232 ผู้เข้าชม

ไมเคิล เดลล์ เปิดการประชุม Dell Technologies World 2018

 

 รับลูกค้าและคู่ค้าของเดลล์ เทคโนโลยีส์ กว่าหมื่นคน ที่ต่างหลั่งไหลสู่เวกัส เพื่อเปิดประสบการณ์ มุมมองและเข้าใจถึงอนาคตทางดิจิทัล

 

 

 Dell Technologies World

 

สรุปประเด็นข่าว

  • เผยผู้ชนะเลิศรางวัลลูกค้า ผู้บุกเบิกและนวัตกรของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies Innovators and Trailblazers)
  • เดลล์ คาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกสูงติดต่อกัน 21 ไตรมาส ทั้งพีซี รวมถึงส่วนแบ่งในตลาดเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ ในไตรมาสแรกของปี 2018
  • เดลล์ เทคโนโลยีส์ แคปิตอล เสร็จสิ้นการลงทุน 24 โครงการ โดยมี 11 โครงการที่ exit และ มี 3 โครงการที่เป็น “ยูนิคอร์น” จากพอร์ตโฟลิโอ ของ DTC ตั้งแต่เปิดตัวโครงการสู่สาธารณะ
  • เดลล์ เทคโนโลยีส์ เร่งสร้างการเติบโตให้ธุรกิจคู่ค้าด้วยการนำเสนอที่ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น

 

ไมเคิล เดลล์ ประธานบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประเดิมเปิดงานอีเวนต์ระดับพรีเมียร์ของอุตสาหกรรมไอที Dell Technologies World 2018  โดยคาดว่าจะมีผู้เยี่ยมชมงานถึง 14,000 คนมารวมตัวกันในสัปดาห์นี้ เพื่อเปิดประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นผู้นำอุตสาหกรรม ว่าจะดำเนินบทบาทหลักอย่างไรในการช่วยให้ผู้คนเหล่านี้ มองเห็นภาพและตระหนักถึงอนาคตทางดิจิทัล  นอกจากการรวมตัวของผู้ร่วมงานเพื่อชมการแสดงที่ลาสเวกัสจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ยังมีผู้คนอีก 35,000 คนจากทั่วโลกที่เราคาดหวังว่าจะเข้าร่วมงาน โดยรับประสบการณ์ผ่านการชมวิดีโอ งาน Dell Technologies World เสมือนจริง ทั้งดูสดผ่านไลฟ์ สตรีมมิ่ง และในแบบออนดีมานด์

 

“Dell Technologies World ถือเป็นโอกาสที่เราจะได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยี ในแง่ที่เป็นแรงผลักดันความก้าวหน้าของมนุษย์จากทั่วทุกมุมโลก” ไมเคิล เดลล์ ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว “เราจะแสดงให้เห็นถึงการที่ลูกค้าทั้งรายใหญ่และรายเล็ก นำเทคโนโลยีมาช่วยในการเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะผ่านการรีอิมเมจกระบวนการ หรือรีอิมเมจอุตสาหกรรม  เราพูดกันบ่อยครั้งเกี่ยวกับการที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาท้าทายที่ใหญ่ที่สุด และเรากำลังคืบหน้ามากขึ้น อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านๆ มา”

 

ลูกค้ายังคงให้การตอบรับ เดลล์ เทคโนโลยีส์ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในฐาะบริษัทที่นำเสนอระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยเดลล์ เทคโนโลยีส์ จะโชว์เคสการเกี่ยวกับการประกาศสำคัญๆ ทั้งหมดตลอดสัปดาห์ โดยเน้นที่ความสำคัญต่อธุรกิจหลัก พร้อมขยายสายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ครอบคลุมมากที่สุดในอุตสาหกรรม จากจุดที่เชื่อมต่อปลายทางไปยังระบบงานหลัก จนถึงคลาวด์ เพื่อช่วยลูกค้ามีสภาพแวดล้อมระบบงานได้ในแบบที่ต้องการ

 

 

การประกาศจาก Dell Technologies World ได้แก่

  • ผู้ชนะเลิศรางวัลลูกค้า ผู้บุกเบิกและนวัตกรของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies Innovators and Trailblazers) ได้แก่ผู้นำใน 8 อุตสาหกรรม ที่เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงความเป็นเลิศในทุกขั้นตอนของการเดินทางสู่การปฏิรูปทางดิจิทัล อ่านข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ได้ ที่นี่
  • Dell Technologies Capital ยังคงมีการลงทุนที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง แนวทางปฏิบัติด้านการลงทุนของบริษัทฯ ที่แข่งขันในการลงทุน 24 โครงการตั้งแต่เริ่มเปิดตัว คือมี 11 โครงการที่ exit จากพอร์ตโฟลิโอ โดย 3 โครงการในนั้นได้มีการเปิดตัวสู่สาธารณะในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ซึ่ง IPO ที่เป็น “ยูนิคอร์น” ทั้งหมดมีมูลค่าโดยรวมในตลาดถึงกว่า 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ อ่านข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ได้ ที่นี่
  • เดลล์ เทคโนโลยีส์ กำลังลงทุนในโปรแกรมใหม่ ทั้งในส่วนโซลูชัน และผลตอบแทน หรือ incentives ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ติดตามคู่ค้าด้านช่องทางจำหน่ายได้อย่างรวดเร็ว ในเรื่องของการนำเสนอการปฏิรูปคนทำงาน รวมถึงระบบดิจิทัล ไอที และระบบรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้า

 

“ลูกค้าของเราต่างให้การตอบรับพลังของบริษัทที่มีการผสานการทำงานเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างแรงผลักดันที่ดีอย่างต่อเนื่องในช่วงตั้งแต่เปิดปี 2018”  เจฟฟ์ คลาร์ค รองประธานบริษัท ฝ่ายผลิตภัณฑ์ และงานส่วนปฏิบัติการ เดลล์ “เมื่อไม่นานมานี้ เรามีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกเป็นเบอร์หนึ่ง ในตลาดหลักๆ เช่นเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ  และเมื่อสิ้นสุดไตรมาสแรกตามปีงบประมาณ 2018 เราคาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มในตลาดพีซี ติดต่อกันถึง 21 ไตรมาส พร้อมส่วนแบ่งในตลาดเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจเช่นกัน เราวางแผนการประกาศที่น่าตื่นเต้นในทุกสายผลิตภัณฑ์ในงานอีเวนท์ปีนี้ ซึ่งเป็นงานที่ช่วยขับเคลื่อนความเป็นผู้นำและการปฏิรูปทางดิจิทัลให้กับลูกค้าเรา เพื่อส่งผลให้ลูกค้าได้รับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้นในที่สุด”

 

One-stop shop ที่ช่วยสร้างอนาคตทางดิจิทัล

การปฏิรูปสู่ดิจิทัล เป็นการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในการสร้างและดำเนินงานของทุกธุรกิจ ในทุกอุตสาหกรรม งาน Dell Technologies World สะท้อนให้เห็นว่าคนดำเนินงานด้านไอทีมีความต้องการ one-stop shop มากขึ้น เพื่อให้ได้ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการสร้างอนาคตทางดิจิทัล ปฏิรูปไอที และปกป้องสินทรัพย์สำคัญที่สุด นั่นคือข้อมูล โดย 94 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมงานในปีที่แล้วกล่าวว่าอยากแนะนำคนที่ทำงานร่วมกันให้มาร่วมงานนี้ โดย 92 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่างานนี้ให้ “ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ยอดเยี่ยม” และ 95 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่าตัวเองทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหลังจากร่วมงานนี้แล้ว”

 

Dell Technologies World ได้รวบรวมสายผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ได้รับรางวัล รวมถึงโซลูชันต่างๆ มานำเสนอ พร้อมมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มล่าสุด และเทคโนโลยีเกิดใหม่ รวมถึงผู้รู้ต่างๆ ทั้งในส่วนการเชื่อมต่อกับเครือข่ายปลายทาง ไปจนถึงระบบงานหลัก และคลาวด์ โดยระหว่างงาน ผู้เชี่ยวชาญจากเดลล์ เดลล์ อีเอ็มซี Pivotal, RSA, Secureworks, Virtustream และ VMware พร้อมสาธิตให้เห็นถึงระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกันในส่วนระบบโครงสร้างไอที แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ และระบบรักษาความปลอดภัยที่ช่วยสร้างศักยภาพในการปฏิรูปสู่ระบบดิจิทัลได้ตลอดทั่วทั้งองค์กร

 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

  • ดูงาน Dell Technologies World ออนไลน์ได้ที่ Press Kit
  • เชื่อมต่อกับเดลล์ ได้ทาง Twitter, Facebook, YouTube และ LinkedIn
  • ติดตามข่าวล่าสุดทาง Twitter ได้ที่@Dell หรือ @DellEMCNews

 

เกี่ยวกับงาน Dell Technologies World

Dell Technologies World 2018 นำขุมพลังของผู้นำเทคโนโลยี 7 รายมารวมกัน ด้วยคำมั่นสัญญาที่จะทำให้การปฏิรูปสู่ดิจิทัลเป็นจริงขึ้นมา ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ระหว่างวันที่ 30 เมษายน ถึงวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ ลาสเวกัส ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ www.delltechnologiesworld.com หรือติดตามจาก Twitter ที่ #DellTechWorld

Share This:

224 ผู้เข้าชม

เดลล์ ส่งโซลูชัน คอมเมอร์เชียล ไคลเอนด์ ใหม่ ช่วยคนทำงานในไทย เตรียมพร้อมลุยงานแห่งอนาคต

 

 

สรุปประเด็นข่าว

  • Latitude 5000 และ 7000 เสริมขุมพลังสร้างผลิตผลของงาน และโมบิลิตี้ โดยไม่กระทบประสิทธิภาพ และการรักษาความปลอดภัย
  • Latitude 7390 2-in-1 ใหม่ เป็นแล็ปท็อปที่ปลอดภัยที่สุด มาในรูปทรงการออกแบบให้มีขอบบางเพื่อสรรสร้างประสบการณ์ในการมองที่เหนือชั้นขึ้นไปอีก
  • Latitude 7490 คือแล็ปท็อปเพื่อการใช้ในงานในระดับธุรกิจที่มาพร้อมวัสดุระดับพรีเมี่ยม การรักษาความปลอดภัยที่เหนือชั้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถรักษาประสิทธิผลการทำงานได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งระหว่างการเดินทาง
  • Latitude 5290 2-in-1 ใหม่ คือแล็ปท็อป 2-in-1 ที่มีความปลอดภัย ความสามารถในการจัดการ พร้อมความน่าเชื่อที่มากที่สุด ที่มาพร้อมกับพลังความสามารถของเครื่องแล็ปท็อปพร้อมความยืดหยุ่นในการทำงานในรูปแบบของแท็บเล็ต
  • Latitude 5490 ใหม่ เป็นเครื่องมือที่ให้ผลิตผลของงานอย่างถึงที่สุด มาพร้อมการออกแบบที่ให้ความคล่องตัวและฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับธุรกิจ

 

เดลล์ ประเทศไทย เปิดตัวโซลูชัน คอมเมอร์เชียล ไคลเอนด์ แล็ปท็อปเซ็ตใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานของผู้คนในปัจจุบันได้หลายหลายรูปแบบ และช่วยให้คนเหล่านี้ปรับตัวและเปลี่ยนสู่ยุคอนาคตได้  ทั้งนวัตกรรมและการปรับปรุงภายในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงเรื่องของประสิทธิภาพ ฟังก์ชั่นการทำงาน และประสบการณ์ของผู้ใช้งานโดยรวม

“ที่เดลล์ นวัตกรรมไม่เคยหลับใหล  เราหลงใหลในเรื่องของการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ขยายขอบเขตออกไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด” นายอโณทัย เวทยากร รองประธาน เดลล์ อีเอ็มซี อินโดจีน กล่าว

การรีเฟรชสายผลิตภัณฑ์ Latitude พัฒนาโดยคำนึงถึงคนทำงานผ่านโมบาย พร้อมด้วยมุมมองเชิงลึกจากการศึกษางานวิจัยหลากหลายที่เดลล์ได้สนับสนุนการจัดทำขึ้น ผลการวิจัยระดับโลก ชิ้นล่าสุดได้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีเกิดใหม่ โดยพบว่า 48 เปอร์เซ็นต์ของผู้นำธุรกิจทั่วโลกที่เข้ารับสำรวจ รวมถึงผู้นำในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น เชื่อว่าตนจะมีความพึงพอใจกับงานในอนาคตยิ่งขึ้น หากปลดเปลื้องภาระงานให้เครื่องจักรกลทำได้  ดังนั้น องค์กรธุรกิจรวมถึงคนทำงานในปัจจุบันกำลังให้ความสำคัญมากขึ้นกับอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการสนับสนุนการทำงานได้ทั้งปัจจุบันและในอนาคต

“เรากำลังเข้าสู่รูปแบบของการทำงานแห่งอนาคตที่ซึ่งวิถีการทำงานของผู้คน และการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ตราบเท่าที่เทคโนโลยียังคงเข้ามามีบทบาทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการฝากความคาดหวังครั้งสำคัญถึงผลกระทบในเชิงบวกที่จะนำพามาโดยเทคโนโลยีเกิดใหม่เหล่านี้”  นายอโณทัย ได้ให้ความเห็น “การจะบรรลุเรื่องนี้ ลูกค้าของเราต้องมีอุปกรณ์ที่เป็นตัวช่วยในการสร้างผลลัพธ์ของงานในปัจจุบัน พร้อมช่วยรองรับต่อเนื่องไปถึงอนาคต ด้วยประสิทธิภาพ โมบิลิตี้ และระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการอ้างถึงว่าเป็นฟีเจอร์หลักที่คนทำงานต้องการ”

สายผลิตภัณฑ์ Latitude ที่รีเฟรช นี้ เข้ามาเพื่อตอบโจทย์ช่องว่างในตลาดสำหรับอุปกรณ์โมบายเพื่อการทำงานที่ทรงพลังยิ่งขึ้น บางขึ้น และเบาขึ้น

ยกระดับประสิทธิภาพ สำหรับสายผลิตภัณฑ์ Dell Latitude

สายผลิตภัณฑ์ Latitude ของเดลล์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อคนทำงานผ่านโมบาย เป็นคอมเมอร์เชียล โน้ตบุ๊ค ที่ให้ความสามารถด้านการจัดการและให้ความปลอดภัย พร้อมกันนี้ ได้มีการรีเฟรชรุ่น 2-in-1 อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุด 8th Gen Intel® Core™ vPro™ 15W processors ทั้ง dual-core และ quad-core ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างเหนือชั้น ในการทดสอบเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผล แสดงให้เห็นถึงการยกระดับประสิทธิภาพอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้โปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้านี้ โดยในส่วนของ cores และ threads ก็สังเกตได้ถึงความแตกต่างเมื่ออยู่บนเครือข่ายของบริษัทในเวลาที่ระบบไอทีทำการรัน encryption สแกนมัลแวร์ และแอพฯ พื้นฐานอื่นๆ เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับพนักงานและรักษาความปลอดภัย  สายผลิตภัณฑ์ Latitude ยังได้รับการอัพเดทนวัตกรรมน่าตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่หลายอย่างด้วยกัน

 

Latitude 13 7390 และ 7390 2-in-1: ขุมพลังที่น่าประทับใจในดีไซน์ที่พรีเมียม

สายผลิตภัณฑ์ Dell Latitude 7390 นั้นมีการรีเฟรชในเรื่องการออกแบบที่ให้ความบางและเบา ให้ประสิทธิภาพที่เยี่ยมยอด และทางเลือกการประมวลผลอันทรงพลัง  ระบบรักษาความปลอดภัยอย่างสุดยอดของ Latitude รวมถึงความเร็วที่เหนือชั้น และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ช่วยเพิ่มอำนาจในการทำงานให้กับผู้คนอีกทั้งยังช่วยรักษาผลิตผลของงานด้านออฟฟิศ

ทั้งนี้ Latitude 7390 สร้างขึ้นด้วยวัสดุระดับไฮ-เอนด์ เช่น แมกนีเซียม อัลลอยด์ พร้อมผสมผสานการออกแบบที่พรีเมียมที่ให้ความทนทานมากที่สุด Latitude 13 7390 ใหม่ มาพร้อมทางเลือกโปรเซสเซอร์ อินเทล ตั้งแต่ Intel™ 8th Gen และ PCIe SSD เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ เดลล์ ยังได้เสนอทางเลือกฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น Dell ControlVault™ 2.0 รวมถึงเครื่องอ่านสมาร์ทการ์ดทั้งแบบ contact และ contactless และเครื่องอ่านลายนิ้วมือแบบสัมผัส หรือกล้องอินฟาเรด เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจถึงความปลอดภัยของข้อมูล

 

 

Latitude 14 7490:

Latitude 7490 มาพร้อมเทคโนโลยี Active Steering Antenna เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับเดลล์เพื่อให้ประสิทธิภาพของระยะทางระบบไวไฟที่ดีกว่าเดิม พร้อมความเร็วและความน่าเชื่อถือในการต่อเชื่อมที่ประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมาพร้อมจอแบบ Full HD ที่เป็นแบบ Super Low Power ที่จะช่วยลดการใช้พลังงานลงถึงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะมีผลต่อการยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ออกไปได้อีกหลายชั่วโมง

มาพร้อม Intel 8th Gen เครื่อง Latitude 7490 คือแล็ปท็อปขนาด 14 นิ้ว สำหรับการใช้งานในเชิงธุรกิจที่มากับวัสดุระดับพรีเมียมเพื่อให้รูปลักษณ์ที่สวยหรูและแข็งแรง พร้อมประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูง

 

 

Latitude 12 5290 และ 5290 2-in-1: ความยืดหยุ่นที่นำไปสู่ความสำเร็จ

Latitude 5290 เป็นเครื่องมือขนาด 12.5 นิ้ว ที่ให้โมบิลิตี้สูงสุด สร้างขุมพลังในเรื่องของผลงาน โดยให้ทางเลือกด้านการรักษาความปลอดภัยหลายแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการรักษาความปลอดภัยที่หลากหลาย ให้ฟีเจอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์เพื่อการพิสูจน์ตัวตนในหลายองค์ประกอบ (multi-factor authentication) เช่นเครื่องอ่านลายนิ้วมือระบบสัมผัส เครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดตามมาตรฐาน FIPS 201 และเครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดแบบแตะบัตร (contact) และเครื่องอ่านสมาร์ทการ์ดที่ใช้เทคโนโลยี NFC ที่ไม่ต้องแตะบัตร (contactless) เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต

Latitude 12 5290 หาจุดวางในพื้นที่ทำงานที่แออัดได้ง่าย มาพร้อมทางเลือกที่หลากหลายในการใช้งานระบบไร้สาย รวมถึง โมบาย บรอดแบนด์ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมจอแสดงผลแบบ HD และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อึดทั้งวัน จึงช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้ในทุกหนทุกแห่ง

 

 

Latitude 14 5490: การทำงานที่คล่องตัวในระหว่างการเดินทาง

Latitude 5490 เป็นเครื่องมือขนาด 14 นิ้ว ที่ให้ผลลัพธ์ของงานที่ดีเยี่ยม ออกแบบมาเพื่อการรักษาความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น ให้ความสามารถด้านการจัดการ และความน่าเชื่อถือที่เหนือชั้นขึ้นไปอีก ทั้งนี้ แล็ปท็อปมาพร้อม Windows Hello เพื่อรองรับระบบจดจำใบหน้า เพื่อการเข้าถึงได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย พร้อมกับทางเลือกด้านการรักษาความปลอดภัยที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ รวมถึงโซลูชันระบบรักษาความปลอดภัยในฮาร์ดแวร์ซึ่งเป็นความโดดเด่นของเดลล์โดยเฉพาะ ซึ่งให้ทางเลือกในการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น สำหรับการจัดเก็บและดำเนินการด้านพาสเวิร์ด รวมถึง biometric templates และ security codes

 

 

Dell ProSupport Plus

โซลูชัน สำหรับลูกค้าคอมเมอร์เชียล ของเดลล์ มาพร้อม ProSupport Plus ซึ่งเป็นโซลูชันที่ให้การสนับสนุนสำหรับลูกค้าระดับองค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซในอุตสาหกรรมได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการโทรหาฝ่ายเทคนิคที่เชี่ยวชาญได้ตลอดเวลา 24×7 และการให้บริการ ณ ไซต์งานหลังจากวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาได้จากระยะไกล รวมถึงให้การสนับสนุนทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และการสนับสนุนในแบบอัตโนมัติเชิงรุก ด้วย ProSupport Plus พร้อมกับ SupportAssist ช่วยลดเวลาในการแก้ไขปัญหาได้มากถึง 91 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการสนับสนุนด้านเทคนิค และยังลดขั้นตอนในการสนับสนุนให้น้อยลงถึง 71 เปอร์เซ็นต์

สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับจาก ProSupport ได้แก่

  • การติดต่อวิศวกร ProSupport ผู้มีความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในเรื่องของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ได้ตลอดเวลาแบบ 24×7
  • การสนับสนุนเพื่อช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์ถึงปัญหาได้ล่วงหน้า ด้วย SupportAssist เทคโนโลยีในการตรวจสอบของเดลล์
  • การบริการจัดการเคสแบบ self-service และการจัดส่งอะไหล่ ผ่านพอร์ทัล TechDirect โมบาย แอปพลิเคชัน หรือ API ของเดลล์
  • บริการครอบคลุมถึงการทำเครื่องตกหล่น และการกระชากของไฟฟ้า เพื่อช่วยปกป้องการลงทุนด้านฮาร์ดแวร์
  • การดูแลฮาร์ดดิสก์หลังการเปลี่ยน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการควบคุมข้อมูลเป็นอย่างดี
  • มีผู้จัดการฝ่ายเทคนิคดูแลแอคเค้าท์โดยเฉพาะ ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางในการรับและดูแลเรื่องพร้อมออกรายงานเป็นรายเดือนให้แก่ลูกค้าในระบบ ProSupport Plus นับพันหรือเกินกว่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ Dell ProSupport Plus

ราคา และการวางจำหน่าย

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะวางจำหน่ายผ่านคู่ค้าที่ได้รับการแต่งตั้ง

รุ่นผลิตภัณฑ์ ราคาเริ่มต้น (บาท)

(ไม่รวม VAT 7%)

Latitude 7390 2-in-1 (Core i5) 46,720
Latitude 7390 Laptop (Core i7) 44,850
Latitude 5290 2-in-1 49,523
Latitude 5290 Laptop 32,701
Latitude 5490 Laptop 35,505

 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

  • เชื่อมโยงกับเดลล์ผ่าน Twitter, Facebook, YouTube และ LinkedIn
  • ติดตามข่าวสารล่าสุดบน Twitter ได้จาก @Dell

เกี่ยวกับเดลล์

ด้วยรางวัลที่ได้รับทั้งในส่วนของเดสค์ท็อป แล็ปท็อป คอมพิวเตอร์แบบ 2-in-1 เครื่องธินไคลอันท์ เครื่องเวิร์คสเตชันที่ทรงพลัง และดีไวซ์ที่แข็งแรงทนทาน (rugged) ที่ผลิตขึ้นเพื่อสภาพการทำงานที่พิเศษโดยเฉพาะ ตลอดจนึงมอนิเตอร์ โซลูชันเพื่อการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ปลายทาง และการบริการ เดลล์นำเสนอสิ่งที่คนทำงาน (workforce) ต้องการในการสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย เพื่อการทำงานและการทำงานร่วมได้จากทุกที่ในทุกเวลา เดลล์เป็นส่วนหนึ่งของ Dell Technologies ที่มห้บริการลูกค้าในกลุ่มคอนซูเมอร์ไปจนถึงองค์กรทุกขนาดใน 180 ประเทศด้วยสายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมสำหรับผู้ใช้

Share This:

291 ผู้เข้าชม

เดลล์ เปิด Dell Cinema สุดอลัง ครั้งแรกในงาน Commart Connect 2018 เผยโฉม Dell XPS 13 ใหม่ พร้อมโปรฯ กระชากใจหลากหลายรุ่น

 

 

เดลล์ จัดเต็มโปรโมชั่นสุดคุ้ม ในงาน Commart Connect 2018 กับแนวคิดสุดอลัง Dell Cinema โชว์เหนือกับ สี เสียง และสตรีมมิ่ง สัมผัสประสบการณ์แบบเสมือนจริง พร้อมพบกับสินค้าไฮไลท์ตัวแม่ อย่าง XPS 13 ใหม่ ที่รับประกันความยอดเยี่ยมด้วยรางวัล CES 2018 Innovation Award ควงคู่มากับ Inspiron 13 7000 Series (7370 และ 7373 2-in-1) ที่มาพร้อมฟังก์ชันด้านเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คุณภาพระดับโรงภาพยนต์ชั้นนำ ด้วยหน้าจอทั้งแบบ Full HD และ Ultra HD ระดับ 4K เพื่อประสบการณ์การรับชมวิดีโอ หรือภาพยนต์สตรีมมิ่งได้อรรถรสแบบครบครัน โดยทั้งหมดพร้อมให้คุณได้สัมผัส และจับจองเป็นเจ้าของก่อนใคร กับโปรสุดพิเศษภายในงาน

  • เมื่อซื้อ XPS 13 รับฟรีทันที WD Element 1 TB External Hard disk พร้อมบัตรของขวัญเซ็นทรัล มูลค่า 3,000 บาท
  • เมื่อซื้อ Inspiron 13 7000 Series รุ่น 7370 หรือ 7373 2-in-1 รับฟรีทันที บัตรของขวัญเทสโกโลตัส มูลค่า 1,000 บาท พร้อมซอฟต์เคสสำหรับ Inspiron 13 7373 และ รุ่น 7370

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่รวมรายการอีกมากมาย พร้อมโปรกระชากใจและช่วงนาทีทองให้เลือกช้อปได้ในระหว่างวันที่ 22 -25 มีนาคม 2561 ที่บูธ P4 Plenary Hall ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามความเคลื่อนไหวโปรโมชันอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊คของเดลล์ ประเทศไทย: http://www.facebook.com/Dellthailand

Share This:

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ Tagged

1.3K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ DELL ALIENWARE AURORA R7 สุดยอด DESKTOP GAMING เพื่อคอเกมตัวจริง

 

 

สวัสดีเพื่อนๆชาว GcubeZ ทุกท่านที่เข้ามาชมการทดสอบนี้ครับ วันนี้เราได้เอาผลทดสอบที่ใช้อ่านค่ากราฟการทำงานและรูปร่างหน้าตาดีไซน์ของคอมพิวเตอร์เดสทอปเกมมิ่งตัวแรง ที่เราได้ทดสอบกันไปได้ไม่นานนี้เอง กับ DELL ALIENWARE AURORA R7 -2695101THW10CFL ซึ่งมันเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีสเปคในการเล่นเกมที่ทรงพลังและมี Hardware เป็นตัว TOP ของตลาดในเวลานี้ครับ

 

นั้นก็เพราะว่า DELL ได้มีการเลือกใช้ CPU Intel Core i7 8700 ซึ่งเป็น CPU Gen 8th ที่เพิ่งออกมาได้ไม่นาน อีกทั้งยังเป็น CPU ที่มีการเพิ่มจำนวนคอร์เข้ามาอีกจากของเดิมตัว TOP จะเป็น Core i7 7700 4คอร์ 8 เธรด ได้มีการปรับมาใช้ CPU Intel Core i7 8700 ที่เป็น CPU แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ทำให้รองรับการทำงานกับเกมรุ่นใหม่ๆที่ต้องการพลังการประมวลผลของ CPU เยอะๆ ได้มากยิ่งขึ้น

 

อีกความพิเศษครั้งนี้ก็คือว่า การ์ดจอที่เอามาติดตั้งลงไปคราวนี้ ก็เป็นการ์ดจอรุ่นหัวเรือใหญ๋อย่าง NVIDIA Geforce GTX 1080 Ti 11 GB กันเลยทีเดียว แถมยังเพิ่มขนาดของ RAM เครื่องมาเป็น 32 GB และใส่ SSD m.2 ขนาด 512 GB ไว้ลงวินโดว์กับติดตั้งโปรแกรมโดยเฉพาะ

 

ตัวเครื่องเดสทอป คลิ๊กเลื่อนดูภาพที่สไลด์ด้านล่างนี้

ตัวเครื่องออกแบบมาได้ดูหรูหราและค่อนข้างภูมิฐานมาก วัสดุที่นำมาใช้ทำตัวเคสดูแข็งแรงทนทานมากครับ ยกเว้นส่วนของช่องระบายความร้อนด้านบนเคสที่เป็นพลาสติกที่ไม่ได้แข็งแรงมาก ฉนั้นอาจจไม่ทนทานต่อแรงกระแทกหรือการกดทับหนักๆได้มากนัก แต่หากเป็นการใช้งานทั่วๆไปก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรตรงจุดนี้ เพราะถือว่าออกแบบมาให้มีความห่างมากพอที่จะระบายอากาศร้อนออกไปได้ดี

 


 

ช่องต่ออุปกรณ์ด้านหลังเคส คลิ๊กเลื่อนดูภาพที่สไลด์ด้านล่างนี้

ช่องต่ออุปกรณ์ USB สาย ต่อจอให้มาค่อนข้างจะเหลือเฟือครับ ส่วนการต่อออกภาพนั้นให้ไปต่อที่ช่องต่อด้านล่างบริเวณ VGA Out ที่เป็นกรา์ดจอ GTX 1080 Ti เท่านั้นครับ เพราะช่องต่อ VGA ด้านบนจะเป็นช่องต่อกราฟฟิค Intel

 


 

ในชุดเครื่องเดสท้อปตัวนี้จะมีแถมคีย์บอร์ด และเม้าส์มาตรฐานให้ 1 ชุดครับ คุณภาพพอใช้งานได้ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับยอดเยี่ยมอะไรนัก อย่างน้อยก็ถือว่าแถมให้ครับ

 

 

 


 

Live สดทดสอบ Dell Alienware Aurora R7

 

ทดสอบ Dell Alienware สุดเทพที่มาพร้อมกับ GTX 1080 Ti

ทดสอบ Dell Alienware สุดเทพที่มาพร้อมกับ GTX 1080 Ti Geeratt Ratchapaksophon

โพสต์โดย GcubeZ บน 5 มีนาคม 2018


SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8700  Boost All Core 3.6GHZ
Mother Board DELL Z370 OEM
Graphics Accelerator Geforce GTX 1080 Ti 11 GB
Memory 32GB 16*2 CL 16-18-18-18 2666
SSD 512 GB m.2
HDD 2 TB SATA3
PSU 600 Watt 80 Plus
OS Microsoft Windows 10 Home 64

 


การทดสอบเกมที่เราใช้การตั้งค่ากราฟฟิคสูงสุดของเกมนั้นๆครับ

 

 

 

 

 


 

ผลการทดสอบ Benchmark ต่างๆ

 

3DMark Fire Stike ทดสอบประสิทธิภาพกราฟฟิค และ CPU

 

 

3DMark Time Spy ทดสอบประสิทธิภาพกราฟฟิค และ CPU

 

 

Cinebench R15 ทดสอบประสิทธิภาพ CPU ในแบบ Multitask

 

 

CPU Z ทดสอบประสิทธิภาพ CPU ทั้งแบบ Single Thread และ Multi Thread

 

GPU Z ให้ดูความสามารถในการ Overclock VGA GTX 1080 Ti ซึ่งสามารถ OC ได้ดีในระดับนึงครับ

 

 


 

ช่วงนี้ DELL มีโปรโมชั่นครับ ถ้าซื้อเครื่อง ALIENWARE AURORA R7 ที่ใช้ CPU Core i5 Core i7 จะมีแถมชุด Gaming Gear ตัวเทพไปเลย

 

 

Gaming Gear ทั้ง 2 รุ่นที่จะแถมครับ คลิ๊กเลื่อนดูภาพที่สไลด์ด้านล่างนี้

 

 


 

ในการทดสอบครั้งนี้ DELL ได้ให้จอที่เอามาทดสอบคู่กับเครื่องเดสทอปเกมมิ่ง ซึ่งเป็นจอ Gaming ตัวที่รองรับเทคโนโลยี NVIDIA G-Sync ที่มีค่า Refresh Rate 240 Hz และ Responsive Time ที่ 1 ms เลยทีเดียว อีกทั้งยังให้คุณภาพของตัวภาพที่สวยงามมากครับ โดยที่ตัวจอนั้นเป็นจอแบบ 1920*1080 p รองรับการปรับแต่งภาพได้หลายระดับ หลายรูปแบบ

 

ตัวจอนั้นสามารถที่จะปรับองศาของจอได้ทั้งแบบหันซ้าย ขวา อย่างละ 15 องศา อีกทั้งยังหงายขึ้นและลงได้อย่างละ 15 องศาครับ ตัวจอสามารถที่จะปรับระดับความสูงต่ำของหน้าจอใไห้สัมพันธ์กับความสูงขณะนั่งของผู้ใช้งาน อีกความพิเศษของจอรุ่นนี้ที่มีอีกก็คือความสามารถหันจอได้ 180 องศา เป็นแนวตั้งได้อีกด้วย โดยที่จะหันได้ฝั่งละ 90 องศาครับ เหมาะมากที่เอาไว้เล่นเกมที่เป็นมุมมองแนวตั้งอย่างอาเขตเกม

 

 


 

Final Thought / Mike GcubeZ : เป็นเดสทอปเกมมิ่ง OEM ที่ดีมากตัวนึงในการเลือกสเปคเข้ามาใช้งานได้เหมาะสมกันดี มีสมรรถนะที่สูงมาก และรองรับอนาคตในการใช้งงานได้ค่อนข้างยาวนาน แต่ก็มีจุดด้อยที่ต้องเอามาหักล้างด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกซื้อส่วนบุคคลด้วยครับ แต่สำหรับผมถ้าหากมีงบประมาณถึง ก็เป็นคอม OEM อีกตัวที่ผมสนใจในระดับต้นๆของตลาด ด้วยเรื่องของดีไซน์ ประสิทธิภาพและการรับประกันครับ

 

1.การใช้งานเดิมๆ ประสิทธิภาพสูงโดยที่ไม่ต้อง Overclock  เพราะใช้ Hardware รุ่น TOP ของเวลานั้น

2.ดีไซน์มาตรฐานทั่วๆไป แต่สวยงามถูกใจผู้ทดสอบมาก

3.ราคา 129,000 บาท ถือว่าแพงพอสมควร เพราะประกอบคอมเองสเปคนี้ใช้งบ 80,000 บาท โยประมาณ แต่ก็มีของแถมมาให้เป็น Gaming Gear ราคาเหยียบหมื่น

4.การรับประกัน 2ปี ที่ค่อนข้างจะดีต่อผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ค่อนมีความรู้ในด้านเทคนิคมาก ก็มีบริการ On site – และ Call Center ให้ตลอด 24 ชม. อันนี้ทำให้ราคาค่าตัวเครื่องนี้ดูไม่แพง

 

สรุปท้าย – ใครที่มองหาคอมพิวเตอร์ที่มาครบครันแรงแต่เกิด และมีบริการที่ดีในประกันที่มาพร้อมเครื่อง จะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ตอบโจทย์ตลาดคนกลุ่มนี้ครับ ทีเดียวจบและไม่ต้องซื้อเพิ่มอีก เพราะ Hardware ที่ใส่มาค่อนข้างแรงและรองรับการใช้งานในอนาคตได้ยาวนานพอสมควร

 

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงามหรูหรามาก
  • เนื้องานของตัวเครื่องวัสดุดูดี
  • Hardware ภายในให้มาสุดในทุกด้าน เหลือเฟือต่อการใช้งาน
  • อุปกรณ์เสริม Gaming Gear ที่แถมมาช่วงโปรโมชั่นน่าสนใจมาก
  • มีประกันระดับ Platinum ให้ผู้ใช้งานสบายใจตลอดระยะเวลาการดูแล

จุดที่ควรปรับปรุง

  • ตะแกรงระบายความร้อนด้านบนเครื่องดูเปราะไปนิดนึง กระแทกแรงๆอาจแตกได้
  • ราคาจำหน่ายอาจจะสูงไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเครื่อง OEM ยี่ห้ออื่นๆ ที่มีการปรับประกันคล้ายๆกัน

 

ช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ JIB  Lazada  Invadeit  


 

ขอขอบคุณ DELL ประเทศไทย ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

 

 

Share This:

288 ผู้เข้าชม

Dell เปิดตัวแล็ปท็อป XPS 13 ใหม่ เจิดจรัสอย่างมีสไตล์ ทรงพลัง เหนือกว่าในทุกมิติ 

 

ประกาศเปิดตัวแล็ปท็อป XPS 13 ใหม่ ด้วยขนาดเล็กกะทัดรัด พร้อมรูปลักษณ์เพรียว เบา บางเฉียบยิ่งขึ้น ด้วยจอแสดงผลแบบ InfinityEdge ด้วยความละเอียดสูงระดับ 4K มีให้เลือกใช้เท่ๆ ใน 2 สไตล์ ได้แก่ Platinum Silver และ Black มาพร้อม Rose Gold และ Alpine White อันเจิดจรัส

เดลล์ XPS 13 รุ่นใหม่ คือการพัฒนาปฏิวัติปรับปรุงรูปโฉมของผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ชื่นชมที่สุดในประวัติศาสตร์ของเดลล์ ด้วยจอแสดงผลภาพที่ดีขึ้น ขอบจอที่เล็กลง และยังมาพร้อมโซลูชั่นที่ใช้ในโรงภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ ตัวเครื่องไม่ได้มีแค่ความบางแต่เพรียวบางยิ่งกว่าเดิม น้ำหนักเบายิ่งขึ้น และมีขนาดเล็กลง พร้อมขุมพลังที่แรงขึ้นกว่าเดิม ปิดท้ายด้วย XPS 13 ใหม่ล่าสุด สีโรสโกลด์ ภายในมีการออกแบบด้วยสี alpine white ดูเรียบหรู อัดแน่นไปด้วยนวัตกรรม XPS 13 คุณภาพดีอย่างแท้จริง

รายละเอียดผลิตภัณฑ์

  • ความบันเทิงชุดใหม่ภายใต้ Dell Cinema ด้วยเทคโนโลยีที่เหนือระดับและหน้าจอ InfinityEdge ระดับ 4K เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่รวมเข้าด้วยกัน สร้างประสบการณ์การรับชมทั้ง Netflix และ iFlix ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • ตัวเครื่องขนาด 13 นิ้วเล็กที่สุดในโลก ทำให้ความสะดวกสบายสำหรับการพกพาในระว่างการเดินทาง
  • ด้วยขุมพลังที่แรงที่สุดในแล็ปท็อปตระกูล 13 นิ้ว XPS 13 มาพร้อมประสิทธิภาพอันทรงพลังกับ 8th Generation Intel® Quad Core™ processor และ Dell Power Manager
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างยาวนานที่สุดของแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว คุณสามารถจบการนำเสนองานได้ทุกที่ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการตามหาปลั๊กไฟ
  • งานฝีมือชิ้นเยี่ยมกับการใช้อลูมินัมในสี platinum silver พร้อมแป้นพักมือคาร์บอน ไฟเบอร์ มาพร้อมเวอร์ชันสี rose gold ที่เปิดตัวพร้อมไฟเบอร์กลาสสี alpine white ที่ถักทอเป็นแป้นพักมือสีขาว ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นสำหรับเดลล์โดยเฉพาะ
  • XPS 13 คือแล็ปท็อปรายแรกที่มาพร้อมกับฉนวนกันความร้อน GORE™ Thermal Insulation ซึ่งให้การระบายความร้อนในระดับที่ต่ำกว่าอากาศ ด้วยตัวเครื่องที่บางแต่สามารถระบายความร้อนได้อย่างคล่องตัว ซึ่งฉนวนกันความร้อนจะนำความร้อนออกจากอุปกรณ์ ทำให้เครื่องมีอุณหภูมิต่ำลง และทำให้ตัวเครื่องมีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น
  • ในฐานะของแล็ปท็อปที่มาพร้อมการประหยัดพลังงาน และถูกออกแบบมาพร้อมกับวัสดุพรีเมี่ยม บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และเป็นมิตรกับการรีไซเคิล เดลล์ XPS 13 เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดของเดลล์ แบบ Silver Aluminum ประกอบด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกที่เก็บออกจากมหาสมุทร (Ocean Plastic) และถูกนำมาเปลี่ยนเป็นวัสดุที่มีประโยชน์

 

เปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2012 (Consumer Electronics Show) เครื่อง XPS 13 ยกระดับไปสู่ความเหนือชั้นที่สืบสานอยู่ในสายผลิตภัณฑ์ XPS ในฐานะของแล็ปท็อปที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลกและผู้ชนะเลิศรางวัลด้านผลิตภัณฑ์มากกว่าสายผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในประวัติศาสตร์เดลล์ อีกทั้งเพิ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติล่าสุดจาก CES 2018 Innovation Award

เดลล์ ได้รังสรรค์จินตนาการใหม่ให้กับ XPS 13 ด้วยแรงบันดาลใจจากแวดวงแฟชั่นซึ่งสี Rose Gold ยังคงเป็นสีที่อยู่ในเทรนด์ ขณะที่สีขาวก็ยังคงเป็นสีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นสีที่เห็นอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือ ตลอดจนรองเท้า sneakers ที่กำลังเป็นที่นิยม ในการเปลี่ยนโฉม XPS 13 ให้เป็นสีขาวนั้น เดลล์พยายามอย่างยิ่งในการเนรมิตผลิตภัณฑ์ที่เรียบหรู และสมบูรณ์พร้อม ด้วยการผนึกกำลังทีมงานกว่า 10 คน ทุ่มเทระยะเวลาการทำงานกว่า 11,520 ชั่วโมง และทำการทดลองกว่า 50 ครั้ง เพื่อรังสรรค์ระบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้งภายในและภายนอก โดยทีมออกแบบของเดลล์ไม่ได้ต้องการเพียงเปลี่ยนสีเครื่องให้เป็นสีขาวเท่านั้น หากแต่ต้องการใช้วัสดุที่แท้จริง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าตัวเครื่องจะยังคงความงามเสมือนเพิ่งใช้งานเป็นวันแรก แม้จะผ่านการใช้งานมายาวนานหลายปีแล้วก็ตาม

ในการรังสรรค์ส่วนรองข้อมือในสีขาวที่ให้อารมณ์เสมือนเป็นลายถักทอ ทีมงานได้พิจารณาใช้วัสดุที่แตกต่างออกไป โดยก้าวข้ามข้อจำกัดด้านสีของวัสดุคาร์บอน ไฟเบอร์แบบดั้งเดิม ซึ่งทางเลือกคือการใช้วัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่เรียกว่า Crystalline Silica ที่มีการถักทอออกมาเป็นสีขาวที่แท้จริง คล้ายกับเนื้อผ้าที่มีการถักทอไปมาถึงเก้าชั้น ทั้งนี้ เดลล์คือรายแรกที่ใช้การถักทอไฟเบอร์กลาสในแล็ปท็อป

การถักทอไฟเบอร์กลาสเป็นสี alpine white ช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับฝาปิดอลูมินัมของ XPS 13 ใหม่ในสี rose gold เพื่อให้ความหรูหราในเวลาที่มอง พร้อมความเรียบลื่นยามสัมผัส  สิ่งที่มาพร้อมความสวยงามคือความคงทนด้วยไททาเนียม ออกไซด์ที่เคลือบอยู่ด้านบนพื้นผิวเพื่อความเงางาม ช่วยต้านทานแสง UV และรอยเปื้อน เพื่อป้องกันการเกิดคราบ หรือการเปลี่ยนสีไปตามระยะเวลาใช้งาน ตามจริงแล้ว หากเกิดรอยเปื้อน ไม่ว่าจะจากสีของปากกา หรือคราบต่างๆ ผู้ใช้สามารถเช็ดออกได้อย่างง่ายดาย และด้วยความสามารถในการทนทานต่อความร้อนในระดับที่เหนือกว่าโลหะ การถักทอด้วยไฟเบอร์กลาสยังช่วยให้ตัวเครื่องรักษาความเย็นได้มากขึ้น ช่วยรองรับการใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ: เส้นใยของไฟเบอร์กลาสในส่วนที่รองมือ (palm rest) ฝั่งหนึ่ง หากนำมาเรียงยาวจนสุด จะยาวถึง 117,500 ไมล์ (189,098 กิโลเมตร) หรือเกือบเท่าครึ่งหนึ่งของระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์ ซึ่งนับเป็นการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน

เดลล์ไม่เพียงสร้างสรรค์แล็ปท็อปที่สวยงามสู่ตลาด หากใส่ใจในรูปลักษณ์การออกแบบทั้งหมด ที่รวมไปถึงสายพาวเวอร์สีขาวที่เข้าคู่กันอย่างเหมาะเจาะกับอะแดปเตอร์ USB-A / USB-C  ทั้งนี้ เดลล์ได้ลงทุนในการผลิตบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลที่ยั่งยืนจากพลาสติกที่เก็บจากมหาสมุทร และที่ทำจากไม้ไผ่ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าด้วยความมั่นใจว่าเดลล์กำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการทำหน้าที่ส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือโลก

นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตาแล้ว เดลล์ XPS 13 รุ่นใหม่ ยังให้สิ่งที่เหนือชั้นกว่าในทุกมิติ  โดยปัจจุบัน เป็นแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว ที่เล็กที่สุดในโลก และพกพาได้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก มาพร้อมจอแสดงผลแบบไร้ขอบ InfinityEdge ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ลงตัวในกรอบแล็ปท็อปขนาด 11 นิ้วได้อย่างเหมาะเจาะ โดยตัวเครื่องบางกว่าเดิมถึง 30 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 3.4 มิลลิเมตร พร้อมความเบายิ่งขึ้น โดยมีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 2.7 ปอนด์ทำให้ XPS 13 เป็นสุดยอดของความคล่องตัวและความทนทานในการใช้งาน

ด้วยการทำงานบนระบบปฏิบัติการ  Windows 10 และขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel 8th Generation Quad Core รุ่นล่าสุด ทำให้ XPS 13 ทำงานด้านโมบายด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า พร้อม SSD แบบ fast booting ความจุสูงถึง 1TB ในการใช้งาน ลูกค้าสามารถคาดหวังได้ถึงอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่สุดของแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว โดยรองรับการทำงานได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมงในรุ่น FHD และสูงถึง 11 ชั่วโมงบน UHD (Mobile Mark 14) ดังนั้น นอกเหนือจากการทำให้ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลงและเบายิ่งแล้ว เดลล์ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ XPS 13 ใหม่ให้สูงกว่าเครื่องรุ่นปี 2015 ถึงสองเท่า ทำให้ XPS 13 เป็นแล็ปท็อปที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในบรรดาเครื่องรุ่นเดียวกัน

XPS 13 มาพร้อม Dell Power Manager ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับสมดุลของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ การชาร์จไฟ         ความร้อน และอะคูสติค นอกจากนี้ Dynamic Power Mode จะให้สมรรถนะการทำงานในระดับสูงสุดสำหรับการใช้งาน แอพพลิเคชันต่างๆ อาทิ การทำวิดีโอ เรนเดอริ่ง การทำสเปรดชีตในระดับแอดวานซ์ ขณะที่มีการตรวจสอบ และจัดการอุณหภูมิของระบบได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งหมายความว่า XPS 13 จะยังคงรักษาประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงได้แม้มีการใช้งานต่อเนื่อง ในขณะที่แล็ปท็อปอื่นๆ อาจมีประสิทธิภาพลดลง

ในส่วนของวิศวกรรมด้านความร้อน เครื่อง XPS 13 คือแล็ปท็อปตัวแรกของโลกที่สร้างด้วยฉนวนกันความร้อน GORE ™ Thermal Insulation ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนเดียวกับ Silica Aerogels ที่ใช้งานในสภาพแวดล้อมด้านงานวิทยาศาสตร์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและงานวิศวกรรมแบบเต็มพิกัด เพื่อกระจายและลดความร้อน โดยวัสดุดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นฉนวนกันความร้อนของยานสำรวจดาวอังคาร (Mar Rovers) และการจับอนุภาคความเร็วสูง (Hyper Velocity Particle) ในโครงการอวกาศ Stardust  โดยวัสดุนี้จะดึงความร้อนออกจากอุปกรณ์โดยตรง เพื่อทำให้ระบบเย็นลงในขณะที่กำลังทำงานอย่างหนัก

ด้วยจอแสดงผลที่มีความละเอียดกว่า 2.5 ล้านพิกเซลพร้อม 4K Ultra HD เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่เป็น +QHD จอแสดงผล rSGB 100% บน XPS 13 ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับสีที่ถูกต้องในการแสดงผล ไม่ว่าจะสำหรับมืออาชีพด้านงานกราฟิคหรือการรับชมรายการโปรด เนื่องจากตระหนักดีว่าผู้ใช้ในปัจจุบันนิยมใช้พีซีในการรับชมคอนเท้นท์แบบสตรีมมิ่ง เดลล์มอบประสบการณ์ความดื่มด่ำในการรับชมภาพยนต์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยสีสันและรายละเอียดเสียงที่คมชัดและทรงพลังมากกว่าเดิม พร้อมกับลดการบัฟเฟอร์ลง เพื่อให้ผู้ใช้รับชม Netflix หรือ iFlix ได้อย่างเต็มรูปแบบ

และด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพลัง การออกแบบด้วยการใช้วัสดุที่สวยงามและยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมความเป็นมิตรต่อการรีไซเคิล เครื่อง XPS 13 คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ซึ่งตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด โดยรุ่นสีเงิน อลูมินัม มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ของเดลล์ ที่ผลิตจากพลาสติกซึ่งนำมาจากมหาสมุทร (Ocean Plastic) โดยเป็นขยะพลาสติกที่เก็บกู้มาจากทางเดินน้ำและนำมาปรับเปลี่ยนให้เป็นวัสดุที่ทรงคุณประโยชน์

Share This:

6.1K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ Dell Inspiron 13 7370 มาพร้อมกับ CPU intel Core i7 Gen 8th

 

สวัสดีครับเพื่อนๆชาว GcubeZ กลับมาพบกับเราอีกครั้งกับการรีวิว Ultrabook จาก Dell กับ Model ที่เชื่อว่า DELL Inspiron 13 7000 ที่ในคราวนี้พกพามากับความแรงไปกับ CPU Intel Core i7 8550U ซึ่งเป็น Processor รุ่นใหม่ล่าสุดจากฝั่ง Intel ครับ

โดยที่วัสถุประสงค์ของเจ้า Ultrabook ตัวนี้ก็เพื่อให้ผู้ใช้งานที่มีความใส่ใจในเรื่องของดีไซน์ที่หรูหรา จะต้องควบคู่ไปกับประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม มันจะต้องไปด้วยกันได้ด้วย ทีนี้เจ้า Ultrabook ตัวนี้จะมีคำตอบให้คุณยังไงบ้างเดี๋ยวเราลองมาดูกันต่อไปนี้เลย

บริษัท Dell มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานแล้วครับในเรื่องของผลิตภัณฑ์ Notebook ซึ่งในแต่ละครั้งที่มีผลิตภัณฑ์ notebook จาก Dell ออกมาสู่ตลาด ผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มที่เน้นเรื่องของความทนทานและดีไซน์ที่ดูหรูหราแข็งแรง มักจะมองหา Notebook จากยี่ห้อนี้เสมอครับ

ตัวเครื่องจะมีบอดี้เป็นวัสดุอลูมิเนียมทั้งหมดครับ โดยที่จะมีลักษณะพื้นผิวเป็นผิวทรายละเอียดสีเงิน ตัดด้วยขอบสีเงินเงาบริเวณรอยต่อ ตามขอบตัวเครื่อง และตัวโลโก้ของ Dell

ที่ด้านใต้เครื่องก็เป็นวัสดุที่เป็นโลหะอลูมิเนียมทั้งตัวเช่นกันครับ โดยจะมีแผงระบายความร้อนขนาดยาวเอาไว้ใต้เครื่อง ซึ่งช่วยระบายอากาศร้อนอออกจากตัวเครื่องได้ดี

เข้ามาดูที่สายกันครับว่าให้อะไรมาบ้างใน 1 กล่อง ในกล่องจะประกอบไปด้วย

  • สาย AC ต่อไฟ 1เส้นที่เอาไว้ต่อเข้ากับ Adaptor ครับ
  • Adaptor  แปลงไฟ 1 ตัวรองรับมาตรฐาน 100 – 240V

ตัวเครื่องจะเป็นจอขนาดเส้นผ่านแนวทะแยงขนาดจอ 13.3 นิ้ว มีความบางทั้งเครื่องรวมกัน 1.55cm และส่วนที่บางที่สุดจะอยู่ที่ 0.6cm เองครับ

อีกทั้งมันยังสนับสนุนเทคโนโลยี Fast Booting ที่เปิดเครื่องเพียงราวๆ 3 วนาทีก็สวามารถใช้งานได้ทันที เรียกว่าเร็วแรงมากๆสำหรับ Ultrabook ตัวนี้

Waves Maxx Audio ระบบเสียงลำโพงที่ให้มาก็ทำออกมาสนับสนุนการแสดงผลของคลื่นเสียงที่มีความสามารถในการผ่าทะลุคลื่นเสียงรอบๆที่รบกวนได้ ทำให้ผู้ใช้งานนอกสถานที่ยังคงสามารถได้ยินความถี่ของเสียงจาก Ultrabook ตัวนี้ได้เป็นอย่างดีครับ

 

สติ๊กเกอร์การันตีบริการจาก Dell ที่ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจว่า เมื่อเครื่องของท่านขัดข้อง จะมีบริการเสริมที่บริการถึงที ตลาดจนบริการที่จะตอบข้อสงสัยของผู้ใช้งานได้ตลอด 24 ชม.

ตัวทัชแพด เป็นแบบ All Touch Design ตามมาตรฐาน Notebook ปัจจุบันครับ แต่ข้อดีที่อยากจะหยิบยกมาคือการสัมผัสบริเวณขอบที่เมาท์แพดแล้วลาก มันก็ยังควบคุมการลากได้ดีอยู่ ซึ่งในกรณีนี้ Notebook บางรุ่นที่ยังไม่ดีพออาจจะลากเมาท์แพดติดบ้างไม่ติดบ้าง เวลาที่เราสัมผัสกับบริเวณขอบๆ


มาดูที่รายละเอียดสเปคเครื่องกันดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้าง

Processor
  • 8th Generation Intel® Core™ i7-8550U Processor (8MB Cache, up to 4.0 GHz)
Operating System
  • Windows 10 Home
Memory1
  • 8 GB DDR4 2400MHz
Video Card
  • Intel® UHD Graphics 620 with shared graphic memory
Display

13.3-inch FHD (1920 x 1080) IPS Truelife LED-Backlit Narrow Border Touch Display

Audio and Speakers
  • (2) tuned speakers; audio processing by Waves MaxxAudio® Pro
Hard Drive
  • 256 GB SSD
    512 GB PCIe NVMe SSD
Power
  • Battery
    38Whr 3-Cell Battery, Integrated, with Quick Charge

A/C Adapter
45 Watt AC Adapter

Camera
  • Infrared Camera
Wireless
  • 802.11ac + Bluetooth 4.2, Dual Band 2.4 & 5 GHz, 2×2
Dimensions
  • Non Touch
    Height: 15.19-16.42mm / 0.60” – 0.65” x Width: 309.7mm / 12.19” x Depth: 215.7mm / 8.49“
    Starting at 3.09lbs (1.40kg)

Touch
Height: 15.51–16.74mm / 0.61” – 0.66” x Width: 309.7mm / 12.19” x Depth: 215.7mm / 8.49“
Starting at 3.09lbs (1.40kg)

Ports
  • 1 3-in-1 SD Card Reader
    1 USB 3.1 Gen 1 Type A
    1 Security N Lock
    1 Power adapter
    1 USB 3.1 Gen 1 Type-C ™ (DP/Power Delivery)
    1 HDMI out
    1 USB 3.1 Gen 1 Type A with PowerShare
    1 Audio
Slots
  • 1 Noble Security Lock
Chassis
  • Exterior Chassis Materials
    Brushed Aluminum

Keyboard
Standard backlit full-size, spill-resistant keyboard

Touchpad
Multi-touch gesture-enabled precision touchpad with integrated scrolling

อีกคุณสมบัติของมันคือหน้าจอที่เราสามารถสัมผัสได้ครับ ซึ่งจะรองรับการสัมผัสของจอได้ที่เดียวพร้อมกันถึง 10 จุดด้วยกัน อีกทั้งมันยังสามารถพับจอลงมาให้อยู่ในระนาบแบบนอนขนานกับพื้นได้ กรณีที่เราจะเน้นการใช้งานแบบสัมผัสมากๆและหนักเร็ว

พอร์ตเชื่อมต่อด้านซ้ายของเครื่อง

พอร์ตเชื่อมต่อด้านขวาของเครื่อง

ที่ด้านข้างของตัวจอเราจะพบว่าสันข้างของมันมีขนาดความบางที่บางเอามากๆ คือหนา 6 mm วัดจากขอบเท่านั้น สมแล้วที่มันเป็น Ultra Thin


มาเริ่มทดสอบประสิทธิภาพของตัวเครื่องกันดีกว่าครับ

Benchmark ทดสอบประสิทธิภาพของ CPUZ

Benchmark ทดสอบประสิทธิภาพ CPU Cinebench R15 Multicore

Benchmark ทดสอบประสิทธิภาพ VGA Cinebench R15 Open GL

Benchmark ทดสอบการถอดรหัส X264 Full HD ด้วย CPU

Benchmark ATTO ทดสอบประสิทธิภาพของ SSD ในการอ่าน – เขียนไฟล์ข้อมูล

Benchmark Winrare ทดสอบประสิทธิภาพ CPU ในการบีบอัดไฟล์


Live Unbox ตัวเครื่อง พร้อมเปิดเครื่องเพื่อทดสอบการใช้งานทั่วไปเบื้องต้น

แกะกล่องลอง Notebook Core i7 8550 Gen 8th ของ Dell Inspiron 13 – 7000 (7370)

แกะกล่องลอง Notebook Core i7 8550 Gen 8th ของ Dell Inspiron 13 – 7000 (7370)แก้ไขเพิ่มเติมนะครับ Windows ที่ติดตั้งมาเป็น Windows 10 ครับ (พูดผิด)

โพสต์โดย GcubeZ บน 1 กุมภาพันธ์ 2018


Final Thought / Mike GcubeZ : หลังจากลองดูแล้วบอกคำเดียวว่ามันไม่ใช่จอที่จะเอาไว้เน้นเล่นเกมครับ แต่ถ้าถามว่าคุณจะเอาจอแบบนี้มาเพื่อใช้งานทั่วไป และทำงานกราฟฟิคละก็ ต้องบอกว่ามันเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ ด้วยคุณสมบัติของการแสดงผลภาพก็ดี ดีไซน์ก็ดี สิ่งที่จะสรุปต่อไปนี้เกิดจากความรู้สึกที่ได้ลองแล้วรู้สึกอย่างไร จะเป็นทัศนคติของผู้เขียนล้วนๆนะครับ ที่เหลือไปตัดสินใจกันเอง

วัสดุที่ผลิตตัวจอ ถ้าพูดถึงภายนอกก่อนเลย เรื่องวัสดุสอบผ่านมากๆครับให้ 99% เลย เนื้องานดีสุดๆ

สเปคของจอที่ได้ และการใช้งานจริง สเปคของจอไม่ได้หรูหราอะไรในแง่ refresh Rate / และ response Time แต่ในแง่ของการแสดงผลทั้งคุณภาพของภาพแบบ 2D 3D วิดีโอต่างๆ ทำได้ยอดเยี่ยมมากครับ มันเน้นที่คุรภาพของภาพที่ได้มากกว่า อีกทั้งจอรองรับการแสดงผลของ Bit สี HDR 10Bit แท้ๆด้วยนะครับ จึงทำให้ได้ได้ภาพที่สวสดงดงามมากกว่าจอมาตรฐานทั่วๆไป

ดีไซน์การออกแบบ ส่วนตัวต้องของชื่นชมเรื่องดีไซน์ของมันครับ ดูเรียบง่าย แต่ไม่ได้พื้นๆนะครับ ด้วยความที่วัสดุการผลิตมันดีมากอยู่แล้วจึงทำให้มันดูดีขึ้นไปอีก แต่ไฮไลท์ความสวยน่าจะอยู่ที่ด้านหลังของจอครับ บริเวณขาจับตัวจอดีไซน์เก๋ดี


จุดที่ดีของสินค้า

  • งานเกรดวัสดุการผลิตดีสุดๆ
  • มีหน้าจอแบบสัมผัส 10 จุดชนิด IPS ที่ใช้งานง่าย และสวยงาม
  • Fast Booting เปิดเครื่องทำงานไวมาก 3 วินาทีเอง
  • ใช้พลังงานสูงสุดเพียง 45w ใช้งานทั่วไปต่อเนื่องได้ถึง 6 ชั่วโมง
  • ระบบเสียงที่มีคลื่นเสียงมีมิติ แยกออกจากเสียงภายนอกได้

จุดด้อยที่ควรปรับปรุง

  • ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB น้อยไปหน่อย

สุดท้ายจริงๆแล้วนะ –  สินค้าตัวนี้ดูดีตั้งแต่ชิ้นงานประกอบ ตัววัสดุเองก็ดี ฟีเจอร์เด่นๆก็ดี แถมมีประสิทธิภาพที่ดีมากๆในการใช้งานทั่วๆไปรวมไปถึงการเอาไปทดงานที่ต้องการประสิทธิภาพของ CPU ก็ OK เลย ตัวนี้สอบผ่านไปเลยครับในทุกด้านที่เหลือก็อยู่ที่ราคาที่เพื่อนจะเอามาเป็นตัวตัดสินใจและความชอบส่วนตัวด้วยครับ


ขอขอบคุณ DELL ประเทศไทย ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

1.8K ผู้เข้าชม

Intel Core i7-8705G + Vega M Vs i5-8250U + GeForce MX 150

 

ดูเหมือนว่า Intel ได้ประสบความสำเร็จในการทำชิพร่วมกับ AMD ได้ด้วยดีด้วยการใช้งาน CPU จากทาง Intel และ GPU จากทาง AMD วางบนตัวชิพเดียวกันทำให้เกิดระบบ multi-chip ขึ้นมาในชื่อ Core i7-8705G เป็นการรวมเอา CPU 4 core 8 thread (Kaby Lake) ร่วมด้วย GPU AMD “Vega” และยังมีการใช้งานหน่วยความจำ 4 GB HBM2 ซึ่งได้มีการนำมาเปรียบเทียบกับหน่วยประมวลผลของ Intel Gen 8 ในรุ่น Intel Core i5-8250U พ่วงด้วยหน่วยประมวลผลกราฟฟิกรุ่นใหม่ในชื่อ GeForce MX 150

Dell ที่ใช้งาน Core i7-8705G หนึ่งในนั้นคือรุ่น XPS 15 ที่เป็น Laptop แบบ 2-in-1 (สามารถใช้งานได้ทั้งแท๊บเล็ตและคอมพิวเตอร์) โดยได้มีการนำมาเปรียบเทียบกับ Acer Swift 3 (SF314-51) ซึ่งใช้งานโปรเซสเซอร์ Core i5-8250U มาพร้อมกับกราฟิกแยก GeForce MX 150 และ Dell XPS 13 9370 ซึ่งใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core Gen 8 ที่ใช้งานกราฟิกหลักของ Intel คือ HD 620 โดยทั้งหมดได้ทำการทดสอบด้วยเกมส์ “Rise of the Tomb Raider” โดยได้ค่าเฉลี่ยดังนี้ i7-8705G เฉลี่ย 35 เฟรมต่อวินาที (fps) ขณะที่ MX 150 ให้เฟรมเรท 24 เฟรมต่อวินาที และ HD 620 ทำเฟรมเรทได้ที่ 9 เฟรมต่อวินาที

ที่มา : techpowerup

Share This:

389 ผู้เข้าชม

เดลล์ ก้าวสู่ความเหนือชั้นในทุกมิติ ส่งพีซีใหม่ และซอฟต์แวร์ใหม่  ที่งาน CES 2018

 

 

  • XPS 13 เหนือชั้นขึ้นในทุกมิติ ตัวเครื่องเล็กลง บางขึ้น เบาขึ้น พร้อมจอดิสเพลย์ InfinityEdge 4K มาในสีโรส โกลด์ สุดล้ำและ อัลไพน์ ไวท์
  • XPS 15 2-in-1 ใหม่ ให้พลังสูงสุดในตัวเครื่องเล็กสุด อัดพลังขับเคลื่อนที่ดุเดือด ด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ รุ่นที่ 8 และกราฟฟิกการ์ด Radeon™ RX Vega M
  • ซอฟต์แวร์ใหม่ Dell Mobile Connect ผสานการใช้งานในระบบไร้สายทั้งสมาร์ทโฟน และ เดลล์ พีซี
  • Alienware Command Center ใหม่ ช่วยบริหารจัดการสภาพแวดล้อมสำหรับเกมมิ่ง และปลดปล่อยขุมพลังแห่งประสิทธิภาพอย่างเต็มเปี่ยม
  • อัพเดตสายผลิตภัณฑ์ Latitude เพื่อเพิ่มประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นสำหรับมืออาชีพด้านโมบาย

 

เมื่อเร็วๆ นี้ที่งาน CES (Consumer Electronics Show) ประจำปีที่ผ่านมา เดลล์ เผยโฉมชุดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เลิศหรู พร้อมซอฟต์แวร์ เพื่อตอบโจทย์ผู้คนทั้งเพื่อความบันเทิงสนุกสนานและเพื่อใช้ในการทำงาน  ขณะเดียวกัน นอกเหนือจากการเปิดตัวอุปกรณ์ที่มีความสวยงามที่สุดในโลกแล้ว เดลล์ยังไฮไลต์นวัตกรรมอันน่าทึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผลิตภัณฑที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อปรับปรุงทั้งประสิทธิภาพ ฟังก์ชั่นในการทำงาน พร้อมทั้งประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ในองค์รวม

 

“ที่เดลล์ นวัตกรรมไม่เคยหลับใหล เพราะเราหลงใหลในการสร้างเทคโนโลยีที่ขยายขอบเขตความเป็นไปได้อย่างไม่สิ้นสุด” แซม เบิร์ด ประธาน Client Solutions Group ของเดลล์ อธิบายไว้ “สำหรับเดลล์ คุณอาจมองเห็นการออกแบบอันน่าทึ่งของผลิตภัณฑ์จากภายนอก แต่จริงๆ แล้ว หนึ่งในคุณประโยชน์ที่โดดเด่นนั้นมาจากนวัตกรรมที่อยู่ภายใน ทั้งความงามและพลังที่แข็งแกร่งซึ่งซ่อนอยู่ภายในตัวเครื่องที่สวยงามเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ปฏิวัติและสร้างนิยามใหม่ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ที่พร้อมมอบประสบการณ์ที่ผู้คนปรารถนาและไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นได้จริง”

 

ความสามารถทางวิศวกรรม ใน XPS 13 และ XPS 15 2-in-1

สายผลิตภัณฑ์ XPS ของเดลล์ ชนะเลิศรางวัลด้านผลิตภัณฑ์มากมาย มากกว่าแบรนด์อื่นในประวัติศาสตร์ของเดลล์ โดย XPS 13 รุ่นล่าสุดได้รับการปรับปรุงในทุกแง่มุมที่สามารถเป็นไปได้ พร้อมกับได้รับรางวัลอันทรงเกียรติด้านนวัตกรรม CES 2018 Innovation Award  สิ่งที่มาพร้อมกับจอแสดงผลแบบเน็กซ์เจน InfinityEdge 4K Ultra HD คือ XPS 13 เพิ่มสี Rose Gold ที่เจิดจรัส พร้อมการตกแต่งด้วยไฟเบอร์กลาสที่ถักทออย่างงดงามในสี Alpine White เป็นทางเลือกแทนสีเดิมคือ สีเงินและสีดำ พร้อมขอบจอที่เล็กลงไปอีก และให้ thermal headroom เพิ่มขึ้น 80 เปอร์เซ็นต์  ภายในตัวเครื่องที่ออกแบบให้มีความบางมากขึ้น และเบาขึ้น Dell Power Manager สามารถมอบพลังได้ตามที่คุณต้องการ ในขณะที่นำฉนวนกันความร้อน GORE Thermal Insulation ซึ่งทำจาก silica aerogels ฉนวนกันความร้อนที่ทำจากวัสดุที่ดีที่สุดในโลกซึ่งให้ความเบา และเป็นวัสดุที่ใช้ในยานสำรวจดาวอังคาร (Mars Rover) เพื่อกระจายและลดความร้อน  มาใช้เป็นวัสดุที่ให้นวัตกรรมในส่วนของ Thermal Design เพื่อรักษาความเย็นในระบบแม้เครื่องจะต้องทำงานหนักก็ตาม

เดลล์ เติมเต็มช่องว่างในตลาดสำหรับอุปกรณ์โมบายที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ในตัวเครื่องที่บางลง และเบาขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักสร้างสรรค์ผลงานในระดับมืออาชีพ และมือสมัครเล่นที่ทำเป็นงานอดิเรก ด้วยการเปิดตัว XPS 15 2-in-1 เครื่องแรก ที่ให้ขุมพลังมากที่สุดของโลกในตัวเครื่องขนาด 15 นิ้ว แบบ 2-in-1 ซึ่งเป็นความสามารถด้านวิศวกรรมที่หล่อหลอมขึ้นจากการใช้นวัตกรรมในทุกระดับ ให้สมดุลระหว่างความมีประสิทธิภาพสูง พร้อมการออกแบบ รองรับการใช้แอปฯ เพื่อการสร้างคอนเท้นท์ สามารถประมวลผลไฟล์ขนาดใหญ่ และเล่นเกม AAA ในขณะที่ให้จอสัมผัส และใช้ปากกาได้ รวมถึงคีย์บอร์ดที่ใช้พลังแม่เหล็ก (Maglev keyboard) พร้อมหน้าจอที่นักสร้างสรรค์ใช้สร้างผลงานด้านเรียลเอสเตท  โดยโปรเซสเซอร์ใหม่แบบเน็กซ์เจน Intel® Core™ รุ่นที่ 8 ผสานรวมทั้งซีพียู อินเทล ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการ์ดจอ Radeon™ RX Vega M graphics ในแพคเกจเดียวกัน ซึ่งสร้างความเป็นได้ให้กับ XPS 15 2-in-1 ใหม่นี้  นอกจากนี้ XPS 15 2-in-1 ยังให้จอแสดงผลแบบเน็กซ์เจน InfinityEdge 4K Ultra HD อันน่าตื่นตาตื่นใจ ให้สีเจิดจรัส ให้ประสบการณ์ดื่มด่ำของภาพในอารมณ์ของภาพยนตร์ ในรูปทรงเพรียวบางเพียง 16 มิลลิเมตร  ด้วยฝีมือช่างศิลป์ที่ชำนาญ ใช้วัสดุพรีเมียม และการเคลือบเงา ทั้งอลูมิเนียมที่เป็นตัวเครื่อง คาร์บอนไฟเบอร์ และกระจกที่แข็งแกร่งที่สุด Corning® Gorilla® Glass 4 ผสมผสานจนกลายเป็นการออกแบบแห่งอนาคตที่เปี่ยมด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ล้ำเลิศ

 

การผสานรวมระหว่าง เดลล์ พีซี และสมาร์ทโฟน ด้วยซอฟต์แวร์ Dell Mobile Connect

ในเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์ นอกจากคนจะใช้มือจับเมาส์ และโลดแล่นไปบนคีย์บอร์ดแล้ว ในตอนนี้ ยังมีสมาร์ทโฟนอีก ดังนั้นในการอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิผลมากขึ้น เดลล์ จึงเป็นผู้ผลิตพีซีรายแรกที่นำโซลูชันซอฟต์แวร์ มาช่วยผสานการใช้งานร่วมกันระหว่างเดลล์ พีซี และสมาร์ทโฟน (ทั้ง iOS และ Android) ผ่านระบบไร้สาย  โดยจะติดตั้งซอฟต์แวร์มาล่วงหน้าในเครื่องพีซีสำหรับคอนซูเมอร์ ซึ่งจะเพิ่มอำนาจให้กับผู้ใช้ทั้งการโทร ส่งข้อความ รับการแจ้งเตือน และกระทั่งการทำ mirror โทรศัพท์เพื่อใช้งานกับแอปฯ มือถือทั้งหมดที่ชอบใช้ได้

ประสบการณ์อันดื่มด่ำ กับ Dell Cinema

ผู้คนในปัจจุบันต่างดูหนัง ดูโชว์ทางทีวี ผ่านเครื่องพีซีมากขึ้นกว่าที่ผ่านๆ มา ด้วยความคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์เต็มรูปแบบอย่างที่รับชมในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบเสียงสตูดิโอและคุณภาพของภาพ อย่างที่ผู้สร้างสรรค์ตั้งใจให้เป็น ประสบการณ์ที่ว่าตอนนี้มีอยู่ใน XPS และพีซี Inspiron รุ่นที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ ส่งมอบผ่าน Dell Cinema ซึ่งเป็นระบบเสียงและภาพที่ให้ประสบการณ์ดื่มด่ำ

 

  • CinemaColor ด้วยพลังจาก Windows HD Color ถอดรหัสและแสดงภาพแบบ HDR (high dynamic range) ทำสตรีมมิ่งคอนเท้นท์ ด้วยรายละเอียดที่ดียิ่งขึ้น ให้สีเจิดจรัสขึ้นไปอีก พร้อมความสว่างคมชัดมากขึ้น และให้ขอบเขตสีที่กว้างมากขึ้น นอกจากนี้ Dell Cinema PC ยังรองรับ Netflix ในระบบ HDR
  • CinemaSound นวัตกรรมด้านระบบเสียงเฉพาะของเดลล์ ด้วยพลังของ Waves MaxxAudio Pro ที่ให้เสียงสูงที่ใสยิ่งขึ้น เพิ่มศักยภาพด้านเบส และให้เสียงที่ดังขึ้น เพื่อประสบการณ์ด้านออดิโอในระดับเดียวกับการชมภาพยนตร์
  • CinemaSound ด้วยพลังจาก Killer และ SmartByte ซึ่งเป็นโซลูชันด้านซอฟต์แวร์ ที่ร่วมพัฒนาโดยเดลล์ และ Rivet Networks ที่ให้ประโยชน์เรื่องการทำออนไลน์ สตรีมมิ่ง และอินเตอร์แอกทีฟ วิดีโอ ส่งผลให้บัฟเฟอร์น้อยลง ให้แบนด์วิดธ์มากขึ้น และความละเอียดภาพที่ดีขึ้น

 

เดลล์ เปิดตัว Alienware Software Command Center ใหม่

เดลล์ ได้มีการออกแบบซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งหมด พร้อมเปิดตัว Alienware Software Command Center ที่รวมการตั้งค่าระบบ (system setting) คอนเท้นท์ และฟังก์ชั่นอื่นๆ ไว้ในอินเตอร์เฟสที่อลังการแต่เรียบง่าย  Alienware Command Center ช่วยให้เกมเมอร์มือใหม่ได้รับประสบการณ์ในการปรับแต่งพีซีและอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะในการเล่นเกม ปัจจุบันเกมเมอร์สามารถเข้าถึง game library จากแหล่งต่างๆ บนพีซี ช่วยให้สร้างโปรไฟล์เฉพาะสำหรับแต่ละเกมได้อย่างง่ายดาย และได้รับประสิทธิภาพอย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้นจากระบบบริหารจัดการพลังงานและเครื่องมือการปรับตั้งค่า Overclock

พร้อมๆ กันนี้ ก็ได้เจาะตลาดด้วย AlienFX 2.0 ระบบให้ความสว่างในเกม ซึ่งเป็นระบบเฉพาะของ Alienware ในรุ่นที่ 2 ที่ทำงานร่วมกับ Alienware PCs เมาส์ และคีย์บอร์ดต่างๆ โดย Alienware Command Center จะช่วยให้สามารถปรับแต่งทั้ง individual keys และ key groups ได้มากกว่า 16.8 ล้านสีในแต่ละโซนที่ให้ความสว่าง (lighting zone)

 

เดลล์ ทำให้ VR กลายเป็นความจริง

Alienware ประสานความร่วมมือกับ NVIDA และ Oculus เพื่อสร้างการแข่งขันประเภทใหม่ของ VR (virtual reality) eSports ที่ผสมผสานการแข่งขันเกมมิ่งทั้งทางกายภาพและทางสมอง พร้อมเปิดกว้างสู่สาธารณะ  ระหว่างช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 รายจาก 14 เมือง ที่เข้าร่วมแข่งขันในระบบ Alienware เพื่อทำเวลาเร็วที่สุดในเกม VR ล่าสุดของ Survios คือ “Sprint Vector”  การแข่งขันรอบสุดท้ายจะจัดขึ้นที่ ลาสเวกัส โดยผู้เล่นที่ได้คะแนะสูงสุด 8 ราย จะมาแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่ง Alienware VR Cup National Champion พร้อมเงินรางวัล 10,000 เหรียญสหรัฐ

 

นอกจากนี้ เดลล์ ยังได้ประกาศเปิดตัว VR-ready Dell Inspiron Gaming Desktop เพื่อลดค่าใช้จ่ายเริ่มต้นในส่วน VR  ทั้งนี้ Inspiron Gaming Desktop ใหม่นี้มีการออกแบบทางวิศวกรรมมาสำหรับ พีซี เกมเมอร์ โดยเฉพาะ ด้วยโปรเซสเซอร์ 8th Gen Intel Core ที่มากถึง 6 คอร์ และกราฟฟิก ให้ทางเลือก solid-state drive เพื่อการบูทที่เร็วยิ่งขึ้น และ thermal design ที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อให้แข่งขันในเกมได้ยาวนานยิ่งขึ้น

 

เพื่อให้ง่ายต่อการเป็น one stop shopping เดลล์ จึงเป็นผู้นำเสนอพีซีรายแรกที่ขาย HTC Vive VR headsets ในเวอร์ชั่นสำหรับผู้บริโภค  นอกจากการเสนอ HTC Vive Business Edition แล้ว เดลล์ ยังได้ยืนยันข้อตกลงกับ Meta ในการนำเสนอ headset สำหรับการเล่น AR ได้อย่างดื่มด่ำสมจริง  ซึ่งความเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะสร้างความพึงพอใจให้ผู้ที่พัฒนาโซลูชันใหม่โดยใช้เทคโนโลยี VR และ AR  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  blog

 

จอมอนิเตอร์ใหม่ และการยกระดับประสิทธิภาพสู่ความเหนือชั้น ในสายผลิตภัณฑ์ Latitude ของเดลล์

เดลล์ ยังคงก้าวนำอุตสาหกรรมในเรื่องของจอดิสเพลย์ ด้วยการเพิ่มจอมอนิเตอร์ที่มีความบางเป็นพิเศษ และให้ความสว่างมากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ระดับเดียวกัน ได้แก่  Dell 27 Ultrathin Monitor (S2719DM) และ Dell 24 Ultrathin Monitor (S2419HM)  ซึ่งให้ภาพที่สว่างโชติช่วงเสมือนมีชีวิตจริง ให้สีที่เจิดจรัส และมอนิเตอร์ทั้ง 2 ตัวยังรองรับการรับชมเนื้อหาในระบบ HDR เพื่อประสบการณ์ด้าน CinemaColor สร้างความชัดลึกของสีที่สวยงาม ให้ความคมชัดของภาพและ contrast ในจอดิสเพลย์ InfinityEdge ที่ไร้ขอบอย่างแท้จริง เพื่อภาพที่ชัดคมสมจริงอย่างน่าประทับใจ ด้วยตัวเครื่องที่บางเพียง 5.5 มิลลิเมตร ซึ่งบางที่สุด โดยจอมอนิเตอร์ทั้ง 2 ตัวนั้นให้ความสว่างสูงสุดถึง 600 nits

สายผลิตภัณฑ์ Latitude ของเดลล์ ออกแบบมาเพื่อคนทำงานโมบาย (mobile workforce) โดยเฉพาะ โดยเป็นคอมเมอร์เชียลโน๊ตบุ๊คที่ให้ความสามารถด้านการจัดการและให้ความปลอดภัย พร้อมกับการรีเฟรชรุ่นที่เป็น 2-in-1s ด้วยโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุด 15W dual-core และ quad-core 8th Gen Intel® Core™ vPro™ ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งจากการทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นว่ามีการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างน่าทึ่ง เหนือชั้นกว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้โปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้านี้  ด้วยจำนวนคอร์ และ threads ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สังเกตได้ชัดถึงความแตกต่างที่ดียิ่งขึ้นในการทำงานบนเครือข่ายองค์กร ทั้งในเวลาที่ฝ่ายไอทีดำเนินการเรื่องการเข้ารหัส การสแกนมัลแวร์ และแอปฯ พื้นฐานอื่นๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยและเชื่อมต่อกับพนักงาน  ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ Latitude ยังได้รับการอัพเดตนวัตกรรมใหม่ที่น่าตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่ภายใน ตัวอย่างเช่น โน๊ตบุ๊ค Latitude 7490 มีเสาอากาศ Active Steering Antenna ที่ให้คุณภาพที่ดีขึ้นเรื่องสัญญาณ WiFi  ให้ความเร็วยิ่งขึ้น และให้ความน่าเชื่อถือมากขึ้นในเรื่องการเชื่อมต่อ และยังมีจอดิสเพลย์ใหม่แบบ Full HD ที่กินไฟน้อยมาก (Super low power display) ช่วยลดการใช้พลังงานได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ใช้แบตเตอรีได้ยาวนานขึ้นหลายชั่วโมง โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมเหล่านี้ และ Latitude รุ่นใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับธุรกิจได้ที่ blog

ราคา และการวางจำหน่าย

  • Dell XPS 13 (9370) จะพร้อมวางจำหน่ายเร็วๆ นี้
  • โน๊ตบุ๊ค Dell Latitude 7490 จะพร้อมวางจำหน่ายเร็วๆ นี้
  • โน๊ตบุ๊ค Dell Latitude 5490 จะพร้อมวางจำหน่ายเร็วๆ นี้
  • Dell Latitude 7390 2-in-1 จะพร้อมวางจำหน่ายเร็วๆ นี้
  • Dell Latitude 5290 2-in-1 จะพร้อมวางจำหน่ายเร็วๆ นี้
  • Dell Mobile Connect จะพร้อมสำหรับดาวน์โหลดได้แล้วตั้งแต่วันนี้ และจะมาพร้อมกับเครื่องเดลล์ คอนซูเมอร์ (pre-install) ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมเป็นต้นไปกราคม
  • Dell 27 Ultrathin Monitor (S2719DM) และ Dell 24 Ultrathin Monitor (S2419HM) จะพร้อมวางจำหน่ายเร็วๆ นี้
  • Dell XPS 15 2-in-1 จะพร้อมวางจำหน่ายเร็วๆ นี้

 

นอกจากนี้ เดลล์ ยังได้ยกระดับมาตรฐานด้านบริการสนับสนุน ด้วยการแนะนำบริการสนับสนุนสำหรับคอนซูเมอร์ในระดับ top-tier Premium Support Plus ด้วยขุมพลังเทคโนโลยีเฉพาะของเดลล์คือ SupportAssist[1] ซึ่งเป็นบริการแรกและบริการเดียวสำหรับคอนซูเมอร์ เพื่อหาปัญหาในเชิงรุก ด้วยการคาดการณ์ถึงปัญหาก่อนที่จะเกิด และกำจัดไวรัสได้แบบอัตโนมัติ พร้อมให้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่สำหรับเครื่องพีซี สำหรับคอนซูเมอร์ ทั้งนี้บริการ Premium Support Plus พร้อมสำหรับ Dell XPS, Inspiron และ ระบบ Alienware

 

เกี่ยวกับเดลล์

ด้วยรางวัลที่ได้รับทั้งในส่วนของเดสค์ท็อป แล็ปท็อป คอมพิวเตอร์แบบ 2-in-1 เครื่องธินไคลอันท์ เครื่องเวิร์คสเตชันที่ทรงพลัง และดีไวซ์ที่แข็งแรงทนทาน (rugged) ที่ผลิตขึ้นเพื่อสภาพการทำงานที่พิเศษโดยเฉพาะ ตลอดจนึงมอนิเตอร์ โซลูชันเพื่อการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ปลายทาง และการบริการ เดลล์นำเสนอสิ่งที่คนทำงาน (workforce) ต้องการในการสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย เพื่อการทำงานและการทำงานร่วมได้จากทุกที่ในทุกเวลา เดลล์เป็นส่วนหนึ่งของ Dell Technologies ที่มห้บริการลูกค้าในกลุ่มคอนซูเมอร์ไปจนถึงองค์กรทุกขนาดใน 180 ประเทศด้วยสายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมสำหรับผู้ใช้

[1] SupportAssist not available on Linux, Windows 10S, Windows RT, Android, Ubuntu or Chrome based products. SupportAssist automatically detects and proactively alerts Dell to: operating system issues, software upgrades, driver updates and patches, malware, virus infected files, failures of hard drives, batteries, memory, internal cables, thermal sensors, heat sink, fans, solid state drives and video cards. Predictive analysis failure detection includes hard drives, solid state drives and batteries.

 

Share This: