1.1K ผู้เข้าชม

เผยภาพ Intel Core i9-9900K With Gold Plated Soldered (IHS)

 

 

คงจะเป็นที่ถูกใจใครหลายๆ คนไม่มากก็น้อยเมื่อ Intel ได้เปลี่ยนมาใช้งาน Gold Plated Soldered (IHS) หรือที่จะเรียกง่ายๆว่า Intel ได้เปลี่ยนการเชื่อมต่อระหว่างกระดองกับตัว Die ของ CPU จากที่ใช้ซิลิโคลนเปลี่ยนมาได้รับการบัดกรีแทนใน Intel Core I Generation 9 หลังจากที่ใช้การบัดกรีในรุ่นล่าสุดใน Intel Core I Generation 2 (Sandy Bridge)

พร้อมสำหรับการ Overclock

จากการเปลี่ยนมาใช้งาน Gold Plated Soldered (IHS) ทำให้ Intel สามารถจัดการปัญหาด้านความร้อนได้เป็นอย่างดี ดังที่จะเห็นว่ามีการปรับความเร็ว (Clock) ของตัว CPU ที่สามารถ Boots Clock ได้ถึง 5GHz ซึ่งนั่นก็อาจหมายความได้ว่าใครที่มีระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสักหน่อยคงจะสามารถรักษาระดับความเร็วได้ไม่น่าจะต่ำกว่า 5GHz

 

 

เหตุผลหลักๆ ของการเปลี่ยนมาใช้งาน Gold Plated Soldered (IHS) แทน Thermal Interface Material (TIM) ก็น่าจะมาจากการที่ Intel ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสถาบัตยกรรมหรือกระบวนการผลิตที่ยังคงจะใช้งานโหนดขนาด 14nm ต่อไปซึ่งถึงแม้ตัวนี้จะเป็น 14nm+ แล้วก็ตาม แต่ว่าความจำเป็นที่จะต้องทำการเพิ่มจำนวน Core เข้ามานั้นทำให้เป็นการเพิ่มระดับความร้อนที่มากขึ้นด้วย นั่นก็จะทำให้เราเห็นได้จาก Intel Core I7 8700K (Coffee Lake) ที่คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีประสิทธิภาพการทำงานที่น่าประทับใจ แต่ว่าจะต้องคุมระดับความร้อนของตัว CPU ให้ได้ด้วย ดังที่เราจะพบเห็นว่าผู้ที่ชื่นชอบการ Overclock เพื่อให้ CPU ทำได้งานได้เร็วกว่ามาตรฐานนั้นจะไปทำการถอดเปลี่ยนซิลิโคลนใต้กระดองที่เชื่อมต่อระหว่าง Die กับกระดอง CPU นั่นเอง (รุ่นที่ผ่านมานั้นได้รับความนิยมในการเปลี่ยน TIM ประกอบด้วย I5 6600K/7600K/8600K และ I7 6700K/7700K/8700K) แต่ก็ต้องแลกกับการที่ CPU นั้นจะสิ้นสุดการรับประกันจากทาง Intel ด้วยนั่นเอง

กลับมานำทุกกระบวนท่า

อีกประการที่หนีไม่พ้นคือการคืนชีพของ AMD ที่ได้ส่ง CPU อย่าง AMD Ryzen Series ออกมาแทน FX Series นั้นทำให้ทางเลือกของผู้บริโภคเปิดกว้างขึ้น โดยเฉพาะการมาของ AMD Ryzen 7 Series ที่ถูกออกแบบมาให้มีจำนวน 8 Core 16 Thread ที่เลือกใช้งานเทคโนโลยี SMT จำลองการทำงาน Core เสมือนขึ้นมาเหมือนกับเทคโนโลยี HT จากทาง Intel ส่งผลทำให้การทำงานแบบ Multi Core นั้นทาง Intel ได้มีความเพลี้ยงพล้ำไปบ้างโดยเฉพาะเมื่อออกมาครั้งแรกนั้นส่งผลทำให้ Intel Core i7 7700K ที่จัดเป็น CPU ระดับสูงในตลาด Mainstream ต้องสั่นคลอน และถึงแม้ว่าจะมีการส่ง I7 8700K ออกมาแล้วก็ยังชิงความได้เปรียบกลับมายังไม่ได้ในการทำงานแบบ Multi Core ซึ่งการแก้เกมส์ครั้งนี้ได้ส่ง I9 9900K ที่เป็น CPU ที่มีจำนวน Core และ Thread เท่ากับ AMD Ryzen 2700X แต่มีความเร็วที่สูงกว่ากลับมาทวงบัลลังค์การทำงานแบบ Multi Core ด้วยนั่นเอง

 

I7 vs I9

ครั้งแรกกับการที่ Intel จงใจให้ Intel Core I7 นั้นไม่มีการทำงานของ HT เข้ามาร่วมการทำงานด้วย เหตุผลหลักๆ ก็คงเพื่อการแบ่งตลาดที่ชัดเจนว่า I7 จะเป็น CPU ที่ทำมาเพื่อตอบสนองกับการใช้งานประเภทมัลติมิเดียโดยแท้จริง น่าจะมีความเหมาะสมกับเหล่าเกมส์เมอร์โดยเฉพาะ แล้วให้ I9 นั้นเน้นไปที่การทำงานหรือผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด เพราะอย่างที่สังเกตุได้ในตอนนี้คือเกมส์จำนวนมากนั้นเน้นการทำงานของ Core แท้ๆ มากกว่า Core เสมือน ซึ่งการตัด HT ออกไปนั้นก็จะทำให้ราคาของตัว CPU นั้นมีระดับราคาที่ลดลงมาด้วย

 

สำหรับ Intel Core i9-9900K เป็น CPU เรือธงจากทาง Intel และเป็น CPU รหัส K ที่สามารถปลดล็อคตัวคูณมาให้ โดยเป็น 1 ใน 3 ของ Series ที่สามารถทำได้ (ยังคงจะมี I7 9700K และ I5 9600K) โดย Intel Core I Generation 9 นั้นออกแบบให้ทำงานร่วมกับชิพเซ็ต 300 Series โดยสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดกับชิพเซ็ต Z390 ซึ่งมีกำหนดในการเปิดตัวในเร็ววันนี้

Intel 9th Generation Core Family CPU Official Specifications:

Processor Name Process Cores / Threads Base Clock Boost Clock Cache TDP Price
Core i9-9900K 14nm++ 8 / 16 3.6 GHz 5.0 GHz (1/2 Core)
4.8 GHz (4 Core)
4.7 GHz (6/8 Core)
16 MB 95W ~450 USD
Core i7-9700K 14nm++ 8 / 8 3.6 GHz 4.9 GHz (1 Core)
4.8 GHz (2 Core)
4.7 GHz (4 Core)
4.6 GHz (6/8 Core)
12 MB 95W ~350 USD
Core i5-9600K 14nm++ 6 / 6 3.7 GHz 4.6 GHz (1 Core)
4.5 GHz (2 Core)
4.4 GHz (4 Core)
4.3 GHz (6 Core)
9 MB 95W ~250 USD
Core i5-9600 14nm++ 6 / 6 3.1 GHz 4.5 GHz 9 MB 65W TBD
Core i5-9500 14nm++ 6 / 6 3.0 GHz 4.3 GHz 9 MB 65W TBD
Core i5-9400 14nm++ 6 / 6 2.9 GHz 4.1 GHz 9 MB 65W TBD
Core i5-9400T 14nm++ 6 / 6 1.8 GHz 3.4 GHz 9 MB 35W TBD
Core i3-9100 14nm++ 4 / 4 3.7 GHz N/A 6 MB 65W TBD
Core i3-9000 14nm++ 4 / 4 3.7 GHz N/A 6 MB 65W TBD
Core i3-9000T 14nm++ 4 / 4 3.2 GHz N/A 6 MB 35W TBD

 

ที่มา : wccftech

 

Share This:

3K ผู้เข้าชม

Intel Core i9-9900K ไม่ต้องแงะแล้วเพราะ Intel จะบัดกรีมาให้เรียบร้อย

 

 

Coffee Lake Refresh ที่กำลังจะมีการเปิดตัวจากข้อมูลในเวลานี้จะมีเพียง 3 รุ่นที่พร้อมจะเปิดตัวเท่านั้นคือ Core i9-9900K, Core i7-9700K และ Core i5-9600K (ส่วน Core i5-9400 จะมีความพร้อมในไตรมาสที่ 1 ปีพ.ศ. 2562)

จากเอกสารที่เปิดเผยโดยในเวลานี้ยังไม่มีการยืนยันตัวตนของผู้โพสได้ยืนยันว่าโปรเซสเซอร์ตัวใหม่จาก Intel จะได้รับการบัดกรีในรุ่น Intel Core i9-9900K/i7-9700K ส่วน Core i5-9600K มีความเป็นไปได้ที่จะยังคงใช้ STIM (Solder Thermal Interface Material) เนื่องจากข้อมูลที่แสดงในเวลานี้มีอ้างอิงให้เห็นได้เฉพาะ CPU แบบ 8 Core เท่านั้น

จากข้อมูลในเวลานี้สามารถยืนยันได้ว่า Core i9-9900K จะเป็น CPU แบบ 8 Core / 16 Thread และจะทำงานในโหมดเทอร์แบบแกนเดียวที่มีความเร็วถึง 5.0 GHz สำหรับ Coffee Lake Refresh ของ Intel Core i7-9700K และ Core i5-9600K จะไม่สนับสนุนเทคโนโลยี HyperThreading

ในเวลานี้ยังไม่มีการยืนยันจาก Intel ถึงราคาและประสิทธิภาพแต่คาดว่าจะมีการวางจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้

ที่มา : videocardz

Share This:

1.4K ผู้เข้าชม

ฟรีวิว Gigabyte X470 AORUS Gaming 7 WiFi

 

ไม่ทันได้ตั้งตัวกันเลย อยู่ๆ Gigabyte ก็ได้ทำการปล่อยเมนบอร์ดชิพเซ็ต AMD X470 ที่ออกมาเพื่อการสนับสนุน AMD Ryzen Gen 2 แบบเต็มรูปแบบนั้น แต่ถึงอย่างไรตามข้อมูลที่ได้รับก็จะยังคงการเปิดตัวในการจัดจำหน่ายในช่วงเดือนเมษายนตามเดิม แต่ก็ถือว่าแฟนๆ AMD หลายๆ คนคงไม่มีประวัติซ้ำกับตอน AM3+ แน่นอนที่ไม่มีซิปเซ็ตออกมาใหม่เลยหลังจากที่ AMD 900 Series ออกจำหน่าย ซึ่งครั้งนี้ได้มีการเปิดตัวและมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานซิตเซ็ตรุ่นใหม่แท้แน่นอนแล้ว ซึ่งทาง Gigabyte ก็ออกตัวเป็นเจ้าแรกในขณะนี้

แน่นอนว่าในการปรับปรุงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ Gigabyte เอาเพียงชิพเซ็ตใหม่มาใส่เท่านั้น แต่เป็นการปรับปรุงที่ค่อนข้างเรียกว่ามากเลยก็ว่าได้ตั้งแต่รูปลักษณ์ที่เราเห็นกันภายนอก รวมถึงอุปกรณ์ที่อยู่ภายในด้วย เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาไปรับชมกันได้เลย

การออกแบบ

สิ่งที่ปรับปลี่ยนเข้ามาคือความดุดันที่เราจะสัมภัสได้ตั้งแต่มองเห็นในการออกแบบที่ Gigabyte นั้นได้บรรจงลงรายละเอียดในจุดต่างๆ มาให้ครบครัน ทั้งที่นอกจากความสวยงามแล้วยังพกในแง่มุมของประโยชน์จากการออกแบบด้วย เริ่มจากฮิตซิ้งขนาดใหญ่ที่ใช้ระบายความร้อนให้ภาคจ่ายไฟที่มองก็พอจะทราบได้แล้วว่าเน้นการรีดความร้อนได้อย่างแน่นอน (มีภาพประกอบเพิ่มเติมด้านล่าง) รวมถึงช่อง M.2 ก็ได้เตรียมฮิตซิ้งให้ด้วยในตัว โดยเฉพาะฮิตซิ้งของชิพเซ็ตก็ได้ลงรายละเอียดของไฟ RGB เพิ่มความสวยงามด้วย

อย่างที่ทราบกันใครที่ได้สัมภัส Gigabyte มาแล้วจะทราบดีว่าแสงไฟ RGB ของ Gigabyte นั้นจัดได้ว่าอยู่ในระดับต้นๆ ด้วยความสว่าง รวมถึงจุดลงไฟ RGB ต่างๆ ที่สามารถคุมโซนได้ท้งหมดนั้น เรียกได้ว่าทำมาให้ครบเต็มตาจริงๆ ส่วนช่องใส่ HDD/SSD แบบ SATA3 นั้นก็ไม่ได้ละเลยในการออกแบบแม้แต่น้อย ด้วยการทำให้ส่วนของการติดตั้งนั้นหันออกไปด้านข้าง ทำให้สามารถเก็บสายไฟเพื่อความสวยงามตอนอยู่ในเคสได้เป็นอย่างดี

อีกจุดที่ไม่กล่าวถึงก็ไม่ได้อีกจุดคือความสามารถในการรองรับการ Overclock ที่มองผ่านๆ ก็สามารถรับรู้ได้ในทันทีว่าไม่น่าจะธรรมดาแน่นอน เพราะว่ามีการติดตั้งไฟ 7 Segment มาให้ในตัวเพื่อให้สามารถรับรู้ความผิดพลาดได้โดยง่าย   

ภาคพลังงาน

ในด้านของภาคพลังงานนั้นได้รับการปรัรบปรุงให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยภาคจ่ายไฟ CPU แบบ 10 Phase ใช้งาน International Rectifier 3599 Vcore เป็นตัวขับเคลื่อนโดยมี MOSFET เบอร์ 3553 และใช้งาน IR 35201 เป็นตัวควบคุม PWM ทำให้มั่นใจได้ว่าการ Overclock นั้นสามารถให้พลังงานได้อย่างเต็มที่ (ภาคจ่ายไฟ CPU นั้นต้องการพลังงานจากปลั๊ก 8Pin + 4Pin)

สำหรับการระบายความร้อนให้กับภาคจ่ายไฟนั้น ในการออกแบบเลือกใช้งานฮิตซิ้งที่สามารถดึงความร้อนได้เป็นอย่างดี ด้วยหน้าสัมภัสที่แตะโดนกับ MOSFET นั้นเป็นทองแดงเพื่อเน้นการดึงความร้อนได้เป็นอย่างดี และเลือกใช้งานอลูมิเนียมเพื่อการระบายความร้อนออกจากตัวได้เป็นอย่างดี แต่เท่านั้นยังไม่พอยังเลือกใช้งานการออกแบบให้มีพินระบายความร้อนเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้การระบายความร้อนนั้นไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งถ้าได้รับการออกแบบทางเดินของอากาศในเคสดีๆ นั้นน่าจะช่วยได้เป็นอย่างดีในการนำความร้อนออกจากภาคจ่ายไฟของตัวเมนบอร์ด

แผงหลัง

ด้านหลังของ Gigabyte X470 AORUS Gaming 7 WiFi นั้นเรียกว่ามีช่องต่ออุปกรณ์มาให้แบบครบครันเลยก็ว่าได้ รวมถึงการออกแบบที่เป็นแผงหลังติดมาเลยนั้นทำให้สามารถเพิ่มความสวยงามได้เป็นอย่างดี โดยแผงหลังนั้นประกอบไปด้วยสวิชย์เปิด-ปิดเครื่อง, สวิชย์ Clear CMOS, WiFi, USB 2.0, USB 3.0, USB 3.1,USB 3.1 Type C, GigabitLan, USB3.0 DAC-UP (ป้องกันปัญญาณรบกวน) และ Audio 8 Chanel ซึ่งจะขาดไปก็เพียงภาคแสดงผลแต่คาดว่าผู้ที่ใช้งานเมนบอร์ดตัวนี้ไม่น่าจะต้องการช่องแต่นี้แต่อย่างใด ซึ่งนำมาเพิ่มในส่วนอื่นน่าจะถูกใจใครหลายๆ เสียมากกว่า

สำหรับใครที่อยากจะจับต้องหามาใช้งาน อาจจะต้องรอสักหน่อย เพราะตอนนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดแต่อย่างใดว่า Gigabyte X470 AORUS Gaming 7 WiFi จะมีการเปิดตัว จัดจำหน่าย และราคาที่ยังไม่มีข้อมูลออกมา ซึ่งถ้ามีข้อมูลแล้วอย่างใดทางทีมงานจะรีบนำมาแจ้งให้ทราบในทันที สำหรับวันนี้สวัสดี

ที่มา : gamersnexus

Share This:

1.5K ผู้เข้าชม

AMD Ryzen Zen+ 12nm และเมนบอร์ด X470 พบกันเมษายนนี้

 

AMD 12nm Ryzen จะเปิดตัวในเดือนเมษายน

เอเอ็มดียืนยันในโปรเจกต์จากสไลด์อย่างเป็นทางการว่า CPU Ryzen รุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงในรุ่นที่สองจะเปิดตัวในเดือนเมษายน ปีพ.ศ. 2561 จากคำกว่าของ AMD ได้ยืนยันว่าโปรเซสเซอร์ ZEN+ จะใช้ใช้งานเทคโนโลยีการผลิต 12nm จะมีความถี่ของสัญญาณนาฬิกาสูงขึ้นกว่ารุ่นแรก และสนับสนุนเทคโนโลยี Precision Boost 2

นอกจากนี้เอเอ็มดียังยืนยันอีกว่าชิปเซ็ต X470 รุ่นใหม่ที่ทำมาสนับสนุนการใช้งาน CPU  Ryzen Gen 2 นั้นจะเปิดตัวในเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2561 แต่อย่างที่รู้กันว่าชิพเซ็ตเดิมในซีรี่ 300 ก็ยังคงจะใช้งานกับ CPU AMD Ryzen Gen 2 ได้และเมนบอร์ดชิปเซ็ต X470 ก็จะใช้งานกับ AMD Ryzne Gen 1 ได้เช่นกัน

AMD Ryzen Threader ตัวที่ 2 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561

แผนงานอย่างเป็นทางการยืนยันว่าในขณะที่ AMD Ryzen Gen 2nd จะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีพ.ศ. 2561 ซึ่งก็คาดได้อีกว่าจะมีการเปิดตัว Ryzen Threadripper series ในช่วงครึ่งปีหลังของปีพ.ศ. 2561 พร้อมกับ Ryzen PRO รุ่นที่ 2 ด้วย

ที่มา : videocardz

Share This:

5.8K ผู้เข้าชม

จริงหรือหลอก? Ryzen 3 2300X 4C/4T แรงเร็วทะลุนรก

 

เมื่อไม่กี่วันก่อน มีผู้ใช้ Youtube ชื่อว่า anonymous Secret ได้โพสต์คลิปที่แสดงการทดสอบของ Ryzen 3 2300X มีความเร็วพื้นฐานที่ 4GHz โดยทำการทดสอบบนโปรแกรม CineBench R15 และ CPU-Z version 1.81.0 x64

หลังจากทำการทดสอบพบว่าในโปรแกรม Cinebench R15 สามารถทำคะแนนในแบบ single core ได้ 236 คะแนน แบบ Multicore ได้ 855 คะแนน (ในขณะที่ R7 1800X นั้นเคยทำผลการทดสอบได้ที่ 182 คะแนนเท่านั้น)

ส่วนโปรแกรม CPU-Z version 1.81.0 x64 การทดสอบแบบ Single core ได้ที่ 679.4 คะแนน ส่วน Multicore ทำคะแนนได้ที่ 2585.0 คะแนน

ที่มา anonymous SecretGamerdotcom Taiwan

Share This: