1.9K ผู้เข้าชม

AMD Vega 20 หลุดผลทดสอบ 3DMark11 แล้ว

 

 

หลังจากมีการหลุดข้อมูลมาว่า Vega 10 จะมีการใช้โหนดการผลิตที่เล็กลงซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในห้องทดลองของ AMD เมื่อสัปดาห์ที่แล้วตามที่ได้มีการเปิดเผยจาก AMD ผ่าน Social Media แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นความไม่ตั้งใจ (หรืออาจตั้งใจ) เมื่อมีพนักงานคนใดคนหนึ่งของบริษัทที่ไม่ทันได้ระมัดระวังและลืมที่จะปิดการส่งผลการทดสอบออนไลน์ นี่นับว่าเป็นผลทดสอบแรกที่คาดว่าเป็นการ์ดแสดงผล Vega 20

 

การ์ดที่ใช้ในการทดสอบนี้น่าจะเป็นการ์ดอย่างเป็นทางการของ AMD Vega 20 ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีกการผลิตแบบ 7nm Radeon Instinct ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดสำหรับการนำมาทดสอบจึงจะยังไม่มีการใส่ส่วนภาคแสดงผลเข้าไปด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกประการใดด้วยที่ก่อนหน้านี้ทั้ง VEGA Frontier, RX VEGA 64 และ FirePro ก็มีส่วนร่วมเดียวกันในการออกแบบบอร์ดสำหรับใช้งานตัวการ์ดต้นแบบ จึงไม่น่าแปลกที่ Vega 20 ที่ได้รับการทดสอบโดยจาก AMD จะเป็นในทิศทางเดียวกันและมีแนวโน้มว่าจะเป็นการ์ดที่ออกมาเป็นตัวแทนของการ์ด VEGA ในท้องตลาดขนาดนี้

 

การ์ดแสดงผล Vega 20 เลือกที่จะใช้งานหน่วยความจำ HBM2 ขนาด 32 GB ซึ่งได้รับการยืนยันจาก 3DMark และภาพฃที่ได้จากปีที่แล้ว รหัสชิพจะใช้งานเป็น 66A0 สำหรับ Vega 20 ซึ่งได้รับการยืนยันจาก Driver Radeon สำหรับการ์ดแสดงผลของ Linux

 

ความเร็วสัญญษณนาฬิกาในเวลานี้น่าจะไม่ถูกต้อง แต่นั่นก็ไม่แปลกเพราะว่าอาจจะเป็นปัญหาเดียวกันกับ Vega 10 ที่ออกมาจำหน่ายก่อนหน้านี้ (ดังนั้นอาจบอกคร่าวๆ ได้ว่าความเร็วนั้นจะไม่ใช่ 1000 MHz) ในการทดสอบผลของ Vega 20 ในครั้งนี้ใช้งานร่วมกับ CPU AMD Ryzen 7 1700

 

นี่เป็นเพียงผลการทดสอบแรกเท่านั้น ซึ่งอาจเห็นผลคะแนนที่ดีมากในวันที่เปิดตัวที่ผลคะแนนจะดีขึ้นในวันข้างหน้า แต่นั่นก็เป็นเพียงการคาดการณ์

 

Vega Frontier vs Vega 20 3DMark11 Score:

 

 

ที่มา : videocardz

Share This:

639 ผู้เข้าชม

PowerColor Radeon RX Vega Nano

 

ในงาน AMD Munic ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดตัว CPU Ryzen 2000 Series ได้มีการจัดแสดงการ์ด Vega ที่ยังคงไม่ได้มีการเปิดตัวในตอนนี้นั่นคือ RX Vega Nano จากที่ดูแล้วตัวการ์ดจะมีขนาดเล็กเพียง 17 ซม. หรืออาจเรียกว่าอยู่ในขนาด Mini ITX

 

แน่นอนว่าโดยส่วนมากจะยังสามารถจำ Radeon R9 Nano (Fiji) ได้ซึ่งดูแล้วมีความคล้ายกันอยู่บ้าง และแน่นอนว่า PowerColor เองก็ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปิดตัวการ์ดว่าจะมีขึ้นเมื่อไหร่ จากการสังเกตุจากภาพจะพบได้ได้อีกว่ากรอบของตัวการ์ดนั้นเป็นอลูมิเนียมทั้งตัว ใช้ระบบระบายความร้อนเพียงตัวเดียว และถึงแม้ว่าตัวการ์ดจะไม่ได้ยาวมากนักแต่ความหนาของตัวการ์ดอยู่ที่ 2 สล็อต สุดท้ายสำหรับตัวการ์ดนั้นต้องการพลังงานจากช่อง 8 Pin + 6 Pin

 

ในตอนนี้ก็ยังไม่มีคำยืนยันจาก PowerColor ถึงการเปิดตัวการ์ด RX VEGA NANO แต่อย่างใด ซึ่งก็ยังไม่แน่นอนว่าเมื่อมีการเปิดตัวแล้ว ตัวการ์ดอาจได้รับการปรับเปลี่ยนรูปแบบอีกหรือไม่

ที่มา : guru3d

Share This:

1.5K ผู้เข้าชม

AMD Radeon RX Vega Nano พร้อมแล้วสำหรับ Sapphire

 

เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีแล้วที่ AMD ได้ทำการเปิดตัวกราฟิกการ์ด RX Vega ซึ่งเป็นการ์ดในระดับไฮเอนด์ นับตั้งแต่การเปิดตัวในช่วงของซัมเมอร์ปีที่แล้วซึ่ง RX Vega 64 และ RX Vega 56 ได้รับความนิยมอย่างมากจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ด้วยความต้องการที่มากกว่าชิพที่มีเป็นเวลาหลายเดือน สถานการณ์ที่เป็นตัวแปรสำคัญอีกอย่างคือผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของความต้องการในการทำเหมืองข้อมูลในปีที่แล้ว

ในช่วงเวลานี้ดูเหมือนว่า AMD กำลังจะเริ่มโครงการต่อได้อีกครั้ง ในขณะนี้มีการชะลอตัวในการทำเหมืองข้อมูลจากการลดลงของค่า Cryptocurrency และการเข้ามาของฮาร์ดแวร์สำหรับเหมืองข้อมูลโดยเฉพาะ ASIC จาก Bitman ทำให้สถานะการณ์ของกราฟฟิกการ์ดกลับสู่สถานการณ์เช่นเคย ซึ่งเมื่อย้อนไปดูในความเป็นจริงแล้วเราจะพบได้ว่าราคาการ์ด Vega ลดลงมากถึง 30% ในเดือนที่ผ่านมา

นี่คือเหตุผลที่ในตอนนี้ RX Vega Nano จะกลับมาสู่การทำตลาดอีกครั้งหลังจากเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว Chris Hook ของ AMD แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นต้นแบบของ RX Vega Nano ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่พบอะไรเกี่ยวกับการ์ดแสดงผลที่ว่าอีกเลยและหลายคนคิดว่าโครงการนี้อาจจะยกเลิกไปแล้วท่ามกลางความบ้าคลั่งในการทำเหมืองข้อมูล

AMD กำลังเตรียมพร้อมที่จะทำการรีเฟรชกราฟิกการ์ดในช่วงปลายปีนี้และ RX Vega Nano อาจเป็นส่วนหนึ่งของการรีเฟรชที่กำลังจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆ นี้มีการพบหลักฐานชิ้นใหม่ ที่ทำให้เห็นว่า RX Vega Nano อาจกลับมาสู่ตลาดในปีนี้หลังจากปรากฏว่า มี PCB ที่ดูแล้วน่าจะเป็นของ RX Vega Nano ซึ่งก็ไม่ใช่ผู้ผลิตไหนเลยซึ่งก็รู้จักกันดีนั่นคือ Sapphire น่าจะเป็นการใช้งาน VEGA Nano PCB บนการ์ดแสดงผล RX Vega 56 Pulse ซึ่งดูแล้วใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด

ซึ่งนั่นก็หมายความได้ว่า Sapphire มีความสามารถในการผลิต RX Vega Nano ได้ซึ่งอย่างน้อยก็ในทางทฤษฎี แม้ว่าจะเป็นไปได้ว่าประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ของสถาบัตยกรรม Vega ทำได้ยาก Fiji แต่ก็ไม่แน่นอนว่าจะเป็นไปไม่ได้ หลังจากที่มีการแสดงถึงพลังงานที่มีประสิทธิภาพที่เกิดจากการทำ Under Volted ที่มีในตัว RX VEGA ได้ และด้วยกระบวนการผลิตในขนาด 14 นาโนเมตร ที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางทีมงานวิศวกรเกือบจะสามารถทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตัวชิพทำได้ดีขึ้นจากกำลังวัตต์ต่อประสิทธิภาพในการทำงาน

AMD Radeon RX Vega 64 and Vega 56 Graphics Card Lineup:

Graphics Card AMD Radeon R9 Fury X AMD Radeon RX Vega Nano AMD Radeon RX Vega 56 Reference AMD Radeon RX Vega 64 Reference AMD Radeon RX Vega 64 Limited AMD Radeon RX Vega 64 Liquid
GPU Fiji XT Vega 10 Vega 10 Vega 10 Vega 10 Vega 10
Process Node 28nm 14nm FinFET 14nm FinFET 14nm FinFET 14nm FinFET 14nm FinFET
Compute Units 64 TBD 56 64 64 64
Stream Processors 4096 TBD 3584 4096 4096 4096
Raster Operators 64 64 64 64 64 64
Texture Mapping Units 256 TBD 224 256 256 256
Clock Speed (Base) 1000 MHz TBD 1156 MHz 1247 MHz 1247 MHz 1406 MHz
Clock Speed (Max) 1050 MHz TBD 1471 MHz 1546 MHz 1546 MHz 1677 MHz
FP32 Compute 8.6 TFLOPs TBD 10.5 TFLOPs 12.6 TFLOPs 12.6 TFLOPs 13.7 TFLOPs
FP16 Compute 8.6 TFLOPs TBD 21.0 TFLOPs 25.2 TFLOPs 25.2 TFLOPs 27.4 TFLOPs
Memory (VRAM) 4 GB HBM1 8 GB HBM2 8 GB HBM2 8 GB HBM2 8 GB HBM2 8 GB HBM2
Memory Bus 4096 bit 2048 bit 2048 bit 2048 bit 2048 bit 2048 bit
Bandwidth 512 GB/s TBD 410 GB/s 484 GB/s 484 GB/s 484 GB/s
TDP 275W 150W 210W 295W 295W 350W
Price $649 TBD $399
($499 US Actual)
$499
($599 US Actual)
$599 $699
Launch 2015 2018 2017 2017 2017 2017

ที่มา : wccftech

Share This:

422 ผู้เข้าชม

PowerColor RX Vega Red Dragon

 

PowerColor RX Vega Red Dragon

ได้มีการเปิดเภยภาพของ RX Vega ที่กำลังจะมีการเปิดตัวเร็วๆ นี้จาก Power Color ในชื่อ RX Vega Red Dragon ซึ่งยังไม่มีการเปิดเภยข้อมูลเกี่ยวกับ GPU ในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดเภยรายละเอียดออกมาในภายหลัง ซึ่งข้อมูลในตอนนี้ทำให้สังเกตุได้ว่า VEGA ที่จะทำออกมานั้นจะมาในรูปแบบ Dual Slot ซึ่งใช้ระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่จำนวน 3 ตัว เต็มความยาวของตัวการ์ด ส่วนพอร์ทการเชื่อมต่อการแสดงผลนั้นยังจะคงใช้เหมือนกับตัว Ref-Card

  RX Vega 64 (Reference Air) RX Vega 64 Red Devil OC
GPU Archtecture Vega Vega
Processing cores 4096 4096
Core Base Clock 1247MHz 1417MHz
Core Boost Clock 1546MHz 1607MHz
Memory 8GB of HBM2 8GB of HBM2
Memory Clock 945MHz 945MHz

สำหรับรายละเอียดอื่นๆ คงต้องรอดูอีกครั้ง แต่คาดว่าRX Vega Red Dragon น่าจะมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับของ RX Vega  Red Devil เช่นกัน

 

ที่มา : videocardz

Share This:

1.1K ผู้เข้าชม

AMD RX VEGA ต้องการให้มีการสนับสนุน Primitive Shader สำหรับเกมส์เพิ่มเติม

 

Primitive Shader เป็นหนึ่งในคุณสมบัติใหม่ที่มีความสำคัญของ GPU RX Vega ของ AMD แต่ยังไม่ได้ถูกใช้โดยเกมส์ใดๆ จนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งทาง AMD ได้ระบุอย่างชัดเจนอีกครั้งว่า “เกมส์ควรต้องสนับสนุนฟังก์ชั่นดังกล่าว” ข้อความนี้ได้สร้างความสนใจมาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่

Primitive Shader ช่วยประหยัดการประมวลผลได้เป็นอย่างมาก

Primitive Shader ได้ปรับเปลี่ยนการประมวลผลเพื่อแสดงภาพโดยการยกเลิกการแสดงผลโมเดลที่ถูกบังอยู่ก่อนที่จะแสดงผล ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการประมวลผลภาพ เมื่อเทียบกับเทคนิคก่อนหน้านี้ที่ใช้กันทั้ง AMD และ Nvidia ซึ่งใช้มานานหลายปีที่จะคำนวณจากการปรับโมเดลให้พื้นผิวเป็นรูปสามเหลี่ยมก่อนทำการประมวลผล ซึ่งการทำงานเช่นนี้ใน VEGA 10 GPU สามารถเพิ่มความเร็วในการทำงานได้ถึง 4 เท่า ซึ่ง AMD เรียก “Pipeline” นี้ว่า “Next Generation Geometry Pipeline”

 

Primitive Shader ทำให้เห็นได้ชัดว่าการทำงานที่มีอยู่นั้นไม่เพียงแต่ในทางทฤษฎี แต่ยังในทางปฏิบัติด้วย ซึ่งนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี พ.ศ. 2560 เอเอ็มดีได้นำเสนอเทคนิคที่ช่วยในการประมวลผล Polygon ที่สามารถใช้งานผ่านตัว Hardware/Driver วิธีการที่แน่นอนนี้สำหรับ Primitive Shader ได้ถูกนำมาใช้ในฮาร์ดแวร์แต่ยังไม่ถูกนำไปใช้งานอย่างเด่นชัด สิ่งที่เป็นที่รู้จักได้คือ RX Vega ยังคงใช้งาน Primitive Shader  และจะใช้งานได้เฉพาะใน Radeon RX Vega 64 และ Radeon RX Vega 56 ที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น

Primitive Shader ใช้ได้กับ Driver หรือ API

เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการในการใช้งน กราฟฟิการ์ดนั้นจะต้องใช้ความสามารถในการใช้งาน Primitive Shader คำถามคือการใช้งานในโปรแกรมควบคุมแล้วสำหรับเกมส์ทั้งหมดสามารถใช้ประโยชน์ได้ในรูปแบบของ API ซึ่งจะต้องมีการระบุโดยตรงจากเกมส์ ดังนั้นเกมส์แต่ละเกมส์จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อสามารถใช้ประโยชน์จาก Primitive Shader ของ AMD ที่กำลังจะเริ่มใช้งานสถาบัตยกรรม Vega ซึ่งจะเริ่มแบบจริงจังในช่วงต้นปี พ.ศ. 2561

ในงาน CES 2018 เดือนก่อนหน้านี้จากคำบอกเล่าของพนังงานจากเอเอ็มดีได้กล่าวว่า “ทางเลือกในการใช้งาน  Primitive Shader โดย Driver จะถูกยกเลิก” Marc Sauter จาก Golem ได้โพสผ่านฟอรัม 3DCenter ในสัปดาห์นี้

จากคำบอกของเขานำไปสู่การพูดคุยในเว็บไซต์ Reddit และ IT ทั่วโลกภายในไม่กี่ชั่วโมงซึ่งได้รายงานว่า เอเอ็มดีเคยพูดถึงการใช้งานช่องทางพิเศษของ Primitive Shader ที่มีอยู่ในกราฟฟิกการ์ด VEGA โดยการบูรณาการโดยตรงในเกมที่ต้องใช้งาน Special API

ถ้อยแถลงผ่าน Twitter

สามารถอธิบายได้จากคำแถลงของพนักงาน AMD ใน Twitter สำหรับการเปิดตัว AMD Radeon RX Vega เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาซึ่งสามารถทำงานร่วมกับ Radeon Technologies Group ในโหมด “Game Engineering” ได้โดยตรง โดยพวกเขาได้แบ่งปันเทคนิคนี้ต่อสาธารณะผ่าน Twitter เพื่อส่งต่อถึงนักพัฒนารายอื่นเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ Primitive Shader และเมื่อถูกถามว่าสามารถใช้ Primitive Shader ได้โดยอัตโนมัติกับ Driver ได้โดยตรงหรือไม่คำตอบของเขาคือ ” ใช่ “

AMD ได้วางแผนไว้ทั้งสองอย่าง

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของเอเอ็มดีชี้ให้เห็นว่าเอเอ็มดีได้วางแผนทั้งสองแบบที่ได้เตรียมไว้ให้กับการใช้ Primitive Shaders ทั้งการใช้งานผ่าน API หรือจะใช้งานโดยผ่านไดรเวอร์ที่การทำงานอาจไม่เต็มที่ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเอเอ็มดีไม่เคยแน่ใจเลยว่าการทำงานผ่านไดร์เวอร์เพียงอย่างเดียวจะทำงานได้ดี นั่นคือเหตุผลที่ไม่เคยได้รับชื่ออย่างเป็นทางการ

AMD กับความก้าวหน้าของ VEGA

เอเอ็มดีได้ออกมากล่าวในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาว่า “คุณลักษณะต่างๆของ  Vega จะถูกยกเลิก ” จากการนำเสนอผ่านสไลท์ที่ผ่านมา และในความเป็นจริงแล้ว Draw Stream Binning Rasterizer ได้มีการเปิดใช้งานแล้วสำหรับเกมส์ส่วนใหญ่ ซึ่งสำหรับ Radeon Vega Frontier Edition ก็ยังคงปิดเงียบอยู่แต่อาจจะมีการเปิดตัวกับ Radeon RX Vega ซึ่งไม่น่าที่จะเป็นไปได้ในขณะนี้หลังจากมีการอัพเดตไดรเวอร์ไปชุดใหญ่

AMD กล่าวถึงเกมส์ Wolfenstein 2 ซึ่งเป็นการรวมเอาความสามารถที่โดดเด่นของ 3DMark Sierra และคาดว่าจะมีการวางจำหน่ายปลายเดือนกุมภาพันธ์สำหรับ Far Cry 5 ในหัวข้อของ “Next-gen Geometry path” เอเอ็มดีกล่าวถึงการเปิดตัวของ Primitive Shader ที่ยังคงต้อง “เปิดการใช้งาน” เพื่อให้ใช้งานได้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทำให้เห็นได้ชัดว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง APIs DirectX (and volcano) ซึ่งนี่อาจรวมความได้ว่าเหตุผลที่เกมไม่ได้ใช้คุณลักษณะนี้ทำให้จึงไม่มีการเปิดการใช้งานนี้สำหรับไดรเวอร์ เกี่ยวกับ HBCC เอเอ็มดีไม่ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ ของ RX VEGA คุณลักษณะนี้ยังคงถูกปิดใช้งานไปโดยปริยายซึ่งตามจริงแล้วก็มีข้อดีและข้อเสียในเกมส์แต่ละเกมส์ได้

ที่มา : computerbase

Share This:

1.9K ผู้เข้าชม

Intel Core i7-8705G + Vega M Vs i5-8250U + GeForce MX 150

 

ดูเหมือนว่า Intel ได้ประสบความสำเร็จในการทำชิพร่วมกับ AMD ได้ด้วยดีด้วยการใช้งาน CPU จากทาง Intel และ GPU จากทาง AMD วางบนตัวชิพเดียวกันทำให้เกิดระบบ multi-chip ขึ้นมาในชื่อ Core i7-8705G เป็นการรวมเอา CPU 4 core 8 thread (Kaby Lake) ร่วมด้วย GPU AMD “Vega” และยังมีการใช้งานหน่วยความจำ 4 GB HBM2 ซึ่งได้มีการนำมาเปรียบเทียบกับหน่วยประมวลผลของ Intel Gen 8 ในรุ่น Intel Core i5-8250U พ่วงด้วยหน่วยประมวลผลกราฟฟิกรุ่นใหม่ในชื่อ GeForce MX 150

Dell ที่ใช้งาน Core i7-8705G หนึ่งในนั้นคือรุ่น XPS 15 ที่เป็น Laptop แบบ 2-in-1 (สามารถใช้งานได้ทั้งแท๊บเล็ตและคอมพิวเตอร์) โดยได้มีการนำมาเปรียบเทียบกับ Acer Swift 3 (SF314-51) ซึ่งใช้งานโปรเซสเซอร์ Core i5-8250U มาพร้อมกับกราฟิกแยก GeForce MX 150 และ Dell XPS 13 9370 ซึ่งใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core Gen 8 ที่ใช้งานกราฟิกหลักของ Intel คือ HD 620 โดยทั้งหมดได้ทำการทดสอบด้วยเกมส์ “Rise of the Tomb Raider” โดยได้ค่าเฉลี่ยดังนี้ i7-8705G เฉลี่ย 35 เฟรมต่อวินาที (fps) ขณะที่ MX 150 ให้เฟรมเรท 24 เฟรมต่อวินาที และ HD 620 ทำเฟรมเรทได้ที่ 9 เฟรมต่อวินาที

ที่มา : techpowerup

Share This:

622 ผู้เข้าชม

Sapphire นำการ์ด RX Vega Nitro+ เปิดแสดงในงาน CES 2018

 

สำหรับ Sapphire RX Vega Nitro+ นั้นทางทีมงานได้นำเสนอข้อมูลไปบ้างแล้ว ซึ่งทาง Sapphire ได้มีการเปิดให้ชมการ์ด RX Vega Nitro+ ในงาน CES 2018 เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าจะเรียกว่าเข้าถึงได้ยากในช่วงเวลาที่ผ่านมา

มีบางอย่างที่น่าสนใจสำหรับ Sapphire RX Vega Nitro+ ที่ไม่ใช่การออกแบบ Backplate ที่สวยงามหรือกรอบพัดลมที่ด้านหน้าที่ถูกออกแบบขึ้นมาใหม่หมด แต่เป็น Power Connector ที่เลือกใช้งานชุดพลังงาน 8 Pin x3 (แต่ทาง Sapphire เรียกว่า 6 Pin + 2 Pin) ซึ่งการออกแบบภาครับพลังงานจาก Power Connector มากขนาดนี้น่าสนใจว่าจะสามารถรองรับการ Overclock ได้มากขนาดไหน ซึ่งต้องติดตามต่อไป ส่วนในตอนนี้ทางทีมงานยังไม่ทราบถึงกำหนดการเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งถ้าได้รับความชัดเจนจะรีบนำเสนอให้ทราบโดยทันที

ที่มา : techpowerup

Share This:

3.4K ผู้เข้าชม

หลุดข้อมูล Intel® Core™ i7-8809G Processor ลูกครึ่ง Radeon RX Vega M ผสม Intel® HD Graphics 630

 

ก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องที่ Intel นั้นจะใช้ชิป GPU ของทาง AMD แล้วทาง Intel ก็ออกมาประกาศเองอย่างเป็นทางการว่ามีโครงการนี้อยู่จริงแต่อย่างไรก็ตามแม้จะมีข่าวหนาหูว่าอาจจไม่ใช่ชิป Vega แล้วไปใช้ชิป Polaris แทนทำให้ค่อนข้างสับสนพอสนควร

มาคราวนี้เป็นข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Intel เลยเมื่อมีสมาชิกใน Reddit ที่ชื่อว่า dayman56 ไปค้นเจอข้อมูลเกี่ยวกับ CPU ตัวนี้ในเว็บไซต์ของทาง Intel ซึ่งข้อมูลนั้นระบุว่า ตัว CPU นั้นทำงานที่ความเร็ว 3.1GHz และอยู่กลุ่มที่สามารถ overclock ได้ (เนื่องจากเป็นการค้นหาโดยระบุกลุ่ม CPU ที่สามารถ overclock ได้)

ตัว CPU Intel® Core™ i7-8809G นั้นจะเป็นแบบ 4 core 8 Thread มี TDP ของตัวแพคเกจที่ 100W รองรับ DDR4 2400MHz ในแบบ dual channel และให้ชิปการ์ดจอมา 2 ตัวก็คือ Radeon RX Vega M GH Graphics และ Intel® HD Graphics 630 จึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่นำ CPU Coffee Lake ที่มีชิป Intel® HD Graphics 630 ในตัวมาเชื่อต่อกับชิป Radeon RX Vega M GH Graphics ในแพคเกจเดียวกัน

เอาล่ะครับสำหรับแฟน Intel ที่กังวลว่าชิปการ์ดจอที่ติดมาด้วยอาจจะยังไม่เพียงพอกับประสิทธิภาพหรืออาจปัญหาในการแสดงผล texture ในบางเกมที่ยังมีปัญหาอยู่ก็น่าจะมีทางเลือกมากขึ้นเมื่อทาง Intel ได้ทำการใส่ชิป Radeon RX Vega M GH Graphics มาให้ด้วย ซึ่งถือว่าเห็นได้ไม่บ่อยนัก

หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ทางทีมงานจะรีบเอามานำเสนอทันทีครับ

ที่มา Intel ผ่านทาง Reddit ฟอรั่ม

Share This: