1.6K ผู้เข้าชม

เผยผลทดสอบ NVIDIA GeForce RTX 2080 3DMark TimeSpy

 

 

ตามจริงแล้วนี่ไม่ใช่ผลทดสอบที่เผยให้เห็นประสิทธิภาพครั้งแรกของ NVIDIA GeForce RTX 2080 แต่คาดว่าผลทดสอบในครั้งนี้น่าจะเป็นการทดสอบจากไดร์เวอร์ตัวใหม่จาก Nvidia ด้วยที่ผลทดสอบก่อนหน้านี้น่าจะเป็นผลการทดสอบจากไดร์เวอร์ที่ยังไม่ได้สนับสนุนการทำงานของ RTX 2080 โดยแท้จริง แต่ยังอาจจะต้องรอดีกสักหน่อยเพราะในเวลานี้ยังไม่ได้เห็นถึงคุณสมบัติใหม่ๆ ที่ถูกบรรจุเข้ามาในรุ่น RTX Series ไม่ว่าจะเป็น Tensor, RT และ Shader

Clock @2025MHz

ข้อมูลจาก videocardz ยังเผยให้เห็นถึงการทำงานของกราฟฟิกการ์ดที่มีความเร็วถึง 2025 MHz (น่าจะมาจากการ Overclock) จากความเร็วพื้นฐาน 1515 MHz น่าจะทำให้หลายๆ คนมีความหวังว่าในโหมด Boots Clock ที่ได้หลังจากการ Overclock แล้วน่าจะทำความเร็วแตะ 2500 MHz ได้หรือไม่นั้นคงต้องรอดูเมื่อมีการเปิดเผยผลทดสอบเมื่อวางจำหน่าย

GeForce RTX 2080 Ti จะแรงกว่า Radeon RX Vega 64 ถึง 2 เท่าตัว

แต่เหนือสิ่งอื่นใดแล้วเมื่อดูจากผลทดสอบในเวลานี้ถ้าไม่มีการผิดพลาดแต่ประการใดนั้นในส่วนของรุ่น GeForce RTX 2080 Ti จะแรงกว่า Radeon RX Vega 64 ถึง 2 เท่าตัวด้วยที่ว่า RTX 2080Ti จะมีประสิทธิภาพที่น่าจะดีกว่า RTX 2080 อยู่ราว 30% (จากหลายๆรุ่นที่ผ่านมานั้นตัว Ti จะแรงกว่าตัวไม่มี Ti ราว 30%) รวมถึงเมื่อมีการเปิดตัวจริงแล้ว Nvidia น่าจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพจากทำงานจากไดร์เวอร์อีกครั้งด้วยนั้น ดังที่เห็นในการปรับปรุงไดร์เวอร์ของ Pascal ที่เมื่อเปิดตัวจริงแล้วมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าผลทดสอบที่หลุดออกมาก่อนการเปิดตัวจริง

 

ที่มา : videocardz

Share This:

1.8K ผู้เข้าชม

Nvidia GeForce RTX 2070 ไม่สนับสนุนเทคโนโลยี Multi-GPU

 

 

สำหรับเทคโนลี Multi GPU นั้นเป็นเทคโนโลยีที่สนับสนุนการใช้งานกราฟฟิกการ์ดมากกว่า 2 ตัวขึ้นมาเพื่อประมวลผลงานที่ทำอยู่ไปพร้อมๆ กัน โดยจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวตามจำนวนของกราฟฟิกการ์ดที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้น (ตามทฤษฎี) แต่ในการใช้งานจริงแล้วการที่จะทำให้การทำงานของระบบ Multi-GPU นั้นกลับชับซ้อนกว่านั้น เพราะว่าการที่จะทำให้ใช้งานได้นั้นก็แล้วแต่ซอฟแวร์อีกทีหนึ่ง ซึ่งทำให้เห็นได้ว่าบางเกมส์ที่เล่นอยู่นั้นพบว่าเมื่อใช้งานกราฟฟิกการ์ดมากกว่า 1 ใบแล้วไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นมาเลยก็มี แต่บางเกมส์นั้นกลับเพิ่มประสิทธิภาพได้มากกว่า 80% (ซึ่งเกมส์ที่สนับสนุนส่วนมากจะมีการเพิ่มประสิทธิภาพประมาณ 30% – 60% เป็นส่วนมาก)

ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ในความเป็นจริงว่าการใช้งานกราฟฟิกการ์ด 2 ใบในรุ่นรองลงมานั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้เทียบเคียงรุ่นใหญ่ได้โดยมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ยกตัวอย่างเช่นการ GTX 1080Ti vs GTX 1070 SLi นั้นมีประสิทธิภาพที่เทียบเคียงกัน (ในกรณีซอฟแวร์สนับสนุน) รวมถึงในกรณีกราฟฟิกการ์ดมีปัญหาไปหนึ่งตัว ก็ยังสามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อยู่ ซึ่งนับว่าเป็นข้อดี แต่ว่าการใช้งานกราฟฟิกการ์ดแบบ Multi-GPU ก็จะทำให้ต้องเพิ่มพลังงานที่จะใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น และในกรณีซอฟแวร์ไม่ได้สนับสนุนนั้น กราฟฟิกการ์ดจะทำงานเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น

รุ่นที่สนับสนุน Multi-GPU

หากย้อนไปการสนับสนุนระบบ Multi-GPU นั้นจะพบได้ในการใช้งาน PCI-E ซึ่งเมื่อย้อนไปจะพบได้ว่ามีให้ใช้งานตั้งแต่ Nvidia GeForce GTX 6000 Series โดยถ้าเรียงตาม Nvidia GeForce Series นั้นจะได้ดังนี้

  • GeForce 6000 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce 6600GT
  • GeForce 7000 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce 7600GT
  • GeForce 8000 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce 8500GT
  • GeForce 9000 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce 9500GT
  • GeForce 200 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce GTS 250
  • GeForce 400 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce GTS 450
  • GeForce 500 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce GTX 550Ti
  • GeForce 600 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce GTX 650Ti
  • GeForce 700 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce GTX 760
  • GeForce 900 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce GTX 950
  • GeForce 1000 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce GTX 1070
  • GeForce 2000 Series รุ่นที่เริ่มต้นสนับสนุน GeForce RTX 2080

ซึ่งเมื่อย้อนดูแล้วแต่เดิมนั้น Nvidia ยินยอมให้มีการทำ SLi ได้กับกราฟฟิกการ์ดในระดับกลางของตนเอง แต่ในช่วงหลังมานั้นโดยตั้งแต่ GeForce 1000 Series ก็ได้ยกระดับการใช้งาน Multi GPU ได้ในรุ่นระดับบนเท่านั้น และใน GeForce 2000 Series นั้นจะสนับสนุนเฉพาะรุ่นระดับสูงจริงๆ เท่านั้น ซึ่งก็ต้องตามต่อไปว่าจะมีการซอยรุ่นย่อยออกมาระหว่าง GeForce RTX 2070 และ RTX 2080 หรือไม่และในรุ่นที่มาคั่นระหว่างกลางนั้นจะสนับสนุนการทำงาน Multi-GPU ด้วยหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันนั้น Nvidia ได้เปลี่ยนระบบ Multi-GPU จากเดิมทีใช้งาน SLi เปลี่ยนเป็น NVLINK™ แล้วในขณะนี้

จากภาพเทียบระหว่าง RTX 2070 และ RTX 2080 จะเห็นได้ว่า NVLINK บนตัว RTX 2070 ไม่ได้ถูกออกแบบมาร่วมด้วย ส่วน Power Connecter ของ RTX 2070 ไม่ได้ออกแบบให้ออกที่ด้านข้างตัวการ์ดแต่จะไปอยู่ด้านท้ายของการ์ดแทน

RTX 2070 ยังเป็นการ์ดระดับบนหรือไม่

หากเมื่อพิจารณาข้อมูลในขณะนี้แล้วก็คงเป็นที่สงสัยกันได้ว่าจากกราฟฟิกการ์ดซีรี่ก่อนนั้น Nvidia จงใจให้มีการสนับสนุนการทำงานแบบ Multi-GPU ในการ์ดระดับบนเท่านั้น แต่ว่าทำไมการ์ดซี่รี่ใหม่จาก Nvidia กลับจงใจทำให้ RTX 2070 ไม่สนับสนุนการระบบ Multi-GPU ซึ่งปกติในการ์ดที่ใช้เลข 7 ในส่วนประกอบของชื่อนั้นจะเป็นการ์ดที่ใช้ชิพกราฟฟิกเป็นตัวเดียวกับตัวเรือธงของซีรี่แต่จะเป็นตัวที่มีการตัดทอนความสามารถลงไปบ้างเล็กน้อย แต่ความสามารถหลักๆยังคงจะใช้งานได้อยู่

จากข้อมูลในตอนนี้ที่มีการเปิดเผยมาแล้วว่า RTX 2080Ti จะใช้ GPU : TU102-300A ส่วน RTX 2080 จะใช้งาน GPU : TU104-400A ซึ่งอาจทำให้คิดได้ว่า RTX 2070 อาจไม่ได้ใช้งาน GPU : TU104-xxx แต่ตัว GPU น่าจะมีการออกมาใช้งานในรุ่น RTX 2070Ti ก็เป็นได้ ซึ่งก็ต้องรอดูว่า RTX จะใช้งานชิพ GPU ตัวใดกันแน่แล้วถ้า RTX 2070 ใช้งาน GPU : TU106-xxx แล้วนั้นก็อาจจะเป็นการที่ว่าการจ่ายเงินที่เพิ่มมากขึ้นนั้นจะไม่ได้ใช้งานชิพระดับสูงแต่ยังคงเป็นชิพระดับกลางแทน แต่นั่นก็ต้องรอดูข้อเท็จจริงจาก Nvidia อีกครั้งหนึ่ง

ที่มา : Nvidia

Share This:

3K ผู้เข้าชม

สรุปรายละเอียด ยี่ห้อ รุ่น และราคาก่อนเปิดตัว Nvidia GeForce RTX 2080/2080Ti

 

 

สำหรับใครที่เป็นแฟนๆ Nvidia ที่รอคอยการเปิดตัวกราฟฟิกตัวใหม่ในวันนี้นั้น (ถ้าบ้านเราก็ต้องรอดึกๆ หน่อย) ก็อาจจะได้รับข่าวสารไปบางส่วนแล้วในเวลานี้ ซึ่งก่อนที่จะถึงงานเปิดตัวจริงนั้นทางทีมงานจึงอยากจะรวบรวมรายละเอียดที่น่าสนใจไว้เพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนอาหารจานใหญ่ที่จะมาถึง เพื่อไม่เสียเวลาไปเริ่มกันเลยดีกว่า

ASUS

สำหรับ Asus นั้นพร้อมสำหรับการเปิดตัวทั้งสองรุ่น โดยตัวเรือใหญ่ในรุ่น ROG Strix Gaming นั้นยังคงเอกลักษณ์เดิมได้อย่างครบถ้วน การออกบบที่ไม่ได้ต่างจากเดิมมากนักซึ่งถ้าดูจากภายนอกแล้วอาจจะยังไม่แน่ชัดมากนัก รวมถึงยังเป็นแค่ภาพ Render ด้วย แต่จากที่สังเกตุได้นั้นน่าจะมีการเพิ่มความสูงของตัวระบายความร้อนขึ้นจากเดิมอยู่บ้าง รวมถึงพัดลมที่ปรับมาใช้เป็นแบบมีที่คลุมใบพัดไว้ ซึ่งน่าจะมีส่วนช่วยนอกจากความแข็งแรงที่มากขึ้น ยังจะทำให้ทางลม และการกวักอากาศนั้นทำได้ดีกว่าเดิม

Gigabyte

อีกหนึ่งยี่ห้อใหญ่ในบ้านเรา ซึ่งใครเล่นกราฟฟิกการ์ดคงจะบอกไม่ได้ว่าไม่รู้จักเลย (บางท่านอาจคุ้นกับ Aorus) สำหรับการออกแบบนั้นมาในรูปแบบสามพัดลมที่ยังคงใช้ windforce อยู่เช่นเดิม เสริมความสวยงามด้วยไฟ RGB คงยังคงไม่มีรายละเอียดมากนักสำหรับตอนนี้

MSI

สำหรับ MSI นั้นตอนนี้ยังมีการเปิดเผยเพียง GAMING X TRIO และ DUKE ซึ่งการออกแบบนั้นในตอนนี้เท่าที่สังเกตุได้นั้นจะแตกต่างที่การเล่นสีสรรบนตัวกราฟฟิกการ์ด ส่วนชุดระบายความร้อนนั้นยังคงต้องรอดูต่อไปว่าจะมีความแตกต่างมากเพียงใด และน่าจะยังคงมีรุ่นราคามิตรภาพในรุ่น ARMOR ที่ยังไม่ได้มีมาให้ดูในที่นี้ด้วย

PALiT

อีกยี่ห้อที่มีราคาที่เป็นมิตรภาพอย่างมากแม้จะเป็นรุ่นสูงสุดในซี่รี่ของยี่ห้อก็ตามแต่ก็คงต้องตามต่อไปด้วยว่าจะมีรุ่น GameRock ออกมาด้วยไหม ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับมานั้นเป็นเพียงรุ่น Gaming Pro OC ซึ่งมีตัวย่อง่ายๆ ว่า GP นั้นอาจจะแตกต่างจากยี่ห้ออื่นอยู่บ้างด้วยการใช้เพียงแค่สองพัดลม แต่ถ้ายังคงจำกันได้ในรุ่น GTX 1080Ti นั้นจะมีรุ่น 4 ใบพัดลมด้วย ซึ่งก็ต้องรอตามดูต่อไปว่ารุ่นใหญ่ของทาง PALiT นั้นจะมาสร้างความแปลกใจอะไรเพิ่มเติมหรือไม่

ZOTAC

ยี่ห้อที่ทำตลาดในบ้านเราอีกยี่ห้อที่ยืนยันมาตรฐานของคุณภาพตนเองไว้ด้วยการกล้ารับประกันถึง 5 ปีที่แม้แต่ยี่ห้อเจ้าตลาดยังต้องเหลียวมามามองนั้น ได้เปิดเผยถึงข้อมูล RTX2080/2080Ti ในรุ่น AMP ที่เมื่อกล่าวถึงคงไม่ต้องบรรยายอะไรมากถึงประสิทธิภาพ มาครั้งนี้เมื่อสังเกตุจะเห็นว่ามีการเพิ่มระบบระบายความร้อนให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม น่าจะส่งผลทำให้ประสิทธิภาพที่ได้มานั้นไม่ยิ่งหย่อนกว่ารุ่นใหญ่แน่นอน

EVGA

แม้ว่าในบ้านเราจะยังคงมีความไม่ชัดเจนในตัวแทนจำหน่าย แต่ว่าก็เป็นที่นิยมอีกยี่ห้อในบ้านเรานั้นถึงแม้ว่าจะมีความยากลำบากในการเป็นเจ้าของ แต่สำหรับแฟนๆ EVGA ที่เป็นพาร์ตเนอร์โดยตรงของ Nvidia แล้วคงหนีไม่พ้นที่จะนำมาจับจองกัน ซึ่งในคราวนี้เปิดเผยถึงข้อมูลในรุ่น EVGA RTX 2080 XC Ultra ที่แม้ว่าจะเป็นการออกแบบที่ใช้พัดลมเพียงสองตัวแต่ความพิเศษที่ทำให้หลายๆ คนอาจจะมองข้ามเรื่องนี้ไปคงหนีไม่พ้นกรอบใสของตัวกราฟฟิกการ์ดที่ทำให้เมื่อใช้กับเคสที่เล่นแสงสี จะทำให้แสงมาจับบนตัวฮิตซิ้งเพิ่มความสวยงามได้เป็นอย่างดีนั่นเอง (อยากได้กันไหมละ)

PNY

ยี่ห้อนี้แม้ว่าจะไม่คุ้นเคยในบ้านเรามากนั้น แต่ว่าในตลาดต่างประเทศนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างดีซึ่งมาครบทั้งสองรุ่นคือ RTX 2080/2080Ti ในซี่รี่ XLR8 Edittion ได้รับการออกแบบมารูปแบบสามพัดลม โดยเฉพาะ RXT 2080 นั้นถูกยกระดับการ์ดมาจาก GTX 1080 ที่เดิมจะใช้ระบบระบายความร้อนเพียงสองตัวมาเป็นสามตัวที่เพิ่มความดุดันให้ตัวการ์ดได้มากขึ้นเป็นอย่างดี

SPEC

หลังจากสร้างความสับสนมาอย่างยาวนานนั้นได้มีการยืนยันถึง Spec จากการหลุดข้อมูลบนเว็บไซต์ของ www.pny.com (ปัจจุบันนั้นได้นำหน้านี้ออกไปแล้ว) ซึ่งก็คงจะเป็นการยืนยันข้อมูลที่ดีได้โดยจำนวน Cuda นั้น 2080Ti ให้มามากถึง 4352 Cuda ส่วน 2080 ให้มา 2944 Cuda และมีการยกระดับ Core Clock และ Boost Clock ขึ้นมาอีกระดับ และได้มีการเพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามารวมๆ แล้วสรุปได้ดังนี้

  • Real-Time Ray Tracing
  • NVIDIA® GeForce ExperienceTM
  • 6x Performance of Previous Generations
  • NVIDIA® Ansel
  • NVIDIA® Highlights
  • NVIDIA® G-SYNCTM-Compatible
  • Game Ready Drivers
  • Microsoft® DirectX® 12 API, Vulkan API, OpenGL 4/5
  • DisplayPort 1.4, HDMI 2.0b
  • Designed for USB Type-C and virtual link
  • HDCP 2.2
  • NVIDIA® GPU BoostTM
  • VR Ready

NVIDIA GeForce RTX Series

Nvidia PNY RTX 2080 Ti  RTX 2080
CUDA® Cores 4352 2944
Core Clock 1350 MHz 1515
Boost Clock 1545 MHz 1710 MHz
Memory Amount 11GB GDDR6 8GB GDDR6
Memory Interface 352-BIT 256-BIT
Memory Bandwidth 616 GBPs 448 GBPs
TDP 285 W 285 W
SLI NVLink 2-way NVLink 2-way
Multi-Screen Yes Yes
Max Resolution 7680 × 4320 @60Hz (Digital) 7680 × 4320 @60Hz (Digital)
Power Input 2 x 8-pin 1x 6-pin, 1x 8-pin
Bus Type PCI Express 3.0 PCI Express 3.0

ราคา

การเปิดเผยก็มาจากในเว็บของ www.pny.com เช่นเคยซึ่งมีการเปิดเผยถึงราคา RTX 2080 ที่ $800 หรือประมาณ 26,xxx บาท และ RTX 2080Ti เปิดราคา $1,000 หรือประมาณ 33,xxx บาท สำหรับยี่ห้ออื่นๆ นั้นอาจมีราคาที่เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ส่วนสำหรับ Nvidia GeForce RTX 2080/2080Ti Founder Edition ที่ต้องรอลุ้นราคาอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา : videocardz

Share This:

2.3K ผู้เข้าชม

Nvidia GeForce RTX 2080 With GDDR6 8GB / RTX 2080 Ti With GDDR6 11GB

 

 

ขณะที่เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่การเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดจาก Nvidia ในซีรี่ GeForce 20 ซึ่งข้อมูลที่เพิ่มเติมออกมานั้นทำให้ดูเข้าใกล้ความเป็นจริงขึ้นไปทุกที…

Specs จากเว็บ Baidu

มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมโดยมีการยืนยันเป็นภาพของตารางรายละเอียดส่วนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นรายละเอียดของกราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่จาก Nvidia โดยคาดว่าจะประกอบด้วย

  1. Nvidia GeForce RTX 2080, GDDR6 8GB
  2. Nvidia GeForce RTX 2080 Ti, GDDR6 11 GB
  3. Nvidia GeForce Titan XX, GDDR6 12GB

สำหรับในส่วนของรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นจะมีคำว่า Direct กับ Virtual ซึ่งอาจจะทำให้หลายๆคนสงสัยได้ว่าคืออะไร โดยตามความหมายแล้ว Direct น่าจะหมายถึงกราฟฟิกการ์ดที่ถูกออกแบบและทำการผลิตโดย NVIDIA (Founders Edition) ส่วน Virtual มีความเป็นไปได้ที่จะออกแบบจากพันธมิตรในรูปแบบ Non-Ref และมีความน่าสนใจอีกว่าในทุกๆ รุ่นนั้นมีการเพิ่มพอร์ตสำหรับการแสดงผลเพิ่มเติมมาด้วยนอกเหนือจาก Display Port และ HDMI ที่มีเป็นปกติ แต่มีการเพิ่มเติมในส่วนของ USB Type-C เข้ามาแทนที่ DVI ที่โดยปกติแล้วจะมีการติดตั้งเข้ามาด้วย

แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่น่าผิดหวังเล็กน้อยจากความคาดหวังเดิมนั้นที่ว่าในการฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่จาก Nvidia นั้นจะมีการติดตั้งหน่วยความจำในขนาดที่มากขึ้นจากเดิม แต่กลับเป็นว่าในข้อมูลที่เพิ่มเติมมาล่าสุดนั้นหน่วยความจำที่ใช้จะมีขนาดของความจุที่เท่ากับ GeForce 10 Series ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนของชนิดหน่วยความจำเป็น GDDR6 เข้ามาแทนที่ ซึ่งน่าจะช่วยส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของกราฟฟิกการ์ดนั้นเพิ่มมากขึ้นด้วย

 

TPU Specs

เพื่อให้เกิดความแน่ใจเพิ่มมากขึ้นเมื่อดูจากฐานข้อมูลจาก GPU-Z ที่มีออกมานั้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลที่ออกมาข้างต้นแล้ว นี่ก็ถือเป็นหลักฐานได้ว่า RTX 2080 Ti, TITAN และ RTX 2080 มีความเป็นไปได้อย่างมาก ซึ่งจาก Clock Speed ของหน่วยความจำที่มีการใช้งานถึง 7000MHz แล้วจะทำให้ตัวหน่วยความจำมีความเร็วถึง 14 Gbps เช่นเดียวกับ Quadro RTX Series ซึ่งข้อมูลจากไดร์เวอร์เมื่อเทียบกับแล้วในส่วนของ 1E87 ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า GeForce RTX 2080 นั้นจะใช้งานหน่วยความจำชนิด GDDR6 ขนาด 8GB ไม่ใช่ 10/12/16GB อย่างที่ได้ลือกันไว้ในตอนแรก

 

ในเว็บไซต์ของ techpowerup ได้มีการปรับปรุงข้อมูลทีสอดคล้องกันซึ่งแสดงรายละเอียดได้ดังนี้

 

Quadro Specs

จากข้อมูลที่ออกมาของ Quadro RTX 5000 นั้นเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลเดิมนั้นทำให้สามารถเทำการเพิ่มการเปรียบเทียบถึงข้อมูลของตัว GeForce Series ได้มากขึ้นซึ่งสามารถตั้งข้อสมมุติถึงกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่ได้ดังนี้

Quadro VS GeForce

Quadro 5000 Series
Quadro RTX 5000 P5000 M5000 K5200 K5000
Architecture Turing Pascal Maxwell Kepler Kepler
GPU Turing x04 GP104 GM204 GK110 GK104
CUDA Cores 3072 2560 2048 2304 1536
Base Clock ? 1607 MHz 861 MHz 667 MHz 706 MHz
Boost Clock ? 1733 MHz 1038 MHz 771 MHz ?
Memory Clock ? 1126 MHz 1653 MHz 1500 MHz 1350 MHz
Memory 16GB G6 16GB G5X 8GB G5 8GB G5 4GB G5
Memory Bus 256-bit 256-bit 256-bit 256-bit 256-bit
TDP ? 180W 150W 150W 122W

 

GeForce x80 Series
GeForce RTX 2080 GTX 1080 GTX 980 GTX 780 GTX 680
Architecture Turing Pascal Maxwell Kepler Kepler
GPU Turing x04 GP104 GM204 GK110 GK104
CUDA Cores 3072 2560 2048 2304 1536
Base Clock ? 1607 MHz 1126 MHz 863 MHz 1006 MHz
Boost Clock ? 1733 MHz 1216 MHz 900 MHz 1058 MHz
Memory Clock ? 1251 MHz 1750 MHz 1500 MHz 1502 MHz
Memory 8GB G6 8GB G5X 4GB G5 3GB G5 4GB GD5
Memory Bus 256-bit 256-bit 256-bit 384-bit 256-bit
TDP ? 180W 165W 250W 192W

อาจจะเป็นการเร็วเกินไปที่จะสรุปให้เห็นถึงข้อกำหนดทั้งหมดแต่ว่าเมื่อดูจากข้อมูลที่มีมาแล้วนั้น NVIDIA จะเลือกใช้งาน CUDA FP32 ซึ่งรวมถึงจำนวน CUDA ด้วยสำหรับการ์ดทั้งสองรูปแบบ นับได้ว่าเป็นสิ่งที่เดียวที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดในรุ่นของกราฟฟิกการ์ดทั้งสองรูปแบบตลอด 4 รุ่นที่ผ่านมา ดังนั้นจึงไม่น่ามีการเปลี่ยนไปสำหรับ GPU Turing ที่จะออกมาใหม่ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพอีกด้วย รวมถึงยังคงต้องรอการยืนยันของ GPU Turing ที่จะมีการเพิ่มเติมในส่วนของ RT (ray tracing) cores และ Tensor cores ที่จะถูกนำมาเพิ่มเติมอีกด้วย (ถ้ามีการเปิดการใช้งาน) ซึ่งอาจจะเป็นการเร็วเกินไปที่จะกล่าวถึงประสิทธิภาพทั้งหมดที่มีในตัวของ GPU Turing ในขณะนี้

กล่าวโดยสรุป

จากข้อมูลในขณะนี้จากเว็บ Baidu มีการอ้างอิงจากสมาชิกว่ามีข้อมูลจำนวนมากจากพันธมิตรในส่วนของ RTX 2080 จะมีราคาประมาณ $649 และมีประสิทธิภาพที่มากกว่า TITAN V รวมถึงที่ว่า RTX 2080 จะประกอบด้วย CUDA 3072 ตามรายการด้านบนที่ได้เปรียบเทียบในส่วนของ Quadro กับ GeForce ไว้

GT/TU/RT Turing จาก NVIDIA นั้นยังไม่ได้ยืนยันชื่อรหัสของ GPU ตัวใหม่นั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงได้เป็นถึงชื่อรหัสของ GPU เป็นจำนวนมากในขณะนี้

ความเร็วของสัญญาณนาฬิกาน่าจะอยู่ที 1920 MHz ซึ่งน่าจะทำการ Overclock ได้มากถึง 2000 MHz สำหรับ Ref-Card ส่วน Non-Ref นั้นน่าจะมีการปรับแต่งความเร็วมาได้มากถึง 2100 ถึง 2200 MHz ส่วนการ Overclock ด้วยตนเองนั้นคาดว่าจะทำได้ที่ประมาณ 2500 MHz ซึ่งไม่น่าจะยากเย็นมากนัก

ยังคงไม่มีไดรเวอร์ในขณะนี้ถือได้ว่าเป็นเหตุผลที่ไม่มีการรั่วไหลของประสิทธิภาพของกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่จาก NVIDIA ซึ่งยังไม่ได้เปิดตัวไดรเวอร์ที่ถือได้ว่าเป็นขั้นสุดท้ายสำหรับการเปิดตัวกราฟฟิกการ์ดทำให้จะยังคงไม่ได้เป็นถึงผลการทดสอบในขณะนี้แต่ก็เป็นที่คาดการ์ดได้ว่า RTX 2080 นั้นจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า GTX 1080Ti ประมาณ 7-15%

ที่มา : videocardz BaiduBaiduTechPowerUP #1#2

Share This:

3.2K ผู้เข้าชม

NVIDIA GeForce GTX 1050 3GB

 

 

ปัญหาใหญ่ที่สุดที่พบได้ของ GeForce GTX 1050 คือขนาดของหน่วยความจำที่มีเพียง 2GB ซึ่งไม่สามารถรองรับรายละเอิียดของพื้นผิวที่มีความละเอียดสูงได้ ทั้งที่ตัวกราฟฟิกการ์ดเองยังพอจะมีกำลังเหลือในการขับเคลื่อนตัวเกมได้อยู่แต่ติดปัญหาที่หน่วยความจำ ซึ่งดูแล้วทาง Nvidia ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าวจึงน่าจะมีการออกกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ถ้าตามที่ Expreview ได้ระบุถึง NVIDIA กำลังจะมีการเปิดตัวกราฟฟิกการ์ด GTX 1050 ขนาดของหน่วยความจำ 3GB ซึ่งจะเป็นกราฟฟิกการ์ดคั่นระหว่าง GTX 1050 2GB และ GTX 1050 Ti 4GB อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาดูแล้วถ้ามีการเปิดจำหน่ายจริงแล้วถ้าดูจากตัวชิพและ Memory Bus แล้วน่าจะเป็นการนำชิพตัว GTX 1050 Ti ลดในส่วนของ Memory Bus ออก 1 ชุดทำให้เหลือความกว้างเพียง 96 Bit และลดหน่วยความจำลง 1 GB ด้วย

 

NAME GPU CUDA Cores Memory Memory Bus
GTX 1080 Ti GP102-350
 3584
 11GB GDDR5X
 352-bit
GTX 1080 (11Gbps) GP104-400 (410)
2560
8GB GDDR5X
 256-bit
GTX 1070 Ti GP104-300
2432
 8GB GDDR5
 256-bit
GTX 1070 GP104-200
 1920
 8GB GDDR5
 256-bit
GTX 1060 6GB (9Gbps) GP106-400 (410)
 1280
 6GB GDDR5
192-bit
GTX 1060 5GB GP106-350
 1280
 5GB GDDR5
160-bit
GTX 1060 3GB GP106-300
 1152
 3GB GDDR5
192-bit
GTX 1050 Ti 4GB GP107-400
768
 4GB GDDR5
 128-bit
GTX 1050 3GB GP107-?
 640
 3GB GDDR5
 96-bit
GTX 1050 2GB GP107-300
 640
 2GB GDDR5
128-bit
GT 1030 2GB GP108-310
 384
 2GB GDDR5
 64-bit

 

ข้อมูลจาก Expreview มักจะเป็นที่ถูกต้องเมื่อมีการประกาศแปลก ๆ แต่แหล่งที่มานี้ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีกราฟฟิกการ์ดดังกล่าวออกมาสู่ตลาดหรือไม่ หรือจะเพียงแค่กราฟฟิกการ์ดที่จัดจำหน่ายให้เพียงเฉพาะตลาด(OEM) แต่สำหรับ GTX 1050 3GB แล้วอาจเป็นอีกหนึ่งตัวที่เปิดตัวเพียงในประเทศจีนเท่านั้นหลังจากความเป็นจริงว่าที่ว่าเพิ่งเปิดตัว GTX 1060 6GB ซึ่งเป็นรุ่นที่มีการปรับลดขนาดของหน่วยความจำลดลงเหลือเพียง 5GB ซึ่งความกระจ่างชัดจริงๆ คงต้องรอดูข้อมูลเพิ่มเติมที่งาน Computex 2018 ในเดือนหน้าที่จะถึงนี้

 

ที่มา : videocardz

Share This:

4.2K ผู้เข้าชม

เผยข้อมูล NVIDIA GeForce GTX 1180 With Finfet 12nm จากฐานข้อมูล GPU ของ TechPowerUp

 

 

ดูเหมือนว่าในวันนี้มีข้อมูลหลุดออกมาของกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ของ NVIDIA GeForce GTX 1180 ถูกเพิ่มลงในฐานข้อมูล GPU บนเว็บไซต์ TechPowerUp จากข้อมูลที่พบมีความชัดเจนมากถึงข้อมูลในด้านวิศวกรรมและทำให้เห็นสิ่งต่างๆ ของตัว GPU เช่นความเร็วนาฬิกาดีขึ้น และนั่นหมายความว่า GPU กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายก่อนเปิดตัวซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในงานใหญ่ที่สุดคือ Computex 2018 ซึ่งข้อมูลทั้งหมดที่หลุดออกมาทั้งหมดได้ชี้ไปที่การเปิดตัวในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

 

ข้อมูล ราคาและวันวางจำหน่ายของ NVIDIA GeForce GTX 1180

 

จากข้อมูลของ GPU แสดงให้เห็นถึงข้อมูลจำเพาะของกราฟิกการ์ดซึ่งส่วนใหญ่ก็เหมือนกับข้อมูลที่เผยออกมาก่อนหน้านี้ที่เราเคยเห็นมาก่อน สำหรับการ์ดจอ NVIDIA GTX 1180 จะผลิตขึ้นขึ้นในโหนด FinFET ขนาด 12nm ของ TSMC ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดการประสิทธิภาพของพลังงานได้อย่างดี ส่วนจำนวนของ Cuda Core ที่แน่นอนในตอนนี้น่าจะเท่ากับ 3584 CUDA ส่วนอื่นๆ ก็มีเช่น 28 SM 64 ROPs และ 224 TMUs ส่วนหน่วยความจำบนตัวการ์ดเลือกใช้งาน GDDR6 ซึ่งจะมีขนาด DRAM มากถึง 16 GB

 

 

ความเร็วของสัญญาณนาฬิกามีค่า 12 GHz ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสถาบัตยกรรม Pascal แต่ก็โปรดจำไว้ว่าความเร็วของสัญญาณนาฬิกาของหน่วยความจำจะสามารถทำความเร็วได้ค่อนข้างมาก ส่วนสัญญาณนาฬิกาหลักของ GPU จะมีความเร็ว 1405 MHz และสามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 1582 MHz เหมือนกับสถาบัตยกรรม Pascal อย่างไรก็ตามความเร็วของสัญญาณนาฬิกาที่เพิ่มขึ้นน่าจะเป็นผลมาจากการใช้โหนดการผลิตที่เล็กลงด้วย ซึ่งน่าจะสามารถเพิ่มได้ถึง 1800 MHz สำหรับ Pixel rate เท่ากับ 101.2 GPixel/s และ Texture Rate เท่ากับ 354.4 GTexel/s ประสิทธิภาพรวมจะอยู่ที่ประมาณ 13 TeraFlops

 

สำหรับตัวการ์ดน่าจะมีความยาวอยู่ที่ 10.5 นิ้วในขนาดความกว้าง 2 สล็อตมีค่า TDP ประมาณ 200 W ต้องการพลังงานเพิ่มโดยมีช่อง 6-pin  และ 8-pin อย่างละตัวแต่ก็อาจมีการเพิ่มขึ้นมาอีกสำหรับการ์ดที่ไม่ใช่ต้นแบบเพื่อออกแบบมาสำหรับการ Overclock บนการ์ดจะมีพอร์ต HDMI และพอร์ต DisplayPort 3 ช่อง

 

สิ่งที่อาจจะดูแปลกไปสักเล็กน้อยจากข้อมูลก่อนหน้านี้คือตัวการ์ดจะใช้งานสถาบัตยกรรม Turing นั้นจะเปลี่ยนมาเป็น  Volta ที่เป็นข้อมูลเดิมซึ่งแปลกมากเมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ที่ได้บอกกับเราว่าสถาปัตยกรรมจะเลือกใช้งาน Turing ซึ่งนี่อาจจะเป็นข้อผิดพลาดของ MachineID จาก GPU-Z ที่ได้อ่านชื่อของสถาปัตยกรรมอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งตามที่คาดไว้แล้วว่า Turing จะเป็นสถาบัตยกรรมที่มาแทน Volta ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงาน และมีประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานที่ดีขึ้นของกราฟิกการ์ดรุ่นต่อไป

 

ในวันเปิดตัวที่คาดว่าจะเป็นการเปิดตัวของ NVIDIA Turing/Volta น่าจะอยู่ในช่วงเวลาของงาน Computex 2018 จากข้อมูลที่ออกมาก่อนหน้าซึ่งชี้ถึงการเปิดตัวในช่วงเวลาดังกว่าว ส่วนราคาของตัวกราฟฟิกการ์ดนั้นน่าอยู่มีราคาที่ประกาศของ MSRP ประมาณ $699-799 แต่สำหรับการจำหน่ายจริงนั้นอาจต้องดูความต้องการของผู้ที่ต้องการนำไปใช้ในการขุดเหมืองข้อมูลอีกรอบที่ถ้ามีความต้องการที่สูงอาจทำให้ราคาของตัวกราฟฟิกการ์ดอาจมีราคาที่ไม่เป็นไปตามการประกาศราคากลางจาก Nvidia

 

NVIDIA GeForce GTX 1180 Specifications

Wccftech GeForce GTX 1180 GTX 1080
Architecture Turing/Volta Pascal
Lithography 12nm FinFET 16nm FinFET
GPU GT104/GV104 GP104
Die Size unknown 314mm²
CUDA Cores 3584 2560
TMUs 224 160
ROPs 64 64
Core Clock 1405/1582 MHz 1607MHz
Boost Clock ~1800MHz (Expected) 1733MHz
Peak FP32 Performance ~13 TFLOPS 8.7 TFLOPS
Memory Interface 256-bit 256-bit
Memory 16 GB GDDR6 8GB GDDR5X
Memory Speed 12Gbps 10Gbps
Memory Bandwidth 384GB/s 320GB/s
TDP 200W 180W
Launch Q3 (July) 2018 July 20 2016
Launch MSRP ~$699 $599
$699 (Founder’s)

 

ที่มา : wccftech

Share This:

6.5K ผู้เข้าชม

ราคาการ์ดจอของ NVIDIA และ AMD ลดลงราว 25% จากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

 

หลังจากช่วงเวลาที่ยาวนานและความลำบากในการหาซื้อกราฟฟิกกาณ์ดมาใช้งานจากการขาดแคลนของกราฟิกการ์ดในตลาดที่มีผลกระทบต่อทั้ง AMD และ NVIDIA ดูเหมือนว่าอุปทานในตอนนี้จะเริ่มเข้าสู่สถานะการณ์ปกติ ซึ่งในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมานับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าหงุดหงิดทุกครั้งที่จะพบว่ามีการปรับปรุงราคาเพิ่มขึ้นของราคาการ์ดจอ

 

GPU NVIDIA และ AMD ปรับราคาลดลงราว 25% ในเดือนมีนาคม

วันนี้นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่มีความน่ายินดีที่จะบอกถึงข่าวดีว่าอุปทานกำลังเริ่มฟื้นตัวขึ้นและในที่สุดราคาของกราฟฟิกการ์ดกำลังเริ่มจะกลับมาสู่ระดับปกติ ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีการปรับลดราคาลงถึงหนึ่งในสามของราคากราฟิกการ์ดระดับไฮเอนด์เช่น GTX 1080 Ti ของ NVIDIA และ AMD Vega 64 ในราคาของการ์ดจอระดับกลางยังพบว่าราคาลดลงเช่นเดียวกัน อันที่จริงแล้วกราฟิกการ์ดระดับไฮเอนด์ที่พบในเว็บไซต์ Amazon ได้ลดลงจากช่วงสูงสุดในระดับ 15-30% โดยมีราคาเฉลี่ยลดลงประมาณ 25 %

 

 

สำหรับกราฟฟิกการ์ด AMD Radeon RX 500 Series และ VEGA Series รวมถึงการ์ดแสดงผล NVIDIA GeForce GTX 10 Series มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นในเว็บไซต์ Amazon.com และ Newegg.com มากกว่าที่เคยเป็นมาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

 

การปรับปรุงราคาในครั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเครื่อง ASIC จาก Bitman ที่สามารถนำมาขุดเหมืองข้อมูลในสกุล Ethereum ซึ่งส่งผลให้ค่า Diff ของ Ethereum สูงขึ้นส่วนหนึ่ง และทำให้ GPUs ที่ใช้งานอยู่เกือบทั้งหมดดูล้าสมัยในการทำเหมือง Ethereum ที่เป็น Cryptocurrency ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้ใช้งานทำเหมือง GPU ด้วยราคาที่ลดลงมาส่วนหนึ่งน่าจะมาจากข่าวลือของ NVIDIA ที่เตรียมตัวในการเปิดตัวกราฟิกการ์ด GeForce GTX 11 Series ที่จะมีขึ้นในระหว่างไตรมาสที่สองหรือสามในปีนี้

 

ในบ้านเราก็ปรับตัวลงเช่นกัน

 

จะพบได้ว่าสำหรับประเทศไทยแล้วก็มีการปรับตัวลงเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นจะพบว่าร้านค้ามีการปรับลดราคาของ Nvidia ในรุ่น GeForce GTX1060 3GB ลงมาต่ำกว่าหนึ่งหมึ่นบาท ส่วน GTX 1060 6GB นั้นก็ปรับตัวลงเช่นกันสำหรับบางยี่ห้อหาซื้อได้ในราคา 10,xxx บาท แล้ว โดยตัวที่สูงขึ้นมาหน่อยอย่าง GTX 1070 ก็ปรับราคาลงมาที่ 17,xxx บาท ตามด้วย GTX 1070 Ti ก็อยู่ในเลท 18,xxx บาท เช่นกัน แต่สำหรับ GTX 1080 และ 1080Ti ยังไม่ค่อยมีการเปิดตัวเลือกมากนัก ทำให้ยังไม่ค่อยเห็นการแข่งขันด้านราคาเท่าที่ควร

 

ด้านของ AMD นั้นราคาของ Radeon RX VEGA 56 และ 64 เริ่มปรับราคาลงมาโดยมีราคาเริ่มต้นที่ 22,xxx บาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเปิดตัวบ้างแล้ว แต่ราคาของ RX 580/570 นั้นก็ปรับราคาลงเช่นกันแต่ยังห่างจากราคาเปิดตัวอยู่บ้าง แต่ก็มีตัวเลือกมากขึ้นในตลาด แต่ก็มีบางตัวที่เริ่มลดราคาลงมาบ้างอย่าง POWERCOLOR Radeon RX 580 8GB Red Devil Golden ที่ปรับราคามาที่ 16,xxx บาท



ที่มา : wccftech

Share This:

11.3K ผู้เข้าชม

NVIDIA GeForce GTX 1060 3GB เมื่อติดตั้ง Windows Update ไม่สามารถขุดเหมือง Ethereum ได้

 

การอัพเดทของ Windows ทำให้ GTX 1060 3GB กำลังกลายเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยดีผู้ที่ทำเหมืองข้อมูล ซึ่งแม้ว่า DAG File จะมีขนาดเล็กกว่า 3GB แต่ในการใช้งานจริงแล้วพบว่ามีการใช้งานหน่วยความจำในส่วนอื่นของ Windows 10 ด้วยแต่อย่างไรก็ตามก็ยังสามารถใช้งาน Windows Server หรือ Linux ได้ซึ่งไม่ใช้ VRAM จำนวนมากเหมือนใน Windows 10 จาก DAG File ในปัจจุบันที่มีขนาดไฟล์คือ 2.33 GB ซึ่งหมายความว่า Windows กำลังใช้งาน vRAM มากกว่า 660 MB ภายใต้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ในการทำงาน ซึ่งทำให้ Nvidia GTX 1060 3GB ตอนนี้ไม่สามารถทำเหมือง ETH บน Windows 10 ได้

ขนาด DAG File ที่กำลังจะเปลี่ยนไปหลังจากที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเครื่อง ASIC ที่สามารถใช้ในการทำเหมือง ETH ได้ ซึ่งจะทำให้การทำเหมืองข้อมูลสำหรับผู้ใช้งานกราฟฟิกการ์ดยากขึ้นไปอีก การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วถ้ามีการใช้งานเครื่อง ASIC ที่ออกแบบมาสำหรับการทำเหมืองข้อมูล ETH โดยเฉพาะ ซึ่งจะทำให้กราฟฟิกการ์ดที่ใช้งานชิพ 1060 ที่มี vRAM 3GB อาจจะทำเหมืองข้อมูลไม่ได้อีกต่อไป (รวมถึงรุ่นอื่นๆ ที่ vRAM มากขึ้นไปลำดับต่อๆไปด้วย)

DAG File ขนาดเข้าใกล้ VRAM 3GB

เนื่องจากการทำเหมือง ETH ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ทำเหมืองข้อมูลจำนวนมาก จึงจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงค่า Diff อย่างรวดเร็วและความต้องการที่มากขึ้นของกราฟฟิกการ์ดก็มีปริมาณมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาด ซึ่งการใช้งานหน่วยความจำขนาด 6GB ของ vRAM ซึ่งเป็นที่นิยมในตลาดจำนวนมากขึ้นเพื่อการรองรับในอนาคตที่จะมาถึงอันใกล้นี้

ผลจากข้อมูลนี้น่าสนใจมากในครั้งนี้คือการที่ GeForce GTX 1060 3GB ก็มีการนำไปใช้งานในการทำเหมืองข้อมูลเช่นกัน แต่ว่าผลกระทบที่เริ่มพบในตอนนี้คือการที่เริ่มมีการทำเหมืองข้อมูลเริ่มจำกัดที่ปริมาณของ vRAM ซึ่งจะส่งผลทำให้ GTX 1060 3GB มีการเพิ่มขึ้นในตลาดมือสองอย่างประปราย ซึ่งน่าจะทำให้ GPU ในรุ่น GTX 1060 3GB กลับมาสู่ตลาดผู้บริโภคอีกครั้ง โดยเฉพาะในหมู่ผู้เล่นเกมที่จะสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้นนั่นเอง แต่ถึงกระนั้น GTX 1060 3GB ก็ยังสามารถไปทำเหมืองข้อมูลในสกุลอื่นได้อีกมากมาย

ในขณะเดียวกันนี้ความต้องการของ GPU จาก AMD Radeon ก็มีความต้องการเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะ RX 570 ของ AMD ซึ่งมี vRAM 4GB ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้ทำเหมืองข้อมูล และสำหรับกราฟฟิกการ์ดในรุ่น RX 580 และ Vega 56 ที่มี vRAM 8GB ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการทำเหมืองข้อมูลได้เวลานานมากกว่า ซึ่งจะทำให้ RX 570 และ RX 580 น่าจะเป็นตัวที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด (เช่นเดียวกับ RX 400 Series) และตามมาด้วย RX Vega 56 (ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่คนทำเหมืองข้อมูล)

Update : สาเหตุที่ GTX 1060 3GB ไม่สามารถขุดเหมือง Ethereum ได้เท่าเดิมหลัง Windows 10 Update มีการเพิ่ม footprint OS ใน vRAM

ที่มา : wccftech

Share This: