1.2K ผู้เข้าชม

เกมยังไม่ทันประกาศวันวางจำหน่าย ก็เตรียม Pre-Oder แล้ว?

 

 

ตัวเกม FINAL FANTASY VII REMAKE ที่ทาง SQUARE ENIX ได้เคยออกมาประกาศเรื่องการผลิตลงเครื่อง PlayStation 4 นั้น บัดนี้ได้มีเว็บไซด์ที่รับจองพรีออเดอร์ตัวเกม FF7 Remake อย่างไม่เป็นทางการ โดยที่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการจากทางค่าย SQUARE ENIX แต่อย่างใด

 

ซึ่ง 1 ใน ร้านค้าออนไลน์ชื่อดังอย่าง Amazon เป็นเจ้าเดียวที่บอกวันวางจำหน่ายตัวเกม FF 7 Remake ซึ่งก็คือวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ทั้งนี้เมื่อดูจากรายการรับพรีออเดอร์นี้เป็นการสั่งโดยที่ตัวเกมที่จะวางจำหน่ายจริงอาจจะช้ากว่าหรือเร็วกว่าวันที่แจ้งก็เป็นได้

 

ยังไงก็ตามอยากให้รอติดตามความเคลื่อนไหวของซีรี่ย์ FF7 Remake ในช่วงงาน E3 2018 ที่จะจัดขึ้นในเดือน มิถุนายน 2561 ที่จะถึงนี้ ว่าทางค่าย SQUARE ENIX จะออกมาประกาศให้รายละเอียดกับตัวเกม FF7 Remake หรือไม่ และความคืบหน้าและวันวางจำหน่าย

 

https://www.amazon.com/Final-Fantasy-VII-Remake-PlayStation-4/dp/B00ZS80PC2

 

https://www.game.co.uk/en/final-fantasy-vii-remake-654780

 

https://www.bestbuy.com/site/final-fantasy-vii-remake-playstation-4/8561024.p?skuId=8561024

 

https://ebgames.com.au/ps4-208749-Final-Fantasy-VII-Remake-PlayStation-4

Share This:

4.5K ผู้เข้าชม

เครื่องเกมแห่งอนาคต PlayStation 5 กับปัจจัยที่ทำให้อาจต้องรอไปถึงปี 2020 หรืออาจจะเร็วกว่าในปี 2019

 

 

ในช่วงที่กระแสข่าวคราวของเกมในปี 2018 – 2019 มีอะไรๆที่น่าสนใจหลายๆอย่าง อีกทั้งเทคโนโลยีของ Hardware ที่กำลังจะเข้าสู่ยุคเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมใหม่ อทิเช่น การ์ดจอใหม่จากฝั่ง NVIDIA หรือแม้แต่ CPU gen ใหม่ของฝั่ง Intel และ AMD แต่ว่าก็ไม่ได้มีอะไรที่ใหม่สดในเรื่องของเทคโนโลยีมากนัก

 

นั้นเพราะว่าในขณะที่ทาง AMD หรือ NVIDIA เองยังคงเฝ้ารอที่จะได้ปลดปล่อยเทคโนโลยีที่จะสามารถก้าวข้ามขัดจำกัดของประสิทธิภาพต่อพลังงานที่ใช้ใน Chip ของตน ทั้งนี้อาจจะรวมไปถึง Intel ด้วยเช่นกัน อีก 1 ปัจจัยที่เป็นตัวแปลสำคัญนั้นก็คือ การลดขนาดของ Nano technology ให้เล็กลง เพราะว่ามันคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้พัฒนา Hardware สามารถที่จะก้าวข้ามขัดจำกัดของ Chip ที่มีอยู่

 

ในขณะนี้ทางผู้พัฒนา Chip High Power / High Performance ชั้นนำของตลาดก็มีอยู่ด้วยกันหลักๆ 3-4 เจ้า กำลังประสบปัญหาที่เรียกว่าทางตันของเทคโนโลยีด้านประสิทธิภาพ 1 ในปัจจัยสำคัญที่เจอกันอยู่ในเวลานี้นั้นก็คือ ขนาดของ Nanotech ที่ยังไม่สามารถลดลงได้

 

 

แต่ว่าไม่ใช่เพราะว่าไม่สามารถที่จะทำได้ เพียงแต่ในทุกๆครั้งที่จะลดขนาดของการผลิต nanotech (ต่อไปจะเรียก nm) จะต้องมีการเตรียมสร้างโรงงานและเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต Chip ขึ้นมาใหม่ หากเป็นการลดขนาดของการผลิตที่เล็กลงกว่าเดิมมากๆ

 

ในขณะนี้โรงงานที่จะใช้ในการผลิตที่เป็นความคาดหวังของ Brand ผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น AMD NVIDIA ตอนนี้ จะอยู่ที่ขนาด 7nm ทั้งนี้ไม่ว่าจะฝั่ง PC หรือ Console ก็ตาม แต่ทว่าโรงงานที่จะใช้ในการผลิตนั้นยังไม่เสร็จพร้อมดี แต่จากกำหนดการที่คาดไว้โรงงานอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (ต่อไปจะเรียก TSMC) และ Global Foundries ที่ 7nm ที่จะถูกเอาไปใช้งานในแบบ High Power Chip Set

 

ทั้งนี้ยังมีแผนการผลิตที่ระดับ 3nm 4nm 5nm ในรูปแบบการเอาไปใช้งานกับตลาด Mobile แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นที่จะเอามาพูดคุยกันในวันนี้ครับ


 

ว่ากันด้วย Chip Set ที่จะถูกเอาไปใช้งานใน PlayStation 5 ( ต่อไปจะเรียก PS5) จากบทความวิเคราะห์ที่เคยวิเคราะห์เอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า PS5 จะใช้ GPU Processing  ของ AMD อย่าง Radeon NAVI ซึ่งเป็น Chip ที่จะถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Radeon Vega อีกที ในแง่ของการลดขนาด Nano และการเพิ่มคุณสมบัติฟีเจอร์การแสดงผลใหม่ๆเข้าไป

 

 

  • ทำไม PS5 ถึงต้องรอเทคโนโลยีการผลิต 7nm นั้นเพราะว่ามันเป็นเรื่องของพลังงานของ GPU และความร้อนที่เกิดขึ้นจะลดลงอย่ามหาศาล แต่ยังคงเอาไว้ด้วยประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมอยู่ ยกตัวอย่างการ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 64 แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพที่ดีมากๆในการแสดงผล ที่สามารถทำให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะเล่นเกมทั่วๆไปในแบบ Ultra Setting ในแบบ 4K ได้เกิน 60fps ได้สบายๆ แต่สิ่งที่เป็นจุดบอดก็คืออัตราการใช้พลังงานที่สูงมากๆ รวมไปถึงความร้อนที่เกิดขึ้นมหาศาล

 

  • การลดการผลิตลง 7nm Chip Set มีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมจะทำให้ Sony ประหยัดต้นทุนที่จะผลิตเครื่องเกมได้มากขึ้นอีก เพราะในการขาย แผ่น Wafer ที่จะใช้ในการผลิตนั้น ต้นทุนหลักๆจะอยู่ที่ขนาดของ wafer ที่จะตัดมาใช้งาน ยิ่งมีขนาดเล็กลงก็ยิ่งประหยัดต้นทุนการปั้ม Chip ได้อีก มันจะส่งผลดีคือผู้จัดจำหน่ายเครื่องเกมจะสามารถทำราคาวางจำหน่ายให้ออกมามาไม่สูงจนเกินไป

 

ลองมาดูการจำลองขนาดของตัว Chip ดูครับว่าหากใช้การผลิตลดลง 7nm  มันจะมีขนาดลดเท่าไหร่ และจะใช้ Transistor ได้มากขึ้นอีกเท่าไหร่ เพราะว่าการเพิ่มจำนวน Transistor เข้าไปได้มากขึ้นจะยิ่งส่งผลในด้านประสิทธิภาพและการใช้พลังงานที่ดีขึ้นอีก แม้ว่าจะถูกลดขนาดของตัว Chip ลงไปก็ตาม

 

 


 

และแนวทางในการผลิตที่ต้องรอ 7nm อาจจะเพราะว่า Sony น่าจะมีความต้องการ Chip ในรูปแบบ APU ที่มีการรวมเอา CPU และ GPU เป็น Chip เดียวกัน มากกว่าการที่จะใช้การ Hybridge Chip แบบที่ Intel ทำใน Core i7 8905G ที่เอาตัว Chip CPU Intel Core i7 7700K มารวมกับ Chip Radeon Polaris 20CUs และ 24 CUs โดยการเชื่อมผ่าน Die แยกจากภายนอก ไม่ได้เป็น Chip เดียวกันตั้งแต่ต้น ซึ่งได้ถูกเอาไปใช้งานกับตลาด Mobile และ Apple Mac

 

 

AMD NVIDIA เองไม่ได้ผลิต Chip เองมานานแล้ว แต่ใช้การจ้างงานจากโรงงานที่รับผลิต ซึ่งหลักๆก็จะมี Samsung TSMC , Global Foundries ที่รับผลิตและเป็นเจ้าใหญ่ๆที่รับทำ ส่วน Intel และ IBM นั้นมีโรงงานผลิต Chip เป็นของตัวเอง โรงานของ TSMC และ Global Foundries ยังไม่มีกำหนดสร้างเสร็จที่แน่ชัด แต่จะอยู่ในช่วงปลายปี 2018 ถึงกลางปี 2019 แต่จะถูกแบ่ง Line การผลิตแรกให้แก่ตลาด Mobile ที่คาดว่าจะได้คิวเป็น Tier แรก ที่เป็น Chip แบบ Low Power ก่อน ตลาดต่อมาคือ Tier 2 ก็คือฝั่ง Console Next gen และ CPU Desktop และการ์ดจอ

 

ซึ่งในปี 2018 ตามจริงแล้วเป็นปีที่ AMD จะต้องเตรียมวางจำหน่ายการ์ดจอ Radeon RX Vega Refresh ที่ไปใช้เทคโนโลยีแบบ 7nm แต่โรงงานก็ไม่พร้อมที่จะผลิตแบบ 7nm ให้ และแผนที่จะผลิตการ์ดจอ Radeon Vega ในรุ่นกลางๆและรุ่นเล็กๆก็หายไปจากตลาดในปี 2018 ทั้งปี แต่ใช้วิธีการปั๊ม Chip สถาปัตยกรรมเดิมอย่าง Polaris  14nm มาขายตามเดิมทั้งปี  ทำให้เราสงสัยว่าทำไมไม่พัฒนา Chip Vega รุ่นกลางๆออกมาสู่ตลาดบ้าง และข่าวของ Radeon Navi ที่เงียบหายไปนั้น

 

เราได้ตั้งข้อสังเกตว่า AMD กำลังพัฒนา Chip Set รุ่นใหม่ที่จะเอาไปใช้งานร่วมกับ Console Next Gen ของทั้ง 2 brand อย่าง SONY PS5 และ Microsoft XBOX New ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่มีข้อมูลที่เด่นชัดนัก แต่ว่ามันดูมีน้ำหนักมากๆ เพราะว่า AMD เคยเกิดเหตุการณ์ที่ปั้ม Chip การ์ดจอเก่าออกมาขายโดยไม่ทำการ์ดจอรุ่นใหม่มาขาย เมื่อตอนสมัยก่อนที่ PlayStation 4 จะออกมา HD 7000 ก็ หันมาทำเป็น R7 R9 ที่ใช้ Chip เดิมตลอด 1 ปีเต็มๆ

 

 

ซึ่งในปี 2018 นี้ AMD ก็กลับมาทำแบบนี้อีกครั้ง บวกกับข่าวที่หลุดจากวงในว่าขณะนี้มีการพัฒนาเครื่องเกม Console Next Gen ที่จะใช้สถาปัตยกรรม Zen+ กับ GPU Navi ยิ่งทำให้ข้อมูลดังกล่าวดูมีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก แต่เราก็ไม่กล้าที่จะพูดได้เต็มปากว่า PS5 จะวางขายในปี 2019 ตามที่คาดการณ์หรือไม่ เพราะโรงงานผลิตขนาด 7nm ยังไม่แน่ชัดว่าจะพร้อมเสร็จทันก่อนสิ้นปีหรือต้นปี 2019 หรือไม่

 

ทั้งนี้ยอดขายของเครื่อง PS4 PS 4Pro ก็กำลังจะทะยานไปสู่ 80 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งผมก็คาดการณ์เอาไว้ว่าจุดอิ่มตัวของเครื่อง PS5 น่าจะอยู่ที่ 100 ล้านเครื่อง +/- ในปี 2019 นั้นก็แปลว่าทางผู้ผลิตก็มีความพร้อมที่จะออก Console Next gen ได้ใหม่อีกเช่นกัน ทั้ง Sony และ Microsoft เอง

 

 

จากข่าวที่ก่อนหน้านี้ทาง Sony ได้ให้ชัดพัฒนาเกม PS5 กับ Developer ไป จริงๆแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาไปใช้งานและผลิตเกมได้ทันที หากว่าสถาปัตยกรรมของเครื่อง Console Next Gen แตกต่างจากเดิมมากเกินไป ก็ต้องใช้ระยะเวลาเรียนรู้นานมากขึ้นกว่าจะพัฒนาเกมได้ อาจใช้ระยะเวลาอย่างเร็วคือ 2ปี ทั่วๆไป 3ปี

 

แต่ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ PS5 น่าจะยังใช้สถาปัตยกรรมเดิม X86-X64 และยังคงอ้างอิง hardware CPU GPU จาก AMD เหมือนเดิม มันทำให้ผมสงสัยว่าชุดพัฒนาที่ Dev ได้ไปนั้น อาจจะไม่ใช่การเรียนรู้ตัว Engine PS5 เท่าไหร่นัก เพราะว่าคุ้นชินกับสมัย PS4 PS4 Pro อยู่แล้ว แต่หากจะเป็นการเรียนรู้ที่จะพัฒนารูปแบบการเล่นอื่นๆ อย่าง VR4 K หรือการเล่นรูปแบบใหม่ๆที่อาจจะยังไม่มีในท้องตลาดมากว่า

 

 

มันเลยทำให้ผมเกิดข้อสังเกตว่า PS5 อาจจะรองรับเกมเก่าๆที่มาจาก PS4 PS4 Pro รวมไปถึงการใช้ PlayStation ID เดิม เพราะต้องเข้าใจก่อนว่าในครั้งนี้อาจจะไม่เหมือนในทุกๆครั้งที่ผ่านมาในยุคของ PS3 ไป PS4 เพราะสถาปัตยกรรม และ Engine ในการผลิตแทบจะไม่เหมือนกันเลยต่างกันมากๆ แต่ใน PS4 ไป PS5 น่าจะยังคงมีความคล้ายคลึงกันอยู่ครับ

 

Xbox one Xbox One X PS4 PS4 Pro PS5
Process Node 28nm 16nm Finfet 28nm 16nm Finfet 7nm LPP
CPU Cores 8 8 8 8 8
CPU Archtecture Jaguar Custom Jaguar Custom Jaguar Custom Jaguar Ryzen +
CPU Clock Speeds 1.75GHz 2.3GHz 1.6GHz 2.1GHz 3.0GHz
Memory amount (Total) 8GB 8GB 8GB 8GB (+1GB) 16GB
Memory Type DDR3 GDDR5 GDDR5 GDDR5 (+DDR3) GDDR6
Memory Bandwidth 68.26GB/s 326GB/s 178GB/s 218GB/s 512GB/s
GPU Archtecture Custom Tahiti GCN 1.0 HD7900 Feature (Performance Rate HD7790) Custom Polaris + Vega Feature

Performance Rate RX 580

Custom Tahiti GCN 1.0 HD7900 Feature (Performance Rate HD7850) Custom Polaris GCN 4.0 (Performance Rate RX470) Custom Navi (Performance Rate RX Vega 64)
GPU CUs 12 48 18 36 64
GPU Cores 768 2560 1152 2304 4096
GPU Clock Speeds 853MHz 1172MHz 800MHz 911MHz 1200MHz
GPU Perf (TFlops) 1.31 6.0 1.84 4.2 12.5 – 13.5

 

บทความที่เขียนขึ้นจากข้อมูลและแหล่งข่าวอ้างอิง รวมไปถึงประสบการณ์เก่าใหม่ของทีมงาน อย่างไรก็ตามหากมีข้อมูลที่ในวันข้างหน้าที่อาจจะไม่ตรงกับที่เคราะห์ไว้ ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

 

https://www.fudzilla.com/news/graphics/46014-vega-7nm-is-not-a-gpu

แหล่งข้อมูลการลด nano tech ที่เราเคยลงข่าว  Part1 Part2 Part3 Part4

อ่านวิคราะห์สเปคเครื่อง และทิศทางการมาของ PlayStation 5 Part1 Part2

 

Share This:

17.7K ผู้เข้าชม

วิเคราะห์ข่าวหลุด PlayStation 5 ถึง Spec และทิศทางสัญญาณที่จะวางจำหน่ายเครื่องเร็วกว่าที่คาดการณ์

 

 

ขอว่ากันด้วยข่าวล่าสุดของสเปคเครื่อง PlayStation 5 กันก่อนเลย ซึ่งสื่อต่างประเทศอย่าง notebookcheck และ fudzilla ได้ออกมาเปิดเผยถึงการหลุดข้อมูลลับๆ ของสเปคเครื่อง PS5 ออกมา โดยที่เนื้อความของข่าวมีดังต่อไปนี้

 


 

‘’Charlie Demerjian พนังงาน (อาจเป็นผู้บริหาร) ของ Semi Accurate ออกมาให้ข้อมูลว่าฮาร์ดแวร์ของ PlayStation 5 ของ Sony จะใช้งาน APU ที่ประกอบด้วย CPU แบบ 8 Core จากสถาปัตยกรรม Zen และใช้งาน GPU จากสถาปัตยกรรม Navi เป็นพื้นฐานหลักของตัวเครื่อง

 

Charlie คาดว่าฮาร์ดแวร์ดังกว่างจะได้รับการออกแบบเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผล VR โดยคาดว่าในขณะนี้ได้มีการนำส่งฮาร์ดแวร์ชุดพัฒนาไปยังนักพัฒนาเกมแล้ว ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวถูกต้องแล้ว การเปิดตัวของเครื่อง PS5 อาจเป็นช่วงเวลาปลายปี 2018 หรือต้นปี 2019

 

ในขณะที่บางคนเริ่มมีการตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวในครั้งนี้ และอยากจะรอการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในการเปิดตัว PlayStation 5 จากทาง Sony โดยตรง แต่เมื่อมองไปที่คู่แข่งโดยตรงโดยเฉพาะ Xbox One X แล้วการเปิดตัวของ PlayStation 5 ก็คงไม่ไกลเกินไป

 

อาจจะมีเพียงไม่กี่คนจะเห็นด้วยกับคำกล่าวอ้างของ Charlie เกี่ยวกับวันที่ในการเปิดตัวเนื่องจากคาดว่าสถาปัตยกรรม Zen 2 จาก AMD คาดว่าจะมีความพร้อมให้ใช้งานได้ภายในสิ้นปีนี้และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ก็ได้พัฒนาตัวเกมมาสักระยะหนึ่งแล้วจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนี้ในคาดว่าการวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2018 หรือต้นปี 2019 จึงมีความเป็นไปได้มากที่สุด’’

 


 

 

 

 

ก่อนหน้านี้พวกเรา GcubeZ เคยนำเสนอบทวิเคราะห์สเปคเครื่อง PS5 ออกมาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเพราะบังเอิญหรือเพราะเราคาดการณ์จากประสบการณ์ก็ตามที ก็ได้มีข้อมูลข้อมูลรั่วไหลออกมาแบบต้องใช้คำว่าข่าวลือก็ได้นะ (เพราะมันค่อนข้างตรงกับสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้) ซึ่งข่าวสเปคของ PS5 อาจก็ทำให้ใครหลายๆคนในวงการเกมคอนโซลค่อนข้างจะตื่นตัวพอสมควร

 

อีกทั้งการหันมาใช้สเปคเครื่องขนาดนี้อาจจะดูสูงมากและเป็นเทคโนโลยีใหม่ เราอาจจะคิดว่ามันน่าจะแพง เครื่อง PS5 จะต้องแพงแน่ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้มันไปไวมากครับ การจะใช้ CPU Zen+ กับ GPU Navi (APU) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก โดยที่ PS5 มันน่าจะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า PS4 Pro อยู่ราวๆ 2.5 – 3 เท่าตัว

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : ไขข้อสงสัย? สมรรถนะที่แท้จริงของ Jaguar Processor ที่อยู่ใน PlayStation 4 / Pro อยู่ในระดับไหน

 

 

 

ในครั้งที่แล้วเราได้นำเสนอการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสเปคเครื่อง PS5 ไว้ดังนี้ จะยังไม่ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอะไรนะครับ เพราะผมยังคาดว่าสเปคของมันจะยังคงออกมาโดยรวมประมาณนี้อยู่

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : บทวิเคราะห์สเปคเครื่อง PlayStation5 ที่คาดว่าจะออกมาในปี 2020

 

Product name PlayStation®5
Product code ???
Main processor 8 Core Custom Processor 3.0GHz Design

CPU: x86-64 AMD “Zen+ APU”, 8 Cores 7nm Architecture Design

GPU: 11.5-13.5 TFLOPS, AMD Radeon™ Base Graphics Engine 4096 Stream Processor/ Base Clock 1200MHz Type Radeon Navi 7nm Architecture (Performance Rate Radeon Vega 64)

Memory GDDR6 256Bit 16GB 12,000MHz / Share Graphic
Storage size* 2TB

 

ในข่าวจากหลายๆสำนักลือว่า จะใช้เม็ดแรมแบบ HBM2 แต่ผมยังยืนกรานว่า GDDR6 มีแนวโน้มที่จะถูกนำมาใช้งานมากกว่า เพราะด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่า GDDR5 ถึง 1 เท่าตัว และมีราคาต้นทุนในการผลิตที่ถูกกว่า HBM2 อีกทั้งยังผลิตได้ในปริมาณที่มากๆได้อย่างรวดเร็วกว่า HBM2 แถมยังมีประสิทธิภาพที่ดีใกล้เคียงกับ HBM2 ในแง่ของ Memory Data Bandwidth

 

 

ในคราวนี้เราจะมาวิเคราะห์เพิ่มกันอีกสัก 2 -3 จุด กับทิศทางและการเปิดตัวของเครื่องคอนโซล Gen ถัดไปกันดูนะครับ

 

PlayStation 5 อาจจะมาไว้กว่าที่คิดไว้ จากที่เราเคยคาดการณ์กันเอาไว้ว่า PS5 จะเริ่มขายกันในช่วงปี 2020 ช่วงต้น Q2 หรือปลาย Q2 ของปี 2020 อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยวิเคราะห์เอาไว้ครับ โดยที่ PS5 อาจจะเปิดวางจำหน่ายกันในช่วง Q1-Q2 ของปี 2019 หรืออย่างช้าสุดคือปลายปี 2019 โดยที่ผมจะขออธิบายเหตุผลเป็นข้อๆดังต่อไปนี้

 

1. เกมในปี 2017 – 2018 ที่เพิ่งเริ่มเปิดตัวมานี้ ใช้พลังของ GPU Polaris ที่อยู่ใน PS4 Pro เกินขีดความสามารถไป 1 ช่วงตัวแล้ว อย่างที่เข้าใจครับว่า ตั้งแต่ Sony และ Microsoft หันมาทำเครื่องเกม Half Next Gen Console อย่าง PS4 Pro และ Xbox One X ส่งผลให้ทางทีมพัฒนา Developer มีอิสระในการยัดกราฟฟิกและสเกลเกมใหญ่ๆเข้ามาได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

ยกตัวอย่างเกม God Of War 4 ที่ตัวเกมพัฒนาไว้ เมื่อเทียบกับตัวเกมขายจริงถูกนั้น ได้ถูก Down Grade เรื่องการแสดงผลกราฟฟิกลงจากเดิมกว่า 40% ซึ่งเกมตัวนี้ถือเป็น Exclusive For PS4 ที่ได้ใช้กำลังเครื่องสุดขีดความสามารถแล้ว แต่ก็ไม่สามารถแสดงผลกราฟฟิกได้อย่างที่อยากให้เป็น แม้ว่าตัวเกมจริงจะสามารถทำกราฟฟิกได้สวยงามก็ตามที แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังของทีม Developer ที่พัฒนาเกมสักเท่าไหร่

 

 

หรือแม้จะเป็นเกมที่เป็น Multi Platform ที่ใน PS4 Pro ยังไม่อาจสามารถแสดงผลกราฟฟิกได้ไหลลื่นเท่าไหร่นัก ยิ่งบางเกมหากเปิด Mode กราฟฟิกสวยขึ้นแม้จะเป็น 1080p ก็ตามที ซึ่งในเกมเดียวกันที่เป็นเวอร์ชั่น PC  จะได้กราฟฟิกที่แน่นขึ้นเดิมและไหลลื่นกว่านี้ (ใน PC สเปคที่ค่อนข้างสูง) แต่ว่าหาก PS5 จะวางขายใน Q1-Q2 ปี  2019 ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เพราะคุณอิวาตะ ประธาน SCEI เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า

 

การออกเครื่องเกมคอนโซล PS4 Pro เพื่อการเติมเต็มช่องว่างเรื่องของสเปคเครื่องเกม PS4 เดิมที่จะล้าหลังไม่ทันต่อเทคโนโลยีการแสดงผลในปัจจุบัน คุณ อิวาตะ ได้ให้ระยะเวลาในการออกเครื่อง Gen ถัดไปต่อจาก PS4 Pro อย่างเร็วก็ 3 ปี ซึ่งมันก็ตรงกับช่วงระยะเวลาที่ PS4 Pro วางขายใน Q4 ปี 2016 พอดี นั้นหมายความว่า PS5 อาจจะมาในช่วงปี (2019) จากเดิมที่เคยวิเคราะห์ไว้ว่าจะมาในปี 2020 แต่เพราะมีปัจจัยหลายๆส่วนกระตุ้นให้มันอาจจะมาเร็วขึ้นอีกหน่อย

 

 


 

2.เครื่อง PS4 Pro ไม่สามารถทำกราฟฟิค 4K ได้แบบ Native Scale และไม่สามารถทำกราฟฟิกในแบบ Ultra Preset แบบ 1080p ได้แล้ว ในขณะที่ Xbox One X ที่เพิ่งออกมาใหม่สามารถทำได้จุดนี้ แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะ Xbox One X ได้ใช้เทคโนโลยีของกราฟฟิกชิพที่ใหม่และแรงกว่า PS4 Pro และออกวางจำหน่ายตามหลัง PS4 Pro ถึง 1ปีเต็มๆ แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ Sony PlayStation เป็นกังวลเลยแม้แต่น้อย

 

สิ่งที่ทางคุณ อิวาตะ แห่ง Sony ให้ความสำคัญมากกว่าก็คือทางฝั่ง PC  เพราะทางฝั่งตลาด PC ถ้าว่ากันตรงๆ ณ เวลา นี้ เกมที่แสดงผล 4K Ultra Graphic preset การ์ดจอรุ่นบนๆอย่าง GTX 1080 GTX 1080 Ti ก็สามารถแสดงผลได้หลายๆเกม ทั้งแบบ 30fpsไปจนถึง 50 – 60fps + เป็นเกมๆไป แถมในปี 2018 นี้เอง NVIDIA ยังจะออกการ์ดจอรุ่นใหม่ที่เป็นสถาปัตยกรรม Turing ที่จะมีสมรรถนะสูงกว่าเดิมถึง 60% เป็นอย่างน้อย (เมื่อเทียบกับ Pascal) นั้นหมายความว่าผู้ใช้งานกราฟฟิคการ์ดระดับกลางบนๆ หรือ ระดับค่อนไปทางสูงแต่ไม่ใช่ตัว Top (สมมุติ GTX 2060 – GTX 2070) ก็อาจจะเริ่มได้เล่นเกมในแบบฉบับ 2K – 4K กันบ้างในบางเกม แน่นอนว่าความสามารถของ PS4 pro จะดูธรรมดามากขึ้นไปอีก ทำให้การออกเครื่องเกม PS5 คือแนวทางที่น่าจะเป็นไปได้มากๆ

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : 5 สัญญาณบ่งชี้ว่า Geforce 2000 Series จะมีความแรงชนิดที่ก้าวกระโดดจาก Geforce 1000 Series

 

 

 

อีกอย่างหนึ่งคือ ทาง NVIDIA มีแผนที่จะออกจอ 4K HDR แบบ 144Hz ในปี 2018 นี้ นั้นยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าปี 2018 จะมีการ์ดจอที่สามารถเล่นเกมแบบ 4K Ultra ได้ล้น 60fps – 100fps ได้อย่างสบายๆนั้น ยิ่งเป็นส่วนกระตุ้นให้ PS5 ต้องรีบออกตัวให้ไวขึ้นอีกหน่อย เพื่อให้ทันต่อความเคลื่อนไหวในตลาดกราฟฟิกแสดงผล ตามคอนเซ็ปของ Sony ว่าเครื่องเกมของเราจะต้องไม่ล้าสมัยและต้องเทียบเท่ากับ PC ระดับสูงในปัจจุบัน อีกทั้งเทคโนโลยีอย่าง VR ยังเป็นเทคโนโลยีที่ต้องการสมรรถนะของกราฟฟิคชิพที่สูงกว่านี้ โดยที่ PS4 Pro ยังไม่สามารถตอบสนองประสบการณ์ในจุดนี้ได้อย่างสมบูรณ์เท่าใดนัก

 

 

 


 

3.ทั้งนี้ Microsoft Xbox One X ที่เพิ่งออกมาเมื่อปลายปี 2017 นั้น เป็นไปได้อีกว่าอาจจะสุ้มเตรียมออกเครื่องเกม Next Gen ใหม่ทันทีในปีเดียวกันกับ PS5 หรืออาจตามหลังมาในไม่กี่เดือน เหตุผลคงมีเพียงหนึ่งเดียวนั้นก็คือ ยอดขายเครื่องและเกมฝั่ง XB1 X ไม่มีท่าทีจะดีขึ้นเท่าไหร่ และดูแล้วกู่ไม่กลับเสียด้วย เรียกได้ว่าอาการน่าเป็นห่วงมาก ซึ่ง ณ เวลานี้ยังดูเป็นเรื่องที่ยากมากๆที่ Xbox One X จะพลิกสถานการณ์ที่เป็นรองคู่แข่งมากๆในขณะนี้ได้

 

การที่จะออกเครื่องเกม Next Gen มาใหม่นั้น อาจจะพอคาดหวังเรื่องของนโยบายใหม่ๆที่จะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใช้งานให้ดีกว่าคู่แข่งอย่าง Sony อีกทั้งสเปคเครื่องของ Xbox ใน Gen ถัดไปคาดว่าจะคล้ายๆหรือเหมือนๆกับ PS5 ของฝั่ง Sony ครับ แต่แข่งกันในแง่บริการและเกมในสังกัดที่ในครั้งต่อไป Microsoft อาจจะต้องทุมเม็ดเงินก้อนโตไปตามเก็บเกม Exclusive มาเป็นของตนให้ได้มากกว่านี้ เพื่อเรียกฐานผู้ใช้งานกลับมาอีกครั้ง

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม เครื่อง PS5 ส่งสัญญาณมีแนวโน้มบางอย่างว่ามันจะเริ่มสามารถกลับมาเล่นเกมของ PS4 PS4 Pro ได้ นั้นเพราะว่าโครงสร้างสถาปัตยกรรมในการออกแบบตัวเครื่องจะยังคงเป็น X86/X64 อยู่ แต่ก็ไม่แน่เสมอไปครับ อยู่ที่นโยบายของทาง Sony ว่าจะทำหรือไม่ อีกทั้งก็ค่อนข้างเป็นไปได้ที่จะใช้ CPU GPU ฝั่ง AMD อีกเช่นเคย

 

การวิเคราะห์สเปคเครื่อง PlayStation 5 ผมได้อาศัย Source จากทางฝั่งคอนโซลและ PC รวมไปถึงการคำนวนต้นทุนการผลิตและสถานการณ์ของตลาด Hardware ในปัจจุบันและตาม Roadmap ฝั่ง PC กับ คอนโซล ซึ่งมองๆ ดูแล้วเครื่อง PS5 น่าจะวางขายด้วยสเปคที่คาดการณ์ไว้ประมาณนี้ รวมไปถึงช่วงวางจำหน่ายด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นการมาของ PS5 ก็ไม่ได้หมายความว่า PS4 / PS4 Pro จะหมดยุคแต่ประการใด อย่างน้อยยังมีเกมฟอร์มใหญ่ๆออกให้เรื่อยๆอย่างน้อยก็ 2 ปีครับ จนกว่าที่ PS5 จะมียอดขายในตลาดที่มากพอที่ทางผู้พัฒนาจะย้ายมาทำเกมให้เครื่อง next gen มากขึ้น

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : แนวโน้มของเครื่องเครื่อง PS4 Pro , Xbox One X , SWITCH เวลานี้และอนาคตอันใกล้เป็นเช่นไรบ้าง?

 

 


 

***ขอเสริมอีกนิด ทิศทางการทำตลาดของ Sony เปลี่ยนไป เน้นการขายเครื่องแบบ 3+3 ปี = 6 ปี ต่อ 1 gen (PS4 +PS4 Pro) ราคาขายเครื่องตอนเปิดตัว ขายราคาต่ำลงจากเดิมเมื่อเทียบกับสมัยเครื่อง PS3 = 499 usd ตัวเครื่อง PS4 และ PS4 Pro ก็หันมาขาย 399 usd ในตอนเปิดตัว เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ถือว่าการเปิดราคาขาย PS4 – PS4 Pro ทำได้ถูกลงมากแล้ว แต่จะเน้นขายที่ละครึ่ง Gen  จึงไม่แปลกที่ PS5 อาจจะมาในปี 2019 เพราะจากสเปคที่ให้ไว้ โรงงานผลิต 7nm จะพร้อมปลายปี 2018 และพร้อมผลิตให้ได้ปี 2019 ทั้ง TSMC และ Global Foundries***

 

สามารถกดอ่านบทวิเคราะห์เดิมได้ที่นี่ : Globalfoundries 7nm อาจส่งผลให้ AMD ก้าวสู่ยุค 5GHz Clock Speed

 

 

ยังไงหากมีข่าวสารอะไรเพิ่มเติมเข้ามาเกี่ยวกับ PS4 PS4 Pro PS5 เราจะมาทำบทวิเคราะห์ความทเป็นไปให้ได้อ่านกันอีกครับ บทความเกิดจากแนว คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ของแอดมินเอง หากมีข้อสงสัยหรือผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก : TechInfoTV

 

Share This:

468 ผู้เข้าชม

DRAGON QUEST XI : Echoes of an Elusive Age พร้อมวางจำหน่ายบน PS4 ในวันที่ 4 กันยายนนี้

 

 

 

โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง (สาขาสิงคโปร์) ประกาศวางจำหน่ายเกม DRAGON QUEST® XI: Echoes of an Elusive Age™ บนเครื่อง PlayStation®4 ที่จัดจำหน่ายโดย SQUARE ENIX CO., LTD. ในวันที่ 4 กันยายน ศกนี้

 

 

เกม DRAGON QUEST XI: Echoes of an Elusive Age เล่าถึงเรื่องราวที่น่าติดตามของวีรบุรุษที่กำลังถูกไล่ล่า และเป็นเกมแนว RPG ที่เป็นที่รอคอยกันมานานจากผู้สร้างเกมซีรีย์อย่าง Yuji Horii, นักออกแบบตัวละคร Akira Toriyama และนักแต่งเพลง Koichi Sugiyama เนื่องจากเป็นภาคที่ 11 ของเกมซีรีย์ที่ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมากนี้ เกม DR      AGON QUEST XI ให้ประสบการณ์การเล่นแบบสแตนด์อโลนอย่างสมบูรณ์ โดยจะมีตัวละครใหม่ๆ รายละเอียดในเกมที่สวยงาม การต่อสู้แนวเทิร์นเบสที่ประณีตบรรจง และเรื่องราวน่าจดจำที่จะสามารถดึงดูดกลุ่มแฟนๆ ที่ติดตามเกมซีรีย์นี้มาอย่างยาวนาน และกลุ่มผู้เล่นใหม่ๆ เหมือนกัน โดยหลังจากที่วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น เกม DRAGON QUEST XI ได้รับรางวัล และการยกย่องต่างๆ มากมาย อาทิ รางวัล PlayStation’s Platinum Prize และคะแนนรีวิว 40/40 จากเว็บไซต์ Famitsu (สื่อในประเทศญี่ปุ่น)

 

 

นอกจากนี้ยังนำเสนอเนื้อหาของเกมมากกว่า 100 ชั่วโมง โดยเกม DRAGON QUEST XI ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษจะมีการอัพเกรด และปรับปรุงในหลายๆ ส่วนซึ่งไม่มีอยู่เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย

 

  • ภาษา: เสียงภาษาอังกฤษ
  • เควส Draconian ระดับการเล่นที่ยาก มีความท้าทายสำหรับผู้เล่นที่มีประสบการณ์
  • ปรับปรุงหน้าเมนู และ UI พร้อมกับพัฒนากราฟิก และระบบการนำทางให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
  • Camera Mode ช่วยให้ผู้เล่นสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม ตัวละคร และรายละเอียดในการเคลื่อนไหว และสัตว์ประหลาดต่างๆ
  • ฟังก์ชั่นใหม่อย่าง Dash และการพัฒนาระบบอื่นๆ อีกมากมาย เช่นการพัฒนาตัวละคร และการเคลื่อนไหวของกล้อง

 

Product Details

Title DRAGON QUEST® XI: Echoes of an Elusive Age™
Release Date September 4, 2018
Platform PlayStation®4
Genre RPG
Price THB 1,790 (Disc), THB 1,690 (Digital)
Copyright © 2017, 2018 ARMOR PROJECT/BIRD STUDIO/SQUARE ENIX All Rights Reserved. © SUGIYAMA KOBO Ⓟ SUGIYAMA KOBO

ECHOES OF AN ELUSIVE AGE is a registered trademark or trademark of Square Enix Co., Ltd. DRAGON QUEST, SQUARE ENIX and the SQUARE ENIX logo are registered trademarks or trademarks of Square Enix Holdings Co., Ltd.

 

* “PlayStation” is registered trademark of Sony Interactive Entertainment Inc.

* All other trademarks are property of their respective owners.

* Please note that the information listed in this Press Release is subject to change without prior notice.

 

Other information:

Website:                                                                http://asia.playstation.com

PlayStation®Authorised Dealers:    http://asia.playstation.com/th/en/support/wheretoshop

Facebook:                                                            http://www.facebook.com/PlayStationAsia

Customer Service Centre:                  http://asia.playstation.com/th/en/support/p/customerservices

 

Share This:

185 ผู้เข้าชม

มิวสิควีดีโอ “Khalid Young Dumb & Broke VR” บนเครื่อง PlayStation®VR พร้อมฟังกันได้ทาง PlayStation™Store 29 มีนาคม ศกนี้

 

 

 

โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง สาขาสิงคโปร์ (SIES) ประกาศเปิดตัวมิวสิควีดีโอ “Khalid Young Dumb & Broke VR” สำหรับเครื่อง PlayStation®VR (PS VR) ของซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง Khalid โดยจะพร้อมให้ดาวน์โหลดกันได้ผ่านทาง PlayStation™Store ในวันที่ 29 มีนาคม ศกนี้

 

 

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Lost in Music ทางโซนี่ได้มาร่วมงานกับ Khalid เพื่อเอาใจเหล่าแฟนเพลง และเพลิดเพลินไปกับมิวสิควีดีโอที่ยอดเยี่ยมของเขา โดยเขาเคยได้รับรางวัล Platinum Single ถึง 3 ครั้งจากทางสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา (The RIAA) โดยมิวสิควิดีโอเพลง Young Dump & Broke จะกลายมาเป็นฉากหนึ่งบนเครื่อง PS VR ด้วย

 

ซึ่งจะทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจที่คุณจะไม่เคยเห็นมาก่อนในเวอร์ชั่น VR โดยเมื่อคุณได้เข้าไปสู่ในโลกของ VR คุณจะได้ดื่มด่ำไปกับเสียงเพลง และที่นั่งบนรถสุดคลาสสิก สำหรับ Khalid นี่เป็นครั้งแรกของเขาสำหรับการทำมิวสิควีดีโอเวอร์ชั่น VR เขาจะพาคุณไปเที่ยวชมเมืองที่น่าตื่นตาตื่นใจ จะพาคุณเข้าไปสู่โลกแห่งแฟนตาซีอันไร้ขอบเขต ไปจนถึงสนามฟุตบอลของโรงเรียนไฮสคูล

 

คุณจะได้เผชิญหน้ากับฝูงแมงกะพรุนที่หมุนไปตามจังหวะของเพลง กลุ่มดาวเคราะห์ขนาดมหึมาที่โคจรไปรอบๆ ไปจนถึงความน่าตื่นตาตื่นใจต่างๆ อีกมากมายในประสบการณ์ทางดนตรีผ่านขุมพลังของเครื่อง PlayStation®VR โดยมิวสิควีดีโอของ The Young Dumb & Broke จะนำเสนอโลกที่น่าหลงใหลนี้เปลี่ยนเป็นการผจญภัยที่ไม่เหมือนใคร

 

 

วีดีโอเปิดตัว

 

 

“Khalid Young Dumb & Broke VR” Outline

 

 

Title Khalid Young Dumb & Broke VR
Publisher Sony Music Entertainment
Platform PlayStation®4 (PlayStation®VR required)
Genre Music/Rhythm
Release Date 29th March, 2018
Price Free
Rating 12+ (PS VR)
Copyright Developed by ©KAYAC Inc.

℗ 2017 RCA Records, a division of Sony Music Entertainment

Official Website http://lostinmusic.sony/en/#!/home

 

* “PlayStation” is registered trademark of Sony Interactive Entertainment Inc.

* All other trademarks are property of their respective owners.

* Please note that the information listed in this Press Release is subject to change without prior notice.

 

Other information

Website   PlayStation®Authorised Dealers  Facebook    Customer Service Centre

 

 

Share This:

14.8K ผู้เข้าชม

ไขข้อสงสัย? สมรรถนะที่แท้จริงของ Jaguar Processor ที่อยู่ใน PlayStation 4 / Pro อยู่ในระดับไหน

 

 

เครื่องเกม Console PlayStation 4 และ Xbox One เราที่รู้กันว่าใช้ CPU AMD Jaguar X86-64 ที่เป็นแบบ 8 Core แต่เราอยากรู้กันไหมว่าจริงๆแล้วมันมีประสิทธิภาพประมาณไหนกันแน่ วันนี้มีคำตอบมาให้รับชมกันครับ

 

AMD Jaguar 28nm ถือกำเนิดต่อยอดมาจากมาสถาปัตยกรรม Bobcat 40nm ที่เป็นชิปประหยัดพลังงาน คู่แข่งอย่างชิป Intel Atom ซึ่งทั้ง 2 ค่ายนั้นเคยทำ CPU ประหยัดพลังงานเพื่อเอามาใช้กับ Netbook ขนาดเล็กเมื่อสมัยราวๆ 5ปีที่แล้ว จุดเด่นของ AMD Jaguar ก็คือถูกลดขนาด nanotech ลงจาก 40nm เป็น 28nm ซึ่งทำให้ netbook ของ AMD มีอัตราการใช้พลังงานที่ลดลง และสามารถที่พัฒนา CPU แบบ 4 Core ได้บนพื้นฐานของ CPU แบบ Low Power จากเดิมที่ผลิตได้เพียง 2 Core ใน สถาปัตยกรรม Bobcat

 

รายละเอียดของตารางเปรียบเทียบ Spec ขั้นพื้นฐานของ CPU Bobcat และ Jaguar

 

 

รายละเอียดของชุดคำสั่งที่มีใน CPU Amd Jaguar

 

 

ผังการออกแบบของตัว CPU Jaguar

 

 

โรงงานที่รับผลิตชิปให้ก็คือ TSMC ที่ผลิตตัว Core ออกมาไม่เหมือนกับ Bulldozer (FX Gen 1st) เพราะทุกคอร์จะแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้เป็น 1 Module มี 2 คอร์  แต่จะแชร์ cache L2 ที่ขนาด 2 MB มีคิวการจัดตารางของงานที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ด้านโครงสร้างของ Jaguar ยังมีชุดคำสั่ง ISA ที่จะพบเห็นได้บนชิประดับคอมพิวเตอร์ Main Stream ทั่วๆไปด้วย อย่างชุดคำสั่ง AVX  SIMD SSSE3, SSE4.1, SSE4.2 และ SSE4A รองรับทุกคำสั่งงานที่สื่อมีเดียสมัยใหม่ใช้งานครบครัน

 

 

และยังเพิ่ม AES-NI เพื่อช่วยเร่งประสิทธิภาพของการเข้ารหัสข้อมูล AES อีกด้วย และปิดท้ายด้วยเทคโนโลยี power-gating เพื่อช่วยให้สามารถตัดพลังงานออกจากคอร์ที่ไม่ได้ใช้งาน ลดการบริโภคพลังงานที่ไม่จำเป็นได้อีก ซึ่ง ณ เวลานั้นมันเหมาะมากที่จะเอามาใช้งานกับคอมพิวเตอร์ Mobile ขนาดเล็กที่ต้องการการประหยัดพลังงาน และต้องการประสิทธิภาพที่ดี

 

 

 

 

 


 

พลังการประมวลผลของ Amd Jaguar ที่อยู่ในเครื่อง PS4 Xbox One มันอยู่ในระดับไหนหละ?

 

เบื้องต้นถ้าพูดกันขนาดนี้บางท่านอาจจะคิดว่ามันคงจะแรงกว่า Bulldozer FX 81xx แน่ๆเลย บ้างก็ว่ามันก็น่าจะแรงพอๆกับ FX 83xx ที่เป็น AMD Vishera Gen 2nd นั้นก็ไม่ใช่อีกนั้นแหละ ซึ่งแท้จริงแล้วความสามารถของ CPU ตระกูล Jaguar มีความแรงต่ำกว่า FX 8350 ทั้งแบบ Single Core และ Multi Core นั้นเพราะค่าสัญญาณ GHz ของ CPU Jaguar นั้นถูกตั้งมาค่อนข้างต่ำมาก

 

แต่ถ้าหากเทียบกันในส่วนของค่า Instruction per cycle (IPC) ละก็ ระดับความแรงจะไม่เท่ากันกับ CPU FX แน่ๆครับ เพราะ CPU Jaguar จะมีค่า IPC ที่สูงกว่า CPU FX  แต่ว่าด้วยความที่ ณ เวลานั้น CPU Jaguar เน้นการผลิตได้ที่ความเร็วต่ำเพื่อประหยัดไฟนั้นก็คือ 1GHz ต่อมาก็ถูกนำไปใช้กับเครื่อง Console อย่าง Xbox One และ PS4 จึงมีการขยับออกแบบใหม่ให้สามารถทำงานที่ความเร็ว 1.6GHz โดยที่เป็น CPUในรูปแบบ Custom  แต่ก็ยังเป็น CPU แบบ 28nm อยู่ทำให้การที่จะใช้สัญญาณนาฬิกา GHz ที่สูงกว่านี้ อาจทำให้เครื่องเกมนั้นเกิดความร้อนและใช้พลังงานมากเกินไป

 

ซึ่งต่อมาในตอนที่เริ่มผลิตเครื่องเกม Half Gen Gen อย่างเครื่อง PS4 Pro ตัว CPU Jaguar เองได้มีการปรับขนาด Node nm ลงไปเหลือ 16nm Finfet ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนทรานซิสเตอร์เข้าไปในตัว CPU ได้มากขึ้น ส่งผลให้สามารถอัดสัญญาณนาฬิกา GHz ขึ้นมาได้อีก จาก 1.6GHz เป็น 2.1GHz และยังคงรักษาระดับการใช้พลังงานและการปลดปล่อยความร้อนไม่ต่างจาก PS4 ตัวเดิม (PS4 Pro ที่กินไฟมากขึ้นและร้อนเพิ่มขึ้น เพราะเปลี่ยน GPU ให้แรงกว่าเดิม 2 เท่า จากการใช้ GCN 1.0 – 1152 Stream Processor / 28 nm ก็เปลี่ยนไปใช้ GCN 4.0 Polaris 2304 Stream Processor / 14nm Finfet ครับ

 

 

ทำไมถึงไม่เลือกเอา FX 8350 มาใส่ไปแทนเลยหละ?

 

นั้นเพราะว่าความต้องการของ Sony อยากให้ทำ CPU ที่มี GPU มาพร้อมกันในชิปเดียวกัน Amd Jaguar เองเป็น CPU ที่ถูกพัฒนามาในรูปแบบ APU Low Power คือ CPU ที่มี GPU ในตัวและประหยัดพลังงาน อีกประเด็นก็คือ CPU FX 83xx มีอัตราการใช้พลังงานและการปลดปล่อยความร้อนที่สูงกว่า Jaguar มาก การที่จะต้องมาทำเป็นชิป CPU แยกกับ GPU ก็ดูจะไม่ใช่ทิศทางที่ Sony และ Microsoft อยากให้เป็นสักเท่าไหร่ เพราะมันจะเป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิตเครื่องเกมมากขึ้นไปอีก เพราะว่าการที่เราสามารถซื้อเครื่องเกม Console ได้ในราคาถูกลงใน Gen นี้ลงได้

 

ส่วนหนึ่งก็เพราะเครื่องเกมใช้ APU เพียงตัวเดียว เมื่อเทียบกับสมัยที่ PS3 ออกมาที่มีราคาขายที่สูงลิบ CPU Cell + GPU RSX + XDR Memory + GDDR3 แถมต้องใช้ชุดระบายความร้อน 2 ชุด และภาคจ่ายไฟอีก 2 ชุดเพื่อแยกกันระหว่างตัว CPU และ GPU ในรูปเป็นบอร์ดของ PS3

 

ในรูปนี้จะเป็นบอร์ดของเครื่อง PS4 ครับ ซึ่งภาพซ้ายจะเป็นด้านหน้าของบอร์ด และด้านขวาจะเป็นด้านหลังของบอร์ด เหตุที่ต้องถ่ายหน้าหลังเพราะว่า บอร์ดของ PS4 ใช้เม็ดแรม GDDR5 ขนาด 512MB จำนวน 16 เม็ดด้วยกัน รวมแล้วจะมีขนาด 8GB โดยมันจะมีราคาต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่าการใช้เม็ดแรม GDDR5 แบบเม็ดละ 1GB ครับ จากในรูปเราจะเห็นว่าอุปกรณ์ตัวชิปและภาคจ่ายไฟบน PS4 นั้นดูหลอมแหลมมากเมื่อเทียบกับ PS3

 

 

***ปล.1 ในรูปขอเทียบกับบอร์ดรุ่นแรกๆของทั้ง PS3 และ PS4 นะครับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตเครื่องเกม Gen นั้นๆในช่วงแรกๆ จึงไม่ได้เอาพวกตระกูล Slim มาเทียบด้วย***

***ปล.2 CPU Amd Jaguar ที่ถูกเอามาใช้งานบน PlayStation 4 และ XBox One นั้น จะเป็นแบบ 4 Core + 4 Core ครับ นั้นก็คือ ชุด 4 คอร์แรกจะเป็นสถาปัตยกรรม x86 และ ชุด 4คอร์ที่สองจะเป็นสถาปัตยกรรม x64 โดยที่จะให้ส่วนที่เป็น x86 ทำหน้าที่ประมวลผลตัวเกมทั้งหมด 4 คอร์ + กับส่วนที่เป็น x64 แชร์การประมวลผลอีก 2 คอร์ และให้อีก 2 คอร์ที่เหลือรับหน้าที่การประมวลผล Os และระบบการใช้งานอื่นๆบนเครื่องเกม***

 


 

กราฟการแสดงสมรรถนะของตัว CPU ในแบบการทำงานเพียง 1 คอร์ ที่ระดับสัญญาณนาฬิกา GHz นั้นๆ ซึ่งในโปรแกรม Cinebench ถือได้ว่าเป็นโปรแกรมที่เชื่อถือได้ค่อนข้างดีมาก ในการเอามาคำนวณค่าความสามารถของ CPU ทั้งในแบบการคำนวณ Intiture และ floating

 

 

แม้ว่าพลังต่อคอร์ของ Jaguar เมื่อเทียบกับ CPU FX 83xx ยังดูต่ำกว่าทั้งความแรงจาก เพราะ GHz ทำได้ต่ำกว่า แต่ถ้าหากสามารถทำ GHz ได้ 4.2GHz ต่อคอร์หละก็ มันจะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงเกือบเทียบเท่า Core I 7 3700K เลยทีเดียว เมื่อวัดการทำงานในแบบ 1 คอร์ ต่อ 1 คอร์

 

Product name PlayStation®4
Product code CUH-2000 series
Main processor 8 Core custom processor 28nm

CPU : x86-64 AMD “Jaguar”, 8 cores 1.6GHz

GPU : 1.84 TFLOPS, AMD Radeon™ Base graphics engine 1152 Stream Processor / Base Clock 800MHz Type Radeon HD8000 (Performance Rate HD7850)

Memory GDDR5 256Bit / 178 GBs /  5696 MHz /8GB Share Graphic
Storage size* 500GB, 1TB
Product name PlayStation®4 Pro
Product code CUH-7000 series
Main processor 8 Core custom processor 16nm

CPU: x86-64 AMD “Jaguar”, 8 cores 2.1GHz

GPU: 4.20 TFLOPS, AMD Radeon™ based graphics engine 2304 Stream Processor/ Base Clock 911MHz Type Radeon Polaris (Performance Rate RX470)

Memory GDDR5 256Bit / 218 GBs / 6976 MHz /8GB Share Graphic
Storage size* 1TB

 

นี่เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมมันถึงประมวลผลเกมในทุกๆวันนี้ได้เป็นอย่างดี คือทำได้ไม่แพ้ CPU แรงๆรุ่นใหม่ๆอย่าง Amd Ryzen  แม้จะแรงไม่เท่า CPU รุ่นใหม่ในทุกวันนี้ก็ตาม แต่เพราะตัวเครื่องเกมนั้นถูกออกแบบมาเพื่อประยุกต์ใช้กับระบบ Console เท่านั้น การที่เครื่องจะทำงานโดยการใช้ CPU หนักๆก็จะไปลงที่การประมวลผลตัวเกมล้วนๆ ส่วนการประมวลผลตัว OS ของเครื่อง Console ถือว่าใช้แรง CPU ต่ำกว่าทาง PC มากๆ เพราะมันถูกใช้งานเฉพาะส่วนเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

 

อีกเหตุผลนึงที่ต้องเลือก AMD Jaguar นั้นเพราะว่าสถาปัตยกรรม CPU ฝั่ง AMD สามารถจัดการการทำงานของส่วน Muiltitasking ได้ดีมากกว่า CPU ฝั่ง Intel ครับ นั้นเป็นอีกเหตุผลนึงที่ Jaguar กลายมาเป็นตัวเลือกของเครื่องเกม Console ใน Gen นี้

 

สรุปนะครับ Jaguar พลังต่อคอร์ตต่ำกว่า FX 8350 ที่เป็น CPU 32nm บน Desktop แต่อาศัยว่าได้เทคโนโลยีการผลิต CPU ที่ดีกว่า มีค่า IPC ที่สูงกว่า FX เข้ามาทดแทน GHz ที่ต่ำครับ และจุดเด่นหลักๆคือ Jaguar กินไฟต่ำมาก และเป็น CPU ที่สามารถ Controller GPU ลงไปในตัวได้นั้นเอง  ซึ่งผมก็คาดว่าใน Next Gen ถัดไป Amd ก็ไม่น่าพลาดที่จะถูกเลือกใช้ CPU GPU จากคู่ค้าอย่าง Sony และ Microsoft

 

บทความนี้เป็นความเข้าใจในส่วนของตัว Hardware PC ของผมและเพื่อน บวกกับการค้นหา Source อื่นๆเข้ามาประกอบในการใช้หาค่าความสามารถของ CPU Jaguar ที่ติดตั้งอยู่บน PS4 PS4 Pro หากมีส่วนใดที่ผิดพลาดแต่ประการใด ต้องขออภัยมาณ โอกาสนี้ด้วยครับ ถ้าหากชอบในผลงานรบกวนช่วยกดติดตามที่เพจ GcubeZ ของเราตาม Logo ที่อยู่ด้านล่างนี้ขอบคุณมากครับ

 

Source : overclock  umpcportal  techpowerup  gcubez

 

Share This: