2.4K ผู้เข้าชม

การ์ดจอค่าย NVIDIA จะเริ่มมีราคาสูงขึ้นในเดือนนี้เนื่องจากปัญหา Memory ที่ใช้ผลิตขาดตลาด

ช่วงนี้ถือว่าเป็นข่าวร้ายอย่างแท้จริงสำหรับผู้ที่คิดจะซื้อการ์ดจอ หลังจาก AMD ออกการ์ดจอในตระกูล RX Vega ซึ่งเป็นการ์ดในระดับ enthusiast และค่อนข้างมีแรงกดดันจากปริมาณสินค้าในสต็อค แต่ในส่วนของ NVIDIA ที่ผลิตการ์ด GeForce GTX 10 series นั้นมีรายงานจากทาง Digitimes ว่าจะมีปัญหาสินค้าขาดตลาด เนื่องจากขาดแคลน GDDR5 memory

ซึ่งในรายงานดังกล่าวอ้างว่าการ์ดจอของ NVIDIA นั้นจะมีราคาสูงขึ้นตั้งแต่การ์ดในระดับล่างไปจนถึงการ์ดในระดับบนรวมถึง GTX 1080 Ti, GTX 1080, GTX 1070, GTX 1060 ไปจนถึง GTX 1050 โดยราคาการ์ดจอนั้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 10% โดยจะเริ่มมีผลในช่วงกันยายน โดยรายงานดังกล่าวอ้างว่าทางผู้ผลิต GDDR5 memory อย่าง Samsung และ SK Hynix ลดกำลังการผลิตชิบ GDDR5 ที่ใช้กับการ์ดจอแยก ลงมาและเพิ่มราคาของ GDDR 5 memory มาอีก 30.8% โดยมีผลในทันที
ที่ทางผู้ผลิต memory ตัดสินใจเช่นนี้เนื่องมาจากเตรียมเปลี่ยนไปผลิต RAM ตัวมาตรฐานอันเนื่องมาจากมีความต้องการในตลาดสูงขึ้นทั้งในตลาด enterprise และ mobile

แถมด้วยความนิยมในการขุดเหมืองที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทำให้ สต็อคสินค้าของการืดจอแยกนั้นได้รับแรงกดดันจากส่วนนี้มากขึ้น ซึ่งราคาการ์ดจอที่ถีบตัวสูงขึ้นเนื่องจากขาดตลาดทำให้บรรดา PC เกมเมอร์ ที่คิดจะอัพเกรดการืดจอต้องปวดจไปตามๆกัน ถ้าคุณคิดที่จะรอให้ราคาลดลงมาแล้วอัพเกรดการ์ดจอ แล้วล่ะก้นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมว่าจะซื้อการ์ดจอในตอนนี้หรือให้ขาดตลาดก่อนแล้วค่อยไปซือทีหลัง

ที่มา WCCFTECH

Share This:

2.5K ผู้เข้าชม

MSI GTX 1080 Ti Lightning X และ Z เปิดขายแล้วแค่ 29,xxx บาท

สำหรับใครที่อยากได้ความแรงแบบถึงใจของ Nvidia 1080Ti และชื่นชอบ MSI ด้วยแล้วคงไม่พลาดในตระกูล MSI Lightning โดยในครั้งนี้ออกมาถึงสองรุ่นคือ MSI GTX1080Ti Lighting X และ Z ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีความสวยงามจากตัวการ์ดและยังมีประสิทธิภาพที่ดีด้วย โดยตัวการ์ดจะมีอยู่ 3 โหมดด้วยกัน

MSI GTX1080Ti Lighting X Base Clock Boost Clock Memory Clock
Silent Mode 1480 MHz 1582 MHz 11016 MHz
Gaming Mode 1544 MHz 1657 MHz 11124 MHz
Lightning Mode 1569 MHz 1683 MHz 11124 MHz
MSI GTX1080Ti Lighting Z Base Clock Boost Clock Memory Clock
Silent Mode 1480 MHz 1582 MHz 11016 MHz
Gaming Mode 1158 MHz 1195 MHz 11124 MHz
Lightning Mode 1607 MHz 1721 MHz 11124 MHz

นอกจากนี้แล้ว MSI ยังมีความประณีตในการออกแบบด้วยการออกแบบชุดระบายความร้อนแบบสามพัดลมบนฮิตซิ้งระบายความร้อนที่ต้องการพื้นที่ถึง 3 สล็อต โดยมีไปท์ที่ทำจากนิคกิลจำนวน 6 เส้น ระบายความร้อนให้กับ GPU และภาคจ่ายไฟ รวมถึงมี backplate ที่สวยงาม และสุดท้ายสิ่งที่แทบจะขาดไม่ได้แล้วก็คือไฟแบบ RGB ที่ MSI บรรจงใส่มาให้ด้วย (เฉพาะรุ่น MSI GTX 1080 Ti Lightning Z) ใครอยากได้คงต้องรีบจับจองกันหน่อย เพราะทาง newegg จำกัดปริมาณการขายไว้ด้วย 2 ชิ้นต่อคนเท่านั้น

สุดท้ายใครอยากได้สนนราคาไว้ที่ 29,251.99 บาท สำหรับ MSI GTX 1080 Ti Lightning X และ 29,591.99 บาท สำหรับ MSI GTX 1080 Ti Lightning Z สามารถสั่งตรงจาก newegg ได้โดยตรง ซึ่งราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและการขนส่ง

Share This:

1.8K ผู้เข้าชม

สายโหด MSI GeForce GTX 1080 TI Lightning Z สนับสนุน LN2

MSI ประกาศเปิดตัวล่าสุดกับการ์ดจอในตระกูล Lightning โดยครั้งนี้มาพร้อมกับ GeForece GTX 1080Ti ในชื่อรุ่น MSI GeForce GTX 1080 TI Lightning Z ที่สนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างลงตัว  เช่น TRI-FROZR การออกแบบพัดลมแบบ TORX 2.0 SuperPipe และ Military Class 4

 

MSI ขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบอยู่แล้ว โดยเฉพาะการออกแบบชุดระบายความร้อนซึ่งมีความยอดเยี่ยมในประสิทธิภาพจากการออกแบบ TRI-FROZR ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ใน   MSI GeForce GTX 1080 TI Lightning Z โดยใช้พัดลม TORX 2.0 ในขนาด 10cm และ 9cm ควบคู่กัน ทำให้มีเสียงที่เงียบและถ่ายเทอากาศได้เป็นอย่างดี

 

Mystic Light ช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งไฟ RGB ได้จากการใช้ซอฟต์แวร์ MSI Mystic Light ทำให้สามารถซิงโครไนซ์สีและลักษณะพิเศษต่างๆของการ์ดจอคบคู่กับอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆได้

 

การออกแบบภาคจ่ายไฟมีเฟส 14 เฟสสำหรับ GPU และ 3 เฟสสำหรับหน่วยความจำ จากภาคจ่ายไฟที่เพิ่มขึ้นทำให้แน่ใจว่ามีกำลังไฟเลี้ยงที่เพียงพอต่อการ Overclock และด้วย PCB วางซ้อนกันถึง 10 ชั้นตามแบบกำหนดเองของ LIGHTNING ทำให้การออกแบบทำได้อย่างลงตัวและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

LN2 BIOS บนการ์ดจอมีความสามารถทำให้ในการโอเวอร์คล๊อกได้มากขึ้นโดยไม่ต้องมีการดัดแปลงฮาร์ดแวร์ ทำให้ลบข้อจำกัด และทำให้สามารถปลดล็อกความสามารถของการ์ดกราฟิกได้เป็นอย่างดี

MSI GTX 1080 Ti LIGHTNING Z มาพร้อมกับ Military Class 4 ทำเพื่อให้ตัวการ์ดจอมีเสถียรภาพที่ดีที่สุด ตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ที่มีขั้นตอนการทำงานของ DrMOS 60A ซึ่งเป็นมาตรฐานการวัดที่ได้รับการจัดอันดับว่าสูงสุดในการวัดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานได้มาก ตัวการ์ดจอประกอบด้วย Hi-C CAP, Super Ferrite Choke, และ Solid CAP ทำให้  MSI GTX 1080 Ti LIGHTNING Z สามารถแสดงประสิทธภาพได้ดีที่สุด

 

MSI GeForce® GTX 1080 Ti LIGHTNING Z คาดว่าจะวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม

ที่มา : videocardz

Share This:

3.2K ผู้เข้าชม

น้ำเปิดเราก็มี AORUS GeForce GTX 1080 Ti Waterforce XE

หลังจากคราวที่แล้วทีมงาน GcubeZ ได้นำเสนอในส่วนของ Aorus หรือชื่อเดิม Gigabyte ได้ออกชุดน้ำปิด (All In One) ซึ่งครั้งนี้มาในนามเต็มๆว่า “GIGABYTE GeForce GTX 1080 Ti AORUS Waterforce WB Extreme Edition 11G (GV-N108TAORUSX WB-11GD)” ซื่อถือเป็นตัวที่สองของ Aorus ที่ได้ทำชุดน้ำให้กับชิพ GeForce 10 Series

จากภาพจะพบได้ว่ากราฟฟิคการ์ดใบใหม่จากทาง Aorus จะมี PCB คล้ายในรุ่น  Aorus 1080Ti Xtreme Edition ทำให้คาดว่าจะมีเฟสไฟ 12 + 2 ส่วน Power Connector จะใช้แบบ 8Pin 2 ตัว มีกรอบฮีทซิ้งที่ใช้ระบายความร้อนด้วยน้ำ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานนำมาต่อใช้เอง สำหรับภาคแสดงผลนั้นจะมี HDMI 2.0b x2 DisplayPorts 1.4 x2 และ DVI ซึ่งพอร์ต HDMI จะสนับสนุนเทคโนโลยี VR-Link

สำหรับ AORUS GeForce GTX 1080 Ti Waterforce XE จะมี Backplate  ด้านหลังเช่นเดียวกับในรุ่น Xtrem Edition ส่วนของโหมด Overclock ความเร็วของสัญญาณนาฬิกามีค่าเริ่มต้นที่ 1,632 MHz และมี Boot Clock ที่ 1,746 MHz สำหรับ Memory Clock มีค่าตั้งตั้นที่ 11,232 MHz และ Boosts Clock 11,448 MHz

สุดท้ายในรายละเอียดของราคายังไม่เป็นที่เปิดเผย รวมถึงกำหนดวางจำหน่าย ใครที่เป็นแฟน Gigabyte อยู่แล้ว รวมถึงผู้ที่กำลังหา GeForce GTX 1080Ti มาใช้งานก็คงไม่น่าพลาดได้กับ AORUS GeForce GTX 1080 Ti Waterforce XE ที่จะมาเสริมให้คอมพิวเตอร์ของท่านนอกจากความแรงแล้ว ยังมีความสวยงามที่เพิ่มเข้ามาด้วย

ที่มา : videocardz

Share This:

4.1K ผู้เข้าชม

พบกับเครื่องขุดขุมกำลัง Nvidia Pascal 8 ตัวต่อเครื่อง

จากความต้องการในสกุลเงินดิจิตอล โดยมีความต้องการพุ่งขึ้นสูง ทำให้ความต้องการ GPU นำมาใช้ในการประมวลผลมีสูงขึ้น และจากการขาดตลาดของการ์ดจอของ AMD ซึ่งก็ไม่แน่นอนแล้วว่าเมื่อมีการนำเข้ามาจะมีจำหน่ายเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ ซึ่งการขาดตลาดของการ์ดจอ AMD Radeon RX500 Series ไม่เพียงแค่ RX580 RX570 แต่กระทั่ง RX560 ก็ขาดตลาดไปด้วย ทำให้มีการเกร็งกำไรในการขายต่อเป็นอย่างมาก และสูงกว่าราคากลาง (MSRP) ซึ่งทำให้มีการเปลี่ยนทิศทางการใช้การ์ดจอในการประมวลผลเพื่อให้ได้ซึ่งสกุลเงินดิจิตอลขึ้นมาใหม่เป็นการ์ดจอของทาง Nvidia ซึ่งจะพบว่าจะมีการเริ่มใช้งาน Nvidia GP106-100 ขึ้นไป

จากทิศทางปัจจุบันการ์ดจอที่ใช้ชิพ GP106-100 เมื่อใส่จำนวน 8 ตัวสามารถประมวลผลได้ถึง 200MHz/s จาก GPU Mining System ที่ได้ทำออกมา ซึ่งมีรายละเอียดของเครื่องดังนี้

  1. รองรับการทำงานของกราฟฟิกการ์ด 8 ตัว
  2. CPU Celeron
  3. RAM DDR3 4GB
  4. SSD 64GB

เปรียบเทียบการประมวลผลของกราฟฟิกการ์ดรุ่นต่างๆ

  • Radeon RX 570 (stock): 22 MH/s while drawing 115 watts
  • Radeon RX 570 (overclocked): 27 MH/s while drawing 135 watts
  • Radeon RX 580 (stock): 24 MH/s while drawing 136 watts
  • Radeon RX 580 (overclocked): 29 MH/s while drawing 153 watts
  • GeForce GTX 1070 FE: 22 MH/s while drawing 100 watts
  • GeForce GTX 1070 FE: 26 MH/s while drawing 118 watts
  • GeForce GTX 1070 FE: 32 MH/s while drawing 145 watts

สำหรับตอนนี้ถือเป็นช่วงของการจำหน่ายกราฟฟิกการ์ดเลยก็ว่าได้ เพราะความต้องการที่สูงขึ้น ทำให้มีผู้หันมาประกอบเครื่องเพื่อใช้ในการขุดเหมืองกันเป็นจำนวนมาก และยังมีเครื่องที่ทำมาเพื่อใส่การ์ดจอในการขุดโดยเฉพาะอีก ยึ่งทำให้ตลาดกราฟฟิกการ์ดมีความคึกคักมากขึ้น

ที่มา : videocardz

Share This: