4.3K ผู้เข้าชม

การตื่นตัวของพลัง GPU แบบก้าวกระโดด ที่เหนือกว่า Pascal บนสถาปัตยกรรมใหม่ของ NVIDIA

 

 

Nvidia มีแนวโน้มที่จะเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดจากสถาบัตยกรรม Turing ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการก้าวกระโดดของกราฟฟิกการ์ดในรุ่นถัดไปที่รุ่นเรือธงจะมีความสามารถในการเล่นเกมส์ระดับ 4k 60fps ได้แบบสบายๆ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะใช้ชื่อว่า GTX 2080 แต่จากข้อมูลใหม่ที่ออกมาอาจจะเป็นชื่อ GTX 1180 ก็เป็นได้แต่ก็ยังไม่อาจยืนยันความแน่นอนใดๆ ได้ทั้งสิ้น
เมื่อไหร่จะเปิดตัว

 

 

เมื่อไหร่จะถึงการเปิดตัว

สำหรับในตอนนี้ Nvidia ยังไม่ได้ประกาศถึงชื่อที่จะนำมาใช้กับสถาปัตยกรรมรุ่นถัดไปของพวกเขาแต่จากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ทำให้สามารถคาดการณ์ถึงกราฟฟิกการ์ดรุ่นถัดไปที่ใช้งานสถาปัตยกรรม Turing ซึงคาดว่าจะใช้สถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับ Nvidia Volta ที่จะทำการถ่ายทอดประสิทธิภาพมาสู่กราฟฟิกการ์ดระดับเกมส์มิ่งได้หรืออาจบอกได้ว่า Turing เป็นชื่อสถาปัตยกรรมของ Volta ที่ใช้สำหรับเกมส์มิ่งก็ได้ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูแล้วอาจต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อในงาน GTC 2018 ที่ผ่านมานั้น Nvidia ที่ไม่มีการเอ่ยถึงสถาปัตยกรรมใหม่และแม้แต่แผนในการพัฒนา GPU ตัวใหม่ออกมาทำให้ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้สำหรรั้บกราฟฟิกตัวใหม่จาก Nvidia นั้นก็ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัด แต่น่าจะอยู่ในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 (ช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม)

 

 

อีกการยืนยันของการเปิดตัวของกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่จาก Nvidia นั้นมาจากทาง SK Hynix ได้ออกมาประกาศถึงการผลิตหน่วยความจำชนิด GDDR6 ที่เป็นหน่วยความจำชนิดใหม่สำหรับกราฟฟิกการ์ดที่จะมีประสิทธิภาพเป็น 2 เท่าของหน่วยความจำชนิด GDDR5x (รวมถึงขนาดด้วย) ซึ่งจะมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับหน่วยความจำชนิด HBM2 แต่ให้ความร้อนที่น้อยกว่า โดยมีการประกาศว่าจะสามารถส่งหน่วยความจำล็อตแรกได้ช่วงต้น่ของไตรมาสที่ 3 และอย่าลืมว่าหน่วยความจำชนิด GDDR6 นั้นไม่ได้มีแค่ SK Hynix เท่านั้นที่ผลิตได้ ยังคงจะมี Micron, Samsnug ฯลฯ ที่สามารถเข้าร่วมสู่การผลิต

 

 

 

การ์ดจอที่มีประสิทธิภาพมาพร้อมกับจอภาพที่ดี

สัญญาณอีกอย่างว่าน่าจะเปิดตัวในปีนี้คือการที่ ASUS ROG SWIFT PG27UQ และ Acer Predator X27 จะมีการเปิดตัวจอภาพความละเอียดระดับ 4K 144Hz ที่สนับสนุนเทคโนโลยี G-SYNC HDR ที่เป็นเทคโนโลยีจาก Nvidia หลังจากเลื่อนการเปิดตัวมาในช่วงกลางของปี พ.ศ. 2560 ซึ่งน่าจะมาจากความไม่พร้อมในเทคโนโลยีของ Nvidia เองที่น่าจะยังคงไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของการ์ดจอให้เหมาะสมกับจอภาพได้ แต่ดูจากสัญญาณนี้แล้วทำให้คาดว่า Nvidia ก็น่าจะมีความพร้อมแล้ว

 

 

สิ่งที่น่าเป็นกังวลอีกส่วนหนึ่งสำหรับเกมส์มิ่งแล้วคือถ้ามีการเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดออกมาจริงๆ แล้วจะสามารถซื้อการ์ดจอได้หรือไม่เพราะว่าในความเป็นจริงแล้วถ้าประสิทธิภาพจาก Nvidia ที่ออกมานั้นมีประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดจริงดังที่เห็นจากที่เห็นใน Volta แล้วจะสามารถซื้อทันกลุ่มผู้เกร็งกำไรหรือผู้ที่นำไปใช้ทำเหมืองข้อมูลหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้สู่สถานการณ์การฟฟิกการ์ดขาดตลาดก็เป็นได้ ใครที่เตรียมเงินซื้ออาจจะต้องมีการสั่งจองจากร้านค้าโดยตรงก่อนการเปิดจำหน่าย ซึ่งถ้าออกมาในรูปการณ์นี้แล้วเราอาจได้เห็นปรากกฎการณ์ใหม่ของการซื้อกราฟฟิกการ์ดก็เป็นได้

Nvidia GTX 1000/2000 Series

สำหรับกราฟฟิกการ์ดรุ่นถัดไปของ Nvidia สำหรับเกมส์มิ่งแล้วมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการนำสถาบัตยกรรม Volta มาใช้งานให้เหล่าเกมส์มิ่งในรหัส GV104 สำหรับ GTX 1080/2080 และ GV102 สำหรับ GTX 1080Ti/2080Ti อีกส่วนที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Volta ได้มีการสนับสนุนชุดคำสั่งใหม่จาก Microsoft ในส่วนของ DirectX 12 ที่เพิ่ม DirectX Raytracing ซึ่งเป็นการร่วมมือการพัฒนาร่วมกับ Volta-Specific RTX Tech ของ Nvidia เข้ามาด้วย ซึ่งน่าจะมีการถ่ายถอดเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาร่วมด้วยซึ่งทาง AMD เองก็ได้ยืนยันถึง DirectX Raytracing จะสามารถใช้งานร่วมกับกราฟฟิกการ์ดของตนได้เช่นกัน

 

Tensor Core เป็นอีกเทคโนยีหนึ่งที่จะมาพร้อมกับกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่ ซึ่งจะมาพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานต่อแกนประมวลผลที่ดีขึ้นอีกระดับ โดยมีการคาดการณ์ว่าสำหรับ GTX 2080 จะมีแกนประมวลผลหรือที่คุ้นชื่อว่า Cuda Core นั้นจะมีประมาณ 3,584 Cuda Texture 224 Units เท่ากับ GTX 1080Ti ที่ใช้ในปัจจุบัน

 

โหนดการผลิตที่เล็กลงที่จะนำมาใช้กับชิพกราฟฟิกตัวใหม่นั้นจะลดลงจาก 14 nm เป็น 12 nm ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในด้านความเร็วของตัวชิพดีขึ้นด้วยจะส่งผลให้ Base Clock ที่สูงขึ้นจากเดิม รวมถึงเทคโนโลี Boost Clock 4.0 ที่น่าจะเพิ่มเข้ามาหลังจากมีการใช้ Boost Clock 3.0 จากซีรี่ที่ผ่านมา

 

 

หน่วยความจำที่จะนำมาใช้นั้นมีความเป็นไปได้กว่า 90% ที่จะเลือกใช้งาน GDDR6 ที่จะเป็น HBM2 ที่มีราคาสูงกว่า และด้วยที่ GDDR6 นั้นมีตัวเลือกที่มากกว่าในส่วนของโรงงานผลิตเพราะเปิดกว้างกว่าไม่ว่าจะมาจาก Samsung, SK Hynix หรือ Micron ที่เป็นผู้ผลิตชิพหน่วยความจำรายใหญ่ แต่ในขณะนี้ก็ดูเหมือนว่า AMD ก็ให้ความสนใจในหน่วยความจำชนิด GDDR6 เช่นกัน

 

หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้หน่วยความจำได้ถูกเรียกใช้งานเพิ่มมากขึ้นทุกวัน หลักๆ นั้นคงหนีไม่พ้นกับความต้องการในการแสดงรายละเอียดของตัวเกมส์ที่ดีมากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงของพื้นผิวซึ่งต้องใช้งานหน่วยความจำที่มากขึ้น และยิ่งเป็นความละเอียดระดับ 4k ที่ต้องการพื้นผิวที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งน่าจะทำให้ความต้องการในส่วนของหน่วยความจำเพิ่มมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ว่ากราฟฟิกการ์ดตัวถัดไปจะมาพร้อมกับหน่วยความจำในขนาด 12 GB ใน GTX 2080 และ GTX 2080Ti น่าจะมีให้ในระดับ 15 GB

 

ราคาคือคำตอบของทุกสิ่ง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้คาดการณ์ได้ว่า Nvidia น่าจะทำราคามาช่วง $700 – $800 สำหรับ GTX 2080 Founders Edition ด้วยเทคโนโลยีที่เพิ่มเติมเข้ามานั้นไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรมาก รวมถึงขนาดของหน่วยความจำด้วยจึงไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรเลย และในส่วนของรุ่น Non-Ref จากพาร์ทเนอร์ต่างๆ น่าจะมีช่วงในระดับราคา $800 – $1000 ส่วน GTX 2070 จะมีในช่วงของระดับราคาเดียวกับ GTX 1080 ในช่วงของการเปิดตัว ซึ่งจากที่ผ่านมานั้นในส่วนของราคากราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่สำหรับ Nvidia เองแล้วก็มีการปรับปรุงระดับราคาเรื่อยมา

 

Final Conclusion : ทิศทางของการผลิตชิป GPU รุ่นใหม่ ดูเหมือนว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU อาจจะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่จำนวนที่เพิ่มของ Cuda Core หากแต่ว่าจะเน้นที่การขยายขีดความสามารถของ GHz Boost ที่ดีกว่าเดิม ส่วน GPU ที่เน้นการเพิ่ม Cuda Core จะยังคงเน้นไปที่ตลาดของ DL และ AI Computing ที่เน้นในการใช้งานกับเทคโนโลยีอื่นๆในชีวิตประจำวันมากกว่า เพราะต้องอาศัย Core ปัญญาประดิษฐที่มากๆในการช่วยกันคำนวณ ในความเห็นส่วนตัวแล้วเรากลับมองว่าเป็นยุทธิวิธีการเพิ่ม MHz มากกว่าการเพิ่ม Cuda มากๆ มันเป็นเรื่องในแง่ของการประหยัดต้นทุนเสียมากกว่า และยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU ในตลาดเกมมิ่งให้สูงขึ้นไปได้อีกระดับครับ

 

บทความเดิมก่อนหน้านี้กดอ่านได้ที่นี่

 

 

Share This:

619 ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ DELL ALIENWARE AURORA R7 สุดยอด DESKTOP GAMING เพื่อคอเกมตัวจริง

 

 

สวัสดีเพื่อนๆชาว GcubeZ ทุกท่านที่เข้ามาชมการทดสอบนี้ครับ วันนี้เราได้เอาผลทดสอบที่ใช้อ่านค่ากราฟการทำงานและรูปร่างหน้าตาดีไซน์ของคอมพิวเตอร์เดสทอปเกมมิ่งตัวแรง ที่เราได้ทดสอบกันไปได้ไม่นานนี้เอง กับ DELL ALIENWARE AURORA R7 -2695101THW10CFL ซึ่งมันเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีสเปคในการเล่นเกมที่ทรงพลังและมี Hardware เป็นตัว TOP ของตลาดในเวลานี้ครับ

 

นั้นก็เพราะว่า DELL ได้มีการเลือกใช้ CPU Intel Core i7 8700 ซึ่งเป็น CPU Gen 8th ที่เพิ่งออกมาได้ไม่นาน อีกทั้งยังเป็น CPU ที่มีการเพิ่มจำนวนคอร์เข้ามาอีกจากของเดิมตัว TOP จะเป็น Core i7 7700 4คอร์ 8 เธรด ได้มีการปรับมาใช้ CPU Intel Core i7 8700 ที่เป็น CPU แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ทำให้รองรับการทำงานกับเกมรุ่นใหม่ๆที่ต้องการพลังการประมวลผลของ CPU เยอะๆ ได้มากยิ่งขึ้น

 

อีกความพิเศษครั้งนี้ก็คือว่า การ์ดจอที่เอามาติดตั้งลงไปคราวนี้ ก็เป็นการ์ดจอรุ่นหัวเรือใหญ๋อย่าง NVIDIA Geforce GTX 1080 Ti 11 GB กันเลยทีเดียว แถมยังเพิ่มขนาดของ RAM เครื่องมาเป็น 32 GB และใส่ SSD m.2 ขนาด 512 GB ไว้ลงวินโดว์กับติดตั้งโปรแกรมโดยเฉพาะ

 

ตัวเครื่องเดสทอป คลิ๊กเลื่อนดูภาพที่สไลด์ด้านล่างนี้

ตัวเครื่องออกแบบมาได้ดูหรูหราและค่อนข้างภูมิฐานมาก วัสดุที่นำมาใช้ทำตัวเคสดูแข็งแรงทนทานมากครับ ยกเว้นส่วนของช่องระบายความร้อนด้านบนเคสที่เป็นพลาสติกที่ไม่ได้แข็งแรงมาก ฉนั้นอาจจไม่ทนทานต่อแรงกระแทกหรือการกดทับหนักๆได้มากนัก แต่หากเป็นการใช้งานทั่วๆไปก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรตรงจุดนี้ เพราะถือว่าออกแบบมาให้มีความห่างมากพอที่จะระบายอากาศร้อนออกไปได้ดี

 


 

ช่องต่ออุปกรณ์ด้านหลังเคส คลิ๊กเลื่อนดูภาพที่สไลด์ด้านล่างนี้

ช่องต่ออุปกรณ์ USB สาย ต่อจอให้มาค่อนข้างจะเหลือเฟือครับ ส่วนการต่อออกภาพนั้นให้ไปต่อที่ช่องต่อด้านล่างบริเวณ VGA Out ที่เป็นกรา์ดจอ GTX 1080 Ti เท่านั้นครับ เพราะช่องต่อ VGA ด้านบนจะเป็นช่องต่อกราฟฟิค Intel

 


 

ในชุดเครื่องเดสท้อปตัวนี้จะมีแถมคีย์บอร์ด และเม้าส์มาตรฐานให้ 1 ชุดครับ คุณภาพพอใช้งานได้ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับยอดเยี่ยมอะไรนัก อย่างน้อยก็ถือว่าแถมให้ครับ

 

 

 


 

Live สดทดสอบ Dell Alienware Aurora R7

 

ทดสอบ Dell Alienware สุดเทพที่มาพร้อมกับ GTX 1080 Ti

ทดสอบ Dell Alienware สุดเทพที่มาพร้อมกับ GTX 1080 Ti Geeratt Ratchapaksophon

โพสต์โดย GcubeZ บน 5 มีนาคม 2018


SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8700  Boost All Core 3.6GHZ
Mother Board DELL Z370 OEM
Graphics Accelerator Geforce GTX 1080 Ti 11 GB
Memory 32GB 16*2 CL 16-18-18-18 2666
SSD 512 GB m.2
HDD 2 TB SATA3
PSU 600 Watt 80 Plus
OS Microsoft Windows 10 Home 64

 


การทดสอบเกมที่เราใช้การตั้งค่ากราฟฟิคสูงสุดของเกมนั้นๆครับ

 

 

 

 

 


 

ผลการทดสอบ Benchmark ต่างๆ

 

3DMark Fire Stike ทดสอบประสิทธิภาพกราฟฟิค และ CPU

 

 

3DMark Time Spy ทดสอบประสิทธิภาพกราฟฟิค และ CPU

 

 

Cinebench R15 ทดสอบประสิทธิภาพ CPU ในแบบ Multitask

 

 

CPU Z ทดสอบประสิทธิภาพ CPU ทั้งแบบ Single Thread และ Multi Thread

 

GPU Z ให้ดูความสามารถในการ Overclock VGA GTX 1080 Ti ซึ่งสามารถ OC ได้ดีในระดับนึงครับ

 

 


 

ช่วงนี้ DELL มีโปรโมชั่นครับ ถ้าซื้อเครื่อง ALIENWARE AURORA R7 ที่ใช้ CPU Core i5 Core i7 จะมีแถมชุด Gaming Gear ตัวเทพไปเลย

 

 

Gaming Gear ทั้ง 2 รุ่นที่จะแถมครับ คลิ๊กเลื่อนดูภาพที่สไลด์ด้านล่างนี้

 

 


 

ในการทดสอบครั้งนี้ DELL ได้ให้จอที่เอามาทดสอบคู่กับเครื่องเดสทอปเกมมิ่ง ซึ่งเป็นจอ Gaming ตัวที่รองรับเทคโนโลยี NVIDIA G-Sync ที่มีค่า Refresh Rate 240 Hz และ Responsive Time ที่ 1 ms เลยทีเดียว อีกทั้งยังให้คุณภาพของตัวภาพที่สวยงามมากครับ โดยที่ตัวจอนั้นเป็นจอแบบ 1920*1080 p รองรับการปรับแต่งภาพได้หลายระดับ หลายรูปแบบ

 

ตัวจอนั้นสามารถที่จะปรับองศาของจอได้ทั้งแบบหันซ้าย ขวา อย่างละ 15 องศา อีกทั้งยังหงายขึ้นและลงได้อย่างละ 15 องศาครับ ตัวจอสามารถที่จะปรับระดับความสูงต่ำของหน้าจอใไห้สัมพันธ์กับความสูงขณะนั่งของผู้ใช้งาน อีกความพิเศษของจอรุ่นนี้ที่มีอีกก็คือความสามารถหันจอได้ 180 องศา เป็นแนวตั้งได้อีกด้วย โดยที่จะหันได้ฝั่งละ 90 องศาครับ เหมาะมากที่เอาไว้เล่นเกมที่เป็นมุมมองแนวตั้งอย่างอาเขตเกม

 

 


 

Final Thought / Mike GcubeZ : เป็นเดสทอปเกมมิ่ง OEM ที่ดีมากตัวนึงในการเลือกสเปคเข้ามาใช้งานได้เหมาะสมกันดี มีสมรรถนะที่สูงมาก และรองรับอนาคตในการใช้งงานได้ค่อนข้างยาวนาน แต่ก็มีจุดด้อยที่ต้องเอามาหักล้างด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกซื้อส่วนบุคคลด้วยครับ แต่สำหรับผมถ้าหากมีงบประมาณถึง ก็เป็นคอม OEM อีกตัวที่ผมสนใจในระดับต้นๆของตลาด ด้วยเรื่องของดีไซน์ ประสิทธิภาพและการรับประกันครับ

 

1.การใช้งานเดิมๆ ประสิทธิภาพสูงโดยที่ไม่ต้อง Overclock  เพราะใช้ Hardware รุ่น TOP ของเวลานั้น

2.ดีไซน์มาตรฐานทั่วๆไป แต่สวยงามถูกใจผู้ทดสอบมาก

3.ราคา 129,000 บาท ถือว่าแพงพอสมควร เพราะประกอบคอมเองสเปคนี้ใช้งบ 80,000 บาท โยประมาณ แต่ก็มีของแถมมาให้เป็น Gaming Gear ราคาเหยียบหมื่น

4.การรับประกัน 2ปี ที่ค่อนข้างจะดีต่อผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ค่อนมีความรู้ในด้านเทคนิคมาก ก็มีบริการ On site – และ Call Center ให้ตลอด 24 ชม. อันนี้ทำให้ราคาค่าตัวเครื่องนี้ดูไม่แพง

 

สรุปท้าย – ใครที่มองหาคอมพิวเตอร์ที่มาครบครันแรงแต่เกิด และมีบริการที่ดีในประกันที่มาพร้อมเครื่อง จะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ตอบโจทย์ตลาดคนกลุ่มนี้ครับ ทีเดียวจบและไม่ต้องซื้อเพิ่มอีก เพราะ Hardware ที่ใส่มาค่อนข้างแรงและรองรับการใช้งานในอนาคตได้ยาวนานพอสมควร

 

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงามหรูหรามาก
  • เนื้องานของตัวเครื่องวัสดุดูดี
  • Hardware ภายในให้มาสุดในทุกด้าน เหลือเฟือต่อการใช้งาน
  • อุปกรณ์เสริม Gaming Gear ที่แถมมาช่วงโปรโมชั่นน่าสนใจมาก
  • มีประกันระดับ Platinum ให้ผู้ใช้งานสบายใจตลอดระยะเวลาการดูแล

จุดที่ควรปรับปรุง

  • ตะแกรงระบายความร้อนด้านบนเครื่องดูเปราะไปนิดนึง กระแทกแรงๆอาจแตกได้
  • ราคาจำหน่ายอาจจะสูงไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเครื่อง OEM ยี่ห้ออื่นๆ ที่มีการปรับประกันคล้ายๆกัน

 

ช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ JIB  Lazada  Invadeit  


 

ขอขอบคุณ DELL ประเทศไทย ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

 

 

Share This:

8.6K ผู้เข้าชม

Step ความแรงของ NVIDIA Geforce ทั้ง 16 Generation ที่ผ่านมาแต่ละรุ่นเป็นยังไงบ้าง

 

 

NVIDIA – ชื่อนี้คนที่อยู่ในวงการเกม และวงการคอมพิวเตอร์ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักหรือน้อยมากๆที่จะไม่รู้จัก แต่ก่อนที่จะมาเป็น NVIDIA ในวันนี้ ถูกก่อตั้งขึ้นมาโดย Mr.Jen Hsun Huang ปัจจุบันดำรงดำแหน่งสูงสุดของบริษัท NVIDIA CEO ที่มากความสามารถ อีกทั้งยังเคยเป็นผู้คิดค้นออกแบบ CPU ให้กับ AMD ในอดีต และ Mr. Chris Malachowsky นักวิศวะกรไฟฟ้าที่เคยทำงานอยู่บริษัท ซันไมโครซิสเต็มส์ และ Mr. Curtis Priem วิศวะกรระดับสูงที่เคยเป็นนักออกแบบกราฟฟิคที่บริษัท ซันไมโครซิสเต็มส์ เช่นกัน ก่อนที่จะขอแยกตัวออกมาทำกราฟฟิคชิป โดยก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 1993 (ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ ม.1 อยู่เลยฮับ)

 

ผลิตภัณฑ์ที่เคยผลิตมา

  • GeForce, ผลิตภัณฑ์ประมวลผลทางด้านกราฟิกสำหรับการประมวลกราฟิกเกม (เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้อินวิเดียเป็นที่ยอมรับ)
  • Quadro, ผลิตภัณฑ์ประมวลผลสำหรับคอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบและเวิร์กสเตชันประมวลผลทางด้านกราฟิก.
  • Tegra, ชิปประมวลผลสำหรับอุปกรณ์มือถือ.
  • Nvidia Tesla, ชิปประมวลผลกราฟิกเฉพาะทางสำหรับการใช้งานประมวลภาพขั้นสูง หรืองานประมวลผลทางด้านวิทยาศาสตร์.
  • nForce, ชิปเซ็ตเมนบอร์ดสำหรับไมโครโปรเซสเซอร์ของ AMD รุ่น Athlon และ

 

– ปี 1994 NVIDIA ได้ร่วมหุ้นกับบริษัท Thomson Microelelectrics ร่วมกันผลิตชิปกราฟฟิคตัวแรกที่ใช้ในการเร่งภาพกราฟฟิคมัลติมีเดียที่จะเอามาใส่ในอุปกรณ์อิเลคทรอนิคมัลติมีเดียในยุคนั้น

 

– ในปีต่อมา 1995 ได้ผลิตโปรเซสเซอร์ตัวแรกชื่อ NV1 ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการประมวลผลภาพ 3มิติเต็มรูปแบบได้ครั้งแรก และ บรอดเกมอาเขตเกมแรกที่ประเดิมชิปโปรเซสเซอร์ตัวนี้คือบรอดอาเขตของค่าย Sega กับเกม Virtual Fighter ภาคแรก (ภายหลังถูกพอร์ทต่อมาลงในเครื่องเกม Sega Saturn)

 

– ปี 1996 เป็นปีที่เริ่มนำโปรเซสเซอร์การประมวลผล NV1 มีใช้กับระบบปฏิบัติการ Microsoft Direct X ที่เพิ่งเริ่มเปิดตัวครั้งนั้นในปี 1996 เช่นกัน ถือเป็น API ตัวแรกของ Microsoft ที่ถูกเอามาใช้กับระบบปฏิบัติการ Windows

 

– ปี 1997 เป็นปีที่ Nvidia ได้ทำการเปิดจำหน่ายโปรเซสเซอร์อย่าง Riva 128 เป็นครั้งแรก และมียอดการสั่งซื้อ OEM รวมกว่า 1 ล้านตัวในช่วงระยะเวลาเพียง 4 เดือนนับทั้งแต่วางจำหน่าย

 

– ปี 1998 พัฒนาโปรเซสเซอร์ Riva 128Z ที่แรงที่สุดในโลก ณ เวลานั้น โดยเลือกผลิตกับโรงงานผลิตชิปชื่อดังในไต้หวันอย่าง TSMC เพื่อจัดจำหน่ายในปีเดียวกัน

 

วันนี้เราจะจะขอหยิบยกเรื่องของกราฟฟิคชิปบนคอมพิวเตอร์ Desktop  มาให้ชมกันเท่านั้นครับ เพราะมันจะยาวเกินไปและไม่ตรงกับความสนใจของเพื่อนๆ ซึ่งจะเริ่มมีบริบทตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นไปครับ ซึ่งจะเสนอเฉพาะในรุ่นระดับ Flag Ship ของ Gen นั้นๆครับ เพื่อให้ง่ายต่อการรับชม ซึ่งเราจะเริมกันที่ตระกูล Geforce ตัวแรกครับ ในส่วนของ Riva Series ก่อนหน้านี้จะไม่ได้ถูกรวมอยู่ Geforce Series


 

Geforce Gen 1st Nvidia Geforce 256 มันถูกเรียกว่าการ์ดจอเป็นครั้งแรก หรือ Graphic Card (GPU) เป็นชิปกราฟฟิค 3D ที่สามารถเรนเดอร์โพลิกอนได้ระดับ 10 ล้านโพลิก้อน+ และสามารถเรนเดอร์วัตถุแสงเงา ฝุ่นควันได้แล้ว สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 7.0

 

 

Geforce Gen 2nd Nvidia Geforce 2 Utra DDR รุ่นสูงสุดของ Geforce 2 เทียบสมรรถนะกับ Geforce 256 จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 317% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 7.0

 

 

Geforce Gen 3rd Nvidia Geforce 3 Ti 500 รุ่นสูงสุดของ Geforce 3 เทียบสมรรถนะกับ Geforce 2 Ultra DDR จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 46% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 8.1

 

 

Geforce Gen 4th Nvidia Geforce 4 Ti 4800 รุ่นสูงสุดของ Geforce 4 เทียบสมรรถนะกับ Geforce 3 Ti 500 จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 44% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 8.0a

 

 

Geforce Gen 5th Nvidia Geforce FX5950 Ultra รุ่นสูงสุดของ Geforce 5 เทียบสมรรถนะกับ Geforce 4 Ti 4800 จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 1% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 9.0a

 

 

Geforce Gen 6th Nvidia Geforce 6800 Ultra รุ่นสูงสุดของ Geforce 6 เทียบสมรรถนะกับ Geforce FX 5950 Ultra จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 80% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 9.0c การสนับสนุน DX9.0c

 

 

Geforce Gen 7th Nvidia Geforce 7900 GTX รุ่นสูงสุดของ Geforce 7 เทียบสมรรถนะกับ Geforce 6800 Ultra จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 91% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 9.0c

 

 

Geforce Gen 8th Nvidia Geforce 8800 Ultra รุ่นสูงสุดของ Geforce 8 เทียบสมรรถนะกับ Geforce 7900 GTX จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 132% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 10.0

 

 

Geforce Gen 9th Nvidia Geforce 9800 GTX+ รุ่นสูงสุดของ Geforce 9 เทียบสมรรถนะกับ Geforce 8800 Ultra จะมีประสิทธิภาพน้อยกว่า 9% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 10.0

 

 

Geforce Gen 10th Nvidia Geforce GTX 285 รุ่นสูงสุดของ Geforce GT200 เทียบสมรรถนะกับ Geforce 9800GTX+ จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 71% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 10.1

 

 

Geforce Gen 11th Nvidia Geforce GTX 480 รุ่นสูงสุดของ Geforce GF400 เทียบสมรรถนะกับ Geforce GTX 285 จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 42% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 11

 

 

Geforce Gen 12th Nvidia Geforce GTX 580 รุ่นสูงสุดของ Geforce GF500 เทียบสมรรถนะกับ Geforce GTX 480 จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 15% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 11

 

 

Geforce Gen 13th Nvidia Geforce GTX 680 รุ่นสูงสุดของ Geforce GK600 เทียบสมรรถนะกับ Geforce GTX 580 จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 31% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 11.1

 

 

Geforce Gen 14th Nvidia Geforce GTX 780 Ti รุ่นสูงสุดของ Geforce GK700 เทียบสมรรถนะกับ Geforce GTX 680 จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 46% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 11.1

 

 

Geforce Gen 15th Nvidia Geforce GTX 980 Ti รุ่นสูงสุดของ Geforce GM900 เทียบสมรรถนะกับ Geforce GTX 780 Ti จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 26% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 12.0

 

 

Geforce Gen 16th Nvidia Geforce GTX 1080 Ti รุ่นสูงสุดของ Geforce GP1000 เทียบสมรรถนะกับ Geforce GTX 980 Ti จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 43% สนับสนุนเทคโนโลยี API Direct X 12.1

 


 

จบไปกับบทความความแรงของ Geforce ในรุ่นหัวเรือธงของแต่ละ Gen นะครับ ซึ่งผมจะขอหยิบเอาเฉพาะการ์ดที่เป็น Single Chip (ชิปเดี่ยว) เท่ากันมาเทียบ โดยที่มันจะเป็นชิปเดี่ยวที่มีความแรงที่สุดใน Gen นั้นๆ และอีกประเด็นที่ไม่ได้เอามาเทียบก็คือ ผมจะตัดในส่วนของการ์ดจอรุ่นที่เป็น GTX Titan ทุกตัวออกจากการเทียบครับ เพราะถือว่าเป็นการ์ดรุ่นพิเศษ

 

กรณีการ์ดจออย่าง GTX 780 Ti , GTX 980 Ti , GTX 1080 Ti การ์ดจอกลุ่มนี้ก็ทำมาจากชิป GTX Titan ใน Gen นั้นๆอยู่แล้วครับ เพียงแต่มีการลดขนาดของสเปคการ์ดจอลงไปบ้างเพื่อให้สามารถขายในราคาที่ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถซื้อได้ง่ายขึ้นครับ บทความที่เราได้เขียนมานี้อาจจะมีการตัดทอนรายละเอียดในส่วนของความเป็นไปความเป็นมาไปบ้าง เพื่อให้เนื้อความที่จะสื่อสารนั้นกระชับยิ่งขึ้น

 

 

 

Share This:

1.7K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX ปะทะ GTX 1080 ในแบบ 4K และ 1080p

 

สวัสดีเพื่อนๆชาง GcubeZ ทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านการทดสอบการ์ดจอครับ วันนี้เราก็ได้มีโอกาสหยิบยืมเอาการ์ดจอทดสอบมาแบรนด์ ASUS ที่เราหลายๆคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งคราวนี้จะมาในรุ่นใหญ่ๆเลยอย่าง GTX 1080 Ti Overclock แต่ครั้นจะให้เราทดสอบกันธรรมดาๆเหมือนครั้งก่อนๆมันก็กะไรอยู่ วันนี้ผมเลยจัดทีเด็ดให้เพื่อได้รับชมการทดสอบการใช้งาน ไวถึง 3 รูปแบบด้วยกัน

  • การทดสอบเทียบกับ GTX 1080 Founder
  • การทดสอบในแบบความละเอียดของจอ FHD และ 4K
  • แถมด้วยวิดีโอสาธิตการใช้ การ์ดจอสตรีมภาพด้วยการใช้ความสามารถ NVIDIA GPU Encode

ASUS แบรนด์ที่เรารู้จักกันดีในผู้ผลิตการ์ดจอให้กับฝั่ง NVIDIA AMD ซึ่งมีสินค้าที่เกี่ยวกับ GPU คอมพิวเตอร์ออกมามากมายหลายรุ่น อทิเช่น การ์ดจอ PC / Mini Computer / Mini PC / เมนบอร์ด Intel – AMD / โทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต / จอมอนิเตอร์ / เกมมิ่งเกียร์  และอุปกรณ์เสริมต่างๆ หาดูรายละเอียดได้ที่นี่ ซึ่งสินค้าที่เราได้มาทดสอบกันในวันนี้เป็นการ์ดจอที่เป็นชิปรุ่นเรือธง (ไม่นับ Titan Xp) ใน Series 1000 ของ Nvidia นั้นก็คือ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition ที่เป็นรุ่นที่ทำการ Overclock สัญญาณนาฬิกามาจากโรงงานให้แล้วครับ


กล่องบรรจุภัณฑ์ประมาณนี้ ซึ่งดีไซน์การออกแบบใน STRIX จะคล้ายๆหรือเกือบจะเหมือนกันแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น GTX 1060 1070 1070 Ti 1080 เป็นต้น แต่วันนี้เราพูดถึง 1080 Ti ครับ ซึ่งมันก็ยังคงมาตรฐานดีไซน์ได้สวยเสมอต้นเสมอปลาย

เมื่อเปิดตัวกล่องออกมาก็จะเจอกับแพ็คเก็จสีดำทะมึน ที่เป็นตัวกล่องและมีฟองน้ำห่อหุ้มตัวการ์ดจอกันกระแทกเอาไว้หนาๆเลย และก็มีพวกสายไฟต่อแปลงไฟการ์ดจอ 8 Pin สองชุดด้วยกัน ตลอดจนมีการแถมสายรัดตีนตุ๊กแกมา 3 เส้น และก็แผ่นไดร์เวอร์กับคู่มือการใช้งานเท่านั้นครับ


ดีไซน์ของตัวการ์ดจอทำออกมาได้สวยงามดีครับตั้งแต่การฉีดพลาสติกทำกรอบฮีตซิ้งค์ สามารถเก็บงานได้ดี งานประกอบจัดได้แนบเนียนและดูดี ซึ่งจะว่าไปแล้วการ์ดที่มีดีไซน์ STRIX แบบนี้จะมีเฉพาะในรุ่น GTX 1070 ขึ้นไปในฝั่ง Nvidia และ AMD ในรุ่น RX 580 ขึ้นไปครับ

ด้านข้างตัวการ์ดจอกินพื้นที่ในส่วนของการติดตั้งการ์ดจออยู่ที่ 2 สล็อตครึ่งด้วยกัน มีสัญลักษณ์โลโก้ Geforce GTX เห็นมาแต่ไกล ส่วนตัวการ์ดจากที่วัดความยาวจาก Plate ยึดการ์ดจอถึงปลายกรอบฮีตซิ้งค์มีความยาว 30 cm พอดิบพอดีครับ เคสประเภท mATX ควรเช็คระยะความยาวที่จะใส่การ์ดจอให้ดีนะครับ

มีช่องต่อไฟ 8 pin PCI-E X 2 = 16 pin ส่วนในการต่อไฟนั้นจะมากกว่ามาตรฐานเล็กน้อยครับ (ปกติจะใช้ 8+6 – 1080Ti FE ) นั้นก็เพราะตัวการ์ดจอมีการ Overclock มาจากโรงงานแล้ว และไฟในส่วนของพัดลมที่เพิ่มเข้ามาด้วยครับ ใครที่คิดจะใช้งงานการ์ดจอตัวนี้ในแบบ 2 ใบ ควรพิจารณา PSU ที่ระดับ 850w ขึ้นไปครับ หรือต่อการ์ดจอใบเดียวก็ควรที่จะใช้ขั้นต่ำที่ 650w ขึ้นไปครับ

มุมมองภาพรวมของตัวการ์ดจอตัวนี้จากด้านหลัง เรียกได้ว่าดีไซน์ตัว Back Plate มาได้สวยงามดุดัน และดูดีเอามากๆ แถมวัสดุที่ใช้ก็เป็นแผ่นอลูมิเนียมหนาสีดำฉลุร้องเป็นเทคเจอร์ และสกรีนลวดลายสวยงามดีมากๆครับ

พัดลมที่ใส่ติดตั้งมาค่อนข้างจะใบพัดไม่ได้หนามากนัก เท่าที่เราจับดูนะครับ (ในจุดนี้อยากให้ทาง ASUS ดีไซน์ใหม่) แต่ส่วนความสวยและรอบใบพัดของพัดลมคือสุดยอดของพัดลมแรงการ์ดจอเวลานี้เลย

สล็อต SLI Connector มีมาตามปกติเลยครับ 1 ชุด ไว้รองรับเทคโนโลยีการ SLI ต่อการ์ดจอมากกว่า 1 ตัว ในการใช้งานคู่กับ GTX 1080 Ti ด้วยกันเอง แอบเห็น Logo Geforce GTX เท่ๆมาด้วย แต่ไม่มีไฟ RGB ในจุดนี้นะครับ

มีช่องต่อไฟ RGB Connector มาให้ด้วย 1 ช่อง เอาไว้สำหรับควบคุมไฟแสดงผลที่ตัวการ์ดจอครับ ถ้าดูดีๆจะเห็นแพลมๆว่า ฮีตไปป์เส้นใหญ่มากๆเลย แต่มันจะใหญ่จริงไหมรอดูกันต่อไปนะครับต่างภาพด้านล่าง

จุดเชื่อมต่อจอด้านหลังการ์ดจอ ให้มาครบมาตรฐาน Display Port 1.3 x 2 ,HDMI 2.0 x 2 ,DVI -i x1


แกะฮีตซิ้งค์การ์ดจอออกมาแล้ว จะเห็นได้ว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ภาคจ่ายไฟให้กับตัวการ์ดจอค่อนข้างจะหนาแน่นอยุ่พอสมควรครับ ซึ่งต้องบอกว่าให้ภาคจ่ายไฟมาเป็นอย่างดีตั้งแต่มอสเฟส VRM เป็นชนิด IRR ที่มีความสามารถในการทดต่อการโหลดพลังงานหนักๆและทนความร้อนสูงๆได้เป็นอย่างดีครับ

การวางจะถูกออกแบบมาสำหรับการติดเม็ดแรม 12 เม็ด (กรณี GTX TITAN Xp – 12GB) แต่เราจะเห็นว่าเม็ดแรมที่ถูกติดตั้งมานั้นจะมีเพียง 11 เม็ดเท่านั้น นั้นก็คือขนาดรวมที่ 11 GB ตกเม็ดละ 1GB ครับ โดยที่แต่ละเม็ดจะมีขนาดของ Bus Width อยู่ที่ 32Bit เมื่อเอามารวมกัน  32×11 = 352 Bit พอดี (GTX TITAN Xp 32×12 = 384 Bit)

เมื่อเราเช็ดซิลิโคนที่ทาเชื่อมกับตัวคอร์ GPU ออกมาจะเห็นว่ามันคือชิปรหัส GP102 ซึ่งเป็นชิปรหัสเดียวกันกับ GTX TITAN X Pascal นั้นเอง เพียงแต่ว่ามันเป็นชิปที่ถูกตัด Cuda Core มา 256 Cuda Core ให้เหลือ 3584 Cuda Core  เพื่อนำมาใช้เป้นการ์ดจอรุ่น GTX 1080 Ti ครับ

แถมบริเวณตัวการ์ด PCB มีการลงอุปกรณ์แผ่นโลหะสีดำเอาไว้ทั้งแผงเลยครับ เผื่อเอาไว้ระบายความร้อนให้กับเม็ดแรม และดึงความร้อนช่วยจาก Mosfet รวมไปถึงทำหน้าที่ด้ามกัน PCB ของการ์ดงอได้อีกด้วย ตรงจุดนี้ขอชื่นชมครับในการใส่ใจต่ออุปกรณ์การ์ดจอรุ่นบนๆแพงๆแบบนี้

ภาพจากอุปกรณ์จ่ายไฟให้กับชิป GTX 1080 TI ครับ ซึ่งจะมียางดูดความร้อนแปะไว้ทุกจุดเพื่อถ่ายเทความร้อนไปยังแผ่นโลหะด้ามการ์ด ทำให้เราไม่ต้องห่วงเรื่องภาคจ่ายไฟของการ์ดจอจะเน่าไวครับสบายใจได้

ส่วนเม็ดแรมที่ติดตั้งมาบนตัว PCB การ์ดจอนั้นเป็นมาตรฐานจากที่เดียวครับ นั้นก็คือ Micron เพราะ Micron เพราะเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีแรมแบบ GDDR5X เพียงเจ้าเดียว และยังไม่มีการขายสิทธิบัตรการผลิตต่อนี้กับใคร นอกจากผลิตเพื่อส่งให้กับ NVIDIA ในการผลิตการ์ดจอ GTX 1080 GTX 1080 Ti GTX TITAN Xp เท่านั้น


สภาพโดยรวมของตัวการ์ดจอหลังแกะฮีตซิ้งค์ออกมา เราจะเห็น heat spreader ที่เป็นแผงนิเกิ้ลขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ถ่ายเทความร้อนของชิปการ์ดจอมายังจุดนี้เพื่อที่จะกระจายความร้อนออกไปยังฮีตซิ้งค์หลักที่อยู่ใต้ฐาน heat spreader นี้

ต่อจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของฮีตไปป์ที่เป็นนิเกิ้ลทำหน้าที่ Transfer ความร้อนจากฮีตซิ้งค์หลักไปยังฮีตซิ้งค์รองที่อยู่ด้านข้าง เพื่อไม่ให้ความร้อนไปกระจุกอยู่ที่ตรงฮีตวิ้งค์หลักที่เดียว จุดประสงค์คือการเอาไว้ระบายความร้อนไม่ให้มันกระจุกอยู่ที่เดียวนานเกินไป ต้องบอกว่า ASUS ใส่ตรงนี้มาให้เยอะมากๆครับ นิเกิ้ลเป็นโลหะที่มีราคาต้นทุนแพงกว่าทองแดงครับ เพราะมีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนและถ่ายเทไปยังฮีตซิ้งค์ได้ไวกว่าไปป์แบบทองแดงครับผม


GPU ที่ใช้ทดสอบคือ Pascal GP 102

สถาปัตยกรรม Pascal GP 102
จำนวนชุดประมวลผล 11CUs
จำนวนหน่วยประมวลผล 3584 Cuda
บัสสูงสุดที่รองรับ PCI Express 3.0X16
ขนาดหน่วยความจํา 11GB GDDR5X
ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1594 Mhz
ความเร็วหน่วยความจำ 1387 Mhz
แบนวิธ 352 bit
DirectX ที่รองรับ 12.1

ประเภทมีเดีย รองรับ
720P
1080P
4K
4KHEVC
FLUID MOTION X
VP8
VP9
NVIDIA Encode

SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8600K 4.7GHz CoffeeLake
Mother Board ASUS Z370 TUF Pro Gaming
Graphics Accelerator ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition
Memory G-Skill Trident Z RGB 32GB 4*8 3200 cl 16-18-18-38
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

ซึ่งวันนี้ผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอที่ความเร็วปกติ 1,594 MHz และ OC 1,700 MHz Core และ Boost Max 2010 MHz ส่วนของความเร็ว Memory 1,387 MHz *8  (11,100 MHz Effective Memory) OC Memory ไปที่ 1,550 MHz *8 ( 12,400MHz Effective Memory) ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro – 64 Bit

Overclock [email protected] Boost 2010 MHz / Mem [email protected] MHz

GTX 1080 Founder Edition OC ASUS GTX 1080 Ti STRIX OC + OC Plus
GPU Pascal GP 104  Pascal GP 102
Core 2560 3584
TMUs 160 224
ROPs 64 88
Clock [email protected] 1725 MHz Boost 3.0 = 2050 MHz 1594 @ 1700 MHz Boost 3.0 = 2010 MHz
Memory Clock [email protected] 1400 MHz *8 Effective 11200 MHz [email protected] 1550 MHz *8  Effective 12,400 Mhz
Memory 8 GB 11 GB
Memory Bus 256 bit 352 bit
Memory Type GDDR5X GDDR5X

การทดสอบวันนี้จะใช้เพียงแค่ 6 เกมยอดนิยม ที่ใช้สเปคเครื่องคอมได้เยอะ แต่จะไปเน้นเปรียบเทียบด้วยการ ทดสอบคู่กับ GTX 1080 ตัวปกติด้วย เพื่อให้เห็นความแรงที่แตกต่างของ GTX 1080 Ti และทั้งนี้เราได้ทดสอบกับความละเอียดของจอแบบ 4K ด้วยครับ

  • อัตรา GPU Load ในแบบ Overclock จะอยุ่ที่ Clock Base 1700 Mhz / Boost 2010 MHz และ mem 12,400 MHz

GTX 1080 TI VS GTX 1080 ON 6 GAME GAME TEST – FHD / 4K ULTRA PRESET


3DMark Fire Strike

คะแนนพุ่งขึ้นมาเยอะพอสมควรครับมาแตะที่ระดับ 30,944 สำหรับ Fire Strike ได้อย่างไม่ยากเย็น เมื่อดูจากคะแนนทดสอบกับ GTX 1080 ที่ผ่านการ Overclockมาสุดๆด้วยแล้วเราก้เห็นได้ชัดว่า GTX 1080 Ti ตัวนี้ทำผลงานได้ดีมากๆครับ เพราะทิ้งห่างคะแนนทดสอบไปเกือบ 7000 คะแนน


แถมท้ายนิดหน่อยนะครับเกี่ยวกับสาธิตการใช้ CPU / GPU Stream Broadcast Youtube / Facebook ที่เราจะได้ใช้ประโยชน์ของการ์ดจอในการทำ GPU Encode สำหรับงานแปลงไฟล์ หรือการสตรีมภาพขณะเล่นเกมด้วยความสามารถของการ์ดจอ NVIDIA


LIVE วิดีโอ Unbox – แกะฮีตซิ้งค์ให้ชมกันสดๆเป็นไงมาดูครับ

Unbox แกะซิ้งค์ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition

Unbox แกะซิ้งค์ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Editionดูบน Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=Pf4vD2MQqwIดูบน Twitch : https://www.twitch.tv/videos/218178310

โพสต์โดย GcubeZ บน 13 มกราคม 2018


Temperature (Overclock Mode) Fan Auto System Power Watt
GPU Idle 38c 82 w
GPU Full Load 70c 371 w

Final Thought / Mike GcubeZ : หลังจากทดสอบสิ่งทีผมรู้สึกได้คือในด้านความแรงมันมีสิ่งนึงที่แตกต่างจาก GTX 1080 Ti ในรุ่นปกติ คือมันทำงานได้นิ่งและเสถียรดีครับ อาจจะเพราะอุปกรณ์ภาคจ่ายไฟที่ให้มาเป็นของดีมากๆ และมีชุดระบายความร้อนที่ดีมากๆครับ ส่วนราคาขายต้องถือว่าแรงเอาการอยู่ ทั้งนี้อยู่ที่เพื่อนๆวิเคราะห์กันเองครับว่า งบประมาณเพียงพอและยินดีจะจ่ายหรือไม่

มันดีกว่า GTX 1080 Ti ทั่วไปอย่างไร ? – ตอบตรงๆคือดีกว่าหลายๆยี่ห้อครับเรื่องเสถียรและใช้งานไฟนิ่ง Fps ก็คงทีไม่ค่อยแกว่ง

ระบบภาคจ่ายไฟ – ภาคจ่ายไฟของการ์ดจอเป็นอีกสิ่งนึงที่ควรพิจารณาอย่างมากสำหรับการ์ดจอระดับเกือบบนสุดตัวนี้ เพราะมันมีการเลือกใช้วัสดุที่ดี VRM Mosfet เป็นแบบ IRR ที่ทนและไม่ตายง่ายๆ (แม้จะเคยสลบ แต่ผมก็ไม่ตาย อิอิ)

ชุดระบายความร้อน – เป็นพระเอกอีกตัวที่ไม่ควรมองข้าม วัสดุเป็นโลหะนิเกิ้ลเกือบทั้งหมดครับ แปลว่าไม่ว่ามันจะร้อนเพียงใด อากาศในห้องที่ร้อนก็ส่งผลบ้างกับอุณหภูมของตัวการ์ดจอ แต่ว่ามันก็มีคุณสมบัติที่ดูดซับและถ่ายเทความร้อนได้ไวมากๆ เป็นสิ่งที่การ์ดจอรุ่นใหญ่ๆหลสยๆยี่ห้อควรมี

สุดท้ายแล้ว – ก็อยู่ในเกฑ์มาตรฐาน GTX 1080 Ti ครับสำหรับการ์ดจอรุ่นนี้ อยู่ในระดับที่สูงกว่า GTX 1080 Ti ในแบบมาตรฐานครับไม่ว่าจะเรื่องอุปกรณ์จ่ายไฟ อุปกรณ์ในการทำฮีตซิ้งค์ หรือแม้แต่ความแรงที่ได้รับก็ด้วยเช่นกัน (ราคาก็แรงด้วย)


จุดเด่น

  • ประสิทธิภาพดี แต่ควบคุมอัตรา fps และค่า ft ได้ดี
  • ระบบระบายความร้อนสามารถทำได้ในเกณฑ์ที่ดีมาก
  • วัสดุตัวการ์ดทั้งหมดดีมากและการออกแบบตัวการ์ดทำได้ดีสวยงามและดูคงทน
  • มีไฟ RGB ทั้งด้านข้าง ด้านหลัง และจากในตัวการ์ด สวยมากๆ
  • ทำ AURA SYNC กับเมนบอร์ดของ ASUS ที่รองรับได้ จะทำให้เล่นลูกเล่นไฟ RGB สวยๆได้ด้วยการสั่งงานผ่านโปรแกรมของ ASUS
  • ใช้ Memory แบบ 11.1Gbs และสามารถ OC ไปได้ถึง 12.4Gbs

จุดที่ควรปรับปรุง

  • ราคาจัดจำหน่ายสูง ควรมีอุปกรณ์บันเดิ้ลแถมให้หรือของสะสม หากไม่มีจุดนี้ควรขายให้ถูกกว่านี้อีกหน่อย
  • ใบพัดลมดูไม่ค่อยแข็งแรงเท่าที่ควร น่าจะออกแบบมาให้ใบหนากว่านี้

ขอขอบคุณ ASUSTEK ประเทศไทย ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

3.4K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ Zotac Geforce GTX 1080 Ti Amp! Edition ให้ได้มากกว่าราคาที่จ่าย

 

สวัสดีครับตอนนี้เรามาอยู่กับการ์ดจอที่เราไม่ได้ทดสอบกันมานานแล้วเป็นยี่ห้อ ZOTAC ที่เราคุ้นเคยกันเป้นอย่างดี ซึ่งทั้งนี้ก็ได้เปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั้นก้คือ SVOA ในปัจจุบันนั้นเอง เอาละเรามาเริ่มพูดคุยกันถึงตัวการ์ดจอจอยี่ห้อนี้กันซะก่อนนะครับ

ZOTAC แบรนด์ที่เรารู้จักกันดีในผู้ผลิตการ์ดจอให้กับฝั่ง NVIDIA ซึ่งมีสินค้าที่เกี่ยวกับ GPU คอมพิวเตอร์ออกมามากมายหลายรุ่น อทิเช่น การ์ดจอ PC / Mini Computer / Mini PC / เมนบอร์ด / SSD / โทรศัพท์มือถือ /  และอุปกรณ์เสริมต่างๆ หาดูรายละเอียดได้ที่นี่ ซึ่งสินค้าที่เราได้มาทดสอบกันในวันนี้เป็นการ์ดจอที่เป็นชิปรุ่นเรือธง (ไม่นับ Titan Xp) ใน Series 1000 ของ Nvidia นั้นก็คือ ZOTAC Geforce GTX 1080 Ti AMP! Edition ที่เป็นรุ่นที่ทำการ Overclock สัญญาณนาฬิกามาจากโรงงานให้แล้วครับ


กล่องบรรจุภัณฑ์ประมาณนี้ เรียกได้ว่าแทบจะเหมือนกันแทบทุกรุ่นเลย เป็นเอกลักษณ์ไปแล้วสำหรับยี่ห้อนี้ครับ การออกแบบทำได้สวยงามดี ติดตรงที่ดีไซน์มันเหมือนเดิมทุกรุ่นเลย บางคนอาจจะเบื่อแล้วก็ได้ แต่ผมเฉยๆนะครับกับเรื่องดีไซน์ของกล่องบรรจุภณฑ์

เมื่อเปิดตัวกล่องออกมาก็จะเจอกับฟองน้ำห่อหุ้มตัวการ์ดจอกันกระแทกเอาไว้หนาๆเลย และก็มีพวกสายไฟต่อแปลงไฟการ์ดจอ 8 Pin สองชุดด้วยกัน และก็แผ่นไดร์เวอร์กับคู่มือการใช้งานเท่านั้นครับ


ดีไซน์ของตัวการ์ดจอทำออกมาได้สวยงามดีครับตั้งแต่การฉีดพลาสติกทำกรอบฮีตซิ้งค์ สามารถเก็บงานได้ดี แต่น่าเสียดายตรงที่บริเวณร่องที่เป็นลวดลาย ถ้าสามารถตัดเส้นสีเหลืองตามร้องต่างๆได้ หรือให้ร่องเป็นสีเทาดำเหมือนเดิม แต่ทำให้ผิวชั้นบนเป็นสีเหลือง Glossy เงาๆจะสวยบาดตาบาดใจเลยละ แต่ว่าก็สามารถเอาไปโมแต่งสีกันเองก็ได้ครับ แต่ผมไม่มั่นใจว่ามันจะมีผลต่อประกันหรือไม่ ต้องสอบถามไปกับทางแบรนด์ดูครับ

ด้านข้างตัวการ์ดจอกินพื้นที่ในส่วนของการติดตั้งการ์ดจออยู่ที่ 2 สล็อตด้วยกัน มีสัญลักษณ์โลโก้ ZOTAC ด้านข้างบริเวณตรงกลาง ที่ขณะต่อการ์ดใช้งานจะมีไฟแสดงผลที่โลโก้เพื่อความสวยงามและเข้ากับยุคสมัยของอะไรๆก็ใช้ไฟแต่งคอมครับ

มีช่องต่อไฟ 8 pin PCI-E X 2 = 16 pin ส่วนในการต่อไฟนั้นจะมากกว่ามาตรฐานเล็กน้อยครับ (ปกติจะใช้ 8+6 – 1080Ti FE ) นั้นก้เพราะตัวการ์ดจอมีการ Overclock มาจากโรงงานแล้ว และไฟในส่วนของพัดลมที่เพิ่มเข้ามาด้วยครับ ใครที่คิดจะใช้งงานการ์ดจอตัวนี้ในแบบ 2 ใบ ควรพิจารณา PSU ที่ระดับ 850w ขึ้นไปครับ หรือต่อการ์ดจอใบเดียวก็ควรที่จะใช้ขั้นต่ำที่ 650w ขึ้นไปครับ

มุมมองภาพรวมของตัวการ์ดจอตัวนี้ แลดูแล้วคลายคลึงกับเครื่องบิน stealth + ยานอวกาศเลยครับ 555

พัดลมที่ใส่ติดตั้งมาค่อนข้างจะใบหน้ามากดีครับมันแข็งแรงดีไม่น่าจะหักง่ายๆเท่าไหร่ และอีกอย่างคือที่ตัวสลิ๊กเกอร์วงกลมโลโก้ เป็นสติ๊กเกอร์อลูมิเนียมนะครับ เพิ่ม Value ให้สินค้าดูดีอยู่เหมือนกัน

Back Plate เป็นอลูมิเนียมชิ้นสีดำทั้งแผ่นมีการเจาะรูเป็นริ้วๆทางเฉียงเพื่อไล่อากาศร้อนออกหลัง PCB ได้ง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยในด้านการระบายลมร้อนออกหลังการ์ดแต่อย่างใด วัตถุประสงคืคือเอาไว้เพื่อความสวยงามและเอาไว้ดามการ์ดไม่ให้ PCB งอง่ายๆเวลาใช้งานไปนานๆ (กรณีสำหรับเคสแนวตั้ง)

 

สล็อต SLI Connector มีมาตามปกติเลยครับ 1 ชุด ไว้รองรับเทคโนโลยีการ SLI ต่อการ์ดจอมากกว่า 1 ตัว ในการใช้งานคู่กับ GTX 1080 Ti ด้วยกันเอง

ตัวบูสต์พลังงานให้กับตัวชิปการ์ดจอครับ จุดประสงค์ของมันก็เพื่อให้สามารถควบคุมอัตราไฟเลี้ยงให้คงที่ และนิ่งยิ่งขึ้น เพราะการ์ดจอจากฝั่ง NVIDIA นั้น จะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า GPU Boost 3.0 เป็นเทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจาก GPU Boost 2.0 ที่เคยอยู่ในสถาปัตยกรรม Maxwell ( GTX900 Series) ซึ่งไอ้เจ้า GPU Boost 3.0 นี่แหละมันจะเป็นช่วงที่การ์ดจอสูบไฟหนัก การที่จะให้การ์ดจอทำงาน Boost Clock ได้นิ่งๆ จำเป็นต้องมีองค์ประกอบอยู่ 3 จุดใหญ่ๆคือ

  • ฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนที่ดี
  • ภาคจ่ายไฟพวก Mosfet ที่ดีและมากพอ
  • การต่อไฟเลี้ยงให้กับการ์ดจอจะต้องเพียงพอและต้องเหลือๆมากกว่าขาด

แต่ว่า power Boost ตัวนี้ถ้าให้เปรียบเทียบมันก็คล้ายๆกับภาคขยายเสียงของเครื่องเสียงนั้นแหละครับ คือเน้นให้เสียงแรงและชัดเจนนิ่งๆ ซึ่ง Power Boost ตัวนี้ก็คือการขยายไฟให้เหมาะสมกับ GPU Load ครับมันทำให้ไฟที่ได้เพียงพอและนิ่งครับ

มีช่องต่อไฟ RGB Connector มาให้ด้วย 1 ช่อง เอาไว้สำหรับควบคุมไฟแสดงผลที่ตัวการ์ดจอครับ ถ้าดูดีๆจะเห็นแพลมๆว่า ฮีตไปป์เส้นใหญ่มากๆเลย แต่มันจะใหญ่จริงไหมรอดูกันต่อไปนะครับต่างภาพด้านล่าง

จุดเชื่อมต่อจอด้านหลังการ์ดจอ ให้มาครบมาตรฐาน Display Port 1.3 x3 ,HDMI 2.0 x1 ,DVI -i x1


แกะฮีตซิ้งค์การ์ดจอออกมาแล้ว จะเห็นได้ว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ภาคจ่ายไฟให้กับตัวการ์ดจอค่อนข้างจะหนาแน่นอยุ่พอสมควรครับ

เมื่อเราเช็ดซิลิโคนที่ทาเชื่อมกับตัวคอร์ GPU ออกมาจะเห็นว่ามันคือชิปรหัส GP102 ซึ่งเป็นชิปรหัสเดียวกันกับ GTX TITAN X Pascal นั้นเอง เพียงแต่ว่ามันเป็นชิปที่ถูกตัด Cuda Core มา 256 Cuda Core ให้เหลือ 3584 Cuda Core  เพื่อนำมาใช้เป้นการ์ดจอรุ่น GTX 1080 Ti ครับ

หากสังเกตบริเวณที่ติดเม็ดแรมสี่เหลี่ยมสีดำๆครับ layout การวางจะถูกออกแบบมาสำหรับการติดเม็ดแรม 12 เม็ด (กรณี GTX TITAN Xp – 12GB) แต่เราจะเห็นว่าเม็ดแรมที่ถูกติดตั้งมานั้นจะมีเพียง 11 เม็ดเท่านั้น นั้นก็คือขนาดรวมที่ 11 GB ตกเม็ดละ 1GB ครับ โดยที่แต่ละเม็ดจะมีขนาดของ Bus Width อยู่ที่ 32Bit เมื่อเอามารวมกัน  32×11 = 352 Bit พอดี (GTX TITAN Xp 32×12 = 384 Bit)

ส่วนเม็ดแรมที่ติดตั้งมาบนตัว PCB การ์ดจอนั้นเป็นมาตรฐานจากที่เดียวครับ นั้นก็คือ Micron เพราะ Micron เพราะเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีแรมแบบ GDDR5X เพียงเจ้าเดียว และยังไม่มีการขายสิทธิบัตรการผลิตต่อนี้กับใคร นอกจากผลิตเพื่อส่งให้กับ NVIDIA ในการผลิตการ์ดจอ GTX 1080 GTX 1080 Ti GTX TITAN Xp เท่านั้น

ภาคจ่ายไฟ Ferrite Core Choke ให้มาแบบหนาแน่นสุดๆไปเลยครับ 16 ตัว (16+2) แต่ที่แน่นกว่านั้นคือตัวการ์ดติดตั้ง VRM  Mosfet มาหนาสุดๆ ถึง 42 ตัวด้วยกัน โดยที่จะถูกแบ่งมาใช้ Mosfet 3 ตัวต่อ 1 Ferrite Core Choke

Mosfet ที่ถูกเอามาใช้งานไม่ได้ใช่แบบ IRR แต่เป็น Mosfet ธรรมดาทั่วไปขนาด 40A

ชิป Power Boost ตอนที่แกะฮีตซิ้งค์ออกมาแล้วจะเป็นแบบนี้ครับ


สภาพโดยรวมของตัวการ์ดจอหลังแกะฮีตซิ้งค์ออกมา เราจะเห็น heat spreader ที่เป็นแผงทองแดงขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ถ่ายเทความร้อนของชิปการ์ดจอมายังจุดนี้เพื่อที่จะกระจายความร้อนออกไปยังฮีตซิ้งค์หลักที่อยู่ใต้ฐาน heat spreader นี้

บริเวณรอบๆ heat spreader จะมีการแปะ Rubber สำหรับดูดความร้อนเอาไว้ด้วยตามจุดต่างๆ เพื่อเอาไว้ดูดซับความร้อนจากเม็ดแรมรวมไปถึง Mosfet บางตัวครับ

ต่อจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของฮีตไปป์ทองแดงทำหน้าที่ Transfer ความร้อนจากฮีตซิ้งค์หลักไปยังฮีตซิ้งค์รองที่อยู่ด้านข้าง เพื่อไม่ให้ความร้อนไปกระจุกอยู่ที่ตรงฮีตวิ้งค์หลักที่เดียว จุดประสงค์คือการเอาไว้ระบายความร้อนไม่ให้มันกระจุกอยู่ที่เดียวนานเกินไป


GPU ที่ใช้ทดสอบคือ Pascal GP 102

สถาปัตยกรรม Pascal GP 102
จำนวนชุดประมวลผล 11CUs
จำนวนหน่วยประมวลผล 3584 Cuda
บัสสูงสุดที่รองรับ PCI Express 3.0X16
ขนาดหน่วยความจํา 11GB GDDR5X
ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1569 Mhz
ความเร็วหน่วยความจำ 1376 Mhz
แบนวิธ 352 bit
DirectX ที่รองรับ 12.1

ประเภทมีเดีย รองรับ
720P
1080P
4K
4KHEVC
FLUID MOTION X
VP8
VP9
NVIDIA Encode

SYSTEM TEST
CPU AMD RYZEN 1600 3.9Ghz
Mother Board ASRock X370 FALTAL1TY Professional Gaming
Graphics Accelerator ZOTAC Geforce GTX 1080 Ti Amp! Edition
Memory G-Skill Trident Z RGB 32GB 4*8 3066 cl 16-18-18-38
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 4TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64Bit

ซึ่งวันนี้ผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอที่ความเร็วปกต และ OC 1630MHz Core Boost 1962 MHz  Mem 1,500 MHz *8  (12,000 MHz Effective Memory) ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro – 64 Bit

Overclock [email protected] Boost 1962 MHz / Mem [email protected] MHz

ZOTAC GTX 1080 Ti AMP 11GB ZOTAC GTX 1080 Ti AMP 11GB OC
GPU Pascal GP 102  Pascal GP 102
Core 3584 3584
TMUs 224 224
ROPs 88 88
Clock 1569 MHz 1630 MHz Boost 3.0 = 1962 MHz
Memory Clock 1376 MHz 1500*8 MHz Effective 12,000 Mhz
Memory 11 GB 11 GB
Memory Bus 352 bit 352 bit
Memory Type GDDR5X GDDR5X

โปรแกรมที่เอามา Overclock ในวันนี้ก็เจ้าเดิมครับ MSI After Burner เป็น Software Utility ที่สามารถเอาไปใช้กับการ์ดจอได้แทบจะทุกตัวในท้องตลาด เยี่ยมจริงๆครับ


การทดสอบวันนี้จะใช้เพียงแค่ 3 เกมยอดนิยมเท่านั้นก็น่าจะพอ ที่ใช้สเปคเครื่องคอมได้เยอะ แต่จะไปเน้นเปรียบเทียบด้วยการ OC และ ไม่ OC ดูว่าผลจากค่า fps ที่ได้มันจะแตกต่างกันยังไงบ้าง

  • อัตรา GPU Load ในแบบ Default จะอยุ่ที่ Clock Base 1569 Mhz / Boost 1911 MHz และ mem 11,000 MHz
  • อัตรา GPU Load ในแบบ Overclock จะอยุ่ที่ Clock Base 1630 Mhz / Boost 1962 MHz และ mem 12,000 MHz


3DMark Fire Strike / Time Spy

คะแนนพุ่งขึ้นมาเยอะพอสมควรครับมาแตะที่ระดับเกือบๆ 30,000 สำหรับ Fire Strike และ 10,000+ สำหรับ Time Spy ได้อย่างไม่ยากเย็น ถ้าหากเราได้ใช้กับ CPU Intel น่าจะมีผลที่ดีกว่านี้อีกครับ ตอนนี้เรากำลังรอ CPU Intel Core Gen 8th ที่สั่งเอาไว้แต่ยังไม่ได้ของ เพื่อใช้ในการทดสอบ Base Test อื่นต่อๆไป


Assassin ‘s Creed Origins แบบสรุป Detail

อัตราการโหลดพลังงาน GPU ที่ 66% CPU Load 80% โดยเฉลี่ย กับสเปคเครื่องที่ใช้ทดสอบ แสดงผลให้เห็นว่าทั้งระบบทดสอบนี้กินไฟอยู่ที่ 279 watt ถ้า Load 99% ทั้งระบบก็จะกินไฟเกิน 400watt +/- ครับ


ทดสอบการใช้ CPU / GPU Stream Broadcast Youtube

  • ไปที่สตูดิโอผู้สร้างเลือก “เครื่องมือจัดการวิดีโอ”
  • แล้วตามด้วยเลือกการสตรีมสด

  • เราจะมาอยู่ที่หน้านี้เพื่อเอาคีย์สตรีมที่ได้ข้างล่างเอาไปกรอกในโปรแกรมสำหรับทำสตรีม

โปรแกรมที่ใช้สาธิตวิธีก็คือ OBS ครับ จริงๆมันก็ใช้ได้หลายโปรแกรมนะครับ แต่ผมถนัดใช้งานตัวนี้ เพราะมันใช้ง่ายและเป็นฟรีแวร์ที่ใครๆก็สามารถเอาไปใช้งานได้ แต่ถ้าต้องการฟังค์ชั่นที่มากกว่านี้ก็ซื้อเพื่อปลดล็อคการใช้งานอื่นๆที่ถูกปิดเอาไว้ครับ

  • เลือกไปที่ Setting

  • ไปที่ Stream เลือก Service เป็น Youtube จากนั้นเอาคีย์สตรีมที่ได้มากราอกลงบนช่องStream Key ข้างล่าง


1.ในการทดสอบใช้ CPU Stream Encode ผมตั้งค่าประมาณนี้นะครับ ผลที่เกิดคือ CPU ถูกใช้งานมากเกินไปจนทำให้ไม่มีแรงพอที่จะไปขับการ์ดจอให้ปั่น Frame Rate ในเกมให้ออกมาดีได้เท่าที่ควรครับ


2.ในการทดสอบใช้ GPU Stream Encode ผมตั้งค่าประมาณนี้นะครับ เป็นการเอา GPU NVIDIA มา Encode ไฟล์วิดีโอสำหรับทำสตรีมแทน CPU ผลที่ได้คือมันได้ค่า Frame Rate ดีขึ้นมามากเหมือนกัน เพราะมันเป็นการใช้ Video Encoder ที่มาอยู่ใน GPU มาทำงานครับ


สำหรับวิดีโอ Out Put ทั้ง 2 แบบ Set เป็น 1080p / 60 fps ครับ

วิดีโอเปรียบเทียบการสตรีมผ่าน CPU และ GPU

http://yt2fb.com/video-stream-cpu-x264-vs-nvidia-encode/


LIVE วิดีโอ Unbox – แกะฮีตซิ้งค์ให้ชมกันสดๆเป็นไงมาดูครับ

แกะกล่อง แกะซิ้งค์ Zotac GTX 1080 Ti AMP Edition

โพสต์โดย GcubeZ บน 21 ตุลาคม 2017


Temperature (Overclock Mode) Fan Auto System Power Watt
GPU Idle 35c 65 w
GPU Full Load 76c 378 w

Final Thought / Mike GcubeZ : หลังจากทดสอบสิ่งทีผมรู้สึกได้คือในด้านความแรงมันไม่ได้แรงไปกว่ายี่ห้ออื่นๆที่ขายในท้องตลาดสักเท่าไหร่ครับ แต่ก็ยังเกาะอยู่กลุ่มมาตรฐานของ GTX 1080 Ti ได้อยู่ แต่สิ่งที่มันทำได้ดีเห็นจะเป็นเรื่องของการควบคุมอัตรา Clock Boost ให้ทำได้ไม่แกว่งจนเกินไป แม้ว่ามันจะ Boost Clock ได้ไม่สูงถึง 2000MHz ก็ตามที บทสรุปต่อไปนี้คือสิ่งที่ผมจะเขียนตามความรู้สึกที่ใช้งานจริงๆ และอยากให้พิจารณากันเหมาะสมกับตัวเพื่อนๆหรือเปล่านะครับ

มันดีกว่า GTX 1080 Ti ทั่วไปอย่างไร ? – ตอบเลยว่าไม่ได้ดีกว่าเลยซะทีเดียว มันทำได้เกาะมาตรฐานของ GTX 1080 Ti ตัวปกติครับ Performance พอๆกับ Founder Edition เวลาที่ใช้งานหรือแม้แต่การ OC แล้วก็ตาม ในแง่ของการ Boost Clock ก็ทำได้สูสีการ์ดจอในรุ่น Founder Edition เรื่องวัสดุภาคจ่ายไฟอื่นๆยังเทียบไม่ได้ครับกับ GTX 1080 Ti Founder Edition อีกเช่นกัน

ระบบภาคจ่ายไฟ – ภาคจ่ายไฟของการ์ดจอให้มาเต็มที่ล้นๆก็จริง แต่เป็น Mosfet ชนิดที่ใช้งานกับการ์ดจอทั่วไปครับ ไม่ได้ใช้แบบอย่างดีที่เป็นชนิด IRR แต่ว่ามันก้ถูกทดแทนด้วยจำนวนที่มากล้นของ Mosfet เข้ามาทดแทนในเรื่องของการแบ่งโหลดไฟขาเข้า GPU มันก็พอช่วยได้ครับในจุดนี้ (ในแง่ที่ไม่โหลดหนักจนร้อนเกินไป)

Power Boost – เป็นหัวใจหลักของเจ้าการ์ดจอตัวนี้เลยก็ว่าได้ แม้ว่าจะ Boost Clock ได้ไม่สูงแต่ก็ Clock ไม่ค่อยหล่นเท่าไหร่ครับ ซึ่งตรงจุดนี้มันก็จะเป็นข้อดีที่มันมีอยู่ เพราะจริงๆแล้วการ์ดจอระดับ GTX 1080 Ti มันมีความสามารถในการปั่น Frame Rate สูงๆได้อยู่แล้ว แต่มันจะดีกว่าการได้ Fps ที่สูงๆปี๊ดแต่ Fame Rate ไม่นิ่งพอ ซึ่งเจ้า Power Boost ที่ติดตั้งเข้ามาก็ถือว่าให้สอบผ่านครับ

สุดท้ายแล้ว – ก็อยู่ในเกฑ์มาตรฐาน GTX 1080 Ti ครับสำหรับการ์ดจอรุ่นนี้ ไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ก็ไม่ได้สูงกว่ามาตรฐานรุ่นดังๆแพงๆบางยี่ห้อที่มีขาย แต่ถ้าพูดถึงตัวราคากับประสิทธิภาพ และความเป็น GTX 1080 Ti แล้วละก็ ตรงนี้นี้ผมมองว่ามันเอามาหักล้างข้อเสียเปรียบแบรนด์ดังๆ แพงๆที่มีในตลาดได้ครับ แปลว่ามันสามารถที่จะเอามาแข่งขันได้ในแง่ประสิทธิภาพต่อราคาที่จ่ายไปในความเป็น GTX 1080 Ti นั้นเอง สนนราคาที่หาได้ถูกสุดตอนนี้จะอยู่ที่ 25,xxx บาท ที่ยังไม่ได้รวมส่วนลดใดๆเข้าไปครับ ถ้าจะมองกันตรงๆแล้วด้วยราคานี้่คุณได้ GTX 1080 Ti มาเล่น ในขณะที่บางยี่ห้อในราคานี้เราจะได้เพียง GTX 1080 ธรรมดาที่ไม่ Ti มาเล่นครับ ก็อาจเป็นอีก 1 ตัวชี้วัดการตัดสินใจของผู้บริโภค ส่วนราคาลองค้นหาจากเว็บ Priceza


จุดเด่น

  • ประสิทธิภาพดี แต่ควบคุมอัตรา fps และค่า ft ได้ดี ด้วยชิป Power Boost
  • ระบบระบายความร้อนสามารถทำได้ในเกณฑ์ที่ดี
  • มีไฟ ZOTAC ไฟด้านข้างสวยๆไว้แต่งเคส
  • ราคาขายถือว่าถูกเมื่อเทียบกับวัสดุและคุณภาพที่ได้
  • ใช้ Memory แบบ 11Gbs และสามารถ OC ไปได้ถึง 12Gbs

จุดที่ควรปรับปรุง

  • Mosfet คุณภาพธรรมดาไปหน่อย แต่ดีว่าใส่มาให้เยอะมากเพื่อทดแทนการใช้ Mosfet ดีๆ แต่มีให้ไม่มาก
  • กรอบฮีตซิ้งค์ถ้าแต่งสีสันเข้ามาให้เข้ากับสี?นกล่องคือ เทาดำ/เหลือง ตัวการืดจอจะดูสวยมาก

ขอขอบคุณ ZOTAC และ SVOA ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

7.8K ผู้เข้าชม

ลองคาดการณ์ประสิทธิภาพของ NVIDIA Geforce GTX 2080 GPU 12nm นาม Volta

 

จากข้อมูลที่เคยได้รับมา ดูเหมือนว่า Nvidia มีแผนการที่จะเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่ในปี พ.ศ. 2561 ด้วยสถาปัตยกรรม Volta ซึ่งในตอนนี้เท่าพอทราบว่าจะมีรหัส GPU GV1XX เข้ามาแทน GP1XX ที่ใช้ใน GTX 10XX Series แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้รหัสเป็น GTX 11XX (1170/1180) หรือ GTX 20XX (2070/2080) กันแน่ โดยมันจะมาแทนที่ GTX 1070/1080 ในปัจจุบัน

เราได้ทำการคาดคะเนถึงประสิทธิภาพของ GTX ในรุ่น 1180/2080 จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า GTX 1080 ประมาณ 30-40% เป็นไปได้มันอาจจะมีประสิทธิภาพดีกว่า GTX 1080Ti ราวๆ 10-15% กับขนาดทรานชิตเตอร์ภายในขนาดเท่ากับ GP102 ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ 16nm แต่ GV102 จะใช้เทคโนโลยี 12nm เข้ามาแทนที่ จึงทำให้ GV100 นั้นจะมีค่า TFLOPs โดยประมาณการได้ที่ราวๆ 40% ของ GP100 ที่ 21.2/10.6/5.3 TFLOPs (Half, Single, Double) เราก็คิดว่า GP100 ก็น่าจะทำได้ราวๆ 30/15/7.5 TFLOPs ต้องมารอดูว่าในซี่รี่ย์ x70/x80 นั้นจะทำได้เท่าไหร่กันแน่?

จาก Time Line ในด้านประสิทธภาพของ NVIDIA ในแต่ละครั้งที่เปิดวางจำหน่ายจะเป็นดังนี้

  • Fermi GF100 (Flag Ship) GTX 480 ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 570 (Fermi GF110)
  • Fermi GF110 (Flag Ship) GTX 580 ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 670 (Kepler GK104)
  • Kepler GK104 (Flag Ship) GTX 680 ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 770 (Kepler GK104 Re-Brand)
  • Kepler GK110 (Flag Ship) GTX 780 Ti / Titan Black ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 970 (Maxwell GM204)
  • Maxwell GM200 (Flag Ship) GTX 980 Ti / Titan X ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 1070 (Pascal GP104)
  • Pascal GP102 (Flag Ship) GTX 1080 Ti / Titan Xp ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 2070 (Volta GV ???)

จาก Time Line ที่เราเห็นกัน พอจะสรุปได้คร่าวๆครับว่า GTX 2070 น่าจะมีความแรงที่ระดับ GTX Titan Xp / GTX 1080 Ti หรืออาจสูงกว่าเล็กน้อย ฉนั้นจึงไม่น่าแปลกใจถ้า GTX 2080 จะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า GTX Titan Xp / GTX 1080 Ti อย่า่งน้อยที่สุดก็คือ  15% ขึ้นไป

และอีกจุดที่น่าสังเกตุที่เป็นไปได้อีกว่า GTX 2080 จะไม่ใช่ตัว Flag Ship เหมือนเช่นเคย แปลว่า NVIDIA อาจจะมีตัวที่เป็น Flag Ship อย่าง GTX 2080 Ti , GTX Titan XV , GTX 2090 อะไรแบบนี้เป็นต้น ที่จะมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า GTX 2080 ขึ้นไปอีกอย่างน้อยก็ 25-30% ก็เป็นได้

ด้านความเร็วของ GPU นั้นอาจไม่ได้มีการปรับขึ้นด้วยจากความเร็วปัจจุบันของ Pascal ที่มากอยู่แล้ว แต่จะเป็นการเพิ่มจำนวนของทรานซิตเตอร์เข้าไป จะทำให้ตัวชิปมี CUDA Core เพิ่มมากขึ้น ส่วนหน่วยความจำที่ใช้น่าจะเลือกใช้งาน GDDR6 จาก Hynix’s ซึ่ง GDDR6 จะมีความพร้อมให้นำไปใช้งานได้ในไตรมาสที่สี่ปีนี้ และจะมีความจุเริ่มต้นให้ใช้งานที่ 8GB กับความเร็วสูงสุดที่ระดับ 14Gbps แต่โดยทั่วไปแล้วน่าจะเลือกใช้ที่ 12Gbps ก็จะทำให้มีแบนด์วิธรวมสูงสุดถึง 672GB/s ที่ 384bit หรือ 448GB/s ที่ 256bit ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ GDDR5

ทำไมถึงจะต้องเป็น GDDR6 แทนที่จะเป็น GDDR5X? – เพราะ NVIDIA เองได้มีการเลื่อนการวางจำหน่าย GTX 2000 Series ออกไปเป็นปี 2018 จากเดิมที่เคยมีแผนการจะวางจำหน่ายในปี 2017 นี้

เหตุผลหลักก็คือ GDDR6 เป็นมาตรฐานเปิดสำหรับตลาดทั่วไปที่สินค้า หลายๆเจ้าเลือกที่จะเอามาใช้งาน ด้วยเพราะเหตุนี้จึงทำให้ต้นทุน GDDR6 มีราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าการที่จะใช้ GDDR5X ที่เป็นเทคโนโลยีของ Micron เพราะเป็นเทคโนโลยีแบบผู้ขาด จึงมีอัตราการผลิตที่ไม่ได้สูงเทียบเท่ากับการที่จะมาใช้ GDDR6 ที่ผู้ผลิตจ้าวอื่นๆสามารถเอามาใช้งานได้

อีกประเด็นที่เข้ามาตอกย้ำความที่ NVIDIA จำเป็นต้องเลือกใช้ GDDR6 นั้นก็คือทางฝั่ง AMD ก็เล็งที่จะใช้เม็ดแรม GDDR6 เพื่อเข้ามาใช้งานร่วมกับกราฟฟิคการ์ด Radeon ของตนเช่นกัน ด้วยความที่มันมีราคาถูกกว่า HBM2 อยู่มากแต่ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า GDDR5 เดิมค่อนข้างสูง มันจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ณ เวลานี้ สำหรับตลาดการ์ดจอในปี 2018 นี้

ซึ่งทาง NVIDIA เองจะได้ใช้ GDDR6 ก่อนทางฝั่ง AMD ครับ แต่ว่า HBM2 ก็ไม่ได้ว่าจะไม่มีบทบาทอะไร แต่มันเป็นการแบ่งตลาดกันอย่างชัดเจนครับว่า GDDR6 จะถูกเอามาใช้กับการ์ดจอระดับตลาดกลางถึงกลางบน และ HBM2 จะถูกนำไปใช้กับการ์ดจอที่อยู่ตลาดบนเท่านั้น แต่ เหตุผลที่ NVIDIA เลือกใช้ GDDR6 ไปเลยสำหรับ GTX 2080 อาจจะเป็นเพราะต้นทุนที่ต่ำกว่า HBM2 ในเวลานี้ครับ

สำหรับการ Overclock นั้นเป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ระดับ 12nm นั้นจะสามารถเพิ่มไฟได้เท่าไหร่ ด้วยการที่เป็น 12nm ในสายการผลิตแรกนั้นย่อมต้องยอมรับว่าอาจไม่สามารถเพิ่มไฟได้ตามที่ต้องการมาก ซึ่งอาจทำให้การ Overclock อาจไม่ได้สูงจากค่ามาตรฐานเท่าไหร่นัก แต่อย่างไรก็ดีอาจทำได้ง่ายขึ้นอย่างมาก เพราะจากข่าวลือที่ว่าสายการผลิตที่ 12nm ที่จะใช้นั้นเป็นการปรัรบปรุงประสิทธิภาพของสายการผลิตที่ 16nm จะเป็นลดช่องว่างระหว่างทรานชิตเตอร์ให้มีช่องว่างให้แคบน้อยลง และถ้ามันเป็นตามนี้จริงแล้ว อาจทำให้การ Overclock นั้นสามารถทำได้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก ด้วยการที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ถูกปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้นนั้นเองครับ

 

Share This:

730 ผู้เข้าชม

ASUS ROG STRIX 1080 Ti Assassin’s Creed Origins Edition

 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Assassin’s Creed นั้นทาง ASUS ได้ให้ความสำคัญกับผู้ที่เป็นแฟนเกมส์ซี่รี่นี้ ซึ่งครั้งนี้เป็นการมาพร้อมกับการนำไปสู่ยุคอียิปโบราณ ซึ่งทาง Asus ที่ได้ตัดสินใจร่วมเป็นพันธมิตรกับยูบิซอฟท์โดยได้มีแนวคิดในการทำอะไรที่แปลกใหม่ ซึ่งในตอนนี้ได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อรุ่น ROG STRIX GTX 1080 Ti OC ที่ถูกออกแบบมาใหม่ ซึ่งจะมาในโทนสีน้ำตาลทองพร้อมด้วยแบ็คเพลตที่มีลวดลายเป็นตัวอักษรอียิปต์โบราณ ภาคจ่ายไฟ VRM ถูกออกแบบมาแบบ 12 + 2 เฟส และต้องการแหล่งจ่ายพลังงานให้ตัวการ์ดแบบ 8 พินจำนวนสองชุด ตัวการ์ดมีถูกตั้งความเร็วให้เท่ากับรุ่น ROG STRIX OC ซึ่งจะช้ากว่ารุ่น POSEIDON เพียงเล็กน้อย

ที่มา : videocardz

Share This:

4.3K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ เทพสายฟ้า MSI Geforce GTX 1080 Ti Lightning Z ที่แสนจะ Cool สุดๆ

 

เปรี๊ยง!! เสียงฟ้าผ่าใช่ไหมนั้น แต่ไม่ใช่เพราะว่ามันคือการมาของการ์ดจอสุดทรงพลังอีกตัวในท้องตลาดจากแบรนด์ MSI ครับ ในครั้งนี้ก็กลับมาไม่ธรรมดาอีกแล้วกับตระกูลระดับสูงสุดของการ์ดจอของค่าย NVIDIA เค้าละ กับ MSI Geforce GTX 1080 Ti Lightning Z

ซึ่งโดยปกติแล้วตระกูล Lightning จะไม่มีการลงท้ายของชื่อเอาไว้ แต่ในคราวนี้กลับมีมาให้เราได้เห็นถึง 3 รุ่นด้วยกันครับ

  • MSI Geforce GTX 1080 Ti Lightning Z
  • MSI Geforce GTX 1080 Ti Lightning X
  • MSI Geforce GTX 1080 Ti Lightning (เฉยๆ)

โดยที่ทั้ง 3 รุ่นนี้จะมีหน้าตารูปร่างและกล่องบรรจุภัณฑ์ที่เหมือนๆกันครับ แต่จุดที่แตกตต่างจะเป็นในส่วนของค่าความเร็ว GPU Clock ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งในตัว Lightning Z จะตั้งค่า Core MHz มาสูงกว่ารุ่น X และรุ่น ไม่มีอักษณลงท้ายครับ

MSI หรือ Micro Star International ได้มีการออกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มจำพวก VGA  มาหลายรุ่นและแต่ละรุ่นที่เป็นรดับสูงๆหน่อยก็สร้างชื่อเสียงมาแล้วมากมาย ทั้งการืดจอ NVIDIA ATi โดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งขณะนี้ MSI ก็เป็นที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงการ์ดจอจากฝั่งค่ายเขียวกันครับ Nvidia ยี่ห้อ MSI Geforce GTX 1080 Ti Lightning Z


กล่องบรรจุภัณฑ์ประมาณนี้ ต้องพูดไว้เลยว่าสวยงามมากๆครับ วัสดุที่ใช้ทำตัวกล่องเป็นกระดาษแต่มีความหนาและแข็งแรงมากๆ สมแล้วที่เป็นกล่องของการ์ดจอระดับบนสุด

เมื่อเปิดตัวกล่องออกมาพบตัวการ์ดเลย และตัวการ์ดถูกครอบหุ้มไปด้วยฟองน้ำหนาๆรอบทิศทางกันตัวการืดจอกระแทกได้เป็นอย่างดี และด้านข้างการืดจอจะเห็นว่ามีกล่องสี่เหลี่ยมสำหรับใส่ของ Bundle มาให้ด้วยครับ

ในกล่องที่ใส่ของ Bundle มา จะมีตามที่เห็นครับ คู่มือการใช้งาน DVD Software สายแปลงไฟ VGA 8 pin และ Sticker สำหรับเอาไว้ติดตกแต่งตัวการ์ดจอแล้วแต่ชอบครับ มีมาให้เลือกติด 2 สี 2


เอาตัวการ์ดออกจากกล่องก็เห็นเป็นแบบนี้ละครับ สิ่งแรกที่พูดเลยคือ มันมีขนาดใหญ่มากๆ และหนักค่อนข้างจะมากครับ ประมาณ 1 กิโลกรัม ฮู้..หนักเอาการนะนั้น

ดีไซน์ของตัวการ์ดจอจะถูกออกแบบมาเฉพาะตัวครับ จะไม่เหมือนกับของซีรี่ย์ Gaming X เลย ทั้งขนาดจำนวนพัดลม และสติ๊กเกอร์โลหะ ที่แปะอยู่บนฝาครอบการ์ดจอถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดครับ ก็เรียกว่าฉีกแนวรูปแบบออกไปและดูสวยงามทีเดียว

ด้านข้างตัวการ์ดจอกินพื้นที่ในส่วนของการติดตั้งการ์ดจออยู่ที่ 4 สล็อต PCI-E !!!!!!! หือ การ์ดจอหนาและใหญ่มากๆ ตามที่บอกไปก่อนหน้านี้ครับ นั้นเพราะการ์ดออกแบบทำมาให้มันระบายความร้อนได้แบบขั้นสุดยอดเลยทีเดียว

มีช่องต่อไฟ 8 pin PCI-E X 3 = 24 pin เรียกว่าต่อเท่าๆกับเมนบอร์ดเลย 24 pin เท่ากัน 555+ ใครที่คิดจะใช้งงานการ์ดจอตัวนี้ในแบบ 2 ใบ ควรพิจารณา PSU ที่ระดับ 850w ขึ้นไปครับ หรือต่อการ์ดจอใบเดียวก็ควรที่จะใช้ขั้นต่ำที่ 650w ขึ้นไปครับ

มุมมอง 45 องศาของตัวการ์ดจอเพื่อแสดงให้เห็นภาพรวมของลักษณะการ์ดจอ มันช่างดุดันและอ้วนตั๊บดีแท้ 555+ แต่ส่วนตัวแอดไมคืมองว่าดีแล้วที่ทำออกมาแบบนี้ ถือว่าเป็นสีสันของวงการการ์ดจอก็ว่าได้ ที่สำคัญนะมันเย็นใช้ได้เลยแหละ สำหรับการออกแบบฮีตซิ้งคืแบบนี้

พัดลมที่ใส่มาทั้ง 3 ตัวจะมีความหนาของใบพัดค่อนข้างจะมากๆ เอาง่ายๆมันไม่น่าจะหักง่ายๆเป็นแน่แท้

Back Plate เป็นอลูมิเนียมชิ้นสีดำทั้งแผ่นมีการเจาะรูเป็นริ้วๆทางเฉียงเพื่อไล่อากาศร้อนออกหลังPCB ได้ง่ายขึ้น แต่ก้ไม่ได้ช่วยในด้านการระบายลมร้อนออกหลังการ์ดแต่อย่างใด แต่ถ้าจะมีก็ตรงที่มันมีการลงฮีตไปป์ท่อทองแดงหลัง Back Plate ครับ เดี๋ยวจะอธิบายในภาพหลังจากนี้

มีตรา LIGHTNING เก๋ๆ เป็นร่องหลัง Back Plate ด้วย ตอนการ์ดทำงานจะเห็นไฟ RGB ลอดผ่านออกมาด้วยนะ

ไอ้เจ้าโลโก้ MSI LIGHTNING ตรงนี้ขณะที่การ์ดจอทำงานจะมีการแสดงผล RGB 256 สี ไหลโทนสีไล่เป็น Wave มาเลย สวยชนิดวัวตายควายตะลึงจริงๆ อิอิ กำ

จุดเชื่อมต่อจอด้านหลังการ์ดจอ ให้มาครบมาตรฐาน Display Port x2 ,HDMI x2 ,DVI x1


แกะฮีตซิ้งค์การ์ดจอออกมาแล้ว เราจะเห็นว่ามันมีการติดอลูมิเนียม Armor ไว้ด้านในด้วย วัตถุประสงค์หลักคือกัน PCB การ์ดงอจากน้ำหนักของตัวการ์ด และวตถุประสงค์รองลงมาคือ มันจะใช้ในการระบายความร้อนให้กับตัวเม็ดแรม และ Chock จ่ายไฟด้วย

มองตัว Armor ใกล้ๆ มันแทบจะคลุมทั้งการ์ดจอเลย และมันก็มีความหนาพอประมาณราวๆ 3 mm

ท้ายๆของ Armor แอบมีลง ฮีตไปป์ไว้ด้วยนะนี่ เอาไว้ช่วยดึงความร้อนออกมาจากภาคจ่ายไฟ High C Cap


สภาพโหดยรมของตัวการ์ดจอหลังแกะฮีตซิ้งค์ออกมา งานดีพิมพ์นิยมอย่างยิ่งยวด อุปกรณ์ที่ติดตั้งลงไป เป็น Military Class Design ทั้งหมดครับ Dr.MOS IR และ โช้คไฟแบบ 80A รวมไปถึงการใช้ All High C Cap ทั้งหมด แทนที่จะเป็นตัว C ธรรมดาทั่วๆไป


ตัวชุดระบายความร้อนของ Lightning จะพิเศษตรงที่ฮีตไปป์ตัวท่อดึงความร้อนเป็นวัสดุนิเกิ้ลแท้ทั้งหมดครับ คุณสมบัติคือถ่ายความร้อนได้ไวกว่าไปป์ทองแดง แถมมีขาดไปป์ที่ใหญ่สลับขนาดกลางหลายเส้นมาก แถมด้วยพื้นที่ของฮีตซิ้งค์หนาใหญ่มากพอจะถ่ายความร้อนได้ดี แถมท้ายตรงที่ Back Plate ติดฮีตไปป์ทองแดงมาด้วย คือเพื่อเอามาทราบ High C-Capที่อยู่ด้านหลังการ์ดจอที่มีแค่ 2 ตัว? มันร้อนเหรอครับอันนี้อยากรู้จริงๆทำไมต้องลงฮีตไปป์มาด้วยที่ติดหลัง BP


GPU ที่ใช้ทดสอบคือ Pascal GP 102

สถาปัตยกรรม Pascal GP 102
จำนวนชุดประมวลผล 11CUs
จำนวนหน่วยประมวลผล 3584 Cuda
บัสสูงสุดที่รองรับ PCI Express 3.0X16
ขนาดหน่วยความจํา 11GB GDDR5X
ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1591 Mhz
ความเร็วหน่วยความจำ 1390 Mhz
แบนวิธ 352 bit
DirectX ที่รองรับ 12.1

ประเภทมีเดีย รองรับ
720P
1080P
4K
4KHEVC
FLUID MOTION
VP8
VP9
NVIDIA Encode

SYSTEM TEST
CPU AMD RYZEN 1800X 3.6Ghz
Mother Board ASRock X370 FALTAL1TY Professional Gaming
Graphics Accelerator MSI GTX 1080 Ti Lightning Z 11GB
Memory G-Skill Trident Z RGB 32GB 4*8 3000 cl 16-18-18-38
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 4TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 64Bit

ซึ่งวันนี้ผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอที่ความเร็ว 1640MHz Boost 2025MHz และ 1,500 MHz *8 ในส่วนของความเร็วเมโมรี่บนตัวการ์ดจอ (12,000 MHz Effective Memory) ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro – 64 Bit

Overclock [email protected] Boost 2025 MHz / Mem [email protected] MHz

MSI GTX 1080 Ti Lightning Z 11GB MSI GTX 1080 Ti Lightning Z 11GB OC
GPU Pascal GP 102  Pascal GP 102
Core 3584 3584
TMUs 224 224
ROPs 88 88
Clock 1591 MHz 1640 MHz Boost 3.0 = 2025MHz
Memory Clock 1390 MHz 1500 MHz
Memory 11 GB 11 GB
Memory Bus 352 bit 352 bit
Memory Type GDDR5X GDDR5X

การทดสอบวันนี้จะใช้ 5 เกมยอดนิยมที่ใช้สเปคเครื่องคอมได้เยอะ โดยเฉพาะในส่วนของการ์ดจอจะเด่นมาก มีค่า MHZ ของ GPU Clock Mem Clock ที่สูงกว่าปกติ มันจะเป็นยังไงบ้างในการปรับค่ากราฟฟิคแบบสูงสุดบนความละเอียดที่ระดับ 1080p UItra Setting


GTA V (DX11) 


Farcry Paimal (DX11)


Battlefield 1 (DX12)


WatchDogs2 (DX12)


Rise Of The Tomb Raider (DX12) 


3DMark 2013 – Fire Strike

คะแนนพุ่งขึ้นมาเยอะพอสมควรครับมาแตะที่ระดับ 30,000+ สำหรับ Fire Strike และ 10,000 สำหรับ Time Spy ได้อย่างไม่ยากเย็น ถ้าหากเราได้ใช้กับ CPU Intel น่าจะมีผลที่ดีกว่านี้อีกครับ ตอนนี้เรากำลังรอ CPU Intel Gen 8th ออกมาขายเพื่อใช้ในการทดสอบ Base Test อื่นต่อๆไป

3DMark 2016 – Time Spy

Rise of the Tomb Raider แบบสรุป Detail

จุดแตกต่างของการ์ดจอ GTX 1080 Ti Lightning Z ตัวนี้ เห็นจะเป็นในเรื่องของการควบคุมความไหลนิ่งของ FPS และค่า ms ครับ มันทำได้ดีกว่าในหลายๆรุ่นที่อยู่ในท้องตลาด


LIVE วิดีโอ Unbox – แกะฮีตซิ้งค์ให้ชมกันสดๆเป็นไงมาดูครับ

แกะกล่อง แกะซิ้งค์ Rare Item สุดเทพหายากสุดๆ MSI Geforce GTX 1080 Ti Lightning Z

โพสต์โดย GcubeZ บน 28 กันยายน 2017


Live สตีมสดรายการ กะสรรโซเชี่ยล ทดสอบ MSI GTX 1080 Ti Lightning Z

MSI GTX 1080Ti Lightning

MSI GTX 1080Ti Lightning

โพสต์โดย GcubeZ บน 28 กันยายน 2017


อุณหภูมิในการทดสอบในแบบการ Overclock Core [email protected] MHz / Mem [email protected] MHz

Temperature (Overclock Mode) Fan Auto Power / Watt
Idle 32c 48w
Full Load 66c 270w

Mike : GcubeZ : หลังจากทดสอบคงบอกได้อย่างนึงว่ามันมีราคาที่ค่อนข้างสูงเอาการสำหรับการ์ดจอตัวนี้ เพราะในรุ่นที่ไม่ได้เป็นตัว Lightning Z แต่เป็นตัวไม่ Z หรือไม่ X ก็มีระดับราคาที่ 31,xxx – 32,xxx แล้ว แต่ว่าเมื่อเราได้ลองจับมาใช้งานดู สิ่งที่จะขอพูดต่อไปนี้อยู่ที่วิจารณญาณในการใช้เงินของท่านนะครับ ซึ่งจะขอพูดเป็น Part ไปดังต่อไปนี้

มันดีกว่า GTX 1080 Ti ทั่วไปอย่างไร ? – อุณหภูมิการทำงานของการ์ดจอต่ำมาก ในบางเกมที่การ์ดจอโหลด 100% แต่ถ้าอุณหภูมิการ์ดจอไม่ถึง 60c พัดลมบนตัวการ์ดจอไม่ทำงานเลยครับ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น นั้นก็เพราะว่าฮีตซิ้งค์ของตัวการ์ดจอมีขนาดใหญ่มาก และออกแบบมาได้ดีกว่า Gaming X เสียอีก อย่างตอนทดสอบเกม GTA 5 ปรับสุด 1080p Load 90% พัดลมไม่หมุนเลย 555+ ขนาดห้องไม่แอร์นะ

ระบบภาคจ่ายไฟ – ภาคจ่ายไฟของ MSi ตัวนี้อยู่ในระดับแถวหน้าสุดของการ์ดจอในท้องตลาด ณ เวลานี้ ถ้าได้ดูคลิ๊ป Unbox แกะซิ้งค์ก่อนหน้านี้จะเห็นครับว่าพูดได้พูดถึง Dr.MOS ที่เป็น Mosfet คุณภาพสูงจาก MSI เป็นชนิด IR คุณสมบัติคือมันจะมีความเสถียรในการจ่ายไฟสูงมากและ อดทนต่ออุณหภูมิที่สูงจัดๆได้ (150c มันยังไม่ไหม้อ่ะคิดดู) แต่มันก็ลงฮีตซิ้งค์ของภาพจ่ายไฟส่วนนี้เมาให้อย่างครบครัน แปลว่าโอกาสที่มันจะร้อนเกิน 80c แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยแม้การ์ดจอจะ OC เพิ่มเองอีกก็ตาม แต่ถามว่าทำไมต้องใช้มาขนาดนี้ นั้นเพราะว่าตัวการ์ดมันถูกออกแบบมาใช้นัก Overcloker ที่มีความชำนาญในการ OC การ์ดจอในแบบที่ต้องใช้ LN2 หรือไนโตรเจนเหลวเข้ามาช่วย ซึ่งตัวการ์ดจอได้ออกแบบช่องต่อไฟมาเพียงพอและสวิตต์สำหรับ Mode LN2 มารองรับเรียบร้อยครับ

แต่สำหรับผู้ใช้งานทั่วๆไปที่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การจะเอาไป OC แบบสุดติ่งกระดิ่งแมว การจะหาซื้อการ์ดจอตัวนี้มาใช้งานนอกจากประสิทธิภาพที่คิดว่าจะไม่ได้เอาไปใช้ OC โหดแล้วละก็ ยังมีทางเลือกสำหรับคนที่ชอบการ์ดจอในรูปแบบสวยงามเป็นทางเลือก ตัวการ์ดจอมีไฟ RGB ที่พิเศษกว่าหลายๆยี่ห้อครับ เพราะเลือกใส่หลอดไฟ RGB หลายๆตัวเพื่อให้ตัวการ์ดจอสามารถไล่ระดับ Wave ของสีได้มากๆ

MSI GTX 1080 Ti Lightning Z RGB Colors

โพสต์โดย GcubeZ บน 2 ตุลาคม 2017


***ไม่ได้ลงผลทดสอบการขุดนะครับ***

จุดเด่น

-ประสิทธิภาพไม่ได้สูงกว่ายี่ห้ออื่น แต่ควบคุมอัตร fps และค่า ms ได้ดีกว่าเพราะภาคจ่ายไฟ Dr.Mos ชนิด IR โช้คจ่ายไฟขนาด 80A และการเลือกใช้ High C-Cap ทั้งหมด เป็น Military Class Design ของ MSI โดยเฉพาะ มันเลยส่งผลด้าน fps /ms นี้มากๆ

-การ์ดทำงานเงียบมากๆ หรือบางจังหวะโหลด 100% แต่พัดลมไม่ทำงานเลยถ้าไม่ถึง 60c ตามที่บอกไปว่ามันใช้ฮีตไปปชนิดที่เป็นนิเกิ้ลหลายเส้น และพื้นที่ของฮีตซิ้งค์ใหญ่มาก เป็นข้อได้เปรียบมากๆครับ ส่งผลให้อุณหภูมิขณะใช้งานต่ำมาก

-ไฟ RGB เป็นแบบ Full คือใช้หลอดไฟเยอะตำแหน่งเพื่อนการไล่ระดับของสีไฟที่ละเอียดและหลากหลาย ซึ่งมันดีมากๆครับในเรื่องความสวยงาม

จุดที่ควรปรับปรุง

-น่าจะมีของ Bundle ที่ดูพรีเมี่ยมกว่านี้ เช่นพวงกุญแจ ตุ๊กตา หรือของแถมประเภท Gadget ในกล่อง


ขอขอบคุณ MSI Thailand ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ MSI

Share This: