5.1K ผู้เข้าชม

ราคาการ์ดจอของ NVIDIA และ AMD ลดลงราว 25% จากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

 

หลังจากช่วงเวลาที่ยาวนานและความลำบากในการหาซื้อกราฟฟิกกาณ์ดมาใช้งานจากการขาดแคลนของกราฟิกการ์ดในตลาดที่มีผลกระทบต่อทั้ง AMD และ NVIDIA ดูเหมือนว่าอุปทานในตอนนี้จะเริ่มเข้าสู่สถานะการณ์ปกติ ซึ่งในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมานับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าหงุดหงิดทุกครั้งที่จะพบว่ามีการปรับปรุงราคาเพิ่มขึ้นของราคาการ์ดจอ

 

GPU NVIDIA และ AMD ปรับราคาลดลงราว 25% ในเดือนมีนาคม

วันนี้นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่มีความน่ายินดีที่จะบอกถึงข่าวดีว่าอุปทานกำลังเริ่มฟื้นตัวขึ้นและในที่สุดราคาของกราฟฟิกการ์ดกำลังเริ่มจะกลับมาสู่ระดับปกติ ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีการปรับลดราคาลงถึงหนึ่งในสามของราคากราฟิกการ์ดระดับไฮเอนด์เช่น GTX 1080 Ti ของ NVIDIA และ AMD Vega 64 ในราคาของการ์ดจอระดับกลางยังพบว่าราคาลดลงเช่นเดียวกัน อันที่จริงแล้วกราฟิกการ์ดระดับไฮเอนด์ที่พบในเว็บไซต์ Amazon ได้ลดลงจากช่วงสูงสุดในระดับ 15-30% โดยมีราคาเฉลี่ยลดลงประมาณ 25 %

 

 

สำหรับกราฟฟิกการ์ด AMD Radeon RX 500 Series และ VEGA Series รวมถึงการ์ดแสดงผล NVIDIA GeForce GTX 10 Series มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นในเว็บไซต์ Amazon.com และ Newegg.com มากกว่าที่เคยเป็นมาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

 

การปรับปรุงราคาในครั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเครื่อง ASIC จาก Bitman ที่สามารถนำมาขุดเหมืองข้อมูลในสกุล Ethereum ซึ่งส่งผลให้ค่า Diff ของ Ethereum สูงขึ้นส่วนหนึ่ง และทำให้ GPUs ที่ใช้งานอยู่เกือบทั้งหมดดูล้าสมัยในการทำเหมือง Ethereum ที่เป็น Cryptocurrency ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้ใช้งานทำเหมือง GPU ด้วยราคาที่ลดลงมาส่วนหนึ่งน่าจะมาจากข่าวลือของ NVIDIA ที่เตรียมตัวในการเปิดตัวกราฟิกการ์ด GeForce GTX 11 Series ที่จะมีขึ้นในระหว่างไตรมาสที่สองหรือสามในปีนี้

 

ในบ้านเราก็ปรับตัวลงเช่นกัน

 

จะพบได้ว่าสำหรับประเทศไทยแล้วก็มีการปรับตัวลงเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นจะพบว่าร้านค้ามีการปรับลดราคาของ Nvidia ในรุ่น GeForce GTX1060 3GB ลงมาต่ำกว่าหนึ่งหมึ่นบาท ส่วน GTX 1060 6GB นั้นก็ปรับตัวลงเช่นกันสำหรับบางยี่ห้อหาซื้อได้ในราคา 10,xxx บาท แล้ว โดยตัวที่สูงขึ้นมาหน่อยอย่าง GTX 1070 ก็ปรับราคาลงมาที่ 17,xxx บาท ตามด้วย GTX 1070 Ti ก็อยู่ในเลท 18,xxx บาท เช่นกัน แต่สำหรับ GTX 1080 และ 1080Ti ยังไม่ค่อยมีการเปิดตัวเลือกมากนัก ทำให้ยังไม่ค่อยเห็นการแข่งขันด้านราคาเท่าที่ควร

 

ด้านของ AMD นั้นราคาของ Radeon RX VEGA 56 และ 64 เริ่มปรับราคาลงมาโดยมีราคาเริ่มต้นที่ 22,xxx บาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเปิดตัวบ้างแล้ว แต่ราคาของ RX 580/570 นั้นก็ปรับราคาลงเช่นกันแต่ยังห่างจากราคาเปิดตัวอยู่บ้าง แต่ก็มีตัวเลือกมากขึ้นในตลาด แต่ก็มีบางตัวที่เริ่มลดราคาลงมาบ้างอย่าง POWERCOLOR Radeon RX 580 8GB Red Devil Golden ที่ปรับราคามาที่ 16,xxx บาท



ที่มา : wccftech

Share This:

1.5K ผู้เข้าชม

Nvidia CEO แสดงจุดยืน Cryptocurrency Mining ว่า “ไม่ใช่จุดมุ่งหมายในธุรกิจของเรา”

 

 

มีความสนใจในตลาด Cryptocurrency หรือ Crypto Mining ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาบางคนอาจจะรู้สึกประหลาดใจที่ NVIDIA ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแย่งชิงตลาดในส่วนนี้ ซึ่งในงาน GPU Technology Conference (GTC) ประจำปี 2018 เมื่อดูจากที่สินค้าของบริษัทมีความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานที่นำไปทำเหมืองข้อมูล ทำให้ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีความต้องการ GPU ของ NVIDIA สูงมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับบริษัทเอง ส่งผลให้บริษัทเองนั้นยากต่อการเก็บกราฟิกการ์ดไว้ในสต็อกสำหรับนักเล่นเกมส์และผู้ใช้ประเภทอื่น

GPUs มีดีกว่า ASICs

หลังจากการสังเกตว่าการทำเหมือง Cryptocurrency นั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของธุรกิจ GPU จาก NVIDIA ซึ่ง CEO ปัจจุบัน Jensen Huang ได้กล่าวเกี่ยวกับตลาด Bitcoin ไว้ว่า “เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ Bitcoin เลยซึ่ง Bitcoin จะใช้งานโดย ASICs ในปัจจุบันเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจาก GPU ที่สามารถจัดการกับระบบการประมวลผลระดับสูงได้จากการทำงานอย่างอย่างลึกซึ้งกว่านำไปสู่สิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะ ในขณะที่ ASICs เป็นวงจรที่มีประสิทธิภาพเฉพาะสำหรับแอพพลิเคชันที่ออกแบบมาสำหรับงานเดียว”

คาดว่าการทำเหมืองข้อมูลแบบ Cryptocurrency มีผลอย่างน้อย 6% ของยอดขายรวม GPU ในปีที่แล้วและจำนวนดังกล่าวก็จะเพิ่มขึ้นในปีนี้ จากในกรณีที่ NVIDIA มีความสามารถที่ทำได้ดีในตลาด Cryptocurrency โดยเฉพาะ Ethereum ซึ่งเป็นเหรียญตัวหนึ่งที่นิยมของตลาด Cryptocurrency

“สิ่งที่ทำให้เราใช้งาน GPU คือ Ethereum” Jensen Huang กล่าวว่า Ethereum เปรียบเสมือน “Ether” ได้รับการออกแบบให้เป็นอัลกอริธึมเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเอนทิตีเอกพจน์หรือบางเอนทิตีมามีอำนาจในการควบคุม ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้อัลกอริทึมต้องใช้ความสามารถในการประมวลผลประเภทต่างๆ เช่นความสามารถในการประมวลผลนำไปสู่ความเป็นไปได้โดยการใช้ GPUs ในการช่วยกันทำงาน”

Jensen Huang ไม่ได้พูดถึงเรื่อง Cryptocurrency ในงานแถลงข่าวของบริษัทเมื่อต้นสัปดาห์นี้แม้ว่าจะมีหลายคนคาดการณ์ว่าการที่การทำเหมืองข้อมูลในปริมาณที่มากส่งผลให้ราคา GPU สูงขึ้นก็ตาม

“เหตุผลที่ GPU ได้รับความนิยมจากผู้ทำเหมืองข้อมูล Ethereum เป็นเพราะ GPU เปรียบเสมือนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก” ซึ่งได้ Jansen Huang ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “มันจะเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพียงตัวเดียวที่แท้จริง ที่สามารถทำงานได้ในทุกๆด้าน ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถควบคุมสกุลเงินได้”

ก่อนที่จะมีการเริ่มงาน GTC 2018 ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักวิเคราะห์ตลาดได้พูดถึงข้อกังวลว่า NVIDIA และ AMD อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาดเหมืองข้อมูลเนื่องจาก Bitmain อาจปล่อย ASIC ที่สามารถทำเหมือง Ethereum ได้

Jensen Huang ได้กว่าวถึงจุดยืนของ GPU สำหรับตลาด Cryptocurrency ออกมายืนยันว่าการทำเหมืองข้อมูล Cryptocurrency ไม่ได้เป็นธุรกิจหลักของ NVIDIA ความสำคัญในงาน GTC 2018 คือการประกาศยกระดับพลังของ GPU ใหม่ในระบบเช่น DGX-2, Tesla, Drive และ GV100 ที่เพิ่งเปิดตัว เพื่อนำไปสร้างความก้าวหน้าให้แก่วงการเล่นเกมส์และผู้ใช้งานเวิร์กสเตชันรวมถึงผู้นำไปใช้เป็นปัญญาประดิษฐ์ การดูแลสุขภาพ และการประมวลผลแบบ Cloud Computing

“ค่อนข้างดีทีเดียว ฉันชอบที่ GPU ของเรามีให้ใช้ในตลาดเหล่านั้นด้วย” Jensen Huang กล่าวหมายถึง AI และเกมส์ และสาเหตุที่ทำให้ GPUs ขาดแคลนในขณะนี้ ส่งผลให้เกิดความยากสำหรับการที่จะมีคงเหลืออยู่ในสต๊อก

ที่มา : digitaltrends

Share This:

673 ผู้เข้าชม

Bitmain ทำกำไรได้มากกว่า Nvidia ในปี พ.ศ. 2560

 

Bitmain ผู้ผลิตอุปกรณ์รายใหญ่ของ ASIC ในประเทศจีนได้รายงานผลประกอบการเมื่อเทียบกับ Nvidia ในปีพ.ศ. 2560 มีผลตอบแทนที่ดีกว่าตามที่นักวิจัยของ Bernstein ซึ่งได้กว่าวไว้ถึงผลประกอบการของ Bitmain ซึ่งทำกำไรได้ 3-4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมาซึ่งสูงกว่า 2.91 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ Nvidia ทำได้ในปีเดียวกัน ส่วนที่น่ากลัวมากที่สุดของความสำเร็จนี้ก็คือ Bitmain เมื่อ 5 ปีที่แล้วไม่มีตัวตน ในขณะที่ Nvidia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิพกราฟิกการ์ดได้ก่อตั้งขึ้นมากว่า 24 ปีแล้ว ซึ่ง Bitmain ก็ได้เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ตลอดหลายปีที่ผ่าน

ออกแบบมาเพื่องานเฉพาะทาง

ASIC Miners เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในงานด้านการคำนวณบางอย่างอย่างเฉพาะเจาะจง ทำให้ Bitmain มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการทำอุปกรณ์เพื่อรองรับการทำเหมืองข้อมูล Cryptocurrencies ซึ่งระบบเหล่านี้ออกแบบให้มีประโยชน์สำหรับการถอดชุดคำสั่งอัลกอริธึมบางอย่างเท่านั้น ซึ่งแม้ว่าในงานเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับ CPUs และ GPUs ในแง่ของประสิทธิภาพในการประมวลผลและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

จากเวลาที่ผ่านมา Bitmain ได้สร้างอุปกรณ์สำหรับทำเหมืองข้อมูลซึ่งไว้สำหรับเข้ารหัสอัลกอริทึมต่างๆกัน และได้ปรับปรุงการออกแบบเพื่อให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในระดับที่สูงขึ้นโดยมีแผนที่จะใช้กระบวนการผลิต 10nm และ 7nm ที่ทันสมัยเพื่อสร้าง ASIC Miners ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในปีนี้

อนาคตก้าวต่อไป ถอยไม่ได้

ในขณะนี้ยังไม่ทราบว่า Bitmain จะเติบโตไปข้างหน้าได้เพิ่มเติมอย่างไรบ้างเนื่องจากผลกำไรของ Bitmain ผูกติดกับความต้องการ ASIC Miners ที่ขายได้จากความนิยมของ Cryptocurrencies เช่น Bitcoin ซึ่งดูแล้วอาจมีการผลิต ASIC Miners สำหรับอัลกอริทึมอื่นเพิ่มเติมโดยเฉพาะ Ethereum

ที่มา : overclock3d

Share This:

3.2K ผู้เข้าชม

กราฟฟิกการ์ดราคาเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังราคาเหรียญดิจิตอลเพิ่มราคาขึ้น

 

เป็นสิ่งแปลกก็ว่าได้สำหรับราคากกราฟฟิกการ์ดที่แม้จะล่วงเลยเวลาการเปิดตัวมาเนิ่นนานกลับมีราคาเพิ่มขึ้นจากวันเปิดจำหน่ายจริง ซึ่งอาจจะระบุว่าเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด แต่นับตั้งแต่สัปดาห์หรือสองมีดูเหมือนจะขาดแคลนการ์ดกราฟิกโดยมีการขึ้นราคาค่อนข้างมาก

สิ่งที่ง่ายที่สุดที่จะทำคือจุดชี้วัดไปที่ความต้องการกราฟฟิกการ์ดสูงเนื่องจากการทำเหมืองข้อมูล แต่ด้วยแนวโน้มในปัจจุบันที่ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นด้วย

โดยรวมแล้วสามารถสังเกตได้ว่าราคาบนการ์ดจอจำนวนมากได้เพิ่มขึ้น 10 ถึง 20% เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการ์ดระดับไฮเอนด์ โดยพบว่าการขาดแคลนนี้จะมีผลจนถึงเดือนมีนาคมปีนี้ ตัวอย่างเช่น Geforce GTX 1060 เพิ่มขึ้นประมาณ 40 ยูโร GTX 1070 ประมาณ 60 EUR เป็นต้น

Price 4 December 2017
(available)
Price January 15, 2018
(available)
Difference (in percent)
AMD Radeon
Radeon RX 560 111 euros 138 euros 27 euros (24 percent)
Radeon RX 570 206 euros 295 euros 89 euros (43 percent)
Radeon RX 580 249 euros 379 euros 130 euros (52 percent)
Radeon RX Vega 56 549 euros 749 euros 200 euros (36 percent)
Radeon RX Vega 64 602 euros 949 euros 347 euros (58 percent)
Nvidia GeForce
GeForce GTX 1050 Ti 149 euros 150 euros 1 Euro (1 percent)
GeForce GTX 1060 256 euros 301 euros 45 euros (18 percent)
GeForce GTX 1070 420 euros 489 euros 69 euros (16 percent)
GeForce GTX 1070 Ti 440 euros 529 euros 89 euros (20 percent)
GeForce GTX 1080 503 euros 559 euros 56 euros (11 percent)
GeForce GTX 1080 Ti 705 euros 772 euros 67 euros (10 percent)

ตารางจาก Computerbase

แม้ว่ากราฟิกการ์ด AMD Radeon จะมีแนวโน้มความต้องการลดลงแม้ว่าจะมีปัญหาการขาดแคลนในตอนนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการ์ด AMD RX VEGA ก็ยังไม่ชัดเจนว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอีกไหม หรือบางทีอาจเป็นเรื่องที่น่าสนใจเนื่องจากเหรียญ  Etherium อาจทำได้ดีกับ GPU RX VEGA

สำหรับตลาดในบ้านเรานั้นการหาของมือหนึ่งในร้านตอนนี้อาจเป็นเรื่องยากลำบากสักหน่อยสำหรับการ์ดระดับกลางขึ้นไป จะคงเหลือเพียงการ์ดในระดับพื้นฐานโดยส่วนมาก เช่น AMD Radedon RX 550/RX 560 2GB หรือ Nvidia GeForce GT1030/GTX1050 ป็นต้น แต่ยังคงหาได้ในตลาดมือสองหรือผู้ที่รับไปขายต่ออีกทีโดยมีการปรับราคาขึ้นไปอย่างมาก เช่น Asus ROG-STRIX-GTX1080TI-O11G-GAMING ที่มีการปรับราคาขายไปที่ 40,000 บาท คงต้องยอมรับว่าช่วงนี้อาจหากราฟฟิกการ์ดใช้งานยากแล้วยังคงต้องใช้งบประมาณที่มากขึ้นด้วย

ที่มา : guru3d

Share This:

3.9K ผู้เข้าชม

แค่ปรับแต่ง AMD RX Vega 64 ก็ขุดเหมือง Ethereum แรงขึ้นเท่าตัว! ขุดได้ที่ 43.5MH/s แต่ใช้ไฟแค่ราวๆ 130W ต่อใบ

ช่วงนี้เป็นช่วงแรกๆของ RX Vega แต่บรรดานักขุดเหมืองก็ไม่เสียเวลาไปเปล่าๆเพื่อจัดการปรับแต่งค่าต่างๆเพื่อให้การ compute ออกมาได้ดีขึ้นกับการ์ดจอตัวใหม่ของทาง AMDซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า GPU ของทาง AMD นั้นขุดเหมืองได้ดีสุดๆแต่ก็มีการยืนยันว่าข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง

แต่ถึงกระนั้นก็มีการทดลองออกมายืนยันว่าข่าวลือก่อนหน้านี้ยังพอมีความเป็นไปได้เมื่อพบว่า
AMD Radeon RX Vega 64 จัดการสยบทั้ง Polaris และ Pascal ในการขุดเหมือง Ethereum ทั้งในเรื่องประสิทธิภาพและพลังงาน
แต่ก็ต้องให้เวลากับนักขุดเหมืองในการปรับแต่งเพื่อดันให้ Vega มีประสิทธิภาพ โดยมีสมาชิกของเว็บ redditได้ออกมาแชร์ข้อมูลที่น่าตกใจสำหรับ RX Vega 64 โดยสามารถขุดได้ 43.5MH/s และใช้พลังงานไม่ถึง 248 วัตต์เมื่อวัดจากปลั๊กเสียบโดยตรง ซึ่งเมื่อเทียบกับการขุดเหมืองของ Ethereum ด้วย RX 480 นั้นจะอยู่ที่ 25MH/s แต่ใช้พลังงานราวๆ 160 วัตต์

ซึ่งเจ้าของ RX Vega 64 คนดังกล่าวได้ทำการปรับแต่งให้ RX Vega 64 ของเขาทำงานที่ 1000MHz โดยตั้งค่า power target ไปที่ -24% ส่วน memory นั้นทำการ overclock ไปที่ความเร็ว 1100MHz และเขายืนยันว่าขุดได้ไม่ต่างจาก RX Vega 56 ที่ราคาถูกกว่าเลย ซึ่งมันจริงล่ะก็จะทำกำไรจากการขุด Ethereum ได้ดีเลยทีเดียว

นอกจากนี้เขายังอ้างว่าเมื่อวัดการใช้พลังงานจากจากตัวการ์ดไม่รวมกับอุปกรณ์อื่นๆบนเครื่อง PC แล้วจะอยู่ที่ราวๆ 130W ต่อการ์ด 1 ใบ


เมื่อมีข้อมูลดีๆทาง WCCFTECH ก็ไม่รอช้าได้ทำการทดสอบ RX Vega 64 ตัวที่เขามีอยู่พบว่า RX Vega 64 ตัว review sample นั้นทำได้เหมือนที่สมาชิกเว็บ redditor ได้บอกไว้ โดยหัวหน้าฝ่ายทดสอบอย่าง Keith May จัดการทำให้ RX Vega 64 ขุดเหมืองได้ไม่ต่ำกว่า 43.8MH/s โดยตั้งค่าสัญญาณนาฬิกาไว้ที่ 1137MHz ส่วนค่า core voltage ตั้งค่าไว้ที่ 0.98mv และ สัญญาณนาฬิกาของ memory ตั้งไว้ที่ 1100MHz

ล่าสุดเมื่อเวลา 18:35 ของวันที่ 3 กันยายน (ตามเวลาของทาง WCCFTECH ซึ่งน่าจะตรงกับตอนเช้าตรู่ของวันที่ 4 กันยายนในไทย) WCCFTECH ได้ทำการทดสอบวัดค่าการใช้พลังงาน ด้วย power meter ซึ่งชุด test bed ทำงานที่ idle ราวๆ 138 วัตต์ โดยทั้งระบบใช้่พลังงานไป 385 วัตต์เมื่อทำการ load เต็มที่ตอนขุดเหมือง ซึ่งค่า yields of delta ที่ 248 วัตต์นั้นถือว่าสูงกว่าที่สมาชิกเว็บ reddit ออกมายืนยันเสียอีก

เมื่อประสิทธิภาพในการขุดมาแบบนี้แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าโดนสายขุดเหมืองเหมาไปหมดแน่ๆสำหรับ RX Vega 64 ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เหมา RX 580 และ RX 570 ไปจนเกลี้ยงในหายเดือนที่ผ่านมาแล้วสถานการณ์ของ Vega ตอนนี้ยิ่งเป็นใจเข้าไปใหญ่
ซึ่งตอนนี้การ์ดจอตระกูล Vega นั้นขาดตลาดทั่วโลก แถมยังมีความต้องการจากสายขุดเข้ามาอีกและยังมี แฟนๆ Radeon สายเกมมิ่ง ที่ยังต้องการจะอัพเกรดการ์ดจออีก ซึ่งถ้าต้องการหาซื้อ RX Vega คงต้องรีบสั่งกันแล้วล่ะครับถ้ามีดวงพอซึ่งในไทยเองราคาก็ดีดไปไกล เช่นกัน (แต่คาดว่าสายขุดคงไม่สะเทือนถ้าทำได้ตามที่อ้าง)

นอกจากนี้ในส่วนของการ bundle ที่ทาง AMD ให้เกมมาพร้อมกับ การ์ดจอตระกูล RX Vega โดยเพิ่มเงิน $100 เหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าราคา MSRP ของการ์ดจอที่ไม่แถมอะไรมาด้วย ซึ่ง bundle ตัวนี้แถมเกมมา 2 เกมและส่วนลดอีก $100 ในการซื้อจอที่รองรับ FreeSync โดยการ์ดปกติที่ไม่แถมอะไรมาด้วยนั้นหมดสต็อคไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งตัว bundle ชุดนี้นั้นอาจทำให้สายเกมมิ่งที่อยากใช้การ์ดจอตระกูล Vega พอหาซื้อการ์ดกันได้บ้าง

ที่มา WCCFTECH

Share This:

2.4K ผู้เข้าชม

การทำเหมือง Ethereum ยากมากขึ้น

การทำเหมือง Ethereum ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทำให้ล่าสุดกลุ่มผู้ทำเหมืองกลับมีกำไรน้อยลง ด้วยมูลค่าของที่ลดลงกว่า $200 จากเคยไปทำสถิติสูงสุดที่ $395 แต่ในปัจจุปันนี้ดูแล้วมีโอกาศที่มูลค่าของ Ethereum จะต่ำกว่าลงไปต่ำกว่า $200/1ETH

แม้ว่าจะมีความยากลำบากในการทำที่มากขึ้น แต่ดูแล้วผู้ที่ทำเหมือง Ethereum กลับไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด แต่ว่าการทำกำไรจากการทำเหมืองแร่นั้นนอกจากมูลค่าของ Ethereum แล้วยังขึ้นอยู่กับค่าความยากกับค่าไฟฟ้าด้วย ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญด้วย

ขณะนี้ในกลุ่มผู้เหมืองโดยทั่วไปไปกำลังมีการพูดถึง “ปลายทางของการทำเหมืองแร่” ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูเหมือนว่ากำลังจะบ่งบอกถึงมีความไม่เสถียรภาพของมูลค่าของสกุลเงินและความยากลำบากในการทำเหมืองยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากค่า Difficulty ที่เพิ่มเข้ามา

ที่มา : overclock3d

Share This:

1.8K ผู้เข้าชม

รวมผล Benchmark Ethereum Mining GPUs

การทำเหมือง Ethereum ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันของสกุลเงินดิจิตอลที่สามารถใช้การ์ดจอในการขุดได้ ซึ่งต้องยอมรับว่า Cryptocurrency แต่ละตัวก็แตกต่างกันไป จะเป็นที่นิยมหรือไม่ก็ต้องดูกันเรื่อยๆ บางตัวเกิดมาแล้วก็หายไป บางตัวก็มีราคาขึ้นมา ดังนั้นก็เป็นการเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ก็แน่นอนละเพราะการทำเหมืองสำหรับผู้ที่มีการ์ดจออยู่แล้ว และซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้งาน ก็เหมือนกับเป็นเงินที่ได้มาฟรี ซึ่งสกุลเงินที่มาแรงในตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น Ethereum ซึ่งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการทำเหมืองก็ยังไม่อาจเรียกว่าฟรีได้อยู่ดี ในยุคของทองคำดิจิตอลสมัยใหม่นี้ ค่าใช้จ่ายด้านฮาร์ดแวร์และค่าไฟนั่นหมายความว่าไม่ว่าคุณจะประกอบเครื่องขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ชุดหรือมีของเดิมอยู่แล้ว ก็ยังต้องเสี่องต่อการสูญเสียของ Hardware ด้วย รวมถึงราคาในปัจจุบันจะพบว่าอุปกรณ์ในการขุดมีราคาสูงขึ้นจากความต้องการในตลาด

ในการทดสอบครั้งนนี้ทำบนเมนบอร์ด MSI Z270 XPOWER Gaming Titanium ขับเคลื่อนด้วย CPU Intel Core i5-7600K ส่วนแรมใช้ Corsair Vengeance 2666MHz 16GB ส่วน GPUs นั้น ประกอบด้วย Nvidia GeForce GTX 1080Ti, GTX 1070, และ GTX 1060 ส่วน AMD Radeon ประกอบด้วย R9 390X, R9 Fury, RX 580 และ RX 480 ซึ่งผลการทดสอบ Hash Rate ได้ตามกราฟด้านล่าง

สำหรับตัวแรงอย่าง MSI GTX 1080Ti Gaming X ก็จัดว่าแรงที่สุดในเวลานี้ ส่วน AMD เป็นที่น่าแปลกใจที่ R9 390X 8GB ก็มีความแรงไม่ได้หนีจาก GTX 1070 มากนัก และชนะการ์ดรุ่นใหม่อย่าง RX 580 ได้ด้วย

ด้านการใช้พลังงานนั้น เมื่อคิดรวมทั้งระบบ การใช้พลังงานรวมทั้งระบบของ GeForce GTX 1060 น้อยสุดในการใช้กราฟฟิกการ์ดหนึ่งตัว ส่วนตัวใกล้เคียงกันอย่าง GTX 1070, RX480, RX580 และ R9 390X 8GB ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

สุดท้าย ก็หวังว่าการทดสอบครั้งนี้น่าจะมีส่วนช่วยให้ผู้ที่กำลังศึกศาการขุดหรือผู้ขุดอยู่แล้วสามารถเลือกหาอุปกรณ์มาใช้งานได้ตามต้องการสำหรับการขุดเหมืองในสกุลเงินดิจิตอลEthereum หรือเรียกย่อว่า ETH และสำหรับบรรดามือใหม่ ในการทำเหมืองควรศึกษาเพิ่มเติมอีกสักหน่อย เพราะยังมีเทคนิคอีกมากมายให้เรียนรู้ รวมถึงความเสี่ยงที่จะตามมาจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ด้วย

อ้างอิง : hothardware

Share This: