4.1K ผู้เข้าชม

การตื่นตัวของพลัง GPU แบบก้าวกระโดด ที่เหนือกว่า Pascal บนสถาปัตยกรรมใหม่ของ NVIDIA

 

 

Nvidia มีแนวโน้มที่จะเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดจากสถาบัตยกรรม Turing ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการก้าวกระโดดของกราฟฟิกการ์ดในรุ่นถัดไปที่รุ่นเรือธงจะมีความสามารถในการเล่นเกมส์ระดับ 4k 60fps ได้แบบสบายๆ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะใช้ชื่อว่า GTX 2080 แต่จากข้อมูลใหม่ที่ออกมาอาจจะเป็นชื่อ GTX 1180 ก็เป็นได้แต่ก็ยังไม่อาจยืนยันความแน่นอนใดๆ ได้ทั้งสิ้น
เมื่อไหร่จะเปิดตัว

 

 

เมื่อไหร่จะถึงการเปิดตัว

สำหรับในตอนนี้ Nvidia ยังไม่ได้ประกาศถึงชื่อที่จะนำมาใช้กับสถาปัตยกรรมรุ่นถัดไปของพวกเขาแต่จากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ทำให้สามารถคาดการณ์ถึงกราฟฟิกการ์ดรุ่นถัดไปที่ใช้งานสถาปัตยกรรม Turing ซึงคาดว่าจะใช้สถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับ Nvidia Volta ที่จะทำการถ่ายทอดประสิทธิภาพมาสู่กราฟฟิกการ์ดระดับเกมส์มิ่งได้หรืออาจบอกได้ว่า Turing เป็นชื่อสถาปัตยกรรมของ Volta ที่ใช้สำหรับเกมส์มิ่งก็ได้ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูแล้วอาจต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อในงาน GTC 2018 ที่ผ่านมานั้น Nvidia ที่ไม่มีการเอ่ยถึงสถาปัตยกรรมใหม่และแม้แต่แผนในการพัฒนา GPU ตัวใหม่ออกมาทำให้ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้สำหรรั้บกราฟฟิกตัวใหม่จาก Nvidia นั้นก็ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัด แต่น่าจะอยู่ในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 (ช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม)

 

 

อีกการยืนยันของการเปิดตัวของกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่จาก Nvidia นั้นมาจากทาง SK Hynix ได้ออกมาประกาศถึงการผลิตหน่วยความจำชนิด GDDR6 ที่เป็นหน่วยความจำชนิดใหม่สำหรับกราฟฟิกการ์ดที่จะมีประสิทธิภาพเป็น 2 เท่าของหน่วยความจำชนิด GDDR5x (รวมถึงขนาดด้วย) ซึ่งจะมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับหน่วยความจำชนิด HBM2 แต่ให้ความร้อนที่น้อยกว่า โดยมีการประกาศว่าจะสามารถส่งหน่วยความจำล็อตแรกได้ช่วงต้น่ของไตรมาสที่ 3 และอย่าลืมว่าหน่วยความจำชนิด GDDR6 นั้นไม่ได้มีแค่ SK Hynix เท่านั้นที่ผลิตได้ ยังคงจะมี Micron, Samsnug ฯลฯ ที่สามารถเข้าร่วมสู่การผลิต

 

 

 

การ์ดจอที่มีประสิทธิภาพมาพร้อมกับจอภาพที่ดี

สัญญาณอีกอย่างว่าน่าจะเปิดตัวในปีนี้คือการที่ ASUS ROG SWIFT PG27UQ และ Acer Predator X27 จะมีการเปิดตัวจอภาพความละเอียดระดับ 4K 144Hz ที่สนับสนุนเทคโนโลยี G-SYNC HDR ที่เป็นเทคโนโลยีจาก Nvidia หลังจากเลื่อนการเปิดตัวมาในช่วงกลางของปี พ.ศ. 2560 ซึ่งน่าจะมาจากความไม่พร้อมในเทคโนโลยีของ Nvidia เองที่น่าจะยังคงไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของการ์ดจอให้เหมาะสมกับจอภาพได้ แต่ดูจากสัญญาณนี้แล้วทำให้คาดว่า Nvidia ก็น่าจะมีความพร้อมแล้ว

 

 

สิ่งที่น่าเป็นกังวลอีกส่วนหนึ่งสำหรับเกมส์มิ่งแล้วคือถ้ามีการเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดออกมาจริงๆ แล้วจะสามารถซื้อการ์ดจอได้หรือไม่เพราะว่าในความเป็นจริงแล้วถ้าประสิทธิภาพจาก Nvidia ที่ออกมานั้นมีประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดจริงดังที่เห็นจากที่เห็นใน Volta แล้วจะสามารถซื้อทันกลุ่มผู้เกร็งกำไรหรือผู้ที่นำไปใช้ทำเหมืองข้อมูลหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้สู่สถานการณ์การฟฟิกการ์ดขาดตลาดก็เป็นได้ ใครที่เตรียมเงินซื้ออาจจะต้องมีการสั่งจองจากร้านค้าโดยตรงก่อนการเปิดจำหน่าย ซึ่งถ้าออกมาในรูปการณ์นี้แล้วเราอาจได้เห็นปรากกฎการณ์ใหม่ของการซื้อกราฟฟิกการ์ดก็เป็นได้

Nvidia GTX 1000/2000 Series

สำหรับกราฟฟิกการ์ดรุ่นถัดไปของ Nvidia สำหรับเกมส์มิ่งแล้วมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการนำสถาบัตยกรรม Volta มาใช้งานให้เหล่าเกมส์มิ่งในรหัส GV104 สำหรับ GTX 1080/2080 และ GV102 สำหรับ GTX 1080Ti/2080Ti อีกส่วนที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Volta ได้มีการสนับสนุนชุดคำสั่งใหม่จาก Microsoft ในส่วนของ DirectX 12 ที่เพิ่ม DirectX Raytracing ซึ่งเป็นการร่วมมือการพัฒนาร่วมกับ Volta-Specific RTX Tech ของ Nvidia เข้ามาด้วย ซึ่งน่าจะมีการถ่ายถอดเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาร่วมด้วยซึ่งทาง AMD เองก็ได้ยืนยันถึง DirectX Raytracing จะสามารถใช้งานร่วมกับกราฟฟิกการ์ดของตนได้เช่นกัน

 

Tensor Core เป็นอีกเทคโนยีหนึ่งที่จะมาพร้อมกับกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่ ซึ่งจะมาพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานต่อแกนประมวลผลที่ดีขึ้นอีกระดับ โดยมีการคาดการณ์ว่าสำหรับ GTX 2080 จะมีแกนประมวลผลหรือที่คุ้นชื่อว่า Cuda Core นั้นจะมีประมาณ 3,584 Cuda Texture 224 Units เท่ากับ GTX 1080Ti ที่ใช้ในปัจจุบัน

 

โหนดการผลิตที่เล็กลงที่จะนำมาใช้กับชิพกราฟฟิกตัวใหม่นั้นจะลดลงจาก 14 nm เป็น 12 nm ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในด้านความเร็วของตัวชิพดีขึ้นด้วยจะส่งผลให้ Base Clock ที่สูงขึ้นจากเดิม รวมถึงเทคโนโลี Boost Clock 4.0 ที่น่าจะเพิ่มเข้ามาหลังจากมีการใช้ Boost Clock 3.0 จากซีรี่ที่ผ่านมา

 

 

หน่วยความจำที่จะนำมาใช้นั้นมีความเป็นไปได้กว่า 90% ที่จะเลือกใช้งาน GDDR6 ที่จะเป็น HBM2 ที่มีราคาสูงกว่า และด้วยที่ GDDR6 นั้นมีตัวเลือกที่มากกว่าในส่วนของโรงงานผลิตเพราะเปิดกว้างกว่าไม่ว่าจะมาจาก Samsung, SK Hynix หรือ Micron ที่เป็นผู้ผลิตชิพหน่วยความจำรายใหญ่ แต่ในขณะนี้ก็ดูเหมือนว่า AMD ก็ให้ความสนใจในหน่วยความจำชนิด GDDR6 เช่นกัน

 

หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้หน่วยความจำได้ถูกเรียกใช้งานเพิ่มมากขึ้นทุกวัน หลักๆ นั้นคงหนีไม่พ้นกับความต้องการในการแสดงรายละเอียดของตัวเกมส์ที่ดีมากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงของพื้นผิวซึ่งต้องใช้งานหน่วยความจำที่มากขึ้น และยิ่งเป็นความละเอียดระดับ 4k ที่ต้องการพื้นผิวที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งน่าจะทำให้ความต้องการในส่วนของหน่วยความจำเพิ่มมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ว่ากราฟฟิกการ์ดตัวถัดไปจะมาพร้อมกับหน่วยความจำในขนาด 12 GB ใน GTX 2080 และ GTX 2080Ti น่าจะมีให้ในระดับ 15 GB

 

ราคาคือคำตอบของทุกสิ่ง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้คาดการณ์ได้ว่า Nvidia น่าจะทำราคามาช่วง $700 – $800 สำหรับ GTX 2080 Founders Edition ด้วยเทคโนโลยีที่เพิ่มเติมเข้ามานั้นไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรมาก รวมถึงขนาดของหน่วยความจำด้วยจึงไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรเลย และในส่วนของรุ่น Non-Ref จากพาร์ทเนอร์ต่างๆ น่าจะมีช่วงในระดับราคา $800 – $1000 ส่วน GTX 2070 จะมีในช่วงของระดับราคาเดียวกับ GTX 1080 ในช่วงของการเปิดตัว ซึ่งจากที่ผ่านมานั้นในส่วนของราคากราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่สำหรับ Nvidia เองแล้วก็มีการปรับปรุงระดับราคาเรื่อยมา

 

Final Conclusion : ทิศทางของการผลิตชิป GPU รุ่นใหม่ ดูเหมือนว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU อาจจะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่จำนวนที่เพิ่มของ Cuda Core หากแต่ว่าจะเน้นที่การขยายขีดความสามารถของ GHz Boost ที่ดีกว่าเดิม ส่วน GPU ที่เน้นการเพิ่ม Cuda Core จะยังคงเน้นไปที่ตลาดของ DL และ AI Computing ที่เน้นในการใช้งานกับเทคโนโลยีอื่นๆในชีวิตประจำวันมากกว่า เพราะต้องอาศัย Core ปัญญาประดิษฐที่มากๆในการช่วยกันคำนวณ ในความเห็นส่วนตัวแล้วเรากลับมองว่าเป็นยุทธิวิธีการเพิ่ม MHz มากกว่าการเพิ่ม Cuda มากๆ มันเป็นเรื่องในแง่ของการประหยัดต้นทุนเสียมากกว่า และยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU ในตลาดเกมมิ่งให้สูงขึ้นไปได้อีกระดับครับ

 

บทความเดิมก่อนหน้านี้กดอ่านได้ที่นี่

 

 

Share This:

1.3K ผู้เข้าชม

NVIDIA GeForce 11 Series คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมเผยข้อมูลจาก Hynix ในการผลิต GDDR6

 

กราฟิกการ์ดรุ่นต่อไปของ NVIDIA จะเปิดตัวเป็นในชื่อรุ่น GeForce 11XX ประมาณเดือนกรกฎาคมซึ่งเปิดเผยข้อมูลจากผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหน่วยความจำรายหนึ่งได้เปิดเผยว่า จะมีกลุ่มของ GPU รุ่นใหม่จากทีมงานสีเขียวที่ใช้งานสถาปัตยกรรมกราฟิกจาก Turing / Ampere ที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งสถาปัตยกรรมหนึ่งจะตอบสนองสู่ตลาดเกม PC ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับตลาด AI และการคำนวณ โดยในงาน GTC 2018 แม้ว่าจะไม่ได้รับประกาศจาก Nvidia ในการกล่าวถึง GeForce 11 series ที่หลายคนคาดหวังไว้แต่หลายๆ ข้อมูลที่เข้ามาทำให้มีการคาดหวังได้ว่าจะมีการเปิดตัวในเดือนกรกฏาคมนี้

NVIDIA GeForce GTX 1180 & 1170 With 16Gbps GDDR6 Memory In 8GB / 16GB

GDDR6 จะมีการนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุดในการ์ดแสดงผลที่จะมาถึงของ NVIDIA ซึ่งรวมถึง GeForce 11 Series ที่กำลังจะมาถึงพร้อม ๆ กับ Tesla และ Quadro สำหรับตลาด AI และผู้ใช้สำหรับการทำงานกราฟฟิก จากการยืนยันของ SK Hynix ได้ยืนยันกับ GamersNexus ว่า GDDR6 กำลังจะเข้าสู่การผลิตภายในเวลาสามเดือนในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ทำให้มีการคาดว่า GeForce 11 Series จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคมซึ่งตรงกับข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนที่ว่าจะมีการวางจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคมเช่นกัน

จากช่วงเวลานี้ดูเหมือนว่าในที่สุดคาดว่าจะมีกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับกราฟฟิกการ์ดซี่รี่ใหม่แล้ว

หน่วยความจำชนิดใหม่นี้จะไช้พลังงาน 1.35 โวลต์และให้ความเร็วกับ GDDR ถึงสองเท่าจากมารฐานเดิม แต่จะมีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ดังนั้นคาดว่าจะมีการตั้งราคาขายกลางจาก Nvidia (MSRP) ที่สูงขึ้นเล็กน้อยกว่าราคาเปิดตัวของ GeForce 10 Series (Pascal) ของ NVIDIA ซึ่งทาง SK Hynix ยืนยันว่าจะมีชิปหน่วยความจำ GDDR6 ที่มีขนาด 1GB และ 2GB โดยปกติแล้วส่วนของตัวควบคุมหน่วยความจำ GDDR แบบ 32 Bit แต่ละตัวจะจับคู่กับชิป GDDR แบบเดียวซึ่งหมายความว่าจะมีการใช้งานหน่วยความจำขนาด 8GB และ 16GB สำหรับ GPU 256 Bit นั่นอาจมองได้ว่า GTX 1180 และ GTX 1170 ที่จะมีขนาดของหน่วยความจำในระดับนี้ได้

ความจริงที่ว่า SK Hynix จะผลิตจะมีการผลิตหน่วยความจำเป็นไปได้ทั้งทองทางซึ่งเป็นไปได้ที่ว่าจะได้เห็น NVIDIA นำเสนอกราฟฟิกการ์ด GTX 1180 และ GTX 1170 ในขนาด 8GB และ 16GB นอกเหนือจากนี้แล้วสำหรับ GPU จาก NVIDIA ยังจะสามารถเลือกแยกความแตกต่างของกราฟฟิกการ์ดทั้งสองนี้จากขนาดของหน่วยความจำได้

ที่มา : wccftech

Share This:

10.6K ผู้เข้าชม

5 สัญญาณบ่งชี้ว่า Geforce 2000 Series จะมีความแรงชนิดที่ก้าวกระโดดจาก Geforce 1000 Series

 

 

อย่างที่เราทราบกันดีว่าการ์ดจอตระกูล Nvidia Geforce GTX ที่เคยมีประกาศใน Roadmap เอาไว้ว่าจะออกการ์ดจอ GTX 2000  ในช่วง Q3 ของปี 2017 แต่ก็ถูกเลื่อนไปเป็นปี 2018 อย่างไม่มีกำหนด จากแต่เดิมที่ข่าวคราวที่ออกมาจะเป็นสถาปัตยกรรม Volta แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้สถาปัตยกรรมตัวนี้ นั้นเพราะว่า Nvidia ได้ใช้ Volta ไปทำในส่วนของตลาด GPU DL (Deep Learning) ในกลุ่มสายงานออกแบบ และเอาไปทำในส่วนของ AI Processor ที่เอาไว้ประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์และยานยนต์กรรมอื่นๆ

 

 

 

จนกระทั้งเมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมานั้นก็มีข่าวหลุดมาว่า Nvidia จะเปิดตัวการ์ดจอ Series ใหม่ในงาน GTC 2018 นี้ ซึ่งในขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้นั้น วันนี้ก็คือวันที่ 25 มี.ค. ตรงกับวันเปิดงาน GTC 2018 วันแรกพอดี กลับมาต่อกันครับ จากที่มีข่าวการเปิดตัว GPU รุ่นใหม่ที่ตอนแรกคาดการณ์กันไว้ว่าจะเป็น GPU สำหรับเล่นเกม ตอนนี้ก็กลับกลายเป็นว่าน่าจะเป็น GPU สำหรับการงาน DL / AI เน้นเรื่องเอาไปใช้งานมากกว่า ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ชื่อ Ampere

 

 

ทีนี้สถาปัตยกรรมอีกตัวที่ไม่แน่ใจว่าจะเปิดตัวในงาน GTC 2018 ด้วยหรือไม่ ที่จะถูกพัฒนาเอามาเพื่อใช้สำหรับตลาดเกมเมอร์โดยเฉพาะ ซึ่งมีสัญญาณอยู่หลายข้อ ที่จะบ่งชี้ว่าการ์ดจอ Generation ใหม่ของ Nvidia จะมีประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดดไปอีกขั้น เมื่อเทียบกับสถาปัตยกรรม Pascal  อย่างสถาปัตยกรรม Turing ที่จะเข้ามาทำตลาดแทนสถาปัตยกรรม Pascal ในอีกไม่ช้า โดยผมจะขอจำแนกเป็นข้อๆต่อไปนี้

 

สัญญาณที่ 1 – ระยะเวลาในการออกทิ้งช่วงออกการ์ดจอ Series ใหม่จาก Nvidia นั้น มีระยะเวลาเปิดตัวสินค้าใหม่นานเกิน 2ปี  (GTX 1080 เปิดตัว 27 พ.ค.2016) ในขณะที่ GTX 2080 คาดว่าจะชื่อนี้ อาจใช้เวลาเปิดตัวอย่างเร็วสุดคือ กรกฎาคม 2018

 

ทำไมถึงเอาตัวเลขระยะเวลา 2 ปี มาเป็นตัวชี้วัด นั้นเพราะในทุกๆครั้งที่ Nvidia ออกการ์ดจอตัวใดก็ตามที่มีระยะเวลาในการพัฒนานานกว่า 2 ปี หรือเกือบๆ 2 ปี แปลว่าการกลับมาของการ์ดจอใน Gen ใหม่ถัดไปจะมีอัตราการก้าวกระโดดของประสิทธิภาพขึ้นมาเสมอ 50-60% ดูจาก GTX 980 กับ GTX 1080 เป็นต้น มีระยะเวลาในการเปิดตัวห่างกันราวๆเกือบๆ 2 ปี ในขณะที่ GTX 780 กับ GTX 980 มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเพียง 25-30%  มีระยะในการเปิดตัวห่างกันเพียง 1 ปี เศษๆ กดหาอ่านที่นี่

 

 

สัญญาณที่ 2 – ในทุกๆครั้งที่ Nvidia ออกแบบการ์ดจอ Gen ใหม่ออกมาสู่ตลาด นับตั้งแต่เริ่มมีเทคโนโลยี Nvidia GPU Turbo Boost ขึ้นมา ทำให้สามารถพัฒนาประสิทธิภาพของการ์ดจอให้สูงขึ้นมาได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยที่ตัว

 

  • GPU Boost รุ่น 1.0 ได้แก่การ์ดจอตระกูล Kepler Geforce 600 – 700 Series
  • GPU Boost รุ่น 2.0 ได้แก่การ์ดจอตระกูล Maxwell Geforce 900 Series
  • GPU Boost รุ่น 3.0 ได้แก่การ์ดจอตระกูล Pascal Geforce 1000 Series

 

นั้นเป็นเหตุผลที่ว่า เราอาจจะได้เห็น GPU Turbo Boost 4.0 ในสถาปัตยกรรม Turing ( GTX 2080 ) ก็เป็นได้ กดหาอ่านที่นี่

 

 

สัญญาณที่ 3 – การปรับไปใช้เม็ดแรม GDDR6 ในการปรับเปลี่ยนการใช้เม็ดแรมจากเดิมที่ใช้ GDDR5 ไปเป็น GDDR6 นั้น ต้องบอกว่ามันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพที่สูงขึ้นของการ์ดจอ Gen ใหม่ มากพอสมควร เพราะ GDDR6 ในแบบ 256 Bit สามารถทำความเร็วได้ตั้งแต่ 12000MHz ไปจนถึง 16000MHz มากกว่า GRRD5 ถึงเท่าตัวเลยครับ ซึ่งในการ์ดรุ่นสูงอย่าง GTX 2080 คาดว่าอาจจะใส่เม็ดแรมที่ความเร็วสูงกว่า 12000MHz ก็เป็นได้

 

 

สัญญาณที่ 4 – การขุดเหมือง Cryptocurrency จำเป็นจะต้องมีการ์ดจอที่มีประสิทธิภาพที่สูงกว่า Gen เก่าก่อนในทุกๆด้าน ตั้งแต่ค่าอัตรา IPC สัญญาณความถี่ GHz ของ GPU ของเม็ดแรมที่สูงขึ้น อัตราการเข้าถึงข้อมูลต้องสั้นและเร็วกว่าการ์ดจอ Gen ก่อน โดยที่ยังต้องรักษาระดับการใช้พลังงานไม่ให้สูงไปกว่า Gen เดิม เป็นอีกเหตุผลที่การ์ดรุ่นใหม่จะต้องทำให้ได้มากขึ้น เพราะยังมีคู่แข่งอย่าง AMD อยู่ในตลาดอยู่ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ Nvidia จะต้องมี GPU ที่มีสมรรถนะที่สูงกว่าเดิมแบบก้าวกระโดด นั้นเพราะว่าในปัจจุบันอัตราการขุดเหมือง Cryptocurrency ได้ค่าตอบแทนลดลง จำเป็นจะต้องมีการ์ดจอที่ขุดได้แรงและมากขึ้นไปอีก

 

 

สัญญาณที่ 5 – การที่ Nvidia เตรียมออกผลิตภัณฑ์จอ Monitor แบบที่เป็น 4K HDR 144Hz นั้นหมายความว่า ในเร็วๆนี้การ์ดจอ Gen ใหม่ที่จะออกมา จะต้องมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า GTX 1080 แบบก้าวกระโดดแน่ๆ อย่างน้อยก็ราวๆ 60% ขึ้นไป ซึ่งก็เป็นไปได้อีกว่า GTX 2080 อาจจะมีประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่เหนือกว่า GTX 1080 Ti ราวๆ 30% เป็นอย่างน้อยครับ เพราะว่าการ์ดจอสถาปัตยกรรม Pascal ถ้าว่ากันตามตรงแล้ว GTX 1080 Ti 1 ใบ ยังไม่สามารถทำค่า fps ที่สูงๆได้ในการเล่นความละเอียดแบบ 4K Max Graphic Setting ฉนั้นการที่ Nvidia เตรียมแผนออกจอ 4K HDR 144Hz เหมือนเป็นสัญญาณว่า จะมีการ์ดจอที่มีสมรรถนะที่สูงกว่า สถาปัตยกรรม Pascal ออกมาในอีกไม่นานจากนี้ กดหาอ่านที่นี่

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ อย่างน้อยก็มีทิศทางที่ค่อนข้างจะมีน้ำหนักมากพอที่จะชี้วัดแล้วว่า GTX 2080 น่าจะมีความแรงที่มากพอที่จะเล่นเกมในแบบ 4K Max Graphic Setting ได้เกิน 60fps หรืออาจจะสูงแตะเกิน 100 fps ในบางจังหวะก็เป็นได้ ทั้งหมดที่พูดมาก็เป็นบทวิเคราะห์ความน่าจะเป็นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับ Geforce 2000 Series ที่ใกล้จะมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ หากข้อมูลที่นำเสนอมีจุดไหนที่ผิดพลาดแต่ประการใด ทางผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

 

 

Share This:

3.8K ผู้เข้าชม

GPU ของ NVIDIA Turing GTX 2080 2070 ส่อแววว่าจะออกมาขายช่วงเดือนกรกฎาคมสำหรับตลาด Gamer

 

ด้วยสถาปัตยกรรม Ampere ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจาก Volta บนตลาด HPC และจะเปิดตัวในงาน GTC 2018

 

 

ข่าวลือสดๆร้อนๆข้อมูลจาก Igor Wallossek จาก Tom’s Hardware ได้กล่าวไว้ว่า Nvidia มีแผนที่จะเปิดตัวสถาปัตยกรรม Turing ตัวใหม่ในเดือนกรกฏาคมในตลาดกลุ่มเกมเมอร์  Igor ผู้ที่เคยให้ข้อมูลหลุดลับของสถาปัตยกรรม Nvidia Ampere เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้บอกว่า

 

Nvidia มีแผนที่จะแทนที่ Geforce รุ่นใหม่ที่จะเข้ามาแทนสถาปัตยกรรม Pascal โดยจะใช้ชื่อว่าสถาปัตยกรรมใหม่นี้ว่า Turing ที่จะเข้ามาทำตลาดเกมเมอร์ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ และสถาปัตยกรรม Ampere จะเป็นตัวที่เข้ามาต่อยอดของสถาปัตยกรรม Volta บนตลาด HPC และ AI / Machine Learning

 

Year 2012 2015 2016 2017 2018
Gamer (GeForce) Fermi Kepler Maxwell Pascal Turing
HPC (Tesla) Volta Ampere

 

NVIDIA Turing Architecture ได้รับการออกแบบสำหรับเกมการเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ส่วนสถาปัตยกรรมตัวที่ต่อยอดมาจาก Volta จะมาเปิดตัวในตลาด Compute ภายในสิ้นเดือนมีนาคมครับ

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างความงงงวยมาก เพราะว่าชื่อของ Alan Turing ผู้ที่เป็นบิดาแห่งการคิดค้นสูตรการคำนวณ น่าจะถูกใช้ชื่อของ Turing กับแอฟพิเคชั่นโปรแกรมสำหรับมืออาชีพในระดับที่สูงๆน่าจะเหมาะกว่าการที่จะใช้ชื่อ Ampere ในตลาด HPC แต่ว่านี่ก็เป็นข้อมูลข่าวที่หลุดมาจากแหล่งข้อมูลเดิมที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือได้อยู่พอสมควร

สถาปัตยกรรม Ampere น่าจะผลิตได้ตั้งแต่เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะถูกเปิดเผยในงาน GTC 2018 ในวันที่ 26- 29 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ในขณะที่ สถาปัตยกรรม Turing น่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนมิถุนายน และคาดว่าจะเปิดตัวในงาน Computex Taipei 2018 ที่ไต้หวัน

 

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 2000 series ซึ่งรวมถึง GTX 2080 และ 2070 จะไม่มีการเปิดตัวออกมาค่อนข้างแน่นอนแล้วในปลายเดือนมีนาคมนี้ แต่จะเปิดตัวในเดือนมิถุนายนและวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ขณะที่ Ampere ลูกหลานตัวที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Volta V100 คือสิ่งที่เราอาจเห็นประกาศในปลายเดือนนี้ที่งาน GTC 2018

 

ไม่ว่า codename ที่กล่าวนี้จะเป็นจริงเพียงใดก็ตาม เรายังคงมองไปที่การผลิตที่ไม่พร้อมของโรงงานผลิตเม็ดแรมอย่างSamsung ที่จะผลิตเม็ดแรม GDDR6 ที่มีประสิทธิภาพสูง แต่อาจจะยังไม่พร้อมพอที่จะผลิตตัวเม็ดแรมให้ได้กับตลาดการ์ดจอของ Nvidia ที่ใช้สถาปัตยกรรม Turing แม้ว่าโรงงานที่ผลิตชิปขนาด 12nm ของ TSMC นั้นพร้อมที่จะผลิตการ์ดจอให้กับ Nvidia แล้ว แต่ทางซัมซุงมีคิวการใช้โรงงานผลิตที่ออเดอร์จากตลาด Smart Phone ที่ใหญ่กว่ายังมีความต้องการเม็ดแรมจาก Samsung อีกมาก รวมไปถึงตลาดอื่นๆด้วย ยังไงเราก็คงต้องรอคอยกันไปอีกประมาณ 4 เดือนนับจากนี้

 

อย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงข่าวลือที่หลุดออกมาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรได้เสมอจนกว่าจะถึงงาน GTC 2018 ที่ใกล้จะถึงในไม่กี่สัปดาห์นี้ ยังไงก็ขอให้รอติดตามข่าวสารนี้กันให้ดีๆครับ ซึ่งจะมีมาอัพเดทให้อ่านกันอย่างต่อเนื่องแน่นอน

Source : WCCFtech

Share This:

1.4K ผู้เข้าชม

คาดว่าราคากราฟฟิกการ์ด Nvidia จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่า Ampere หรือ Turing จะออกมาในไตรมาสที่ 3 ก็ตาม

 

ตามที่ Massdrop ผู้ค้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ได้ออกมากล่าวว่าราคากราฟิกการ์ดที่สูงขึ้นในขณะนี้เป็นผลมาจากการทำเหมืองข้อมูล Cryptocurrency ซึ่งจากสถานการณ์ในขณะนี้จะยังคงมีผลกระทบต่อเนื่องไปและจะยังไม่มีการคลี่คลายในเร็วๆ นี้ ซึ่งเหตุผลของ Massdrop ได้มีการกล่าวถึงสถานการณ์ของ Nvidia และคาดการณ์ได้ว่า “การกำหนดราคาของกราฟฟิกการ์ด Nvidia ในตลาดจะยังคงมีราคาเพิ่มขึ้นจนถึงไตรมาสที่สามของปีนี้ก่อนที่จะเริ่มมีการคลี่คลายสถานการณ์”

สาเหตุขงการขาดแคลนกราฟฟิกการ์ด

มีการพูดถึงสถานการณ์ถึงสาเหตุของปัญหาการขาดแคลนกราฟฟิกการ์ดในปัจจุบันว่า “โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ที่ผลิตโดย Apple, Samsung และบริษัทอื่นๆ เมื่อปีที่แล้วเริ่มมีการใช้งานหน่วยความจำเช่นเดียวกับกราฟิกการ์ด ซึ่งแอ็ปเปิ้ลและซัมซุงยินดีที่จะจ่ายเงินมากกว่าสำหรับราคาของหน่วยความจำ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะได้รับทั้งหมดตามที่พวกเขาต้องการ ซึ่งได้สร้างปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำสำหรับผู้ผลิตกราฟฟิกการ์ดมากมายไม่ว่าจะเป็น0 MSI, Gigabyte, Asus, และ EVGA เพื่อให้ได้กราฟิกการ์ดเข้าสู่ตลาด”

ตอนนี้จะเห็นได้ชัดว่าสมาร์ทโฟนชั้นนำทุกรุ่นกำลังเปลี่ยนมาใช้งานหน่วยความจำ DDR4 และ DDR4L ดังนั้นข้อมูลนี้จึงดูเหมือนว่าไม่ถูกต้อง การ์ดกราฟิกรุ่นใหญ่ในปัจจุบันนั้น (ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ของ Nvidia 10-Series และ AMD Vega / Polaris) ได้ใช้งานหน่วยความจำชนิด GDDR5 แต่อย่างไรก็ตามผู้ผลิต DRAM อาจเปลี่ยนการผลิตของสายการผลิตหน่วยความจำเป็น DDR4 แทนที่จะเป็น GDDR5 เนื่องจากความต้องการใช้งานหน่วยความจำจากสมาร์ทโฟนเป็นปัจจัยที่สำคัญ

ใกล้แล้วกับการเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่

นอกจากนี้์ Nvidia ที่กำลังมีแผนการจะเปิดตัว GPU ในอนาคตอันใกล้นี้เมื่อมองไปในครั้งอดีตที่ได้ใช้งาน GPU จากสถาปัตยกรรม Pascal กำลังใกล้ครบรอบ 2 ปี ซึ่งคาดว่าสถาปัตยกรรมใหม่ที่จะมาทั้ง Ampere หรือ Turing (หรือทั้งสองอย่าง) น่าจะเปิดมีการเปิดตัวในปีนี้ ซึ่งน่าจะมีการเปิดตัวก่อน Q3 ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ความต้องการ GPU คลี่คลายได้บ้าง ซึ่งต้องดูว่าทาง Nvidia จะมีมาตรการณ์ในการกระจายสินค้าของตนอย่างไรเพื่อให้ถึงมือผู้บริโภคจำนวนมากได้ ซึ่งมีการคาดการณ์ต่อว่าถ้ามีการล่มของสถลายของการทำเหมืองข้อมูล Cryptocurrency เป็นไปได้ว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงของราคากราฟฟิกการ์ดก่อนที่จะถึง Q3 แต่ก็คงเป็นไปได้ค่อนข้างยากเมื่อดูจากทิศทางในขณะนี้

ทุกอย่างเป็นไปได้และไม่ได้

จากสถานการณ์ในตอนนี้เมื่อดูจากข้อมูลที่ออกมาจากหลายๆ ที่ในเวลานี้ดูแล้ว Nvidia น่าจะมีกราฟฟิกการ์ดที่ออกมาถึง 2 สถาบัตยกรรม คือ Ampere สำหรับผู้เล่นเกมส์ และ Turing สำหรับผู้นำไปใช้ทำเหมืองข้อมูล Cryptocurrency แต่กำหนดการนั้นยังไม่แน่นอน เพราะว่าจากเดิมนั้นมีแว่วๆ ว่าจะมาใน Q2 แต่ตอนนี้จากข้อมูลที่ออกมานั้นจะมาในช่วงของ Q3 ซึ่งความพร้อมนั้ันจะมีก็ต่อเมื่อมีการผลิตชิพ GPU ได้เพียงพอต่อความต้องการก่อน แต่สำคัญสุดในตอนนี้คือการที่จะหาหน่วยความจำมาใช้งานให้กับกราฟฟิกการ์ดนั้นมีปัญหาเรื่อง GDDR5/GDDR5x หรือ GDDR6 ที่เป็นหน่วยความจำที่จำเป็นต้องใช้ต้องแย่งไลท์การผลิตกับหน่วยความจำชนิด DDR4 ที่นำไปใช้งานทั้งสมาร์ทโฟนและหน่วยความจำหลักภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

ที่มา : pcgamer

Share This: