4.1K ผู้เข้าชม

การตื่นตัวของพลัง GPU แบบก้าวกระโดด ที่เหนือกว่า Pascal บนสถาปัตยกรรมใหม่ของ NVIDIA

 

 

Nvidia มีแนวโน้มที่จะเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดจากสถาบัตยกรรม Turing ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการก้าวกระโดดของกราฟฟิกการ์ดในรุ่นถัดไปที่รุ่นเรือธงจะมีความสามารถในการเล่นเกมส์ระดับ 4k 60fps ได้แบบสบายๆ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะใช้ชื่อว่า GTX 2080 แต่จากข้อมูลใหม่ที่ออกมาอาจจะเป็นชื่อ GTX 1180 ก็เป็นได้แต่ก็ยังไม่อาจยืนยันความแน่นอนใดๆ ได้ทั้งสิ้น
เมื่อไหร่จะเปิดตัว

 

 

เมื่อไหร่จะถึงการเปิดตัว

สำหรับในตอนนี้ Nvidia ยังไม่ได้ประกาศถึงชื่อที่จะนำมาใช้กับสถาปัตยกรรมรุ่นถัดไปของพวกเขาแต่จากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ทำให้สามารถคาดการณ์ถึงกราฟฟิกการ์ดรุ่นถัดไปที่ใช้งานสถาปัตยกรรม Turing ซึงคาดว่าจะใช้สถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับ Nvidia Volta ที่จะทำการถ่ายทอดประสิทธิภาพมาสู่กราฟฟิกการ์ดระดับเกมส์มิ่งได้หรืออาจบอกได้ว่า Turing เป็นชื่อสถาปัตยกรรมของ Volta ที่ใช้สำหรับเกมส์มิ่งก็ได้ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูแล้วอาจต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อในงาน GTC 2018 ที่ผ่านมานั้น Nvidia ที่ไม่มีการเอ่ยถึงสถาปัตยกรรมใหม่และแม้แต่แผนในการพัฒนา GPU ตัวใหม่ออกมาทำให้ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้สำหรรั้บกราฟฟิกตัวใหม่จาก Nvidia นั้นก็ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัด แต่น่าจะอยู่ในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 (ช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม)

 

 

อีกการยืนยันของการเปิดตัวของกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่จาก Nvidia นั้นมาจากทาง SK Hynix ได้ออกมาประกาศถึงการผลิตหน่วยความจำชนิด GDDR6 ที่เป็นหน่วยความจำชนิดใหม่สำหรับกราฟฟิกการ์ดที่จะมีประสิทธิภาพเป็น 2 เท่าของหน่วยความจำชนิด GDDR5x (รวมถึงขนาดด้วย) ซึ่งจะมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับหน่วยความจำชนิด HBM2 แต่ให้ความร้อนที่น้อยกว่า โดยมีการประกาศว่าจะสามารถส่งหน่วยความจำล็อตแรกได้ช่วงต้น่ของไตรมาสที่ 3 และอย่าลืมว่าหน่วยความจำชนิด GDDR6 นั้นไม่ได้มีแค่ SK Hynix เท่านั้นที่ผลิตได้ ยังคงจะมี Micron, Samsnug ฯลฯ ที่สามารถเข้าร่วมสู่การผลิต

 

 

 

การ์ดจอที่มีประสิทธิภาพมาพร้อมกับจอภาพที่ดี

สัญญาณอีกอย่างว่าน่าจะเปิดตัวในปีนี้คือการที่ ASUS ROG SWIFT PG27UQ และ Acer Predator X27 จะมีการเปิดตัวจอภาพความละเอียดระดับ 4K 144Hz ที่สนับสนุนเทคโนโลยี G-SYNC HDR ที่เป็นเทคโนโลยีจาก Nvidia หลังจากเลื่อนการเปิดตัวมาในช่วงกลางของปี พ.ศ. 2560 ซึ่งน่าจะมาจากความไม่พร้อมในเทคโนโลยีของ Nvidia เองที่น่าจะยังคงไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของการ์ดจอให้เหมาะสมกับจอภาพได้ แต่ดูจากสัญญาณนี้แล้วทำให้คาดว่า Nvidia ก็น่าจะมีความพร้อมแล้ว

 

 

สิ่งที่น่าเป็นกังวลอีกส่วนหนึ่งสำหรับเกมส์มิ่งแล้วคือถ้ามีการเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดออกมาจริงๆ แล้วจะสามารถซื้อการ์ดจอได้หรือไม่เพราะว่าในความเป็นจริงแล้วถ้าประสิทธิภาพจาก Nvidia ที่ออกมานั้นมีประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดจริงดังที่เห็นจากที่เห็นใน Volta แล้วจะสามารถซื้อทันกลุ่มผู้เกร็งกำไรหรือผู้ที่นำไปใช้ทำเหมืองข้อมูลหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้สู่สถานการณ์การฟฟิกการ์ดขาดตลาดก็เป็นได้ ใครที่เตรียมเงินซื้ออาจจะต้องมีการสั่งจองจากร้านค้าโดยตรงก่อนการเปิดจำหน่าย ซึ่งถ้าออกมาในรูปการณ์นี้แล้วเราอาจได้เห็นปรากกฎการณ์ใหม่ของการซื้อกราฟฟิกการ์ดก็เป็นได้

Nvidia GTX 1000/2000 Series

สำหรับกราฟฟิกการ์ดรุ่นถัดไปของ Nvidia สำหรับเกมส์มิ่งแล้วมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการนำสถาบัตยกรรม Volta มาใช้งานให้เหล่าเกมส์มิ่งในรหัส GV104 สำหรับ GTX 1080/2080 และ GV102 สำหรับ GTX 1080Ti/2080Ti อีกส่วนที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Volta ได้มีการสนับสนุนชุดคำสั่งใหม่จาก Microsoft ในส่วนของ DirectX 12 ที่เพิ่ม DirectX Raytracing ซึ่งเป็นการร่วมมือการพัฒนาร่วมกับ Volta-Specific RTX Tech ของ Nvidia เข้ามาด้วย ซึ่งน่าจะมีการถ่ายถอดเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาร่วมด้วยซึ่งทาง AMD เองก็ได้ยืนยันถึง DirectX Raytracing จะสามารถใช้งานร่วมกับกราฟฟิกการ์ดของตนได้เช่นกัน

 

Tensor Core เป็นอีกเทคโนยีหนึ่งที่จะมาพร้อมกับกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่ ซึ่งจะมาพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานต่อแกนประมวลผลที่ดีขึ้นอีกระดับ โดยมีการคาดการณ์ว่าสำหรับ GTX 2080 จะมีแกนประมวลผลหรือที่คุ้นชื่อว่า Cuda Core นั้นจะมีประมาณ 3,584 Cuda Texture 224 Units เท่ากับ GTX 1080Ti ที่ใช้ในปัจจุบัน

 

โหนดการผลิตที่เล็กลงที่จะนำมาใช้กับชิพกราฟฟิกตัวใหม่นั้นจะลดลงจาก 14 nm เป็น 12 nm ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในด้านความเร็วของตัวชิพดีขึ้นด้วยจะส่งผลให้ Base Clock ที่สูงขึ้นจากเดิม รวมถึงเทคโนโลี Boost Clock 4.0 ที่น่าจะเพิ่มเข้ามาหลังจากมีการใช้ Boost Clock 3.0 จากซีรี่ที่ผ่านมา

 

 

หน่วยความจำที่จะนำมาใช้นั้นมีความเป็นไปได้กว่า 90% ที่จะเลือกใช้งาน GDDR6 ที่จะเป็น HBM2 ที่มีราคาสูงกว่า และด้วยที่ GDDR6 นั้นมีตัวเลือกที่มากกว่าในส่วนของโรงงานผลิตเพราะเปิดกว้างกว่าไม่ว่าจะมาจาก Samsung, SK Hynix หรือ Micron ที่เป็นผู้ผลิตชิพหน่วยความจำรายใหญ่ แต่ในขณะนี้ก็ดูเหมือนว่า AMD ก็ให้ความสนใจในหน่วยความจำชนิด GDDR6 เช่นกัน

 

หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้หน่วยความจำได้ถูกเรียกใช้งานเพิ่มมากขึ้นทุกวัน หลักๆ นั้นคงหนีไม่พ้นกับความต้องการในการแสดงรายละเอียดของตัวเกมส์ที่ดีมากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงของพื้นผิวซึ่งต้องใช้งานหน่วยความจำที่มากขึ้น และยิ่งเป็นความละเอียดระดับ 4k ที่ต้องการพื้นผิวที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งน่าจะทำให้ความต้องการในส่วนของหน่วยความจำเพิ่มมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ว่ากราฟฟิกการ์ดตัวถัดไปจะมาพร้อมกับหน่วยความจำในขนาด 12 GB ใน GTX 2080 และ GTX 2080Ti น่าจะมีให้ในระดับ 15 GB

 

ราคาคือคำตอบของทุกสิ่ง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้คาดการณ์ได้ว่า Nvidia น่าจะทำราคามาช่วง $700 – $800 สำหรับ GTX 2080 Founders Edition ด้วยเทคโนโลยีที่เพิ่มเติมเข้ามานั้นไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรมาก รวมถึงขนาดของหน่วยความจำด้วยจึงไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรเลย และในส่วนของรุ่น Non-Ref จากพาร์ทเนอร์ต่างๆ น่าจะมีช่วงในระดับราคา $800 – $1000 ส่วน GTX 2070 จะมีในช่วงของระดับราคาเดียวกับ GTX 1080 ในช่วงของการเปิดตัว ซึ่งจากที่ผ่านมานั้นในส่วนของราคากราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่สำหรับ Nvidia เองแล้วก็มีการปรับปรุงระดับราคาเรื่อยมา

 

Final Conclusion : ทิศทางของการผลิตชิป GPU รุ่นใหม่ ดูเหมือนว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU อาจจะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่จำนวนที่เพิ่มของ Cuda Core หากแต่ว่าจะเน้นที่การขยายขีดความสามารถของ GHz Boost ที่ดีกว่าเดิม ส่วน GPU ที่เน้นการเพิ่ม Cuda Core จะยังคงเน้นไปที่ตลาดของ DL และ AI Computing ที่เน้นในการใช้งานกับเทคโนโลยีอื่นๆในชีวิตประจำวันมากกว่า เพราะต้องอาศัย Core ปัญญาประดิษฐที่มากๆในการช่วยกันคำนวณ ในความเห็นส่วนตัวแล้วเรากลับมองว่าเป็นยุทธิวิธีการเพิ่ม MHz มากกว่าการเพิ่ม Cuda มากๆ มันเป็นเรื่องในแง่ของการประหยัดต้นทุนเสียมากกว่า และยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU ในตลาดเกมมิ่งให้สูงขึ้นไปได้อีกระดับครับ

 

บทความเดิมก่อนหน้านี้กดอ่านได้ที่นี่

 

 

Share This:

10.6K ผู้เข้าชม

5 สัญญาณบ่งชี้ว่า Geforce 2000 Series จะมีความแรงชนิดที่ก้าวกระโดดจาก Geforce 1000 Series

 

 

อย่างที่เราทราบกันดีว่าการ์ดจอตระกูล Nvidia Geforce GTX ที่เคยมีประกาศใน Roadmap เอาไว้ว่าจะออกการ์ดจอ GTX 2000  ในช่วง Q3 ของปี 2017 แต่ก็ถูกเลื่อนไปเป็นปี 2018 อย่างไม่มีกำหนด จากแต่เดิมที่ข่าวคราวที่ออกมาจะเป็นสถาปัตยกรรม Volta แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้สถาปัตยกรรมตัวนี้ นั้นเพราะว่า Nvidia ได้ใช้ Volta ไปทำในส่วนของตลาด GPU DL (Deep Learning) ในกลุ่มสายงานออกแบบ และเอาไปทำในส่วนของ AI Processor ที่เอาไว้ประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์และยานยนต์กรรมอื่นๆ

 

 

 

จนกระทั้งเมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมานั้นก็มีข่าวหลุดมาว่า Nvidia จะเปิดตัวการ์ดจอ Series ใหม่ในงาน GTC 2018 นี้ ซึ่งในขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้นั้น วันนี้ก็คือวันที่ 25 มี.ค. ตรงกับวันเปิดงาน GTC 2018 วันแรกพอดี กลับมาต่อกันครับ จากที่มีข่าวการเปิดตัว GPU รุ่นใหม่ที่ตอนแรกคาดการณ์กันไว้ว่าจะเป็น GPU สำหรับเล่นเกม ตอนนี้ก็กลับกลายเป็นว่าน่าจะเป็น GPU สำหรับการงาน DL / AI เน้นเรื่องเอาไปใช้งานมากกว่า ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ชื่อ Ampere

 

 

ทีนี้สถาปัตยกรรมอีกตัวที่ไม่แน่ใจว่าจะเปิดตัวในงาน GTC 2018 ด้วยหรือไม่ ที่จะถูกพัฒนาเอามาเพื่อใช้สำหรับตลาดเกมเมอร์โดยเฉพาะ ซึ่งมีสัญญาณอยู่หลายข้อ ที่จะบ่งชี้ว่าการ์ดจอ Generation ใหม่ของ Nvidia จะมีประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดดไปอีกขั้น เมื่อเทียบกับสถาปัตยกรรม Pascal  อย่างสถาปัตยกรรม Turing ที่จะเข้ามาทำตลาดแทนสถาปัตยกรรม Pascal ในอีกไม่ช้า โดยผมจะขอจำแนกเป็นข้อๆต่อไปนี้

 

สัญญาณที่ 1 – ระยะเวลาในการออกทิ้งช่วงออกการ์ดจอ Series ใหม่จาก Nvidia นั้น มีระยะเวลาเปิดตัวสินค้าใหม่นานเกิน 2ปี  (GTX 1080 เปิดตัว 27 พ.ค.2016) ในขณะที่ GTX 2080 คาดว่าจะชื่อนี้ อาจใช้เวลาเปิดตัวอย่างเร็วสุดคือ กรกฎาคม 2018

 

ทำไมถึงเอาตัวเลขระยะเวลา 2 ปี มาเป็นตัวชี้วัด นั้นเพราะในทุกๆครั้งที่ Nvidia ออกการ์ดจอตัวใดก็ตามที่มีระยะเวลาในการพัฒนานานกว่า 2 ปี หรือเกือบๆ 2 ปี แปลว่าการกลับมาของการ์ดจอใน Gen ใหม่ถัดไปจะมีอัตราการก้าวกระโดดของประสิทธิภาพขึ้นมาเสมอ 50-60% ดูจาก GTX 980 กับ GTX 1080 เป็นต้น มีระยะเวลาในการเปิดตัวห่างกันราวๆเกือบๆ 2 ปี ในขณะที่ GTX 780 กับ GTX 980 มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเพียง 25-30%  มีระยะในการเปิดตัวห่างกันเพียง 1 ปี เศษๆ กดหาอ่านที่นี่

 

 

สัญญาณที่ 2 – ในทุกๆครั้งที่ Nvidia ออกแบบการ์ดจอ Gen ใหม่ออกมาสู่ตลาด นับตั้งแต่เริ่มมีเทคโนโลยี Nvidia GPU Turbo Boost ขึ้นมา ทำให้สามารถพัฒนาประสิทธิภาพของการ์ดจอให้สูงขึ้นมาได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยที่ตัว

 

  • GPU Boost รุ่น 1.0 ได้แก่การ์ดจอตระกูล Kepler Geforce 600 – 700 Series
  • GPU Boost รุ่น 2.0 ได้แก่การ์ดจอตระกูล Maxwell Geforce 900 Series
  • GPU Boost รุ่น 3.0 ได้แก่การ์ดจอตระกูล Pascal Geforce 1000 Series

 

นั้นเป็นเหตุผลที่ว่า เราอาจจะได้เห็น GPU Turbo Boost 4.0 ในสถาปัตยกรรม Turing ( GTX 2080 ) ก็เป็นได้ กดหาอ่านที่นี่

 

 

สัญญาณที่ 3 – การปรับไปใช้เม็ดแรม GDDR6 ในการปรับเปลี่ยนการใช้เม็ดแรมจากเดิมที่ใช้ GDDR5 ไปเป็น GDDR6 นั้น ต้องบอกว่ามันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพที่สูงขึ้นของการ์ดจอ Gen ใหม่ มากพอสมควร เพราะ GDDR6 ในแบบ 256 Bit สามารถทำความเร็วได้ตั้งแต่ 12000MHz ไปจนถึง 16000MHz มากกว่า GRRD5 ถึงเท่าตัวเลยครับ ซึ่งในการ์ดรุ่นสูงอย่าง GTX 2080 คาดว่าอาจจะใส่เม็ดแรมที่ความเร็วสูงกว่า 12000MHz ก็เป็นได้

 

 

สัญญาณที่ 4 – การขุดเหมือง Cryptocurrency จำเป็นจะต้องมีการ์ดจอที่มีประสิทธิภาพที่สูงกว่า Gen เก่าก่อนในทุกๆด้าน ตั้งแต่ค่าอัตรา IPC สัญญาณความถี่ GHz ของ GPU ของเม็ดแรมที่สูงขึ้น อัตราการเข้าถึงข้อมูลต้องสั้นและเร็วกว่าการ์ดจอ Gen ก่อน โดยที่ยังต้องรักษาระดับการใช้พลังงานไม่ให้สูงไปกว่า Gen เดิม เป็นอีกเหตุผลที่การ์ดรุ่นใหม่จะต้องทำให้ได้มากขึ้น เพราะยังมีคู่แข่งอย่าง AMD อยู่ในตลาดอยู่ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ Nvidia จะต้องมี GPU ที่มีสมรรถนะที่สูงกว่าเดิมแบบก้าวกระโดด นั้นเพราะว่าในปัจจุบันอัตราการขุดเหมือง Cryptocurrency ได้ค่าตอบแทนลดลง จำเป็นจะต้องมีการ์ดจอที่ขุดได้แรงและมากขึ้นไปอีก

 

 

สัญญาณที่ 5 – การที่ Nvidia เตรียมออกผลิตภัณฑ์จอ Monitor แบบที่เป็น 4K HDR 144Hz นั้นหมายความว่า ในเร็วๆนี้การ์ดจอ Gen ใหม่ที่จะออกมา จะต้องมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า GTX 1080 แบบก้าวกระโดดแน่ๆ อย่างน้อยก็ราวๆ 60% ขึ้นไป ซึ่งก็เป็นไปได้อีกว่า GTX 2080 อาจจะมีประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่เหนือกว่า GTX 1080 Ti ราวๆ 30% เป็นอย่างน้อยครับ เพราะว่าการ์ดจอสถาปัตยกรรม Pascal ถ้าว่ากันตามตรงแล้ว GTX 1080 Ti 1 ใบ ยังไม่สามารถทำค่า fps ที่สูงๆได้ในการเล่นความละเอียดแบบ 4K Max Graphic Setting ฉนั้นการที่ Nvidia เตรียมแผนออกจอ 4K HDR 144Hz เหมือนเป็นสัญญาณว่า จะมีการ์ดจอที่มีสมรรถนะที่สูงกว่า สถาปัตยกรรม Pascal ออกมาในอีกไม่นานจากนี้ กดหาอ่านที่นี่

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ อย่างน้อยก็มีทิศทางที่ค่อนข้างจะมีน้ำหนักมากพอที่จะชี้วัดแล้วว่า GTX 2080 น่าจะมีความแรงที่มากพอที่จะเล่นเกมในแบบ 4K Max Graphic Setting ได้เกิน 60fps หรืออาจจะสูงแตะเกิน 100 fps ในบางจังหวะก็เป็นได้ ทั้งหมดที่พูดมาก็เป็นบทวิเคราะห์ความน่าจะเป็นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับ Geforce 2000 Series ที่ใกล้จะมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ หากข้อมูลที่นำเสนอมีจุดไหนที่ผิดพลาดแต่ประการใด ทางผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

 

 

Share This: