1.4K ผู้เข้าชม

AMD ยืนยันใช้งานซ็อคเก็ต AM4 ยาวๆถึงปีพ.ศ. 2563 หลังจากนั้นเตรียมพบกับ DDR5 และ PCIe 4.0

 

 

หลังจากที่มีการเปิดตัว CPU AMD Ryzen Series ที่มีขึ้นในปีพ.ศ. 2560 ก็มีความมุ่งมั่นจาก AMD ที่จะพัฒนาแพลตฟอร์ม AM4 ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่แทน AM3/FM2 ที่ใช้งานมาอย่างยาวนานให้มีการสนับสนุนต่อไปยาวๆจนถึงปี พ.ศ. 2563

 

ด้วยการเปิดตัว CPU AMD Ryzen 2nd Generation ที่แม้จะมาพร้อมกับชิพเซ็ต AMD X470/B450 ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่แต่ก็ยังสามารถสนับสนุนการทำงานของ CPU AMD Ryzen 1st Generation ได้อย่างไม่มีปัญหารวมถึงการที่ Ryzen 2nd Generation ก็ยังคงสนับสนุนการทำงานบนชิพเซ็ต AMD 300 Series ได้โดยเพียงแค่อัพเดต Bios ตัวใหม่จากผู้พัฒนาเมนบอร์ด รวมถึงการที่ AMD ได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาแพตฟอร์ม AM4 ให้มีการสนับสนุน CPU เพิ่มเติมขึ้นอีกนอกจากในตอนนี้ที่มีการสนับสนุนการทำงานมากถึง 4 สถาบัตยกรรม คือ Bristol Ridge (Excavator APU), Summit Ridge (Ryzen 1st Gen), Raven Ridge (Ryzen + Vega APU) และ Pinnacle Ridge (Ryzen 2nd Gen) ความมุ่งมั่นนี้ของ AMD น่าจะรวมถึงการที่ในอนาคตจะอนุญาตให้เมนบอร์ดที่มีอยู่ในปัจจุบันรองรับการทำงานของ CPU Ryzen 3000 Series ด้วยที่ทาง AMD ได้มีการเกริ่นถึง CPU ที่ใช้โหนดขนาด 7nm ที่จะมาในอนาคตด้วย

 

ก้าวสู่ยุค PCIe 4.0 และ DDR5 ในปีพ.ศ. 2563

หลังจากปี พ.ศ. 2563 AMD มีแผนในการย้ายของซ็อตเก็ตไปสู่การใช้งานมาตรฐาน PCIe 4.0 ในการเชื่อมต่อกับกราฟฟิกการ์ดและการใช้งานหน่วยความจำชนิด DDR5 ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงซ็อคเก็ตจาก AM4 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถึงแม้กระนั้นก็ตาม AMD ก็ถือได้ว่ามีการสนับสนุนของซ็อตเก็ตนานกว่าซ็อกเก็ต Intel ที่มักจะใช้งานซ็อตเก็ตได้กับโปรเซสเซอร์เพียง 2 ตระกูลเท่านั้น ดังเช่นการย้ายจากสถาบัตยการรม Kaby Lake ไปยัง Coffee Lake Intel ได้กำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงเมนบอร์ดของผู้ใช้งาน

 

ที่มา : overclock3d

Share This:

1.3K ผู้เข้าชม

Globalfoundries 7nm อาจส่งผลให้ AMD ก้าวสู่ยุค 5GHz Clock Speed

 

 

ในการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้หัวหน้าฝ่ายเทคนิค Gary Patton ได้แสดงความมั่นใจอย่างมากเกี่ยวกับกระบวนการผลิตในขนาด 7nm รุ่นใหม่ของบริษัท โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 40% และลดการใช้พลังงานลงกว่า 50% เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตในขนาด 14nm รุ่นปัจจุบันของบริษัท

Anandtech Patton กล่าวว่ากระบวนการ 7nm รุ่นใหม่ของบริษัทน่าจะสามารถทำให้ตัวชิพรุ่นใหม่เพิ่มความเร็วของสัญญาณนาฬิกาได้ในช่วง 5GHz ซึ่งถ้าดูตามความหมายนี้สิ่งที่ต้องการสื่อก็คงหนีไม่พ้นสำหรับโหนดการผลิตให้กับ AMD แม้ว่าจะไม่ได้รับประกันว่า Zen 2 / Ryzen 3000 Series จะสามารถทำงานที่ความเร็ว 5GHz ได้ แต่ก็สามารถสร้างความมั่นใจในเรื่องโหนดการผลิต 7nm ได้เป็นอย่างดีสำหรับ AMD โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ประกาศถึงสถาปัตยกรรมที่วางแผนไว้

คำถามที่ 17: ในรุ่นของโหนด 7 LP จะมีความถี่สูงกว่าโหนด 14LPP หรือไม่?

GP: แน่นอน นี่คือการเพิ่มประสิทธิภาพที่มากขึ้น – ซึ่งประมาณค่าได้ 40% แต่ยังไม่สามารถระบุถึง Clock Speed ได้ แต่ตอนนี้เดาว่าน่าจะสามารถรับในช่วง 5GHz ตามความคาดหวัง

ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน AMD ใช้ Globalfoundries ในการสร้างโพรเซสเซอร์ Ryzen 2nd Generation รุ่นใหม่ในโหนดการผลิต 12nm ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ให้เพิ่มขึ้น 10% และ 15% ตามลำดับ ผลคือนี่คือการเพิ่มประสิทธิภาพจากโหนดการผลิต 14nm ซึ่งมีมองได้ว่าโหนดการผลิต 7 nm จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า

การเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์จะช่วยให้คู่ค้ากับบริษัทเช่น AMD สามารถบรรจุทรานซิสเตอร์เพิ่มมากขึ้นในขนาด Die เท่าเดิมหรือลดขนาดของ Die ลงก็ได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้พวกเขาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตบนเวเฟอร์ได้ซึ่งจะส่งผลทำให้ชิพแต่ละตัวมีราคาถูกกว่าปัจจุบัน

 

 

ความล่าช้าของโหนดการผลิต 10 nm ของอินเทลทำให้คู่แข่งกลับมาสู่ความสามารถในการแข่งขันได้ และสร้างสถานการณ์ที่อินเทลไม่สามารถชิงความได้เปรียบจากโรงการผลิตชิพ ในขณะที่ตอนนี้ตลาดเดสก์ท็อปซีพียูได้ก้าวไปข้างหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงของ Ryzen 2 ของเอเอ็มดีอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีการผลิตที่น้อยที่สุดในด้านเทคโนโลยีการผลิตซึ่งทำให้ปี พ.ศ. 2562 เป็นตลาดที่น่าตื่นเต้นสำหรับตลาด CPU

ย้อนมองปัจจุบันอันใกล้

AMD Ryzen 2000 Series ที่กำลังจะมีการเปิดตัว Ryzen 7 2700/2700X และ Ryzen 5 2600/2600X ได้มีข้อมูลของ 2700X และ 2600 ที่มีจำนวน Core และ Thread ที่เท่ากับ Ryzen 7 1700/1700X และ Ryzen 5 1600/1600X ซึ่งมีจำนวนแกนและเธรดเดียวกัน แต่มีความเร็วนาฬิกาที่สูงขึ้นรวมถึงประสิทธิภาพของ IPC ที่มากขึ้นด้วย ทำให้ตอนนี้คาดเดาได้ว่า AMD Ryzen 3000 Series จะมีความรเร็วในระดับ 5 GHz จากโหนดการผลิตที่ 7nm ได้

รุ่น AMD Ryzen รุ่นแรกมีขนาด die 213 มม.2 และคาดว่าจะมีขนาดลดลงถึง 100 มม. ในโหนดการผลิต 7nm ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการ เพิ่มความเร็วของตัวชิพ หรืออาจจะทำการเพิ่มจำนวนแกนประมวลผลซึ่งเป็นสิ่งที่เอเอ็มดีต้องการ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า 40% ตามที่ Globalfoundries กล่าวอ้าง

 

 

แม้ว่าในตอนนี้จะทราบแล้วว่า AMD Ryzen 3000 series จะออกมาก่อนช่วงต้นปี 2019 นี่เป็นตัวเลขที่คาดว่าจะใช้ข้อมูลนี้กับเม็ดเกลือ เอเอ็มดีมีประสิทธิภาพมากกว่าที่คาดไว้ในอดีตอย่างน้อยก็เมื่อเทียบกับซีพียู เมื่อคำนึงถึงความเป็นไปได้ว่าซีพียู AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ที่จะมาถึงนี้จะให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่า 40%

ถ้าซีพียู AMD Ryzen 3000 Series ออกเปิดตัวในปี พ.ศ. 2562 หมายความว่าน่าจะเป็นไปตามที่ AMD ได้ประกาศมาก่อนหน้านี้ถึง Socket AM4 ที่จะยังคงใชังานอยู่นับว่านี่เป็นข่าวดีสำหรับคนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนเมนบอร์ดแต่ต้องการใช้งานซีพียูรุ่นใหม่  ซึ่งน่าจะได้เห็นความเข้ากันได้ของเมนบอร์ดจาก AM4 ที่สามารถใช้งานได้กับ AMD Ryzen รุ่นใหม่ในอนาคต

 

ที่มา : overclock3d

Share This:

679 ผู้เข้าชม

เผยข้อมูล AMD Ryzen 2018-2020 Roadmap : Castle Peak, Matisse, Picasso, Vermeer and Renoir

 

AMD Ryzen Threadripper (Zen2) จะใช้ชื่อสถาบัตยกรรมว่า Castle Peak

AMD ได้ได้เปิดเผยให้เห็นชื่อของสถาบัตยกรรมของตัวประมวลผล Zen2 และ Zen3 ที่กำลังจะมาปรากฏว่า Ryzen Threadripper (Zen+) ในรุ่นที่ 2 ที่จะมาในปีหน้าโดยใช้ชื่อสถาปัตยกรรม Castle Peak ถ้าตามที่ว่าไว้นี้ Zen2 จะมาในปี พ.ศ. 2563 เอเอ็มดีจะเปิดตัวสถาปัตยกรรม Zen2 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Zen3 (หรืออาจะเป็น Zen2+) ซึ่งถูกวางระดับการใช้งานเป็น NG HEDT (Next-Gen High-End DeskTop) ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า Threadripper 3rd Gen.

ส่วน Platform AM4 นั้นจะมีทั้ง CPU และ APU ซึ่ง CPU จะมีการใช้ชื่อสถาบัตยกรรม Pinnacle Ridge >> Matisse >> Vermeer ตามลำดับ ซึ่งจะมาแทน  Summit Ridge ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และสำหรับ APU Raven Rideg >> Picasso >> Renoir ตามลำดับเช่นกัน ซึ่งเป็นแผนงานระยะยาวถึงปี 2020 (พ.ศ. 2563) ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามความเหมาะสมในภายหลังก็เป็นได้

AMD Ryzen 2018

เมื่อพูดถึงผู้ใช้งานในระดับ Mainstream ในปีนี้ (พ.ศ.2561) AMD Ryzen ได้เปิดชื่อรหัสใหม่แทน Ryzen 1000 Series ซึ่งจะมีการสานต่อใน Ryzen 7 และ Ryzen 5 ที่อยู่ในรูปแบบ 6 Core 12 Thread โดยจะตัดในรุ่นสูงสุดคือ 1800X ออกไป ส่วนที่เหลือคงเดิมไว้เช่นเดิมและเปลี่ยนโหนดเป็น 12nm+ มาในชื่อ Ryzen 7 2700X/2700 และ Ryzen 5 2600X/2600 ในตัวของ Ryzen 3 และ Ryzen 5 ที่เป็น 4 Core 8 Thread แทนที่ด้วย Ryzen 2000 G-Series ที่จะมาในรูปแบบ APU ที่มีกราฟฟิกในตัวจากสถาบัตยกรรม VEGA แต่จะยังคงใช้โหนด 14nm เช่นเดิม โดยในทุกรุ่นนั้นจะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นโดยหลักๆ แล้วยังจะเป็นการเพิ่มในส่วนของสัญญาณนาฬิการที่สูงขึ้นทั้ง Base Clock และ Turbo Clock แสดงได้ดังภาพด้านล่าง

 

ที่มา : videocardz

Share This:

6.1K ผู้เข้าชม

ราคาของ AMD Ryzen 2600 2700 2700X มาแล้วนะ เริ่มต้นที่ 6,200 บาท สูงสุด 11,500 บาท ไม่รวมภาษี

 

 

จะเห็นได้ชัดว่า AMD ยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลว่าจะมี CPU Ryzen 7 2800X หรือไม่ ซึ่งข่าวข้อมูลที่รั่วไหลออกมานี้ของ Ryzen 2000 จะเป็นรุ่น Ryzen 7 2700X ที่จะมีราคาขายปลีกอยู่ที่ 369 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ ซึ่งถูกกว่า Intel Core i7 8700K

 

นอกจากนี้ AMD ยังได้เปิดตัว CPU Ryzen  2000 อีก 3 รุ่นด้วยกันก็คือ Ryzen 7 2700 ไม่มี X ในราคา 299 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ ซึ่งเป็น CPU ในแบบ 8 คอร์ 16 เธรด และ CPU แบบ 6 คอร์ 12 เธรด อย่าง Ryzen 5 2600X และ Ryzen 5 2600 ไม่มี X ในราคาขายปลีกที่ 249 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ และ 199 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ ตามลำดับ

 

AMD Ryzen Desktop 2000 Series Processors
Model Cores/Threads  Base Clock Turbo Clock TDP Price
Ryzen 7 2700X 🆕
8C/16T
3.7 GHz
4.35 GHz
105W
369 USD
Ryzen 7 2700 🆕
8C/16T
3.2 GHz
4.1 GHz
65W
299 USD
Ryzen 5 2600X 🆕
6C/12T
3.6 GHz
4.25 GHz
95W
249 USD
Ryzen 5 2600 🆕
6C/12T
3.3 GHz
3.9 GHz
65W
199 USD
Ryzen 5 2400G 🆕
4C/8T
3.6 GHz
3.9 GHz
65W
169 USD
Ryzen 3 2200G 🆕
4C/4T
3.5 GHz
3.7 GHz
65W
99 USD

 

Line Up ราคาของ Ryzen 2000 ที่ออกมาตอนนี้มีทั้งหมดด้วยกัน 6 รุ่นแล้วครับ แพงสุดคือ 369 เหรียญดาลล่าห์สหรัฐ และถูกสุดคือ 99 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ

 

 

CPU Pinnacle Ridge Series 2000 จะมีค่าสัญญาณนาฬิกาสูงถึง 4.35GHz ในรุ่นสูงสุด และ Ryzen 5 2600X ก็ยังมาพร้อมกับสัญญาณนาฬิกาที่สูงถึง 4.25GHz ในแบบ Max Boost

 

 

 

 

 

 

 

AMD Ryzen 7 2700X vs Intel Core i7-8700K

AMD ได้วางตำแหน่งของ Ryzen 7 2700X ไว้ให้เข้ามาสู้แข่งขันกับ CPU Intel CoffeeLake-S อย่าง Core i7 8700K ทั้งนี้มีการอ้างอิงว่ะมีประสิทธิภาพที่น้อยกว่า Core i7 8700K ราวๆ 7.7% ในการทดสอบกับเกมกว่า 40 เกม

 

 

เมื่อเทียบ Series เก่าอย่าง Summit Ridge R7 1800X ซีพียูตัวใหม่จะมีอัตราเฟรมเรตที่ดีขึ้นราวๆ 5% ครับ

 

Source elchapuzasinformatico

Share This:

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ Tagged

1.3K ผู้เข้าชม

Colorful เตรียมเมนบอร์ดสำหรับ AMD Chipset AM4 400 Series

 

Colorful เตรียมออกเมนบอร์ดที่ได้รับการออกแบบบนซ็อกเก็ต AM4 ตัวแรกจากทางบริษัทโดยคาดว่า Colorful จะเปิดตัวเมนบอร์ด AM4 Socket ตัวแรกหลังจากงาน Computex Expo (มิถุนายน) ปี พ.ศ.2561 โดยตัวเมนบอร์จะมีการติดตั้งชิปเซ็ต AMD 400 Series และคาดว่าจะมาพร้อมกับการเปิดตัวโปรเซสเซอร์ Ryzen “Pinnacle Ridge”, Ryzen “Raven Ridge” APUs และ Ryzen “Summit Ridge”

สำหรับที่ติดตั้งกราฟฟิกกการ์ดนั้นจะเลือกใช้งาน PCI-Express Gen 3.0 เพิ่มเติมด้วยอินเทอร์เฟสการเชื่อมต่อพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ NVMe 32 Gbps (M.2 หรือ U.2) ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า Colorful จะนำชื่อ iGame Vulcan มาตั้งเป็นซีรี่ย์ของผลิตภัฑณ์ด้วย เพื่อให้เข้ากับชุดของอุปกรณ์อื่นที่อยู่ใน iGame Vulcan Series ซึ่งปัจจุบันนั้นได้จำหน่ายเฉพาะเมนบอร์ดสำหรับแพลตฟอร์ม Intel เท่านั้นประกอบด้วยเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ต Intel Z370 และ X299 ซึ่งรวมถึงเมนบอร์ดสำหรับผู้ทำเหมืองข้อมูลในตัวสกุลเงิน crypto ซึ่งใช้ชิปเซ็ต Intel เช่น B250

ที่มา : techpowerup

Share This:

1K ผู้เข้าชม

5 อย่างที่น่าจะเกิดขึ้นกับ AMD Pinnacle Ridge

 

ขอเกริ่นไว้ก่อนว่าบทความนี้เป็นเพียงแค่บทวิเคราะห์จากข้อมูลต่างๆที่มีในปัจจุบัน ไม่ได้มีการยืนยันใดอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อพูดถึง AMD Pinnacle Ridge แล้วล่ะก็หลายคนก็เฝ้าตั้งหน้าตั้งตารอกันอยู่และคาดว่าอีกราวๆ 2 – 3 เดือนเราก็น่าจะได้ยลโฉมมันอย่างแน่นอน ตามที่ทาง WCCFTECH เคยเผยตัว Roadmap ว่าตัว CPU มีกำหนดวางจำหน่ายใน Q1 ของปี 2561 นั่นเอง

เอาก็ถึงเวลามาดูกันว่า 10 อย่างที่จะปรากฎใน AMD Pinnacle Ridge หรือ Ryzen generation ที่ 2 นั้นมีอะไรกันบ้าง

  1. สัญญาณนาฬิกาที่สูงขึ้น
    แน่นอนว่าใน Ryzen นั้นสัญญาณนาฬิกานั้นยังเป็นข้อจำกัดอยู่อันเนื่องมาจากกระบวนการผลิตของทาง Global Foundries ที่ 14 nm เมื่อทาง AMD ประกาศเปลี่ยนไปใช้กระบวนการผลิตที่ 12nm จากทาง Global Foundries แทนที่จะใช้กระบวนการผลิตที่ 14nm เช่นเดิม ซึ่งทาง Global Foundries นั้นเคลมว่า กระบวนการผลิตที่ 12nm นั้นจะดีกว่ากระบวนการผลิตที่ 16/14nm FinFET ราวๆ 10% และมีความหนาแน่นของจำนวนทรานซิสเตอร์เพิ่มขึ้นถึง 15% เลยทีเดียว
  2. IPC ที่มากขึ้น
    แน่นอนว่าหลายๆคนกังวลกับเรื่องประสิทธิภาพ ซึ่งทาง AMD เองก็เคยออกมาบอกว่าจะไม่ดำเนินแนวทางไปในแบบ Tick Tock เหมือนคู่แข่ง แต่จะไปในแบบ Tock Tock Tock ซึ่งหมายความว่าน่าจะมีการเพิ่ม IPC เรื่อยๆในแต่ล่ะ Generation แต่อาจจะไม่มาก เหมือนจากตอนเปลี่ยนจาก AM3+ มาเป็น AM4
  3. ใช้งานกับ Socket AM4 และชิปเซ็ตเก่าได้
    ในส่วนนี้ AMD เคยเคลมว่า Socket AM4 นั้นจะอยู่ยาวนานพอสมควร ดังนั้นผู้ที่ใช้งาน Socket นี้ก็น่าจะมีความสบายใจในระดับหนึ่ง
  4. Native Memory Controller ที่สูงขึ้น
    แต่เดิมนั้น Ryzen ตัวแรกมี Native Memory Controller ที่รองรับการทำงานที่ 2133MHz ในแบบ 4 DIMM และ 2666MHz (สูงกว่านี้เป็นการ overclock) แต่อย่างไรก็ตามเคยมีข่าวเกี่ยวกับ EYPC ใน generation ที่ 2 ว่าจะรองรับ Memory Controller ที่ 3200MHz จึงมีความเป็นได้สูงมากที่ Ryzen ใน generation ที่ 2 นั้นน่าจะมากับ Memory Controller ที่ความเร็วสูงขึ้น แม้ทาง AMD จะบอกว่า รองรับสูงสุดที่ 4000MHz ก็ตาม
  5. เรื่องของจำนวน Core
    เป็นที่น่าเสียดายว่าในส่วนนี้ AMD น่าจะคงจำนวน core ไว้เท่าเดิมเพื่อไม่ให้ไปชนกับตลาดบนอย่าง Threadripper แต่ถึงกระนั้นการที่ได้ memory controller ที่ดีขึ้น และสัญญาณนาฬิกาที่เพิ่มขึ้นก็น่าจะทนแทนในส่วนนี้ได้

Share This:

836 ผู้เข้าชม

ลือ! AMD เตรียมออก Raven Ridge 2 APU ในปี 2561

 

ก่อนหน้านี้ทาง AMD ได้ทำการเปิดตัว Raven Ridge ในแพลทฟอร์ม Mobile แล้ว ส่วนทาง Desktop นั้นก็ยังใช้ AM4 Socket อยู่แต่ดูเหมือนว่าทาง AMD นั้นเตรียมออก Raven Ridge 2 APU ในปีหน้าด้วย เช่นกัน (ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าจะออกมาคั่นเวลาระหว่าง Picasso หรือรีบออก Picasso มาเร็วขึ้น)

ซึ่งข้อมูลนั้นก็ยังไม่ชัดเจนเพราะทาง AMD ก็ค่อนข้างสงวนข้อมูล (ซึ่งทำให้แหล่งข่าวออกมาให้ข้อมูลยากขึ้น) แต่จากที่รู้มาก็คือทาง AMD นั้นตอนนี้กำลังเตรียมทำ Raven Ridge 2 APU ซึ่งคาดว่าใช้กระบวนการผลิตที่ 12nm ของโรงงาน GlobalFoundries ซึ่งจะถือว่าเป็น version ปรับปรุงของ Raven Ridge APU โดยRaven Ridge นั้นจะเน้นตลาด Embedded และ Server ส่วน Ryzen ที่ใช้ในตลาด Enterprise ก็คือตัว EPYC นั่นเอง

ดูเหมือนว่าคราวนี้ทาง AMD นั้นเตรียมผลิต CPU อย่าง Pinnacle Ridge และ APU อย่างRaven Ridge 2 ที่จะมีสัญญาณนาฬิกาเพิ่มขึ้น โดยเน้นตลาด Consumer แต่สำหรับคนที่รอไหวก็มี Ryzen 7nm จะมาในปี 2562ซึ่งถ้าเป็นความจริงก็น่าจะสร้างแรงกดดันให้ทาง Intel ออก CPU ตัวใหม่สำหรับ เล่นเกม, VR และสร้างคอนเทนต์ ต่างๆ (ซึ่งตลาดนี้ก็มี Threadripper เข้ามาแจม)

ที่มา Bit and Chips

Share This:

4.3K ผู้เข้าชม

AMD Ryzen Generation 2nd “Pinnacle Ridge” จะยังคงใช้ซ็อคเก็ต AM4

 

AMD ได้ให้ข้อมูลกับ Overclockers UK (OCUK) ซึ่งได้ยืนยันว่า CPU Ryzen Generation 2nd จะสนับสนุนซ็อกเก็ต AM4 ที่มีอยู่แล้วดังนั้นผู้ใช้แพลตฟอร์ม Ryzen ในปัจจุบันจะสามารถอัพเกรด CPU ในใหม่ได้อย่างสบายใจได้เพียงแค่อัพเดตไบออสบนเมนบอร์ด Socket AM4 เท่านั้น ซึ่งเราก็เห็นแล้วจากการที่มีการอัพเดตเฟรมแวร์อย่างต่อเนื่องจาก AMD ล่าสุดก็สนับสนุนการทำงาน APU “Raven Ridge” จาก AGESA 1.0.0.7 และ CPU Ryzen Gen 2 จะใช้ชื่อว่า “Pinnacle Ridge” จากการให้สัมภาษณ์ AMD โดย James Prior “ยืนยันว่าบริษัทมีแผนจะทำให้ AM4 ตัวประมวลผลหลักของเดสก์ทอปของซ็อกเก็ตตลอดจนถึงปี พ.ศ.2563” ซึ่งหมายความว่าอย่างน้อยไปอีก 2 ถึง 3 Generation ของ CPU จะยังคงใช้ซ็อคเก็ตเดิม

Pinnacle Ridge มีข่าวลือว่าจะใช้ซิลิคอนเช่นเดียวกับ “Summit Ridge” ที่กระบวนการผลิตไปใช้งานที่ 12 นาโนเมตรซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น แต่การทำเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าซ็อคเก็ต AM4 ที่กำลังจะมีชิปเซ็ตตัวใหม่สำหรับ Series 300 นั้นจะยึดครองตลาดยาวๆ ไปอีก 3 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการแก้ไขปัญหาของข้อบกพร่อง โดยเฉพาะเรื่องของ PCI-Express Gen ใหม่ที่จะมานั้นอาจจะทำให้ผู้ใช้งานหลายๆ คนยินดีที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับส่วนนี้

ที่มา : techpowerup

Share This: