1.6K ผู้เข้าชม

คาดว่า Nvidia GeForce GTX 1180 จะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมนี้

 

กราฟิกการ์ด GeForce GTX 1180 ที่คาดว่าจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุดของ NVIDIA จะใช้งานสถาปัตยกรรม Turing มีการคาดการ์ว่าจะมีการเปิดตัวในวันที่ 15 มิถุนายนนี้โดยมีแผนที่จะวางจำหน่ายในการ์ดรูปแบบของ Founder’s Edition ก่อนภายในเดือนกรกฎาคมและจะมีแบบ Non-Ref ในรูปแบบต่างๆจากค่ายพันธมิตร AIB ของ NVIDIA ภายในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนนี้

 

NVIDIA’s Titan Xp สู่ GeForce GTX 1180

 

เมื่อเดือนที่แล้วได้มีการเผยแพร่รายละเอียดสำหรับ GTX 1180 จากข้อมูลที่มีการรั่วไหลออกมาตามข่าวลือคาดว่าประสิทธิภาพของตัวการณ์ดนั้นจะไม่ยิ่งย่อนไปกว่า GTX Titan Xp และจะมีประสิทธิภาพเหนือกว่า 1.5 เท่าของ GTX 1080 ถ้าอ้า่งอิงตามแหล่งข่าวจาก Tom’s Hardware ที่มีการอ้างอิงไว้ว่า NVIDIA จะมีการเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ของ GeForce รุ่นต่อไปสำหรับการใช้งานเล่นเกมในช่วงซัมเมอร์นี้สำหรับ Desktop และในฤดูใบไม้ร่วงสำหรับ Notebook

 

คาดว่า Nvidia จะเริ่มทดสอบ GPUs และหน่วยความจำชนิด GDDR6 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนนี้และคาดว่าจะเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดจากสถาบัตยกรรม Turing ซึ่งจะใช้ชื่อรหัสรุ่น 11 ซึ่งรุ่นสูงสุดที่จะเปิดตัวออกมาก่อนจะใช้ว่า GTX 1180 จะมาในเดือนกรกฎาคมส่วน GTX 1170 จะเปิดตัวในเวลาเดียวกันและคาดว่าจะวางจำหน่ายได้ในช่วงสองสามสัปดาห์หลังจากการเปิดตัว

 

Bill Of Materials Release Start
Engineering Validation 1-2 weeks
Design Validation Testing 2 weeks
First Working Sample 1-2 weeks
Electromagnetic Interference Testing less than week
Production Validation 2-3 weeks
Final BIOS a few days
Mass production and shipping a few days

 

แน่นอนไหม

 

สิ่งที่หลายๆ คนนั่งรอจนคาดว่าในเวลานี้อาจจะเซ็งไปกันบ้างแล้วหลังจากที่ Nvidia ได้เปิดตัวกราฟฟิกการ์ด GTX1080/1070 ก็ผ่านมาร่วม 2 ปี คงต้องบอกว่าถึงเวลาแล้วที่ทาง Nvidia จะมีการขยับแข้งขาบ้าง แต่เมื่อพิจารณาจากกรณีที่ช่วงก่อนหน้านี้กราฟฟิกการ์ดได้ถูกจำหน่ายออกมาอย่างล้นในตลาดอย่างมาก อาจจะทำให้ทางผู้ค้าอาจต้องฉุกคิดเสียหน่อยด้วยที่ในปีนี้ปีเดียวก็มีการนำเข้ากราฟฟิกการ์ดเข้ามาจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่นในประเทศไทยเฉพาะบริษัทเอสเทรค ก็มีการนำเข้ากราฟฟิกการ์ดกว่า 500,000 ตัว ซึ่งยังไม่รวมกราฟฟิกการ์ดจากผู้นำเข้าอื่นๆ และที่มีการสั่งซื้อเข้ามาด้วยตนเองอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะมีกราฟฟิกการ์ดที่นำเข้าในปีนี้กว่า 2,000,000 ตัว

 

การที่มีกราฟฟิกการ์ดอยู่ในตลาดระดับนี้น่าจะทำให้เกิดความอิ่มตัวในตลาดค่อนข้างสูง และด้วยราคาของเหรียญดิจิตอลที่ยังทรงตัวอยู่ไม่ได้มากเหมือนช่วงก่อนน่าจะทำให้การเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่นั้นเป็นเรื่องที่น่าหนักใจไม่น้อย เพราะถ้ายังคงจำกันได้ในสมัยช่วงที่เหรียญดิจิตอลขาขึ้นสมัยที่กราฟฟิกการ์ดของ AMD R9 200 – 300 Series นั้นมีการขาดตลาดค่อนข้างมากสำหรับกราฟฟิกการ์ดจากทาง AMD ซึ่งเมื่อราคาของเหรียญดิจิตอลลดลงนั้นทำให้การจำหน่ายกราฟฟิกการ์ดมือหนึ่งจาก AMD R9 300 Series นั้นค่อนข้างลำบากอยู่บ้างด้วยที่ว่าผู้ใช้งานหันไปคบซื้อของที่ปล่อยจากตลาดของมือสองแต่ยังมีประกันอยู่ แต่สำหรับในช่วงปีที่ผ่านมานั้นมีความต้องการสูงกว่ามากซึ่งถ้ามีการเทขายกราฟฟิกการ์ดออกมาก็อาจจะมีการซ้ำรอยของเหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง

 

แต่ถึงกระนั้นแล้วคาดว่าในปีนี้ก็คงต้องถึงเวลาของผลิตภัณฑ์ใหม่แล้วจากทั้งสองค่ายที่จะออกมายั่วใจใครหลายๆ คนที่รอจับจ่ายอยู่ ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมาในช่วงเวลาดังกล่าว ถ้าไม่ได้มีการเปิดตัวในปีนี้นั้น อาจจะส่งผลถึงรายได้ของทาง Nvidia เอง แต่จะตามเวลาดังกล่าวหรือไม่นั้นก็คงต้องรอตามกันอย่างใกล้ชิดอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง ซึ่งทางผู้ผลิตเองคงจะมีการคำนวนเวลาที่เหมาะสมในการเปิดตัวต่อไปเพื่อให้มียอดจำหน่ายที่ดีต่อทางบริษัทมากที่สุด

 

ที่มา : wccftech

Share This:

4K ผู้เข้าชม

เผยข้อมูล NVIDIA GeForce GTX 1180 With Finfet 12nm จากฐานข้อมูล GPU ของ TechPowerUp

 

 

ดูเหมือนว่าในวันนี้มีข้อมูลหลุดออกมาของกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ของ NVIDIA GeForce GTX 1180 ถูกเพิ่มลงในฐานข้อมูล GPU บนเว็บไซต์ TechPowerUp จากข้อมูลที่พบมีความชัดเจนมากถึงข้อมูลในด้านวิศวกรรมและทำให้เห็นสิ่งต่างๆ ของตัว GPU เช่นความเร็วนาฬิกาดีขึ้น และนั่นหมายความว่า GPU กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายก่อนเปิดตัวซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในงานใหญ่ที่สุดคือ Computex 2018 ซึ่งข้อมูลทั้งหมดที่หลุดออกมาทั้งหมดได้ชี้ไปที่การเปิดตัวในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

 

ข้อมูล ราคาและวันวางจำหน่ายของ NVIDIA GeForce GTX 1180

 

จากข้อมูลของ GPU แสดงให้เห็นถึงข้อมูลจำเพาะของกราฟิกการ์ดซึ่งส่วนใหญ่ก็เหมือนกับข้อมูลที่เผยออกมาก่อนหน้านี้ที่เราเคยเห็นมาก่อน สำหรับการ์ดจอ NVIDIA GTX 1180 จะผลิตขึ้นขึ้นในโหนด FinFET ขนาด 12nm ของ TSMC ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดการประสิทธิภาพของพลังงานได้อย่างดี ส่วนจำนวนของ Cuda Core ที่แน่นอนในตอนนี้น่าจะเท่ากับ 3584 CUDA ส่วนอื่นๆ ก็มีเช่น 28 SM 64 ROPs และ 224 TMUs ส่วนหน่วยความจำบนตัวการ์ดเลือกใช้งาน GDDR6 ซึ่งจะมีขนาด DRAM มากถึง 16 GB

 

 

ความเร็วของสัญญาณนาฬิกามีค่า 12 GHz ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสถาบัตยกรรม Pascal แต่ก็โปรดจำไว้ว่าความเร็วของสัญญาณนาฬิกาของหน่วยความจำจะสามารถทำความเร็วได้ค่อนข้างมาก ส่วนสัญญาณนาฬิกาหลักของ GPU จะมีความเร็ว 1405 MHz และสามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 1582 MHz เหมือนกับสถาบัตยกรรม Pascal อย่างไรก็ตามความเร็วของสัญญาณนาฬิกาที่เพิ่มขึ้นน่าจะเป็นผลมาจากการใช้โหนดการผลิตที่เล็กลงด้วย ซึ่งน่าจะสามารถเพิ่มได้ถึง 1800 MHz สำหรับ Pixel rate เท่ากับ 101.2 GPixel/s และ Texture Rate เท่ากับ 354.4 GTexel/s ประสิทธิภาพรวมจะอยู่ที่ประมาณ 13 TeraFlops

 

สำหรับตัวการ์ดน่าจะมีความยาวอยู่ที่ 10.5 นิ้วในขนาดความกว้าง 2 สล็อตมีค่า TDP ประมาณ 200 W ต้องการพลังงานเพิ่มโดยมีช่อง 6-pin  และ 8-pin อย่างละตัวแต่ก็อาจมีการเพิ่มขึ้นมาอีกสำหรับการ์ดที่ไม่ใช่ต้นแบบเพื่อออกแบบมาสำหรับการ Overclock บนการ์ดจะมีพอร์ต HDMI และพอร์ต DisplayPort 3 ช่อง

 

สิ่งที่อาจจะดูแปลกไปสักเล็กน้อยจากข้อมูลก่อนหน้านี้คือตัวการ์ดจะใช้งานสถาบัตยกรรม Turing นั้นจะเปลี่ยนมาเป็น  Volta ที่เป็นข้อมูลเดิมซึ่งแปลกมากเมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ที่ได้บอกกับเราว่าสถาปัตยกรรมจะเลือกใช้งาน Turing ซึ่งนี่อาจจะเป็นข้อผิดพลาดของ MachineID จาก GPU-Z ที่ได้อ่านชื่อของสถาปัตยกรรมอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งตามที่คาดไว้แล้วว่า Turing จะเป็นสถาบัตยกรรมที่มาแทน Volta ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงาน และมีประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานที่ดีขึ้นของกราฟิกการ์ดรุ่นต่อไป

 

ในวันเปิดตัวที่คาดว่าจะเป็นการเปิดตัวของ NVIDIA Turing/Volta น่าจะอยู่ในช่วงเวลาของงาน Computex 2018 จากข้อมูลที่ออกมาก่อนหน้าซึ่งชี้ถึงการเปิดตัวในช่วงเวลาดังกว่าว ส่วนราคาของตัวกราฟฟิกการ์ดนั้นน่าอยู่มีราคาที่ประกาศของ MSRP ประมาณ $699-799 แต่สำหรับการจำหน่ายจริงนั้นอาจต้องดูความต้องการของผู้ที่ต้องการนำไปใช้ในการขุดเหมืองข้อมูลอีกรอบที่ถ้ามีความต้องการที่สูงอาจทำให้ราคาของตัวกราฟฟิกการ์ดอาจมีราคาที่ไม่เป็นไปตามการประกาศราคากลางจาก Nvidia

 

NVIDIA GeForce GTX 1180 Specifications

Wccftech GeForce GTX 1180 GTX 1080
Architecture Turing/Volta Pascal
Lithography 12nm FinFET 16nm FinFET
GPU GT104/GV104 GP104
Die Size unknown 314mm²
CUDA Cores 3584 2560
TMUs 224 160
ROPs 64 64
Core Clock 1405/1582 MHz 1607MHz
Boost Clock ~1800MHz (Expected) 1733MHz
Peak FP32 Performance ~13 TFLOPS 8.7 TFLOPS
Memory Interface 256-bit 256-bit
Memory 16 GB GDDR6 8GB GDDR5X
Memory Speed 12Gbps 10Gbps
Memory Bandwidth 384GB/s 320GB/s
TDP 200W 180W
Launch Q3 (July) 2018 July 20 2016
Launch MSRP ~$699 $599
$699 (Founder’s)

 

ที่มา : wccftech

Share This:

4.3K ผู้เข้าชม

การตื่นตัวของพลัง GPU แบบก้าวกระโดด ที่เหนือกว่า Pascal บนสถาปัตยกรรมใหม่ของ NVIDIA

 

 

Nvidia มีแนวโน้มที่จะเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดจากสถาบัตยกรรม Turing ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการก้าวกระโดดของกราฟฟิกการ์ดในรุ่นถัดไปที่รุ่นเรือธงจะมีความสามารถในการเล่นเกมส์ระดับ 4k 60fps ได้แบบสบายๆ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะใช้ชื่อว่า GTX 2080 แต่จากข้อมูลใหม่ที่ออกมาอาจจะเป็นชื่อ GTX 1180 ก็เป็นได้แต่ก็ยังไม่อาจยืนยันความแน่นอนใดๆ ได้ทั้งสิ้น
เมื่อไหร่จะเปิดตัว

 

 

เมื่อไหร่จะถึงการเปิดตัว

สำหรับในตอนนี้ Nvidia ยังไม่ได้ประกาศถึงชื่อที่จะนำมาใช้กับสถาปัตยกรรมรุ่นถัดไปของพวกเขาแต่จากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ทำให้สามารถคาดการณ์ถึงกราฟฟิกการ์ดรุ่นถัดไปที่ใช้งานสถาปัตยกรรม Turing ซึงคาดว่าจะใช้สถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับ Nvidia Volta ที่จะทำการถ่ายทอดประสิทธิภาพมาสู่กราฟฟิกการ์ดระดับเกมส์มิ่งได้หรืออาจบอกได้ว่า Turing เป็นชื่อสถาปัตยกรรมของ Volta ที่ใช้สำหรับเกมส์มิ่งก็ได้ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูแล้วอาจต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อในงาน GTC 2018 ที่ผ่านมานั้น Nvidia ที่ไม่มีการเอ่ยถึงสถาปัตยกรรมใหม่และแม้แต่แผนในการพัฒนา GPU ตัวใหม่ออกมาทำให้ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้สำหรรั้บกราฟฟิกตัวใหม่จาก Nvidia นั้นก็ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัด แต่น่าจะอยู่ในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 (ช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม)

 

 

อีกการยืนยันของการเปิดตัวของกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่จาก Nvidia นั้นมาจากทาง SK Hynix ได้ออกมาประกาศถึงการผลิตหน่วยความจำชนิด GDDR6 ที่เป็นหน่วยความจำชนิดใหม่สำหรับกราฟฟิกการ์ดที่จะมีประสิทธิภาพเป็น 2 เท่าของหน่วยความจำชนิด GDDR5x (รวมถึงขนาดด้วย) ซึ่งจะมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับหน่วยความจำชนิด HBM2 แต่ให้ความร้อนที่น้อยกว่า โดยมีการประกาศว่าจะสามารถส่งหน่วยความจำล็อตแรกได้ช่วงต้น่ของไตรมาสที่ 3 และอย่าลืมว่าหน่วยความจำชนิด GDDR6 นั้นไม่ได้มีแค่ SK Hynix เท่านั้นที่ผลิตได้ ยังคงจะมี Micron, Samsnug ฯลฯ ที่สามารถเข้าร่วมสู่การผลิต

 

 

 

การ์ดจอที่มีประสิทธิภาพมาพร้อมกับจอภาพที่ดี

สัญญาณอีกอย่างว่าน่าจะเปิดตัวในปีนี้คือการที่ ASUS ROG SWIFT PG27UQ และ Acer Predator X27 จะมีการเปิดตัวจอภาพความละเอียดระดับ 4K 144Hz ที่สนับสนุนเทคโนโลยี G-SYNC HDR ที่เป็นเทคโนโลยีจาก Nvidia หลังจากเลื่อนการเปิดตัวมาในช่วงกลางของปี พ.ศ. 2560 ซึ่งน่าจะมาจากความไม่พร้อมในเทคโนโลยีของ Nvidia เองที่น่าจะยังคงไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของการ์ดจอให้เหมาะสมกับจอภาพได้ แต่ดูจากสัญญาณนี้แล้วทำให้คาดว่า Nvidia ก็น่าจะมีความพร้อมแล้ว

 

 

สิ่งที่น่าเป็นกังวลอีกส่วนหนึ่งสำหรับเกมส์มิ่งแล้วคือถ้ามีการเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดออกมาจริงๆ แล้วจะสามารถซื้อการ์ดจอได้หรือไม่เพราะว่าในความเป็นจริงแล้วถ้าประสิทธิภาพจาก Nvidia ที่ออกมานั้นมีประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดจริงดังที่เห็นจากที่เห็นใน Volta แล้วจะสามารถซื้อทันกลุ่มผู้เกร็งกำไรหรือผู้ที่นำไปใช้ทำเหมืองข้อมูลหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้สู่สถานการณ์การฟฟิกการ์ดขาดตลาดก็เป็นได้ ใครที่เตรียมเงินซื้ออาจจะต้องมีการสั่งจองจากร้านค้าโดยตรงก่อนการเปิดจำหน่าย ซึ่งถ้าออกมาในรูปการณ์นี้แล้วเราอาจได้เห็นปรากกฎการณ์ใหม่ของการซื้อกราฟฟิกการ์ดก็เป็นได้

Nvidia GTX 1000/2000 Series

สำหรับกราฟฟิกการ์ดรุ่นถัดไปของ Nvidia สำหรับเกมส์มิ่งแล้วมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการนำสถาบัตยกรรม Volta มาใช้งานให้เหล่าเกมส์มิ่งในรหัส GV104 สำหรับ GTX 1080/2080 และ GV102 สำหรับ GTX 1080Ti/2080Ti อีกส่วนที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Volta ได้มีการสนับสนุนชุดคำสั่งใหม่จาก Microsoft ในส่วนของ DirectX 12 ที่เพิ่ม DirectX Raytracing ซึ่งเป็นการร่วมมือการพัฒนาร่วมกับ Volta-Specific RTX Tech ของ Nvidia เข้ามาด้วย ซึ่งน่าจะมีการถ่ายถอดเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาร่วมด้วยซึ่งทาง AMD เองก็ได้ยืนยันถึง DirectX Raytracing จะสามารถใช้งานร่วมกับกราฟฟิกการ์ดของตนได้เช่นกัน

 

Tensor Core เป็นอีกเทคโนยีหนึ่งที่จะมาพร้อมกับกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่ ซึ่งจะมาพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานต่อแกนประมวลผลที่ดีขึ้นอีกระดับ โดยมีการคาดการณ์ว่าสำหรับ GTX 2080 จะมีแกนประมวลผลหรือที่คุ้นชื่อว่า Cuda Core นั้นจะมีประมาณ 3,584 Cuda Texture 224 Units เท่ากับ GTX 1080Ti ที่ใช้ในปัจจุบัน

 

โหนดการผลิตที่เล็กลงที่จะนำมาใช้กับชิพกราฟฟิกตัวใหม่นั้นจะลดลงจาก 14 nm เป็น 12 nm ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในด้านความเร็วของตัวชิพดีขึ้นด้วยจะส่งผลให้ Base Clock ที่สูงขึ้นจากเดิม รวมถึงเทคโนโลี Boost Clock 4.0 ที่น่าจะเพิ่มเข้ามาหลังจากมีการใช้ Boost Clock 3.0 จากซีรี่ที่ผ่านมา

 

 

หน่วยความจำที่จะนำมาใช้นั้นมีความเป็นไปได้กว่า 90% ที่จะเลือกใช้งาน GDDR6 ที่จะเป็น HBM2 ที่มีราคาสูงกว่า และด้วยที่ GDDR6 นั้นมีตัวเลือกที่มากกว่าในส่วนของโรงงานผลิตเพราะเปิดกว้างกว่าไม่ว่าจะมาจาก Samsung, SK Hynix หรือ Micron ที่เป็นผู้ผลิตชิพหน่วยความจำรายใหญ่ แต่ในขณะนี้ก็ดูเหมือนว่า AMD ก็ให้ความสนใจในหน่วยความจำชนิด GDDR6 เช่นกัน

 

หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้หน่วยความจำได้ถูกเรียกใช้งานเพิ่มมากขึ้นทุกวัน หลักๆ นั้นคงหนีไม่พ้นกับความต้องการในการแสดงรายละเอียดของตัวเกมส์ที่ดีมากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงของพื้นผิวซึ่งต้องใช้งานหน่วยความจำที่มากขึ้น และยิ่งเป็นความละเอียดระดับ 4k ที่ต้องการพื้นผิวที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งน่าจะทำให้ความต้องการในส่วนของหน่วยความจำเพิ่มมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ว่ากราฟฟิกการ์ดตัวถัดไปจะมาพร้อมกับหน่วยความจำในขนาด 12 GB ใน GTX 2080 และ GTX 2080Ti น่าจะมีให้ในระดับ 15 GB

 

ราคาคือคำตอบของทุกสิ่ง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้คาดการณ์ได้ว่า Nvidia น่าจะทำราคามาช่วง $700 – $800 สำหรับ GTX 2080 Founders Edition ด้วยเทคโนโลยีที่เพิ่มเติมเข้ามานั้นไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรมาก รวมถึงขนาดของหน่วยความจำด้วยจึงไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรเลย และในส่วนของรุ่น Non-Ref จากพาร์ทเนอร์ต่างๆ น่าจะมีช่วงในระดับราคา $800 – $1000 ส่วน GTX 2070 จะมีในช่วงของระดับราคาเดียวกับ GTX 1080 ในช่วงของการเปิดตัว ซึ่งจากที่ผ่านมานั้นในส่วนของราคากราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่สำหรับ Nvidia เองแล้วก็มีการปรับปรุงระดับราคาเรื่อยมา

 

Final Conclusion : ทิศทางของการผลิตชิป GPU รุ่นใหม่ ดูเหมือนว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU อาจจะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่จำนวนที่เพิ่มของ Cuda Core หากแต่ว่าจะเน้นที่การขยายขีดความสามารถของ GHz Boost ที่ดีกว่าเดิม ส่วน GPU ที่เน้นการเพิ่ม Cuda Core จะยังคงเน้นไปที่ตลาดของ DL และ AI Computing ที่เน้นในการใช้งานกับเทคโนโลยีอื่นๆในชีวิตประจำวันมากกว่า เพราะต้องอาศัย Core ปัญญาประดิษฐที่มากๆในการช่วยกันคำนวณ ในความเห็นส่วนตัวแล้วเรากลับมองว่าเป็นยุทธิวิธีการเพิ่ม MHz มากกว่าการเพิ่ม Cuda มากๆ มันเป็นเรื่องในแง่ของการประหยัดต้นทุนเสียมากกว่า และยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU ในตลาดเกมมิ่งให้สูงขึ้นไปได้อีกระดับครับ

 

บทความเดิมก่อนหน้านี้กดอ่านได้ที่นี่

 

 

Share This: