2.4K ผู้เข้าชม

AMD แย้มกำลังพัฒนาชิพให้คอนโซล PlayStation 5 และ Xbox Next Gen อย่างลับๆ

 

Microsoft ได้ยืนยันแล้วว่ากำลังพัฒนาเครื่องคอนโซลตัวใหม่สำหรับ Xbox และในขณะนี้ก็ยังมีข่าวลือถึงการพัฒนาระบบของ PlayStation 5 ด้วยที่กำลังจะมาถึง ซึ่งตอนนี้ซีอีโอของเอเอ็มดีได้ก็ได้จุดประเด็นถึงข้อมูลดังกว่าวด้วย

 

จากการพูดคุยกับ Jim Cramer ถึงความพยายามในการพัฒนาเครื่องเล่นเกมจาก AMD นั้น Lisa Su กว่าวว่า “เรากำลัง ทำงานร่วมกับทั้ง Sony และ Microsoft ในการพัฒนาชิพคอนโซลให้พวกเขาทั้งคู่ทั้งนี้ยังเป็นโครงการลับเฉพาะอยู่ ซึ่งในเวลานี้เรากำลังช่วยพวกเขาพัฒนาอยู่”

 

 

จากคำกล่าวที่ว่ามานั้นอาจบอกได้ว่า Lisa Su นั้นกำลังพูดถึงเครื่องคอลโซลตัวใหม่ที่กำลังจะมาถึง แม้ว่าจะไม่ได้พูดตรงๆ ก็ตามซึ่งนั่นก็อาจเป็นการดีสำหรับผู้เล่นที่สามารถคาดหวังกราฟฟิกและประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในเครื่องคอลโซลตัวใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่น่าจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะเลือกใช้งานชิพ SoC จาก AMD แน่แท้แล้ว

 

“ผู้คนต้องการพลังการประมวลผลที่เพิ่มมากขึ้น” จากคำกว่างของ Lisa Su “เพียงแค่คิดเกี่ยวกับการเล่นเกมในวันนี้การเติบโตจากตลาดทั้งสอง ไม่ว่าจะกำลังพูดถึงเกมคอนโซลหรือพูดถึงเกมพีซี ไม่เว้นแม้แต่ตลาดเกมคลาวด์ที่กว่าวมาทั้งหมดเหล่านี้ต้องการพลังการประมวลผลที่สูงขึ้นและนั่นก็เป็นสถานที่สำหรับเราที่จะเข้าไป”

 

แม้ว่าในตอนนี้ MicroSoft ได้ยืนยันแล้วว่ากำลังพัฒนาคอนโซล Xbox รุ่นใหม่ แต่ก็ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับตัวเครื่องจากคำกว่าวของ Phil Spencer ผู้บริหาร Xbox “การประกาศที่ออกมานั้นเพราะเขาต้องการแสดงให้แฟน ๆ และนักลงทุนเห็นว่า Microsoft เป็นบริษัทที่มุ่งมั่นที่พัฒนาวงการเกม” นอกเหนือจากการพัฒนาคอนโซลตัวใหม่แล้ว Microsoft ก็กำลังพัฒนาบริการ Streaming Gaming ด้วยเช่นกัน

 

 

จากข้อมูลของ Sony ได้กล่าวว่าสำหรับเครื่องเล่นเกม PlayStation 5 ซึ่งกำลังตกเป็นข่าวลืออยู่นั้น ผู้บริหารของ Sony ได้ออกมากล่าวว่า “ช่วงนี้อาจจะยังไม่มีการออกจำหน่ายจนกว่าจะถึงปี 2564 โดยในขณะนี้ PS4 กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย”

 

PS4 และ Xbox One ได้เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2556 โดยได้มีการเปิดตัวเครื่อง PS4 Pro ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นภายหลังในเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2559 โดยมี Xbox One X ได้ตามมาเปิดตัวภายหลังในเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2560

 

ที่มา : gamespot

Share This:

4.8K ผู้เข้าชม

เครื่องเกมแห่งอนาคต PlayStation 5 กับปัจจัยที่ทำให้อาจต้องรอไปถึงปี 2020 หรืออาจจะเร็วกว่าในปี 2019

 

 

ในช่วงที่กระแสข่าวคราวของเกมในปี 2018 – 2019 มีอะไรๆที่น่าสนใจหลายๆอย่าง อีกทั้งเทคโนโลยีของ Hardware ที่กำลังจะเข้าสู่ยุคเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมใหม่ อทิเช่น การ์ดจอใหม่จากฝั่ง NVIDIA หรือแม้แต่ CPU gen ใหม่ของฝั่ง Intel และ AMD แต่ว่าก็ไม่ได้มีอะไรที่ใหม่สดในเรื่องของเทคโนโลยีมากนัก

 

นั้นเพราะว่าในขณะที่ทาง AMD หรือ NVIDIA เองยังคงเฝ้ารอที่จะได้ปลดปล่อยเทคโนโลยีที่จะสามารถก้าวข้ามขัดจำกัดของประสิทธิภาพต่อพลังงานที่ใช้ใน Chip ของตน ทั้งนี้อาจจะรวมไปถึง Intel ด้วยเช่นกัน อีก 1 ปัจจัยที่เป็นตัวแปลสำคัญนั้นก็คือ การลดขนาดของ Nano technology ให้เล็กลง เพราะว่ามันคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้พัฒนา Hardware สามารถที่จะก้าวข้ามขัดจำกัดของ Chip ที่มีอยู่

 

ในขณะนี้ทางผู้พัฒนา Chip High Power / High Performance ชั้นนำของตลาดก็มีอยู่ด้วยกันหลักๆ 3-4 เจ้า กำลังประสบปัญหาที่เรียกว่าทางตันของเทคโนโลยีด้านประสิทธิภาพ 1 ในปัจจัยสำคัญที่เจอกันอยู่ในเวลานี้นั้นก็คือ ขนาดของ Nanotech ที่ยังไม่สามารถลดลงได้

 

 

แต่ว่าไม่ใช่เพราะว่าไม่สามารถที่จะทำได้ เพียงแต่ในทุกๆครั้งที่จะลดขนาดของการผลิต nanotech (ต่อไปจะเรียก nm) จะต้องมีการเตรียมสร้างโรงงานและเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต Chip ขึ้นมาใหม่ หากเป็นการลดขนาดของการผลิตที่เล็กลงกว่าเดิมมากๆ

 

ในขณะนี้โรงงานที่จะใช้ในการผลิตที่เป็นความคาดหวังของ Brand ผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น AMD NVIDIA ตอนนี้ จะอยู่ที่ขนาด 7nm ทั้งนี้ไม่ว่าจะฝั่ง PC หรือ Console ก็ตาม แต่ทว่าโรงงานที่จะใช้ในการผลิตนั้นยังไม่เสร็จพร้อมดี แต่จากกำหนดการที่คาดไว้โรงงานอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (ต่อไปจะเรียก TSMC) และ Global Foundries ที่ 7nm ที่จะถูกเอาไปใช้งานในแบบ High Power Chip Set

 

ทั้งนี้ยังมีแผนการผลิตที่ระดับ 3nm 4nm 5nm ในรูปแบบการเอาไปใช้งานกับตลาด Mobile แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นที่จะเอามาพูดคุยกันในวันนี้ครับ


 

ว่ากันด้วย Chip Set ที่จะถูกเอาไปใช้งานใน PlayStation 5 ( ต่อไปจะเรียก PS5) จากบทความวิเคราะห์ที่เคยวิเคราะห์เอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า PS5 จะใช้ GPU Processing  ของ AMD อย่าง Radeon NAVI ซึ่งเป็น Chip ที่จะถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Radeon Vega อีกที ในแง่ของการลดขนาด Nano และการเพิ่มคุณสมบัติฟีเจอร์การแสดงผลใหม่ๆเข้าไป

 

 

  • ทำไม PS5 ถึงต้องรอเทคโนโลยีการผลิต 7nm นั้นเพราะว่ามันเป็นเรื่องของพลังงานของ GPU และความร้อนที่เกิดขึ้นจะลดลงอย่ามหาศาล แต่ยังคงเอาไว้ด้วยประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมอยู่ ยกตัวอย่างการ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 64 แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพที่ดีมากๆในการแสดงผล ที่สามารถทำให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะเล่นเกมทั่วๆไปในแบบ Ultra Setting ในแบบ 4K ได้เกิน 60fps ได้สบายๆ แต่สิ่งที่เป็นจุดบอดก็คืออัตราการใช้พลังงานที่สูงมากๆ รวมไปถึงความร้อนที่เกิดขึ้นมหาศาล

 

  • การลดการผลิตลง 7nm Chip Set มีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมจะทำให้ Sony ประหยัดต้นทุนที่จะผลิตเครื่องเกมได้มากขึ้นอีก เพราะในการขาย แผ่น Wafer ที่จะใช้ในการผลิตนั้น ต้นทุนหลักๆจะอยู่ที่ขนาดของ wafer ที่จะตัดมาใช้งาน ยิ่งมีขนาดเล็กลงก็ยิ่งประหยัดต้นทุนการปั้ม Chip ได้อีก มันจะส่งผลดีคือผู้จัดจำหน่ายเครื่องเกมจะสามารถทำราคาวางจำหน่ายให้ออกมามาไม่สูงจนเกินไป

 

ลองมาดูการจำลองขนาดของตัว Chip ดูครับว่าหากใช้การผลิตลดลง 7nm  มันจะมีขนาดลดเท่าไหร่ และจะใช้ Transistor ได้มากขึ้นอีกเท่าไหร่ เพราะว่าการเพิ่มจำนวน Transistor เข้าไปได้มากขึ้นจะยิ่งส่งผลในด้านประสิทธิภาพและการใช้พลังงานที่ดีขึ้นอีก แม้ว่าจะถูกลดขนาดของตัว Chip ลงไปก็ตาม

 

 


 

และแนวทางในการผลิตที่ต้องรอ 7nm อาจจะเพราะว่า Sony น่าจะมีความต้องการ Chip ในรูปแบบ APU ที่มีการรวมเอา CPU และ GPU เป็น Chip เดียวกัน มากกว่าการที่จะใช้การ Hybridge Chip แบบที่ Intel ทำใน Core i7 8905G ที่เอาตัว Chip CPU Intel Core i7 7700K มารวมกับ Chip Radeon Polaris 20CUs และ 24 CUs โดยการเชื่อมผ่าน Die แยกจากภายนอก ไม่ได้เป็น Chip เดียวกันตั้งแต่ต้น ซึ่งได้ถูกเอาไปใช้งานกับตลาด Mobile และ Apple Mac

 

 

AMD NVIDIA เองไม่ได้ผลิต Chip เองมานานแล้ว แต่ใช้การจ้างงานจากโรงงานที่รับผลิต ซึ่งหลักๆก็จะมี Samsung TSMC , Global Foundries ที่รับผลิตและเป็นเจ้าใหญ่ๆที่รับทำ ส่วน Intel และ IBM นั้นมีโรงงานผลิต Chip เป็นของตัวเอง โรงานของ TSMC และ Global Foundries ยังไม่มีกำหนดสร้างเสร็จที่แน่ชัด แต่จะอยู่ในช่วงปลายปี 2018 ถึงกลางปี 2019 แต่จะถูกแบ่ง Line การผลิตแรกให้แก่ตลาด Mobile ที่คาดว่าจะได้คิวเป็น Tier แรก ที่เป็น Chip แบบ Low Power ก่อน ตลาดต่อมาคือ Tier 2 ก็คือฝั่ง Console Next gen และ CPU Desktop และการ์ดจอ

 

ซึ่งในปี 2018 ตามจริงแล้วเป็นปีที่ AMD จะต้องเตรียมวางจำหน่ายการ์ดจอ Radeon RX Vega Refresh ที่ไปใช้เทคโนโลยีแบบ 7nm แต่โรงงานก็ไม่พร้อมที่จะผลิตแบบ 7nm ให้ และแผนที่จะผลิตการ์ดจอ Radeon Vega ในรุ่นกลางๆและรุ่นเล็กๆก็หายไปจากตลาดในปี 2018 ทั้งปี แต่ใช้วิธีการปั๊ม Chip สถาปัตยกรรมเดิมอย่าง Polaris  14nm มาขายตามเดิมทั้งปี  ทำให้เราสงสัยว่าทำไมไม่พัฒนา Chip Vega รุ่นกลางๆออกมาสู่ตลาดบ้าง และข่าวของ Radeon Navi ที่เงียบหายไปนั้น

 

เราได้ตั้งข้อสังเกตว่า AMD กำลังพัฒนา Chip Set รุ่นใหม่ที่จะเอาไปใช้งานร่วมกับ Console Next Gen ของทั้ง 2 brand อย่าง SONY PS5 และ Microsoft XBOX New ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่มีข้อมูลที่เด่นชัดนัก แต่ว่ามันดูมีน้ำหนักมากๆ เพราะว่า AMD เคยเกิดเหตุการณ์ที่ปั้ม Chip การ์ดจอเก่าออกมาขายโดยไม่ทำการ์ดจอรุ่นใหม่มาขาย เมื่อตอนสมัยก่อนที่ PlayStation 4 จะออกมา HD 7000 ก็ หันมาทำเป็น R7 R9 ที่ใช้ Chip เดิมตลอด 1 ปีเต็มๆ

 

 

ซึ่งในปี 2018 นี้ AMD ก็กลับมาทำแบบนี้อีกครั้ง บวกกับข่าวที่หลุดจากวงในว่าขณะนี้มีการพัฒนาเครื่องเกม Console Next Gen ที่จะใช้สถาปัตยกรรม Zen+ กับ GPU Navi ยิ่งทำให้ข้อมูลดังกล่าวดูมีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก แต่เราก็ไม่กล้าที่จะพูดได้เต็มปากว่า PS5 จะวางขายในปี 2019 ตามที่คาดการณ์หรือไม่ เพราะโรงงานผลิตขนาด 7nm ยังไม่แน่ชัดว่าจะพร้อมเสร็จทันก่อนสิ้นปีหรือต้นปี 2019 หรือไม่

 

ทั้งนี้ยอดขายของเครื่อง PS4 PS 4Pro ก็กำลังจะทะยานไปสู่ 80 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งผมก็คาดการณ์เอาไว้ว่าจุดอิ่มตัวของเครื่อง PS5 น่าจะอยู่ที่ 100 ล้านเครื่อง +/- ในปี 2019 นั้นก็แปลว่าทางผู้ผลิตก็มีความพร้อมที่จะออก Console Next gen ได้ใหม่อีกเช่นกัน ทั้ง Sony และ Microsoft เอง

 

 

จากข่าวที่ก่อนหน้านี้ทาง Sony ได้ให้ชัดพัฒนาเกม PS5 กับ Developer ไป จริงๆแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาไปใช้งานและผลิตเกมได้ทันที หากว่าสถาปัตยกรรมของเครื่อง Console Next Gen แตกต่างจากเดิมมากเกินไป ก็ต้องใช้ระยะเวลาเรียนรู้นานมากขึ้นกว่าจะพัฒนาเกมได้ อาจใช้ระยะเวลาอย่างเร็วคือ 2ปี ทั่วๆไป 3ปี

 

แต่ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ PS5 น่าจะยังใช้สถาปัตยกรรมเดิม X86-X64 และยังคงอ้างอิง hardware CPU GPU จาก AMD เหมือนเดิม มันทำให้ผมสงสัยว่าชุดพัฒนาที่ Dev ได้ไปนั้น อาจจะไม่ใช่การเรียนรู้ตัว Engine PS5 เท่าไหร่นัก เพราะว่าคุ้นชินกับสมัย PS4 PS4 Pro อยู่แล้ว แต่หากจะเป็นการเรียนรู้ที่จะพัฒนารูปแบบการเล่นอื่นๆ อย่าง VR4 K หรือการเล่นรูปแบบใหม่ๆที่อาจจะยังไม่มีในท้องตลาดมากว่า

 

 

มันเลยทำให้ผมเกิดข้อสังเกตว่า PS5 อาจจะรองรับเกมเก่าๆที่มาจาก PS4 PS4 Pro รวมไปถึงการใช้ PlayStation ID เดิม เพราะต้องเข้าใจก่อนว่าในครั้งนี้อาจจะไม่เหมือนในทุกๆครั้งที่ผ่านมาในยุคของ PS3 ไป PS4 เพราะสถาปัตยกรรม และ Engine ในการผลิตแทบจะไม่เหมือนกันเลยต่างกันมากๆ แต่ใน PS4 ไป PS5 น่าจะยังคงมีความคล้ายคลึงกันอยู่ครับ

 

Xbox one Xbox One X PS4 PS4 Pro PS5
Process Node 28nm 16nm Finfet 28nm 16nm Finfet 7nm LPP
CPU Cores 8 8 8 8 8
CPU Archtecture Jaguar Custom Jaguar Custom Jaguar Custom Jaguar Ryzen +
CPU Clock Speeds 1.75GHz 2.3GHz 1.6GHz 2.1GHz 3.0GHz
Memory amount (Total) 8GB 8GB 8GB 8GB (+1GB) 16GB
Memory Type DDR3 GDDR5 GDDR5 GDDR5 (+DDR3) GDDR6
Memory Bandwidth 68.26GB/s 326GB/s 178GB/s 218GB/s 512GB/s
GPU Archtecture Custom Tahiti GCN 1.0 HD7900 Feature (Performance Rate HD7790) Custom Polaris + Vega Feature

Performance Rate RX 580

Custom Tahiti GCN 1.0 HD7900 Feature (Performance Rate HD7850) Custom Polaris GCN 4.0 (Performance Rate RX470) Custom Navi (Performance Rate RX Vega 64)
GPU CUs 12 48 18 36 64
GPU Cores 768 2560 1152 2304 4096
GPU Clock Speeds 853MHz 1172MHz 800MHz 911MHz 1200MHz
GPU Perf (TFlops) 1.31 6.0 1.84 4.2 12.5 – 13.5

 

บทความที่เขียนขึ้นจากข้อมูลและแหล่งข่าวอ้างอิง รวมไปถึงประสบการณ์เก่าใหม่ของทีมงาน อย่างไรก็ตามหากมีข้อมูลที่ในวันข้างหน้าที่อาจจะไม่ตรงกับที่เคราะห์ไว้ ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

 

https://www.fudzilla.com/news/graphics/46014-vega-7nm-is-not-a-gpu

แหล่งข้อมูลการลด nano tech ที่เราเคยลงข่าว  Part1 Part2 Part3 Part4

อ่านวิคราะห์สเปคเครื่อง และทิศทางการมาของ PlayStation 5 Part1 Part2

 

Share This:

9.8K ผู้เข้าชม

แนวโน้มของเครื่องเครื่อง PS4 Pro , Xbox One X , SWITCH เวลานี้และอนาคตอันใกล้เป็นเช่นไรบ้าง?

 

 

กลับมาพบกับบทความสถานการ์เครื่องเกมในยุคปัจจุบันนี้กันต่อเลยนะครับ จากครั้งที่แล้วเราได้มีการเขียนเกี่ยวกับแนวโน้มของ Spec เครื่อง PlayStation5  ก็ได้รับกระแสตอบรับมาเป็นอย่างดี ซึ่งในคราวนี้เราจะมาดูวิเคราะห์ Spec ของเครื่องเกมและแนวทางในการทำตลาดของเครื่องเกมรุ่นใหม่ทั้ง 3 ค่าย อย่าง PlayStation 4 Pro , XBOX One X  , SWITCH กันดูครับ ซึ่งก่อนอื่นเราขออธิบายในส่วนของสเปคเครื่องเกมทั้ง 3 รวมไปถึงเครื่อง Xbox One และ PS4 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ด้วยครับ

 

 

ตารางเทียบเคียง Spec เครื่องทั้ง 5 รุ่น หลักๆที่มีขายอยู่ในตลาด ณ เวลานี้

 

Xbox one SWITCH Xbox One X PS4 PS4 Pro
Process Node 28nm 16nm Finfet 16nm Finfet 28nm 16nm Finfet
CPU Cores 8 8 8 8 8
CPU Archtecture Jaguar 4 Core ARM Cortex A57 / 4 Core ARM Cortex A53 Custom Jaguar Jaguar Jaguar
CPU Clock Speeds 1.75GHz 1.02GHz 2.3GHz 1.6GHz 2.1GHz
Memory amount (Total) 8GB 4GB 12GB 8GB 8GB (+1GB)
Memory Type DDR3 LPDDR GDDR5 GDDR5 GDDR5 (+DDR3)
Memory Bandwidth 68.26GB/s 14.4GB/s 326GB/s 178GB/s 218GB/s
Memory Bandwidth (ESRAM) 204GB/s N/A N/A N/A N/A
GPU Archtecture Custom Tahiti GCN 1.0 HD7900 Feature (Performance Rate HD7790) Tegra X1 SOC Base design on Maxwell GM20B -GT750 Ti Feature ( Performance Rate GT730) Custom Polaris + Vega Feature

Performance Rate RX 580

Custom Tahiti GCN 1.0 HD7900 Feature (Performance Rate HD7850) Custom Polaris GCN 4.0 (Performance Rate RX470)
GPU CUs 12 4 40 18 36
GPU Cores 768 256 2560 1152 2304
GPU Clock Speeds 853MHz 768 MHz (Docking) 307.2 (Un docking) 1172MHz 800MHz 911MHz
GPU Perf (TFlops) 1.31 0.43 6 1.84 4.2

 

เมื่อดูจาก Spec เครื่องแล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่าในนี้ใครที่มีความสามารถด้านประสิทธิภาพมากที่สุดในกลุ่มนี้ แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นที่เราจะเอามาพูดถึงครับ นั้นเพราะว่าความสามารถของเครื่องเกมที่แรงกว่าเพื่อนอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าเครื่องนั้นจะเป็นเครื่องเกมที่ประสบความสำเร็จกว่าใครเสียทีเดียว จะมีก็เพียงแต่ความได้เปรียบในแง่ของคุณภาพกราฟฟิคการแสดงผลที่ให้ผลได้ดีกว่าเครื่องอื่นๆในเกมเดียวกันเท่านั้นเอง โดยในการเลือกซื้อหาเครื่องเกมนั้นจะถูกแบ่งออกมาเป็น 4 หัวข้อใหญ่ๆในการตัดสินใจเลือกหามาใช้งานของแต่ละบุคคลอันได้แก่

 

  • ปัจจัยหลักที่จะทำให้เครื่องเกมนั้นอยู่รอดและประสบความสำเร็จอย่างดีขึ้นอยู่ที่ปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น ตัว Exclusive Game เกมที่ลงบนเครื่องนั้นๆ และตามเกม Multi Platform ที่มีคุณภาพที่มีมากพอด้วย ตรงจุดนี้เองมากกว่าที่จะเป็นตัวชี้วัดว่า เครื่องเกมนั้นๆจะประสบความสำเร็จได้มากน้อยขนาดไหน

 

  • รูปแบบของเกมและแนวทางของตัวเกมในเครื่องนั้นๆ เรียกว่า Culture ของค่ายเกมที่พัฒนาเครื่องเกมนั้นๆก็ไม่ผิดนักครับ ซึ่งมันมีผลอย่างมากเป็นอันดับ 2

 

  • ปัจจัยรองลงมาก็คือรูปแบบลูกเล่นที่มีในตัวเครื่องเล่นเกมนั้นๆ ว่าสามารถทำให้ผู้ที่จะใช้งานส่วนมากมีความสนุกและพึงพอใจกับมันได้มากพอ เพราะเป็นอะไรที่จะทำให้คนตัดสินใจได้ที่จะลงทุนกับเครื่องเกมตัวนั้นครับ

 

  • ราคาขายเครื่องเกมรุ่นนั้นๆมีความเหมาะสมมากน้อยแค่ไหนกับสิ่งที่ได้รับกลับมา อันนี้ถือว่าเป็นลำดับความสำคัญหลักๆข้อสุดท้ายที่จะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องเกมนั้นๆครับ ซึ่งในบางคนเท่านั้นที่จะซื้อเครื่องเกมมากกว่า 1 เครื่อง เพื่อที่จะได้เล่นเกมและเสพรูปแบบการเล่นที่แตกต่างออกไป ทั้งนี้มันอยู่ที่ความพึงพอใจใจรักและงบประมาณของผู้ใช้งานนั้นๆด้วย

 

Xbox One X เครื่องเกม Console Half Next Gen ที่เพิ่งถือกำเนิดออกหลังเครื่อง PS4 Pro ได้ราวๆ 1ปี ด้วยความที่ว่า Microsoft มีแผนที่จะพัฒนาเครื่องเกมที่ Step Up ความสามารถให้เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการแสดงผลของกราฟฟิคเกมรุ่นใหม่ให้ท่วงทันกับความสามารถของ PC ในปัจจุบัน นั้นเป็น 1 เหตุผลที่ทำให้เครื่องนี้ออกมา แต่ด้วยความที่มันออกมาล่าช้ามากเกินไป โดยปล่อยให้ PS4 Pro ที่ ณ เวลานั้นก็มีบุคคลบางกลุ่มนิยามมันว่าคือเครื่องเกม Half Next Gen ที่ไปไม่สุดสักทาง แต่ก็แน่หละครับเพราะมันออกมามาก่อน Microsoft ตั้งเป็นปี

 

 

แต่การที่ทาง Sony นั้นออกสเปคมาไม่สุดอย่าง PS4 Pro มันมีเหตุผลดังนี้ครับ เนื่องจาก ณ เวลานั้น การผลิตชิป APU สามารถทำได้สุดๆคือเท่านั้นจริงๆ เลยได้สเปคกราฟฟิคชิปออกมาได้เท่าที่หลายๆคนเห็นคือ Polaris (ใช้ Base มาจาก RX480 มีความแรงเท่ากับ RX470) นั้นเพราะว่าเพื่อต้องการเรื่องของการประหยัดต้นทุนในการผลิตเครื่องครับ คือทุกอย่างให้จบภายในชิปเดียวกัน จะไม่แยกเหมือนสมัย Console รุ่นเก่าๆอย่าง PS2 PS3 เพราะต้นทุนมันแพงกว่า มันทำให้ Sony ขายเครื่องเกมในราคาถูกไม่ได้

 

 

ซึ่งเราจะเห็นว่า Xbox One ก็ใช้แนวทางนั้นเช่นกัน และการที่ Xbox One X ออกล้าช้ากว่า  PS4 Pro 1 ปี นั้นเพราะการที่ต้องรอใช้ Technology จากการผลิตของ Radeon Vega ที่จะทำให้สามารถผลิตชิปกราฟฟิคในรูปแบบ APU ให้ที่ดีกว่า PS4 Pro ในด้านฟีเจอร์ และมีสมรรถณะที่สูงกว่านั้นเอง มันจึงมีคำถามกันว่าทำไมถึงไม่ยอมวางจำหน่ายเครื่องเกม Xbox One X สักที  ซึ่งข้อดีของการทำแบบ APU คือ CPU และ GPU รวมกันในชิปเดียว มันไม่ได้มีข้อดีแค่ต้นทุนที่ถูกกว่าที่ตัวชิปเท่านั้น แต่มันหมายถึงการทำชุดระบายความร้อนและภาคจ่ายไฟก็มีต้นทุนที่ลดลงด้วย เพราะออกแบบมาเป็นชุดเดียวกันเลยไม่ต้องมาทำแยกกันครับ

 

ทำไมกระแสตอบรับของเครื่อง Xbox One X ที่มีสเปคเครื่องแรงๆถึงได้ดูเงียบซบเซา นั้นเพราะตัวเกมที่เป็น Multi Platform มีให้เล่นได้เหมือนๆกันและมีกราฟฟิคที่สวยงามไม่ได้แตกต่างกันมากครับ กับอีกกรณีคือเกม Exclusive ของฝั่ง Sony นั้นมีความแข็งแรงกว่ามากๆ อาจจะด้วยเพราะความที่ Sony รอบนี้ทำการบ้านมาดีกว่าในหลายๆครั้งที่ผ่านมา จากประสบการณ์การเจ็บตัวจากสมัย PS3 ที่ล้มไม่เป็นท่า ซึ่ง PS4/PS4 Pro ได้ทำการรุกตลาดของ Asia และภูมิภาคอื่นๆอย่างจริงๆและเข้าถึงได้ง่ายกว่าสมัยก่อนมากๆ

 

ในขณะที่ทาง Xbox One X อาศัยเพียงนโยบายการซื้อเกมที่เล่นได้ทั้ง Windows Store และ บนเครื่อง XB 1X แต่นั้นมันไม่เวิร์คเอาซะเลยกับตลาดเกมเมอร์ Console เพราะว่าส่วนมากคนที่เล่นเครื่องเกม Console หลายๆคนมักจะมี PC ที่สามารถใช้เล่นเกมได้ดีๆกันหลายคนอยู่แล้ว หรือบางคนอาจจะไม่ได้อัพเกรดเครื่อง PC ให้แรงเท่าไหร่ ก็ไม่ได้สนใจเกมที่ซื้อจาก Microsoft Store แล้วเล่นได้ 2 Platform เพราะนั้นแทบไม่ทำให้ผู้ใช้งานได้ประโยชน์จากตรงนี้เลย

 

พอเรามาดูด้านเกม Exclusive ฝั่ง Microsoft กันดูบ้าง Halo Series เป็นเกมที่ดีมาก , แต่ก็เป็นเกมเดียวในไม่กี่เกมที่ไม่ลง PC ส่วนที่เหลือหลุดไปลง PC แทบหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น Quantum Break , Forza Horizon , Forza Series อื่นๆ มันทำให้ตลาดที่กลับมาเติบโตกลับกลายเป็น PC ที่ได้ประโยชน์ตรงนี้ไป เพราะ Microsoft ไม่สามารถรักษาเกม Exclusive ดีๆของตนไว้ได้เลย แต่ก็ใช่ว่าฝั่ง PS4 Pro จะไม่มีเกมที่หลุด Exclusive นะครับ ก็มีให้เห็นไม่น้อยเลย อย่างเช่น Nioh , Near Automata , แต่ทำไม Sony PlayStation4 ถึงไม่ได้รับผลกระทบกับยอดเครื่องเท่าไหร่นัก

 

นั้นเพราะว่านับวันเกม Exclusive หรือ First Time On PS4 เริ่มมีให้เห็นมากขึ้น คือพูดง่ายๆว่ามีความหลากหลายของเกมคุณภาพให้เลือกเล่นมากกว่าฝั่ง Microsoft นั้นเอง การที่หลุดไปลง PC ก็เลยไม่ค่อยส่งผลกระทบเท่าไหร่นัก แต่ว่าขณะเดียวกันนั้น XBOX One ยังคงมีจุดนึงที่เหนือกว่า PS4 นั้นก็คือ Rate Sensor เนื้อหาของตัวเกมครับ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ชอบที่ PS4 มีการ Sensor เนื้อหาหรือภาพที่ดูไม่เหมาะสมออกไป แต่ของ Xbox One นั้นจะไม่ได้ถูกตัดทอนตรงนี้ออกไป ก็ถือว่าเป็นทางเลือกของผู้ที่ชอบเสพเนื้อหาและความเต็มที่ของตัวเกมที่ผู้สร้างอยากสื่อ แต่ก็นั้นแหละครับในความมาเต็มก็เป็นดาบสองคมเสมอกับเนื้อหาที่ไม่พึงประสงค์หากคิดจะซื่้อเครื่องให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทางความคิดนำไปเล่นถือว่าค่อนข้างเสี่ยง

 

มีเจ้าพ่อวงการเกมในตำนานอย่าง Nintendo เท่านั้นแหละครับ ที่รอบนี้กลับมาอย่างสง่างามสุดๆ กับเครื่องเกมที่ดูๆแล้วไม่ได้มีความทรงพลังอะไรเล๊ย พูดกันทื่อๆเลยคือต้นทุนการผลิตต่ำเตี้ยมากๆเมื่อดูจาก Spec เครื่อง แถมขายในราคาเครื่อง PS4 ได้หน้าตาเฉยเลยก็ยังขายดี เพราะอะไรหละ?

 

 

เพราะว่า Nintendo SWITCH สามารถทำเงื่อนไข 3 ใน 4 ข้อหลักๆที่ผมอธิบายไปก่อนหน้านี้ได้ยังไงละครับ รูปแบบการเล่นได้ , Exclusive เกมแข็งและไม่หลุดไปเครื่องไหนเลย , เกมหลากหลายและน่าสนใจมาก คือว่ามีแค่ 3 ข้อนี้ทำให้เครื่อง Nintendo SWITCH จากที่ราคาดูแล้วแพงนะ ทำให้คนซื้อรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะซื้อไปเล่น เรียกได้ว่ารอบนี้ Nintendo ขายความ Art และ Culture ได้ประสบความสำเร็จมากๆ เพราะตัวเครื่องวางขายได้แค่ปีเดียวก็ทำยอดขายได้สูงกว่า Nintendo Wii U  ที่ใช้เวลาตั้ง 4ปีกว่าจะทำได้ ตอนนี้ก็ราวๆ 11 ล้านเครื่องแล้ว ในขณะที่ Sony PS4 และ PS4 Pro ทำยอดขายรวมทะลุ 80 ล้านเครื่องไปได้ไม่นานนัก

 

ส่วนทางฝั่ง XBox One X ในศึกครั้งนี้ต้องบอกเลยว่าเหนื่อยสาหัสมาก เพราะเครื่องเกมที่หมายมั่นปั้นมือมาอย่างดีกลับทำยอดขายได้สวนทางกับสมัย Xbox ตัวแรกแบบ เฮ้ย มันดีกว่าเดิมไม่ใช่เหรอ? นั้นเพราะ Xbox One X ไม่สามารถทำได้สักเงื่อนไขที่กำหนดครับแค่เกือบในส่วนของ Exclusive เกม แถมราคาเครื่องที่สูงกว่าคู่แข่ง ซึ่งการที่ผมไม่เอาสเปคเครื่องเกมมาเป็นปัจจัยในการเลือกซื้อหานั้นเพราะมันมีผลที่น้อยมากครับในการตัดสินใจของผู้ใช้งาน

 

อย่างไรก็ตามถึงจุดนี้เรายังบอกไม่ได้ชัดเจนครับว่า อนาคตของ Xbox One X จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ Sony PlayStation4 Pro ถือว่าติดลมบนไปแล้วเพราะมีค่ายเกมคอยป้อนเกมระดับ AAA ให้รอแล้ว ยิ่งท่านมหาเทพ Hideo Kojima แห่ง Metal Gear มาอยู่ในสังกัด Sony ที่กำลังทำเกมในตำนานตัวใหม่มาเสริมทัพ งานนี้บอกคำเดียวว่าเครื่องเกมตัวนี้แทบไม่ต้องออกแรงแข่งอะไรมากเลย เพราะยอดขายก็เป็น King ในตลาดจนเนื้อหอมพอที่สำหรับค่ายเกมมากมายที่มารุมจีบ แต่นั้นก็ไม่เคยทำให้ Sony ละความพยายามที่จะพัฒนาลงเลย เท่าที่เห็นมีแต่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมากๆ ทั้งด้าน Firmware ใหม่ PS Online การรองรับภาษาท้องถิ่นของตลาดเกมขนาดเล็กอย่างไทย แต่เค้าก็ใส่ใจลงมาดูแลดีมากๆ

 

ส่วนทางปู่ Nintendo นั้นเรายังต้องรอดูกันไปอีกสักระยะครับว่าจะไปต่อได้ไกลแค่ไหน เพราะว่ายอดขายเครื่องเกมระดับ 10 ล้านตอนนี้ ยังไม่ได้สูงพอที่จะวางใจได้ในตลาดเกม อาจจะเพราะยังไม่มีคู่แข่งตรงๆ ณ ตอนนี้ก็เป็นได้ แต่นั้นก็พอทำให้เราเห็นแล้วครับว่าในช่วงระยะเวลา 2-3ปีจากนี้ ตลาดเครื่องเกม Handheld หรือเครื่องที่เป็น Hybridge Console อย่าง SWITCH ไม่น่าจะมีใครกล้าเข้ามาท้าแข่งในช่วงเวลานี้อย่างแน่แท้ คงต้องรอกัน Gen หน้าเลยที่จะเข้ามาท้าชนกันนั้นก็คือราวๆหลังปี 2020 ไปแล้ว หรือในช่วงหลัง Console Next Gen วางจำหน่ายไปสักระยะนั้นแหละครับ

 

แต่ว่าหากมองที่ตัวเครื่อง Nintendo Switch ผมค่อนข้างอัศจรรย์ใจในเรื่องของการเอาประสิทธิภาพของตัวกราฟฟิคชิปมาใช้งานมากๆนะ เพราะจากสเปคที่ได้รับมามันดูต่ำมากเมื่อเทียบกับเครื่องเกม Console ตัวอื่นๆที่เคยออกมาอย่าง PS4 Xbox One แบบว่าน้อยกว่าถึง 3 – 4 เท่าเลย แต่อย่างน้อยมันก็แรงกว่าเครื่อง PS3 และ Xbox 360 ราวๆ 2.5 เท่า นั้นก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นักที่จะรังสรรค์เกมกราฟฟิคได้ประมาณนี้ แต่ที่น่าสนใจคือผู้พัฒนาเกมได้ Optimization การใช้ประสิทธิภาพของกราฟฟิคชิปออกมาดีมากครับ มันคือการ์ดจอ PC รุ่นที่ต่ำตัวนึง Nvidia Tegra X1 SOC  – Maxwell Architecture Design (Geforce GT 750Ti  คือมันดีกว่า GT 730 อยู่พอประมาณ เพราะ Cuda มีเพียง 256 Cuda แต่เป็น สถาปัตยกรรม Maxwell ไม่ได้เป็น Kepler เหมือน GT710 GT730 GTX 750)

Source : GcubeZ  oc3d   gamespot   wigipedia  arm

***บทความนี้เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์เครื่องเกมทั้ง 3 ค่าย ณ เวลานี้ อาจมีบางส่วนที่อาจใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อได้บ้าง เนื้อหาเป็นการหยิบเอาข้อมูลของเครื่องและรูปแบบของเครื่องนั้นๆ มาวิเคราะห์ในมุมมองของผู้เขียนด้วยส่วนนึง หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ครับ***

 

 

 

Share This:

7.2K ผู้เข้าชม

บทวิเคราะห์สเปคเครื่อง PlayStation5 ที่คาดว่าจะออกมาในปี 2020

 

 

ช่วงนี้เราคงจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับแผนการพัฒนาเครื่อง PlayStaion5 (ต่อไปจะใช้ตัวย่อ PS5) ออกมาค่อนข้างจะหนาหูอยู่เป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ Concept Art ตัวเครื่อง ช่วงเปิดตัวเครื่องที่มีข่าวว่าจะออกมาช่วงราวๆปี 2019 และวางจำหน่ายในปี 2020 ก็เริ่มหนาหูออกมาเรื่อยๆ

 

ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่าอยากทำบทความ วิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็นไปได้ของตัวสเปคเครื่อง PS5 กันดูบ้าง ซึ่งผมจะทำการวิเคราะห์ความเป็นไปให้เห็นเป็น Shot แบบลงรายละเอียดให้อ่านกันครับ โดยที่ในเนื้อหาครั้งนี้ผมขอข้ามเฉพาะเครื่อง PS1 (เนื่องจากใช้อ้างอิงกับฝั่ง PC ไม่ค่อยได้มากนัก)

 

PlayStation2

 

PS2 เป็นเครื่องเกมที่วางจำหน่ายครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2000 กับราคาเปิดตัวที่ 299 Usd มีค่าประสิทธิภาพของตัวเครื่องเทียบเท่า PC Intel Pentium III 500MHz + Ram Sd 64MB + การ์ดจอ Geforce2 MX400 32MB ซึ่งเมื่อดูจาก Hardware PC ที่เอามาเปรียบเทียบแล้วจะเห็นได้ว่า PS2 ในตอนที่เปิดตัวมานั้นมีสมรรถนะที่เรียกได้ว่าแรงสุดๆในงบประมาณแค่ 299usd เพราะคอมพิวเตอร์ที่ใช้เล่นเกมกราฟฟิค 3D สวยๆได้ ในสมัยนั้น มีราคาไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท เลยทีเดียว

 

เรียกได้ว่าการมาของตัว PS2 ในช่วงเวลานั้นทำให้คนพูดถึงด้านภาพของตัวเกมกันเยอะมากๆว่าสวยงสใผิดหูผิดตาจากเกม PC ในยุคนั้นๆ และมีการเคลมเอาไว้ว่าสามารถแสดงผล Polygon ได้พร้อมๆกันถึง 66 ล้าน polygon สูงกว่าจาก PS1 ที่เป็นเทคนิคการทำภาพแบบ 300K Polygon แบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว แม้แต่เทียบภาพกับ PC ก็ยังทำได้สวยงามกว่าครับ ยกเว้นเรื่อง Resolution ที่ PC จะปรับได้ละเอียดกว่า

 

Product name PlayStation® 2
Product code SCPH10000-90000 series
Main processor Single-Core custom processor 300MHz

CPU: Sony Emotion Engine

GPU: 0.062 TFLOPS, Sony Synthesizer Base graphics engine / Base Clock 150MHz Type SCE Geo Matric 66 Million Polygon/sec (Performance Rate Geforce 2 MX)

Memory VRam 512Bit 400MHz / System 3.2 GB/s peak bandwidth 400MHz
Storage size* Upgrade

 

PlayStation3

 

PS3 ตัวเครื่องถูกวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2006 ด้วยราคา 499Usd เครื่องเกมที่ SONY ให้ความมานะอุตสาหะในการคิดค้น Cell Processor ที่พัฒนาร่วมกับ IBM ที่ในยุคนั้นผู้คนยกให้มันเป็นเทคโนโลยี Alien มาพร้อม 8 คอร์ CPU ในยุคที่ CPU ณ เวลานั้นของ PC เป็นแบบ 2 คอร์ประมวลผล อีกทั้งยังมาพร้อมกับกราฟฟิกชิป RSX ที่ให้พูดกันตรงๆมันก็คือ Geforce 7600GT ดีๆนี่เอง

 

และใช้เทคโนโลยีของ XDR memory ความเร็วสูงที่ใน PC ในเวลานั้นมิอาจเทียบเคียงได้เลย เพราะ PC มี Ram ที่เร็วที่สุดเพียง 2000MHz GDDR4 256Bit แต่ XDR มาพร้อมกับความเร็ว 3200MHz ในแบบ 256 Bit เครื่อง PS3 เป็นเครื่องเกมเพียง 1 เดียวของค่ายนี้ที่ทำให้ Sony ขาดทุนตั้งแต่เริ่มตั้งราคาขายมัน นั้นเพราะ Hardware ที่ใส่เข้ามาใน PS3 นั้นเรียกได้ว่าเป็นที่สุดของเทคโนโลยี ซึ่ง Sony ก็ออกมายืนยันเองว่าเป็นเครื่องเกมที่ตนวางจำหน่ายแล้ว ขาดทุนยับตั้งแต่เริ่มวางขายในตลอดระยะเวลาเกือบ 2ปี

 

แต่ด้วยความที่มันเป็นเทคโนโลยีในการผลิตที่ออกแบบมาเพื่อ Platform PS3 โดยตรงมันเลยมีความพิเศษตรงการใช้เทคนิคของทำให้รูปแบบการผลิตเกมที่ป้อนให้กับเกมเครื่องนี้ทำได้ยากกว่าเครื่องเกม Console ตัวอื่น

XBOX 360 มาพร้อมกับ CPU IBM Xenon 3 คอร์ ความเร็ว 3.2GHz และการ์ดจอทรงพลังอย่าง ATi Xenos (Radeon 1900X) ซึ่งในเวลานั้นเทียบเท่ากับ Geforce 7800GTX จากฝั่ง NVIDIA

 

PS3 ที่มีกราฟฟิคการ์ดเทียบเท่า Geforce 7600GT แต่ถูกออกแบบมาให้ใช้ CPU Cell ในการคำนวนโครงสร้างกราฟฟิค และจะใช้การ์ดจอแค่เพียงการเรนเดอร์พื้นผิวแสงเงาเท่านั้น

 

เทคนิคของ PS3 เป็นอะไรที่ Developer ไม่เห็นด้วยเลย เพราะทำให้เกมทำออกมายากลำบากมาก โดยเฉพาะเกมที่ทำแบบ Multi Platform ทั้ง PC PS3 XBOX360 ตัวของ Developer จะต้องเขียนตัวโปรแกรมใหม่เพื่อ PS3 ถึงจะได้ภาพกราฟฟิคได้เทียบเท่า Xbox 360 นั้นเลยเป็นเหตุที่ว่าผู้พัฒนาเกมเลือกที่จะ Port เกมแบบตรงๆโดยไม่ Optimization ให้กับ PS3 ก่อน

 

ผลเสียก็คือภาพกราฟฟิคในเกม PS3 ต้องมาใช้ความสามารถของ RSX (Geforce 7600GT) แบบเรนเดอร์ทั้งโครงสร้างแสงเงาพื้นผิวทั้งหมดแบบเพียวๆ ไม่ได้มี Cell Processor มาช่วยคำนวณโครางสร้างกราฟฟิคให้ ทำให้มันเสียเปรียบ ATI Xenos ของเครื่อง Xbox 360 ที่มีการ์ดจอแแรงกว่าเป็นทุนเดิม ถ้าจะให้พูดคือเกมเดียวกันแต่ภาพกากกว่าคู่แข่ง ทำให้ในช่วงเวลานั้นเอง XBOX 360 จึงกลายเป็นที่นิยมของเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายไป

 

Product name PlayStation® 3
Product code CECHB01 – CECH-4001C series
Main processor 8 Core (6+2) custom processor 3.2GHz

CPU: Cell Processor IBM Power PC

GPU: 0.211 TFLOPS, NVIDIA RSX™ Base graphics engine 12 Pixel Pipeline / Base Clock 550MHz Type Geforce 7000 (Performance Rate 7600GT)

Memory VRam GDDR3 256MB 256Bit 700MHz*2(1400MHz) / System XDR 256MB 256Bit 3.2GHz
Storage size* 20GB – 500GB

 

PlayStation4 / PlayStation4 Pro

 

บทเรียนราคาแพงของ Sony ทำให้เกิดการออกแบบเครื่องเกมที่ใช้ความสามารถของตัวเครื่องในแบบที่เป็น Hardware ที่อ้างอิงคุณสมบัติปัจจุบันก็พอ เพื่อประหยัดต้นทุนในการผลิตเครื่อง และง่ายต่อการพัฒนาเกม เครื่อง PS4 จึงได้ถือกำเนิดออกมาในวันที่ 15 พฤศจิกายน ปี 2013 กับการเปิดตัววางจำหน่ายทั่วโลก แทนที่จะเป็นที่ญี่ปุ่นก่อนเหมือนทุกๆครั้ง ด้วยราคาวางจำหน่ายครั้งแรกที่ 399Usd ที่ถูกกว่าสมัย PS3 ถึง 100Usd  ซึ่งในปีนั้นเองการ์ดจอที่ถูกนำมาใส่ในเครื่อง PS4 มีสมรรถนะเทียบเท่า Radeon HD7850 ของ PC ครับ ในปี 2013 การ์ดจอตัวที่เป็นหัวเรือของ Radeon คือ HD7970 ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า HD7850 ราวๆ 65-70%

 

คำถามคือทำไม่ Sony ถึงไม่เลือกใช้การ์ดจอที่แรงสุดๆไปเลยอย่างตัว TOP สุดของ Gen นั้นๆ มาจนถึงวันนี้เราน่าจะได้คำตอบแล้วครับว่า Sony มองไกลกว่านั้น เพราะด้วยความที่ Console ต่อให้มันแรงสุดๆ แปลว่างบในการพัฒนาเครื่องมาจำหน่ายก็ต้องสูงตาม เลยเลือกที่จะใช้ Hardware แรงๆ ที่ไม่ใช่ตัว TOP  ณ เวลานั้นมาใส่ และในรูปแบบการออก Console Half Gen อย่าง PS4 Pro ออกมาขั้นเวลาแทน จากที่เดิมทีเราเคยเห็นกันว่า Console จะออกเครื่องใหม่สเปคใหม่ทุกๆ 6 -7ปี ก็จะกลายเป็นทุกๆ 3ปี ออกตัวใหม่เป็นต้น

 

เนื่องจาก Hardware บน PS4 PS4 Pro เป็นการอ้างอิงการใช้สถาปัตยกรรมของ PC เป็นทุนเดิม ส่งผลให้ Developer ชอบในจุดนี้มาก เพราะการพัฒนาเกมก็ทำได้ไวขึ้นและง่ายขึ้น อีกทั้งพัฒนาครั้งเดียวก็สามารถ Port ต่อไปยัง Platform อื่นๆได้เลย

 

อะไรที่ทำให้ PS4 กลับมาเติบโตอีกครั้ง? เพราะว่า PS4 เปิดตัวหลัง Xbox One และมีข้อได้เปรียบด้าน Hardware มากกว่าก็คือ กราฟฟิคชิปที่ทรงพลังกว่าคู่แข่ง (XB1 = 768sp / PS4 = 1,152Sp) อีกทั้งราคาขาย PS4 ก็ขายถูกกว่า 100Usd และที่สำคัญยังไม่ Lock Zone เกมด้วยในช่วงเปิดตัว และอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถเล่นแผ่นมือ 2 ได้อีกต่างหาก ทำให้เป็นการเปิดตัวเครื่องเป็นไปได้อย่างสวยงาม และสามารถช่วงชิงตลาดกลับมาจาก Xbox ของ Microsoft และกลับมาเป็นเจ้าแห่ง Console ได้อีกครั้ง

 

การออก PS4 Pro ยังคงนำวิถีแห่งการประหยัดต้นทุนเช่นเดิม ยังไม่ใช้การ์ดจอจาก Radeon ในรุ่นที่สูงเกินไปอีกเช่นเคย แต่เลือกที่เอาเทคโนโลยีกราฟฟิครุ่นใหม่อย่าง Radeon Polaris (RX470) ที่แรงขึ้นมาใช้แทน ทำให้ PS4 Pro ยังคงรักษาระดับราคาวางจำหน่ายได้ดีอยู่

 

แต่สิ่งที่ผู้ใช้งานหลายๆคนอาจจะไม่ได้สังเกตุ หรือบางคนสังเกตเห็นมานานแล้วนั้นก็คือ ราคาของ PS4 Pro ที่ขาย หากไปประกอบ PC 1 เครื่องที่ให้ความสามารถในการเล่นเกมได้เทียบเท่าๆกันแล้ว จะพบว่ามีราคาแพงกว่า 1 เท่าตัวเลยทีเดียว ราวๆ 27,000 บาท แต่ผู้ใช้งานฝั่ง PC ก็ให้เหตุผลว่า PC ทำได้มากกว่าเล่นเกม ซึ่งตรงจุดนี้แอดมินเองขอไม่เทียบต่อนะครับ ให้ตัดสินใจกันเอาเองตามความเหมาะสมในการใช้งานน่าจะดีกว่า

 

Product name PlayStation®4
Product code CUH-2000 series
Main processor 8 Core custom processor 28nm

CPU : x86-64 AMD “Jaguar”, 8 cores 1.6GHz

GPU : 1.84 TFLOPS, AMD Radeon™ Base graphics engine 1152 Stream Processor / Base Clock 800MHz Type Radeon HD8000 (Performance Rate HD7850)

Memory GDDR5 256Bit / 178 GBs /  5696 MHz /8GB Share Graphic
Storage size* 500GB, 1TB
Product name PlayStation®4 Pro
Product code CUH-7000 series
Main processor 8 Core custom processor 16nm

CPU: x86-64 AMD “Jaguar”, 8 cores 2.1GHz

GPU: 4.20 TFLOPS, AMD Radeon™ based graphics engine 2304 Stream Processor/ Base Clock 911MHz Type Radeon Polaris (Performance Rate RX470)

Memory GDDR5 256Bit / 218 GBs / 6976 MHz /8GB Share Graphic
Storage size* 1TB

 

PlayStation5

 

มาถึงการวิเคราะห์ Spec ของ PS5 กัน ผมและแอดมินอีกคนได้วิเคราะห์จาก Time Line การวางขายราคาขายและความเป็นไปของ Hardware ที่เคยออกมาแล้ว และ Road map ของ Hardware ที่มีกำหนดจะออกมาในอนาคต ทำให้เราคาดว่าตัว Hardware ที่จะเอามาใช้น่าจะเป็นรูปแบบประมาณนี้ครับ

 

  • CPU จะไม่มีการเพิ่มคอร์ ยังคงเป็นแบบ 8 คอร์เหมือนเดิม แต่ปรับไปใช้ CPU สถาปัตยกรรมใหม่และลดขนาดการผลิตลง สเปคที่คาดว่าจะถูกเอามาใส่ใน PS5 อาจจะรวมไปถึง XBOX Gen ใหม่ที่น่าจะออกมาไล่ๆกับ PS5 นั้นก็คือ AMD ZEN+ (Ryzen 1 ในแบบฉบับ 7nm) ที่เลือกแบบนี้เพราะในอีก 2ปี ถัดจากนี้ สถาปัตยกรรม Zen มีความแรงกว่า CPU Jaguar กว่า 2.5 เท่า บน Clock ที่เท่าๆกัน แต่ในปี 2020 Zen จะเริ่มเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้ใหม่อะไรแล้ว และการปรับมาใช้กับการผลิตที่ 7nm ยิ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงไปอีก

 

  • ทำไมใช้ 3GHz Design นั้นเพราะสถาปัตยกรรมเกม Console ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ CPU ที่มีค่า Base Clock ที่สูง เพราะการที่เลือก Zen1 เอามาใส่บน 7nm และปรับ GHz ทำงานแค่ 3GHz จะทำให้ CPU กินไฟต่ำมากและความร้อนน้อยลงมาก ซึ่งเหมาะที่จะใช้กับ Console ที่ถูกจำกัดเรื่องการใช้พลังงานที่ไม่ควรจะสูงเกินไป

 

  • กราฟฟิคชิปที่เอามาใช้คาดว่า Radeon Navi น่าจะได้ไปโลดแล่นบนเครื่อง Console ก่อนฝั่ง PC  โดยที่ Radeon Navi จะมาพร้อมกับการผลิตระดับ 7nm เช่นกัน และถูกรวมมาเป็น APU กับ Zen Plus เลย หากมองเผินๆจะเห็นว่ามันมีสเปคที่สูงมาก เมื่อเอามาเทียบกับการ์ดจอแยกที่ขายในตลาดตอนนี้อย่าง Radeon RX Vega 64 แต่ต้องอย่าลืมว่ามันจะเป็นเทคโนโลยีที่จะใส่เข้าไปหลังจากนี้ก่อนเครื่องวางจำหน่ายอีกราวๆ 2ปี ถึงเวลานั้นเอง มันก็ไม่ได้เป็นการืดจอที่มีสเปคเป็นรุ่น TOP สุดแต่อย่างใด

 

  • Ram ที่ใส่บน Console ไม่มีความจำเป็นที่จะใช้ HBM2 มันทำให้การผลิต PS5 มีต้นทุนผลิตที่สูงขึ้น และทำให้อาจมีความล่าช้าในการผลิตอีกด้วย เพราะมันต้องมีขั้นตอนการผลิตที่มากกว่าเดิม การใช้เม็ดแรม GDDR6 ที่มีค่า Performance ที่ดีกว่า GDDR5 ราวๆ 1 เท่าตัว และ nm มีขนาดลดลงกินไฟน้อยกว่าเดิมแต่เร็วขึ้น น่าจะเหมาะสมกว่าครับในมุมมองของผู้ผลิต

 

  • ส่วน HDD เรามองไปที่ขนาดเพียง 2TB สำหรับรุ่นมาตรฐาน ทั้งนี้ผมคิดว่า Sony น่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะเลือกซื้อมากกว่าขนาด 2TB ได้ด้วย หรือขออัพเกรดในภายหลังได้ด้วย มันทำให้เครื่องไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนในการผลิต แต่ให้ผู้ใช้งานไปหาเพิ่มกันเอาเองตามความต้องการที่ไม่เท่ากันของแต่ละคน

 

Product name PlayStation®5
Product code ???
Main processor 8 Core custom processor 3.0GHz+

CPU: x86-64 AMD “Zen+ APU”, 8 cores 7nm Architecture Design

GPU: 11.5-13.5 TFLOPS, AMD Radeon™ Base graphics engine 4096 Stream Processor/ Base Clock 1200MHz Type Radeon Navi 7nm Architecture (Performance Rate Radeon Vega 64)

Memory GDDR6 256Bit 16GB 12,000MHz / Share Graphic
Storage size* 2TB

 

เป็นยังไงครับกับบทวิเคราะห์สเปค PS5 ที่ทางเราช่วยกันคิดวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ ดูแล้วรวมๆจะมีความแรงกว่า PS4 Pro ณ ปัจจุบันนี้ราวๆ 2.5-3 เท่า แต่เราอ้างอิงพื้นฐานของต้นทุนการผลิตไว้ก่อน แต่ก็คงไว้ด้วยเทคโนโลยีที่ต้องดูแล้วต้องดูดีพอสมควรเมื่อถึงปี 2020 ผมก็ยังมองไปอีกว่ายังไงก็ต้องทำเครื่องเกมที่ราคาวางจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 399Usd และไม่เกิน 499Usd

 

ซึ่งในปี 2020 ผมคาดว่าจะเป็นปีที่เครื่อง PS5 อาจจะเปิดตัวไล่ๆกับ Xbox ตัวใหม่เลยก็ได้ แต่มาชี้วัดกันเลยครับว่าใครจะเปิดตัวได้เปคเครื่องที่แรงกว่ากันจะได้เปรียบไปเกือบครึ่ง หากเปิดตัวในช่วงเวลาไล่ๆกัน อย่างที่ 2 สำคัญกว่ามากคือเกมที่ป้อนให้กับเกมเครื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ Exclusive Game ซึ่งฝั่ง PS จะมีจุดแข็งตรงนี้มากกว่าคู่แข่ง

 

อีกประเด็นนึงที่ผมคาดไว้อีกว่า ใน Console Next Gen เครื่องเกมนั้นจะสามารถนำแผ่นเกมเดิมๆของ Gen ก่อนหน้านี้ เอากลับมาเล่นได้อีกด้วย ซึ่งในจุดนี้ถ้าเกิดมีเครื่องไหนที่คิดทำตรงนี้ก่อน ยิ่งเป็นตัวยอกย้ำชัยชนะได้เป็นอย่างดีในสงคราม Console Next ที่อีกไม่นานกำลังจะเปิดปฐมบทมหากาฬย์เครื่องเกมยุคใหม่

 

 

***บทวิเคราะห์จากฐานข้อมูลเก่าและใหม่ กับความน่าจะเป็นของสเปคเครื่อง PlayStation5 ในอนาคตอันใกล้นี้ บทความนี้เขียนจากประสบการณ์และการรวมรวมข้อมูลของแอดขึ้นมาเอง มีจุดไหนผิดพลาดประการใด ของขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ***

 

 

 

Share This:

728 ผู้เข้าชม

Microsoft ปิดการอัพเกรดฟรีจาก Windows 8.1 เป็น Windows 10 ในวันที่ 16 มกราคมนี้

 

Microsoft Windows 8.1 ได้ถูกยกเลิกออกจากการสนับสนุนหลัก ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานที่ยังไม่ได้อัพเกรดมาใช้งาน Windows 10 จะไม่สามารถอัพเกรดมาใช้งานได้ตามวิธีเดิม แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีในการอัพเกรดเป็น Windows 10 ฟรี

หากคุณยังคงใช้ Windows 8.1 อยู่โปรดทราบว่าไมโครซอฟท์ปิดให้บริการอัพเกรดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ก็ยังมีทางที่จะปรับมาใช้งานรุ่นล่าสุดสำหรับ Windows 10 ผ่านช่องทางที่ Microsoft ได้กำหนดไว้ซึ่งปิดตัวลงในวันที่ 16 มกราคมนี้

Microsoft สิ้นสุดการสนับสนุนหลักสำหรับ Windows 8.1 เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งนับรวมแล้วได้ห้าปีหลังจากการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ โดยพื้นฐานแล้วนับว่าการสนับสนุนสมควรสิ้นสุดได้นานแล้ว และสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ยังใช้งาน Windows 8.1 จะยังคงใช้งานไปได้ตลอดไปโดยไม่มีคุณลักษณะใหม่หรือมีการแก้ไขข้อบกพร่อง แต่ Microsoft ได้ย้ายระบบปฏิบัติการไปยัง “การสนับสนุนแบบขยาย” ซึ่งจะมีการอัปเดตด้านการรักษาความปลอดภัยอีก 5 ปีจนถึงปี พ.ซ. 2566

ในมุมมองของ Microsoft ผู้บริโภคควรย้ายการใช้งานไป Windows 10 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสมัยใหม่ที่มีการแก้ไขปัญหาและการอัปเดตเป็นประจำ และในขณะที่บริษัทให้เวลาในการอัพเกรด Windows 10 ให้แก่ผู้ใช้ฟรี NetMarketshare แสดงให้เห็นว่าประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ปฏิเสธที่จะอัปเกรดในกำหนดเวลาเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560 ซึ่งหากใครยังไม่ได้เปลี่ยนมาใช้งานทางบริษัทยังเปิดโอกาสสุดท้ายที่จะอัปเกรด (เว้นแต่ Microsoft จะขยายกำหนดเวลาอีกครั้ง)

เมื่อผ่านระยะเวลาหนึ่งปีสำหรับการอัพเกรดฟรีไปเป็น Windows 10 ไมโครซอฟท์ก็ปล่อยสิ่งที่เรียกว่า “Assistive Technology” ผู้ที่ใช้เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกเช่นโปรแกรมอ่านหน้าจอหรือแป้นพิมพ์อักษรเบรลล์จะมีเวลาเพิ่มขึ้นในการอัพเดต ทำให้ผู้ที่ใช้งานฟีงก์ชั่นดังกล่าวจะยังคงสามารถอัพเกรดเป็น Windows 10 ได้ฟรีอยู่ซึ่งแต่เดิมไมโครซอฟท์เตือนว่าจะไม่ให้อัพเดตฟรีหลังจากวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2560 แต่ก็ยังมีการเปิดให้ทำการอัพเดตอยู่จนถึงวันที่ 16 มกราคมนี้ โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าเป็นผู้ที่ได้ใช้งานฟังก์ชั่นช่วยเหลือจริงหรือไม่ เพียงแค่เปิดการใช้งานก็ยังคงสามารถอัพเกรดมาใช้งาน Windows 10 ได้

สามารถพูดได้แน่นอนว่าวันที่ 16 มกราคมนี้ Microsoft จะยกเลิกการอัพเกรดฟรีจาก Windows 8.1 แต่ช่องโหว่ที่วางไว้ให้นั้นอาจเป็นเพราะว่า Microsoft ต้องการให้ผู้ใช้อัพเกรดเป็น Windows 10 และใช้ช่องโหว่นี้เป็นประตูหลังที่ขยายได้ตลอดเวลาเพื่อให้สามารถอัพเกรดได้ แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าช่วงเวลาแห่งความเมตตาของ Microsoft จะสิ้นสุดในเร็ว ๆ นี้

ที่มา : pcworld

Share This:

1.8K ผู้เข้าชม

Windows 10 Patch Update ปิดบั๊กที่เกิดขึ้นพร้อมวิธีอัพเดต

 

จากความผิดพลาดที่ถูกแจ้งเข้ามาทาง Microsoft ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ทำการแก้ไขให้โดยมีการออก Patch ออกมาแก้ไขให้ผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ในขณะนี้สามารถเข้าไป Download Patch ที่ชื่อ “KB4056892” ออกมาเพื่อแก้ไขด้วยตนเอง ซึ่งสามารถเข้าไป Download ได้จากลิงค์นี้ โดยสามารถเข้าไปเพื่อเลือก Ver. ที่ใช้งานแล้วนำมาติดตั้งที่เครื่องของผู้ใช้งานได้ทันที

หลังจากทำการติดตั้งเรียบร้อยแล้วสามารถเข้าไปตรวจสอบการติดตั้งได้ โดยหลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว หมายเลข OS Build จะต้องเป็น 16299.192 ซึ่งก็จะถือว่าแล้วเสร็จ (แต่สำหรับใครที่ Update ไปแล้วมีปัญหาสามารถเข้าไปแก้ไขได้โดยการถอนการติดตั้งที่ Windows Update >> Update History >> Uninstall Update ที่ได้ติดตั้งไป)

 

ทางทีมงานได้ทำการทดสอบจากเครื่องที่ใช้งาน CPU AMD Ryzen 3 1200 (Overclock 3.825GHz ) โดยทำการ Update Windows  และทดสอบในโปรแกรม CPU-Z Ver. 1.81.1 และ Cinebench R15 โดยผลทดสอบได้ดังนี้

ก่อนทำการ Update

หลังจาก Update

ทั้งนี้เราก็ได้เพิ่มการทดสอบเข้ามาอีกคือ CPU Intel Core i5 8600K

โปรแกรม CINEBENCH R15 ก่อนและหลังจาก Update

โปรแกรม CPUZ ก่อนและหลังจาก Update

ซึ่งจากผลการทดสอบที่ออกมานั้นดูแล้วผลกระทบกับ AMD Ryzen และ Intel หลังจากการ Update Patch แล้วคะแนนในส่วนของผลการทดสอบนั้นไม่มีความแตกต่างกับก่อนทำการ Update แต่อย่างใด ซึ่งตรงกับผลทดสอบโดยทั่วไปว่าหลังจากการทำการ Update แล้วไม่พบความแตกต่างในผลของการทดสอบของทุก CPU ไม่ว่าจะเป็น AMD หรือ Intel แต่อย่างไรเช่นกัน แต่อาจจะมีปัญหากับบางโปรแกรมบ้างเท่านั้น ซึ่งน่าจะได้รับการแก้ไขในภายหลังจาก Microsoft

Share This:

2.8K ผู้เข้าชม

Microsoft ปิดการ Upgrade ฟรีสำหรับ Windows 10 ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้

 

ผู้ที่ยังใช้งาน Windows 7 และ Windows 8/8.1 ที่ต้องการอัปเกรดเป็น Windows 10 อาจจะต้องรีบหน่อยเพราะว่าทาง Microsoft จะปิดการอัปเกรดฟรีในวันที่ 31 ธันวาคมนี้แล้ว ซึ่งข้อเสนอจาก Microsoft ในโปรแกรม Assistive Technologies ซึ่งยังคงสามารถใช้งานได้อยู่ในตอนนี่ ซึ่งตามจริงแล้ว Microsoft น่าจะมีการปิดไปแล้วในส่วนของ Windows 7 และ Windows 8/8.1 ในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Microsoft ก็ยังคงให้การอัปเกรดอยู่แต่ก็สำหรับตอนนี้ได้ออกมาออกประกาศการอัพเกรดฟรีจะสิ้นสุดลง

สำหรับผู้ที่ได้อัปเกรดเป็น Microsoft Windows 10 แล้วจะยังคงใช้งานได้ต่อไป รวมถึงเมื่อต้องการติดตั้งใหม่ก็ยังจะสามารถอัปเกรดมาใช้ใหม่ด้วยจาก Windows 7 หรือ Windows 8/8.1 สำหรับผู้ที่เคยอัปเกรดมาแล้ว แต่ว่าผู้ที่ไม่ได้อัปเกรดจะไม่สามารถทำได้

ที่มา : guru3d

Share This:

999 ผู้เข้าชม

Xbox One X จะมีประสิทธิภาพมากขนาดไหน

 

ทุกคนในตอนนี้พอจะรู้มาบ้างแล้วว่า Xbox One X นั้นจะมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับคอนโซลอื่น ๆ ในปัจจุบันอย่างมากมาก ซึ่งประสิทธิภาพนั้นมากกว่า PS4 Pro อย่างแน่นอนโดยเฉพาะเพื่อมอบสิ่งที่หลายคนรอคอยที่อาจเรียกว่าประสบการณ์จากคอนโซลที่จะเล่นภาพระดับ “4K”  ซึ่งจากตารางเปรียบเทียบรายละเอียดของคอนโซล x86 ในปัจจุบันจากโซนี่และไมโครซอฟท์ทำให้สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในส่วนของความแตกต่างระหว่าง CPU, GPU, RAM และรายละเอียดปลีกย่อย ทำให้เห็นได้ถึงความแตกต่างระหว่างคอนโซลรุ่นต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

เมื่อเปรียบเทียบ Xbox One กับ Xbox One S กับ Xbox One X เป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่า Microsoft ต้องการลดความซับซ้อนของการออกแบบชิปด้วยการถอด ESRAM ขนาด 32 MB และแทนที่ด้วยหน่วยความจำ GDDR5 ที่เร็วกว่า ด้วยหน่วยความจำ GDDR5 ได้ให้แบนด์วิดธ์หน่วยความจำที่มากกว่า ESRAM ของ SOC ที่เคยมีอยู่ นอกเหนือจากการเพิ่มแบนด์วิดท์หน่วยความจำแล้วไมโครซอฟท์ได้เพิ่มจำนวน RAM ให้กับคอนโซลของตนกว่า 50% ซึ่งจะทำให้รองรับภาพกราฟิกมีเอฟเฟ็คมากขึ้นหรือจะเป็นพื้นผิวที่มีความละเอียดสูงกว่าที่เคย ซึ่งจะใช้ใน Xbox One X และเมื่อเล่นเกมในรุ่น Non-X หรือ Xbox One ที่เก่ากว่าหน่วยความจำที่เพิ่มมานี้จะถูกใช้เป็น RAMDISK ทำให้เกมเก่าสามารถโหลดได้เร็วกว่ามาตรฐาน Xbox One ที่เคยมีมา

Xbox One X ยังมีหน่วยคำนวณมากกว่า Xbox One และมีหน่วยเหล่านี้ถูกโอเวอร์คล็อกด้วยความเร็วที่สูงขึ้นทำให้ Xbox One X ทำงานได้เร็วกว่ามาก GPU จะมีพลังงมากกว่า 4 เท่าของ Xbox One และ Xbox One S ซึ่งเป็นเหตุผลที่เครื่องคอนโซลนี้สามารถใช้เล่นเกมส์ที่มีพิกเซลมากกว่ารุ่นรุ่นที่ไม่มี X นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังได้ยกระดับเครื่องคอนโซลด้วย CPU Enhanced Jaguar ซึ่งมีความเร็วของสัญญาณนาฬิกาที่ 2.3GHz ซึ่งเพิ่มขึ้น 31.4% จาก Xbox One และ Xbox One S ซึ่งนี้ก็เป็นในแง่ของความเร็วนาฬิกาเพียงอย่างเดียว ยังไม่รวมถึงชุดคำสั่งใหม่ที่จะมาเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นมาอีก ซึ่งทำให้คาดการณ์ได้ว่าประสิทธิภาพที่ได้มานั้นอาจถึงระดับ 50% ได้

Xbox one Xbox One S Xbox One X PS4 PS4 Pro
Process Node 28nm 16nm 16nm 28nm 16nm
CPU Cores 8 8 8 8 8
CPU Archtecture Jaguar Jaguar Enhanced/Custom Jaguar Jaguar Jaguar
CPU Clock Speeds 1.75GHz 1.75GHz 2.3GHz 1.6GHz 2.1GHz
Memory amount (Total) 8GB 8GB 12GB 8GB 8GB (+1GB)
Memory Type DDR3 DDR3 GDDR5 GDDR5 GDDR5 (+DDR3)
Memory Bandwidth 68.26GB/s 68.26GB/s 326GB/s 178GB/s 218GB/s
Memory Bandwidth (ESRAM) 204GB/s 219GB/s N/A N/A N/A
GPU Archtecture GCN GCN Custom Polaris GCN Custom Polaris
GPU CUs 12 12 40 18 36
GPU Cores 768 768 2560 1152 2304
GPU Clock Speeds 853MHz 914MHz 1172MHz 800MHz 911MHz
GPU Perf (TFlops) 1.31 1.4 6 1.84 4.2

เมื่อเทียบกับ PS4 Pro การเพิ่มขึ้นของพลัง CPU และประสิทธิภาพของ GPU มีความชัดเจนแม้ว่าจากข้อมูลจำเพาะที่มีมานั้นจะเห็นถึงการเพิ่มแบนด์วิดท์และความจุของหน่วยความจำที่ทำให้ Xbox OneX มีประสิทธิภาพนำหน้าเครื่องคอนโซลที่ทรงพลังที่สุดของโซนี่ในตอนนี้ จาก VRAM 4GB ที่เพิ่มเติมขึ้นมา และแบนด์วิดท์ที่เพิ่มขึ้นมาอีก 108 GB/s ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้สามารถโหลดข้อมูลได้เร็วขึ้นจากหน่วยความจำและทำให้ Xbox One X สามารถให้รายละเอียดพื้นผิวของตัวเกมส์ที่มีความละเอียดสูงกว่า PS4 Pro ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากอย่างยิ่งในฐานะเครื่องคอนโซลยุคใหม่ที่จะเน้นการแสดงรายละเอียดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในตอนนี้ยังมีเกมส์ไม่มากนักที่จะมีความละเอียดสูงจาก Xbox One X และ PS4 Pro ดังนั้นจึงอาจที่จะไม่สามารถเปรียบเทียบรายละเอียดระหว่างกราฟิกที่มีให้จากเครื่องคอนโซลทั้งสอง แต่จากรายละเอียดทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า Xbox One X จะมีข้อได้เปรียบในเรื่องของความแรงและความจุหน่วยความจำซึ่งจะช่วยให้นักพัฒนาเกมส์สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากเครื่องคอนโซลตัวใหม่จาก Microsoft ซึ่งถ้ามีการปรับราคาให้มีต่ำลงกว่าของทาง Sony PS4 Pro จะเพิ่มความน่าสนใจอย่างมากในการซื้อมาใช้งานเป็นอย่างยิ่ง

ราคากลางจากสหราชอาณาจักร PS4 Pro มีราคาประมาณ 350 ปอนด์และ Xbox One X มีราคาประมาณ 450 ปอนด์ทำให้ Xbox One X มีราคาที่สูงกว่า 100 ปอนด์ ซึ่งก็ต้องมาดูว่าความสามารถที่จะเล่นภาพระดับ 4K อาจเป็นปัจจัยใหญ่ที่ทำให้การเลือกใช้งานระหว่างคอนโซลทั้งสองแบบสำหรับบางคนได้

จากคำกว่าวอ้างของ Microsoft ได้ระบุว่า “Xbox One X ของพวกเขามีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องคอนโซลอื่นๆ ถึง 40%” อาจจะค่อนข้างผิดพลาดเนื่องจากว่าในขณะนี้อาจบอกได้ว่าเป็นความจริงได้ครึ่งเดียวเพราะในแง่ของแบนด์วิดท์หน่วยความจำและประสิทธิภาพของ GPU แต่เมื่อมองในแง่ของ CPU แล้ว Xbox One X จะมีประสิทธิภาพที่มากกว่า PS4 Pro ประมาณ 10% แต่ก็ต้องยอมรับว่า Xbox One X จะเป็นเครื่องคอนโซลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในขณะนี้ และก็คงเป็นคอนโซลอีกรุ่นหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคตจาก Microsoft ที่จะทำให้การเล่นเกมส์นั้นเปลี่ยนไป

ที่มา : overclock3d

Share This: