783 ผู้เข้าชม

รีวิว Gamdias HEBE M1 RGB หูฟังที่ไม่ได้มีดีแค่เสียง

 

หากกล่าวถึงอีกหนึ่งของประสาทสัมผัสที่ขาดไม่ได้ในการรับความบันเทิงนอกจากภาพแล้ว ก็จะขาดไม่ได้คือเสียงที่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของความบันเทิงได้มาซึ่งประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

Gamdias HEBE M1 RGB

สำหรับหูฟังที่จะนำมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ในวันนี้เป็นของยี่ห้อ Gamdias ซึ่งก็ได้ทำตลาดในโซนเกมส์มิ่งมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยผลิตภัณฑ์ก็มีหลากหลายออกมาให้เลือกสำหรับเกมส์มิ่งตัวยงไม่ว่าจะเป็นเมาส์ คีย์บอร์ด และหูฟังด้วย โดยตัวหูฟัง Gamdias HEBE M1 RGB นั้นถูกออกแบบมาให้เสียงทุ้มที่ค่อนแน่น ตัวหูฟังมีขนาดที่ใหญ่แต่เมื่อสวมใส่แล้วน้ำหนักก็ไม่ได้มากจนรู้สึกล้าจากที่สัมผัสมาระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะมาเป็นบทความนี้ทางทีมงานก็ได้ลองสวมหูฟังแล้วดูหนังก็สามารถดูจบเรื่องได้อย่างสบาย

ด้วยการออกแบบตัวหูฟังที่ครอบใบหูใด้พอดี ทำให้เมื่อใส่แล้วไม่รู้สึกเจ็บที่ใบหู ให้การเก็บเสียงที่ดีจากตัวหนังบนตัวหูฟังทำให้เสียงจากข้างนอกมารบกวนได้น้อย และทำให้เสียงที่ฟังนั้นชัดเจนได้รายละเอียด รวมถึงก้านหูฟังนั้นเป็นโลหะที่มีให้ความยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี และสามารถปรับระดับความแน่นได้ในการใช้งาน

ไมโครโฟนที่ตัวหูฟังนั้นสามารถปรับระดับได้ง่าย ด้วยการดัดได้ทันที ส่วนเสียงที่สามารถรับได้นั้นก็อยู่ในระดับที่ใช้ในการสื่อสารได้เป็นอย่างดี ส่วนตัวสายของหูฟังนั้นมีความหนาแต่สามารถให้ตัวได้ ระหว่างสายนั้นจะมีชุดควบคุมที่สามารถทำการปรับระดับความดัง, เปิดปิดการสั่น, เปิดเปิดไมโครโฟน และเปิดปิดไฟ RGB บนตัวหูฟังได้ (สามารถปรับบนตัวซอฟแวร์ที่ให้มาก็ได้เช่นกัน) ด้านการเชื่อมต่อนั้นใช้การเชื่อมต่อแบบ USB สามารถต่อกับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ส่วนการเชื่อมต่อกับสมาทโฟนหรือแท็บเล็ทนั้นจะต้องใช้สาย OTG ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน

รายละเอียด

Sensitivity 119±3dB
Impedance 32 Ohm + / – 15%
Driver diameter 50mm
Driver Magnet NdFeB
Microphone size Φ6*5mm
Microphone Sensitivity -40db±3db
Microphone Pick up Pattern Unidirectional
Vibration Unit Size 30mm
Cable Length 2m
Plug type Gold-plated USB plug
Dimension (LxWxH) 188 × 104 × 230 mm
Application UI HERA Software

ตัวซอฟแวร์ที่ให้มานั้นจะเป็นแบบรวมมาให้ ซึ่งน่าจะสามารถใช้งานได้กับทุกผลิตภัณฑ์ของทาง Gamdias โดยสามารถควบคุม และปรับแต่งโทนของการฟังเพื่อให้เหมาะกับเราได้ ส่วนการใช้งานไมโครโฟนนั้นก็สามารถปรับแต่งเพื่อดัดเสียงพูดของเราได้เช่นกัน

 

ไฟ RGB ของตัวหูฟังนั้นจะปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สามารถเปิดปิดเพื่อเพิ่มความสวยงามได้เป็นอย่างดี

 

คลิปการเปลี่ยนสีของไฟบนตัวหูฟัง

ส่งท้าย

สำหรับหูฟัง Gamdias HEBE M1 RGB จากที่ได้ทำการทดสอบมาช่วงระยะเวลาหนึ่งนั้นก็สามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงประสิทธิภาพที่คุ้มต่อราคาด้วยราคาค่าตัวที่สามารถซื้อได้ในราคา 8xx บาท ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งที่จะสามารถเพิ่มอรรถรสด้านการฟังได้เป็นอย่างดี โดยใครที่จะนำมาใช้ในการเล่นเกมส์ที่ต้องการความตื่นเต้นตัวหูฟังนั้นก็สามารถให้เสียงที่ตื่นเต้นไปด้วนกับบรรยากาศได้อย่างเต็มเบี่ยม

ภาพรวม : 8.5/10

ขอขอบคุณ Gamdias

Share This:

3.3K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ EP.1 AMD RYZEN 7 2700X RYZEN 5 2600X ปะทะ INTEL Core i5 8600K Core i7 8700K

 

 

สวัสดีเพื่อนชาว GcubeZ หลังจากที่เราห่างหายกันไปพักใหญ่ๆ เนื่องจากขณะนี้ทางผมติดภาระกิจการทำงานส่วนตัวอยู่ จึงค่อนข้างจะมีเวลาที่จำกัดในการทำรีวิว แต่ในเมื่อได้ทำก็เลยหาเวลามาทดสอบสินค้าตัวใหม่จากทาง AMD ในวันนี้ นั้นก็คือ CPU generation ใหม่ของ AMD RYZEN 5 2600X และ RYZEN 7 2700X ครับ

 

แต่วันเราได้เอา CPU ตัวเทียบเคียงจากอีกค่ายมาเพื่อทำการทดสอบในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อหาประสิทธิภาพที่แท้จริงในการเล่นเกมและการทำงานเทียบกันดูว่าเป็นเช่นไร CPU Gen ใหม่จาก AMD จะคุ้มค่าแค่ไหน สำหรับคู่เทียบในวันนี้ก็คือ Intel Core i5 8600K ซึ่งเป็น CPU ของผมเอง และ Core i7 8700K เป็นของที่ยืมมิตรสหายเข้ามาทำการทดสอบร่วมในครั้งนี้ครับ

 

เรามาดูตัวกล่องผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาครับว่าในกล่องมีอะไรบ้าง

 

กล่องสีดำขนาดใหญ่กว่าลังเบียร์ราวๆ 2 เท่าตัว

 

 

ซึ่งภายในจะเห็นกล่องยาวๆตัวนี้จะบรรจุ CPU RYZEN 7 2700X และ RYZEN 5 2600X ครับชุดมาให้

 

 

 

ตัวชุดระบายความที่จะแถมเอามาให้ครับของ RYZEN 7 2700X จะแถม Wraith prism RGB (ซ้ายมือ) ส่วนของ RYZEN 5 2600X จะแถม Wraith Spire มาให้ครับ

 

 

ภายในชุดทดสอบจะให้แรมมาด้วย 1 ชุดนั้นก็คือ G Skill Sniper X Bus 3400 ที่รองรับการทำงานกับ CPU AMD RYZEN ได้เป็นอย่างดี

 

 

สำหรับเมนบอร์ดที่มาเป็นชุดทดสอบจะให้มาด้วยกัน 2 ยี่ห้อครับ

 

ASRock X470 Taichi Ultimate

 

 


AORUS X470 GAMING 7 Wifi

 

 

 


ในการทดสอบนี้จะเป็นการทดสอบแบบเดิมทั้ง 2 ค่าย CPU ครับ อาจจะไม่ได้หวือหวาอะไร แต่จุดประสงค์ต้องการให้ผู้ใช้งานทั่วๆไปได้ทราบถึงประสิทธิภาพขั้นพื้นฐานของ CPU ในยุคปัจจุบันนี้ทั้งคู่ครับ

 

INTEL CORE i  – SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8600K 3.6GHz / Core i7 8700K 3.7GHz
Mother Board ASUS Z370 TUF Pro Gaming
Graphics Accelerator ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition
Memory G-Skill Trident Z RGB 16GB 4*8 3600 cl 17-18-18-38
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

 

AMD RYZEN – SYSTEM TEST
CPU AMD RYZEN 5 2600X 3.6GHZ / RYZEN 7 2700X 3.7GHZ
Mother Board ASROCK X470 TAICHI Ultimate / AORUS X470 Gaming 7 Wifi
Graphics Accelerator ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition
Memory G-Skill  Sniper X 16GB 4*8 3400 cl 16-16-16-36
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

 

สำหรับการทดสอบเกมผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอที่ความเร็วปกติ 1,594 MHz และ OC 1,700 MHz Core และ Boost Max 2010 MHz ส่วนของความเร็ว Memory 1,387 MHz *8  (11,100 MHz Effective Memory) OC Memory ไปที่ 1,550 MHz *8 ( 12,400MHz Effective Memory) ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro – 64 Bit

VGA GTX 1080 Ti Overclock [email protected] Boost 2010 MHz / Mem [email protected] MHz


เกมที่ผมใช้จะเป็นเกมกินสเปคเครื่องยอดนิยม 3 เกม และโปรแกรมสายเรนเดอร์ที่ใช้พลัง CPU อีก 4 โปรแกรม


 

สำหรับ Assassin ‘s Creed Origins ผลการทดสอบทาง CPU จากค่ายคู่แข่งอย่าง Intel เอาชนะไปได้ใน Fps min ได้ประมาณ 10 fps แต่ก็ไม่ค่อยส่งผลต่อการเล่่นเกมเท่าไหร่

ฺBattlefield 1 เป็นเกมที่ไม่ค่อยเห็นผลที่แตกต่างกันเท่าไหร่นักในส่วนของ Min Fps และ Avg Fps

Farcry 5 Core i7 8700K จะทำผลทดสอบออกมาได้ดีกว่า CPU ทั้ง 3 รุ่นครับ


มาในโปรแกรมสายเรนเดอร์อย่าง Cinebench R15 / V-RAY / Corona ตัว CPU RYZEN 7 2700X สามารถกินนิ่มในทดสอบทั้ง 3ตัวนี้ นั้นเพราะว่าเป็น CPU ตัวเกียวในกลุ่มที่เ้ป็นแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ซึ่งโปรแกรมสายเรนเดอร์จะเน้นการใช้งานคอร์และเธรดที่มากไว้ก่อนครับ

ในส่วนของโปรแกรม Blender CPU Core i7 8700K กับ Ryzen 7 2700X ผลทดสอบแทบจะเสมอกัน แต่ว่า AMD ใช้จำนวนคอร์ที่เยอะกว่าในการเรนเดอร์ นั้นแปลว่าในการทดสอบนี้หาก Intel มีจำนวนคอร์ที่เท่าๆกัน ก็จะชนะการทดสอบนี้ไปครับ

อัตราการใช้พลังงานของ CPU ทั้ง 4 ตัว ในแบบปกติ และตอน Load


 

Final Thought  : หลังจากทดสอบเดิมๆของ CPU ทั้ง 2 ค่าย ผมมีความเข้าใจอยู่อย่างนึงว่า AMD Ryzen ในเรื่องการการทำงาน ตัว CPU ยังเหมือนทำงานได้ไม่เต็มที่ เท่ากับ CPU จากอีกค่ายอย่าง Intel ทำให้ผลการทดสอบตัวเกมค่อนข้างจากตามอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเท่าไหร่นัก ยังคงให้ค่า Fps ที่ดูดีอยู่ไล่เลี่ยกันครับ แต่ในส่วนของการทำงานสายงานเรนเดอร์ถือว่าทำออกมาได้เหมาะมากครับ  เพราะดึงประสิทธิภาพออกมาในแต่ละคอร์แต่ละเธรดได้ดีเลยทีเดียว

 

มันดีกว่า Gen 1 ยังไง ? – ผมไม่ได้ทำการ OC CPU ใดๆ แต่มันเล่นกับบัสแรม XMP ได้ง่ายขึ้นครับ อีกอย่างคือเรื่องของการ Boost Clock MHz สามารถ Boost ได้ดีกว่า Gen แรกดีกว่าอย่างชัดเจนทั้งแบบ 1 – 8 คอร์ มีระดับการ Boost ที่แตกต่างตาม Core ที่ Boost อันนี้คือข้อดีที่ Gen 1 ไม่มี

 

แถมชุดระบายความร้อน – ที่แถมมาให้น่าสนใจมากครับ สวยงามและระบายความร้อนได้ดี สำหรับตัว Ryzen 7 2700X แต่กับตัว 2600 2600X ยังถือว่าธรรมดาไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าฝั่ง Intel ครับ

 

สนนราคาจำหน่ายของ CPU ทั้ง 4 ตัว

Ryzen 7 2700X = 330Usd

Ryzen 5 2600X = 230Usd

Intel Core i7 8700K = 250Usd

Intel Core i7 8700K = 350Usd

 

**ระดับความคุ้มค่าใน AMD ยังถือว่าทำได้ดีกว่า Intel ครับ แต่ยังรู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกสักหน่อยในเรื่องของราคา หากมองประเด็นนำมาใช้เล่นเกม แต่ถ้าสายทำงานละก็ CPU AMD จะคุ้มค่ากว่าพอตัวครับ


ขอขอบคุณ AMD ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

1.3K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ DELL ALIENWARE AURORA R7 สุดยอด DESKTOP GAMING เพื่อคอเกมตัวจริง

 

 

สวัสดีเพื่อนๆชาว GcubeZ ทุกท่านที่เข้ามาชมการทดสอบนี้ครับ วันนี้เราได้เอาผลทดสอบที่ใช้อ่านค่ากราฟการทำงานและรูปร่างหน้าตาดีไซน์ของคอมพิวเตอร์เดสทอปเกมมิ่งตัวแรง ที่เราได้ทดสอบกันไปได้ไม่นานนี้เอง กับ DELL ALIENWARE AURORA R7 -2695101THW10CFL ซึ่งมันเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีสเปคในการเล่นเกมที่ทรงพลังและมี Hardware เป็นตัว TOP ของตลาดในเวลานี้ครับ

 

นั้นก็เพราะว่า DELL ได้มีการเลือกใช้ CPU Intel Core i7 8700 ซึ่งเป็น CPU Gen 8th ที่เพิ่งออกมาได้ไม่นาน อีกทั้งยังเป็น CPU ที่มีการเพิ่มจำนวนคอร์เข้ามาอีกจากของเดิมตัว TOP จะเป็น Core i7 7700 4คอร์ 8 เธรด ได้มีการปรับมาใช้ CPU Intel Core i7 8700 ที่เป็น CPU แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ทำให้รองรับการทำงานกับเกมรุ่นใหม่ๆที่ต้องการพลังการประมวลผลของ CPU เยอะๆ ได้มากยิ่งขึ้น

 

อีกความพิเศษครั้งนี้ก็คือว่า การ์ดจอที่เอามาติดตั้งลงไปคราวนี้ ก็เป็นการ์ดจอรุ่นหัวเรือใหญ๋อย่าง NVIDIA Geforce GTX 1080 Ti 11 GB กันเลยทีเดียว แถมยังเพิ่มขนาดของ RAM เครื่องมาเป็น 32 GB และใส่ SSD m.2 ขนาด 512 GB ไว้ลงวินโดว์กับติดตั้งโปรแกรมโดยเฉพาะ

 

ตัวเครื่องเดสทอป คลิ๊กเลื่อนดูภาพที่สไลด์ด้านล่างนี้

ตัวเครื่องออกแบบมาได้ดูหรูหราและค่อนข้างภูมิฐานมาก วัสดุที่นำมาใช้ทำตัวเคสดูแข็งแรงทนทานมากครับ ยกเว้นส่วนของช่องระบายความร้อนด้านบนเคสที่เป็นพลาสติกที่ไม่ได้แข็งแรงมาก ฉนั้นอาจจไม่ทนทานต่อแรงกระแทกหรือการกดทับหนักๆได้มากนัก แต่หากเป็นการใช้งานทั่วๆไปก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรตรงจุดนี้ เพราะถือว่าออกแบบมาให้มีความห่างมากพอที่จะระบายอากาศร้อนออกไปได้ดี

 


 

ช่องต่ออุปกรณ์ด้านหลังเคส คลิ๊กเลื่อนดูภาพที่สไลด์ด้านล่างนี้

ช่องต่ออุปกรณ์ USB สาย ต่อจอให้มาค่อนข้างจะเหลือเฟือครับ ส่วนการต่อออกภาพนั้นให้ไปต่อที่ช่องต่อด้านล่างบริเวณ VGA Out ที่เป็นกรา์ดจอ GTX 1080 Ti เท่านั้นครับ เพราะช่องต่อ VGA ด้านบนจะเป็นช่องต่อกราฟฟิค Intel

 


 

ในชุดเครื่องเดสท้อปตัวนี้จะมีแถมคีย์บอร์ด และเม้าส์มาตรฐานให้ 1 ชุดครับ คุณภาพพอใช้งานได้ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับยอดเยี่ยมอะไรนัก อย่างน้อยก็ถือว่าแถมให้ครับ

 

 

 


 

Live สดทดสอบ Dell Alienware Aurora R7

 

ทดสอบ Dell Alienware สุดเทพที่มาพร้อมกับ GTX 1080 Ti

ทดสอบ Dell Alienware สุดเทพที่มาพร้อมกับ GTX 1080 Ti Geeratt Ratchapaksophon

โพสต์โดย GcubeZ บน 5 มีนาคม 2018


SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8700  Boost All Core 3.6GHZ
Mother Board DELL Z370 OEM
Graphics Accelerator Geforce GTX 1080 Ti 11 GB
Memory 32GB 16*2 CL 16-18-18-18 2666
SSD 512 GB m.2
HDD 2 TB SATA3
PSU 600 Watt 80 Plus
OS Microsoft Windows 10 Home 64

 


การทดสอบเกมที่เราใช้การตั้งค่ากราฟฟิคสูงสุดของเกมนั้นๆครับ

 

 

 

 

 


 

ผลการทดสอบ Benchmark ต่างๆ

 

3DMark Fire Stike ทดสอบประสิทธิภาพกราฟฟิค และ CPU

 

 

3DMark Time Spy ทดสอบประสิทธิภาพกราฟฟิค และ CPU

 

 

Cinebench R15 ทดสอบประสิทธิภาพ CPU ในแบบ Multitask

 

 

CPU Z ทดสอบประสิทธิภาพ CPU ทั้งแบบ Single Thread และ Multi Thread

 

GPU Z ให้ดูความสามารถในการ Overclock VGA GTX 1080 Ti ซึ่งสามารถ OC ได้ดีในระดับนึงครับ

 

 


 

ช่วงนี้ DELL มีโปรโมชั่นครับ ถ้าซื้อเครื่อง ALIENWARE AURORA R7 ที่ใช้ CPU Core i5 Core i7 จะมีแถมชุด Gaming Gear ตัวเทพไปเลย

 

 

Gaming Gear ทั้ง 2 รุ่นที่จะแถมครับ คลิ๊กเลื่อนดูภาพที่สไลด์ด้านล่างนี้

 

 


 

ในการทดสอบครั้งนี้ DELL ได้ให้จอที่เอามาทดสอบคู่กับเครื่องเดสทอปเกมมิ่ง ซึ่งเป็นจอ Gaming ตัวที่รองรับเทคโนโลยี NVIDIA G-Sync ที่มีค่า Refresh Rate 240 Hz และ Responsive Time ที่ 1 ms เลยทีเดียว อีกทั้งยังให้คุณภาพของตัวภาพที่สวยงามมากครับ โดยที่ตัวจอนั้นเป็นจอแบบ 1920*1080 p รองรับการปรับแต่งภาพได้หลายระดับ หลายรูปแบบ

 

ตัวจอนั้นสามารถที่จะปรับองศาของจอได้ทั้งแบบหันซ้าย ขวา อย่างละ 15 องศา อีกทั้งยังหงายขึ้นและลงได้อย่างละ 15 องศาครับ ตัวจอสามารถที่จะปรับระดับความสูงต่ำของหน้าจอใไห้สัมพันธ์กับความสูงขณะนั่งของผู้ใช้งาน อีกความพิเศษของจอรุ่นนี้ที่มีอีกก็คือความสามารถหันจอได้ 180 องศา เป็นแนวตั้งได้อีกด้วย โดยที่จะหันได้ฝั่งละ 90 องศาครับ เหมาะมากที่เอาไว้เล่นเกมที่เป็นมุมมองแนวตั้งอย่างอาเขตเกม

 

 


 

Final Thought / Mike GcubeZ : เป็นเดสทอปเกมมิ่ง OEM ที่ดีมากตัวนึงในการเลือกสเปคเข้ามาใช้งานได้เหมาะสมกันดี มีสมรรถนะที่สูงมาก และรองรับอนาคตในการใช้งงานได้ค่อนข้างยาวนาน แต่ก็มีจุดด้อยที่ต้องเอามาหักล้างด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกซื้อส่วนบุคคลด้วยครับ แต่สำหรับผมถ้าหากมีงบประมาณถึง ก็เป็นคอม OEM อีกตัวที่ผมสนใจในระดับต้นๆของตลาด ด้วยเรื่องของดีไซน์ ประสิทธิภาพและการรับประกันครับ

 

1.การใช้งานเดิมๆ ประสิทธิภาพสูงโดยที่ไม่ต้อง Overclock  เพราะใช้ Hardware รุ่น TOP ของเวลานั้น

2.ดีไซน์มาตรฐานทั่วๆไป แต่สวยงามถูกใจผู้ทดสอบมาก

3.ราคา 129,000 บาท ถือว่าแพงพอสมควร เพราะประกอบคอมเองสเปคนี้ใช้งบ 80,000 บาท โยประมาณ แต่ก็มีของแถมมาให้เป็น Gaming Gear ราคาเหยียบหมื่น

4.การรับประกัน 2ปี ที่ค่อนข้างจะดีต่อผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ค่อนมีความรู้ในด้านเทคนิคมาก ก็มีบริการ On site – และ Call Center ให้ตลอด 24 ชม. อันนี้ทำให้ราคาค่าตัวเครื่องนี้ดูไม่แพง

 

สรุปท้าย – ใครที่มองหาคอมพิวเตอร์ที่มาครบครันแรงแต่เกิด และมีบริการที่ดีในประกันที่มาพร้อมเครื่อง จะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ตอบโจทย์ตลาดคนกลุ่มนี้ครับ ทีเดียวจบและไม่ต้องซื้อเพิ่มอีก เพราะ Hardware ที่ใส่มาค่อนข้างแรงและรองรับการใช้งานในอนาคตได้ยาวนานพอสมควร

 

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงามหรูหรามาก
  • เนื้องานของตัวเครื่องวัสดุดูดี
  • Hardware ภายในให้มาสุดในทุกด้าน เหลือเฟือต่อการใช้งาน
  • อุปกรณ์เสริม Gaming Gear ที่แถมมาช่วงโปรโมชั่นน่าสนใจมาก
  • มีประกันระดับ Platinum ให้ผู้ใช้งานสบายใจตลอดระยะเวลาการดูแล

จุดที่ควรปรับปรุง

  • ตะแกรงระบายความร้อนด้านบนเครื่องดูเปราะไปนิดนึง กระแทกแรงๆอาจแตกได้
  • ราคาจำหน่ายอาจจะสูงไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเครื่อง OEM ยี่ห้ออื่นๆ ที่มีการปรับประกันคล้ายๆกัน

 

ช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ JIB  Lazada  Invadeit  


 

ขอขอบคุณ DELL ประเทศไทย ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

 

 

Share This:

8K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ AMD Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G สุดคุ้มสำหรับคอมงบจำกัด

 

สำหรับเพื่อนที่กำลังจะหาซื้อ AMD Ryzen ตัวที่เป็น APU ย้ำว่าตัวที่เป็น APU อยากให้ดูสิ่งที่ผมจะเล่าผ่านกราฟแสดงผลต่อไปนี้ครับ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินที่จะประกอบคอมงบประหยัดเครื่องใหม่ หรือคิดที่จะซื้อมาอัพเกรดเครื่องคอมสุดที่รักของเรา ในการทดสอบครั้งนี้ผมไม่ได้ทำการ Overclock ใดๆครับกับตัว CPU และใช้ Heat Zink Stock ที่แถมมากับตัว CPU เลย จะมีแต่ก็เพียงการทดสอบ Bus Ram กับ Channel ของ Ram เท่านั้น แค่นี้ก็เห็นผลมากๆแล้วครับในการใช้งาน
.
ซึ่งเราจะว่ากันด้วยเรื่องหลักๆ อยู่ 2 หัวข้อคือ
1.Bus ของ Ram มีผลต่อประสิทธิภาพส่วนไหนบ้าง?
2.การใส่ Ram แบบ Dual Channel และ Single Channel ในแต่ละ Bus ความเร็ว จะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง?
.
ซึ่งผมได้ทำออกมาเป็นกราฟที่น่าจะเข้าใจกันได้ไม่ยาก อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นไกด์ไลน์ในการเลือกซื้อ Ryzen APU หรือ Ryzen ตัวปกติได้อีกด้วยครับ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาไปดูกันเลยดีกว่า

3DMark Fire Strike

ในการทดสอบ 3DMark Fire Strike Bus ของ Ram จะยังไม่เห็นผลที่แตกต่างมากนักใน Ryzen3 2200G ที่ทำงานใน Mode Dual Channel แต่ใน Single Channel กลับพบว่าประสิทธิภาพหล่นหายไปเยอะมากครับ

ในการทดสอบ 3DMark Fire Strike Bus ของ Ram จะยังไม่เห็นผลที่แตกต่างมากนักใน Ryzen5 2400G ที่ทำงานใน Mode Dual Channel แต่ใน Single Channel กลับพบว่าประสิทธิภาพหล่นหายไปเยอะมากครับ


PUBG

ในเกม PUBG ผลการทดสอบ Ryzen3 2200G จะเห็นว่าความเร็วของ BUS Ram ยังไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของกราฟฟิคการ์ด Vega 8 มากนักใน Mode Dual Channel แต่เมื่อใช้งาน Ram แบบ Single Channel กลับพบว่า Fps ร่วงกระจายเลย แม้ว่าจะเป็น Bus Ram 3200MHz ก็ตามที

ในเกม PUBG ผลการทดสอบ Ryzen5 2400G จะเห็นว่าความเร็วของ BUS Ram ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของกราฟฟิคการ์ด Vega 11 ค่อนข้างมาก ทั้ง Mode Dual Channel และ Single Channel แต่เมื่อใช้งาน Ram แบบ Single Channel กลับพบว่า Fps ร่วงกระจายเลย แม้ว่าจะเป็น Bus Ram 3200MHz ยังไงหามาใส่เป้น Ram Dual จะดีที่สุด


Rise of the Tomb Raider

ในเกม Rise of The Tomb Raider ผลการทดสอบ Ryzen3 2200G จะเห็นว่าความเร็วของ BUS Ram ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของกราฟฟิคการ์ด Vega 8 มากพอสมควรครับ ทั้งใน Mode Dual Channel และ Single Channel แต่เมื่อใช้งาน Ram แบบ Single Channel กลับพบว่า Fps ร่วงกระจายเลย แม้ว่าจะเป็น Bus Ram 3200MHz ก็ตาม

ในเกม Rise of The Tomb Raider ผลการทดสอบ Ryzen5 2400G จะเห็นว่าความเร็วของ BUS Ram ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของกราฟฟิคการ์ด Vega 8 มากพอสมควรครับ ทั้งใน Mode Dual Channel และ Single Channel แต่เมื่อใช้งาน Ram แบบ Single Channel กลับพบว่า Fps ร่วงกระจายเลย แม้ว่าจะเป็น Bus Ram 3200MHz ยังไงหามาใส่เป้น Ram Dual จะดีที่สุดครับ


GTA5

ผิดคาดตรงที่เกมอย่าง GTA5 ตัวเกมกราฟฟิคการ์ด Vega8 ที่อยู่ใน Ryzen 3 2200G จะแรงกับเฉพาะ Bus Ram ส่งเรื่องการใช้ Single Channel หรือ Dual Channel อาจจะส่งผลเรื่องความต่างของ Fps ในจุดนี้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยมากครับ

ผิดคาดตรงที่เกมอย่าง GTA5 ตัวเกมกราฟฟิคการ์ด Vega11 ที่อยู่ใน Ryzen 5 2400G Bus Ram จะมีผลต่อ Fps ทั้งในส่วนของ Single Channel หรือ Dual Channel


Final Fantasy 15 PC Benchmark

สำหรับ Ryzen 3 2200G กับ Benchmark เกมFinal Fantasy 15 Bus Ram และ Channel ของ Ram ที่เป็น Dual ส่งผลค่อนข้างชัดเจนตามลำดับครับ

สำหรับ Ryzen 5 2400G กับ Benchmark เกมFinal Fantasy 15 Bus Ram และ Channel ของ Ram ที่เป็น Dual ส่งผลค่อนข้างชัดเจนตามลำดับครับ


Cinebench R15

Ryzen 3 2200G ในโปรแกรมทดสอบ Cinebench R15 ที่เอาไว้ทดสอบประสิทธิภาพ CPU Bus ของ Ram ค่อนข้างเห็นผลมากครับในการ Render รวมไปถึง Channel ของ Ram ก็ส่งผลมากด้วยเช่นกัน นั้นเพราะว่า CPU Ryzen จะทำการ Sync ข้อมูลกันตลอดเวลาเสมือน Ram คือ Bus ของ CPU ก็ว่าได้ จริงๆแล้ว Bus ของ CPU คือ CCX Inter Connect ครับ แต่ถ้า Ram ทำงานไม่เร็วพอ CPU ก็จะช้าตามไปด้วย

Ryzen 5 2400G ในโปรแกรมทดสอบ Cinebench R15 ที่เอาไว้ทดสอบประสิทธิภาพ CPU Bus ของ Ram ในการ Render ต่างจาก Ryzen 3 2200G ครับคือเห็นผลน้อยลง รวมไปถึง Channel ของ Ram ก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพน้อยลงเช่นกัน นั้นเพราะโปรแกรม Cinebench จะอ้างอิง Simulation Multi Thread (SMT) ที่มีใน Ryzen 5 2400G มาช่วยประมวลผลแทน หากแต่ว่าโปรที่ใช้พลังการ Render ที่มากกว่านี้ Bus Ram กับ Channel ของ Ram น่าจะมีผลมากขึ้นไปอีกครับ


CPUZ

CPUZ กับ Ryzen 3 2200G ให้ผลทดสอบของ Bus Ram ต่างไม่มากครับ รวมไปถึงการใช้ Channel ก็เห็นผลค่อนข้างน้อย นั้นเพราะตัวโปรแกรมอ้างอิงการใช้พลัง CPU กับชุดคำสั่ง SSE MMX เป็นหลักครับ

CPUZ กับ Ryzen 5 2400G ให้ผลทดสอบของ Bus Ram ต่างไม่มากครับ รวมไปถึงการใช้ Channel ก็เห็นผลค่อนข้างน้อย นั้นเพราะตัวโปรแกรมอ้างอิงการใช้พลัง CPU กับชุดคำสั่ง SSE MMX เป็นหลักครับ


วันที่เจอกันวันแรก กล่องใหญ่โตมาก สวยดีครับสำหรับชุดคิตเซ็ตที่ส่งมาให้ผมทดสอบ

มีใบโฆษณาเบาๆแปะกันพระอบหลุด

แกะออกมาร้องว้าว เรียงมาเรียบร้อยดีจุง…....

พอตั้งรวมกันเออ ดูแพงดีนะ จริงๆถูกนะยกเว้น Ram แฮ่ร์

บีบสิวหัวดำใส่ CPU ทดสอบพื้นผิวกระดอง CPU

เอาหละ มัดรวมกันเรียบร้อยแล้ว

เชรดด เขร้ มัดรวมกันแล้วเปิดติดเสย…..

เป็นทดสอบที่คนอ่านไม่น่าเข้ามาดูเล๊ย… แต่ก็ขอบคุณนะที่หลวมตัวเข้ามา แชร์ต่อสิจ๊ะเป็นขวัญและกำลังใจคนทำรีวิว

Share This:

5.7K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ Deva’s SSD E120e ตัวแรงราคาประหยัดจาก Deva’s Natural

 

วันนี้ขอเอาผลทดสอบ Benchmark ของ SSD รุ่นใหม่จากแบรนด์ Deva’s SSD มาให้เพื่อนได้ดูประสิทธิภาพกันนะครับ ในจุดนี้คู่เปรียบเทียบการอ่านความเร็วของ Memory Chip ในครั้งนี้คือเจ้า Intel Optane ตัวแรงที่ผมเอาไว้ใช้ทำ Cache File เครื่อง PC ที่ใช้ Intel Core i Gen 8th

โดยพื้นฐานนั้น Intel Optane มันไม่ได้ทำหน้าที่เป็น SSD แต่เป็นตัวช่วยในการเป็น Cache File ให้กับตัว SSD หรือ HDD ครับ นั้นแปลว่ามันจะต้องมีความเร็วในการทำงานที่สูงมากๆเมื่อเทียบกับ SSD HDD

มาดูในส่วนของหน้าตาของ Deva’s SSD E120e กับขนาดความจุ 120GB กันนะครับ ตัวตลับ SSD จะเป้นพลาสติกสีดำด้านทั่วๆไปครับ

โปรแกรมที่ใช้สอบเราจะใช้เพียง 2 ตัวครับ ซึ่งสามารถบ่งชี้ได้ว่า SSD ตัวนี้จะได้ไปต่อไหม

AS SSD Benchmark

  • ค่าความเร็วมาตรฐานสูงสุดอยู่ที่ 520MB/s ในส่วนของการอ่านไฟล์จาก SSD
  • ค่าความเร็วมาตรฐานสูงสุดอยู่ที่ 480MB/s ในส่วนของการเขียนไฟล์ลง SSD

จากผลที่เราเห็นมันทำได้ใกล้เคียงกับค่าสูงสุดที่ถูกกำหนดมาจากโรงงานครับ นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว เพราะเป็นค่าเฉลี่ยที่โปรแกรมวัดออกมาได้ในขณะใช้งานครับ ซึ่งทั้งหารทดสอบอ่านเขียนยังคงสามารถทำงานได้ ms ต่ำกว่า 0.100

HDD Tune ในการทดสอบ Deva’s SSD ในการอ่านไฟล์ขนาด 40GB

มีค่าเฉลี่ยนตามเส้นกราฟโดยประมาณที่ 330MB/s ครับ เหตุผลเพราะว่ามันคือการอ่านไฟล์ที่ใหญ่ขึ้นในระดับ 40GB นั้นเอง ต่างจาก AS SSD Benchmark ที่ใช้การอ่านไฟล์เพียง 1GB ยิ่งการทดสอบขนาดการอ่านเขียนยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งลดความเร็วลงครับ เพราะ Cache ของ SSD ก็มีจำกัดเหมือนกัน แต่จะคืน Cache กลับเมื่อเราเปิดและปิดเครื่องคอมใหม่

Intel Optane ในการทดสอบ Deva’s SSD ในการอ่านไฟล์ขนาด 40GB

มีค่าเฉลี่ยนตามเส้นกราฟโดยประมาณที่ 550MB/s ครับ ในจุดนี้จะทำได้สูงกว่า SSD มากครับเพราะมันคืออุปกรณ์ Cache File ที่มีความเร็วมากกว่า SSD ทั่วๆไป

สรุปท้ายครับ – ในการเทียบ SSD กับ Optane สินค้าทั้ง 2 รายการนี้ราคาเท่าๆกันคือประมาณ 1,6xx บาท โดยที่ Intel Optane มีขนาด 16GB ในขณะที่ Deva’s SSD จะมากับความจุ 120GB ครับ ซึ่งหากเพื่อนที่คิดจะใช้ที่เก็บข้อมูลสำหรับไว้ติดตั้ง Windows ละก็ การเลือก SSD ดูท่าจะเป็นอะไรที่เหมาะและลงตัวกว่า ทั้งด้วยขนาดความจุ และความเร็วที่ดีเยี่ยม แม้ไม่ได้สูงมากแต่ก็ไม่ไ่ด้ต่ำกว่ามตราฐาน SSD ดีๆทั่วไปครับ แถมจ่ายได้ในราคาเบาๆที่จ่ายได้ไม่ลำบากนัก

จุดดีของสินค้า

  • ความเร็วอยู่ในเกณฑ์ดีพอสมควร ความเร็วขณะใช้งานต่อเนื่องไม่ค่อยตก
  • ราคาจัดจำหน่ายถูกมาก
  • ประกันนาน 5 ปี เต็ม

จุดด้อยของสินค้า

  • ดีไซน์ตลับธรรมดาไปหน่อย
  • วัสดุทำตัวตลับน่าจะมีส่วนที่เป็นโลหะอลูมิเนียม

ติดต่อสั่งซื้อสินค้าที่ Deva’s Natural Ltd.

55 Sukhumvit 101/1 Bangchak , Pra Khanong , Bangkok 10260
โทรศัพท์: 02-743-7280 (Auto) , แฟกซ์: 02-743-8280

http://www.devasnatural.com

 

Share This:

1.4K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ ASUS PRIME A320M-A น้องเล็ก Socket AM4 งานดีพิมพ์นิยม

 

สวัสดีเพื่อนๆ และแฟนๆชาว GcubeZ ทุกๆคน กับการกลับมาทดสอบเมนบอร์ด A320 ตัวที่ 2 จากเรา วันนี้มาในยี่ห้อของ ASUS ครับ โดยที่การทดสอบในวันนี้คือการใช้ค่าพื้นฐานที่เมนบอร์ดสามารถปรับได้กับ CPU ที่เราจะเอามาทดสอบคือ AMD Ryzen5 1600

ซึ่งขอเกริ่นเอาไว้แต่ตอนต้นครับว่า เมนบอร์ดไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้สำหรับ Overclock ฉนั้นคนที่คาดว่าจะ OC ได้อาจต้องคิดก่อนซื้อนะครับ แต่ถ้าถามหาการใช้งานแบบเดิมๆรวมไปถึงการรองรับตัว CPU Ram ละก็ มันทำได้เหมใือนเมนบอร์ดรุ่นใหญ่ X370 หรือ กลาง B350 ได้เลยครับ

ตัวแพ็คเกจกล่องยังคงดีไซน์ในรุปแบบของ Prime Series ครับมาในโทรดำมีแสงเลเซอร์เก๋ๆสวยๆ พร้อมกับการบอกคุณสมบัติหลักๆที่เมนบอร์ดรองรับที่หน้ากล่องครับ

 

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ในกล่องมีอะไรบ้าง

  • คู่มือการติดตั้ง
  • DVD Software / Utility
  • สาย SATA 2 เส้น
  • Cover Back I/O Panel

มาถึงตัวดีไซน์ของเมนบอร์ดก็จะยังคงรูปแบบของ Prime Series เอาไว้ครับ คือมรแถบลายสีขาวแนวตั้งคาดทะแยงตามตัว PCB เมนบอร์ด บ่งบอกว่านี่คือ Prime นะ แต่ทว่าหากมองดูทั่วๆจะเห็นว่าตัวเมนบอร์ดมีการลดทอนอุปกรณ์ Component ลงไปครับจากตัว B350 Prime นั้นเพราะ A320 ตัวนี้เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานที่มีงบประมาณประมาณ 2 พันบาทในการซื้อเมนบอรืดที่มีราคาไม่แพง เหมาะแก่ผู้ใช้งานที่งบประมาณน้อย หรืออาจจะไม่ได้สนใจเรื่องของฟีเจอร์ หรือความสามารถในการ OC เน้นใช้งานเดิมๆ เจ้าเมนบอร์ดตัวนี้ก็จะตอบโจทย์คนในกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดีครับ


ช่องเชื่อมต่อด้านหลังเมนบอร์ด I/O Panel

ชนิดของช่องต่อ จำนวนช่อง
PS/2 X1 All in one
USB USB 2.0 X2 , USB 3.0 X 4
Display Out  X1 HDMI , X1 DVI , X1 D-Sub
Audio  Analog 5.1 CH
Network  Gigabit LAN X 1 Port

Chip LAN Guard เพิ่มประสิทธิภาพให้ความระบบ Lan Internet ให้สามารถทงานได้มีเสถียรภาพ ลดการเกิดสัญญาณรบกวนที่ไม่พึงประสงค์ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับ Gamer ที่เป้นสาย e-Sport  ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบของสัญญาณ Internet ที่ดี

ภาคจ่ายไฟ Phase ไฟ CPU ให้มาแบบ 4+2 ( 6 Phase Digital) และมีการลง Mosfet VRM มาให้ในรุ่นพื้นฐานทั่วไปครับชนิดที่ทนความร้อนได้ 85c ตัดการทำงาน นั้นแหละว่ามันไม่รองรับที่จะให้ Overclock CPU นั้นเอง แต่ถ้าถามหาการใช้งานทั่วๆไปละก็ มันรองรับ CPU ตั้งแต่ Ryzen 7 5 3 และ Ryzen APU ครับ

ช่องต่อ PCI-E 16X ใช้มา 1 ช่อง และ PCI-E X1 มา 2 ช่อง ตัวเมนบอร์ดไม่ได้รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อการ์ดจอแบบคู่ใดๆในแบบ Gaming ครับ

มีการให้ช่องเชื่อมต่อ M2.2 Sata และรองรับ M.2 PCI-E ด้วย มรมาให้เราใช้งานกันเพียง 1 ช่องเท่านั้นครับ

Slot Ram ให้มาแบบ Dual CH 4 Slot รองรับได้สูงสุด 64GB 2133 2400 และ XMP 2666 2933 ไป ( Slot ละ 16 GB)

ช่องต่อ Hard drive Sata 3.0 ให้มาทั้งสิ้น 6 ช่องด้วยกัน ให้มาใช้งานได้ไม่มากไม่น้อย สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเล็กตัวนี้ ในจุดนี้ถือว่าให้มาเยอะพอสมควรครับ

ตัวไฟลี้ยง CPU ให้ช่องต่อมาแบบ 8 Pin 1 ตัวครับ เรียกว่าเหลือเฟือเลยสำหรับการใช้งานเดิมๆที่ไม่ได้ OC ใดๆ

Chip Set Sound On Board เลือกใช้ของ ชิพของ Realtek ALC864 เป็นรุ่นมตรฐานทั่วๆไปครับ ไม่ได้เติมอะไรมาเป็นพิเศษ แต่ก็เพียงพอต่อผู้ใช้งานที่ไม่เน้นว่าเสียงต้องเทพอะไรนัก แต่คุณภาพที่ได้ก็ไม่ได้แย่นะครับยังดูดีอยู่


Live สด Unbox / อธิบายเรื่องตัวเมนบอร์ด ASUS PRIME A320M-A

Unbox ASUS A320M-A PRIME

Unbox ASUS A320M-A PRIME เมนบอร์ดรุ่นเล็กที่รองรับ AMD Ryzen และ Ryzen APU

โพสต์โดย GcubeZ บน 30 มกราคม 2018


SYSTEM TEST
CPU AMD Ryzen 5 1600 3.2GHz
Mother Board ASUS PRIME A320M-A
Graphics Accelerator Geforce GT 1030 2GB
Memory G.Skill Trident Z RGB 16GB 8*2 CL 16-18-18-18 2933Mhz
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thermaltake TOUGHPOWER GRAND RGB 850W – 80plus Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

ซึ่งวันนี้ผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพ CPU AMD Ryzen5 1600  ที่ความเร็ว 3.2GHz XFR 3.4GHz ในส่วนของ Memory 2933  MHz  ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro 64Bit



Final Thought / Mike GcubeZ : เมนบอร์ด ASUS ตัวนี้ จากที่ลองใช้งานถ้าพูดถึงเสถียรภาพที่ได้ละก็ ทำได้ดีมากครับเพราะมีชิปควบคุม VRM Digit ทำหน้าที่การคุมไฟให้จ่ายระหว่าง CPU Ram ได้นิ่งๆ แต่อย่าถามหาการ OC ใดๆ ยกเว้นการปรับ XMP ที่สามารถเล่นได้ที่บัส 2933 ครับ

1.การใช้งานเดิมๆ ผลที่ได้รับคือ มันมีอัตราเสถียรภาพที่ดี เหมาะแก่ผู้ใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพที่ดีและเสถียร แต่ไม่เน้น OC ก็สามารถที่จะประหยัดงบประมาณค่าเมนบอร์ดไปได้อยุ่เหมือนกัน

2.ชิป 5X Digit EPU Protection ควบคุมไฟบนยเมนบอร์ด ที่ชาญฉลาดทำให้เมนบอร์ดรุ่นเล็กตัวนี้มีภาษีที่ดีกว่า A320 ในรุ่นทั่วๆไป ณ จุดนี้ครับ

3.วัสดุและการดีไซน์ วัสดุที่ใช้อาจจะดูธรรมดาและดีเป็นบางจุดครับ สำหรับตัวดีไซน์ออกแบบได้สวยงามในแบบฉบับของ Prime

สรุปท้าย – เมนบอร์ดราคา 2 พันหน่อยๆ อาจะได้รุ่นที่ติดตั้ง Component ดีกว่ามาให้เจ้าตัวนี้ครับ แต่เจ้าตัวนี้ก็มีความโดเด่นกว่าตัวอื่นที่เป็น A320 ด้วยกันคือการลงชิป 5X Digit EPU มาให้

จุดเด่น

  • OC ง่าย ไบออสใช้งานไม่ยากอะไร ปรับแต่งได้เยอะมากๆ
  • PCB เก็บงานได้ดี มีความหนาแน่น ภาคจ่ายไฟใส่มาไม่มากแต่ใช้วัสดึ OK เลยครับ
  • มี Lan Guard ด้วย ได้ไงไม่รู้แต่ ASUS ก็ใส่มาให้ อันนี้คือดีมากๆนะ
  • มีชิป5X Digit EPU มาให้ด้วย
  • รองรับ Ram XMP 2933 ได้

จุดที่ควรปรับปรุง

  • น่าจะมีฮีตซิ้งค์ภาคจ่ายไฟในส่วนของ Mosfet ครับ นอกจากจะทำให้เมนบอร์ดดูโล่งไปแล้ว หาเคสระบายความร้อนไม่ดีพอก็อาจทำให้ Mosfet ทำงานหนักได้เพราะขาดฮีตซิ้งค์ภาคจ่ายไฟ (ตรงนี้ควรมีมาให้แม้จะเล็กๆก็ยังดี)
  • ฮีตซิ้งค์เซาบริดจ์ขนาดเล็กมาก และดีไซน์ไม่สวยเท่าไหร่ตรงนี้ไม่ OK นะ

ขอขอบคุณ ASUSTEK Thailand ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

1.4K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ ASUS Z370-G Gaming Wi-Fi AC ROG STRIX เมนบอร์ด mATX ฟีเจอร์จัดเต็ม

 

กราบสวัสดีเพื่อนๆ และแฟนๆชาว GcubeZ ทุกๆคนนะครับ กับการกลับมาทดสอบเมนบอร์ด Z370 อีกตัวของ ASUS ครับ ซึ่ง ณ วันนี้เราจะเปลี่ยนรูปแบบการทดสอบไปอีกแบบนึงครับ จากคราวที่แล้วเราก็ได้ทดสอบ Z370 Pro TUF Gaming กันไป ผมก็เลยอยากลองเอามาทดสอบเทียบกับเมนบอร์ดที่เราจะทดสอบกันในวันนี้นั้นก็คือ ASUS Z370-G Gaming Wi-Fi AC ROG STRIX แต่วันนี้เราจะไม่ทดสอบในส่วนของการ Overclock ใดๆครับ นั้นเพราะว่าเราอยากเน้นที่การทดสอบฟีเจอร์ของเมนบอร์ดตัวนี้มากกว่า เพราะ STRIX Series เราทราบอยู่แล้วว่าประสิทธิภาพการ Overclock นั้นทำได้ดีกว่าเมนบอร์ดที่เป็น TUF Series

แต่ว่าการทดสอบฟีเจอร์ของเมนบอร์ดหลักๆของ STRIX เราจะไม่ได้เทียบกับตัวเมนบอร์ด TUF นะครับ ฉนั้นในครั้งนี้จึงจะทดสอบเทียบด้านประสิทธิภาพเดิมของเมนบอร์ดทั้งคู่ แต่จะเสริมในส่วนของฟีเจอร์เด่นๆที่มีใน STRIX เข้าไปแทนครับผม

ตัวแพ็คเกจกล่องยังคงดีไซน์คล้ายและใกล้เคียงตัวเมนบอร์ดรุ่นอื่นๆที่เป็น STRIX ครับ ไม่ได้มีการดีไซน์ใหม่แต่อย่างใด และขนาดของกล่องบรรจุก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย เรียกว่าพอๆดีๆกับตัวเมนบอร์ดกเลยก็ว่าได้ครับ

สภาพแกออกจากกล่องจะเห็นซองกันไฟฟ้าสถิตห่อเมนบอร์ดเอาไว้และขนาดเมนบอร์ดกับกล่องบรรจุแทบจะมีขนาดใกล้ๆกันเลย กล่องก็ไม่ได้ใหญ่อะไรนักครับ ฉนั้นควรระมัดระวังในการเคลื่อนย้าย หากต้องถอดออกไปเปลี่ยนแล้วใส่กล่องไป หรือซื้อกลับมาเปลี่ยนก็ระวังเรื่องการกระแทกเอาไว้ให้ดีครับ แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังมีชั้นกล่องกระดาษภายในที่ทำออกมาเป็นลักษระของกันกระแทกเอาไว้อยู่เหมือนกันครับ

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ในกล่องมีอะไรบ้าง

  • คู่มือการติดตั้ง
  • DVD Software / Utility
  • สาย SATA 4 เส้น
  • Cover Back I/O Panel
  • Bridge SLI ของ Nvidia ไว้ทำ Multi GPU
  • เสา WI-Fi Ac 1 ชุดพร้อมเหล็กยึดเสา Wi-Fi
  • Sticker ตกแต่ง สวยๆจาก ASUS

แว๊บแรกที่เห็นตัวเมนบอร์ดและตัววัสดุ ออกตัวก่อนเลยว่ามันแทบจะถอดแบบมาจากเมนบอร์ด STRIX Z370F Gaming เลยก็ได้ เพียงแต่มีขนาดที่เล็กกว่าเพราะมันเป็น mATX ครับ แต่นั้นก็ทำให้เราชื้นใจขึ้นมาบ้างแล้วหละว่าเมนบอร์ดขนาดนี้ ไม่ได้ลดทอนความสามารถ อุปกณณื และฟีเจอร์ของเมนบอร์ดออกไปเลย คนที่ไม่ชอบเมนบอร์ดที่ใหญ่ๆ น่าจะชอบเมนบอร์ดตัวนี้ครับหากหวังจะได้ความครบครันและประสิทธิภาพที่ดีเยี่่ยม


ช่องเชื่อมต่อด้านหลังเมนบอร์ด I/O Panel

ชนิดของช่องต่อ จำนวนช่อง
PS/2 X1 All in one
USB USB 2.0 X2 , USB 2.0 ลดสัญญาณรบกวน  X2 , USB 3.0 X 4
Display Out  X1 HDMI , X1 Display Port
Audio  Analog 7.1 CH, Digital 8CH X 1X
Network  Gigabit LAN X 1 Port  และ ช่องต่อ Wi-Fi AC แบบแจ็คทองเหลือง

Chip LAN Guard เพิ่มประสิทธิภาพให้ความระบบ Lan Internet ให้สามารถทงานได้มีเสถียรภาพ ลดการเกิดสัญญาณรบกวนที่ไม่พึงประสงค์ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับ Gamer ที่เป้นสาย e-Sport  ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบของสัญญาณ Internet ที่ดี

ชิปควบคุณสัญญาณ Internet GLan ของ Intel I129-V ที่ช่วยลดภาระการทำงานของ CPU ลงได้และทำให้ค่า TCP – UDP มีสมรรถณะที่ดีกว่าเดิม

เสาต่อ Wi-Fi AC ที่เป้นชนิด Dual Port มาพร้อมกับเสารับสัญญาณที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ มีดีไซน์ที่เท่ไม่เบาเลย

 

ภาคจ่ายไฟ Phase ไฟ CPU ให้มาแบบ 5+5 (10 Phase Digital ขนาด 60A และภายใต้ฮีทซิ้งค์มีการติดตั้ง MosFet แบบ I O R ที่รองรับอุณหภูมิการทำงานสูงๆได้ถึง 115c

การจัดเรียงอุปกรณ์ของภาคจ่ายไฟเรียกว่าถอดด้ามาจาก STRIX F เลยครับ สำหรับเมนบอร์ดตัวเล็ก แต่ใจใหญ่ตัวนี้

ชิปที่ใช้ในการ Control เรื่องของการ Overclock ครับ เมนบอร์ดตัวนี้รองรับการ Overclock ได้เป็นอย่างดีไม่แพ้ STrix รุ่นบนๆเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นส่วนของภาคจ่ายไฟก็ดี และชิปคอนโทรลด้วยก็ดี เป็นอีก 1 โมเดลที่มีฟรเจอร์ของเมนบอร์ดระดับสูง ถูกเอามาใช้งานกับเมนบอร์ดระดับกลางบนแบบนี้ ถือว่าคุ้มค่าอยู่นะ

มีการลงฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนให้ภาคจ่ายไฟที่เป็น MOS FET มาแบบหนาแน่นครับ สบายใจได้ขณะใช้งานว่า เราสามารถเอาไปทำการ Overclock CPU ได้ดีอย่างแน่นอน แถมยังเป็น HeatZink ตัวเดียวกับที่ใช้ใน STRIX F เลย เพียงแต่ไม่ได้มีการลงกรอบครอบ Back I/O Panel มาเท่านั้นเอง

ความพิเศษอีกข้อคือ Slot PCI-E 16X มีการใช้กรอบโลหะดาม Slot เอาไว้ให้ด้วยกัน2 สล็อต เพื่อเพิ่มความแรงแรงทนทานให้กับการกดทับของการ์ดจอที่มีน้ำหนักมาก ที่อาจทำให้สล็อตแบบเดิมๆงอได้ และช่วยในเรื่องของการกันกระแทกที่จะทำให้สล็อต PCI-E แตกหักได้อีกด้วย แต่สล็อตที่ 2 จะเป็นแบบ 8X ไม่ได้ติดตั้งการดามสล็อตมาให้ และช่องสุดท้ายเป็นแบบ X4 ไม่มีการดามเหล็กที่สล็อตเช่นกัน ส่วนช่อง PCI-E X1 จะให้มา 3 ช่องครับ

มีการให้ช่องเชื่อมต่อ M2.2 Sata และรองรับ M.2 PCI-E ด้วย 2 ช่องคือแถวล่าง 1 ตัวใต้ซิ้งค์ South Bridge และ ใกล้ๆช่องต่อไฟ 24Pin แต่จะเป็นแบบเสียบแนวตั้งแทน ทั้งนี้เพราะพื้นที่ในการติดตั้งอุปกรณ์บนเมนบอร์ดมันมีน้อยลง แต่ ASUS ก็จะยังยัดมาให้เราได้ใช้ครบทั้ง 2 ช่องตามเดิมครับ

ฮีทซิ้งค์ระบายความร้อนให้กับชิพเซ็ต Z370 นอกจากประโยชน์ในการระบายความร้อนแล้ว ยังออกแบบมาได้สวยงามดีมากๆ ด้วยดีไซน์โลโก้ที่บ่งบอกถึงความเป็น ROG STRIX เป็นอย่างดี แถมตอนทำงานมันจะมีไฟ RGB ด้วยครับที่Log และรอบๆซิ้งค์ตัวนี้ด้วย

Slot Ram ให้มาแบบ Dual CH 4 Slot รองรับได้สูงสุด 64GB 2133 2400 2666 2933 3200 ไปจนถึง 4000+ ( Slot ละ 16 GB)

ในส่วนของ Mem OK จะไม่มีในเมนบอร์ดตัวนี้เหมือนกับ TUF นะครับ แต่ได้มีการติดตั้งชิปควบคุมแรงดันไฟและ VRM มาให้กับ Ram แทน เพื่อรองรับการ OC Ram ได้มากๆครับ แปลว่าบอร์ดรุ่นนี้น่าจะไม่เลือก Ram ครับ ถึงไม่ติดตั้ง Mem OK มาให้

ช่องต่อ Hard drive Sata 3.0 ให้มาทั้งสิ้น 6 ช่องด้วยกัน ให้มาใช้งานได้ไม่มากไม่น้อย สำหรับผมถือว่าพอเพียงแล้ว

ตัวไฟลี้ยง CPU ให้ช่องต่อมาแบบ 8 Pin 1 ตัวครับ นั้นหมายความว่ามันรองรับการจ่ายไฟเลี้เยงให้กับ CPU ค่อนข้างจะจำกัด Limit เอาไว้อยู่เหมือน แปลว่าคนที่คิดจะซื้อมาเพื่อเอาไป Overclock Extreme คงไม่เลือกเมนบอร์ดตัวนี้แน่นอน แต่นั้นแหละครัยยังไงมันก็รองรับการ OC ได้ไม่ขี้เหร่นักถ้าจะเอาไปใช้งานทั่วๆไป ไม่เน้นอัด Clock โหดๆที่ต้องพึ่งการหล่อเย็น

Chip Set Sound On Board เลือกใช้ของ ชิพของ Realtek ALC1220 ที่ได้รับการจูนนิ่งเสียงมาแล้วโดย SUPREME FX คุณภาพเยี่ยมสุดๆ ด้วยระบบเสียง  Dolby 7.1 แบบอนาลอก / 8 ch แบบ ดิจิตอล มีการลงตัวประจุต้านทานไฟมาให้เสมือนซาวน์การ์ดแยก มีระบบกันคลื่นเสียงรบกวนด้วยครับ

ระบบการสแกนเสียงระยะใกล้ใกล้ของ Supreme FX ในขณะที่เรากำลังเล่นเกม ดูหนัง เรียกว่าเป็นการถอดระหัสเสียงที่อัจฉริยะมากครับ แถมมันยังมีมิติของเสียงที่กว้างชัดลึก มีน้ำหนักที่ชัดเจน และมันมีพลังขับเสียงที่แรงมากพอที่จะเทียบชั้นใกล้เคียงกับซาวน์การ์ดแยกดีๆได้อีกด้วย

  • IMPROVED AUDIO ALGORITHM

    The new Sonic Radar audio algorithm is now even more accurate to allow enemies to be pinpointed with even more accuracy.

  • 3D ENGINE

    Sonic Radar III is built around it’s all new HUD with an in-game 3 dimensional arrow for a more intuitive experience.

  • AUDIO BOOST

    The new audio boost feature now allows the boosted audio to be heard directly.*HUD: Head Up Display

  • AUDIO RADAR

    Sonic Radar III is effective regardless of surrounding noise and chaos.


Live สด Unbox / อธิบายเรื่องตัวเมนบอร์ด ASUS Z370 -G Gaming Wi Fi AC ROG Strix

Unbox ASUS Z370-G GAMING WI-FI AC ROG STRIX

Unbox ASUS Z370-G GAMING WI-FI AC ROG STRIXดูบน Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=yvzcbQIuJWQ&t=4sดูบน Twitch : https://www.twitch.tv/videos/219180135

โพสต์โดย GcubeZ บน 16 มกราคม 2018


SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8600K 3.6GHz Boots All Core 4.3GHZ
Mother Board ASUS Z370 – G Gaming Wi-Fi AC ROG STRIC
Graphics Accelerator Geforce GTX 970 4GB
Memory G.Skill Trident Z RGB 16GB 8*2 CL 16-18-18-18
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thermaltake TOUGHPOWER GRAND RGB 850W – 80plus Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

ซึ่งวันนี้ผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพ CPU Intel Core i5 8600K  ที่ความเร็ว 4.3GHz ในส่วนของ Memory 3200  MHz  ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro 64Bit  ทั้งนี้ผมจะเทียบประสิทธิภาพเดิมของเมนบอร์ดทั้ง 2 รุ่นระหว่าง STRIX และ TUF ครับว่าจะออกมาเป็นเช่นไร


อัตราการใช้พลังงานของเมนบอร์ดทั้ง 2 รุ่นจาก ASUS


ทดสอบประสิทธิภาพของ Wi-Fi AC ที่ติดตั้งมากับเมนบอร์ด ซึ่งจะเป็นการทดสอบค่า Ping และ Download Upload จาก Server ทั้ง 4 โซนด้วยกันคือ ในไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และ อเมริกา ครับ


Final Thought / Mike GcubeZ : เมนบอร์ด ASUS ตัวนี้ จากที่ได้ลองเล่นๆอยู่กับมันสักพัก ผมค่อนข้างจะพอใจกับมันอยู่เหมือนกันนะ เรื่องของการ Overclock อาจจะไม่ได้ไปเน้นอะไรนักเพราะมันทำได้เท่ากับ STRIX F และดีกว่า TUF แต่ผมอยากจะเน้นที่ Feature ที่ติดมากับเมนบอร์ดมากกว่าครับ เพราะไม่ค่อยมีสื่อเจ้าไหนพูดถึงเลย นอกจากเอามันไป Overclock ซะมากกว่า วันนี้จึงขอไม่ทำทดสอบแบบ OC นะครับ ไม่ใช่เพราะ OC ไม่ดีนะ แต่ไม่อยากทดสอบซ้ำกับใครครับ จากบททดสอบสอบนี้จะเป็นความเห็นของผมและทีมงาน อาจจะมีบ้างที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่างจากเพื่อนๆ ยังไงโปรดใช้วิตารณะญาณในการอ่านและตัดสินใจครับ

1.การใช้งานเดิมๆ ผลที่ได้รับคือ มันมีอัตราเสถียรภาพที่ดีกว่า Z370 TUF ครับ อาจจะเพราะในส่วนของภาคจ่ายไฟและชิปควบคุมแรงดันไฟที่ไม่มีใน TUF แต่ STRIX จะมีครับ นั้นแปลว่ามันเป็นอีก 1 เหตุผลว่าทำไมมันถึงมีราคาแพงกว่า TUF Pro ทั้งที่มีขนาดบอร์ดเล็กกว่า

2.ชิปเสียงเป็นการใช้ Realtek ALC 1220 ครับ เป็นตัวบนของแบรนด์นี้ แต่เอาไปจูน Codecโดน Supreme FX ผู้พัฒนาและผลิตการ์ดเสียงชั้นนำของโลกเจ้านึงเลยทีเดียว เป็นของแถมที่ไม่คิดว่าจะอยู่ในเมนบอร์ดบอรน์ดระดับกลางบนแบบนี้ แจ่มมากครับ

3.วัสดุและการดีไซน์ เรียกว่าจะถอดแบบมาจาก STRIX F อย่างที่บอกเลย แต่ถูกจัดวางอุปกรณ์ใหม่ให้มัยสามารถยัดใส่ลงบอร์ดของ mATX ตัวนี้ได้ครับ ฉนั้นใครที่กังวลว่าเมนบอร์ดตัวไม่ใหญ่และจะห่วยไม่ดี อันนี้คิดใหม่นะครับ เพราะไอ้เจ้าบอร์ดตัวนี้เล่นเอาเมนบอร์ดรุ่นใหญ่หลายๆตัวอายได้นะครับทั้งการ OC และฟีเจอร์ที่ติดมา รวมไปถึงคุณภาณวัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับ

สรุปท้าย – ใครที่มองหาเมนบอร์ดราคา 7 พัน แล้วได้ใช้งานฟีเจอร์ แบบครบเวอร์ๆ คือมีแค่ตัวเดียวไม่ต้องซื้ออะไรมาใส่เพิ่มอีกเลย เน้นสวย อุปกรณ์จ่ายไฟดี ลาก OC ได้ปรับแต่งได้เยอะๆ ไอ้ตัวนี้ค่อนข้างตอบโจทย์นะ และราคามันก็ไม่ได้สูงเกินไปด้วยครับ หากมีโอกาสจะลองเปลี่ยนจาก TUF Pro มาเล่นตัวนี้ดูบ้าง เพราะผมเริ่มชอบแล้ว

จุดเด่น

  • OC ง่าย ไบออสใช้งานไม่ยากอะไร ปรับแต่งได้เยอะมากๆ
  • PCB เก็บงานได้ดี มีความหนาแน่น ภาคจ่ายไฟใส่มาไม่มากแต่ใช้วัสดึ OK เลยครับ
  • ฮีทซิงค์ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ ไม่ได้ลดตามขนาดของจำนวน Mos Fet ที่ใส่มา แถมยังเทียบเท่า STRIX รุ่นใหญ่เลย
  • อุปกรณ์เสริมต่างๆบนเมนบอร์ดใส่มาแน่นและเป็นแบบเดียวกับ Strix รุ่นใหญ่ ครับ
  • ชิปเสียง Supreme FX และคุณภาพคือตัวเดียวกับ STRIX F เลย
  • มี Lan Guard ด้วย ได้ไงไม่รู้แต่ ASUS ก็ใส่มาให้ อันนี้คือดีมากๆนะ
  • WI-Fi AC คุณภาพทั่วไปครับ ไม่ได้ดีกว่าอุปกรณ์แยกเท่าไหร่ แต่ก็ก็ไม่แย่นะ อยู่ในระดับมาตรฐาน ก็ดีครับที่ติดตั้งมาให้
  • มีไฟ RGB สวยๆที่ HeatZink South Bridge ทำทำงานครับสวยๆ

จุดที่ควรปรับปรุง

  • อยากให้ในกล่องบรรจุภัณฑ์ใหญ่กว่านี้ครับ สินค้าจะมีมูลค่าน่าซื้อกว่านี้ เพราะข้างในทำมาดีอยู่แล้ว

ขอขอบคุณ ASUSTEK Thailand ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

2.6K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX ปะทะ GTX 1080 ในแบบ 4K และ 1080p

 

สวัสดีเพื่อนๆชาง GcubeZ ทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านการทดสอบการ์ดจอครับ วันนี้เราก็ได้มีโอกาสหยิบยืมเอาการ์ดจอทดสอบมาแบรนด์ ASUS ที่เราหลายๆคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งคราวนี้จะมาในรุ่นใหญ่ๆเลยอย่าง GTX 1080 Ti Overclock แต่ครั้นจะให้เราทดสอบกันธรรมดาๆเหมือนครั้งก่อนๆมันก็กะไรอยู่ วันนี้ผมเลยจัดทีเด็ดให้เพื่อได้รับชมการทดสอบการใช้งาน ไวถึง 3 รูปแบบด้วยกัน

  • การทดสอบเทียบกับ GTX 1080 Founder
  • การทดสอบในแบบความละเอียดของจอ FHD และ 4K
  • แถมด้วยวิดีโอสาธิตการใช้ การ์ดจอสตรีมภาพด้วยการใช้ความสามารถ NVIDIA GPU Encode

ASUS แบรนด์ที่เรารู้จักกันดีในผู้ผลิตการ์ดจอให้กับฝั่ง NVIDIA AMD ซึ่งมีสินค้าที่เกี่ยวกับ GPU คอมพิวเตอร์ออกมามากมายหลายรุ่น อทิเช่น การ์ดจอ PC / Mini Computer / Mini PC / เมนบอร์ด Intel – AMD / โทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต / จอมอนิเตอร์ / เกมมิ่งเกียร์  และอุปกรณ์เสริมต่างๆ หาดูรายละเอียดได้ที่นี่ ซึ่งสินค้าที่เราได้มาทดสอบกันในวันนี้เป็นการ์ดจอที่เป็นชิปรุ่นเรือธง (ไม่นับ Titan Xp) ใน Series 1000 ของ Nvidia นั้นก็คือ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition ที่เป็นรุ่นที่ทำการ Overclock สัญญาณนาฬิกามาจากโรงงานให้แล้วครับ


กล่องบรรจุภัณฑ์ประมาณนี้ ซึ่งดีไซน์การออกแบบใน STRIX จะคล้ายๆหรือเกือบจะเหมือนกันแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น GTX 1060 1070 1070 Ti 1080 เป็นต้น แต่วันนี้เราพูดถึง 1080 Ti ครับ ซึ่งมันก็ยังคงมาตรฐานดีไซน์ได้สวยเสมอต้นเสมอปลาย

เมื่อเปิดตัวกล่องออกมาก็จะเจอกับแพ็คเก็จสีดำทะมึน ที่เป็นตัวกล่องและมีฟองน้ำห่อหุ้มตัวการ์ดจอกันกระแทกเอาไว้หนาๆเลย และก็มีพวกสายไฟต่อแปลงไฟการ์ดจอ 8 Pin สองชุดด้วยกัน ตลอดจนมีการแถมสายรัดตีนตุ๊กแกมา 3 เส้น และก็แผ่นไดร์เวอร์กับคู่มือการใช้งานเท่านั้นครับ


ดีไซน์ของตัวการ์ดจอทำออกมาได้สวยงามดีครับตั้งแต่การฉีดพลาสติกทำกรอบฮีตซิ้งค์ สามารถเก็บงานได้ดี งานประกอบจัดได้แนบเนียนและดูดี ซึ่งจะว่าไปแล้วการ์ดที่มีดีไซน์ STRIX แบบนี้จะมีเฉพาะในรุ่น GTX 1070 ขึ้นไปในฝั่ง Nvidia และ AMD ในรุ่น RX 580 ขึ้นไปครับ

ด้านข้างตัวการ์ดจอกินพื้นที่ในส่วนของการติดตั้งการ์ดจออยู่ที่ 2 สล็อตครึ่งด้วยกัน มีสัญลักษณ์โลโก้ Geforce GTX เห็นมาแต่ไกล ส่วนตัวการ์ดจากที่วัดความยาวจาก Plate ยึดการ์ดจอถึงปลายกรอบฮีตซิ้งค์มีความยาว 30 cm พอดิบพอดีครับ เคสประเภท mATX ควรเช็คระยะความยาวที่จะใส่การ์ดจอให้ดีนะครับ

มีช่องต่อไฟ 8 pin PCI-E X 2 = 16 pin ส่วนในการต่อไฟนั้นจะมากกว่ามาตรฐานเล็กน้อยครับ (ปกติจะใช้ 8+6 – 1080Ti FE ) นั้นก็เพราะตัวการ์ดจอมีการ Overclock มาจากโรงงานแล้ว และไฟในส่วนของพัดลมที่เพิ่มเข้ามาด้วยครับ ใครที่คิดจะใช้งงานการ์ดจอตัวนี้ในแบบ 2 ใบ ควรพิจารณา PSU ที่ระดับ 850w ขึ้นไปครับ หรือต่อการ์ดจอใบเดียวก็ควรที่จะใช้ขั้นต่ำที่ 650w ขึ้นไปครับ

มุมมองภาพรวมของตัวการ์ดจอตัวนี้จากด้านหลัง เรียกได้ว่าดีไซน์ตัว Back Plate มาได้สวยงามดุดัน และดูดีเอามากๆ แถมวัสดุที่ใช้ก็เป็นแผ่นอลูมิเนียมหนาสีดำฉลุร้องเป็นเทคเจอร์ และสกรีนลวดลายสวยงามดีมากๆครับ

พัดลมที่ใส่ติดตั้งมาค่อนข้างจะใบพัดไม่ได้หนามากนัก เท่าที่เราจับดูนะครับ (ในจุดนี้อยากให้ทาง ASUS ดีไซน์ใหม่) แต่ส่วนความสวยและรอบใบพัดของพัดลมคือสุดยอดของพัดลมแรงการ์ดจอเวลานี้เลย

สล็อต SLI Connector มีมาตามปกติเลยครับ 1 ชุด ไว้รองรับเทคโนโลยีการ SLI ต่อการ์ดจอมากกว่า 1 ตัว ในการใช้งานคู่กับ GTX 1080 Ti ด้วยกันเอง แอบเห็น Logo Geforce GTX เท่ๆมาด้วย แต่ไม่มีไฟ RGB ในจุดนี้นะครับ

มีช่องต่อไฟ RGB Connector มาให้ด้วย 1 ช่อง เอาไว้สำหรับควบคุมไฟแสดงผลที่ตัวการ์ดจอครับ ถ้าดูดีๆจะเห็นแพลมๆว่า ฮีตไปป์เส้นใหญ่มากๆเลย แต่มันจะใหญ่จริงไหมรอดูกันต่อไปนะครับต่างภาพด้านล่าง

จุดเชื่อมต่อจอด้านหลังการ์ดจอ ให้มาครบมาตรฐาน Display Port 1.3 x 2 ,HDMI 2.0 x 2 ,DVI -i x1


แกะฮีตซิ้งค์การ์ดจอออกมาแล้ว จะเห็นได้ว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ภาคจ่ายไฟให้กับตัวการ์ดจอค่อนข้างจะหนาแน่นอยุ่พอสมควรครับ ซึ่งต้องบอกว่าให้ภาคจ่ายไฟมาเป็นอย่างดีตั้งแต่มอสเฟส VRM เป็นชนิด IRR ที่มีความสามารถในการทดต่อการโหลดพลังงานหนักๆและทนความร้อนสูงๆได้เป็นอย่างดีครับ

การวางจะถูกออกแบบมาสำหรับการติดเม็ดแรม 12 เม็ด (กรณี GTX TITAN Xp – 12GB) แต่เราจะเห็นว่าเม็ดแรมที่ถูกติดตั้งมานั้นจะมีเพียง 11 เม็ดเท่านั้น นั้นก็คือขนาดรวมที่ 11 GB ตกเม็ดละ 1GB ครับ โดยที่แต่ละเม็ดจะมีขนาดของ Bus Width อยู่ที่ 32Bit เมื่อเอามารวมกัน  32×11 = 352 Bit พอดี (GTX TITAN Xp 32×12 = 384 Bit)

เมื่อเราเช็ดซิลิโคนที่ทาเชื่อมกับตัวคอร์ GPU ออกมาจะเห็นว่ามันคือชิปรหัส GP102 ซึ่งเป็นชิปรหัสเดียวกันกับ GTX TITAN X Pascal นั้นเอง เพียงแต่ว่ามันเป็นชิปที่ถูกตัด Cuda Core มา 256 Cuda Core ให้เหลือ 3584 Cuda Core  เพื่อนำมาใช้เป้นการ์ดจอรุ่น GTX 1080 Ti ครับ

แถมบริเวณตัวการ์ด PCB มีการลงอุปกรณ์แผ่นโลหะสีดำเอาไว้ทั้งแผงเลยครับ เผื่อเอาไว้ระบายความร้อนให้กับเม็ดแรม และดึงความร้อนช่วยจาก Mosfet รวมไปถึงทำหน้าที่ด้ามกัน PCB ของการ์ดงอได้อีกด้วย ตรงจุดนี้ขอชื่นชมครับในการใส่ใจต่ออุปกรณ์การ์ดจอรุ่นบนๆแพงๆแบบนี้

ภาพจากอุปกรณ์จ่ายไฟให้กับชิป GTX 1080 TI ครับ ซึ่งจะมียางดูดความร้อนแปะไว้ทุกจุดเพื่อถ่ายเทความร้อนไปยังแผ่นโลหะด้ามการ์ด ทำให้เราไม่ต้องห่วงเรื่องภาคจ่ายไฟของการ์ดจอจะเน่าไวครับสบายใจได้

ส่วนเม็ดแรมที่ติดตั้งมาบนตัว PCB การ์ดจอนั้นเป็นมาตรฐานจากที่เดียวครับ นั้นก็คือ Micron เพราะ Micron เพราะเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีแรมแบบ GDDR5X เพียงเจ้าเดียว และยังไม่มีการขายสิทธิบัตรการผลิตต่อนี้กับใคร นอกจากผลิตเพื่อส่งให้กับ NVIDIA ในการผลิตการ์ดจอ GTX 1080 GTX 1080 Ti GTX TITAN Xp เท่านั้น


สภาพโดยรวมของตัวการ์ดจอหลังแกะฮีตซิ้งค์ออกมา เราจะเห็น heat spreader ที่เป็นแผงนิเกิ้ลขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ถ่ายเทความร้อนของชิปการ์ดจอมายังจุดนี้เพื่อที่จะกระจายความร้อนออกไปยังฮีตซิ้งค์หลักที่อยู่ใต้ฐาน heat spreader นี้

ต่อจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของฮีตไปป์ที่เป็นนิเกิ้ลทำหน้าที่ Transfer ความร้อนจากฮีตซิ้งค์หลักไปยังฮีตซิ้งค์รองที่อยู่ด้านข้าง เพื่อไม่ให้ความร้อนไปกระจุกอยู่ที่ตรงฮีตวิ้งค์หลักที่เดียว จุดประสงค์คือการเอาไว้ระบายความร้อนไม่ให้มันกระจุกอยู่ที่เดียวนานเกินไป ต้องบอกว่า ASUS ใส่ตรงนี้มาให้เยอะมากๆครับ นิเกิ้ลเป็นโลหะที่มีราคาต้นทุนแพงกว่าทองแดงครับ เพราะมีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนและถ่ายเทไปยังฮีตซิ้งค์ได้ไวกว่าไปป์แบบทองแดงครับผม


GPU ที่ใช้ทดสอบคือ Pascal GP 102

สถาปัตยกรรม Pascal GP 102
จำนวนชุดประมวลผล 11CUs
จำนวนหน่วยประมวลผล 3584 Cuda
บัสสูงสุดที่รองรับ PCI Express 3.0X16
ขนาดหน่วยความจํา 11GB GDDR5X
ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1594 Mhz
ความเร็วหน่วยความจำ 1387 Mhz
แบนวิธ 352 bit
DirectX ที่รองรับ 12.1

ประเภทมีเดีย รองรับ
720P
1080P
4K
4KHEVC
FLUID MOTION X
VP8
VP9
NVIDIA Encode

SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8600K 4.7GHz CoffeeLake
Mother Board ASUS Z370 TUF Pro Gaming
Graphics Accelerator ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition
Memory G-Skill Trident Z RGB 32GB 4*8 3200 cl 16-18-18-38
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

ซึ่งวันนี้ผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอที่ความเร็วปกติ 1,594 MHz และ OC 1,700 MHz Core และ Boost Max 2010 MHz ส่วนของความเร็ว Memory 1,387 MHz *8  (11,100 MHz Effective Memory) OC Memory ไปที่ 1,550 MHz *8 ( 12,400MHz Effective Memory) ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro – 64 Bit

Overclock [email protected] Boost 2010 MHz / Mem [email protected] MHz

GTX 1080 Founder Edition OC ASUS GTX 1080 Ti STRIX OC + OC Plus
GPU Pascal GP 104  Pascal GP 102
Core 2560 3584
TMUs 160 224
ROPs 64 88
Clock [email protected] 1725 MHz Boost 3.0 = 2050 MHz 1594 @ 1700 MHz Boost 3.0 = 2010 MHz
Memory Clock [email protected] 1400 MHz *8 Effective 11200 MHz [email protected] 1550 MHz *8  Effective 12,400 Mhz
Memory 8 GB 11 GB
Memory Bus 256 bit 352 bit
Memory Type GDDR5X GDDR5X

การทดสอบวันนี้จะใช้เพียงแค่ 6 เกมยอดนิยม ที่ใช้สเปคเครื่องคอมได้เยอะ แต่จะไปเน้นเปรียบเทียบด้วยการ ทดสอบคู่กับ GTX 1080 ตัวปกติด้วย เพื่อให้เห็นความแรงที่แตกต่างของ GTX 1080 Ti และทั้งนี้เราได้ทดสอบกับความละเอียดของจอแบบ 4K ด้วยครับ

  • อัตรา GPU Load ในแบบ Overclock จะอยุ่ที่ Clock Base 1700 Mhz / Boost 2010 MHz และ mem 12,400 MHz

GTX 1080 TI VS GTX 1080 ON 6 GAME GAME TEST – FHD / 4K ULTRA PRESET


3DMark Fire Strike

คะแนนพุ่งขึ้นมาเยอะพอสมควรครับมาแตะที่ระดับ 30,944 สำหรับ Fire Strike ได้อย่างไม่ยากเย็น เมื่อดูจากคะแนนทดสอบกับ GTX 1080 ที่ผ่านการ Overclockมาสุดๆด้วยแล้วเราก้เห็นได้ชัดว่า GTX 1080 Ti ตัวนี้ทำผลงานได้ดีมากๆครับ เพราะทิ้งห่างคะแนนทดสอบไปเกือบ 7000 คะแนน


แถมท้ายนิดหน่อยนะครับเกี่ยวกับสาธิตการใช้ CPU / GPU Stream Broadcast Youtube / Facebook ที่เราจะได้ใช้ประโยชน์ของการ์ดจอในการทำ GPU Encode สำหรับงานแปลงไฟล์ หรือการสตรีมภาพขณะเล่นเกมด้วยความสามารถของการ์ดจอ NVIDIA


LIVE วิดีโอ Unbox – แกะฮีตซิ้งค์ให้ชมกันสดๆเป็นไงมาดูครับ

Unbox แกะซิ้งค์ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition

Unbox แกะซิ้งค์ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Editionดูบน Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=Pf4vD2MQqwIดูบน Twitch : https://www.twitch.tv/videos/218178310

โพสต์โดย GcubeZ บน 13 มกราคม 2018


Temperature (Overclock Mode) Fan Auto System Power Watt
GPU Idle 38c 82 w
GPU Full Load 70c 371 w

Final Thought / Mike GcubeZ : หลังจากทดสอบสิ่งทีผมรู้สึกได้คือในด้านความแรงมันมีสิ่งนึงที่แตกต่างจาก GTX 1080 Ti ในรุ่นปกติ คือมันทำงานได้นิ่งและเสถียรดีครับ อาจจะเพราะอุปกรณ์ภาคจ่ายไฟที่ให้มาเป็นของดีมากๆ และมีชุดระบายความร้อนที่ดีมากๆครับ ส่วนราคาขายต้องถือว่าแรงเอาการอยู่ ทั้งนี้อยู่ที่เพื่อนๆวิเคราะห์กันเองครับว่า งบประมาณเพียงพอและยินดีจะจ่ายหรือไม่

มันดีกว่า GTX 1080 Ti ทั่วไปอย่างไร ? – ตอบตรงๆคือดีกว่าหลายๆยี่ห้อครับเรื่องเสถียรและใช้งานไฟนิ่ง Fps ก็คงทีไม่ค่อยแกว่ง

ระบบภาคจ่ายไฟ – ภาคจ่ายไฟของการ์ดจอเป็นอีกสิ่งนึงที่ควรพิจารณาอย่างมากสำหรับการ์ดจอระดับเกือบบนสุดตัวนี้ เพราะมันมีการเลือกใช้วัสดุที่ดี VRM Mosfet เป็นแบบ IRR ที่ทนและไม่ตายง่ายๆ (แม้จะเคยสลบ แต่ผมก็ไม่ตาย อิอิ)

ชุดระบายความร้อน – เป็นพระเอกอีกตัวที่ไม่ควรมองข้าม วัสดุเป็นโลหะนิเกิ้ลเกือบทั้งหมดครับ แปลว่าไม่ว่ามันจะร้อนเพียงใด อากาศในห้องที่ร้อนก็ส่งผลบ้างกับอุณหภูมของตัวการ์ดจอ แต่ว่ามันก็มีคุณสมบัติที่ดูดซับและถ่ายเทความร้อนได้ไวมากๆ เป็นสิ่งที่การ์ดจอรุ่นใหญ่ๆหลสยๆยี่ห้อควรมี

สุดท้ายแล้ว – ก็อยู่ในเกฑ์มาตรฐาน GTX 1080 Ti ครับสำหรับการ์ดจอรุ่นนี้ อยู่ในระดับที่สูงกว่า GTX 1080 Ti ในแบบมาตรฐานครับไม่ว่าจะเรื่องอุปกรณ์จ่ายไฟ อุปกรณ์ในการทำฮีตซิ้งค์ หรือแม้แต่ความแรงที่ได้รับก็ด้วยเช่นกัน (ราคาก็แรงด้วย)


จุดเด่น

  • ประสิทธิภาพดี แต่ควบคุมอัตรา fps และค่า ft ได้ดี
  • ระบบระบายความร้อนสามารถทำได้ในเกณฑ์ที่ดีมาก
  • วัสดุตัวการ์ดทั้งหมดดีมากและการออกแบบตัวการ์ดทำได้ดีสวยงามและดูคงทน
  • มีไฟ RGB ทั้งด้านข้าง ด้านหลัง และจากในตัวการ์ด สวยมากๆ
  • ทำ AURA SYNC กับเมนบอร์ดของ ASUS ที่รองรับได้ จะทำให้เล่นลูกเล่นไฟ RGB สวยๆได้ด้วยการสั่งงานผ่านโปรแกรมของ ASUS
  • ใช้ Memory แบบ 11.1Gbs และสามารถ OC ไปได้ถึง 12.4Gbs

จุดที่ควรปรับปรุง

  • ราคาจัดจำหน่ายสูง ควรมีอุปกรณ์บันเดิ้ลแถมให้หรือของสะสม หากไม่มีจุดนี้ควรขายให้ถูกกว่านี้อีกหน่อย
  • ใบพัดลมดูไม่ค่อยแข็งแรงเท่าที่ควร น่าจะออกแบบมาให้ใบหนากว่านี้

ขอขอบคุณ ASUSTEK ประเทศไทย ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This: