383 ผู้เข้าชม

Microsoft อ้าง Patch อาจทำให้เซิฟเวอร์บางส่วนช้าลงอย่างมาก

ทาง Microsoft Corperation ออกมาพูดถึงปัญหา bug ที่ทำให้กระทบต่อความปลอดภัยของระบบนั้นอาจทำให้เซิฟเวอร์บางตัวนั้นช้าลงเป็นอย่างมากและอาจมีผลต่อ PC ด้วย ซึ่งปัญหาส่งผลเสียให้กับทาง Intel พอสมควร

โดยทาง Microsoft ออกมาพูดให้เห็นภาพได้ชัดเจนกว่าทาง Intel ที่ตัว CEO อย่าง Brian Krzanich ออกมากล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่ามีการกระจายของปัญหานี้อย่างแพร่หลาย แต่กลับไม่พูดถึงความร้ายแรงที่เกิด ว่าเครื่องที่ทำงานบางอย่างอาจได้รับผลกระทบมากกว่าปกติ

จากเหตุการณ์นี้ทำให้หุ้นของ Intel ลดลงมา 2.2 % เหลือ $43.75 สำหรับตลาดหุ้นใน New York ส่วน Microsoft นั้นหุ้นขึ้นมา 0.3 % เป็น $88.50

Microsoft นั้นแจ้งเตือนว่า ใน blog ว่าเครื่องเซิฟเวอร์ ในเครือข่าย ที่ทำงานแบบจำเพาะบางอย่าง “นั้นอาจได้รับผลกระทบมากขึ้น” แต่ไม่ได้หมายความว่าเซิฟเวอร์ทุกเซิฟเวอร์จะได้รับผลกระทบทั้งหมด แต่ทาง Microsoft ก็ไม่ได้บอกว่ามากน้อยแค่ไหน ซึ่งบริษัทก็บอกว่าได้ทำการทดสอบหลายๆอย่าง แล้วก็จะทำการอัพเดทแก้ปัญหาตามที่พบ

เครื่อง PC ที่ใช้ Windows 10 ซึ่งเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปี 2016 จะพบกับปัญหาประสิทธิภาพที่ลดลงแต่ก็ไม่ถึง 10 % (ตามที่ Microsoft อ้าง) ซึ่งไม่น่าจะรู้สึกถึงเรื่องนี้เวลาใช้งานปกติ แต่คนที่ใช่ Window รุ่นเเก่าบน PC อาจจะเห็นว่ามันช้าลง โดยเครื่องเก่าๆที่ใช้ Windows 7 และ Windows 8 ตั้งแต่ปี 2558 หรือก่อนหน้านั้นอาจได้รับผลกระทบด้านประสิทธิภาพในระดับที่รู้สึกได้ ทาง Microsoft กล่าว

ในวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา Intel ยืนยันว่าชิปของตนเองมีการรองรับมี feature ที่สามารถทำการโดนแฮคได้ หลักๆก็คือ Meltdown และ Spectre ซึ่งสามารถพบได้ใน processor กว่าพันล้านตัว ที่ใช้ใน PC เซิฟเวอร์ และโทรศัพท์ที่ทำให้โดนโจมตีและเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ซึ่งบริษัทด้านเทคโนโลยีเจ้าใหญ่ๆก็ต่างพากันออกตัว software update เพื่อทำการ patch รูรั่วของระบบและในตอนนี้ก็เริ่มมาพูดถึงประสิทธิภาพที่ลดลงมากันแล้ว

ในการแก้ปัญหาในลักษณะนี้ลูกค้าต้องยอมรับกับการลดลงของประสิทธิภาพเครื่องเพื่อความปลอดภัยทำให้ต้องเพิ่มจำนวนเซิฟเวอร์เพื่อให้ทำงานได้เท่าเดิมเมื่อทำการติดตั้ง security update ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการ patching กับปัญหา hardware หลายๆแบบเพื่อแก้ปัญหา

โดยทาง Intel นั้นมีส่วนแบ่งการตลาดของเซิฟเวอร์ที่ 99 %โดย 90 % นั้นเป็นเครื่อง laptopและ 88 % เป็นเครื่อง desktop นั่นเอง

ทาง Krzanich กล่าวในวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่า patch จากบริษัทต่างๆ เช่น Microsoft อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ช้าลงโดยก่อนหน้านี้ทาง Intel บอกว่าลดลงเพียงเล็กน้อยหรือไม่มาก จนกระทั่งมีการทดสอบที่ตรงจุดซึ่งพบว่าทำให้ช้าลงถึง 30%

ในวันอังคารที่ผ่านมาทาง Intel ก็ออกมาบอกว่าผู้ใช้ PC ทั่วๆไปนั้นไม่ได้รับผลกระทบมากนักโดยอ้างจากการทดสอบเครื่อง PCต่างๆพบว่าช้าลง 6 % หรือต่ำกว่า และไม่มีอะไรที่เกินกว่า ช่วง  2 – 14 %

สำหรับเครื่องเซิฟเวอร์นั้นยังไม่ค่อยชัดเจนนักเพราะประสิทธิภาพจะลดลงแค่ไหนขึ้นกับว่าใช้เทคนิคอะไรในการป้องกันเครื่องจากการโจมตี

Intel กล่าวว่า “ยังต้องมีอะไรที่จะต้องทำอีกมากเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนของปัญหาบนระบบ data center ซึ่งในบางกรณีนั้นมีตัวเลือกมากมายซึ่งจะส่งผลกระทบที่แตกต่างกันออกไป”

ทาง Microsoft นั้นก็ออกมาให้ข้อมูลมากขึ้นและให้ความร่วมมือกับลูกค้าเพื่อที่จะเลือกว่าจะจัดการระบบความปลอดภัยแบบไหน ในกรณีที่ตัวเซิฟเวอร์ไม่มีความเสี่ยงจากกการขโฏมยข้อมูล บริษัทคู่ค้าก็สามารถเลือกให้ทำงานเร็วขึ้นแทนที่จะเน้นเรื่องความปลอดภัย

หัวหน้าฝ่าย Windows Terry Myerson ได้เขียนลง blog ว่า “เรายืนยันว่าจะเน้นให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจนเท่าที่เป็นไปได้ให้กับลูกค้า เพื่อที่จะตัดสินใจได้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สำหรับอุปกรณ์และระบบของพวกเขา ที่ใช้ในองค์กรและทั่วโลก”

ปัจจุบันทาง Microsoft Corperation ได้ทำการ หยุด update ตัวแก้ไขบางตัวในระบบปฏิบัติการ Windows สำหรับเครื่อง PC ที่ใช้ชิปจากทาง AMD (Advanced Micro Devices Inc.) เป็นการชั่วคราว หลังจากที่มีผู้ใช้ที่ติดตั้ง patch แล้วเกิดปัญหาเปิดเครื่องไม่ติดหรือเครื่องค้าง

แต่สำหรับเครื่องเซิฟเวอร์ที่ใช้เป็น data center ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทาง Microsoft ที่เป็นเช่นนั้นเพราะตัวเครื่องต้องจัดการงานหนักๆหลายๆอย่าง เลยทำให้ส่งผลโดยตรงต่อชิปเมื่อดาวน์โหลดตัวแก้ไข

ถึงกระนั้นทาง Microsoft ลูกค้าที่ใช้บริการ Azure cloud-computing นั้นจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะทางบริษัทได้ทำการ update ระบบ cloud  และจัดการแก้ปัญหา เช่น นำตัวเซิฟเวอร์ cloud แยกไปใช้กับ client เดี่ยวๆเพื่อจัดเก็บข้อมูลสำหรับ client อื่นๆ แต่การแก้ไขก็ไม่ได้แก้ได้ทุกปัญหาซึ่งบริการที่ Microsoft ให้ก็อาจมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในบางจุด

ถ้าเซิฟเวอร์ที่มีอยู่มันช้าลงล่ะก็ ลูกค้าก็อาจจะต้องซื้อเครื่องเซิฟเวอร์มากขึ้น เพื่อให้ทำงานได้เทียบเท่าก่อนที่จะติดตั้ง patch ซึ่งอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าของทาง Intel

ที่มา Bloomberg

Share This: