881 ผู้เข้าชม

MSI เปิดตัว RX 570/580 Armor MK2 series มังกรดำแดงเกราะสวยๆ

 

MSI ได้เปิดตัวกราฟฟิกการ์ดที่ใช้งาน GPU Polaris จำนวนมากถึง 4 รุ่นภายใต้รุ่น Armor MK2 Series ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างรูปแบบที่แปลกใหม่สำหรับ RX 570 และ RX 580 ของเอเอ็มดีโดยมีการโอเวอร์คล๊อกจากโรงงานพร้อมการออกแบบให้ตัวการ์ดมีฮิทซิ้งที่สวยงามในโทนสีแดงตัดดำ

สำหรับกราฟฟิกการ์ดทั้งหดจะประกอบด้วย 4 รุ่น โดยจะเลือกใช้งาน VRAM ชนิด GDDR5 ขนาด 8GB โดยแต่ละรุ่นจะใช้พลังงานจากช่อง 8 Pin x1 โดย Armor MK2 RX 500 Series ทั้งหมดจะมาพร้อมกับโอเวอร์คล็อกจากโรงงาน แต่จะมีรุ่น OC แยกเฉพาะต่างหากอีกด้วยโดยมีความเร็วของสัญญาณนาฬิกาสูงกว่ารุ่นปกติ

ใหม่หมดจดและยังคงไว้ความดุดัน

ได้รับการอัพเกรดฮิทซิ้งใหม่มาในรูปแบบเกราะดำแดง พร้อมด้วยการระบายความร้อนที่ได้รับการอัพเกรดมาให้รองรับการทำงานของ GPU ความเร็วสูงซึ่งมีพัดลมแบบ Torx 2.0 ของ MSI และ Heatpipes ขนาดใหญ่รวมถึงถึง Backplate ด้านหลังเพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายความร้อนและนอกจากนั้นยังครอบไว้เพื่อความปลอดภัยและสวยงาม การเปลี่ยนแปลงในการออกแบบครั้งนี้จะทำให้ RX 580/570 Armour MK2 จะยังคงไว้ซึ่งความเย็นและเงียบกว่าเดิม

กราฟฟิกการ์ดประกอบด้วยช่องเอาท์พุทแบบ HDMI, Displayport และ DVI-D ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการสำหรับ GPU รุ่นใหม่นี้จากทาง MSI ที่แม้ว่าในช่วงเวลานี้ราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความบ้าคลั่งในการทำเหมืองในปัจจุบัน

ที่มา : overclock3d

Share This:

912 ผู้เข้าชม

เบื่อ ARMOR รุ่นแรกกันหรือยัง MSI เตรียมเปิดตัวการ์ดจอในรุ่น ARMOR MK II

 

การ์ดจอตระกูล RX 500 ของ MSI จะมีการเปิดตัวใน รุ่น Armor ที่เป็นดีไซน์ในแบบที่ 4 ของ Armor Series โดยมีการใช้สีแบบใหม่ในกับตัวระบบระบายความร้อนที่ยังคงเป็นพัดลม 2 ตัวเหมือนเดิม ชื่อของมันคือ MSI ARMOR MK2 ที่จะมาในโมเดลของ RX 570 RX 580 แต่มันจะถูก Overclock ความเร็วเพิ่มมาแล้วจากโรงงานหรือไม่นั้น ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอะไรที่ชัดเจนนักต้องรอดูครับ

เจ้า Armor MK2 จะมาพร้อมกับโทนสีดำตัดแดง ที่เป็นฝาครอบกรอบตัวฮีตซิ้งค์ตามที่เราเห็นในภาพนี้ครับ มันยังคงไม่ได้มีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงอะไรเลยจาก Armor ตัวเดิมที่เป็นสีขาวตัดดำ จะมันจะมี Back Plate เท่านั้นที่เพิ่มเติมเข้ามา แต่ต้องบอกว่าดีไซน์ได้สวยเฉียบขาดมาก สำหรับยข้อมูลของความเร็ว GHz Core / Mem เรายังไม่รู้ในตอนนี้นะครับ

Source : Videocardz

Share This:

3.8K ผู้เข้าชม

กราฟฟิกการ์ดที่ดีที่สุดในแต่ละระดับ

ในขณะที่ถ้าพูดถึงรุ่น GPU เราอาจจะต้องกล่าวกันถึงในเชิงลึกเลยก็ว่าได้ แต่จากทดสอบและลองเล่นกราฟิกการ์ดมาหลายปีทำให้ประสบการณ์บอกเราได้อย่างดีว่า กราฟฟิกการ์ดจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้อีกจากการเปิดตัวไดร์เวอร์และการอัพเดตรายละเอียดของเกมส์เข้ามาใหม่ ทำให้ประสิทธิภาพมีการปรับตัวด้วยเช่นกัน

แต่หากว่ากำลังมองหาการอัพเกรดหรือซื้อกราฟิกการ์ดมาใช้ใหม่ในวันนี้ หลายๆคนอาจจะต้องไปดูผลทดสอบกันเสียหน่อยว่ากราฟฟิกการ์ดที่ตนเองได้เลือกไว้นั้นมีประสิทธิภาพเพียงใด โดยอาจอ้างอิงจากผลการทดสอบ เช่น FPS การใช้พลังงาน หรือแม้กระทั่งการ Overclock ซึ่งคุณลักษณะของกราฟิกการ์ดเหล่านี้ทางทีมงานได้เลือกเป็นแต่ละช่วงราคาเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจมากขึ้น

สำหรับการเลือกซื้อกราฟฟิกการ์ดในช่วงนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเสียหน่อย เพราะการกำหนดราคาของ GPU นั้นอยู่ในสถานที่ไม่ค่อยสู้ดีนักโดยเฉพาะ GPU ของ AMD เนื่องจากการทำเหมืองหรือที่เรียกกว่า Cryptocurrency ซึ่งทำให้ความต้องการสินค้าจำพวกกราฟฟิกการ์ดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถ้าดูแล้วทาง Nvidia ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันรวมถึงการขาดแคลนในส่วนของเม็ดแรมที่จะนำมาใช้ด้วยแล้ว ทำให้เราจะเห็นว่าราคาการ์ดในปัจจุบันนี้มีราคาไม่แตกต่างจากช่วงเปิดตัวมากนัก แต่จากตอนนี้คงจะทำให้ใครที่กำเงินไว้ได้ชื่นใจบ้างจากการปรับลดราคาลงมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สามารถชื้อหาได้อย่างไม่ยากลำบากนัก และราคาก็สามารถดูไปแล้วสามารถซื้อได้ง่ายขึ้น

Entry-Level GPU (ต่ำกว่า 3,000 บาท)

ตัวเลือกจะมีให้เลือกคือ GeForce GT 1030 กับ Radeon RX 550 ซึ่งออกแบบมาเป็นกราฟฟิกการ์ดในระดับเริ่มต้น สามารถเล่นเกมส์ในระดับเบื้องต้นได้ หรือบางคนนิยมนำมาใช้กับเครื่อง HDPC เพื่อให้มีความลื่นไหนกว่า iGPU ทั้งหลาย โดยเมื่อดูแล้วทางด้าน GT1030 จะมีภาษีดีกว่าตรงการ Overclock ที่สามารถทำได้ดี รวมถึงการที่มีราคาต่ำกว่าสำหรับราคาเริ่มต้น แต่ทาง RX 550 ก็มีจุดเด่นถ้าใครใช้จอ Freesync หรือวางแผนจะซื้อไว้ซึ่งจอนั้นก็มีราคาไม่สูงแล้วสำหรับปัจจุบันก็อาจจะเลือกซื้อ RX 550 มาใช้ก็ได้

Mainstream GPU (ประมาณ 5,000 บาท)

GeForce GTX 1050 และ Radeon RX 560 ถูกจัดวางมาในตำแหน่งเดียวกัน รวมถึงราคาด้วยที่มีราคาเริ่มต้นที่สามพันปลายๆ แต่ถ้าใครต้องการใช้งานพัดลมคู่เพื่อใช้งานที่เย็นขึ้นและเงียบลงอาจต้องจ่ายราวสี่พันกลางๆ ก็ได้ แล้วแต่ความชอบแต่ละบุคคล สำหรับ GTX 1050 แล้ว ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่สามถันกลางๆ มีการสนับสนุน DirectX ที่ทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจัดลำดับตรงนี้จะมี RX560 โดยจุดเด่นอยู่ที่การสนับสนุน valkan ที่ทำได้ค่อนข้างดี ซึ่งคงจะดูการนำไปใช้งานเป็นหลักเสียมากกว่า

แต่สำหรับใครที่มีงบประมาณเพิ่มอีกสักหน่อยอาจเลือกใช้งานงาน GTX 1060 3GB ที่ราคาประมาณ 7,000 บาทซึ่งถ้าพบส่วนลดก็จะถูกลงได้อีกหน่อย ก็จะทำให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นรวมถึง RX570 4GB ที่มีการปรับราคาลงมาเช่นกัน แต่ก็ต้ัองดู PSU ของตนเองด้วย เพราะทั้ง GTX 1060 3GB หรือ RX570 4GB นั้นต้องการใช้พลังงานเพิ่มทั้งคู่

Mid-Range GPU (ประมาณ 10,000 บาท)

ตลาดกลุ่มนี้จัดว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว เพราะราคาอยู๋ในระดับที่หลายๆคนยอมที่จะควักเงินเพื่อซื้อออกมา โดยเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง GTX 1060 6 GB ที่ดูแล้วเหมือนจะไม่ได้แตกต่างจาก GTX 1060 3GB แต่ตามความจริงนอกจากหน่วยความจำที่มีมากว่าแล้วยังมีการปรับแต่ง Cuda Core จาก 1152 Cuda เป็น 1280 Cuda ซึ่งเพิ่มมากว่า 128 Cuda ซึ่งทำให้การใช้งานนั้นมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งรวมถึง RX580 ด้วยที่มีการขยับ Stream Processors จาก 2048 Stream ใน RX 570 เป็น 2304 Stream ใน RX580 ซึ่งในตอนนี้ก็สามารถหาซื้อมาใช้งานได้ไม่ยากนักสำหรับในปัจจุบัน

High-End GPU (ประมาณ 15,000 บาท)

ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ Nvidia สามารถยืดพื้นที่ได้โดยปราศจากคู่แข่งด้วยการยึดครองพื้นที่ของ GeForce GTX 1070 ที่พกแรมมาให้มากถึง 8 GB โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 14,xxx บาท ลากไปถึง 18,xxx บาท แล้วแต่รุ่นและความสวยงามของตัวกราฟฟิกการ์ดซึ่งถ้าใครพอจะจ่ายได้ตรงตัวไหนก็เลือกได้ตามความสะดวกใจ เพราะ ไม่ใช่แค่ว่าใช้ชิพเดียวกันแต่ว่าแต่ละรุ่นนั้นจะมีความแตกต่างกันไปด้วยในส่วนของภาคระบายความร้อน รวมถึงภาคจ่ายไฟ ที่จะทำให้ตัวชิพ GPU นั้นสามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่ แนะนำว่าเลือกที่สามารถระบายความร้อนได้ดี จะทำให้เพิ่มโอกาศในการ Overclock ได้สูงขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการรีดประสิทธิภาพสูงสุด

High-End GPU (20,000 บาทขึ้นไป)

ด้วยระดับราคานี้ทางทีมงานขอเขียนรวมๆ ไว้เลยซึ่งราคามีให้เลือกตั้งแต่ 20,000 บาทเป็นต้นไปโดยเริ่มที่ GTX 1080 >> RX VEGA 56 >> RX VEGA 64 >> GTX 1080 Ti ซึ่งเป็นการเรียงลำดับตามราคาเริ่มต้นหาใช่ความแรงไม่ ถ้าให้ว่าตามตรงแล้วราคาใสส่วนของ Nvidia จะทำมาให้ชวนซื้ออยู่มากก็ตามด้วยราคาเริ่มต้นที่ต่ำที่สุด แต่ประสิทธิภาพโดยรวมก็ไม่ได้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดมาก ซึ่งผู้ใช้งานกลุ่ม High-END แล้วถ้าต้องการความสุดจริงๆ อาจจะต้องเลือกระหว่าง GTX 1080 Ti หรือ RX VEGA 64 อาจจะเป็นการเลือกที่ความชอบในตัวยี่ห้อเสียมากกว่าเพราะความแรงที่ได้นั้นแล้วแต่เกมส์หรืองานที่นำไปใช้เลยก็ว่าได้

สุดท้ายแล้วในการเลือกใช้งานกราฟฟิกการ์ดสักตัวแล้วแนะนำว่าให้ดูที่ CPU ที่ใช้อยู่ด้วยเพราะ CPU ที่ดีก็จะทำให้การขับเคลื่อนตัว GPU ได้ดีตามไปด้วยแต่จะได้มากหรือน้อยแค่ไหนนั้น สำหรับปัจจุบัน CPU ที่เลือกใช้จะขับกราฟฟิกการ์ดระดับ Mid-Range GPU ก็น่าจะใช้งาน CPU ประเภท 4 แกนแท้ขึ้นไปเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดรวมถึงรอการรองรับในอนาคตด้วยแล้วที่เกมส์ในปัจจุบันมีการเรียกใช้งาน CPU ที่มากขึ้นด้วยนั่นเอง สำหรับวันนี้ทางทีมงานขอสวัสดี แล้วเพื่อนๆ อย่าลืมคอมเม้นบอกกันบ้างละชอบ GPU ในช่วงระดับใด ด้วยสาเหตุใด แชร์กันด้วยระหว่างทีมงานและเพื่อนๆ รวมถึงเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเพื่อนๆ ด้วยกันด้วย สวัสดี

Share This:

1.5K ผู้เข้าชม

Forza 7 เผย Radeon RX VEGA 56 นั้นแรงกว่า GeForce GTX 1080 Ti

มีการเปิดเผยผลการทดสอบ Forza 7 ที่น่าตกใจเมื่อ Radeon RX VEGA 56 นั้นมีผล FPS ที่ดีกว่า GeForce GTX 1080 Ti ในการทดสอบที่ Full HD

ข้อมูลจาก Computerbase  ได้ทำการทดสอบเกม Forza 7 โดยใช้ไดร์เวอร์ Crimson ReLive 17.9.3 สำหรับกราฟฟิกการ์ดจาก AMD Radeon และ GeForce 385.69 สำหรับกราฟฟิกการ์ดจาก Nvidia GeForce บนพื้นฐานจากระบบที่ขับเคลื่อนด้วย Intel Core i7-6850K Overclock @4.3GHz ซึ่งดูไปแล้วเกมส์ Forza 7 นั้นกราฟฟิกการ์ดจากค่ายแดงสามารถทำ Frame Time และ Frame Rate ได้เป็นอย่างดี

 

ที่มา :  computerbase

Share This: