1.3K ผู้เข้าชม

Globalfoundries 7nm อาจส่งผลให้ AMD ก้าวสู่ยุค 5GHz Clock Speed

 

 

ในการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้หัวหน้าฝ่ายเทคนิค Gary Patton ได้แสดงความมั่นใจอย่างมากเกี่ยวกับกระบวนการผลิตในขนาด 7nm รุ่นใหม่ของบริษัท โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 40% และลดการใช้พลังงานลงกว่า 50% เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตในขนาด 14nm รุ่นปัจจุบันของบริษัท

Anandtech Patton กล่าวว่ากระบวนการ 7nm รุ่นใหม่ของบริษัทน่าจะสามารถทำให้ตัวชิพรุ่นใหม่เพิ่มความเร็วของสัญญาณนาฬิกาได้ในช่วง 5GHz ซึ่งถ้าดูตามความหมายนี้สิ่งที่ต้องการสื่อก็คงหนีไม่พ้นสำหรับโหนดการผลิตให้กับ AMD แม้ว่าจะไม่ได้รับประกันว่า Zen 2 / Ryzen 3000 Series จะสามารถทำงานที่ความเร็ว 5GHz ได้ แต่ก็สามารถสร้างความมั่นใจในเรื่องโหนดการผลิต 7nm ได้เป็นอย่างดีสำหรับ AMD โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ประกาศถึงสถาปัตยกรรมที่วางแผนไว้

คำถามที่ 17: ในรุ่นของโหนด 7 LP จะมีความถี่สูงกว่าโหนด 14LPP หรือไม่?

GP: แน่นอน นี่คือการเพิ่มประสิทธิภาพที่มากขึ้น – ซึ่งประมาณค่าได้ 40% แต่ยังไม่สามารถระบุถึง Clock Speed ได้ แต่ตอนนี้เดาว่าน่าจะสามารถรับในช่วง 5GHz ตามความคาดหวัง

ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน AMD ใช้ Globalfoundries ในการสร้างโพรเซสเซอร์ Ryzen 2nd Generation รุ่นใหม่ในโหนดการผลิต 12nm ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ให้เพิ่มขึ้น 10% และ 15% ตามลำดับ ผลคือนี่คือการเพิ่มประสิทธิภาพจากโหนดการผลิต 14nm ซึ่งมีมองได้ว่าโหนดการผลิต 7 nm จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า

การเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์จะช่วยให้คู่ค้ากับบริษัทเช่น AMD สามารถบรรจุทรานซิสเตอร์เพิ่มมากขึ้นในขนาด Die เท่าเดิมหรือลดขนาดของ Die ลงก็ได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้พวกเขาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตบนเวเฟอร์ได้ซึ่งจะส่งผลทำให้ชิพแต่ละตัวมีราคาถูกกว่าปัจจุบัน

 

 

ความล่าช้าของโหนดการผลิต 10 nm ของอินเทลทำให้คู่แข่งกลับมาสู่ความสามารถในการแข่งขันได้ และสร้างสถานการณ์ที่อินเทลไม่สามารถชิงความได้เปรียบจากโรงการผลิตชิพ ในขณะที่ตอนนี้ตลาดเดสก์ท็อปซีพียูได้ก้าวไปข้างหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงของ Ryzen 2 ของเอเอ็มดีอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีการผลิตที่น้อยที่สุดในด้านเทคโนโลยีการผลิตซึ่งทำให้ปี พ.ศ. 2562 เป็นตลาดที่น่าตื่นเต้นสำหรับตลาด CPU

ย้อนมองปัจจุบันอันใกล้

AMD Ryzen 2000 Series ที่กำลังจะมีการเปิดตัว Ryzen 7 2700/2700X และ Ryzen 5 2600/2600X ได้มีข้อมูลของ 2700X และ 2600 ที่มีจำนวน Core และ Thread ที่เท่ากับ Ryzen 7 1700/1700X และ Ryzen 5 1600/1600X ซึ่งมีจำนวนแกนและเธรดเดียวกัน แต่มีความเร็วนาฬิกาที่สูงขึ้นรวมถึงประสิทธิภาพของ IPC ที่มากขึ้นด้วย ทำให้ตอนนี้คาดเดาได้ว่า AMD Ryzen 3000 Series จะมีความรเร็วในระดับ 5 GHz จากโหนดการผลิตที่ 7nm ได้

รุ่น AMD Ryzen รุ่นแรกมีขนาด die 213 มม.2 และคาดว่าจะมีขนาดลดลงถึง 100 มม. ในโหนดการผลิต 7nm ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการ เพิ่มความเร็วของตัวชิพ หรืออาจจะทำการเพิ่มจำนวนแกนประมวลผลซึ่งเป็นสิ่งที่เอเอ็มดีต้องการ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า 40% ตามที่ Globalfoundries กล่าวอ้าง

 

 

แม้ว่าในตอนนี้จะทราบแล้วว่า AMD Ryzen 3000 series จะออกมาก่อนช่วงต้นปี 2019 นี่เป็นตัวเลขที่คาดว่าจะใช้ข้อมูลนี้กับเม็ดเกลือ เอเอ็มดีมีประสิทธิภาพมากกว่าที่คาดไว้ในอดีตอย่างน้อยก็เมื่อเทียบกับซีพียู เมื่อคำนึงถึงความเป็นไปได้ว่าซีพียู AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ที่จะมาถึงนี้จะให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่า 40%

ถ้าซีพียู AMD Ryzen 3000 Series ออกเปิดตัวในปี พ.ศ. 2562 หมายความว่าน่าจะเป็นไปตามที่ AMD ได้ประกาศมาก่อนหน้านี้ถึง Socket AM4 ที่จะยังคงใชังานอยู่นับว่านี่เป็นข่าวดีสำหรับคนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนเมนบอร์ดแต่ต้องการใช้งานซีพียูรุ่นใหม่  ซึ่งน่าจะได้เห็นความเข้ากันได้ของเมนบอร์ดจาก AM4 ที่สามารถใช้งานได้กับ AMD Ryzen รุ่นใหม่ในอนาคต

 

ที่มา : overclock3d

Share This:

599 ผู้เข้าชม

เผยข้อมูล AMD Ryzen 2018-2020 Roadmap : Castle Peak, Matisse, Picasso, Vermeer and Renoir

 

AMD Ryzen Threadripper (Zen2) จะใช้ชื่อสถาบัตยกรรมว่า Castle Peak

AMD ได้ได้เปิดเผยให้เห็นชื่อของสถาบัตยกรรมของตัวประมวลผล Zen2 และ Zen3 ที่กำลังจะมาปรากฏว่า Ryzen Threadripper (Zen+) ในรุ่นที่ 2 ที่จะมาในปีหน้าโดยใช้ชื่อสถาปัตยกรรม Castle Peak ถ้าตามที่ว่าไว้นี้ Zen2 จะมาในปี พ.ศ. 2563 เอเอ็มดีจะเปิดตัวสถาปัตยกรรม Zen2 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Zen3 (หรืออาจะเป็น Zen2+) ซึ่งถูกวางระดับการใช้งานเป็น NG HEDT (Next-Gen High-End DeskTop) ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า Threadripper 3rd Gen.

ส่วน Platform AM4 นั้นจะมีทั้ง CPU และ APU ซึ่ง CPU จะมีการใช้ชื่อสถาบัตยกรรม Pinnacle Ridge >> Matisse >> Vermeer ตามลำดับ ซึ่งจะมาแทน  Summit Ridge ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และสำหรับ APU Raven Rideg >> Picasso >> Renoir ตามลำดับเช่นกัน ซึ่งเป็นแผนงานระยะยาวถึงปี 2020 (พ.ศ. 2563) ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามความเหมาะสมในภายหลังก็เป็นได้

AMD Ryzen 2018

เมื่อพูดถึงผู้ใช้งานในระดับ Mainstream ในปีนี้ (พ.ศ.2561) AMD Ryzen ได้เปิดชื่อรหัสใหม่แทน Ryzen 1000 Series ซึ่งจะมีการสานต่อใน Ryzen 7 และ Ryzen 5 ที่อยู่ในรูปแบบ 6 Core 12 Thread โดยจะตัดในรุ่นสูงสุดคือ 1800X ออกไป ส่วนที่เหลือคงเดิมไว้เช่นเดิมและเปลี่ยนโหนดเป็น 12nm+ มาในชื่อ Ryzen 7 2700X/2700 และ Ryzen 5 2600X/2600 ในตัวของ Ryzen 3 และ Ryzen 5 ที่เป็น 4 Core 8 Thread แทนที่ด้วย Ryzen 2000 G-Series ที่จะมาในรูปแบบ APU ที่มีกราฟฟิกในตัวจากสถาบัตยกรรม VEGA แต่จะยังคงใช้โหนด 14nm เช่นเดิม โดยในทุกรุ่นนั้นจะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นโดยหลักๆ แล้วยังจะเป็นการเพิ่มในส่วนของสัญญาณนาฬิการที่สูงขึ้นทั้ง Base Clock และ Turbo Clock แสดงได้ดังภาพด้านล่าง

 

ที่มา : videocardz

Share This:

2.2K ผู้เข้าชม

ข้อมูลของ AMD Ryzen 7 2700X / Ryzen 5 2600

 

หลังจากที่ AMD ได้ประกาศออกมาในช่วงเวลาก่อนถึงกำหนดการเปิดตัว AMD Ryzen Generation 2 (ไม่ใช่ Zen 2) ว่าจะมาในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ ถ้านับเวลาตอนนี้ก็เหลือเวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งในช่วงเวลานี้ก็จะมีการเปิดเผยข้อมูลแบบหลุดออกมา (ที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจให้หลุด หัวเราะ) ก็ได้ออกมาให้เราได้เห็นกันมากขึ้น

AMD Ryzen 7 2700X

AMD Ryzen 7 2700X ยังคงมีความคล้ายคลึงกับ AMD Ryzen 7 1700X ซึ่งจุดที่เหมือนๆกันก็จะเป็นเรื่องของจำนวน Core/Thread ที่จะยังคงมี 8 Core 16 Thread จำนวนแคชรวม 20 MB แบ่งเป็น L3 Cache 16 MB ส่วน L2 Cache จะมี 4 MB แต่จะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นในส่วนของเทคโนโลยีที่ใช้ซึ่งได้เปลี่ยนขนาดของทรานซิตเตอร์จาก 14nm เป็น 12nm ซึ่งทำให้กระบวนการผลิตชิพดีขึ้น ทำให้มีการเพิ่มสัญญาณนาฬิกาเพิ่มขึ้นอีก 300MHz จากเดิมที่ R7 1700X มี Base Clock 3.4GHz และ Turbo Clock 3.8GHz ซึ่งใช้เทคโนโลยี XFR ในการเพิ่มความเร็ว สำหรับ R7 2700X จะมี Base Clock 3.7GHz Torbo Clock 4.1GHz ซึ่งคาดว่าจะเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี XFR 2.0 แทนแต่ในตอนนี้ยังไม่ยืนยัน

AMD Ryzen 5 2600

นอกจากนี้จะพบได้ว่านอกจาก Ryzen 7 2700X แล้ว CPU อีกตัวที่น่าสนใจก็คงหนีไม่พ้น Ryzen 5 2600 ซึ่งใน Ryzen 1000 Series นั้น R5 1600 นั้นถือว่าเป็น CPU ที่มีความนิยมอย่างมากตัวหนึ่ง เพราะด้วยจำนวน Core/Thread ที่ให้มาเพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน ก็ยังมีความสามารถในการในการ Overclock ด้วย ซึ่งหลายๆ คนก็น่าจะมองถึงการมาของ Ryzne 2600 ด้วยเช่นกัน แต่ในเวลานี้ก็ยังเป็นแค่การคาดการณ์เท่านั้นเพราะข้อมูลที่ออกมาในขณะนี้ยังไม่ได้ระบุชื่อที่แน่นอน แต่สังเกตุได้จากชื่อที่ระบุไว้ว่า “AMD Ryzen:ZD2600BBM68AF_38/24_Y” จากรหัสนอกจากจะมีการระบุถึงรุ่น 2600 แล้วสิ่งที่ทำให้เห็นว่าเป็นรุ่น R5 2600 ไม่ใช่ R5 2600X ก็เพราะรหัสที่ระบุถึงจำนวน TDP เป็น 65W ไม่่ใช่ 95W ดังที่ตัว Ryzen 1600X ใช้งานนั่นเอง

Ryzen 5 2600 จะมีการปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตเช่นเดียวกับรุ่นพี่ R7 2700X แต่จะมีการปรับลด L2 Cache ลงเหลือเพียง 3 MB เหตุเพราะว่ามีการปิดจำนวน Core ออกไป 2 Core ทำให้เหลือใช้งานเพียง 6 Core 12 Thread แต่ก็มีการปรับปรุง Clock จาก R5 1600 จากเดิม 200Mz ทำให้ Base Clock จากเดิม 3.2 GHz เป็น 3.4 GHz และ Turbo Clock 3.6 GHz เป็น 3.8 GHz ในรุ่น R5 2600

AMD 2nd Generation Ryzen ‘Preliminary’ Specs:

CPU Name AMD Ryzen 5 1600 AMD Ryzen 5 2600 AMD Ryzen 7 1700X AMD Ryzen 7 2700X
CPU Family Ryzen 1 Ryzen 2 Ryzen 1 Ryzen 2
CPU uArch 14nm Zen 12nm Zen+ 14nm Zen 12nm Zen+
CPU Cores 6 6 8 8
CPU Threads 12 12 16 16
Base Clock 3.2 GHz 3,4 GHz 3.5 GHz 3.7 GHz
Boost Clock 3.6 GHz 3.8 GHz 3.8 GHz (3.9 With XFR) 4.1 GHz (4.2 GHz With XFR 2.0)?
Total Cache 19 MB (L2+L3) 19 MB (L2+L3) 20 MB (L2 + L3) 20 MB (L2 + L3)
TDP 65W 65W 95W 95W
Release Date April 2017 April 2018 April 2017 April 2018

ดีขึ้นทุกๆ ด้าน

จากข้อมูลที่พบได้ในตอนนี้ก็จะพบว่าตรงกับที่ Lisa Su ทีได้ออกมากล่าวก่อนหน้านี้ว่า Ryzen Generation 2 จะมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจาก Ryzen Generation 1 ประมาณ 10 – 15% ซึ่งตอนนี้ต้องมาลุ้นกันต่อว่าความสามารถในการ Overclock นั้นจะเพิ่มขึ้นมากด้วยหรือไม่ ซึ่งทีมงานคาดว่า Ryzen 2800X ที่จะตามออกมาภายหลังนั้นน่าจะสามารถ Overclock ได้ในระดับ 4.5GHz +- 200MHz แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอดูความชัดเจนอีกครั้ง

นอกเหนือจาก CPU แล้วสิ่งที่ถูกปรับเปลี่ยนด้วยก็คือ Chipset ที่นำมาใช้งานแม้ว่าจะยังคงใช้งาน Socket AM4 อยู่แต่ว่าจะมีการปรับปรุงชิพเซ็ตด้วยเช่นกัน ชื่อจะมาใช้งานชิพเซ็ต AMD 400 Series แทนที่ AMD 300 Series ซึ่งจะมีการปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตด้วยเช่นจากเดิม 55nm ซึ่งถ้าให้ย้อนไป AMD ได้ใช้เทคโนลีการผลิตชิพนี้มาตั้งแต่ซิพเซ็ต 800 Series ที่ใช้งานใน AM3 โดยจะทำการเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ 40nm แทนที่น่าจะทำให้การใช้พลังงานลดลงได้อีกระดับ

สบายใจได้ไม่ต้องเปลี่ยนบอร์ด

AMD Ryzen Generation 2 นั้นถึงแม้ว่าจะมีการเปิดตัวชิพเซ็ตตัวใหม่ในรุ่น AMD 400 Series ออกมาแต่ว่าผู้ที่ใช้งาน AMD 300 Series อยู่แล้วก็สามารถใช้งาน Ryzen 2000 Series ได้เพียงแค่ทำการอัพเดต Bios จากค่ายผู้ผลิตเมนบอร์ดเท่านั้นก็สามารถใช้งานได้ ไม่ต้องหาซื้อใหม่แต่ประการใด ยกเว้นแต่ว่าต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจากการใช้งานจาก Chipset + CPU/APU เท่านั้น

ที่มา : wccftech

Share This: