2.2K ผู้เข้าชม

Nvidia GeForce RTX 2080 With GDDR6 8GB / RTX 2080 Ti With GDDR6 11GB

 

 

ขณะที่เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่การเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดจาก Nvidia ในซีรี่ GeForce 20 ซึ่งข้อมูลที่เพิ่มเติมออกมานั้นทำให้ดูเข้าใกล้ความเป็นจริงขึ้นไปทุกที…

Specs จากเว็บ Baidu

มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมโดยมีการยืนยันเป็นภาพของตารางรายละเอียดส่วนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นรายละเอียดของกราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่จาก Nvidia โดยคาดว่าจะประกอบด้วย

  1. Nvidia GeForce RTX 2080, GDDR6 8GB
  2. Nvidia GeForce RTX 2080 Ti, GDDR6 11 GB
  3. Nvidia GeForce Titan XX, GDDR6 12GB

สำหรับในส่วนของรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นจะมีคำว่า Direct กับ Virtual ซึ่งอาจจะทำให้หลายๆคนสงสัยได้ว่าคืออะไร โดยตามความหมายแล้ว Direct น่าจะหมายถึงกราฟฟิกการ์ดที่ถูกออกแบบและทำการผลิตโดย NVIDIA (Founders Edition) ส่วน Virtual มีความเป็นไปได้ที่จะออกแบบจากพันธมิตรในรูปแบบ Non-Ref และมีความน่าสนใจอีกว่าในทุกๆ รุ่นนั้นมีการเพิ่มพอร์ตสำหรับการแสดงผลเพิ่มเติมมาด้วยนอกเหนือจาก Display Port และ HDMI ที่มีเป็นปกติ แต่มีการเพิ่มเติมในส่วนของ USB Type-C เข้ามาแทนที่ DVI ที่โดยปกติแล้วจะมีการติดตั้งเข้ามาด้วย

แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่น่าผิดหวังเล็กน้อยจากความคาดหวังเดิมนั้นที่ว่าในการฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่จาก Nvidia นั้นจะมีการติดตั้งหน่วยความจำในขนาดที่มากขึ้นจากเดิม แต่กลับเป็นว่าในข้อมูลที่เพิ่มเติมมาล่าสุดนั้นหน่วยความจำที่ใช้จะมีขนาดของความจุที่เท่ากับ GeForce 10 Series ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนของชนิดหน่วยความจำเป็น GDDR6 เข้ามาแทนที่ ซึ่งน่าจะช่วยส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของกราฟฟิกการ์ดนั้นเพิ่มมากขึ้นด้วย

 

TPU Specs

เพื่อให้เกิดความแน่ใจเพิ่มมากขึ้นเมื่อดูจากฐานข้อมูลจาก GPU-Z ที่มีออกมานั้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลที่ออกมาข้างต้นแล้ว นี่ก็ถือเป็นหลักฐานได้ว่า RTX 2080 Ti, TITAN และ RTX 2080 มีความเป็นไปได้อย่างมาก ซึ่งจาก Clock Speed ของหน่วยความจำที่มีการใช้งานถึง 7000MHz แล้วจะทำให้ตัวหน่วยความจำมีความเร็วถึง 14 Gbps เช่นเดียวกับ Quadro RTX Series ซึ่งข้อมูลจากไดร์เวอร์เมื่อเทียบกับแล้วในส่วนของ 1E87 ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า GeForce RTX 2080 นั้นจะใช้งานหน่วยความจำชนิด GDDR6 ขนาด 8GB ไม่ใช่ 10/12/16GB อย่างที่ได้ลือกันไว้ในตอนแรก

 

ในเว็บไซต์ของ techpowerup ได้มีการปรับปรุงข้อมูลทีสอดคล้องกันซึ่งแสดงรายละเอียดได้ดังนี้

 

Quadro Specs

จากข้อมูลที่ออกมาของ Quadro RTX 5000 นั้นเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลเดิมนั้นทำให้สามารถเทำการเพิ่มการเปรียบเทียบถึงข้อมูลของตัว GeForce Series ได้มากขึ้นซึ่งสามารถตั้งข้อสมมุติถึงกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่ได้ดังนี้

Quadro VS GeForce

Quadro 5000 Series
Quadro RTX 5000 P5000 M5000 K5200 K5000
Architecture Turing Pascal Maxwell Kepler Kepler
GPU Turing x04 GP104 GM204 GK110 GK104
CUDA Cores 3072 2560 2048 2304 1536
Base Clock ? 1607 MHz 861 MHz 667 MHz 706 MHz
Boost Clock ? 1733 MHz 1038 MHz 771 MHz ?
Memory Clock ? 1126 MHz 1653 MHz 1500 MHz 1350 MHz
Memory 16GB G6 16GB G5X 8GB G5 8GB G5 4GB G5
Memory Bus 256-bit 256-bit 256-bit 256-bit 256-bit
TDP ? 180W 150W 150W 122W

 

GeForce x80 Series
GeForce RTX 2080 GTX 1080 GTX 980 GTX 780 GTX 680
Architecture Turing Pascal Maxwell Kepler Kepler
GPU Turing x04 GP104 GM204 GK110 GK104
CUDA Cores 3072 2560 2048 2304 1536
Base Clock ? 1607 MHz 1126 MHz 863 MHz 1006 MHz
Boost Clock ? 1733 MHz 1216 MHz 900 MHz 1058 MHz
Memory Clock ? 1251 MHz 1750 MHz 1500 MHz 1502 MHz
Memory 8GB G6 8GB G5X 4GB G5 3GB G5 4GB GD5
Memory Bus 256-bit 256-bit 256-bit 384-bit 256-bit
TDP ? 180W 165W 250W 192W

อาจจะเป็นการเร็วเกินไปที่จะสรุปให้เห็นถึงข้อกำหนดทั้งหมดแต่ว่าเมื่อดูจากข้อมูลที่มีมาแล้วนั้น NVIDIA จะเลือกใช้งาน CUDA FP32 ซึ่งรวมถึงจำนวน CUDA ด้วยสำหรับการ์ดทั้งสองรูปแบบ นับได้ว่าเป็นสิ่งที่เดียวที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดในรุ่นของกราฟฟิกการ์ดทั้งสองรูปแบบตลอด 4 รุ่นที่ผ่านมา ดังนั้นจึงไม่น่ามีการเปลี่ยนไปสำหรับ GPU Turing ที่จะออกมาใหม่ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพอีกด้วย รวมถึงยังคงต้องรอการยืนยันของ GPU Turing ที่จะมีการเพิ่มเติมในส่วนของ RT (ray tracing) cores และ Tensor cores ที่จะถูกนำมาเพิ่มเติมอีกด้วย (ถ้ามีการเปิดการใช้งาน) ซึ่งอาจจะเป็นการเร็วเกินไปที่จะกล่าวถึงประสิทธิภาพทั้งหมดที่มีในตัวของ GPU Turing ในขณะนี้

กล่าวโดยสรุป

จากข้อมูลในขณะนี้จากเว็บ Baidu มีการอ้างอิงจากสมาชิกว่ามีข้อมูลจำนวนมากจากพันธมิตรในส่วนของ RTX 2080 จะมีราคาประมาณ $649 และมีประสิทธิภาพที่มากกว่า TITAN V รวมถึงที่ว่า RTX 2080 จะประกอบด้วย CUDA 3072 ตามรายการด้านบนที่ได้เปรียบเทียบในส่วนของ Quadro กับ GeForce ไว้

GT/TU/RT Turing จาก NVIDIA นั้นยังไม่ได้ยืนยันชื่อรหัสของ GPU ตัวใหม่นั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงได้เป็นถึงชื่อรหัสของ GPU เป็นจำนวนมากในขณะนี้

ความเร็วของสัญญาณนาฬิกาน่าจะอยู่ที 1920 MHz ซึ่งน่าจะทำการ Overclock ได้มากถึง 2000 MHz สำหรับ Ref-Card ส่วน Non-Ref นั้นน่าจะมีการปรับแต่งความเร็วมาได้มากถึง 2100 ถึง 2200 MHz ส่วนการ Overclock ด้วยตนเองนั้นคาดว่าจะทำได้ที่ประมาณ 2500 MHz ซึ่งไม่น่าจะยากเย็นมากนัก

ยังคงไม่มีไดรเวอร์ในขณะนี้ถือได้ว่าเป็นเหตุผลที่ไม่มีการรั่วไหลของประสิทธิภาพของกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่จาก NVIDIA ซึ่งยังไม่ได้เปิดตัวไดรเวอร์ที่ถือได้ว่าเป็นขั้นสุดท้ายสำหรับการเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดทำให้จะยังคงไม่ได้เป็นถึงผลการทดสอบในขณะนี้แต่ก็เป็นที่คาดการ์ดได้ว่า RTX 2080 นั้นจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า GTX 1080Ti ประมาณ 7-15%

ที่มา : videocardz BaiduBaiduTechPowerUP #1#2

Share This:

4.4K ผู้เข้าชม

NVIDIA Teases GeForce RTX 2080

ผิดทั้งหมดไม่ใช่ GeForce GTX1180 หรือ GTX2080 แต่สุดท้ายคือ GeForce RTX 2080

ทั้งนี้ทั้งนั้นจากการคาดเดาที่ผ่านมาก็ไม่ได้ผิดเสียทั้งหมด นั่นคือ Nvidia เลือกที่จะใช้งานชื่อ 2080 ไม่ใช่ 1180 ่ได้เพิ่มเติมส่วนผสมเข้ามาใหม่ก็คือ RTX ซึ่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่ากำลังจะมาแทนที่ GTX ที่เริ่มใช้มาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนเปลี่ยนถ่ายมาใช้สล็อตแบบ PCI-E ในแบบปัจจุบัน (รุ่นเริ่มแรกคือ GeForce 6800) จากจากยืนยันจากข้อความจาก NVIDIA ในเวลานี้

ข้อความจากในคลิป (อยู่ด้านล่าง)

  • RoyTeX = RTX
  • Not_11 = clearly not 11
  • Mac-20 = 20 Series
  • Eight-Tee = 80
  • AlanaT = Alan Turing
  • Zenith20 = 20 series
  • Ray = RTX
  • give me 20
  • GPS coordinates: “50.968495,7.014026” describe launch location
  • Rolling date numbers appear in the order of 2,0,8,0

 

วิดีโอทำให้เห็นถึงการออกแบบระบบระบายความร้อนที่ดูเหมือนจะคล้ายกับ Quadro RTX ซึ่งในวิดีโอยังทำให้เห็นภาพของฮิตซิ้งและด้านหลังของตัวการ์ด

 

งานเปิดตัวจะจัดขึ้นที่ Cologne ในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลแบบเต็มรูปแบบ ส่วนการจำหน่ายน่าจะเร็วสุดจะอยู่ในช่วงปลายเดือน

ที่มา : videocardz

Share This:

1.8K ผู้เข้าชม

คาดว่า Nvidia GeForce GTX 1180 จะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมนี้

 

กราฟิกการ์ด GeForce GTX 1180 ที่คาดว่าจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุดของ NVIDIA จะใช้งานสถาปัตยกรรม Turing มีการคาดการ์ว่าจะมีการเปิดตัวในวันที่ 15 มิถุนายนนี้โดยมีแผนที่จะวางจำหน่ายในการ์ดรูปแบบของ Founder’s Edition ก่อนภายในเดือนกรกฎาคมและจะมีแบบ Non-Ref ในรูปแบบต่างๆจากค่ายพันธมิตร AIB ของ NVIDIA ภายในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนนี้

 

NVIDIA’s Titan Xp สู่ GeForce GTX 1180

 

เมื่อเดือนที่แล้วได้มีการเผยแพร่รายละเอียดสำหรับ GTX 1180 จากข้อมูลที่มีการรั่วไหลออกมาตามข่าวลือคาดว่าประสิทธิภาพของตัวการณ์ดนั้นจะไม่ยิ่งย่อนไปกว่า GTX Titan Xp และจะมีประสิทธิภาพเหนือกว่า 1.5 เท่าของ GTX 1080 ถ้าอ้า่งอิงตามแหล่งข่าวจาก Tom’s Hardware ที่มีการอ้างอิงไว้ว่า NVIDIA จะมีการเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ของ GeForce รุ่นต่อไปสำหรับการใช้งานเล่นเกมในช่วงซัมเมอร์นี้สำหรับ Desktop และในฤดูใบไม้ร่วงสำหรับ Notebook

 

คาดว่า Nvidia จะเริ่มทดสอบ GPUs และหน่วยความจำชนิด GDDR6 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนนี้และคาดว่าจะเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดจากสถาบัตยกรรม Turing ซึ่งจะใช้ชื่อรหัสรุ่น 11 ซึ่งรุ่นสูงสุดที่จะเปิดตัวออกมาก่อนจะใช้ว่า GTX 1180 จะมาในเดือนกรกฎาคมส่วน GTX 1170 จะเปิดตัวในเวลาเดียวกันและคาดว่าจะวางจำหน่ายได้ในช่วงสองสามสัปดาห์หลังจากการเปิดตัว

 

Bill Of Materials Release Start
Engineering Validation 1-2 weeks
Design Validation Testing 2 weeks
First Working Sample 1-2 weeks
Electromagnetic Interference Testing less than week
Production Validation 2-3 weeks
Final BIOS a few days
Mass production and shipping a few days

 

แน่นอนไหม

 

สิ่งที่หลายๆ คนนั่งรอจนคาดว่าในเวลานี้อาจจะเซ็งไปกันบ้างแล้วหลังจากที่ Nvidia ได้เปิดตัวกราฟฟิกการ์ด GTX1080/1070 ก็ผ่านมาร่วม 2 ปี คงต้องบอกว่าถึงเวลาแล้วที่ทาง Nvidia จะมีการขยับแข้งขาบ้าง แต่เมื่อพิจารณาจากกรณีที่ช่วงก่อนหน้านี้กราฟฟิกการ์ดได้ถูกจำหน่ายออกมาอย่างล้นในตลาดอย่างมาก อาจจะทำให้ทางผู้ค้าอาจต้องฉุกคิดเสียหน่อยด้วยที่ในปีนี้ปีเดียวก็มีการนำเข้ากราฟฟิกการ์ดเข้ามาจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่นในประเทศไทยเฉพาะบริษัทเอสเทรค ก็มีการนำเข้ากราฟฟิกการ์ดกว่า 500,000 ตัว ซึ่งยังไม่รวมกราฟฟิกการ์ดจากผู้นำเข้าอื่นๆ และที่มีการสั่งซื้อเข้ามาด้วยตนเองอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะมีกราฟฟิกการ์ดที่นำเข้าในปีนี้กว่า 2,000,000 ตัว

 

การที่มีกราฟฟิกการ์ดอยู่ในตลาดระดับนี้น่าจะทำให้เกิดความอิ่มตัวในตลาดค่อนข้างสูง และด้วยราคาของเหรียญดิจิตอลที่ยังทรงตัวอยู่ไม่ได้มากเหมือนช่วงก่อนน่าจะทำให้การเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่นั้นเป็นเรื่องที่น่าหนักใจไม่น้อย เพราะถ้ายังคงจำกันได้ในสมัยช่วงที่เหรียญดิจิตอลขาขึ้นสมัยที่กราฟฟิกการ์ดของ AMD R9 200 – 300 Series นั้นมีการขาดตลาดค่อนข้างมากสำหรับกราฟฟิกการ์ดจากทาง AMD ซึ่งเมื่อราคาของเหรียญดิจิตอลลดลงนั้นทำให้การจำหน่ายกราฟฟิกการ์ดมือหนึ่งจาก AMD R9 300 Series นั้นค่อนข้างลำบากอยู่บ้างด้วยที่ว่าผู้ใช้งานหันไปคบซื้อของที่ปล่อยจากตลาดของมือสองแต่ยังมีประกันอยู่ แต่สำหรับในช่วงปีที่ผ่านมานั้นมีความต้องการสูงกว่ามากซึ่งถ้ามีการเทขายกราฟฟิกการ์ดออกมาก็อาจจะมีการซ้ำรอยของเหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง

 

แต่ถึงกระนั้นแล้วคาดว่าในปีนี้ก็คงต้องถึงเวลาของผลิตภัณฑ์ใหม่แล้วจากทั้งสองค่ายที่จะออกมายั่วใจใครหลายๆ คนที่รอจับจ่ายอยู่ ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมาในช่วงเวลาดังกล่าว ถ้าไม่ได้มีการเปิดตัวในปีนี้นั้น อาจจะส่งผลถึงรายได้ของทาง Nvidia เอง แต่จะตามเวลาดังกล่าวหรือไม่นั้นก็คงต้องรอตามกันอย่างใกล้ชิดอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง ซึ่งทางผู้ผลิตเองคงจะมีการคำนวนเวลาที่เหมาะสมในการเปิดตัวต่อไปเพื่อให้มียอดจำหน่ายที่ดีต่อทางบริษัทมากที่สุด

 

ที่มา : wccftech

Share This:

3.1K ผู้เข้าชม

NVIDIA GeForce GTX 1050 3GB

 

 

ปัญหาใหญ่ที่สุดที่พบได้ของ GeForce GTX 1050 คือขนาดของหน่วยความจำที่มีเพียง 2GB ซึ่งไม่สามารถรองรับรายละเอิียดของพื้นผิวที่มีความละเอียดสูงได้ ทั้งที่ตัวกราฟฟิกการ์ดเองยังพอจะมีกำลังเหลือในการขับเคลื่อนตัวเกมได้อยู่แต่ติดปัญหาที่หน่วยความจำ ซึ่งดูแล้วทาง Nvidia ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าวจึงน่าจะมีการออกกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ถ้าตามที่ Expreview ได้ระบุถึง NVIDIA กำลังจะมีการเปิดตัวกราฟฟิกการ์ด GTX 1050 ขนาดของหน่วยความจำ 3GB ซึ่งจะเป็นกราฟฟิกการ์ดคั่นระหว่าง GTX 1050 2GB และ GTX 1050 Ti 4GB อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาดูแล้วถ้ามีการเปิดจำหน่ายจริงแล้วถ้าดูจากตัวชิพและ Memory Bus แล้วน่าจะเป็นการนำชิพตัว GTX 1050 Ti ลดในส่วนของ Memory Bus ออก 1 ชุดทำให้เหลือความกว้างเพียง 96 Bit และลดหน่วยความจำลง 1 GB ด้วย

 

NAME GPU CUDA Cores Memory Memory Bus
GTX 1080 Ti GP102-350
 3584
 11GB GDDR5X
 352-bit
GTX 1080 (11Gbps) GP104-400 (410)
2560
8GB GDDR5X
 256-bit
GTX 1070 Ti GP104-300
2432
 8GB GDDR5
 256-bit
GTX 1070 GP104-200
 1920
 8GB GDDR5
 256-bit
GTX 1060 6GB (9Gbps) GP106-400 (410)
 1280
 6GB GDDR5
192-bit
GTX 1060 5GB GP106-350
 1280
 5GB GDDR5
160-bit
GTX 1060 3GB GP106-300
 1152
 3GB GDDR5
192-bit
GTX 1050 Ti 4GB GP107-400
768
 4GB GDDR5
 128-bit
GTX 1050 3GB GP107-?
 640
 3GB GDDR5
 96-bit
GTX 1050 2GB GP107-300
 640
 2GB GDDR5
128-bit
GT 1030 2GB GP108-310
 384
 2GB GDDR5
 64-bit

 

ข้อมูลจาก Expreview มักจะเป็นที่ถูกต้องเมื่อมีการประกาศแปลก ๆ แต่แหล่งที่มานี้ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีกราฟฟิกการ์ดดังกล่าวออกมาสู่ตลาดหรือไม่ หรือจะเพียงแค่กราฟฟิกการ์ดที่จัดจำหน่ายให้เพียงเฉพาะตลาด(OEM) แต่สำหรับ GTX 1050 3GB แล้วอาจเป็นอีกหนึ่งตัวที่เปิดตัวเพียงในประเทศจีนเท่านั้นหลังจากความเป็นจริงว่าที่ว่าเพิ่งเปิดตัว GTX 1060 6GB ซึ่งเป็นรุ่นที่มีการปรับลดขนาดของหน่วยความจำลดลงเหลือเพียง 5GB ซึ่งความกระจ่างชัดจริงๆ คงต้องรอดูข้อมูลเพิ่มเติมที่งาน Computex 2018 ในเดือนหน้าที่จะถึงนี้

 

ที่มา : videocardz

Share This:

4.2K ผู้เข้าชม

เผยข้อมูล NVIDIA GeForce GTX 1180 With Finfet 12nm จากฐานข้อมูล GPU ของ TechPowerUp

 

 

ดูเหมือนว่าในวันนี้มีข้อมูลหลุดออกมาของกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ของ NVIDIA GeForce GTX 1180 ถูกเพิ่มลงในฐานข้อมูล GPU บนเว็บไซต์ TechPowerUp จากข้อมูลที่พบมีความชัดเจนมากถึงข้อมูลในด้านวิศวกรรมและทำให้เห็นสิ่งต่างๆ ของตัว GPU เช่นความเร็วนาฬิกาดีขึ้น และนั่นหมายความว่า GPU กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายก่อนเปิดตัวซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในงานใหญ่ที่สุดคือ Computex 2018 ซึ่งข้อมูลทั้งหมดที่หลุดออกมาทั้งหมดได้ชี้ไปที่การเปิดตัวในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

 

ข้อมูล ราคาและวันวางจำหน่ายของ NVIDIA GeForce GTX 1180

 

จากข้อมูลของ GPU แสดงให้เห็นถึงข้อมูลจำเพาะของกราฟิกการ์ดซึ่งส่วนใหญ่ก็เหมือนกับข้อมูลที่เผยออกมาก่อนหน้านี้ที่เราเคยเห็นมาก่อน สำหรับการ์ดจอ NVIDIA GTX 1180 จะผลิตขึ้นขึ้นในโหนด FinFET ขนาด 12nm ของ TSMC ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดการประสิทธิภาพของพลังงานได้อย่างดี ส่วนจำนวนของ Cuda Core ที่แน่นอนในตอนนี้น่าจะเท่ากับ 3584 CUDA ส่วนอื่นๆ ก็มีเช่น 28 SM 64 ROPs และ 224 TMUs ส่วนหน่วยความจำบนตัวการ์ดเลือกใช้งาน GDDR6 ซึ่งจะมีขนาด DRAM มากถึง 16 GB

 

 

ความเร็วของสัญญาณนาฬิกามีค่า 12 GHz ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสถาบัตยกรรม Pascal แต่ก็โปรดจำไว้ว่าความเร็วของสัญญาณนาฬิกาของหน่วยความจำจะสามารถทำความเร็วได้ค่อนข้างมาก ส่วนสัญญาณนาฬิกาหลักของ GPU จะมีความเร็ว 1405 MHz และสามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 1582 MHz เหมือนกับสถาบัตยกรรม Pascal อย่างไรก็ตามความเร็วของสัญญาณนาฬิกาที่เพิ่มขึ้นน่าจะเป็นผลมาจากการใช้โหนดการผลิตที่เล็กลงด้วย ซึ่งน่าจะสามารถเพิ่มได้ถึง 1800 MHz สำหรับ Pixel rate เท่ากับ 101.2 GPixel/s และ Texture Rate เท่ากับ 354.4 GTexel/s ประสิทธิภาพรวมจะอยู่ที่ประมาณ 13 TeraFlops

 

สำหรับตัวการ์ดน่าจะมีความยาวอยู่ที่ 10.5 นิ้วในขนาดความกว้าง 2 สล็อตมีค่า TDP ประมาณ 200 W ต้องการพลังงานเพิ่มโดยมีช่อง 6-pin  และ 8-pin อย่างละตัวแต่ก็อาจมีการเพิ่มขึ้นมาอีกสำหรับการ์ดที่ไม่ใช่ต้นแบบเพื่อออกแบบมาสำหรับการ Overclock บนการ์ดจะมีพอร์ต HDMI และพอร์ต DisplayPort 3 ช่อง

 

สิ่งที่อาจจะดูแปลกไปสักเล็กน้อยจากข้อมูลก่อนหน้านี้คือตัวการ์ดจะใช้งานสถาบัตยกรรม Turing นั้นจะเปลี่ยนมาเป็น  Volta ที่เป็นข้อมูลเดิมซึ่งแปลกมากเมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ที่ได้บอกกับเราว่าสถาปัตยกรรมจะเลือกใช้งาน Turing ซึ่งนี่อาจจะเป็นข้อผิดพลาดของ MachineID จาก GPU-Z ที่ได้อ่านชื่อของสถาปัตยกรรมอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งตามที่คาดไว้แล้วว่า Turing จะเป็นสถาบัตยกรรมที่มาแทน Volta ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงาน และมีประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานที่ดีขึ้นของกราฟิกการ์ดรุ่นต่อไป

 

ในวันเปิดตัวที่คาดว่าจะเป็นการเปิดตัวของ NVIDIA Turing/Volta น่าจะอยู่ในช่วงเวลาของงาน Computex 2018 จากข้อมูลที่ออกมาก่อนหน้าซึ่งชี้ถึงการเปิดตัวในช่วงเวลาดังกว่าว ส่วนราคาของตัวกราฟฟิกการ์ดนั้นน่าอยู่มีราคาที่ประกาศของ MSRP ประมาณ $699-799 แต่สำหรับการจำหน่ายจริงนั้นอาจต้องดูความต้องการของผู้ที่ต้องการนำไปใช้ในการขุดเหมืองข้อมูลอีกรอบที่ถ้ามีความต้องการที่สูงอาจทำให้ราคาของตัวกราฟฟิกการ์ดอาจมีราคาที่ไม่เป็นไปตามการประกาศราคากลางจาก Nvidia

 

NVIDIA GeForce GTX 1180 Specifications

Wccftech GeForce GTX 1180 GTX 1080
Architecture Turing/Volta Pascal
Lithography 12nm FinFET 16nm FinFET
GPU GT104/GV104 GP104
Die Size unknown 314mm²
CUDA Cores 3584 2560
TMUs 224 160
ROPs 64 64
Core Clock 1405/1582 MHz 1607MHz
Boost Clock ~1800MHz (Expected) 1733MHz
Peak FP32 Performance ~13 TFLOPS 8.7 TFLOPS
Memory Interface 256-bit 256-bit
Memory 16 GB GDDR6 8GB GDDR5X
Memory Speed 12Gbps 10Gbps
Memory Bandwidth 384GB/s 320GB/s
TDP 200W 180W
Launch Q3 (July) 2018 July 20 2016
Launch MSRP ~$699 $599
$699 (Founder’s)

 

ที่มา : wccftech

Share This:

266 ผู้เข้าชม

Nvidia เปิดเผยประสิทธิภาพ RTX Raytracing ของ Volta GPU

 

 

เทคโนโลยี RTX Raviaring สำหรับ Nvidia ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากงาน GDC ที่ผ่านมาส่งผลให้นักพัฒนาสามารถนำไปเร่งกระบวนการทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ภาพที่งดงามยิ่งขึ้นในแบบเรียลไทม์ ด้วยการเพิ่มเติมเทคโนโลยีของ DirectX 12 DXR (DirectX Raytracing) จาก Microsoft ทำให้ยืนยันได้ว่า Raytracing สามารถทำงานได้บนการ์ดกราฟิกใดๆ ที่รองรับ DirectX 12 ทำให้หลายคนสงสัยว่าเทคโนโลยี RTX จะส่งผลต่อกราฟฟิกการ์ดจาก Nvidia ในแง่ของผลต่อประสิทธิภาพเท่าไหร่กันแน่

แรงขึ้น 8 เท่าจากของเดิม

Nvidia เพิ่งเปิดตัว Blog สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์เกี่ยวกับ Nvidia Optix Raytracing และเทคโนโลยี RTX Raviaring เพื่อให้ผู้ที่กำลังทำการพัฒนาสามารถได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์งานให้มีประสิทธิภาพที่สามารถดึงความสามารถฮาร์ดแวร์ของ Nvidia ได้มากที่สุด จากกราฟที่แสดงนี้เปรียบเทียบการทำงานส่วนใหญ่ของ GPU Quadro รุ่นปัจจุบันของ Nvidia ซึ่งรวมถึง Quadro GV100 ที่ขับเคลื่อนด้วยสถาบัตยกรรม Volta ด้วย

RTX นั้นเป็นการรวมเอาเทคโนโลยี Optix AI Denoising ของ Nvidia เข้ากับ Tensor cores ที่อยู่ภายใน GPU ของ Volta ซึ่งเป็นสิ่งที่ Nvidia ได้ระบุไว้ถึงประสิทธิภาพที่จะเพิ่มขึ้น 3 เท่าในการทำงานของ Rytracing ที่มีเหนือต่อฮาร์ดแวร์รุ่นเดิม แต่ถ้าพิจารณาโดยละเอียดแล้ว GPU จาก Pascal และ P6000 ของ Nvidia ก็มีประสิทธิภาพที่เพิ่มมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับ Quadro P2000 ในขณะที่ Quadro GV100 มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า

Tensor cores เตรียมผสานสู่ตลาดเกมเมอร์

ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าผลการทดสอบประสิทธิภาพที่มาจากทาง Nvidia ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นโดยใช้งานเทคโนโลยี RTX เมื่อดูแล้วผลที่ได้นั้นน่าประทับใจมากจนไม่น่าเป็นไปได้ที่ GPU สำหรับการใช้งานทั่วไปโดยเฉพาะการเล่นเกมในยุคหน้า Nvidia จะปล่อยออกมาโดยไม่มีการผสาน Tensor cores เข้าไปด้วย เพราะเทคโนโลยีนี้มีแนวโน้มว่า Nvidia จะยังคงผลักดันการใช้ Raytracing ในหมู่นักพัฒนาวิดีโอเกมซึ่งจะช่วยให้ Nvidia ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของตนเพื่อสร้างผลกำไรต่อไปในตลาด GPU

RTX Raviaring ที่ถูกกล่าวถึงใน GTC ก็ยังมีความเป็นไปได้อีกว่า Nvidia ก็จะใช้เทคโนโลยี RTX เพื่อเข้าสู่ตลาดแอนิเมชั่นซึ่งใช้ซีพียูแบบเดิมในการสร้างภาพ ซึ่งกระบวนการใช้งาน Volta GPU ด้วยเทคโนโลยี RTX Nvidia มีโอกาสที่จะขาย GPU ในกลุ่มผู้ใช้งานเวิร์คสเตชันในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นและน่าจะส่งผลให้อัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่มีศักยภาพสำหรับ Nvidia ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอีกช่องทางหนึ่ง

ที่มา : overclock3d

Share This:

6.4K ผู้เข้าชม

ราคาการ์ดจอของ NVIDIA และ AMD ลดลงราว 25% จากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

 

หลังจากช่วงเวลาที่ยาวนานและความลำบากในการหาซื้อกราฟฟิกกาณ์ดมาใช้งานจากการขาดแคลนของกราฟิกการ์ดในตลาดที่มีผลกระทบต่อทั้ง AMD และ NVIDIA ดูเหมือนว่าอุปทานในตอนนี้จะเริ่มเข้าสู่สถานะการณ์ปกติ ซึ่งในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมานับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าหงุดหงิดทุกครั้งที่จะพบว่ามีการปรับปรุงราคาเพิ่มขึ้นของราคาการ์ดจอ

 

GPU NVIDIA และ AMD ปรับราคาลดลงราว 25% ในเดือนมีนาคม

วันนี้นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่มีความน่ายินดีที่จะบอกถึงข่าวดีว่าอุปทานกำลังเริ่มฟื้นตัวขึ้นและในที่สุดราคาของกราฟฟิกการ์ดกำลังเริ่มจะกลับมาสู่ระดับปกติ ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีการปรับลดราคาลงถึงหนึ่งในสามของราคากราฟิกการ์ดระดับไฮเอนด์เช่น GTX 1080 Ti ของ NVIDIA และ AMD Vega 64 ในราคาของการ์ดจอระดับกลางยังพบว่าราคาลดลงเช่นเดียวกัน อันที่จริงแล้วกราฟิกการ์ดระดับไฮเอนด์ที่พบในเว็บไซต์ Amazon ได้ลดลงจากช่วงสูงสุดในระดับ 15-30% โดยมีราคาเฉลี่ยลดลงประมาณ 25 %

 

 

สำหรับกราฟฟิกการ์ด AMD Radeon RX 500 Series และ VEGA Series รวมถึงการ์ดแสดงผล NVIDIA GeForce GTX 10 Series มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นในเว็บไซต์ Amazon.com และ Newegg.com มากกว่าที่เคยเป็นมาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

 

การปรับปรุงราคาในครั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเครื่อง ASIC จาก Bitman ที่สามารถนำมาขุดเหมืองข้อมูลในสกุล Ethereum ซึ่งส่งผลให้ค่า Diff ของ Ethereum สูงขึ้นส่วนหนึ่ง และทำให้ GPUs ที่ใช้งานอยู่เกือบทั้งหมดดูล้าสมัยในการทำเหมือง Ethereum ที่เป็น Cryptocurrency ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้ใช้งานทำเหมือง GPU ด้วยราคาที่ลดลงมาส่วนหนึ่งน่าจะมาจากข่าวลือของ NVIDIA ที่เตรียมตัวในการเปิดตัวกราฟิกการ์ด GeForce GTX 11 Series ที่จะมีขึ้นในระหว่างไตรมาสที่สองหรือสามในปีนี้

 

ในบ้านเราก็ปรับตัวลงเช่นกัน

 

จะพบได้ว่าสำหรับประเทศไทยแล้วก็มีการปรับตัวลงเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นจะพบว่าร้านค้ามีการปรับลดราคาของ Nvidia ในรุ่น GeForce GTX1060 3GB ลงมาต่ำกว่าหนึ่งหมึ่นบาท ส่วน GTX 1060 6GB นั้นก็ปรับตัวลงเช่นกันสำหรับบางยี่ห้อหาซื้อได้ในราคา 10,xxx บาท แล้ว โดยตัวที่สูงขึ้นมาหน่อยอย่าง GTX 1070 ก็ปรับราคาลงมาที่ 17,xxx บาท ตามด้วย GTX 1070 Ti ก็อยู่ในเลท 18,xxx บาท เช่นกัน แต่สำหรับ GTX 1080 และ 1080Ti ยังไม่ค่อยมีการเปิดตัวเลือกมากนัก ทำให้ยังไม่ค่อยเห็นการแข่งขันด้านราคาเท่าที่ควร

 

ด้านของ AMD นั้นราคาของ Radeon RX VEGA 56 และ 64 เริ่มปรับราคาลงมาโดยมีราคาเริ่มต้นที่ 22,xxx บาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเปิดตัวบ้างแล้ว แต่ราคาของ RX 580/570 นั้นก็ปรับราคาลงเช่นกันแต่ยังห่างจากราคาเปิดตัวอยู่บ้าง แต่ก็มีตัวเลือกมากขึ้นในตลาด แต่ก็มีบางตัวที่เริ่มลดราคาลงมาบ้างอย่าง POWERCOLOR Radeon RX 580 8GB Red Devil Golden ที่ปรับราคามาที่ 16,xxx บาท



ที่มา : wccftech

Share This:

1.5K ผู้เข้าชม

Nvidia CEO แสดงจุดยืน Cryptocurrency Mining ว่า “ไม่ใช่จุดมุ่งหมายในธุรกิจของเรา”

 

 

มีความสนใจในตลาด Cryptocurrency หรือ Crypto Mining ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาบางคนอาจจะรู้สึกประหลาดใจที่ NVIDIA ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแย่งชิงตลาดในส่วนนี้ ซึ่งในงาน GPU Technology Conference (GTC) ประจำปี 2018 เมื่อดูจากที่สินค้าของบริษัทมีความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานที่นำไปทำเหมืองข้อมูล ทำให้ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีความต้องการ GPU ของ NVIDIA สูงมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับบริษัทเอง ส่งผลให้บริษัทเองนั้นยากต่อการเก็บกราฟิกการ์ดไว้ในสต็อกสำหรับนักเล่นเกมส์และผู้ใช้ประเภทอื่น

GPUs มีดีกว่า ASICs

หลังจากการสังเกตว่าการทำเหมือง Cryptocurrency นั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของธุรกิจ GPU จาก NVIDIA ซึ่ง CEO ปัจจุบัน Jensen Huang ได้กล่าวเกี่ยวกับตลาด Bitcoin ไว้ว่า “เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ Bitcoin เลยซึ่ง Bitcoin จะใช้งานโดย ASICs ในปัจจุบันเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจาก GPU ที่สามารถจัดการกับระบบการประมวลผลระดับสูงได้จากการทำงานอย่างอย่างลึกซึ้งกว่านำไปสู่สิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะ ในขณะที่ ASICs เป็นวงจรที่มีประสิทธิภาพเฉพาะสำหรับแอพพลิเคชันที่ออกแบบมาสำหรับงานเดียว”

คาดว่าการทำเหมืองข้อมูลแบบ Cryptocurrency มีผลอย่างน้อย 6% ของยอดขายรวม GPU ในปีที่แล้วและจำนวนดังกล่าวก็จะเพิ่มขึ้นในปีนี้ จากในกรณีที่ NVIDIA มีความสามารถที่ทำได้ดีในตลาด Cryptocurrency โดยเฉพาะ Ethereum ซึ่งเป็นเหรียญตัวหนึ่งที่นิยมของตลาด Cryptocurrency

“สิ่งที่ทำให้เราใช้งาน GPU คือ Ethereum” Jensen Huang กล่าวว่า Ethereum เปรียบเสมือน “Ether” ได้รับการออกแบบให้เป็นอัลกอริธึมเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเอนทิตีเอกพจน์หรือบางเอนทิตีมามีอำนาจในการควบคุม ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้อัลกอริทึมต้องใช้ความสามารถในการประมวลผลประเภทต่างๆ เช่นความสามารถในการประมวลผลนำไปสู่ความเป็นไปได้โดยการใช้ GPUs ในการช่วยกันทำงาน”

Jensen Huang ไม่ได้พูดถึงเรื่อง Cryptocurrency ในงานแถลงข่าวของบริษัทเมื่อต้นสัปดาห์นี้แม้ว่าจะมีหลายคนคาดการณ์ว่าการที่การทำเหมืองข้อมูลในปริมาณที่มากส่งผลให้ราคา GPU สูงขึ้นก็ตาม

“เหตุผลที่ GPU ได้รับความนิยมจากผู้ทำเหมืองข้อมูล Ethereum เป็นเพราะ GPU เปรียบเสมือนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก” ซึ่งได้ Jansen Huang ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “มันจะเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพียงตัวเดียวที่แท้จริง ที่สามารถทำงานได้ในทุกๆด้าน ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถควบคุมสกุลเงินได้”

ก่อนที่จะมีการเริ่มงาน GTC 2018 ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักวิเคราะห์ตลาดได้พูดถึงข้อกังวลว่า NVIDIA และ AMD อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาดเหมืองข้อมูลเนื่องจาก Bitmain อาจปล่อย ASIC ที่สามารถทำเหมือง Ethereum ได้

Jensen Huang ได้กว่าวถึงจุดยืนของ GPU สำหรับตลาด Cryptocurrency ออกมายืนยันว่าการทำเหมืองข้อมูล Cryptocurrency ไม่ได้เป็นธุรกิจหลักของ NVIDIA ความสำคัญในงาน GTC 2018 คือการประกาศยกระดับพลังของ GPU ใหม่ในระบบเช่น DGX-2, Tesla, Drive และ GV100 ที่เพิ่งเปิดตัว เพื่อนำไปสร้างความก้าวหน้าให้แก่วงการเล่นเกมส์และผู้ใช้งานเวิร์กสเตชันรวมถึงผู้นำไปใช้เป็นปัญญาประดิษฐ์ การดูแลสุขภาพ และการประมวลผลแบบ Cloud Computing

“ค่อนข้างดีทีเดียว ฉันชอบที่ GPU ของเรามีให้ใช้ในตลาดเหล่านั้นด้วย” Jensen Huang กล่าวหมายถึง AI และเกมส์ และสาเหตุที่ทำให้ GPUs ขาดแคลนในขณะนี้ ส่งผลให้เกิดความยากสำหรับการที่จะมีคงเหลืออยู่ในสต๊อก

ที่มา : digitaltrends

Share This: