531 ผู้เข้าชม

AMD เปิดตัว Ryzen 5 2600H/Ryzen 7 2800H สำหรับ Gaming Notebook

 

 

AMD ได้มีการเปิดเผยข้อมูล Ryzen 7 2800H และ Ryzen 5 2600H ไว้บนเว็บไซต์ซึ่งจะยังคงใช้งานสถาปัตยกรรม Raven Ridge เหมือนกับที่ใช้งานบน Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเมื่อจะยังคงใช้งานสถาปัตยกรรมกราฟิกจาก VEGA แต่มีสิ่งที่ปรับเปลี่ยนอยู่เล็กน้อยที่จะเป็น CPU ที่ออกมาให้สนับสนุนการทำงานของหน่วยความจำ DDR4-3200 ตั้งแต่เริ่มต้นเลย

 

สำหรับทั้งสองรุ่นจะมีการปรับค่า TDP 45 W (Thermal Design Power) ซึ่งจะต่ำกว่า TDP 65 W ที่พบบนเดสก์ท็อป แต่จะยังมีค่าที่สูงกว่ารุ่น R5 2500U/R7 2700U ที่จะมีค่า TDP 15W ส่วนการสนับสนุน DDR4-3200 นับได้ว่าเป็นสัญญาณที่น่ายินดีเนื่องจากอย่างที่รู้กันว่า Raven Ridge ที่มีการใช้งานสถาบัตยกรรมกราฟฟิกจาก VEGA GPU นั้นความเร็วของหน่วยความจำนั้นจะส่งผลต่อการทำงานของกราฟฟิกเป็นอย่างมาก

 

Ryzen 7 2800H มาพร้อมกับ VEGA GPU 11 CU(Compute Unit) 704 Stream Processor ส่วนตัว CPU นั้นมีการปรับความเร็วสูงสุดไว้ที่ 3.8GHz นั้นน่าจะส่งผลให้การใช้งานในโหมดเกมส์มิ่งมีความลงตัวมากขึ้นแม้ไม่ได้พึ่งกราฟฟิกแยกตัว ถ้าจะต้องมีการใช้งานกราฟฟิกการ์ดแยกก็ควรจะเป็น GTX 1060 หรือ RX470/570 ซึ่งดูจะเหมาะสม ส่วน Ryzen 5 2600H นั้นแม้จะยังคงใช้ VEGA GPU 8 CU (512 Stream Processor) เหมือนเช่นเดิมกับ Ryzen 5 2500U  แต่ด้วยการปรับความเร็วของตัว CPU ที่สูงขึ้นถึง 3.6GHz จะส่งผลโดยรวมกับการใช้งาน

 

สิ่งสำคัญในการเลือกใช้งาน VEGA GPU ที่มาในรูปแบบ APU นี้นั้นการเลือกใช้งานหน่วยความจำนั้นควรจะใช้งานในรูปแบบ Dual-DDR4 (ใส่แรมแบบคู่) เพื่อให้การทำงานของ GPU นั้นสามารถแสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่

 

Ryzen 7 2800H
Ryzen 7 2700U
Ryzen 5 2600H
Ryzen 5 2500U
Athlon 200GE Ryzen 3 2200G
Ryzen 5 2400G
TDP
45W (35-54W cTDP) 15W (12-25 cTDP) 45W (35-54W cTDP) 15W (12 -25 cTDP) 35W 65W 65W
Architecture
Zen Zen Zen Zen Zen Zen Zen
Process
14nm 14nm 14nm 14nm 14nm 14nm 14nm
Cores / Threads
4 / 8 4 / 8 4 / 8 4 / 8 2 / 4 4 / 4 4 / 8
Frequency Base / Boost (GHz)
3.3 / 3.8 2.2 / 3.8 3.2 / 3.6 2.0 / 3.6 3.2 / – 3.5 / 3.7 3.6 / 3.9
Memory Speed
DDR4-3200 DDR4-2933 DDR4-3200 DDR4-2933 DDR4-2677 DDR4-2933 DDR4-2933
Memory Controller
Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel
Cache (L3)
4MB 4MB 4MB 4MB 4MB 4MB 4MB
Integrated Graphics
Radeon Vega 11 (11 CU) 1,300 MHz Radeon Vega 10 (10CU) Radeon Vega 8 (8 CU) 1,100 MHz Radeon Vega 8 (8CU) Radeon Vega 3 (3 CU) Radeon Vega 8 (8 CU) 1,250 MHz Radeon Vega 11 (11 CU) 1,100 MHz
Unlocked Multiplier
Yes Yes Yes Yes No Yes Yes

 

ที่มา : tomshardware

Share This:

1.8K ผู้เข้าชม

AMD Ryzen 7 2700X ผลการทดสอบและการโอเวอร์คล๊อกก่อนการเปิดตัวจากผู้ใช้งานชน Ryzen 1700 เต็มๆ

 

ในขณะที่การเปิดตัว CPU AMD Ryzen Gen 2 กำลังเข้าสู่การเปิดตัวในเร็ววันนี้ สิ่งที่ใครหลายๆ คนยังคงต้องสงสัยอยู่อีกนิดหน่อยที่หนีไม่พ้นคือผลการทดสอบในด้านต่างๆ จากตัว CPU โดยเฉพาะข้อสงสัยของใครหลายๆ คนที่ว่า ตกลงแล้ว CPU แรงกว่า Ryzen Gen 1 มากเท่าไหร่ ซึ่งจากที่เคยนำเสนอไปแล้วหลายๆ ผลการทดสอบในครั้งนี้ก็มีอีกผลการทดสอบที่น่าสนใจของ Cinebench R15 ที่น่าสนใจประกอบด้วย

AMD Ryzen 7 2700X Packaging with Wraith Prism Cooler

ส่วนแรกที่น่าสนใจก็คือการที่ AMD Ryzen 7 2700X นั้นจะมาพร้อมแพ็กเกจขนาดใหญ่ ด้านในนั้นบรรจุ Wraith Prism Cooler ซึ่งส่วนอื่นๆ จะเหมือนกับแพ็จเกจของ Ryzen 7 1700 เลยก็ว่าได้ ส่วนที่ระบุไว้บนตัวกล่องระบุจำนวน Core ไว้ชัดเจนคือ 8 Core 16 Thread มีความเร็วพื้นฐาน 3.7 GHz Boost 4.3 GHz ส่วนตัวกระดอง CPU จะเหมือนกับ Ryzen Gen 1 ต่างเพียงตัวเลขเท่านั้น

Wraith Prism Cooler ที่มีมาพร้อมกับ Ryzen 7 2700X นั้นจะเป็นพัดลมในรูปแบบ RGB ซึ่งจะไม่เหมือนกับ Wraith Max ที่เป็น LED ซึ่งสามารถแสดงแสงใล่โทนสีได้

AMD Ryzen 7 2700X Overclocked to 4.3GHz With Corsair H90 Cooler

สิ่่งอีกอย่างที่หลายๆ คนรอคอยเพื่อเป็นการไม่เสียเวลานาน ขอเกริ่นก่อนว่า Ryzen Gen 2 นั้นจะมีการทำงานที่ีเร็วกว่าประมาณ 300 – 400 MHz จาก Ryzen Gen 1 สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ ผู้ทดสอบสามารถ Overclock ได้ถึง 4.3 GHz จับคู่กับเมนบอร์ด Gigabyte AX370 Gaming 5 โดยใช้ระบบระบยความร้อนเป็น Corsair H90 Cooler ซึ่งสามารถ Overclock ได้ดีกว่า 1800X

ผลการทดสอบจาก Cinebench R15 มีส่วนที่น่าสนใจอย่างมาก ซึ่งเมื่อทำการ Overclock ที่ความเร็ว 4.3 GHz แล้วมีผลคะแนนสูงถึง 1,945 pts ซึ่งคะแนนที่ได้ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับ Intel® 8-core Skylake-X i7 7820X และมากกว่า 3 เท่าของคะแนน FX 8370 ซึ่งเป็นซีพียูหลักของ AMD รุ่นก่อนหน้านี้ ส่วนผลคะแนนอื่นๆ แสดงได้ตามตารางด้านล่าง

Clock Score
Ryzen 7 2700X @4.30 GHz 1945
Ryzen 7 2700X @4.27 GHz 1927
Ryzen 7 2700X @4.02 GHz 1821
Ryzen 7 2700X @3.97 GHz 1791

จากผลการทดสอบ AMD Ryzen 7 2700X เมื่อเทียบกับ Ryzen 7 1700 เมื่อดูจากผลคะแนน 2700X แล้วเมื่อเทียบกับ 1700 แล้วที่คะแนน 1791 pts นั้น 2700X จะใช้คล็อคเพียง 3.97 GHz แต่ว่า 1700 จะต้องใช้ความเร็วถึง 4.02 GHz แต่เมื่อความเร็วของ 2700X ที่ความเร็วเท่ากับ 1700 แล้วคะแนนที่ได้สูงถึง 1821 pts ซึ่งเมื่อเทียบทีี่ความเร็วเท่ากันแล้วจะมีประสิทธิภาพมากกว่าถึง 1.68%

ในการจาก 3DMark Fire Strike ตัว CPU สามารถทำคะแนนได้ถึง 22,226 ด้วยความเร็วของ CPU 4.25 GHz ซึ่งถือว่าน่าแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ Threadripper 1920X ที่มีคะแนนประมาณ 23,000 การตั้งค่าทดสอบของผู้ใช้งานได้ตั้งความเร็วของหน่วยความจำไว้ที่ 3600 MHz จาก DDR4 ซึ่งความเร็วนี้ 2700X ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ และจากข้อมูลดังกล่าวได้บอกออกมาว่าสามารถคาดหวังความเร็วที่ดีกว่าในในชิพเช็ต X470 ซึ่งจะเป็นซิบเซ็ตระดับไฮเอนด์ตัวต่อไปจาก AMD

อีกส่วนที่ยังคงต้องรอดูการทำงานของ XFR 2.0 ที่ต้องใช้งานกับชิพเซ็ต AMD 400 series ในการทำงาน ดังนั้นด้านขวาของกล่อง 2700X จะทำงานที่ความถี่สูงได้มากกว่านี้บนบอร์ด X470 เมื่อเทียบกับบอร์ด X370 ซึ่งคงต้องรอการเปิดตัวในวันที่ 19 เมษายนนี้ที่จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมออกมาอีกครั้งในภายหลัง

ที่มา : wccftech

Share This:

1.4K ผู้เข้าชม

Globalfoundries 7nm อาจส่งผลให้ AMD ก้าวสู่ยุค 5GHz Clock Speed

 

 

ในการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้หัวหน้าฝ่ายเทคนิค Gary Patton ได้แสดงความมั่นใจอย่างมากเกี่ยวกับกระบวนการผลิตในขนาด 7nm รุ่นใหม่ของบริษัท โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 40% และลดการใช้พลังงานลงกว่า 50% เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตในขนาด 14nm รุ่นปัจจุบันของบริษัท

Anandtech Patton กล่าวว่ากระบวนการ 7nm รุ่นใหม่ของบริษัทน่าจะสามารถทำให้ตัวชิพรุ่นใหม่เพิ่มความเร็วของสัญญาณนาฬิกาได้ในช่วง 5GHz ซึ่งถ้าดูตามความหมายนี้สิ่งที่ต้องการสื่อก็คงหนีไม่พ้นสำหรับโหนดการผลิตให้กับ AMD แม้ว่าจะไม่ได้รับประกันว่า Zen 2 / Ryzen 3000 Series จะสามารถทำงานที่ความเร็ว 5GHz ได้ แต่ก็สามารถสร้างความมั่นใจในเรื่องโหนดการผลิต 7nm ได้เป็นอย่างดีสำหรับ AMD โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ประกาศถึงสถาปัตยกรรมที่วางแผนไว้

คำถามที่ 17: ในรุ่นของโหนด 7 LP จะมีความถี่สูงกว่าโหนด 14LPP หรือไม่?

GP: แน่นอน นี่คือการเพิ่มประสิทธิภาพที่มากขึ้น – ซึ่งประมาณค่าได้ 40% แต่ยังไม่สามารถระบุถึง Clock Speed ได้ แต่ตอนนี้เดาว่าน่าจะสามารถรับในช่วง 5GHz ตามความคาดหวัง

ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน AMD ใช้ Globalfoundries ในการสร้างโพรเซสเซอร์ Ryzen 2nd Generation รุ่นใหม่ในโหนดการผลิต 12nm ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ให้เพิ่มขึ้น 10% และ 15% ตามลำดับ ผลคือนี่คือการเพิ่มประสิทธิภาพจากโหนดการผลิต 14nm ซึ่งมีมองได้ว่าโหนดการผลิต 7 nm จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า

การเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์จะช่วยให้คู่ค้ากับบริษัทเช่น AMD สามารถบรรจุทรานซิสเตอร์เพิ่มมากขึ้นในขนาด Die เท่าเดิมหรือลดขนาดของ Die ลงก็ได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้พวกเขาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตบนเวเฟอร์ได้ซึ่งจะส่งผลทำให้ชิพแต่ละตัวมีราคาถูกกว่าปัจจุบัน

 

 

ความล่าช้าของโหนดการผลิต 10 nm ของอินเทลทำให้คู่แข่งกลับมาสู่ความสามารถในการแข่งขันได้ และสร้างสถานการณ์ที่อินเทลไม่สามารถชิงความได้เปรียบจากโรงการผลิตชิพ ในขณะที่ตอนนี้ตลาดเดสก์ท็อปซีพียูได้ก้าวไปข้างหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงของ Ryzen 2 ของเอเอ็มดีอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีการผลิตที่น้อยที่สุดในด้านเทคโนโลยีการผลิตซึ่งทำให้ปี พ.ศ. 2562 เป็นตลาดที่น่าตื่นเต้นสำหรับตลาด CPU

ย้อนมองปัจจุบันอันใกล้

AMD Ryzen 2000 Series ที่กำลังจะมีการเปิดตัว Ryzen 7 2700/2700X และ Ryzen 5 2600/2600X ได้มีข้อมูลของ 2700X และ 2600 ที่มีจำนวน Core และ Thread ที่เท่ากับ Ryzen 7 1700/1700X และ Ryzen 5 1600/1600X ซึ่งมีจำนวนแกนและเธรดเดียวกัน แต่มีความเร็วนาฬิกาที่สูงขึ้นรวมถึงประสิทธิภาพของ IPC ที่มากขึ้นด้วย ทำให้ตอนนี้คาดเดาได้ว่า AMD Ryzen 3000 Series จะมีความรเร็วในระดับ 5 GHz จากโหนดการผลิตที่ 7nm ได้

รุ่น AMD Ryzen รุ่นแรกมีขนาด die 213 มม.2 และคาดว่าจะมีขนาดลดลงถึง 100 มม. ในโหนดการผลิต 7nm ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการ เพิ่มความเร็วของตัวชิพ หรืออาจจะทำการเพิ่มจำนวนแกนประมวลผลซึ่งเป็นสิ่งที่เอเอ็มดีต้องการ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า 40% ตามที่ Globalfoundries กล่าวอ้าง

 

 

แม้ว่าในตอนนี้จะทราบแล้วว่า AMD Ryzen 3000 series จะออกมาก่อนช่วงต้นปี 2019 นี่เป็นตัวเลขที่คาดว่าจะใช้ข้อมูลนี้กับเม็ดเกลือ เอเอ็มดีมีประสิทธิภาพมากกว่าที่คาดไว้ในอดีตอย่างน้อยก็เมื่อเทียบกับซีพียู เมื่อคำนึงถึงความเป็นไปได้ว่าซีพียู AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ที่จะมาถึงนี้จะให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่า 40%

ถ้าซีพียู AMD Ryzen 3000 Series ออกเปิดตัวในปี พ.ศ. 2562 หมายความว่าน่าจะเป็นไปตามที่ AMD ได้ประกาศมาก่อนหน้านี้ถึง Socket AM4 ที่จะยังคงใชังานอยู่นับว่านี่เป็นข่าวดีสำหรับคนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนเมนบอร์ดแต่ต้องการใช้งานซีพียูรุ่นใหม่  ซึ่งน่าจะได้เห็นความเข้ากันได้ของเมนบอร์ดจาก AM4 ที่สามารถใช้งานได้กับ AMD Ryzen รุ่นใหม่ในอนาคต

 

ที่มา : overclock3d

Share This:

711 ผู้เข้าชม

เผยข้อมูล AMD Ryzen 2018-2020 Roadmap : Castle Peak, Matisse, Picasso, Vermeer and Renoir

 

AMD Ryzen Threadripper (Zen2) จะใช้ชื่อสถาบัตยกรรมว่า Castle Peak

AMD ได้ได้เปิดเผยให้เห็นชื่อของสถาบัตยกรรมของตัวประมวลผล Zen2 และ Zen3 ที่กำลังจะมาปรากฏว่า Ryzen Threadripper (Zen+) ในรุ่นที่ 2 ที่จะมาในปีหน้าโดยใช้ชื่อสถาปัตยกรรม Castle Peak ถ้าตามที่ว่าไว้นี้ Zen2 จะมาในปี พ.ศ. 2563 เอเอ็มดีจะเปิดตัวสถาปัตยกรรม Zen2 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Zen3 (หรืออาจะเป็น Zen2+) ซึ่งถูกวางระดับการใช้งานเป็น NG HEDT (Next-Gen High-End DeskTop) ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า Threadripper 3rd Gen.

ส่วน Platform AM4 นั้นจะมีทั้ง CPU และ APU ซึ่ง CPU จะมีการใช้ชื่อสถาบัตยกรรม Pinnacle Ridge >> Matisse >> Vermeer ตามลำดับ ซึ่งจะมาแทน  Summit Ridge ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และสำหรับ APU Raven Rideg >> Picasso >> Renoir ตามลำดับเช่นกัน ซึ่งเป็นแผนงานระยะยาวถึงปี 2020 (พ.ศ. 2563) ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามความเหมาะสมในภายหลังก็เป็นได้

AMD Ryzen 2018

เมื่อพูดถึงผู้ใช้งานในระดับ Mainstream ในปีนี้ (พ.ศ.2561) AMD Ryzen ได้เปิดชื่อรหัสใหม่แทน Ryzen 1000 Series ซึ่งจะมีการสานต่อใน Ryzen 7 และ Ryzen 5 ที่อยู่ในรูปแบบ 6 Core 12 Thread โดยจะตัดในรุ่นสูงสุดคือ 1800X ออกไป ส่วนที่เหลือคงเดิมไว้เช่นเดิมและเปลี่ยนโหนดเป็น 12nm+ มาในชื่อ Ryzen 7 2700X/2700 และ Ryzen 5 2600X/2600 ในตัวของ Ryzen 3 และ Ryzen 5 ที่เป็น 4 Core 8 Thread แทนที่ด้วย Ryzen 2000 G-Series ที่จะมาในรูปแบบ APU ที่มีกราฟฟิกในตัวจากสถาบัตยกรรม VEGA แต่จะยังคงใช้โหนด 14nm เช่นเดิม โดยในทุกรุ่นนั้นจะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นโดยหลักๆ แล้วยังจะเป็นการเพิ่มในส่วนของสัญญาณนาฬิการที่สูงขึ้นทั้ง Base Clock และ Turbo Clock แสดงได้ดังภาพด้านล่าง

 

ที่มา : videocardz

Share This:

1.3K ผู้เข้าชม

Colorful เตรียมเมนบอร์ดสำหรับ AMD Chipset AM4 400 Series

 

Colorful เตรียมออกเมนบอร์ดที่ได้รับการออกแบบบนซ็อกเก็ต AM4 ตัวแรกจากทางบริษัทโดยคาดว่า Colorful จะเปิดตัวเมนบอร์ด AM4 Socket ตัวแรกหลังจากงาน Computex Expo (มิถุนายน) ปี พ.ศ.2561 โดยตัวเมนบอร์จะมีการติดตั้งชิปเซ็ต AMD 400 Series และคาดว่าจะมาพร้อมกับการเปิดตัวโปรเซสเซอร์ Ryzen “Pinnacle Ridge”, Ryzen “Raven Ridge” APUs และ Ryzen “Summit Ridge”

สำหรับที่ติดตั้งกราฟฟิกกการ์ดนั้นจะเลือกใช้งาน PCI-Express Gen 3.0 เพิ่มเติมด้วยอินเทอร์เฟสการเชื่อมต่อพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ NVMe 32 Gbps (M.2 หรือ U.2) ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า Colorful จะนำชื่อ iGame Vulcan มาตั้งเป็นซีรี่ย์ของผลิตภัฑณ์ด้วย เพื่อให้เข้ากับชุดของอุปกรณ์อื่นที่อยู่ใน iGame Vulcan Series ซึ่งปัจจุบันนั้นได้จำหน่ายเฉพาะเมนบอร์ดสำหรับแพลตฟอร์ม Intel เท่านั้นประกอบด้วยเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ต Intel Z370 และ X299 ซึ่งรวมถึงเมนบอร์ดสำหรับผู้ทำเหมืองข้อมูลในตัวสกุลเงิน crypto ซึ่งใช้ชิปเซ็ต Intel เช่น B250

ที่มา : techpowerup

Share This:

1.7K ผู้เข้าชม

ผลทดสอบของ AMD Ryzen 2600

 

ในขณะที่ AMD ใกล้ถึงเวลาที่จะปล่อยให้ Ryzen 2000 Series หรือเรียกว่า Zen + ในเดือนเมษายนนี้ มีข้อมูลปรากกฎขึ้นในเดือนมกราคมถึง Ryzen 5 2600 ในฐานข้อมูล SiSoft Sandra รายละเอียดแสดงให้เห็นถึงโปรเซสเซอร์ชื่อ Ryzen 5 2600 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นโปรเซสเซอร์จากสถาปัตยกรรม Zen+ ที่มาในรูปแบบหน่วยประมวลผลแบบ 6 Core และด้วยเทคโนโลยี SMT ทำให้มีแกนประมวลผลเสมือนเพิ่มอีก 6 Thread เมื่อรวมแล้วจึงมี 12 Thread

เปลี่ยนแปลง Stepping แล้ว

จากที่ AMD Ryzen 5 1600 ได้แสดงถึงประสิทธิภาพที่มีความคุ้มค่ามานาน สำหรับ Ryzen 5 1600 แล้วมีรหัส Family 23 Model 1 Stepping 1 แต่ Ryzen 2600 จะได้รับการปรับปรุงเป็น Family 23 Model 8 Stepping 2 นั่นหมายความว่าตัวโปรเซสเซอร์ได้รับการปรับปรุงสายการผลิตแล้วนั่นเอง

ชื่อรหัสที่แสดงในฐานข้อมูล SiSoft คือ:

ZD2600BBM68AF_38/34_Y (6C 12T 3.4GHz, 1.1GHz IMC, 6x 512kB L2, 2x 8MB L3).

AMD Ryzen 5 2600 มี Base Clock 3.4 GHz Turbo Clock 3.8 GHz ซึ่งในตอนนี้ได้พบข้อมูลใหม่ในฐานข้อมูล GeekBench และถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะไม่ได้แสดงให้เห็นว่ารหัสผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวเท่ากัน แต่มีผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วย โดยได้คะแนนในโหมดการประมวลผลแบบ Single Core ได้ 4,269 คะแนนและคะแนนแบบ Multi Core มีคะแนนมากถึง 20,102 คะแนน ซึ่งเมื่อคิดย้อนกลับไปแล้วประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจะประมาณ 10% รวมถึงต้องรอดูว่า Ryzen 2000 Series จะสามารถมีความสามารถในการ Overclock ขึ้นมากเท่าไหร่ด้วย

อาจไม่แน่นอน แต่คาดว่าใช่

จากผลทดสอบนี้คาดว่าจะเป็นผลการทดสอบของ AMD Ryzen 5 2600 ไม่ใช่ AMD Ryzen 5 2600X ด้วยค่า TDP ที่แสดงในรหัสนั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีข้อมูลโผล่ออกมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะมีการเปิดตัวในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้นั่นเอง

ที่มา : guru3d

Share This:

912 ผู้เข้าชม

AMD เปิดตัว Ryzen V1000

 

ในปี พ.ศ.2560 เป็นปีที่ AMD มีการเติบโตในทุกๆ ด้านตั้งแต่ในระดับผู้ใช้เริ่มต้นถึงผู้ใช้ระดับสูง ซึ่งมีการเปิดตัว APU A-Series จนถึง CPU Threadripper และ Eypc และในปีนี้ก็มีการเปิดตัว Ryzen 2000G Series และจะมีการอัปเดตสู่ Zen+ ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ รวมถึงยังมีการเปิดตัวหน่วยประมวลผลที่มาในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ในชื่อ Ryzen V1000 ด้วย

ข้อมูลจากเว็บไซต์ AdvenTech ได้มีการแสดงรายละเอียดของเมนบอร์ดที่มีการติดตั้งตัวประมวลผล AMD Ryzen Embedded V1000 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้ในชื่อรหัสว่า SOM-5871 โดยมีพื้นฐานอยู่บน Zen Core

AMD V1000 SoC

V1000 มีพื้นฐานเช่นเดียวกับ Raven Ridge แต่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้ “Horned Owl” ของ AMD R-Series และ “Banded Kestrel” ของ G-Series ” โดยทั้งสองส่วนนี้มีการปรับปรุงรายละเอียดที่สำคัญของ AMD Embedded SoC และเมื่อตรวจสอบดีๆ จะพบว่า Advantech SOM-5871 มีการกำหนดรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ระบุถึง AMD V1000 ซึ่งจะเป็นหน่วยประมวลผลแบบ 2/4/8 Core ซึ่งหมายความว่าจะมาในรูปแบบ Dual Core, Quad Core และ Octa Core

SOM-5871 จะมาพร้อม AMD V1000 SoC คาดการณ์ว่าจะพบแคช 1MB หรือ 2MB พร้อม TDP ในช่วง 12 ถึง 54 วัตต์ สำหรับความถี่ของสัญญาณนาฬิกาไม่ได้ระบุไว้ แต่คาดว่าหน่วยประมวลผลกราฟฟิกที่ใช้งานนั้นจะเหมือน Ryzen 5 2400G ที่มีการติดตั้ง Vega GPU ที่มีความสามารถในการถอดรหัสและเข้ารหัส H.265 สนุบสนุนการถอดรหัส VP9 และสนับสนุน Ultra HD

ที่มา : guru3d

Share This:

3.6K ผู้เข้าชม

พบ AMD Ryzen 5 1600 8 Core 16 Thread ในไทย

 

สำหรับ AMD Ryzen แล้วมีการแบ่งตลาดกันชัดเจนเพื่อการแข่งขันในตลาดกับคู่แข่งซึ่งคงหนีไม่พ้น Intel ในขณะนี้ แต่อนาคตอาจจะมีการกลับมาแย่งชิงตลาดเพิ่มเติมสำหรับ Via Cyrix แต่ก็ยังไม่ได้มีในขณะนี้ ซึ่ง AMD Ryzen เองก็มีการแบ่งตลาดชันเจน เริ่มจาก High Performance ด้วย Ryzen 7 ซึ่งจะเป็น CPU แบบ 8 Core 16 Thread และตามมาด้วย Mainstraem Preformance กับ Ryzen 5 ซึ่งจะมีสองรูปแบบคือ 6 Core 12 Thread และ 4 Core 8 Thread ส่วนตลาดระดับ Standard Preformance ก็จะเป็น Ryzen 3 ที่จะไม่มีเทคโนโลยี SMT ทำให้มีแกนประมวลผล 4 Core 4 Thread นั่นเอง

โอกาศน้อยแต่ใช่ว่าจะไม่มี

อย่างที่รู้กันตามข้างต้นแล้ว AMD Ryzen มีการแบ่งตลาดชันเจนเพื่อกลุ่มของผู้บริโภคแต่ละระดับ แต่ว่ากระนั้นอย่างที่ทราบกันว่า AMD Ryzen จะประกอบด้วย 2CCX และ AMD ได้นำมาปิดการใช้งานของ Core และ Thread ลงในส่วนของที่ไม่สมบูรณ์และจำหน่ายในรุ่นที่ต่ำลงมาจาก Ryzen 7 ซึ่งบางส่วนก็มีโอกาศที่จะหลุดรอดมาบ้าง เหมือนสมัย Socket AM2/AM2+/AM3 ได้บ้างบางส่วนที่จะมีการเปิด/ปิด หัวในการลุ้นประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นนอกการการ Overclock ให้มีสัญญาณนาฬิกาเพิ่มขึ้น

แต่สำหรับ Ryzen แล้วไม่ได้มีความสามารถดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่ว่าจากที่เคยนำเสนอไปแล้วว่ามีการพบ AMD Ryzen 3 1200 ที่มาในรูปแบบ 8 Core 8 Thread ในช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งล่าสุดแล้วมีการสอบถามเข้ามาทำให้ทราบเพิ่มเติมว่า AMD Ryzen 5 1600 ก็มีสถานการณ์ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยมีการพบว่าจำนวนแกนประมวลผลนั้นเพิ่มเข้ามาอีก 2 Core ทำให้ Ryzen 5 1600 ที่พบมีจำนวนแกนประมวลผลเท่า Ryzen 7 ที่มี 8 Core 16 Thread และมีจำนวนแคช L1 และ L2 เพิ่มเติมขึ้นมาด้วยนั่นเอง จากแกนประมวลที่มากขึ้น ส่วนแคช L3 มีขนาดที่เท่าเดิมซึ่งเท่ากับ Ryzen 7 อยู่แล้ว

ใช้งานได้จริง

ผลทดสอบจากโปรแกรม CPU-Z ทำให้เห็นได้ว่าเมื่อนำมาเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับ Ryzen 5 1600, Ryzen 7 1700/1700X/1800X แล้วก็มีประสิทธิภาพที่เพ่ิมขึ้นมาตามจำนวน Core ด้วยซึ่งดูจากประสิทธิภาพแล้วมีความใกล้เคียงกับ R7 1700 และ R7 1700X เป็นอย่างมากจากการทดสอบเปรียบเทียบด้วยโปรแกรม CPU-Z 

อยากได้แบบนี้ต้องทำอย่างไร?

แค่เห็นก็อาจจะต้องบอกว่าอิจฉาก็ว่าได้ด้วยราคาของ Ryzen 5 1600 ที่มีค่าตัวประมาณ 6,xxx บาท เมื่อเทียบกับ Ryzen 7 1700 ที่ยืนค่าสินสอดที่ 10,xxx บาทในเวลานี้ก็นับส่วนต่างกว่า 4,000 บาท เลยก็ถือว่าเป็นค่าตัวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับความสามารถแล้วถือว่าได้มาอีกประมาณ 25% แบบไม่ต้องทำอย่างไร ซึ่งผลการทดสอบด้วยการ Overclock นั้นน่าจะทำให้ดูดีขึ้นไปอีกระดับ

สำหรับใครที่จะไปเดินหานั้นคงต้องพึ่งดวงในการซื้อมาใช้งาน เพราะว่าไม่สามารถบอกได้ว่าตัวไหนนั้นจะมีการตกสายการผลิตไปบ้าง ซึ่งในเวลานี้ก็ทำให้เห็นได้ว่ายังมีอะไรให้แอบลุ้นได้จากกลุ่มผู้ใช้งาน AMD Ryzen อยู่บ้าง หลังจากที่ไม่ได้เห็นมาเป็นเวลาช่วงหนึ่ง

Share This: