบอร์ดระดับเริ่มต้นและ CPU สามารถอัพเกรดการ์ดกราฟิกแยกเพิ่มเติมต่างหากในภายหลัง

ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

ด้วยประสิทธิภาพของ Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G ที่ได้มีผลการทดสอบอย่างเป็นทางการออกไปแล้วนั้น การที่ขาดการทำงานของ Lanes PCI-E Gen 3.0 ไปบ้างนั้นน่าจะไม่กระทบจนเป็นประเด็นใหญ่ ด้วยผู้ใช้งานที่เล็งการใช้งานในส่วนของ APU โดยมากแล้วนิยมการใช้งานเพื่อการใช้งานกราฟฟิกภายในเสียมากกว่า ซึ่งการเชื่อมต่อที่มีก็เพียงพอแล้ว และด้วยทาง AMD ได้ออกมายืนยันว่าการเชื่อมต่อ CPU และ ซึ่งใช้งาน CCX และ iGPU ได้ทำการเชื่อมต่อกันผ่าน Infinity Fabric ไม่ใช่ PCIe Lanes แล้วก็น่าจะเป็นเพียงบัคเพียงเล็กน้อยที่น่าจะสามารถแก้ไขได้ด้วยการอัพเดตไมโครโค๊ต (BIOS บนตัวเมนบอร์ด) ได้

ที่มา : techpowerup

Share This:

6.3K ผู้เข้าชม

รวมผลทดสอบ AMD Ryzen 5 2400G Benchmark & Gaming ก่อนเปิดตัวจริง

 

AMD Ryzen 5 2400G

APU Ryzen 2000 Series เป็น APU ที่เตรียมไว้ให้สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปของ AMD โดยมีการเปิดตัวจำนวนสองรุ่นคือ Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G โดยวางเป้าหมายไปที่ตลาดทั่วไปที่งบประมาณไม่เกิน 6000 บาท

APU Ryzen 5 2400G เป็นโปรเซสเซอร์แบบ Quad-Core ที่มีเทคโนโลยี SMT ทำให้มีแกนประมวลจำลองมากถึง 8 Thread APU รุ่นนี้มีการเพิ่มของสัญญาณนาฬิกาเพิ่มขึ้นให้สูงกว่า Ryzen 5 1500X ดังนั้นในทางทฤษฎีในการทำงานแล้วก็สมควรจะมีความเร็วขึ้นได้ด้วยการใช้สถาบัตยกรรม ZEN เช่นเดียวกันแตกต่างที่ได้ลดจำนวน L3 Cache และไม่เพียงแค่นั้นยังมีกราฟิกในตัวที่ได้รวม Radeon RX Vega 11 ที่มีจำนวน 704 Stream Processors เข้ามาด้วย ซึ่งก็มีความแรงเป็นรอง Radeon RX 550 หรือ GeForce GT 1030 อยู่บ้างแต่ถ้าเทียบกับราคาแล้วก็ถือว่าไม่ได้จ่ายเพิ่มจาก R5 1500X มากเท่าไหร่

AMD Ryzen 5 2400G ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในปัจจุบันที่การแสวงหากราฟฟิกการ์ดเพื่อมาใช้ในการแสดงผลอาจจะเรียกว่าหาได้ยากในปัญจุบัน หรือผู้ที่ไม่ได้เน้นประสิทธิภาพที่สูงมากนักในการแสดงผล อีกทั้งผู้ที่ต้องการรอการ์ดซีรี่ใหม่จากทั้งทาง AMD และ Nvidia (โดยเฉพาะ Nvidia ที่มือข่าวลือว่าจะมีการเปิดตัวในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้) ซึ่งราคาปัจจุบันนี้ราคากราฟฟิกการ์ดที่ประสิทธิภาพระดับกลางถึงสูงนั้นก็มีการปรับราคาเพิ่มจากราคาเปิดตัวขึ้นไปด้วย หลายๆ คนอาจทำการฉลอการซื้อไว้ก่อนก็เป็นได้

มีผลทดสอบโดยคลิปวิดีโอนี้แสดงให้เห็นถึงผลการทดสอบ 3DMark FireStrike, FireStrike Extreme, TimeSpy, Cinbench MT, World of Tanks, World of Warships และเกม MMO RPG อื่น ๆ

ผลการทดสอบส่วนของ CPU

 Processor Cinebench R15 MT
Intel Core i7-7700K
963
AMD Ryzen 5 2400G
787
AMD Ryzen 5 1500X
783
AMD Ryzen 5 1400
665

ผลการทดสอบกราฟฟิก

Processor FireStrike FireStrike Extreme Time Spy
Radeon RX 550 4GB
 4338
 1795
 1210
GeForce GT 1030
 3743
 1673
 1106
Ryzen 5 2400G w/ RX Vega 11
 3139
 1390
961

รูปภาพผลการทดสอบ

ที่มา : videocardz

Share This:

884 ผู้เข้าชม

ลือผลทดสอบ 3DMark ของ AMD Ryzen 5 2400G ที่กำลังจะเปิดตัว!

 

กำหนดการในการเปิดตัวของ AMD Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G นั้นใกล้เข้ามาแล้ว โดยมีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 ที่จะถึงนี้ ซึ่งได้มีการส่งชุดทดสอบไปถึงมือของหลายๆ คนแล้วเพื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพของตัวผลิตภัณฑ์ และเป็นเหมือนว่าจะปกติไปเสียแล้วที่จะมีผลการทดสอบแบบแอบๆ ออกมาในชื่อของผลิตภัณฑ์ที่ไม่รู้จักก่อนทำการเปิดตัวจริง และจากฐานข้อมูลการทดสอบของ 3DMark ได้ปรากฎชื่อของ VGA และ CPU ที่ไม่รู้จัก

ยังไม่เป็นที่ประจักษ์!

 

ต้องบอกก่อนว่าข้อมูลที่ได้รับนี้ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าจะเป็น AMD Ryzen 5 2400G ซึ่งไม่ได้ระบุถึงของข้อมูลใดๆ ได้แม้แต่น้อยจากผู้ใช้งานชื่อ caden เพียงแต่เป็นการคาดการณ์เท่านั้นว่าข้อมูลที่ได้รับนี้เป็นข้อมูลของ Ryzen 5 2400G

Ice Storm

ผลทดสอบแรกนั้นมาจาก 3DMARK Ice Store ซึ่งออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์ที่เน้นการทำงานไม่หนักมาก เช่นโทรศัพท์มือถือซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ค่อนข้างดีสำหรับ Raven Ridge เนื่องจากสร้างขึ้นเพื่อผู้ใช้งานทั่วไปต้องการประสิทธิภาพในเกมส์บ้างเล็กนอ้ย ไม่ได้เน้นการเล่นเกมส์เป็นหลัก สำหรับผลทดสอบ Ice Storm สามารถตรวจสอบได้ที่ลิงห์นี้

Firestrike

ต่อมากับผลทดสอบจาก Firestrike แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่น่าทิึ่งสำหรับ Ryzen 5 2400G ที่สามารถให้คะแนน Graphics Score มากถึง 5882 คะแนน มีคะแนน Physics Score ที่ 10762 คะแนน จากผลทดสอบนั้นจะเห็นได้ว่ามีคะแนนอยู่ในระดับทั่วไปที่น่าจะใช้งานในการเล่นเกมส์ในระดับ HD ได้อย่างไม่ยากลำบากนัก สำหรับผลทดสอบ Firestrike สามารถตรวจสอบได้ที่ลิงห์นี้

Time Spy

Time Spy ได้เป็นมาตรฐานสำหรับการทดสอบ DX12 ซึ่งการคาดหวังของผลการทดสอบนั้นอาจไม่ได้มากนัก แต่ก็นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการทดสอบเช่นกันในการทดสอบประสิทธิภาพของชิพกราฟฟิก Vega 11 ซึ่งการทดสอบของ DX12 ก็ให้ประสิทธิภาพในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยผลทดสอบ Time Spy สามารถตรวจสอบได้ที่ลิงห์นี้

อย่าพึ่งเชื่อจนกว่าผลทดสอบจริงจะออกมา!

ต้องบอกอีกครั้งว่าผลการทดสอบที่นำออกมานั้นยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็น AMD Ryzen 5 2400G ได้แน่ชัด แต่เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น แต่จากองค์ประกอบของข้อมูลที่แสดงนั้นมีความน่าเชื่อถือค่อนข้างมาก ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็น Ryzen 5 2400G ซึ่งเมื่อเทียบกับการทดสอบที่ออกมาก่อนหน้าของ AMD A12 9800 PRO ที่ใช้งานบนซ๊อคเก็ต AM4 ที่เหมือนกันแล้วจะเห็นได้ว่ามีประสิทธิภาพโดยรวมมากถึง 168.8% โดยผลการทดสอบนั้นจะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพนั้นดูดีขึ้นในทุกผลการทดสอบ

ในตอนนี้เราจะเห็นได้ว่ามีการเปิดให้จอง AMD Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G เพื่อที่จะได้ให้ผู้ที่ต้องการใช้งานสามารถเลือกซื้อหามาใช้งานได้ในวันแรกที่เปิดจำหน่าย แต่สำหรับใครที่ยังลังเลอยู่ก็อาจจะรอดูผลการทดสอบอย่างเป็นทางการจากหลายๆ ที่ก่อนก็ได้ เพื่อเปรีบบเทียบก่อนทำการตัดสินใจที่จะนำมาใช้งาน เพื่อให้สามารถเลือกใช้งาน CPU ที่เข้ากับการทำงานมากที่สุดนั่นเอง

ที่มา : wccftech

Share This:

4.2K ผู้เข้าชม

ลือ! ราคาเปิด AMD Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G ในไทย

 

ใกล้กำหนดเวลาการเปิดจำหน่ายของ AMD Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G เต็มทีในบ้านเรา ซึ่งนับว่าเป็น CPU ที่มีกระแสข่าวมากสุดในเวลานี้ก็ได้ ด้วยการที่จะเป็น CPU ที่มีกราฟฟิกมาให้ในตัวหรือที่เรียกว่า APU โดยเฉพาะกราฟฟิกที่ได้ติดตั้งมาให้นั้นก็ไม่ใช่ Polaris เสียด้วย แต่กลับใช้เพียง GCN Radeon R7 Series ในตัวของ A12 9800 ให้ใช้งานร่วมกับหน่วยความจำชนิด DDR4 บน Socket AM4 ที่ใช้กับ CPU Ryzen ที่ได้เปิดตัวไปในเดือนเมษายน พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา

VEGA GPU ในตัวไม่ต้องซื้อเพิ่ม

ทางด้านความแรงแล้วคงไม่ต้องบอกมากสำหรับ APU ด้านกราฟฟิกนั้นมีความเร็วถึงจะไม่เท่ากับกราฟฟิกการ์ดในซี่รี่เดียวกัน แต่ว่าความสามารถนั้นก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากราฟฟิกที่ติดบนตัว CPU ตัวใดเลยแม้แต่น้อยสำหรับ AMD APU A-Series แต่ว่าจะมีปัญหาบ้างก็จะเป็นเรื่องความร้อนที่ด้วยตัวพื้นฐานโครงสร้างของตัวเองแล้วมาจากการใช้งานกระบวนการผลิตที่ 28nm เรี่อยมาไม่ได้ปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด และด้วยสถาบัตยกรรมของ CPU ที่ใช้งาน Bristol Ridge ด้วยแล้วที่แม้จะทำงานบน Socket AM4 แต่ประสิทธิภาพก็ยังไม่สามารถเทียบกับ AMD Ryzen ได้

คงไม่ต้องบอกว่า AMD RX VEGA นั้นมีประสิทธิภาพเพียงใดซึ่งจาก VEGA56/64 ที่เปิดตัวไปนั้นก็เป็นคู่ต่อสู้ให้กับ Nvidia GTX 1070/GTX 1080 Series ซึ่งในเวลานี้ก็ยังไม่มีกราฟฟิกการ์ดรุ่นเล็กรองลงมาจำหน่ายในตลาด ซึ่งยังคงปล่อยให้ RX 500 Series ทำการจำหน่ายอยู่ จึงเป็นโอกาศอันดีที่ใครอยากจะสัมภัสประสบการใช้งานงาน AMD VEGA GPU อาจจะเลือกหาใช้งาน APU ที่ใช้งาน VEGA GPU มาใช้งานก็ได้ ซึ่งทั้ง AMD Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G นั้นได้ประกาศราคากลางจาก AMD มาในราคา $99 และ $169 ตามลำดับ (ไม่รวมภาษีของแต่ละประเทศ) ดูไปแล้วก็ไม่ได้สูงมากเพราะทั้งสองเป็น CPU ที่มีจำนวนแกนประมวลผลจำนวน 4 Core แตกต่างที่ Ryzen 5 2400G จะเพิ่มการทำงานของเทคโนโลยี SMT เข้ามาทำให้มีแกนประมวลผลเสมือนเพิ่มเข้ามาอีกเท่าตัวทำให้มองเห็นได้เป็น 8 Thread

ถ้าดูแล้วการวางตลาดเดิมของ APU Series จะวางตลาดมาต่อกรกับ Intel Pentium ซึ่งมาในครั้งนี้ได้ปรับเปลี่ยนใหม่ โดย APU Raven Ridge นั้นได้ประกาศจุดยืนในการต่อสู้กับทาง Intel Core i3/i5 Series จากสไลท์เปิดตัวในงาน CES 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งก็คงไม่น่าแปลกใจอะไรเท่าไหร่ เพราะว่าตัวของ CPU ที่ใช้งานไม่ได้ลดทอนอะไรมากจาก CPU Ryzen 1000 Series ที่จะลดไปบ้างก็ในส่วนของ Cache L3 เท่านั้นที่เหลือเพียง 4MB ทั้งสองรุ่น ซึ่งก็คงไม่น่ากระทบเท่าไหร่ในส่วนของประสิทธิภาพการทำงาน

สำคัญที่ราคา

อย่างที่ทราบกันว่าราคาของ AMD ในประเทศไทยแต่เดิมมีความผันผวนค่อนข้างมาก แต่สำหรับ AMD Ryzen Series แล้วมีการปรับราคาให้ตรงกับการประกาศจากทาง AMD ให้มากที่สุด ซึ่งบางรุ่นมีราคาที่ถูกกว่าก็มี (ราคาประเทศไทยจะมีการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เข้าไปด้วย) สำหรับในตอนนี้มีการเปิดราคาอย่างไม่เป็นทางการสำหรับ AMD Ryzen 3 2200G ราคาประมาณ 3,690 บาท ส่วน AMD Ryzen 5 2400G ราคาประมาณ 5,990 บาท ซึ่งต้องรอดูวันจัดจำหน่ายจริงว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่ แต่คาดว่าถ้าปรับก็ไม่น่าจะแตกต่างจากนี้มากเท่าไหร่

Ryzen 5 2400G Ryzen 3 2200G
Core 4 4
Thread 8 4
CPU Clock 3.6 GHz 3.5 GHz
Turbo Clock 3.9 GHz 3.7 GHz
L2 Cache 2 MB 2 MB
L3 Cache 4 MB 4 MB
Graphics Vega 11 Vega 8
Shader 704 512
Max GPU Clock 1,250 MHz 1,100 MHz
Memory Support DDR4-2933 DDR4-2933
CTDP 45-65 W 45-65 W
TDP 65 W 65 W
Price ~฿5,990  ~฿3,690

Share This:

3.6K ผู้เข้าชม

ฝันค้าง Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G ถูกถอดท่าไม้ตาย

 

ใกล้มากกับการรอคอยการเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ AMD Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G ซึ่งนอกจากประเด็นต่างๆที่น่าจับตามองแล้ว สิ่งที่หลากหลายคนยังสงสัยอยู๋นั่นคือความสามารถในการทำงาน Dual Graphic ที่เคยเป็นจุดเด่นในการใช้งาน APU มาตั้งแต่สมัย FM1

CrossFireX คือ?

ถ้าให้ท้าวความแล้วในการทำระบบแบบนี้มีมาตั้งแต่สมัย AM2+ ที่มีการใช้งาน North Bridge : AMD® 780G ที่ใช้งานชิพกราฟฟิก ATI™ Radeon HD3200 มาให้ในตัวโดยสามารถทำงานโหมด ATI Hybrid Graphics ทำให้สามารถใช้งานกับกราฟฟิกการ์ดที่นำมาใส่เพิ่มเติมได้ซึ่งจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพของกราฟฟิกดีขึ้นกว่าเล่นการ์ดตัวเดียวมากถึง 1.75 เท่าตัวซึ่งถือเป็นความตื่นเต้นในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ ซึ่งรุ่นสุดท้ายที่การสนับสนุนการทำงาน ATI Hybrid Graphics จะเดินทางมาถึงชิพเช็ต North Bridge : AMD® 880G (ATI Radeon™ HD 4250) ก่อนการเปลี่ยนถ่ายมาเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงด้วยการแยกใช้งานซ๊อคเก็ตของ CPU และ APU อย่างชัดเจน ด้วยการเปิดซ๊อคเก็ต FM1 ขึ้นมาใหม่ โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้ยกเลิกการใช้งานชิพเซ็ต North Bridge ไปคงเหลือเพียง Southbridges ไว้เพียงตัวเดียว และย้ายการทำงานของ VGA และ Memory Contoler ไปไว้บนตัว CPU แทนเหมือนกับที่ Intel ทำบนตัวของ CPU Core I ที่มีการติดตั้ง iGPU เข้ามาด้วยในตัว CPU ซึ่งทำให้ซ๊อคเก็ต FM1 ได้เปิดเทคโนโลยีใหม่คือระบบ Dual Graphic ทำให้สามารถใช้งานกราฟฟิกการ์ดในตัว CPU ร่วมกับกราฟฟิกการ์ดที่นำมาต่อพ่วงได้ด้วย ซึ่งก็ได้ใช้งานเรื่อยมาจนถึง FM2+ (ตามจริงแล้วจะมีซ๊อคเก็ต AM1 อีกหนึ่งซ๊อตเก็ตที่ออกมาเสริมอีกด้วย)

สำหรับในตัวซ๊อตเก็ต AM4 นั้นเป็นการกลับมาอีกครั้งการรวมซ๊อคเก็ตไม่ได้แยกกันเหมือนสมัย FM2 และ AM3 ซึ่งเมนบอร์ดที่ใช้งาน AM4 เกือบทุกรุ่นจะมีการติดตั้ง Display Output มาให้ใช้งานได้แต่เริ่มต้น จะมีเพียงบางรุ่นในรุ่นใหญ่ๆ เท่านั้นที่จะตัดออกไปและเลือกทดแทนด้วยฟังก์ชั่นอื่นเข้ามาแทนสำหรับรุ่นที่ใช้งานชิพเซ็ต AMD X370 แต่โดยมากก็มีมาให้ซึ่งมีให้เลือกใช้งานทั้ง VGA, DVI, HDMI, Display Port หรือแม้กระทั้ง USB3.0 Type C ที่สามารถนำไปต่อออกจอภายนอกได้ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าผู้ผลิตเมนบอร์ดจะเลือกติดตั้งพอร์ดใดมาให้บ้าง

ไม่สนับสนุน Dual Graphic สำหรับ Raven Ridge!

AMD Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G เลือกใช้งาน VEGA GPU เข้ามาใช้งานภายในตัวโดยมีให้เลือกใช้งาน RX VEGA 8 และ RX VEGA 11 ตามลำดับซึ่งดูแล้วระบบ Dual Graphic น่าจะสามารถใช้งานได้แต่ว่าในตอนนี้จากการยืนยันผ่านเว็บไซต์หลักของ AMD นั้นได้ออกมาประกาศถึงระบบ Dual Graphic ที่จะไม่สามารถใช้งานได้กับ APU ทั้งสองรุ่นที่กำลังจะมีการเปิดจำหน่ายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 นี้

Ryzen 5 2400G Ryzen 3 2200G
Core 4 4
Thread 8 4
CPU Clock 3.6 GHz 3.5 GHz
Turbo Clock 3.9 GHz 3.7 GHz
L2 Cache 2 MB 4 MB
L3 Cache 2 MB 4 MB
Graphics Vega 11 Vega 8
Shader 704 512
Max GPU Clock 1,250 MHz 1,100 MHz
Memory Support DDR4-2933 DDR4-2933
CTDP 45-65 W 45-65 W
TDP 65 W 65 W
Price $169.00 $99.00

สำหรับในตอนนี้ต้องรอติดตามต่อไปว่าทาง AMD นั้นจะมีการแก้ไขถึงข้อมูลที่ได้นำออกมาอย่างไร เพราะว่าสำหรับทั้ง Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G นั้นกราฟฟิกที่ติดตั้งมาให้นั้นเป็น RX VEGA ซึ่งยังไม่มีกราฟฟิกการ์ดในรุ่นระดับกลาง ก็คงบอกได้ยากถึงอนาคต เพราะดูได้จากการสนับสนุนของหน่วยความจำของ AMD Ryzen 1000 Series บน AMD Chipset 300 Series นั้นได้ปรับการสนับสนุนความเร็วของหน่วยความจำจากเดิม 3466 MHz ได้ถูกปรับให้เลือกใช้งานได้มากถึง 4000 MHz หลังจากออก AGISA 1.0.0.4 ให้ผู้พัฒนาเมนบอร์ดไปปรับปรุง BIOS มาให้ผู้ใช้งาน CPU AMD ทำให้แอบมีลุ้นว่าในตัวของ AMD Ryzen Raven Ridge อาจมีการปรับปรุงให้สนับสนุนระบบ Dual Graphic ในภายหลังก็เป็นได้

 

ที่มา : amd

Share This: