4.4K ผู้เข้าชม

การตื่นตัวของพลัง GPU แบบก้าวกระโดด ที่เหนือกว่า Pascal บนสถาปัตยกรรมใหม่ของ NVIDIA

 

 

Nvidia มีแนวโน้มที่จะเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดจากสถาบัตยกรรม Turing ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการก้าวกระโดดของกราฟฟิกการ์ดในรุ่นถัดไปที่รุ่นเรือธงจะมีความสามารถในการเล่นเกมส์ระดับ 4k 60fps ได้แบบสบายๆ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะใช้ชื่อว่า GTX 2080 แต่จากข้อมูลใหม่ที่ออกมาอาจจะเป็นชื่อ GTX 1180 ก็เป็นได้แต่ก็ยังไม่อาจยืนยันความแน่นอนใดๆ ได้ทั้งสิ้น
เมื่อไหร่จะเปิดตัว

 

 

เมื่อไหร่จะถึงการเปิดตัว

สำหรับในตอนนี้ Nvidia ยังไม่ได้ประกาศถึงชื่อที่จะนำมาใช้กับสถาปัตยกรรมรุ่นถัดไปของพวกเขาแต่จากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ทำให้สามารถคาดการณ์ถึงกราฟฟิกการ์ดรุ่นถัดไปที่ใช้งานสถาปัตยกรรม Turing ซึงคาดว่าจะใช้สถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับ Nvidia Volta ที่จะทำการถ่ายทอดประสิทธิภาพมาสู่กราฟฟิกการ์ดระดับเกมส์มิ่งได้หรืออาจบอกได้ว่า Turing เป็นชื่อสถาปัตยกรรมของ Volta ที่ใช้สำหรับเกมส์มิ่งก็ได้ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูแล้วอาจต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อในงาน GTC 2018 ที่ผ่านมานั้น Nvidia ที่ไม่มีการเอ่ยถึงสถาปัตยกรรมใหม่และแม้แต่แผนในการพัฒนา GPU ตัวใหม่ออกมาทำให้ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้สำหรรั้บกราฟฟิกตัวใหม่จาก Nvidia นั้นก็ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัด แต่น่าจะอยู่ในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 (ช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม)

 

 

อีกการยืนยันของการเปิดตัวของกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่จาก Nvidia นั้นมาจากทาง SK Hynix ได้ออกมาประกาศถึงการผลิตหน่วยความจำชนิด GDDR6 ที่เป็นหน่วยความจำชนิดใหม่สำหรับกราฟฟิกการ์ดที่จะมีประสิทธิภาพเป็น 2 เท่าของหน่วยความจำชนิด GDDR5x (รวมถึงขนาดด้วย) ซึ่งจะมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับหน่วยความจำชนิด HBM2 แต่ให้ความร้อนที่น้อยกว่า โดยมีการประกาศว่าจะสามารถส่งหน่วยความจำล็อตแรกได้ช่วงต้น่ของไตรมาสที่ 3 และอย่าลืมว่าหน่วยความจำชนิด GDDR6 นั้นไม่ได้มีแค่ SK Hynix เท่านั้นที่ผลิตได้ ยังคงจะมี Micron, Samsnug ฯลฯ ที่สามารถเข้าร่วมสู่การผลิต

 

 

 

การ์ดจอที่มีประสิทธิภาพมาพร้อมกับจอภาพที่ดี

สัญญาณอีกอย่างว่าน่าจะเปิดตัวในปีนี้คือการที่ ASUS ROG SWIFT PG27UQ และ Acer Predator X27 จะมีการเปิดตัวจอภาพความละเอียดระดับ 4K 144Hz ที่สนับสนุนเทคโนโลยี G-SYNC HDR ที่เป็นเทคโนโลยีจาก Nvidia หลังจากเลื่อนการเปิดตัวมาในช่วงกลางของปี พ.ศ. 2560 ซึ่งน่าจะมาจากความไม่พร้อมในเทคโนโลยีของ Nvidia เองที่น่าจะยังคงไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของการ์ดจอให้เหมาะสมกับจอภาพได้ แต่ดูจากสัญญาณนี้แล้วทำให้คาดว่า Nvidia ก็น่าจะมีความพร้อมแล้ว

 

 

สิ่งที่น่าเป็นกังวลอีกส่วนหนึ่งสำหรับเกมส์มิ่งแล้วคือถ้ามีการเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดออกมาจริงๆ แล้วจะสามารถซื้อการ์ดจอได้หรือไม่เพราะว่าในความเป็นจริงแล้วถ้าประสิทธิภาพจาก Nvidia ที่ออกมานั้นมีประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดจริงดังที่เห็นจากที่เห็นใน Volta แล้วจะสามารถซื้อทันกลุ่มผู้เกร็งกำไรหรือผู้ที่นำไปใช้ทำเหมืองข้อมูลหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้สู่สถานการณ์การฟฟิกการ์ดขาดตลาดก็เป็นได้ ใครที่เตรียมเงินซื้ออาจจะต้องมีการสั่งจองจากร้านค้าโดยตรงก่อนการเปิดจำหน่าย ซึ่งถ้าออกมาในรูปการณ์นี้แล้วเราอาจได้เห็นปรากกฎการณ์ใหม่ของการซื้อกราฟฟิกการ์ดก็เป็นได้

Nvidia GTX 1000/2000 Series

สำหรับกราฟฟิกการ์ดรุ่นถัดไปของ Nvidia สำหรับเกมส์มิ่งแล้วมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการนำสถาบัตยกรรม Volta มาใช้งานให้เหล่าเกมส์มิ่งในรหัส GV104 สำหรับ GTX 1080/2080 และ GV102 สำหรับ GTX 1080Ti/2080Ti อีกส่วนที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Volta ได้มีการสนับสนุนชุดคำสั่งใหม่จาก Microsoft ในส่วนของ DirectX 12 ที่เพิ่ม DirectX Raytracing ซึ่งเป็นการร่วมมือการพัฒนาร่วมกับ Volta-Specific RTX Tech ของ Nvidia เข้ามาด้วย ซึ่งน่าจะมีการถ่ายถอดเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาร่วมด้วยซึ่งทาง AMD เองก็ได้ยืนยันถึง DirectX Raytracing จะสามารถใช้งานร่วมกับกราฟฟิกการ์ดของตนได้เช่นกัน

 

Tensor Core เป็นอีกเทคโนยีหนึ่งที่จะมาพร้อมกับกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่ ซึ่งจะมาพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานต่อแกนประมวลผลที่ดีขึ้นอีกระดับ โดยมีการคาดการณ์ว่าสำหรับ GTX 2080 จะมีแกนประมวลผลหรือที่คุ้นชื่อว่า Cuda Core นั้นจะมีประมาณ 3,584 Cuda Texture 224 Units เท่ากับ GTX 1080Ti ที่ใช้ในปัจจุบัน

 

โหนดการผลิตที่เล็กลงที่จะนำมาใช้กับชิพกราฟฟิกตัวใหม่นั้นจะลดลงจาก 14 nm เป็น 12 nm ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในด้านความเร็วของตัวชิพดีขึ้นด้วยจะส่งผลให้ Base Clock ที่สูงขึ้นจากเดิม รวมถึงเทคโนโลี Boost Clock 4.0 ที่น่าจะเพิ่มเข้ามาหลังจากมีการใช้ Boost Clock 3.0 จากซีรี่ที่ผ่านมา

 

 

หน่วยความจำที่จะนำมาใช้นั้นมีความเป็นไปได้กว่า 90% ที่จะเลือกใช้งาน GDDR6 ที่จะเป็น HBM2 ที่มีราคาสูงกว่า และด้วยที่ GDDR6 นั้นมีตัวเลือกที่มากกว่าในส่วนของโรงงานผลิตเพราะเปิดกว้างกว่าไม่ว่าจะมาจาก Samsung, SK Hynix หรือ Micron ที่เป็นผู้ผลิตชิพหน่วยความจำรายใหญ่ แต่ในขณะนี้ก็ดูเหมือนว่า AMD ก็ให้ความสนใจในหน่วยความจำชนิด GDDR6 เช่นกัน

 

หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้หน่วยความจำได้ถูกเรียกใช้งานเพิ่มมากขึ้นทุกวัน หลักๆ นั้นคงหนีไม่พ้นกับความต้องการในการแสดงรายละเอียดของตัวเกมส์ที่ดีมากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงของพื้นผิวซึ่งต้องใช้งานหน่วยความจำที่มากขึ้น และยิ่งเป็นความละเอียดระดับ 4k ที่ต้องการพื้นผิวที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งน่าจะทำให้ความต้องการในส่วนของหน่วยความจำเพิ่มมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ว่ากราฟฟิกการ์ดตัวถัดไปจะมาพร้อมกับหน่วยความจำในขนาด 12 GB ใน GTX 2080 และ GTX 2080Ti น่าจะมีให้ในระดับ 15 GB

 

ราคาคือคำตอบของทุกสิ่ง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้คาดการณ์ได้ว่า Nvidia น่าจะทำราคามาช่วง $700 – $800 สำหรับ GTX 2080 Founders Edition ด้วยเทคโนโลยีที่เพิ่มเติมเข้ามานั้นไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรมาก รวมถึงขนาดของหน่วยความจำด้วยจึงไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรเลย และในส่วนของรุ่น Non-Ref จากพาร์ทเนอร์ต่างๆ น่าจะมีช่วงในระดับราคา $800 – $1000 ส่วน GTX 2070 จะมีในช่วงของระดับราคาเดียวกับ GTX 1080 ในช่วงของการเปิดตัว ซึ่งจากที่ผ่านมานั้นในส่วนของราคากราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่สำหรับ Nvidia เองแล้วก็มีการปรับปรุงระดับราคาเรื่อยมา

 

Final Conclusion : ทิศทางของการผลิตชิป GPU รุ่นใหม่ ดูเหมือนว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU อาจจะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่จำนวนที่เพิ่มของ Cuda Core หากแต่ว่าจะเน้นที่การขยายขีดความสามารถของ GHz Boost ที่ดีกว่าเดิม ส่วน GPU ที่เน้นการเพิ่ม Cuda Core จะยังคงเน้นไปที่ตลาดของ DL และ AI Computing ที่เน้นในการใช้งานกับเทคโนโลยีอื่นๆในชีวิตประจำวันมากกว่า เพราะต้องอาศัย Core ปัญญาประดิษฐที่มากๆในการช่วยกันคำนวณ ในความเห็นส่วนตัวแล้วเรากลับมองว่าเป็นยุทธิวิธีการเพิ่ม MHz มากกว่าการเพิ่ม Cuda มากๆ มันเป็นเรื่องในแง่ของการประหยัดต้นทุนเสียมากกว่า และยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU ในตลาดเกมมิ่งให้สูงขึ้นไปได้อีกระดับครับ

 

บทความเดิมก่อนหน้านี้กดอ่านได้ที่นี่

 

 

Share This:

7.9K ผู้เข้าชม

ลองคาดการณ์ประสิทธิภาพของ NVIDIA Geforce GTX 2080 GPU 12nm นาม Volta

 

จากข้อมูลที่เคยได้รับมา ดูเหมือนว่า Nvidia มีแผนการที่จะเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่ในปี พ.ศ. 2561 ด้วยสถาปัตยกรรม Volta ซึ่งในตอนนี้เท่าพอทราบว่าจะมีรหัส GPU GV1XX เข้ามาแทน GP1XX ที่ใช้ใน GTX 10XX Series แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้รหัสเป็น GTX 11XX (1170/1180) หรือ GTX 20XX (2070/2080) กันแน่ โดยมันจะมาแทนที่ GTX 1070/1080 ในปัจจุบัน

เราได้ทำการคาดคะเนถึงประสิทธิภาพของ GTX ในรุ่น 1180/2080 จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า GTX 1080 ประมาณ 30-40% เป็นไปได้มันอาจจะมีประสิทธิภาพดีกว่า GTX 1080Ti ราวๆ 10-15% กับขนาดทรานชิตเตอร์ภายในขนาดเท่ากับ GP102 ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ 16nm แต่ GV102 จะใช้เทคโนโลยี 12nm เข้ามาแทนที่ จึงทำให้ GV100 นั้นจะมีค่า TFLOPs โดยประมาณการได้ที่ราวๆ 40% ของ GP100 ที่ 21.2/10.6/5.3 TFLOPs (Half, Single, Double) เราก็คิดว่า GP100 ก็น่าจะทำได้ราวๆ 30/15/7.5 TFLOPs ต้องมารอดูว่าในซี่รี่ย์ x70/x80 นั้นจะทำได้เท่าไหร่กันแน่?

จาก Time Line ในด้านประสิทธภาพของ NVIDIA ในแต่ละครั้งที่เปิดวางจำหน่ายจะเป็นดังนี้

  • Fermi GF100 (Flag Ship) GTX 480 ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 570 (Fermi GF110)
  • Fermi GF110 (Flag Ship) GTX 580 ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 670 (Kepler GK104)
  • Kepler GK104 (Flag Ship) GTX 680 ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 770 (Kepler GK104 Re-Brand)
  • Kepler GK110 (Flag Ship) GTX 780 Ti / Titan Black ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 970 (Maxwell GM204)
  • Maxwell GM200 (Flag Ship) GTX 980 Ti / Titan X ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 1070 (Pascal GP104)
  • Pascal GP102 (Flag Ship) GTX 1080 Ti / Titan Xp ประสิทธิภาพใกล้เคียง GTX 2070 (Volta GV ???)

จาก Time Line ที่เราเห็นกัน พอจะสรุปได้คร่าวๆครับว่า GTX 2070 น่าจะมีความแรงที่ระดับ GTX Titan Xp / GTX 1080 Ti หรืออาจสูงกว่าเล็กน้อย ฉนั้นจึงไม่น่าแปลกใจถ้า GTX 2080 จะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า GTX Titan Xp / GTX 1080 Ti อย่า่งน้อยที่สุดก็คือ  15% ขึ้นไป

และอีกจุดที่น่าสังเกตุที่เป็นไปได้อีกว่า GTX 2080 จะไม่ใช่ตัว Flag Ship เหมือนเช่นเคย แปลว่า NVIDIA อาจจะมีตัวที่เป็น Flag Ship อย่าง GTX 2080 Ti , GTX Titan XV , GTX 2090 อะไรแบบนี้เป็นต้น ที่จะมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า GTX 2080 ขึ้นไปอีกอย่างน้อยก็ 25-30% ก็เป็นได้

ด้านความเร็วของ GPU นั้นอาจไม่ได้มีการปรับขึ้นด้วยจากความเร็วปัจจุบันของ Pascal ที่มากอยู่แล้ว แต่จะเป็นการเพิ่มจำนวนของทรานซิตเตอร์เข้าไป จะทำให้ตัวชิปมี CUDA Core เพิ่มมากขึ้น ส่วนหน่วยความจำที่ใช้น่าจะเลือกใช้งาน GDDR6 จาก Hynix’s ซึ่ง GDDR6 จะมีความพร้อมให้นำไปใช้งานได้ในไตรมาสที่สี่ปีนี้ และจะมีความจุเริ่มต้นให้ใช้งานที่ 8GB กับความเร็วสูงสุดที่ระดับ 14Gbps แต่โดยทั่วไปแล้วน่าจะเลือกใช้ที่ 12Gbps ก็จะทำให้มีแบนด์วิธรวมสูงสุดถึง 672GB/s ที่ 384bit หรือ 448GB/s ที่ 256bit ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ GDDR5

ทำไมถึงจะต้องเป็น GDDR6 แทนที่จะเป็น GDDR5X? – เพราะ NVIDIA เองได้มีการเลื่อนการวางจำหน่าย GTX 2000 Series ออกไปเป็นปี 2018 จากเดิมที่เคยมีแผนการจะวางจำหน่ายในปี 2017 นี้

เหตุผลหลักก็คือ GDDR6 เป็นมาตรฐานเปิดสำหรับตลาดทั่วไปที่สินค้า หลายๆเจ้าเลือกที่จะเอามาใช้งาน ด้วยเพราะเหตุนี้จึงทำให้ต้นทุน GDDR6 มีราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าการที่จะใช้ GDDR5X ที่เป็นเทคโนโลยีของ Micron เพราะเป็นเทคโนโลยีแบบผู้ขาด จึงมีอัตราการผลิตที่ไม่ได้สูงเทียบเท่ากับการที่จะมาใช้ GDDR6 ที่ผู้ผลิตจ้าวอื่นๆสามารถเอามาใช้งานได้

อีกประเด็นที่เข้ามาตอกย้ำความที่ NVIDIA จำเป็นต้องเลือกใช้ GDDR6 นั้นก็คือทางฝั่ง AMD ก็เล็งที่จะใช้เม็ดแรม GDDR6 เพื่อเข้ามาใช้งานร่วมกับกราฟฟิคการ์ด Radeon ของตนเช่นกัน ด้วยความที่มันมีราคาถูกกว่า HBM2 อยู่มากแต่ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า GDDR5 เดิมค่อนข้างสูง มันจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ณ เวลานี้ สำหรับตลาดการ์ดจอในปี 2018 นี้

ซึ่งทาง NVIDIA เองจะได้ใช้ GDDR6 ก่อนทางฝั่ง AMD ครับ แต่ว่า HBM2 ก็ไม่ได้ว่าจะไม่มีบทบาทอะไร แต่มันเป็นการแบ่งตลาดกันอย่างชัดเจนครับว่า GDDR6 จะถูกเอามาใช้กับการ์ดจอระดับตลาดกลางถึงกลางบน และ HBM2 จะถูกนำไปใช้กับการ์ดจอที่อยู่ตลาดบนเท่านั้น แต่ เหตุผลที่ NVIDIA เลือกใช้ GDDR6 ไปเลยสำหรับ GTX 2080 อาจจะเป็นเพราะต้นทุนที่ต่ำกว่า HBM2 ในเวลานี้ครับ

สำหรับการ Overclock นั้นเป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ระดับ 12nm นั้นจะสามารถเพิ่มไฟได้เท่าไหร่ ด้วยการที่เป็น 12nm ในสายการผลิตแรกนั้นย่อมต้องยอมรับว่าอาจไม่สามารถเพิ่มไฟได้ตามที่ต้องการมาก ซึ่งอาจทำให้การ Overclock อาจไม่ได้สูงจากค่ามาตรฐานเท่าไหร่นัก แต่อย่างไรก็ดีอาจทำได้ง่ายขึ้นอย่างมาก เพราะจากข่าวลือที่ว่าสายการผลิตที่ 12nm ที่จะใช้นั้นเป็นการปรัรบปรุงประสิทธิภาพของสายการผลิตที่ 16nm จะเป็นลดช่องว่างระหว่างทรานชิตเตอร์ให้มีช่องว่างให้แคบน้อยลง และถ้ามันเป็นตามนี้จริงแล้ว อาจทำให้การ Overclock นั้นสามารถทำได้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก ด้วยการที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ถูกปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้นนั้นเองครับ

 

Share This:

925 ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ PALIT Geforce GTX 1080 SUPER JET STREAM แรงมาตั้งแต่เกิด Base Clock 1700MHz+

 

สวัสดีเพื่อนๆชาว GcubeZ ทุกคนนะครับ กลับมาอีกทีกับการรีวิวทดสอบตัวการ์ดจอของค่าย NVIDIA ในรุ่น Geforce GTX 1080 Super Jet Stream ซึ่งมันคือการ์ดจอระดับบนของตลาด ที่มีความแรงมากๆตัวนึง และมันมีความพิเศษอยู่ตรงที่ว่า มีค่าสัญญาณนาฬิกาที่ถูกตั้งให้มาสูงกว่าปกติจากโรงงานนั้นเองครับ โดยปกติแล้วค่า Clock Speed ของ GTX 1080 จะอยู่ที่ 1607MHz Base Clock แต่เจ้า ซุปเปอร์เจ้ติ๋ม (Super Jet Stream) ตัวนี้ตั้งค่าความเร็วมาจากโรงงานที่ 1709MHz กันเลยทีเดียว

จากที่เห็นในภาพ GPUZ เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าค่า MHz ถูก Up มาจากโรงงานแล้วถึง 100MHz ฺBase Clock และ Boost Clock ที่ 1848MHz ในการ Boost 2.0 แต่ในบางกร๊เท่านั้นที่จะ Boost 3.0 ซึ่งจะได้ค่าความเร็วที่ระดับ 1950MHz +

Palit เป็นขาประจำที่ผลิตการ์ดจอให้กับ NVIDIA มาช้านานแล้ว และยังคงเป็น Royalty แบรนด์มาอย่างเสมอมา ได้รับรางวัลสินค้าคุณภาพต่อเงินที่จ่ายไปมาก็ไม่น้อย ซึ่งเป็นเครื่องการัญตีได้เป็นอย่างดี

ด้านหน้าของตัวการ์ดจอทำออกมาดูสวยงามดีครับ ค่อนข้างพรีเมี่ยมใช้ได้อยู่ แม้ว่าวัสดุที่ใช้ทำกรอบฮีตซิ้งค์จะเป็นพลาสติก แต่ก็มีการเล่นระดับเป็น Layer ของตัวพลาสติกได้หลายระดับ อีกทั้งมีการตัดแปะตัวพลาสติกที่เป็นสีเงินวาวๆมาแปะด้วย ส่วนฝั่งขวาก็เลือกใช้วัสดุประเภทพแผ่นอลูมิเนียมสีเงิน ที่เป็นพื้นผิวทรายมาแปะลงไปเสริมด้วย เพิ่มความสวยงามให้กับตัวการ์ดจอได้เป็นอย่างดีครับ

มุม IsoMetric เห็นลักษณะโดยรวมของตัวการ์ดจอ คือดูใหญ่พอประมาณ อีกทั้งมองมุมไหนก็ดูสวยงามดีครับ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากตัวที่เป็น Dual อย่างสิ้นเชิงในแง่ของวัสดุ เนื้องาน ดีไซน์ คุณภาพ ตัว Jet Stream จะทำได้ดีกว่ามาก

ส่องมุมล่างเพื่อให้เห็นว่าตัวการ์ดลงฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนมาค่อนข้างจะใหญ่และหนากินพื้นที่มากพอสมควร คิดว่ามันน่าจะอุณหภูมิไม่ค่อยสูงเท่าไหร่นัก หาทำงานที่ Full Load

ตัวฮัตไปป์ที่อยู่ระหว่างการ์ดจอทำหน้าที่กระจายความร้อนไปตามฟินระบายความร้อนทั้ง 2 ด้าน ตามที่ได้เกริ่นไปว่ามีการแบ่งฮีตซิ้งค์ไว้ 2 ตอน

ส่วนปลายของฮีตไปป์ครับที่มีการเก็บปมของตัวไปป์ได้เรียบร้อยดี จะเห็นได้ว่าฮีตไปป์ที่เลือกใช้มีขนาดที่ค่อนข้างจะเส้นใหญ่อยู่พอสมควร ซึ่งมันถือว่าเป็นข้อดี ข้อได้เปรียบการ์ดจอที่ใช้ฮีตไปป์แบบเส้นขนาดกลางครับ เพราะเส้นใหญ่จะดึงความร้อนจากตัว Core GPU ได้มากกว่านั้นเอง

ในมุมด้านข้างแบบตรงๆจะเห็นได้ว่ากินพื้นที่การตัดตั้งตัวการ์ดจอไปประมาณ 2 สล็อตครึ่ง และตัวฮีตซิ้งค์จะเป็นแบบ 2 ตอนครับ แบ่งซ้ายขวา โดยฝั่งซ้ายจะเป็นฮีตซิ้งค์หลักที่ดึงความร้อนจากตัวชิปโดยตรง และฝั่งขวาจะเป็นฮีตซิ้งค์รอง มีหน้าที่ไล่ความร้อนผ่านฮีตไปป์ไปยังฮีตซิ้งค์ด้านข้าง

การ์ดต้องการแหล่งต่อพลังงานไฟเลี้ยงเพิ่มให้อีก 8+6 pin เพื่อให้สามารถทำงานได้ จัดว่าไม่มากไม่น้อยครับ สำหรับความเป็น GTX 1080 Custom Non Ref ตัวนี้ เหตุผลคงไม่มีอะไรมากนอกจากว่าตัวการ์ดจอถูกเพิ่มความเร็ว MHz มาจากโรงงานแล้วทำให้ใช้ไฟเลี้ยงเพิ่มขึ้นจาก 8 pin เป็น 8+6 pin นั้นเอง

ด้านหลังของการ์ดจอยังติดตั้ง Back Plate ที่มีขนาดเท่ากับตัวการ์ดจอมาให้ด้วย โดยที่ใช้วัสดุที่เป็นอลูมิเนียมสีดำ ที่มีความหนาราวๆ 3mm เหตุผลเพื่อช่วยในการค้ำพยุงตัว PCB ของการ์ดจอไม่ให้งอง่ายๆ เมื่อใช้งานไปนานๆหลายๆปี ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุทำให้การ์ดจออายุการใช้งานต่ำลง ส่วนในเรื่องของการระบายความร้อนให้กับ PCB ตรงจุดนี้แทบจะไม่มีผลเท่าไหร่ครับนอกจากความสวยงามและให้การ์ดจอคงทนขึ้นเท่านั้น ถ้าจะว่าไปก็ยังช่วยได้ในเรื่องของฝุ่นและเศษๆต่างๆที่จะตกลงใส่หลัง PCB การ์ดจอครับ

สำหรับช่องเชื่อมต่อสัญญาณภาพที่ I/O Panel จะมี DVI x1 , HDMI x 1 , DP X3 ก็ถือว่ามีมาให้ใช้งานได้ครบตามมาตรฐาน VGA ระดับสูง-กลาง ส่วน Port ต่อจอที่เป็น DVI จะรองรับในรูปแบบ Digital เท่านั้นครับ ไม่รองรับการแปลงผ่านหัว D Sub 15 pin ที่เป็นอนาล็อคอีกต่อไป ในจุดนี้คิดว่าคงไม่มีใครซื้อการ์ดจอระดับนี้ไปต่อกับจอ CRT หรอกนะ อิอิ


กล่องบรรจุภัณฑ์ Palit Geforce GTX 1080 Super Jet Stream คือว่าดูใหญ่โตพอดีคำ อิอิ ออกแบบมาส่วยดีครับ เรียบๆหรูๆ โทนดำตัดทอง แลดูคล้ายตู้เพชรเคลื่อนที่ยังไยังงั้น

 


อุปกรณ์พื้นฐานไม่มีอะไรให้นอกจาก DVD Drivers สายแปลงไฟ to 8 pin และ คู่มือการใช้งานเท่านั้นครับ


GPU ที่ใช้ทดสอบคือ Pascal : 104

สถาปัตยกรรม Pascal 104
จำนวนชุดประมวลผล 8 Cus
จำนวนหน่วยประมวลผล 2560 Cuda Core
บัสสูงสุดที่รองรับ PCI Express 3.0X16
ขนาดหน่วยความจํา 8GB GDDR5X
ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1709 Mhz
ความเร็วหน่วยความจำ 1251 Mhz (1251*8)
แบนวิธ 256 bit
DirectX ที่รองรับ 12.1

ประเภทมีเดีย รองรับ
720P
1080P
4K
4KHEVC
FLUID MOTION X
VP8
VP9
NVIDA Encode

SYSTEM TEST
CPU AMD RYZEN 7 1800X 3.6Ghz
Mother Board ASRock X370 FATAL1TY Professional Gaming
Graphics Accelerator Palit Geforce GTX 1080 Super Jet Stream
Memory G-Skill Trident Z RGB 3000 – 32GB 8GB*4 CL 16-18-18-38
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 4TB SATA3
PSU Thermaltake TOUGHPOWER GRAND RGB 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 64Bit

ซึ่งวันนี้ผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอที่ความเร็ว 1780MHz ฺBoost 2050 MHz ในส่วนของ GPU และ 11400 MHz ในส่วนของความเร็วเมโมรี่บนตัวการ์ดจอ ( 11400 MHz Effective Memory) ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro – 64Bit


Overclock [email protected] Boost 2050 MHz  / Mem [email protected] (1425*8)

Palit GTX1080 Super Jet Stream Palit GTX1080 Super Jet Stream OC
GPU Pascal GP104 Pascal GP104
Core 2560 2560
TMUs 160 160
ROPs 64 64
Clock 1709 MHz 1780 MHz Boost Max 2050 MHz
Memory Clock 1251 MHz [email protected] MHz 1425*8 = 11400MHz
Memory 8 GB 8 GB
Memory Bus 256 bit 256 bit
Memory Type GDDR5X GDDR5X

ผลทดสอบตัวเกมยอดนิยมในขณะนี้ ซึ่งจะใช้วิธีการปรับค่ากราฟฟิคในระดับมาตรฐานของความละเอียด 1080p และการเปิดลบรอยหยักในแบบ FXAA ในวันนี้ผมทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอใช้ System CPU Ryzen 1800X ที่ความเร็ว 3.60GHz กับแรมบัส 3000Mhz โดยอัดกราฟฟิคสุดของการตั้งค่าทั้งหมดครับ

โปรแกรม Bench Mark 3Dmark ทั้ง 2 Version

คะแนน 3D Mark ก็เพิ่มมาอยู่พอสมควร โดยที่ Fire Strike ไปแตะที่คะแนน 23000 ปลายๆ จากปกติจะอยู่ที่ 23000 นิดๆ สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นมาไม่ได้ถือว่ามากนัก เพราะอย่างที่เข้าใจครับว่าเรา Overclock เพิ่มได้อีกแค่ 71MHz ในแบบที่การ์ดสามารถใช้งานได้แบบปกติ 7/24


Live Unbox Palit Geforce GTX 1080 Super Jet Stream

แกะกล่อง Palit GTX 1080 Super Jet Streamผลการทดสอบครับ >>> http://www.gcubez.com/?p=11685.ติดตามโปรโมชั่น และเลือกซื้อได้จากทุกๆ ช่องทางออนไลน์ : Shopee : http://bit.ly/2vC5tEC11Street : http://bit.ly/2pZC8hS Lazada : http://bit.ly/2vC1UON สอบถามโค๊ดส่วนลดทุกครั้งได้ที่ : http://bit.ly/1if7uKd

โพสต์โดย GcubeZ บน 1 ตุลาคม 2017


Live สตีมสดทดสอบ Palit Geforce GTX 1080 Super Jet Stream

Palit GTX 1080 Super Jet Stream with Blade and Soul

Palit GTX 1080 Super Jet Stream กับ Blade and Soul.ติดตามโปรโมชั่น และเลือกซื้อได้จากทุกๆ ช่องทางออนไลน์ : Shopee : http://bit.ly/2vC5tEC11Street : http://bit.ly/2pZC8hS Lazada : http://bit.ly/2vC1UON สอบถามโค๊ดส่วนลดทุกครั้งได้ที่ : http://bit.ly/1if7uKd

โพสต์โดย GcubeZ บน 1 ตุลาคม 2017


อุณหภูมิในการทดสอบในแบบการ Overclock – Core [email protected] / Mem [email protected] MHz ในห้องทดสอบที่ไม่ได้เปิดแอร์ อุณภูมิห้องอยู่ที่ 31 องศา

Temperature (Overclock Mode) Fan Auto GPU Power
Idle 32c 15w
Full Load 71c 210w

Mike : GcubeZ : ก็จบการทดสอบก็ไม่ได้ผิดคาดอะไรจากความเป็น GTX 1080 เพราะมันก็มักจะได้ผลการทดสอบที่เหมือนๆกับหลายๆยี่ห้อครับ ถ้าจะพูดถึงจุดดีจุดด้อย ผมจะขอพูดเป็นส่วนๆไปดังต่อไปนี้นะครับ ตัวการ์ดจอ Palit GTX 1080 Super Jet Stream เมื่อเทียบคุณภาพและประสิทธิภาพโดยรวมเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆที่เป็นการ์ดจอเกรด A

-ลักษณะเนื้องานวัสดุเมื่อเปรียบเทียบกับยี่ห้อดังๆที่เป็น GTX 1080 ถือว่าผ่านเกณฑ์พอจะเอาไปแข่งขันได้อยู่เหมือนกัน ตรงจุดนี้ผมถือว่าสอบผ่านคือพอผ่านแบบเฉียด ถ้าคะแนนเต็ม 10 ตรงจุดนี้ได้ 7 คะแนน (6 คือไม่ผ่าน)

-อุณหภูมิขณะทดสอบ ยังไม่หนีหรือแตกต่างเท่าไหร่กับยี่ห้อระดับ A ในท้องตลาด แต่ก็ไม่ได้แย่กว่าเช่นกัน ตรงนี้ก้ถือว่าสอบผ่านได้ดีครับ

-หน้าตา ดีไซน์ของตัวการ์ดจออันนี้ผมมองว่าออกแบบมาได้ดีมากๆ ในความเป็นแบรนด์ Royalty ระดับปานกลางของ Nvidia  ซึ่งตัวดีไซน์มันสามารถเอาไปแข่งกับการืดระดับ A ในท้องตลาดได้ครับ อันนี้ก็สอบผ่านอีกนั้นแหละ

ราคาขายของ GTX 1080 ตัวนี้อยู่ในระดับไหน ? – มีราคาขายที่ถูกกว่าแบรนด์ระดับ A ความเป็น GTX 1080 เหมือนๆกัน ก็จัดว่าราคาถูกกว่าหลายพัน มีราคาขายพอๆกับ GTX 1070 แบรนด์ระดับ A อาจจะมากกว่านิดๆหน่อยๆ ซึ่งตัวนี้อาจเป็นจุดชี้วัดได้อย่างนึงครับว่า

1.หน้าตา วัสดุใช้งาน ประสิทธิภาพ งานประกอบทำได้ไม่แพ้แบรนด์ระดับ A แค่ว่า position ของราคาไว้ที่ต่ำกว่าคู่แข่ง อันนี้อาจจะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองหาการ์ดจอแบบแรงมากๆ แต่อยากจ่ายเบากว่าปกติสัก 3 พันบาท +/-

สรุปว่า – การ์ดจอ GTX 1080 รุ่นนี้ยังไม่ถือว่าราคาถูกสุดในท้องตลาด แต่มันมีสิ่งที่ดีๆในแบรนด์ระดับ A มีครบ ยกเว้นชื่อไม่ดังเท่า แต่ก็ตอบโจทย์คนที่ไม่ยึดติดแบรนด์จนเกินไปแต่อยากได้การ์ดจอคุณภาพดีจริงๆมาใช้งาน

จุดที่ดีของสินค้า

ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก มีค่า Clock Speed สูงกว่าทุกๆยี่ห้อ

การ์ดทำงานเงียบมากๆ

ไม่ร้อนค่อย เพราะฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนค่อนข้างจะดีมากๆ

Overclock เพิ่มประสิทธิภาพได้ดี

ออกแบบได้สวยภูมิฐานมาก

มีไฟ RGB ด้านข้างเพิ่มความสวยงามให้กับการ์ดจอได้

จุดที่ควรปรับปรุง

ตัวกล่อง ตัวการืดบรรจุภัณฑ์ทำมาดีมาก แต่ของบันเดิ้ลให้มาแทบจะเรียกว่าไม่มีเลยก็ว้าได้ แต่ถ้าใครไม่ติดใจอะไรกับของพวกนี้เลย มันก็โอเคละครับสำหรับการ์ดจอตัวนี้


ขอขอบคุณ @in Devas ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

ติดตามโปรโมชั่น และเลือกซื้อได้จากทุกๆ ช่องทางออนไลน์
Shopee : http://bit.ly/2vC5tEC
11Street : http://bit.ly/2pZC8hS
Lazada : http://bit.ly/2vC1UON
สอบถามโค๊ดส่วนลดทุกครั้งได้ที่ : http://bit.ly/1if7uKd

55 Sukhumvit 101/1 Bangchak , Pra Khanong , Bangkok 10260
โทรศัพท์: 02-743-7280 (Auto) , แฟกซ์: 02-743-8280

http://www.devasnatural.com

Share This: