936 ผู้เข้าชม

Sony ยังไม่มีแผนที่จะเปิดตัวเครื่องคอนโซลใหม่ที่งาน E3 2018

 

 

สำหรับใครที่รอคอยงาน E3 2018 ซึ่งในปีนี้เช่นเคยว่าจะเป็นการแข่งขันในตลาดคอนโซลของทั้ง 3 ค่ายระหว่าง Nintendo, Sony และ Microsoft ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ของทางบริษัทจะถูกรวมเข้าในงาน E3 ด้วยโดยนอกจากนี้ยังจะมีการโชว์ผลงานจากค่ายเกมอิสระ

 

จากเมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้คนทั่วอินเทอร์เน็ตได้มีการพูดที่ทำให้เห็นว่า Sony กำลังวางแผนที่จะเปิดเผยเครื่องคอนโซลรุ่น PS5 ซึ่งล่าสุดทาง Sony ได้ปฏิเสธใน PlayStation Blogcast ไปแล้วนั้น ล่าสุดทาง Sony โดย Shawn Layden ประธาน Sony Worldwide Studios ได้ออกมาแถลงการถึงความหนักแน่นว่าจะไม่มีการประกาศฮาร์ดแวร์ใหม่ในงาน E3 ในปีนี้

 

Layden กล่าวไว้ว่า ในงาน E3 นั้น Sony จะมุ่งเน้นไปที่ “เกมที่จะมีเฉพาะเครื่อง PS ที่ทำออกมาทั้ง 4 เกมที่กำลังจะเปิดตัวของเรา” ซึ่งหมายถึงเกม Death Stranding, Ghost of Tsushima, Spider-Man และ The Last of Us Part 2 จากการแถลงข่าวของ Sony นั้นยังจะรวมถึงการพัฒนาเกมที่ร่วมกับกลุ่มพัฒนาอื่นด้วย และจากนักพัฒนาอิสระอีกหลายราย

 

แต่ก็เป็นโดยปกติด้วยในงาน E3 ส่วนมากจะไม่มีการประกาศถึงเครื่องคอนโซลที่เป็นฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ แต่จะเน้นไปด้านการแข่งขันของตัวเกมมากกว่า สำหรับในตอนนี้เครื่องคอนโซลที่สามารถดันความละเอียดสูงสุดได้ก็จะยังคงเป็น PS4 Pro และ Xbox One X ที่เป็นเครื่องคอนโซลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากไม่น่ามีความเป็นไปได้ที่ Microsoft จะประกาศเครื่องคอนโซลตัวใหม่ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากที่ปล่อย Xbox One X ออกมา

 

 

ที่มา : overclock3d

Share This:

1.2K ผู้เข้าชม

ลือหึ่ง TSMC กำลังผลิตชิพขนาด 7nm เข้าสู่ตลาดคอนโซล

 

 

ขณะนี้ทาง TSMC ประกาศว่ากำลังเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตชิพแบบ Finnfet (CLN7FF) 7nm ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบดูข้อมูลจากเว็บไซต์ Anandtech ก็น่าจะเป็นข้อมูลที่ดีในการยืนยันว่าจะเป็นการผลิตชิพขนาด 7nm ให้กับ PS5 ได้ทันในปีนี้

 

ในช่วงปลายปีนี้มีจะมีการปล่อยผลิตภัณฑ์มากกว่า 50 แบบมีตั้งแต่แอปพลิเคชันบนมือถือ,โปรเซสเซอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์,  โปรเซสเซอร์สำหรับเครือข่าย, เกม, GPU PGA, Cryptocurrency, Automotive และ AI

ข้อความจาก TSMC Co-CEO และ President, C. C. Wei

 

7nm ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว

 

ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า “Gaming” เป็นสิ่งที่อาจจะเป็นของ Sony ที่อ้างอิงถึงเครื่อง PS5 ซึ่งบางแหล่งข่าวได้ระบุไว้ว่าอาจมีการประกาศในปีนี้ ปัจจุบัน Sony ทำตลาดกับเครื่อง PS4 Slim และ PS4 Pro สำหรับเครื่องคอนโซลที่ใช้กระบวนการผลิตขนาด 16nm ของ TSMC ซึ่งทำให้ Sony นั้นน่าจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ที่จะผลิต PS5 ที่จะเลือกใช้งานชิพซิลิกอนที่มีโหนดขนาด 7nm  ที่จะเข้ามาแทนที่ PS4 Pro ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานของตัวเครื่องคอนโซลหรืออาจจะเป็นการเพิ่มรุ่นใหม่สำหรับ PS4 Pro Slim ก็เป็นได้

 

ด้วยการใช้พลังงานที่ลดลงพลังงานและความร้อนลดที่ลดลงของตัวชิปซิลิกอนในโหนด 7nm จะช่วยให้ PS4 Pro ของ Sony สามารถมีการใช้พลังงานที่ต่ำลงส่งผลให้สามารถลดความร้อนที่เกิดจากการใช้พลังงานที่สูงอยู่ซึ่งจะทำให้ PS4 Pro นั้นสามารถมีขนาดเล็กลงได้ และอาจทำให้ราคาถูกกว่าในการผลิตคอนโซลระดับไฮเอนด์

 

ในขณะที่ชิพซิลิกอนที่จะใช้สำหรับ PS5 ที่น่าจะเป็นการเลือกใช้งานชิพขนาด 7nm แน่นอนแล้วอาจเป็นไปได้ว่า Sony อาจจะรอจนถึงปลายปี พ.ศ. 2562 หรือ พ.ศ. 2563 เพื่อเปิดตัวเครื่องคอนโซลตัวใหม่อย่างน้อย 3 ปีหลังจากที่ได้ทำการเปิดตัว PS4 Pro สำหรับการผลิตเครื่องคอนโซลยุคต่อไปของ Sony ก็น่าจะยังคงใช้งานชิพจาก AMD ในการใช้งานเป็นทั้งหน่วยประมวลผลและหน่วยประมวลผลกราฟิกจาก Radeon จาก Centaurs ซึ่งจะเป็นการก้าวกระโดดในการทำงานของ CPU เพื่อสร้างสิ่งที่สามารถเรียกได้อย่างแท้จริงว่าเป็น “Next-GEN” ในตลาดเกมคอนโซล

 

 

นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ว่า Nintendo ก็น่าจะมีการวางแผนที่จะใช้งานชิปซิลิกอนขนาด 7nm สำหรับเครื่องคอนโซลซึ่งน่าจะรวมถึง Switch ในรุ่นต่อไปด้วย เนื่องจากการใช้พลังงานที่ลดลงซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสสำหรับ Nintendo ที่จะประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่ของเครื่องเกมพกพาได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสำหรับเครื่องคอนโซลของ Nintendo ในปัจจุบันมีใช้ชิพที่มีเทคโนโลยีการผลิตขนาด 20nm (ไม่ใช่ FinFET)

 

จากข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมดทำให้เชื่อได้ว่าเครื่องคอนโซล PS5 ยังคงไม่น่าจะมีการเปิดตัวในปี พ.ศ.2561 แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่า Sony อาจจะมีการส่ง PS4 Pro Slim ออกมาก่อน

 

ที่มา : overclock3d

Share This:

6.7K ผู้เข้าชม

บทวิเคราะห์สเปคเครื่อง PlayStation5 ที่คาดว่าจะออกมาในปี 2020

 

 

ช่วงนี้เราคงจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับแผนการพัฒนาเครื่อง PlayStaion5 (ต่อไปจะใช้ตัวย่อ PS5) ออกมาค่อนข้างจะหนาหูอยู่เป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ Concept Art ตัวเครื่อง ช่วงเปิดตัวเครื่องที่มีข่าวว่าจะออกมาช่วงราวๆปี 2019 และวางจำหน่ายในปี 2020 ก็เริ่มหนาหูออกมาเรื่อยๆ

 

ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่าอยากทำบทความ วิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็นไปได้ของตัวสเปคเครื่อง PS5 กันดูบ้าง ซึ่งผมจะทำการวิเคราะห์ความเป็นไปให้เห็นเป็น Shot แบบลงรายละเอียดให้อ่านกันครับ โดยที่ในเนื้อหาครั้งนี้ผมขอข้ามเฉพาะเครื่อง PS1 (เนื่องจากใช้อ้างอิงกับฝั่ง PC ไม่ค่อยได้มากนัก)

 

PlayStation2

 

PS2 เป็นเครื่องเกมที่วางจำหน่ายครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2000 กับราคาเปิดตัวที่ 299 Usd มีค่าประสิทธิภาพของตัวเครื่องเทียบเท่า PC Intel Pentium III 500MHz + Ram Sd 64MB + การ์ดจอ Geforce2 MX400 32MB ซึ่งเมื่อดูจาก Hardware PC ที่เอามาเปรียบเทียบแล้วจะเห็นได้ว่า PS2 ในตอนที่เปิดตัวมานั้นมีสมรรถนะที่เรียกได้ว่าแรงสุดๆในงบประมาณแค่ 299usd เพราะคอมพิวเตอร์ที่ใช้เล่นเกมกราฟฟิค 3D สวยๆได้ ในสมัยนั้น มีราคาไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท เลยทีเดียว

 

เรียกได้ว่าการมาของตัว PS2 ในช่วงเวลานั้นทำให้คนพูดถึงด้านภาพของตัวเกมกันเยอะมากๆว่าสวยงสใผิดหูผิดตาจากเกม PC ในยุคนั้นๆ และมีการเคลมเอาไว้ว่าสามารถแสดงผล Polygon ได้พร้อมๆกันถึง 66 ล้าน polygon สูงกว่าจาก PS1 ที่เป็นเทคนิคการทำภาพแบบ 300K Polygon แบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว แม้แต่เทียบภาพกับ PC ก็ยังทำได้สวยงามกว่าครับ ยกเว้นเรื่อง Resolution ที่ PC จะปรับได้ละเอียดกว่า

 

Product name PlayStation® 2
Product code SCPH10000-90000 series
Main processor Single-Core custom processor 300MHz

CPU: Sony Emotion Engine

GPU: 0.062 TFLOPS, Sony Synthesizer Base graphics engine / Base Clock 150MHz Type SCE Geo Matric 66 Million Polygon/sec (Performance Rate Geforce 2 MX)

Memory VRam 512Bit 400MHz / System 3.2 GB/s peak bandwidth 400MHz
Storage size* Upgrade

 

PlayStation3

 

PS3 ตัวเครื่องถูกวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2006 ด้วยราคา 499Usd เครื่องเกมที่ SONY ให้ความมานะอุตสาหะในการคิดค้น Cell Processor ที่พัฒนาร่วมกับ IBM ที่ในยุคนั้นผู้คนยกให้มันเป็นเทคโนโลยี Alien มาพร้อม 8 คอร์ CPU ในยุคที่ CPU ณ เวลานั้นของ PC เป็นแบบ 2 คอร์ประมวลผล อีกทั้งยังมาพร้อมกับกราฟฟิกชิป RSX ที่ให้พูดกันตรงๆมันก็คือ Geforce 7600GT ดีๆนี่เอง

 

และใช้เทคโนโลยีของ XDR memory ความเร็วสูงที่ใน PC ในเวลานั้นมิอาจเทียบเคียงได้เลย เพราะ PC มี Ram ที่เร็วที่สุดเพียง 2000MHz GDDR4 256Bit แต่ XDR มาพร้อมกับความเร็ว 3200MHz ในแบบ 256 Bit เครื่อง PS3 เป็นเครื่องเกมเพียง 1 เดียวของค่ายนี้ที่ทำให้ Sony ขาดทุนตั้งแต่เริ่มตั้งราคาขายมัน นั้นเพราะ Hardware ที่ใส่เข้ามาใน PS3 นั้นเรียกได้ว่าเป็นที่สุดของเทคโนโลยี ซึ่ง Sony ก็ออกมายืนยันเองว่าเป็นเครื่องเกมที่ตนวางจำหน่ายแล้ว ขาดทุนยับตั้งแต่เริ่มวางขายในตลอดระยะเวลาเกือบ 2ปี

 

แต่ด้วยความที่มันเป็นเทคโนโลยีในการผลิตที่ออกแบบมาเพื่อ Platform PS3 โดยตรงมันเลยมีความพิเศษตรงการใช้เทคนิคของทำให้รูปแบบการผลิตเกมที่ป้อนให้กับเกมเครื่องนี้ทำได้ยากกว่าเครื่องเกม Console ตัวอื่น

XBOX 360 มาพร้อมกับ CPU IBM Xenon 3 คอร์ ความเร็ว 3.2GHz และการ์ดจอทรงพลังอย่าง ATi Xenos (Radeon 1900X) ซึ่งในเวลานั้นเทียบเท่ากับ Geforce 7800GTX จากฝั่ง NVIDIA

 

PS3 ที่มีกราฟฟิคการ์ดเทียบเท่า Geforce 7600GT แต่ถูกออกแบบมาให้ใช้ CPU Cell ในการคำนวนโครงสร้างกราฟฟิค และจะใช้การ์ดจอแค่เพียงการเรนเดอร์พื้นผิวแสงเงาเท่านั้น

 

เทคนิคของ PS3 เป็นอะไรที่ Developer ไม่เห็นด้วยเลย เพราะทำให้เกมทำออกมายากลำบากมาก โดยเฉพาะเกมที่ทำแบบ Multi Platform ทั้ง PC PS3 XBOX360 ตัวของ Developer จะต้องเขียนตัวโปรแกรมใหม่เพื่อ PS3 ถึงจะได้ภาพกราฟฟิคได้เทียบเท่า Xbox 360 นั้นเลยเป็นเหตุที่ว่าผู้พัฒนาเกมเลือกที่จะ Port เกมแบบตรงๆโดยไม่ Optimization ให้กับ PS3 ก่อน

 

ผลเสียก็คือภาพกราฟฟิคในเกม PS3 ต้องมาใช้ความสามารถของ RSX (Geforce 7600GT) แบบเรนเดอร์ทั้งโครงสร้างแสงเงาพื้นผิวทั้งหมดแบบเพียวๆ ไม่ได้มี Cell Processor มาช่วยคำนวณโครางสร้างกราฟฟิคให้ ทำให้มันเสียเปรียบ ATI Xenos ของเครื่อง Xbox 360 ที่มีการ์ดจอแแรงกว่าเป็นทุนเดิม ถ้าจะให้พูดคือเกมเดียวกันแต่ภาพกากกว่าคู่แข่ง ทำให้ในช่วงเวลานั้นเอง XBOX 360 จึงกลายเป็นที่นิยมของเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายไป

 

Product name PlayStation® 3
Product code CECHB01 – CECH-4001C series
Main processor 8 Core (6+2) custom processor 3.2GHz

CPU: Cell Processor IBM Power PC

GPU: 0.211 TFLOPS, NVIDIA RSX™ Base graphics engine 12 Pixel Pipeline / Base Clock 550MHz Type Geforce 7000 (Performance Rate 7600GT)

Memory VRam GDDR3 256MB 256Bit 700MHz*2(1400MHz) / System XDR 256MB 256Bit 3.2GHz
Storage size* 20GB – 500GB

 

PlayStation4 / PlayStation4 Pro

 

บทเรียนราคาแพงของ Sony ทำให้เกิดการออกแบบเครื่องเกมที่ใช้ความสามารถของตัวเครื่องในแบบที่เป็น Hardware ที่อ้างอิงคุณสมบัติปัจจุบันก็พอ เพื่อประหยัดต้นทุนในการผลิตเครื่อง และง่ายต่อการพัฒนาเกม เครื่อง PS4 จึงได้ถือกำเนิดออกมาในวันที่ 15 พฤศจิกายน ปี 2013 กับการเปิดตัววางจำหน่ายทั่วโลก แทนที่จะเป็นที่ญี่ปุ่นก่อนเหมือนทุกๆครั้ง ด้วยราคาวางจำหน่ายครั้งแรกที่ 399Usd ที่ถูกกว่าสมัย PS3 ถึง 100Usd  ซึ่งในปีนั้นเองการ์ดจอที่ถูกนำมาใส่ในเครื่อง PS4 มีสมรรถนะเทียบเท่า Radeon HD7850 ของ PC ครับ ในปี 2013 การ์ดจอตัวที่เป็นหัวเรือของ Radeon คือ HD7970 ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า HD7850 ราวๆ 65-70%

 

คำถามคือทำไม่ Sony ถึงไม่เลือกใช้การ์ดจอที่แรงสุดๆไปเลยอย่างตัว TOP สุดของ Gen นั้นๆ มาจนถึงวันนี้เราน่าจะได้คำตอบแล้วครับว่า Sony มองไกลกว่านั้น เพราะด้วยความที่ Console ต่อให้มันแรงสุดๆ แปลว่างบในการพัฒนาเครื่องมาจำหน่ายก็ต้องสูงตาม เลยเลือกที่จะใช้ Hardware แรงๆ ที่ไม่ใช่ตัว TOP  ณ เวลานั้นมาใส่ และในรูปแบบการออก Console Half Gen อย่าง PS4 Pro ออกมาขั้นเวลาแทน จากที่เดิมทีเราเคยเห็นกันว่า Console จะออกเครื่องใหม่สเปคใหม่ทุกๆ 6 -7ปี ก็จะกลายเป็นทุกๆ 3ปี ออกตัวใหม่เป็นต้น

 

เนื่องจาก Hardware บน PS4 PS4 Pro เป็นการอ้างอิงการใช้สถาปัตยกรรมของ PC เป็นทุนเดิม ส่งผลให้ Developer ชอบในจุดนี้มาก เพราะการพัฒนาเกมก็ทำได้ไวขึ้นและง่ายขึ้น อีกทั้งพัฒนาครั้งเดียวก็สามารถ Port ต่อไปยัง Platform อื่นๆได้เลย

 

อะไรที่ทำให้ PS4 กลับมาเติบโตอีกครั้ง? เพราะว่า PS4 เปิดตัวหลัง Xbox One และมีข้อได้เปรียบด้าน Hardware มากกว่าก็คือ กราฟฟิคชิปที่ทรงพลังกว่าคู่แข่ง (XB1 = 768sp / PS4 = 1,152Sp) อีกทั้งราคาขาย PS4 ก็ขายถูกกว่า 100Usd และที่สำคัญยังไม่ Lock Zone เกมด้วยในช่วงเปิดตัว และอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถเล่นแผ่นมือ 2 ได้อีกต่างหาก ทำให้เป็นการเปิดตัวเครื่องเป็นไปได้อย่างสวยงาม และสามารถช่วงชิงตลาดกลับมาจาก Xbox ของ Microsoft และกลับมาเป็นเจ้าแห่ง Console ได้อีกครั้ง

 

การออก PS4 Pro ยังคงนำวิถีแห่งการประหยัดต้นทุนเช่นเดิม ยังไม่ใช้การ์ดจอจาก Radeon ในรุ่นที่สูงเกินไปอีกเช่นเคย แต่เลือกที่เอาเทคโนโลยีกราฟฟิครุ่นใหม่อย่าง Radeon Polaris (RX470) ที่แรงขึ้นมาใช้แทน ทำให้ PS4 Pro ยังคงรักษาระดับราคาวางจำหน่ายได้ดีอยู่

 

แต่สิ่งที่ผู้ใช้งานหลายๆคนอาจจะไม่ได้สังเกตุ หรือบางคนสังเกตเห็นมานานแล้วนั้นก็คือ ราคาของ PS4 Pro ที่ขาย หากไปประกอบ PC 1 เครื่องที่ให้ความสามารถในการเล่นเกมได้เทียบเท่าๆกันแล้ว จะพบว่ามีราคาแพงกว่า 1 เท่าตัวเลยทีเดียว ราวๆ 27,000 บาท แต่ผู้ใช้งานฝั่ง PC ก็ให้เหตุผลว่า PC ทำได้มากกว่าเล่นเกม ซึ่งตรงจุดนี้แอดมินเองขอไม่เทียบต่อนะครับ ให้ตัดสินใจกันเอาเองตามความเหมาะสมในการใช้งานน่าจะดีกว่า

 

Product name PlayStation®4
Product code CUH-2000 series
Main processor 8 Core custom processor 28nm

CPU : x86-64 AMD “Jaguar”, 8 cores 1.6GHz

GPU : 1.84 TFLOPS, AMD Radeon™ Base graphics engine 1152 Stream Processor / Base Clock 800MHz Type Radeon HD8000 (Performance Rate HD7850)

Memory GDDR5 256Bit / 178 GBs /  5696 MHz /8GB Share Graphic
Storage size* 500GB, 1TB
Product name PlayStation®4 Pro
Product code CUH-7000 series
Main processor 8 Core custom processor 16nm

CPU: x86-64 AMD “Jaguar”, 8 cores 2.1GHz

GPU: 4.20 TFLOPS, AMD Radeon™ based graphics engine 2304 Stream Processor/ Base Clock 911MHz Type Radeon Polaris (Performance Rate RX470)

Memory GDDR5 256Bit / 218 GBs / 6976 MHz /8GB Share Graphic
Storage size* 1TB

 

PlayStation5

 

มาถึงการวิเคราะห์ Spec ของ PS5 กัน ผมและแอดมินอีกคนได้วิเคราะห์จาก Time Line การวางขายราคาขายและความเป็นไปของ Hardware ที่เคยออกมาแล้ว และ Road map ของ Hardware ที่มีกำหนดจะออกมาในอนาคต ทำให้เราคาดว่าตัว Hardware ที่จะเอามาใช้น่าจะเป็นรูปแบบประมาณนี้ครับ

 

  • CPU จะไม่มีการเพิ่มคอร์ ยังคงเป็นแบบ 8 คอร์เหมือนเดิม แต่ปรับไปใช้ CPU สถาปัตยกรรมใหม่และลดขนาดการผลิตลง สเปคที่คาดว่าจะถูกเอามาใส่ใน PS5 อาจจะรวมไปถึง XBOX Gen ใหม่ที่น่าจะออกมาไล่ๆกับ PS5 นั้นก็คือ AMD ZEN+ (Ryzen 1 ในแบบฉบับ 7nm) ที่เลือกแบบนี้เพราะในอีก 2ปี ถัดจากนี้ สถาปัตยกรรม Zen มีความแรงกว่า CPU Jaguar กว่า 2.5 เท่า บน Clock ที่เท่าๆกัน แต่ในปี 2020 Zen จะเริ่มเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้ใหม่อะไรแล้ว และการปรับมาใช้กับการผลิตที่ 7nm ยิ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงไปอีก

 

  • ทำไมใช้ 3GHz Design นั้นเพราะสถาปัตยกรรมเกม Console ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ CPU ที่มีค่า Base Clock ที่สูง เพราะการที่เลือก Zen1 เอามาใส่บน 7nm และปรับ GHz ทำงานแค่ 3GHz จะทำให้ CPU กินไฟต่ำมากและความร้อนน้อยลงมาก ซึ่งเหมาะที่จะใช้กับ Console ที่ถูกจำกัดเรื่องการใช้พลังงานที่ไม่ควรจะสูงเกินไป

 

  • กราฟฟิคชิปที่เอามาใช้คาดว่า Radeon Navi น่าจะได้ไปโลดแล่นบนเครื่อง Console ก่อนฝั่ง PC  โดยที่ Radeon Navi จะมาพร้อมกับการผลิตระดับ 7nm เช่นกัน และถูกรวมมาเป็น APU กับ Zen Plus เลย หากมองเผินๆจะเห็นว่ามันมีสเปคที่สูงมาก เมื่อเอามาเทียบกับการ์ดจอแยกที่ขายในตลาดตอนนี้อย่าง Radeon RX Vega 64 แต่ต้องอย่าลืมว่ามันจะเป็นเทคโนโลยีที่จะใส่เข้าไปหลังจากนี้ก่อนเครื่องวางจำหน่ายอีกราวๆ 2ปี ถึงเวลานั้นเอง มันก็ไม่ได้เป็นการืดจอที่มีสเปคเป็นรุ่น TOP สุดแต่อย่างใด

 

  • Ram ที่ใส่บน Console ไม่มีความจำเป็นที่จะใช้ HBM2 มันทำให้การผลิต PS5 มีต้นทุนผลิตที่สูงขึ้น และทำให้อาจมีความล่าช้าในการผลิตอีกด้วย เพราะมันต้องมีขั้นตอนการผลิตที่มากกว่าเดิม การใช้เม็ดแรม GDDR6 ที่มีค่า Performance ที่ดีกว่า GDDR5 ราวๆ 1 เท่าตัว และ nm มีขนาดลดลงกินไฟน้อยกว่าเดิมแต่เร็วขึ้น น่าจะเหมาะสมกว่าครับในมุมมองของผู้ผลิต

 

  • ส่วน HDD เรามองไปที่ขนาดเพียง 2TB สำหรับรุ่นมาตรฐาน ทั้งนี้ผมคิดว่า Sony น่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะเลือกซื้อมากกว่าขนาด 2TB ได้ด้วย หรือขออัพเกรดในภายหลังได้ด้วย มันทำให้เครื่องไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนในการผลิต แต่ให้ผู้ใช้งานไปหาเพิ่มกันเอาเองตามความต้องการที่ไม่เท่ากันของแต่ละคน

 

Product name PlayStation®5
Product code ???
Main processor 8 Core custom processor 3.0GHz+

CPU: x86-64 AMD “Zen+ APU”, 8 cores 7nm Architecture Design

GPU: 11.5-13.5 TFLOPS, AMD Radeon™ Base graphics engine 4096 Stream Processor/ Base Clock 1200MHz Type Radeon Navi 7nm Architecture (Performance Rate Radeon Vega 64)

Memory GDDR6 256Bit 16GB 12,000MHz / Share Graphic
Storage size* 2TB

 

เป็นยังไงครับกับบทวิเคราะห์สเปค PS5 ที่ทางเราช่วยกันคิดวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ ดูแล้วรวมๆจะมีความแรงกว่า PS4 Pro ณ ปัจจุบันนี้ราวๆ 2.5-3 เท่า แต่เราอ้างอิงพื้นฐานของต้นทุนการผลิตไว้ก่อน แต่ก็คงไว้ด้วยเทคโนโลยีที่ต้องดูแล้วต้องดูดีพอสมควรเมื่อถึงปี 2020 ผมก็ยังมองไปอีกว่ายังไงก็ต้องทำเครื่องเกมที่ราคาวางจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 399Usd และไม่เกิน 499Usd

 

ซึ่งในปี 2020 ผมคาดว่าจะเป็นปีที่เครื่อง PS5 อาจจะเปิดตัวไล่ๆกับ Xbox ตัวใหม่เลยก็ได้ แต่มาชี้วัดกันเลยครับว่าใครจะเปิดตัวได้เปคเครื่องที่แรงกว่ากันจะได้เปรียบไปเกือบครึ่ง หากเปิดตัวในช่วงเวลาไล่ๆกัน อย่างที่ 2 สำคัญกว่ามากคือเกมที่ป้อนให้กับเกมเครื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ Exclusive Game ซึ่งฝั่ง PS จะมีจุดแข็งตรงนี้มากกว่าคู่แข่ง

 

อีกประเด็นนึงที่ผมคาดไว้อีกว่า ใน Console Next Gen เครื่องเกมนั้นจะสามารถนำแผ่นเกมเดิมๆของ Gen ก่อนหน้านี้ เอากลับมาเล่นได้อีกด้วย ซึ่งในจุดนี้ถ้าเกิดมีเครื่องไหนที่คิดทำตรงนี้ก่อน ยิ่งเป็นตัวยอกย้ำชัยชนะได้เป็นอย่างดีในสงคราม Console Next ที่อีกไม่นานกำลังจะเปิดปฐมบทมหากาฬย์เครื่องเกมยุคใหม่

 

 

***บทวิเคราะห์จากฐานข้อมูลเก่าและใหม่ กับความน่าจะเป็นของสเปคเครื่อง PlayStation5 ในอนาคตอันใกล้นี้ บทความนี้เขียนจากประสบการณ์และการรวมรวมข้อมูลของแอดขึ้นมาเอง มีจุดไหนผิดพลาดประการใด ของขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ***

 

 

 

Share This: