1.1K ผู้เข้าชม

หลุดผลทดสอบ Intel Cannonlake Core i3-8310U สถาปัตยกรรม 10nm ตัวแรกของ Computer

 

หลังจากทีมงานได้เคยนำเสนอเรื่องการ Intel Cannonlake ด้วยการใช้เทคโนโลยีการผลิตชิพในขนาด 10nm จาก Intel ที่ลิงห์นี้ ซึ่งได้มีผลการทดสอบหลุดขึ้นสู่เว็บไซต์ Geekbench สำหรับ CPU รุ่น Core I3 8121U ซึ่งเป็นรุ่นใช้พลังงานต่ำ โดยมีความเร็วพื้นฐาน 2.2 GHz ซึ่งเมื่อเทียบกับ Genneration 7th แล้วดูจะต่ำไปหน่อย แต่ว่ายังไม่มีการเปิดเผยในความเร็วของ Boot Clock ว่าจะมีหรือไม่ ซึ่งอาจจะดูเหมือนว่าความเร็วนั้นอาจน้อยไปนิด แต่ทางทีมงานคาดว่าน่าจะเป็นเพราะตัวที่ใช้น่าจะเป็นตัวที่ยังอยู่ในช่วงทดสอบ เมื่อมีการเปิดเผยรายละเอียดที่แท้จริงแล้วมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการปรับความเร็วขึ้นมาอีก ดังเช่นที่เราเคยพบเห็นจาก CPU ที่การส่งทดสอบครั้งแรกจะเป็น Engineering Sample ที่จะยังมีความเร็วไม่สูงมาก

CPU NAME Intel Core I3-7130U Intel Core I3-8121U
CPU Family 7th Generation Kaby Lake 8th Generation Cannon Lake
Platform Mobility U-Series Mobility U-Series
Core 2 2
Thread 4 4
Base Clock 2.70 GHz 2.20 GHz
Boost Clock None TBD
L3 Cache 3 MB 4 MB
Graphics Intel UHD Graphics 620 Intel UHD Graphics 620

โดดเด่นด้วยผลการทดสอบ

Intel Core i3-8310U ประกอบด้วยจำนวนแกนประมวลผลจำนวน 2 Core มีเทคโนโลยี HyperThread มาด้วยไม่ได้ถูกตัดออกแต่อย่างใด ทำให้มีแกนประมวลผลเสมือนมาให้ 4 Thread โดยมีการเพิ่ม Cache L3 มาให้เป็น 4MB ตัวชิพนั้นมี Graphics ในตัวในรุ่น Intel UHD 620 ตัวชิพใช้พลังงานต่ำมีค่า TDP เพียง 10W – 15W เท่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใช้งานทั่วไปได้ไม่ยาก รวมถึงการใช้งานด้านมัลติมิเดียร์ หรือเกมส์เพลเยอร์ที่สามารถเข้าถึงได้

ถึงแม้ว่า Intel Core i3-8310U ที่ถูกเปิดเผยการทดสอบออกมานั้นอาจดูแล้วมีความเร็วน้อยไปหน่อย แต่จากผลทดสอบนั้นถือว่าสอบผ่าน ด้วยผลการทดสอบจาก Geekbench 4.2.0 สามารถทำคะแนน Single Core ได้ 4,125 แต้ม และ Multi Core Score ได้ 8,036 แต้ม สำหรับผลการทดสอบโดยละเอียดสามารถตรวจสอบได้จากภาพด้านล่าง

ที่มา : geekbench

Share This:

945 ผู้เข้าชม

มาแน่ Core i5-8500 14 กุมภาพันธ์นี้

 

ทาง Videocardz นั้นไปพบข้อมูลจากผู้ค้าปลีกออนไลน์เจ้าหนึ่งในออสเตรเลียว่าสินค้านั้นจะเข้ามาในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้ โดย Core i5 8500 นั้นจะมีราคาขายอยู่ที่ 312.18 ออสเตรเลียดอลล่าร์ หรือราวๆ 249.77 เหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตามราคาขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์นั้นมีราคาแพงกว่าในบ้านเราซึ่งราคาที่ขายในไทยนั้นจะขายในราคาเท่าใดก็ต้องมารอดูกันอีกครั้งครับ

ที่มา Videocardz

Share This:

1.8K ผู้เข้าชม

แค่ Core i5-8500 ยังไม่สาแก่ใจ Intel พร้อมส่ง i3-8300 i5-8600T และ i7-8670 ลงตลาดเพิ่ม

 

ก่อนหน้านี้ทางทมีงานได้นำเสนอรายละเอียด CPU Intel Core i5-8500 ไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าทาง Intel คงจะยังไม่แน่ใจว่าจะส่ง CPU มาลงตลาดมากพอสำหรับ CPU ใน generation ที่ 8 นั่นเอง จึงทำการส่ง CPU ลงมาเพิ่มในตลาดอีก 3 รุ่น

ทว่าทาง Guru3D เองก้ได้ทำการอัพเดทรายละเอียดของ CPU รุ่นใหม่ๆเพิ่มเติม เช่น Core i3-8300, i5-8600T และ i7-8670 โดยตัว i3 นั้นจะเป็น CPU แบบ 4 core และปิดการทำงานของ hyper-threading โดยมีสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานอยู่ที่ 3.7 GHz และมี L3 cache ที่ 9MB ส่วนตัว Core i5 นั้นก็ยังเป็น 6 core ที่ปิดการทำงานของ hyperthreading เช่นเคยสำหรับ i5 8600T (รุ่นประหยัดพลังงาน) แต่ก็ให้สัญญาณนาฬิกาที่ต่ำกว่ารุ่นปกติ ก็คือ 2.3 GHz ซึ่งรุ่นที่ลงท้ายด้วย T นั้นจะมี TDP เพียงแค่ 35W

ส่วนรุ่นบนๆอย่าง Core i7 8670 เองนั้นก็ยังเป็น CPU 6 core แต่เปิดใช้งาน hyperthreadingและมีสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานอยู่ที่ 3.1 GHz พร้อมด้วย L3 cache 12MB

 

รุ่นของ CPU Core / Thread สัญญาณนาฬิกาพื้นฐาน Turbo 2.0 (6 core) Turbo 3.0 (1 core) L3 TDP ราคา
Core i7 8670 6/12 3.1 GHz ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล 12 MB ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล
Core i5 8600T 6/6 2.6 GHz ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล 9MB 35 W ไม่มีข้อมูล
Core i5 8500 6/6 3.0 GHz 4.2 GHz
*ไม่ยืนยัน
4.3 GHz
* ไม่ยืนยัน
9 MB 65 W ประมาณ $199 (6,567 บาท) ไม่รวมภาษี
Core i3 8300 4/4 3.7 GHz 3.7 GHz 3.7 GHz 8 MB 65 W ไม่มีข้อมูล

ที่มา Guru3D

Share This:

2.3K ผู้เข้าชม

หลุด! ข้อมูล Core i5-8500 บนฐานข้อมูลของ SiSoft SANDRA

 

ในตอนนี้ทาง Intel ก็ได้เปิดตัวและวางจำหน่าย CPU สถาปัตยกรรม Core ใน generation ที่ 8 อย่าง  “Coffee Lake” ใน platform desktop เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัว lineup ที่จะมาในไตรมาสแรกของปีนี้พร้อมกับบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ต B360 Express และ H310 Express ที่มีราคาที่ถูกกว่าพร้อมให้แฟนๆที่ไม่ได้เน้นการ overclock หรือประกอบสเปกในราคาถูกได้หาซื้อกัน

ทว่าตอนนี้ทีมงานยังมีข้อมูลเพิ่มเติมของ Intel Core i5-8500 ซึ่งเป็น CPU ในแบบ 6 core ที่เป็นรุ่นสูงกว่า Core i5-8400 ออกมาด้วย โดยที่ข้อมูลนี้หลุดมาจากฐานข้อมูลของ SiSoft SANDRA นั่นเอง

ซึ่งตัว i5-8400 เดิมทีนั้นมีราคาขายปลีกอยู่ที่ $189 (ราวๆ 6,237 บาท ไม่รวมภาษี) แต่ราคาขายจริงนั้นจะแพงขึ้นไปอีกราวๆ 10 – 15 % ของราคา MSRP โดย i5-8500 นั้นน่าจะมีราคาอยู่ในช่วง $200 (ราวๆ 6,600 บาท) และอาจมีราคาขายจริงที่ราวๆ $220 (ราว 7,260 บาท)

สำหรับ Core i5-8500 นั้นมีสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานอยู่ที่ 3.00 GHz (ในขณะที่ i5-8400 นั้นมีสัญญาณนาฬิกาต่ำกว่า 3 GHz คือราวๆ 2.80 GHz) แต่น่าเสียดายที่ในฐานข้อมูลนั้นไม่ได้ระบุว่ามีสัญญาณนาฬิกาเมื่อทำ Turbo Boost อยู่ที่เท่าใด ซึ่งเมื่อ i5-8400 สามารถ boost ไปที่ 4.00 GHz ได้ก็คาดกันว่า i5-8500 น้นจะ boost ได้ที่ 4.20 – 4.30 GHz และตัว CPU นั้นเป็นแบบ 6 core 6 thread มาพร้อม L3 cache ขนาด 9 MB ส่วน TDP นั้นยังอยู่ที่ 65W เท่าเดิม

เมื่อลองดูข้อมูลแล้วพบว่าตัว CPU นั้นทำคะแนนได้ถึง 139.63 GOPS ในการทดสอบการคำนวณทางคณิตศาสตร์ กับทำคะแนนได้ 317.88 Mpix/s ในการทดสอบงานจำพวก multi-media และในการทดสอบเข้ารหัสนั้นได้คะแนนที่ 7.49 GB/s เมื่อดูภาพรวมๆแล้ว CPU ตัวนี้จะมีประสิทธิภาพอยู่ในช่วงเดียวกับ AMD Ryzen 5 1600 นั่นเอง

อย่างไรก็ตามในเดือนเมษายนที่จะถึงทาง AMD ก็เตรียมส่ง Zen+ 12nm ลงมาแข่งขัน เช่นกัน ก็ต้องมาดูกันว่าในปีนี้ตลาด desktop CPU นั้นจะคึกคักขึ้นมาอีกมากน้อยแค่ไหนกันครับ

ที่มา SiSoft SANDRA ผ่านทาง Techpowerup

Share This:

282 ผู้เข้าชม

Liney Group เลือก AMD Epyc เป็น CPU สำหรับเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดในปี 2017

 

ทาง Liney Group ได้ออกมาประกาศให้ AMD Eypc ได้รับรางวัล CPU ที่ดีที่สุดสำหรับเครื่องเซิฟเวอร์ ในปี 2017 นอกจากนี้ยังประกาศรางวัลในสาขาอื่นๆด้วย เช่น

สาขา Embedded Processor ได้แก่ Broadcom BCM58808H

สาขา ชิป Network ได้แก่ Mellanox ConnectX-5 EN

สาขา CPU Mobile ได้แก่ Samsung Exynos 8895

สาขาเทคโนโลยีการเข้ารหัส ได้แก่ SecureRF

ที่มา Liney Group

Share This:

451 ผู้เข้าชม

Microsoft อ้าง Patch อาจทำให้เซิฟเวอร์บางส่วนช้าลงอย่างมาก

ทาง Microsoft Corperation ออกมาพูดถึงปัญหา bug ที่ทำให้กระทบต่อความปลอดภัยของระบบนั้นอาจทำให้เซิฟเวอร์บางตัวนั้นช้าลงเป็นอย่างมากและอาจมีผลต่อ PC ด้วย ซึ่งปัญหาส่งผลเสียให้กับทาง Intel พอสมควร

โดยทาง Microsoft ออกมาพูดให้เห็นภาพได้ชัดเจนกว่าทาง Intel ที่ตัว CEO อย่าง Brian Krzanich ออกมากล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่ามีการกระจายของปัญหานี้อย่างแพร่หลาย แต่กลับไม่พูดถึงความร้ายแรงที่เกิด ว่าเครื่องที่ทำงานบางอย่างอาจได้รับผลกระทบมากกว่าปกติ

จากเหตุการณ์นี้ทำให้หุ้นของ Intel ลดลงมา 2.2 % เหลือ $43.75 สำหรับตลาดหุ้นใน New York ส่วน Microsoft นั้นหุ้นขึ้นมา 0.3 % เป็น $88.50

Microsoft นั้นแจ้งเตือนว่า ใน blog ว่าเครื่องเซิฟเวอร์ ในเครือข่าย ที่ทำงานแบบจำเพาะบางอย่าง “นั้นอาจได้รับผลกระทบมากขึ้น” แต่ไม่ได้หมายความว่าเซิฟเวอร์ทุกเซิฟเวอร์จะได้รับผลกระทบทั้งหมด แต่ทาง Microsoft ก็ไม่ได้บอกว่ามากน้อยแค่ไหน ซึ่งบริษัทก็บอกว่าได้ทำการทดสอบหลายๆอย่าง แล้วก็จะทำการอัพเดทแก้ปัญหาตามที่พบ

เครื่อง PC ที่ใช้ Windows 10 ซึ่งเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปี 2016 จะพบกับปัญหาประสิทธิภาพที่ลดลงแต่ก็ไม่ถึง 10 % (ตามที่ Microsoft อ้าง) ซึ่งไม่น่าจะรู้สึกถึงเรื่องนี้เวลาใช้งานปกติ แต่คนที่ใช่ Window รุ่นเเก่าบน PC อาจจะเห็นว่ามันช้าลง โดยเครื่องเก่าๆที่ใช้ Windows 7 และ Windows 8 ตั้งแต่ปี 2558 หรือก่อนหน้านั้นอาจได้รับผลกระทบด้านประสิทธิภาพในระดับที่รู้สึกได้ ทาง Microsoft กล่าว

ในวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา Intel ยืนยันว่าชิปของตนเองมีการรองรับมี feature ที่สามารถทำการโดนแฮคได้ หลักๆก็คือ Meltdown และ Spectre ซึ่งสามารถพบได้ใน processor กว่าพันล้านตัว ที่ใช้ใน PC เซิฟเวอร์ และโทรศัพท์ที่ทำให้โดนโจมตีและเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ซึ่งบริษัทด้านเทคโนโลยีเจ้าใหญ่ๆก็ต่างพากันออกตัว software update เพื่อทำการ patch รูรั่วของระบบและในตอนนี้ก็เริ่มมาพูดถึงประสิทธิภาพที่ลดลงมากันแล้ว

ในการแก้ปัญหาในลักษณะนี้ลูกค้าต้องยอมรับกับการลดลงของประสิทธิภาพเครื่องเพื่อความปลอดภัยทำให้ต้องเพิ่มจำนวนเซิฟเวอร์เพื่อให้ทำงานได้เท่าเดิมเมื่อทำการติดตั้ง security update ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการ patching กับปัญหา hardware หลายๆแบบเพื่อแก้ปัญหา

โดยทาง Intel นั้นมีส่วนแบ่งการตลาดของเซิฟเวอร์ที่ 99 %โดย 90 % นั้นเป็นเครื่อง laptopและ 88 % เป็นเครื่อง desktop นั่นเอง

ทาง Krzanich กล่าวในวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่า patch จากบริษัทต่างๆ เช่น Microsoft อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ช้าลงโดยก่อนหน้านี้ทาง Intel บอกว่าลดลงเพียงเล็กน้อยหรือไม่มาก จนกระทั่งมีการทดสอบที่ตรงจุดซึ่งพบว่าทำให้ช้าลงถึง 30%

ในวันอังคารที่ผ่านมาทาง Intel ก็ออกมาบอกว่าผู้ใช้ PC ทั่วๆไปนั้นไม่ได้รับผลกระทบมากนักโดยอ้างจากการทดสอบเครื่อง PCต่างๆพบว่าช้าลง 6 % หรือต่ำกว่า และไม่มีอะไรที่เกินกว่า ช่วง  2 – 14 %

สำหรับเครื่องเซิฟเวอร์นั้นยังไม่ค่อยชัดเจนนักเพราะประสิทธิภาพจะลดลงแค่ไหนขึ้นกับว่าใช้เทคนิคอะไรในการป้องกันเครื่องจากการโจมตี

Intel กล่าวว่า “ยังต้องมีอะไรที่จะต้องทำอีกมากเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนของปัญหาบนระบบ data center ซึ่งในบางกรณีนั้นมีตัวเลือกมากมายซึ่งจะส่งผลกระทบที่แตกต่างกันออกไป”

ทาง Microsoft นั้นก็ออกมาให้ข้อมูลมากขึ้นและให้ความร่วมมือกับลูกค้าเพื่อที่จะเลือกว่าจะจัดการระบบความปลอดภัยแบบไหน ในกรณีที่ตัวเซิฟเวอร์ไม่มีความเสี่ยงจากกการขโฏมยข้อมูล บริษัทคู่ค้าก็สามารถเลือกให้ทำงานเร็วขึ้นแทนที่จะเน้นเรื่องความปลอดภัย

หัวหน้าฝ่าย Windows Terry Myerson ได้เขียนลง blog ว่า “เรายืนยันว่าจะเน้นให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจนเท่าที่เป็นไปได้ให้กับลูกค้า เพื่อที่จะตัดสินใจได้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สำหรับอุปกรณ์และระบบของพวกเขา ที่ใช้ในองค์กรและทั่วโลก”

ปัจจุบันทาง Microsoft Corperation ได้ทำการ หยุด update ตัวแก้ไขบางตัวในระบบปฏิบัติการ Windows สำหรับเครื่อง PC ที่ใช้ชิปจากทาง AMD (Advanced Micro Devices Inc.) เป็นการชั่วคราว หลังจากที่มีผู้ใช้ที่ติดตั้ง patch แล้วเกิดปัญหาเปิดเครื่องไม่ติดหรือเครื่องค้าง

แต่สำหรับเครื่องเซิฟเวอร์ที่ใช้เป็น data center ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทาง Microsoft ที่เป็นเช่นนั้นเพราะตัวเครื่องต้องจัดการงานหนักๆหลายๆอย่าง เลยทำให้ส่งผลโดยตรงต่อชิปเมื่อดาวน์โหลดตัวแก้ไข

ถึงกระนั้นทาง Microsoft ลูกค้าที่ใช้บริการ Azure cloud-computing นั้นจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะทางบริษัทได้ทำการ update ระบบ cloud  และจัดการแก้ปัญหา เช่น นำตัวเซิฟเวอร์ cloud แยกไปใช้กับ client เดี่ยวๆเพื่อจัดเก็บข้อมูลสำหรับ client อื่นๆ แต่การแก้ไขก็ไม่ได้แก้ได้ทุกปัญหาซึ่งบริการที่ Microsoft ให้ก็อาจมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในบางจุด

ถ้าเซิฟเวอร์ที่มีอยู่มันช้าลงล่ะก็ ลูกค้าก็อาจจะต้องซื้อเครื่องเซิฟเวอร์มากขึ้น เพื่อให้ทำงานได้เทียบเท่าก่อนที่จะติดตั้ง patch ซึ่งอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าของทาง Intel

ที่มา Bloomberg

Share This:

5.1K ผู้เข้าชม

AMD ประกาศลดราคา CPU Ryzen อย่างเป็นทางการ

 

หลังจากเปิดตัว Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G  APU สำหรับ socket AM4 ไปแล้ว ทาง AMD ก็ได้ประกาศลดราคาของ CPU ตัวเดิมอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะได้แข่งขันกับ CPU ของ Intel ตัวเจนเนอเรชั่นที่ 8 อย่าง Coffee Lake

ซึ่งการลดราคาครั้งนี้นั้นจะทำให้ Ryzen 7 series มีราคาต่ำกว่า $350 สำหรับ 1800X นั้นลงมาอยู่ที่ $349 ส่วน 1700X ราคาเหลือ $309 และ 1700 ที่ไม่มี X อยู่ที่ $299โดยราคานี้จะทำให้ทั้งสามรุ่นสามารถแข่งขันกับ Core i7-8700K (ที่มีราคาราวๆ $400) และ i7-8700 (ราคาราวๆ $330) ส่วน Ryzen 5 series รุ่น 6 คอร์ นั้นก็ถูกปรับราคามาให้สู้กับ Core i5-8600K และ i5-8400 และตัว Ryzen 3 series กับ Ryzen Threadripper seriesก็ลดราคาด้วย ตามตารางด้านล่างนี้

 

รุ่น คิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 33 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์

ราคาเดิม ($ / บาท)

*ไม่รวมภาษี*

 

ราคาใหม่ ($ / บาท)

*ไม่รวมภาษี*

R7 1800X 499 / 16,467 349 / 11,517
R7 1700X 399 / 13,167 309 / 10,197
R7 1700 329 / 10,857 299 / 9,867
R5 1600X 249 / 8,217 219 / 7,227
R5 1600 219 / 7,227 189 / 6,237
R5 1500X 189 / 6,237 174 / 5,742
R5 2400G 169 / 5,577
R3 1300X 129 / 4,257 129 / 4,257
R3 2200G 99 / 3,267
Ryzen Threadripper 1900X 549 / 18,117 449 / 14,817
Ryzen Threadripper 1920X 799 / 26,367 799 / 26,367
Ryzen Threadripper 1950X 999 /32,967 999 / 32,967

ที่มา Techpowerup

Share This:

551 ผู้เข้าชม

HWinfo อัพเดทการจำแนก AMD Pinnacle Ridge CPU แล้ว

 

 

เป็นที่รู้กันว่าในปีหน้านั้นทาง AMD จะออก CPU ตัวใหม่ที่มี codename ว่า Pinnacle Ridge นั่นเอง ซึ่งผู้พัฒนาโปรแกรมที่เอาไว้ตรวจสอบสเปกเครื่องก็ต้องเพิ่มเติมฐานข้อมูลกันยกใหญ่

ล่าสุดทาง HWinfo ได้ทำการเพิ่มเติมส่วนของการจำแนก CPU AMD Pinnacle Ridge เข้าไว้ในฐานข้อมูลของโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว ตาม Roadmap ของ AMD ก็เป็นไปได้ว่าในอีก 3 เดือนเราก็น่าจะได้สัมผัสตัวเป็นๆของ CPU ตัวนี้กันแล้ว

ที่มา HWinfo

Share This: