5.4K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ Deva’s SSD E120e ตัวแรงราคาประหยัดจาก Deva’s Natural

 

วันนี้ขอเอาผลทดสอบ Benchmark ของ SSD รุ่นใหม่จากแบรนด์ Deva’s SSD มาให้เพื่อนได้ดูประสิทธิภาพกันนะครับ ในจุดนี้คู่เปรียบเทียบการอ่านความเร็วของ Memory Chip ในครั้งนี้คือเจ้า Intel Optane ตัวแรงที่ผมเอาไว้ใช้ทำ Cache File เครื่อง PC ที่ใช้ Intel Core i Gen 8th

โดยพื้นฐานนั้น Intel Optane มันไม่ได้ทำหน้าที่เป็น SSD แต่เป็นตัวช่วยในการเป็น Cache File ให้กับตัว SSD หรือ HDD ครับ นั้นแปลว่ามันจะต้องมีความเร็วในการทำงานที่สูงมากๆเมื่อเทียบกับ SSD HDD

มาดูในส่วนของหน้าตาของ Deva’s SSD E120e กับขนาดความจุ 120GB กันนะครับ ตัวตลับ SSD จะเป้นพลาสติกสีดำด้านทั่วๆไปครับ

โปรแกรมที่ใช้สอบเราจะใช้เพียง 2 ตัวครับ ซึ่งสามารถบ่งชี้ได้ว่า SSD ตัวนี้จะได้ไปต่อไหม

AS SSD Benchmark

  • ค่าความเร็วมาตรฐานสูงสุดอยู่ที่ 520MB/s ในส่วนของการอ่านไฟล์จาก SSD
  • ค่าความเร็วมาตรฐานสูงสุดอยู่ที่ 480MB/s ในส่วนของการเขียนไฟล์ลง SSD

จากผลที่เราเห็นมันทำได้ใกล้เคียงกับค่าสูงสุดที่ถูกกำหนดมาจากโรงงานครับ นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว เพราะเป็นค่าเฉลี่ยที่โปรแกรมวัดออกมาได้ในขณะใช้งานครับ ซึ่งทั้งหารทดสอบอ่านเขียนยังคงสามารถทำงานได้ ms ต่ำกว่า 0.100

HDD Tune ในการทดสอบ Deva’s SSD ในการอ่านไฟล์ขนาด 40GB

มีค่าเฉลี่ยนตามเส้นกราฟโดยประมาณที่ 330MB/s ครับ เหตุผลเพราะว่ามันคือการอ่านไฟล์ที่ใหญ่ขึ้นในระดับ 40GB นั้นเอง ต่างจาก AS SSD Benchmark ที่ใช้การอ่านไฟล์เพียง 1GB ยิ่งการทดสอบขนาดการอ่านเขียนยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งลดความเร็วลงครับ เพราะ Cache ของ SSD ก็มีจำกัดเหมือนกัน แต่จะคืน Cache กลับเมื่อเราเปิดและปิดเครื่องคอมใหม่

Intel Optane ในการทดสอบ Deva’s SSD ในการอ่านไฟล์ขนาด 40GB

มีค่าเฉลี่ยนตามเส้นกราฟโดยประมาณที่ 550MB/s ครับ ในจุดนี้จะทำได้สูงกว่า SSD มากครับเพราะมันคืออุปกรณ์ Cache File ที่มีความเร็วมากกว่า SSD ทั่วๆไป

สรุปท้ายครับ – ในการเทียบ SSD กับ Optane สินค้าทั้ง 2 รายการนี้ราคาเท่าๆกันคือประมาณ 1,6xx บาท โดยที่ Intel Optane มีขนาด 16GB ในขณะที่ Deva’s SSD จะมากับความจุ 120GB ครับ ซึ่งหากเพื่อนที่คิดจะใช้ที่เก็บข้อมูลสำหรับไว้ติดตั้ง Windows ละก็ การเลือก SSD ดูท่าจะเป็นอะไรที่เหมาะและลงตัวกว่า ทั้งด้วยขนาดความจุ และความเร็วที่ดีเยี่ยม แม้ไม่ได้สูงมากแต่ก็ไม่ไ่ด้ต่ำกว่ามตราฐาน SSD ดีๆทั่วไปครับ แถมจ่ายได้ในราคาเบาๆที่จ่ายได้ไม่ลำบากนัก

จุดดีของสินค้า

  • ความเร็วอยู่ในเกณฑ์ดีพอสมควร ความเร็วขณะใช้งานต่อเนื่องไม่ค่อยตก
  • ราคาจัดจำหน่ายถูกมาก
  • ประกันนาน 5 ปี เต็ม

จุดด้อยของสินค้า

  • ดีไซน์ตลับธรรมดาไปหน่อย
  • วัสดุทำตัวตลับน่าจะมีส่วนที่เป็นโลหะอลูมิเนียม

ติดต่อสั่งซื้อสินค้าที่ Deva’s Natural Ltd.

55 Sukhumvit 101/1 Bangchak , Pra Khanong , Bangkok 10260
โทรศัพท์: 02-743-7280 (Auto) , แฟกซ์: 02-743-8280

http://www.devasnatural.com

 

Share This:

1.1K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ PALIT Geforce GTX 1080 SUPER JET STREAM แรงมาตั้งแต่เกิด Base Clock 1700MHz+

 

สวัสดีเพื่อนๆชาว GcubeZ ทุกคนนะครับ กลับมาอีกทีกับการรีวิวทดสอบตัวการ์ดจอของค่าย NVIDIA ในรุ่น Geforce GTX 1080 Super Jet Stream ซึ่งมันคือการ์ดจอระดับบนของตลาด ที่มีความแรงมากๆตัวนึง และมันมีความพิเศษอยู่ตรงที่ว่า มีค่าสัญญาณนาฬิกาที่ถูกตั้งให้มาสูงกว่าปกติจากโรงงานนั้นเองครับ โดยปกติแล้วค่า Clock Speed ของ GTX 1080 จะอยู่ที่ 1607MHz Base Clock แต่เจ้า ซุปเปอร์เจ้ติ๋ม (Super Jet Stream) ตัวนี้ตั้งค่าความเร็วมาจากโรงงานที่ 1709MHz กันเลยทีเดียว

จากที่เห็นในภาพ GPUZ เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าค่า MHz ถูก Up มาจากโรงงานแล้วถึง 100MHz ฺBase Clock และ Boost Clock ที่ 1848MHz ในการ Boost 2.0 แต่ในบางกร๊เท่านั้นที่จะ Boost 3.0 ซึ่งจะได้ค่าความเร็วที่ระดับ 1950MHz +

Palit เป็นขาประจำที่ผลิตการ์ดจอให้กับ NVIDIA มาช้านานแล้ว และยังคงเป็น Royalty แบรนด์มาอย่างเสมอมา ได้รับรางวัลสินค้าคุณภาพต่อเงินที่จ่ายไปมาก็ไม่น้อย ซึ่งเป็นเครื่องการัญตีได้เป็นอย่างดี

ด้านหน้าของตัวการ์ดจอทำออกมาดูสวยงามดีครับ ค่อนข้างพรีเมี่ยมใช้ได้อยู่ แม้ว่าวัสดุที่ใช้ทำกรอบฮีตซิ้งค์จะเป็นพลาสติก แต่ก็มีการเล่นระดับเป็น Layer ของตัวพลาสติกได้หลายระดับ อีกทั้งมีการตัดแปะตัวพลาสติกที่เป็นสีเงินวาวๆมาแปะด้วย ส่วนฝั่งขวาก็เลือกใช้วัสดุประเภทพแผ่นอลูมิเนียมสีเงิน ที่เป็นพื้นผิวทรายมาแปะลงไปเสริมด้วย เพิ่มความสวยงามให้กับตัวการ์ดจอได้เป็นอย่างดีครับ

มุม IsoMetric เห็นลักษณะโดยรวมของตัวการ์ดจอ คือดูใหญ่พอประมาณ อีกทั้งมองมุมไหนก็ดูสวยงามดีครับ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากตัวที่เป็น Dual อย่างสิ้นเชิงในแง่ของวัสดุ เนื้องาน ดีไซน์ คุณภาพ ตัว Jet Stream จะทำได้ดีกว่ามาก

ส่องมุมล่างเพื่อให้เห็นว่าตัวการ์ดลงฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนมาค่อนข้างจะใหญ่และหนากินพื้นที่มากพอสมควร คิดว่ามันน่าจะอุณหภูมิไม่ค่อยสูงเท่าไหร่นัก หาทำงานที่ Full Load

ตัวฮัตไปป์ที่อยู่ระหว่างการ์ดจอทำหน้าที่กระจายความร้อนไปตามฟินระบายความร้อนทั้ง 2 ด้าน ตามที่ได้เกริ่นไปว่ามีการแบ่งฮีตซิ้งค์ไว้ 2 ตอน

ส่วนปลายของฮีตไปป์ครับที่มีการเก็บปมของตัวไปป์ได้เรียบร้อยดี จะเห็นได้ว่าฮีตไปป์ที่เลือกใช้มีขนาดที่ค่อนข้างจะเส้นใหญ่อยู่พอสมควร ซึ่งมันถือว่าเป็นข้อดี ข้อได้เปรียบการ์ดจอที่ใช้ฮีตไปป์แบบเส้นขนาดกลางครับ เพราะเส้นใหญ่จะดึงความร้อนจากตัว Core GPU ได้มากกว่านั้นเอง

ในมุมด้านข้างแบบตรงๆจะเห็นได้ว่ากินพื้นที่การตัดตั้งตัวการ์ดจอไปประมาณ 2 สล็อตครึ่ง และตัวฮีตซิ้งค์จะเป็นแบบ 2 ตอนครับ แบ่งซ้ายขวา โดยฝั่งซ้ายจะเป็นฮีตซิ้งค์หลักที่ดึงความร้อนจากตัวชิปโดยตรง และฝั่งขวาจะเป็นฮีตซิ้งค์รอง มีหน้าที่ไล่ความร้อนผ่านฮีตไปป์ไปยังฮีตซิ้งค์ด้านข้าง

การ์ดต้องการแหล่งต่อพลังงานไฟเลี้ยงเพิ่มให้อีก 8+6 pin เพื่อให้สามารถทำงานได้ จัดว่าไม่มากไม่น้อยครับ สำหรับความเป็น GTX 1080 Custom Non Ref ตัวนี้ เหตุผลคงไม่มีอะไรมากนอกจากว่าตัวการ์ดจอถูกเพิ่มความเร็ว MHz มาจากโรงงานแล้วทำให้ใช้ไฟเลี้ยงเพิ่มขึ้นจาก 8 pin เป็น 8+6 pin นั้นเอง

ด้านหลังของการ์ดจอยังติดตั้ง Back Plate ที่มีขนาดเท่ากับตัวการ์ดจอมาให้ด้วย โดยที่ใช้วัสดุที่เป็นอลูมิเนียมสีดำ ที่มีความหนาราวๆ 3mm เหตุผลเพื่อช่วยในการค้ำพยุงตัว PCB ของการ์ดจอไม่ให้งอง่ายๆ เมื่อใช้งานไปนานๆหลายๆปี ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุทำให้การ์ดจออายุการใช้งานต่ำลง ส่วนในเรื่องของการระบายความร้อนให้กับ PCB ตรงจุดนี้แทบจะไม่มีผลเท่าไหร่ครับนอกจากความสวยงามและให้การ์ดจอคงทนขึ้นเท่านั้น ถ้าจะว่าไปก็ยังช่วยได้ในเรื่องของฝุ่นและเศษๆต่างๆที่จะตกลงใส่หลัง PCB การ์ดจอครับ

สำหรับช่องเชื่อมต่อสัญญาณภาพที่ I/O Panel จะมี DVI x1 , HDMI x 1 , DP X3 ก็ถือว่ามีมาให้ใช้งานได้ครบตามมาตรฐาน VGA ระดับสูง-กลาง ส่วน Port ต่อจอที่เป็น DVI จะรองรับในรูปแบบ Digital เท่านั้นครับ ไม่รองรับการแปลงผ่านหัว D Sub 15 pin ที่เป็นอนาล็อคอีกต่อไป ในจุดนี้คิดว่าคงไม่มีใครซื้อการ์ดจอระดับนี้ไปต่อกับจอ CRT หรอกนะ อิอิ


กล่องบรรจุภัณฑ์ Palit Geforce GTX 1080 Super Jet Stream คือว่าดูใหญ่โตพอดีคำ อิอิ ออกแบบมาส่วยดีครับ เรียบๆหรูๆ โทนดำตัดทอง แลดูคล้ายตู้เพชรเคลื่อนที่ยังไยังงั้น

 


อุปกรณ์พื้นฐานไม่มีอะไรให้นอกจาก DVD Drivers สายแปลงไฟ to 8 pin และ คู่มือการใช้งานเท่านั้นครับ


GPU ที่ใช้ทดสอบคือ Pascal : 104

สถาปัตยกรรม Pascal 104
จำนวนชุดประมวลผล 8 Cus
จำนวนหน่วยประมวลผล 2560 Cuda Core
บัสสูงสุดที่รองรับ PCI Express 3.0X16
ขนาดหน่วยความจํา 8GB GDDR5X
ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1709 Mhz
ความเร็วหน่วยความจำ 1251 Mhz (1251*8)
แบนวิธ 256 bit
DirectX ที่รองรับ 12.1

ประเภทมีเดีย รองรับ
720P
1080P
4K
4KHEVC
FLUID MOTION X
VP8
VP9
NVIDA Encode

SYSTEM TEST
CPU AMD RYZEN 7 1800X 3.6Ghz
Mother Board ASRock X370 FATAL1TY Professional Gaming
Graphics Accelerator Palit Geforce GTX 1080 Super Jet Stream
Memory G-Skill Trident Z RGB 3000 – 32GB 8GB*4 CL 16-18-18-38
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 4TB SATA3
PSU Thermaltake TOUGHPOWER GRAND RGB 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 64Bit

ซึ่งวันนี้ผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอที่ความเร็ว 1780MHz ฺBoost 2050 MHz ในส่วนของ GPU และ 11400 MHz ในส่วนของความเร็วเมโมรี่บนตัวการ์ดจอ ( 11400 MHz Effective Memory) ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro – 64Bit


Overclock [email protected] Boost 2050 MHz  / Mem [email protected] (1425*8)

Palit GTX1080 Super Jet Stream Palit GTX1080 Super Jet Stream OC
GPU Pascal GP104 Pascal GP104
Core 2560 2560
TMUs 160 160
ROPs 64 64
Clock 1709 MHz 1780 MHz Boost Max 2050 MHz
Memory Clock 1251 MHz [email protected] MHz 1425*8 = 11400MHz
Memory 8 GB 8 GB
Memory Bus 256 bit 256 bit
Memory Type GDDR5X GDDR5X

ผลทดสอบตัวเกมยอดนิยมในขณะนี้ ซึ่งจะใช้วิธีการปรับค่ากราฟฟิคในระดับมาตรฐานของความละเอียด 1080p และการเปิดลบรอยหยักในแบบ FXAA ในวันนี้ผมทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอใช้ System CPU Ryzen 1800X ที่ความเร็ว 3.60GHz กับแรมบัส 3000Mhz โดยอัดกราฟฟิคสุดของการตั้งค่าทั้งหมดครับ

โปรแกรม Bench Mark 3Dmark ทั้ง 2 Version

คะแนน 3D Mark ก็เพิ่มมาอยู่พอสมควร โดยที่ Fire Strike ไปแตะที่คะแนน 23000 ปลายๆ จากปกติจะอยู่ที่ 23000 นิดๆ สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นมาไม่ได้ถือว่ามากนัก เพราะอย่างที่เข้าใจครับว่าเรา Overclock เพิ่มได้อีกแค่ 71MHz ในแบบที่การ์ดสามารถใช้งานได้แบบปกติ 7/24


Live Unbox Palit Geforce GTX 1080 Super Jet Stream

แกะกล่อง Palit GTX 1080 Super Jet Streamผลการทดสอบครับ >>> http://www.gcubez.com/?p=11685.ติดตามโปรโมชั่น และเลือกซื้อได้จากทุกๆ ช่องทางออนไลน์ : Shopee : http://bit.ly/2vC5tEC11Street : http://bit.ly/2pZC8hS Lazada : http://bit.ly/2vC1UON สอบถามโค๊ดส่วนลดทุกครั้งได้ที่ : http://bit.ly/1if7uKd

โพสต์โดย GcubeZ บน 1 ตุลาคม 2017


Live สตีมสดทดสอบ Palit Geforce GTX 1080 Super Jet Stream

Palit GTX 1080 Super Jet Stream with Blade and Soul

Palit GTX 1080 Super Jet Stream กับ Blade and Soul.ติดตามโปรโมชั่น และเลือกซื้อได้จากทุกๆ ช่องทางออนไลน์ : Shopee : http://bit.ly/2vC5tEC11Street : http://bit.ly/2pZC8hS Lazada : http://bit.ly/2vC1UON สอบถามโค๊ดส่วนลดทุกครั้งได้ที่ : http://bit.ly/1if7uKd

โพสต์โดย GcubeZ บน 1 ตุลาคม 2017


อุณหภูมิในการทดสอบในแบบการ Overclock – Core [email protected] / Mem [email protected] MHz ในห้องทดสอบที่ไม่ได้เปิดแอร์ อุณภูมิห้องอยู่ที่ 31 องศา

Temperature (Overclock Mode) Fan Auto GPU Power
Idle 32c 15w
Full Load 71c 210w

Mike : GcubeZ : ก็จบการทดสอบก็ไม่ได้ผิดคาดอะไรจากความเป็น GTX 1080 เพราะมันก็มักจะได้ผลการทดสอบที่เหมือนๆกับหลายๆยี่ห้อครับ ถ้าจะพูดถึงจุดดีจุดด้อย ผมจะขอพูดเป็นส่วนๆไปดังต่อไปนี้นะครับ ตัวการ์ดจอ Palit GTX 1080 Super Jet Stream เมื่อเทียบคุณภาพและประสิทธิภาพโดยรวมเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆที่เป็นการ์ดจอเกรด A

-ลักษณะเนื้องานวัสดุเมื่อเปรียบเทียบกับยี่ห้อดังๆที่เป็น GTX 1080 ถือว่าผ่านเกณฑ์พอจะเอาไปแข่งขันได้อยู่เหมือนกัน ตรงจุดนี้ผมถือว่าสอบผ่านคือพอผ่านแบบเฉียด ถ้าคะแนนเต็ม 10 ตรงจุดนี้ได้ 7 คะแนน (6 คือไม่ผ่าน)

-อุณหภูมิขณะทดสอบ ยังไม่หนีหรือแตกต่างเท่าไหร่กับยี่ห้อระดับ A ในท้องตลาด แต่ก็ไม่ได้แย่กว่าเช่นกัน ตรงนี้ก้ถือว่าสอบผ่านได้ดีครับ

-หน้าตา ดีไซน์ของตัวการ์ดจออันนี้ผมมองว่าออกแบบมาได้ดีมากๆ ในความเป็นแบรนด์ Royalty ระดับปานกลางของ Nvidia  ซึ่งตัวดีไซน์มันสามารถเอาไปแข่งกับการืดระดับ A ในท้องตลาดได้ครับ อันนี้ก็สอบผ่านอีกนั้นแหละ

ราคาขายของ GTX 1080 ตัวนี้อยู่ในระดับไหน ? – มีราคาขายที่ถูกกว่าแบรนด์ระดับ A ความเป็น GTX 1080 เหมือนๆกัน ก็จัดว่าราคาถูกกว่าหลายพัน มีราคาขายพอๆกับ GTX 1070 แบรนด์ระดับ A อาจจะมากกว่านิดๆหน่อยๆ ซึ่งตัวนี้อาจเป็นจุดชี้วัดได้อย่างนึงครับว่า

1.หน้าตา วัสดุใช้งาน ประสิทธิภาพ งานประกอบทำได้ไม่แพ้แบรนด์ระดับ A แค่ว่า position ของราคาไว้ที่ต่ำกว่าคู่แข่ง อันนี้อาจจะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองหาการ์ดจอแบบแรงมากๆ แต่อยากจ่ายเบากว่าปกติสัก 3 พันบาท +/-

สรุปว่า – การ์ดจอ GTX 1080 รุ่นนี้ยังไม่ถือว่าราคาถูกสุดในท้องตลาด แต่มันมีสิ่งที่ดีๆในแบรนด์ระดับ A มีครบ ยกเว้นชื่อไม่ดังเท่า แต่ก็ตอบโจทย์คนที่ไม่ยึดติดแบรนด์จนเกินไปแต่อยากได้การ์ดจอคุณภาพดีจริงๆมาใช้งาน

จุดที่ดีของสินค้า

ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก มีค่า Clock Speed สูงกว่าทุกๆยี่ห้อ

การ์ดทำงานเงียบมากๆ

ไม่ร้อนค่อย เพราะฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนค่อนข้างจะดีมากๆ

Overclock เพิ่มประสิทธิภาพได้ดี

ออกแบบได้สวยภูมิฐานมาก

มีไฟ RGB ด้านข้างเพิ่มความสวยงามให้กับการ์ดจอได้

จุดที่ควรปรับปรุง

ตัวกล่อง ตัวการืดบรรจุภัณฑ์ทำมาดีมาก แต่ของบันเดิ้ลให้มาแทบจะเรียกว่าไม่มีเลยก็ว้าได้ แต่ถ้าใครไม่ติดใจอะไรกับของพวกนี้เลย มันก็โอเคละครับสำหรับการ์ดจอตัวนี้


ขอขอบคุณ @in Devas ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

ติดตามโปรโมชั่น และเลือกซื้อได้จากทุกๆ ช่องทางออนไลน์
Shopee : http://bit.ly/2vC5tEC
11Street : http://bit.ly/2pZC8hS
Lazada : http://bit.ly/2vC1UON
สอบถามโค๊ดส่วนลดทุกครั้งได้ที่ : http://bit.ly/1if7uKd

55 Sukhumvit 101/1 Bangchak , Pra Khanong , Bangkok 10260
โทรศัพท์: 02-743-7280 (Auto) , แฟกซ์: 02-743-8280

http://www.devasnatural.com

Share This: