2.6K ผู้เข้าชม

AMD Ryzen 7 2700X Overclock @6.0GHz All Cores on ASUS ROG Crosshair VII Hero With LN2 Cooling

 

 

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีการนำ CPU ที่เพึ่งเปิดตัวใหม่มาเพื่อทำสถิติโลก สำหรับในเวลานี้คงหนีไม่พ้นจาก AMD Ryzen 2000 Series ที่ Der8auer และ Neo ซึ่งเป็น Overclocker แถวหน้าในวงการโดยสามารถพลักดัน AMD Ryzen 7 2700X ให้เกินขีดจำกัดได้ไปถึงความเร็ว 6.0 GHz

 

AMD Ryzen 7 2700X Overclock to 6.0 GHz

ในการ Overclock ครั้งนี้ได้ใช้งาน LN2 เป็นระบบระบายความร้อนให้กับ AMD Ryzen 7 2700X เพื่อทำลายข้อจำกัดของสถาบัตยกรรม Pinnacle Ridge โดยผ่านการทดสอบบนเมนบอร์ด ASUS ROG Crosshair VII Hero ซึ่งสามารถทำลายสถิติก่อนหน้านี้ที่ความเร็ว 5.88 GHz โดยผ่านเมนบอร์ด MSI X470

 

AMD Ryzen 7 2700X ได้รับการทดสอบตามมาตรฐานการทดสอบที่แตกต่างกันไป แต่ผลที่น่าประทับใจที่สุดในการ Overclock คือการทำความเร็วระดับ 6.0 GHz สามารถทำงานได้ครบทั้ง 8 Core 16 Thread โดยใช้กำลังไฟ CPU ที่ 1.85V นี่คือความเร็วของสัญญาณนาฬิกาที่ไม่น่าเชื่อแม้ว่าการทำงานจะยังคงไม่เสถียร แต่ก็แสดงให้เห็นถึงว่านี่เป็นชิปที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ดีขึ้น โดยรวมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนที่ถูก Overclock ไว้ที่ความเร็ว 5.9 GHz ซึ่งสามารถผ่านการทดสอบได้จากความเร็วนี้ แต่ก็ไม่สามารถทำความเร็วในการ Overclock ได้มากกว่านี้แล้วแม้ว่าจะใช้ระบบระบายความร้อนด้วย LN2 ก็ตามแม้ว่าอุนหภูมิจะอยู่ที่ -190 องศาเซลเซียส

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีการทดสอบที่ความเร็วของ CPU 5.7 GHz (1.550V) และ RAM (1.95V) สิ่งที่น่าแปลกใจที่พบได้จากการทดสอบ AMD Ryzen 7 2700X ไม่สามารถทำลายสถิติโลกของ CPU ที่มี 8 Core ได้แต่ก็มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า CPU Intel Skylake-X 8 Core ที่ความเร็ว 6.1 GHz

 

 

สามารถรับชมการ Overclock ในฉบับเต็มได้จากด้านล่าง :

ที่มา : wccftech

Share This:

682 ผู้เข้าชม

ASUS ROG Crosshair VII HERO มาพร้อมกับ Chipset X470

 

ใกล้วันสำหรับการเปิดตัวของ Ryzen Gen 2 จาก AMD แล้วซึ่งนอกจาก CPU แล้วก็จะเป็นส่วนของเมนบอร์ดที่ได้ขนเป็นเรื่องดังนั้นสิ่งที่ก็จะมีการเปิดตัวชิพเซ็ตตัวใหม่ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีชิพเซ็ต AMD X470 ซึ่งจะมาแทนที่ X370 ในปัจจุบัน (X370 ยังจะใช้งานร่วมกับ Ryzen Gen 2 ได้แต่ว่าจะไม่สามารถใช้งาน XFR2.0 ได้) ซึ่งได้มีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิม

ASUS ROG Crosshair VII HERO (X470)

นับตั้งแต่การเปิดตัว ASUS Crosshair VI ซึ่งได้แสดงให้เห็นประสิทธิภาพกับการใช้งานกับ Ryzen ได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็ถึงเวลา Cosshair VII ซึ่งได้รับการปรับปรุงมาใช้งานซิพเซ็ต AMD X470 ซึ่งยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้ได้สามารถสังเกตุได้จากที่ฮีทซิงค์ VRM ได้รับการปรับปรุงแต่ยังคงจำนวนเฟสยังเลือกใช้งานในรูปแบบเดิม สำหรับ I/O shroud ได้รับการติดตั้งเรียบไว้เรียบร้อย ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องถูกย้ายจากด้านล่างไปทางด้านขวาบน ส่วนหนึ่งในสล็อต PCIe x1 ถูกแทนที่ด้วยสล็อต M.2 พร้อมฮีทซิงค์ที่ออกแบบมาเฉพาะ อีกจุดที่น่าสนใจคือในชิพเซ็ต X370 มีพอร์ต SATA 6G 8 พอร์ต แต่ X470 เท่าที่สังเกตุจะเลือกใช้งานได้ 6 พอร์ต (น่าจะเป็นการตัดให้ไปทำงานในส่วน M.2 แทน) สามาใช้งาน USB ได้ 12 พอร์ต (2.0 / 3.0 / 3.1) ซึ่งปรับลดมาจาก X370 ที่มี 14 พอร์ต ซึ่งน่าจะเพราะต้องการให้ใช้งานพอร์ต PS/2 ส่วนชิปเสียงยังคงเหมือนเดิมซึ่งน่าจะมีคุณภาพเสียงที่ดีเช่นเดิม เมนบอร์ดต้องการไฟเลี้ยง CPU แบบ 8 + 4 พิน และสามารถใช้งาน VGA ได้ 3 ตัวจากช่องเสียบ PCIe x16 จำนวน 3 สล็อต

ASUS ROG Crosshair VII HERO จะมีการวางจำหน่ายในวันที่ 19 เมษายนนี้

ที่มา : videocardz

Share This:

2.3K ผู้เข้าชม

ASUS X470 Series

 

เป็นที่ตั้งตารอคอยของใครหลายๆ คนโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการใช้งาน CPU จากค่าย AMD หรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้งาน AMD ซึ่งต้องยอมรับว่า Ryzen Series นั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการหน่วยประมวลผลกลางอย่างมากที่สุด ซึ่งทำให้ตลาดของโปรเซตเซอร์กลับมาแข่งขันกันอย่างหนัก และอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ซึ่งตอนนี้น่าจะสามารถบอกได้กลายๆ ละวันในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2561 ที่จะถึงนี้จะมีการเปิดตัว AMD Ryzen 2000 Series และซิพเซ็ต AMD X470 ออกมาพร้อมๆกัน (ยังไม่มีการยืนยันจากทาง AMD) สำหรับในส่วนของตัว CPU นั้นจะยังไม่ขอพูดถึงในครั้งนี้ แต่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับชิพเซ็ต AMD X470 เท่านั้นซึ่งในเวลานี้ได้มีสมาชิกของฟอรั่ม HardwareLuxx ได้พบคู่มือผู้ใช้สำหรับมาเธอร์บอร์ดของ AMD ที่จะสนับสนุนการทำงานของ Ryzen 2000

AMD X470

ตัวชิพเซ็ต AMD X470 ถูกยกระดับความสามารถขึ้นมาจาก AMD X370 ซึ่งได้มีการปรับปรุงกระบวนการผลิตจากโหนด 55nm มาเป็น 40nm โดยมีการเพิ่มขีดความสามารถ XFR2 Enhanced และ Precision Boost Overdrive เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งจะใช้งานกับ Ryzen 2000 X-Series ส่วนเร่อง PCI Express Lanes นั้นจะเป็นความสามารถที่มาพร้อมกับตัว CPU แต่ถึงอย่างนั้นการสนับการใช้งานกราฟฟิกการ์ดแบบ Multi GPU ยังคงต้องพึ่งชิพเซ็ตด้วยเช่นกัน ซึ่งตัวชิพเซ็ต B450 นั้นจะไม่มีความสามารถนี้ แต่ว่าผู้ผลิตมาเธอร์บอร์ดหลายๆ เจ้าอาจะเพิ่มความสามารถนี้ให้กับชิพเซ็ต B450 เพื่อสร้างจุดแข็งให้ตนเองเช่นกัน

อย่างที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ ASUS เองก็ได้กำลังเตรียมเมนบอร์ด X470 อย่างน้อย 6 ตัว ดังนี้

  • PRIME X470-PRO
  • ROG STRIX X470-F GAMING
  • ROG STRIX X470-I GAMING
  • ROG CROSSHAIR VII HERO
  • ROG CROSSHAIR VII HERO (WI-FI)
  • TUF X470-PLUS GAMING

คู่มือเมนบอร์ด PRIME, TUF และ STRIX ถูกพบโดย user : emissary42 จากฟอรั่ม HardwareLuxx

สำหรับ PRIME X470 PRO และ STRIX X470-F จะพบว่าตัวเมนบอร์ดนั้นถูกออกแบบมาในรูปแบบที่ใกล้เคียงกันมากแตกต่างบ้างก็จะมีในส่วนของไฟ LED แต่สำหรับ X470 TUF PLUS น่าจะเป็นทางเลือกที่ทำออกมาในราคาถูกกว่าเพราะจะไม่มีสต็อต PCIe x16 ตัวที่สามและตัดการเชื่อมต่อบางส่วนขออกไป

ASUS ROG X470 Crosshair Hero VII

อย่างที่รู้กันว่าก่อนการเปิดจำหน่ายจริงของเมนบอร์ด X470 ก็จะต้องมีการจัดส่งให้กับตัวแทนจำหน่ายเสียก่อน ซึ่งก็ไม่พลาดที่จะมีการหลุดภาพเล็กๆ น้อยของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นอกเหนือจากผลการทดสอบ ซึ่งก็เป็นภาพของ  ASUS ROG X470 Crosshair Hero VII ซึ่งคาดว่าจะเป็นเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์จาก ASUS ROG Series แต่ก็ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าจะเป็นตัวที่ดีสุดไหม แต่ที่แน่ๆ ในตอนนี้ก็น่าจะเป็นตัวที่ดีที่สุดจาก ASUS สำหรับซ็อกเก็ต AM4 ในเวลานี้

Ryzen 2000 เพิ่มการสนับสนุนความเร็วของหน่วยความจำที่เร็วมากขึ้น

จากข้อมูลที่มีออกมานั้นพบว่า Ryzen Gen 2 และ Ryzen Gen 1 นอกเหนือจากเทคโนโลยีการผลิตที่ได้ลดเป็น 12nm จาก 14nm แล้วอีกจุดหนึ่งที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่น่าจะพึงพอใจมากขึ้นคือการสนับสนุนหน่วยความจำที่เร็วมากขึ้น ซึ่งในเอกสารฉบับนี้ ASUS ยืนยันว่า Ryzen 2000 Pinaccle Ridge จะรองรับหน่วยความจำได้ถึง 3466 MHz ขณะที่ Ryzen 1000 (และ Ryzen 2000 with Vega) รองรับได้ถึง 3200 MHz เท่านั้น ซึ่งถ้าเกินนอกเหนือจากนี้จะมีต้องพึ่งความสามารถของผู้ใช้งานในการปรับแต่งในการทำงาน เพื่อให้รองรับความเร็วที่ต้องการ จึงทำให้คาดว่าจะมีการปรับแต่งจนถึงความเร็วที่ 4000 MHz ออกมาก็เป็นได้ในผู้ใช้งานระดับ Advance

ที่มา : videocardz

Share This:

706 ผู้เข้าชม

ASUS Phoenix GeForce GTX 1060 6GB Mini

 

ASUS เปิดตัวกราฟฟิกการ์ดรหัส SKU PH-GTX1060-6G โดยจะเป็นกราฟฟิกการ์ดจาก Nvidia ในรุ่น GeForce GTX 1060 6GB ซึ่งใช้ PCB ขนาดไม่ใหญ่มาก โดยมีความยาว 18 ซม. โดยมีการติดติดตั้งหน่วยความจำชนิด GDDR5 ขนาด 6GB มีความเร็วของสัญญาณนาฬิกาพื้นฐาน 1,506 MHz, และสามารถเร่งความเร็วได้ถึง 1,708 MHz และมีความเร็วของหน่วยความจำ 8,008 MHz ขนาดแบนวิช 192 Bit ส่วนพอร์ทแสดงผลประกอบด้วย DVI-D × 1, HDMI 2.0 b × 2, DisplayPort 1.4 × 1

  • GPU: GeForce GTX 1060
  • Number of CUDA: 1,280 groups
  • Core base clock: 1,506 MHz
  • Core boost clock: 1,709 MHz
  • Memory clock: 8,008 MHz
  • Video memory: GDDR 5 6 GB
  • Memory bus width: 192 bits
  • Output interface: DVI-D × 1, HDMI 2.0 b × 2, DisplayPort 1.4 × 1
  • VGA cooler: 2 slot occupied original single fan cooler
  • Bus interface: PCI – Express 3.0 (x16)
  • Auxiliary power supply: 6 pin × 1
  • External dimensions: 183 × 121 × 38 mm

ASUS Phoenix GeForce® GTX 1060 มาพร้อมกับพัดลมแบบ  dual ball-bearing ทำให้เพิ่มสามารถสำหรับยึดอายุการใช้งานของตัวการ์ดได้ยาวนานกว่าเดิมอีก 2 เท่าและเทคโนโลยี Auto-Extreme Technology ที่ได้เพิ่มส่วนประกอบ Super Alloy Power II เพื่อความเสถียรยิ่งขึ้น ASUS Phoenix GeForce® GTX 1060 มาพร้อมกับเทคโนโลยี GPU Tweak II พร้อมด้วย XSplit Gamecaster ที่ทำให้การปรับแต่งสมรรถนะสามารถทำได้โดยง่ายและสามารถใช้งานสตรีมแบบเรียลไทม์ มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเล่นเกมเช่น Overwatch, Dota 2, CS Go และ League of Legend

ที่มา : guru3d

Share This:

1.5K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ ASUS PRIME A320M-A น้องเล็ก Socket AM4 งานดีพิมพ์นิยม

 

สวัสดีเพื่อนๆ และแฟนๆชาว GcubeZ ทุกๆคน กับการกลับมาทดสอบเมนบอร์ด A320 ตัวที่ 2 จากเรา วันนี้มาในยี่ห้อของ ASUS ครับ โดยที่การทดสอบในวันนี้คือการใช้ค่าพื้นฐานที่เมนบอร์ดสามารถปรับได้กับ CPU ที่เราจะเอามาทดสอบคือ AMD Ryzen5 1600

ซึ่งขอเกริ่นเอาไว้แต่ตอนต้นครับว่า เมนบอร์ดไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้สำหรับ Overclock ฉนั้นคนที่คาดว่าจะ OC ได้อาจต้องคิดก่อนซื้อนะครับ แต่ถ้าถามหาการใช้งานแบบเดิมๆรวมไปถึงการรองรับตัว CPU Ram ละก็ มันทำได้เหมใือนเมนบอร์ดรุ่นใหญ่ X370 หรือ กลาง B350 ได้เลยครับ

ตัวแพ็คเกจกล่องยังคงดีไซน์ในรุปแบบของ Prime Series ครับมาในโทรดำมีแสงเลเซอร์เก๋ๆสวยๆ พร้อมกับการบอกคุณสมบัติหลักๆที่เมนบอร์ดรองรับที่หน้ากล่องครับ

 

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ในกล่องมีอะไรบ้าง

  • คู่มือการติดตั้ง
  • DVD Software / Utility
  • สาย SATA 2 เส้น
  • Cover Back I/O Panel

มาถึงตัวดีไซน์ของเมนบอร์ดก็จะยังคงรูปแบบของ Prime Series เอาไว้ครับ คือมรแถบลายสีขาวแนวตั้งคาดทะแยงตามตัว PCB เมนบอร์ด บ่งบอกว่านี่คือ Prime นะ แต่ทว่าหากมองดูทั่วๆจะเห็นว่าตัวเมนบอร์ดมีการลดทอนอุปกรณ์ Component ลงไปครับจากตัว B350 Prime นั้นเพราะ A320 ตัวนี้เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานที่มีงบประมาณประมาณ 2 พันบาทในการซื้อเมนบอรืดที่มีราคาไม่แพง เหมาะแก่ผู้ใช้งานที่งบประมาณน้อย หรืออาจจะไม่ได้สนใจเรื่องของฟีเจอร์ หรือความสามารถในการ OC เน้นใช้งานเดิมๆ เจ้าเมนบอร์ดตัวนี้ก็จะตอบโจทย์คนในกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดีครับ


ช่องเชื่อมต่อด้านหลังเมนบอร์ด I/O Panel

ชนิดของช่องต่อ จำนวนช่อง
PS/2 X1 All in one
USB USB 2.0 X2 , USB 3.0 X 4
Display Out  X1 HDMI , X1 DVI , X1 D-Sub
Audio  Analog 5.1 CH
Network  Gigabit LAN X 1 Port

Chip LAN Guard เพิ่มประสิทธิภาพให้ความระบบ Lan Internet ให้สามารถทงานได้มีเสถียรภาพ ลดการเกิดสัญญาณรบกวนที่ไม่พึงประสงค์ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับ Gamer ที่เป้นสาย e-Sport  ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบของสัญญาณ Internet ที่ดี

ภาคจ่ายไฟ Phase ไฟ CPU ให้มาแบบ 4+2 ( 6 Phase Digital) และมีการลง Mosfet VRM มาให้ในรุ่นพื้นฐานทั่วไปครับชนิดที่ทนความร้อนได้ 85c ตัดการทำงาน นั้นแหละว่ามันไม่รองรับที่จะให้ Overclock CPU นั้นเอง แต่ถ้าถามหาการใช้งานทั่วๆไปละก็ มันรองรับ CPU ตั้งแต่ Ryzen 7 5 3 และ Ryzen APU ครับ

ช่องต่อ PCI-E 16X ใช้มา 1 ช่อง และ PCI-E X1 มา 2 ช่อง ตัวเมนบอร์ดไม่ได้รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อการ์ดจอแบบคู่ใดๆในแบบ Gaming ครับ

มีการให้ช่องเชื่อมต่อ M2.2 Sata และรองรับ M.2 PCI-E ด้วย มรมาให้เราใช้งานกันเพียง 1 ช่องเท่านั้นครับ

Slot Ram ให้มาแบบ Dual CH 4 Slot รองรับได้สูงสุด 64GB 2133 2400 และ XMP 2666 2933 ไป ( Slot ละ 16 GB)

ช่องต่อ Hard drive Sata 3.0 ให้มาทั้งสิ้น 6 ช่องด้วยกัน ให้มาใช้งานได้ไม่มากไม่น้อย สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเล็กตัวนี้ ในจุดนี้ถือว่าให้มาเยอะพอสมควรครับ

ตัวไฟลี้ยง CPU ให้ช่องต่อมาแบบ 8 Pin 1 ตัวครับ เรียกว่าเหลือเฟือเลยสำหรับการใช้งานเดิมๆที่ไม่ได้ OC ใดๆ

Chip Set Sound On Board เลือกใช้ของ ชิพของ Realtek ALC864 เป็นรุ่นมตรฐานทั่วๆไปครับ ไม่ได้เติมอะไรมาเป็นพิเศษ แต่ก็เพียงพอต่อผู้ใช้งานที่ไม่เน้นว่าเสียงต้องเทพอะไรนัก แต่คุณภาพที่ได้ก็ไม่ได้แย่นะครับยังดูดีอยู่


Live สด Unbox / อธิบายเรื่องตัวเมนบอร์ด ASUS PRIME A320M-A

Unbox ASUS A320M-A PRIME

Unbox ASUS A320M-A PRIME เมนบอร์ดรุ่นเล็กที่รองรับ AMD Ryzen และ Ryzen APU

โพสต์โดย GcubeZ บน 30 มกราคม 2018


SYSTEM TEST
CPU AMD Ryzen 5 1600 3.2GHz
Mother Board ASUS PRIME A320M-A
Graphics Accelerator Geforce GT 1030 2GB
Memory G.Skill Trident Z RGB 16GB 8*2 CL 16-18-18-18 2933Mhz
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thermaltake TOUGHPOWER GRAND RGB 850W – 80plus Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

ซึ่งวันนี้ผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพ CPU AMD Ryzen5 1600  ที่ความเร็ว 3.2GHz XFR 3.4GHz ในส่วนของ Memory 2933  MHz  ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro 64Bit



Final Thought / Mike GcubeZ : เมนบอร์ด ASUS ตัวนี้ จากที่ลองใช้งานถ้าพูดถึงเสถียรภาพที่ได้ละก็ ทำได้ดีมากครับเพราะมีชิปควบคุม VRM Digit ทำหน้าที่การคุมไฟให้จ่ายระหว่าง CPU Ram ได้นิ่งๆ แต่อย่าถามหาการ OC ใดๆ ยกเว้นการปรับ XMP ที่สามารถเล่นได้ที่บัส 2933 ครับ

1.การใช้งานเดิมๆ ผลที่ได้รับคือ มันมีอัตราเสถียรภาพที่ดี เหมาะแก่ผู้ใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพที่ดีและเสถียร แต่ไม่เน้น OC ก็สามารถที่จะประหยัดงบประมาณค่าเมนบอร์ดไปได้อยุ่เหมือนกัน

2.ชิป 5X Digit EPU Protection ควบคุมไฟบนยเมนบอร์ด ที่ชาญฉลาดทำให้เมนบอร์ดรุ่นเล็กตัวนี้มีภาษีที่ดีกว่า A320 ในรุ่นทั่วๆไป ณ จุดนี้ครับ

3.วัสดุและการดีไซน์ วัสดุที่ใช้อาจจะดูธรรมดาและดีเป็นบางจุดครับ สำหรับตัวดีไซน์ออกแบบได้สวยงามในแบบฉบับของ Prime

สรุปท้าย – เมนบอร์ดราคา 2 พันหน่อยๆ อาจะได้รุ่นที่ติดตั้ง Component ดีกว่ามาให้เจ้าตัวนี้ครับ แต่เจ้าตัวนี้ก็มีความโดเด่นกว่าตัวอื่นที่เป็น A320 ด้วยกันคือการลงชิป 5X Digit EPU มาให้

จุดเด่น

  • OC ง่าย ไบออสใช้งานไม่ยากอะไร ปรับแต่งได้เยอะมากๆ
  • PCB เก็บงานได้ดี มีความหนาแน่น ภาคจ่ายไฟใส่มาไม่มากแต่ใช้วัสดึ OK เลยครับ
  • มี Lan Guard ด้วย ได้ไงไม่รู้แต่ ASUS ก็ใส่มาให้ อันนี้คือดีมากๆนะ
  • มีชิป5X Digit EPU มาให้ด้วย
  • รองรับ Ram XMP 2933 ได้

จุดที่ควรปรับปรุง

  • น่าจะมีฮีตซิ้งค์ภาคจ่ายไฟในส่วนของ Mosfet ครับ นอกจากจะทำให้เมนบอร์ดดูโล่งไปแล้ว หาเคสระบายความร้อนไม่ดีพอก็อาจทำให้ Mosfet ทำงานหนักได้เพราะขาดฮีตซิ้งค์ภาคจ่ายไฟ (ตรงนี้ควรมีมาให้แม้จะเล็กๆก็ยังดี)
  • ฮีตซิ้งค์เซาบริดจ์ขนาดเล็กมาก และดีไซน์ไม่สวยเท่าไหร่ตรงนี้ไม่ OK นะ

ขอขอบคุณ ASUSTEK Thailand ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

1.5K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ ASUS Z370-G Gaming Wi-Fi AC ROG STRIX เมนบอร์ด mATX ฟีเจอร์จัดเต็ม

 

กราบสวัสดีเพื่อนๆ และแฟนๆชาว GcubeZ ทุกๆคนนะครับ กับการกลับมาทดสอบเมนบอร์ด Z370 อีกตัวของ ASUS ครับ ซึ่ง ณ วันนี้เราจะเปลี่ยนรูปแบบการทดสอบไปอีกแบบนึงครับ จากคราวที่แล้วเราก็ได้ทดสอบ Z370 Pro TUF Gaming กันไป ผมก็เลยอยากลองเอามาทดสอบเทียบกับเมนบอร์ดที่เราจะทดสอบกันในวันนี้นั้นก็คือ ASUS Z370-G Gaming Wi-Fi AC ROG STRIX แต่วันนี้เราจะไม่ทดสอบในส่วนของการ Overclock ใดๆครับ นั้นเพราะว่าเราอยากเน้นที่การทดสอบฟีเจอร์ของเมนบอร์ดตัวนี้มากกว่า เพราะ STRIX Series เราทราบอยู่แล้วว่าประสิทธิภาพการ Overclock นั้นทำได้ดีกว่าเมนบอร์ดที่เป็น TUF Series

แต่ว่าการทดสอบฟีเจอร์ของเมนบอร์ดหลักๆของ STRIX เราจะไม่ได้เทียบกับตัวเมนบอร์ด TUF นะครับ ฉนั้นในครั้งนี้จึงจะทดสอบเทียบด้านประสิทธิภาพเดิมของเมนบอร์ดทั้งคู่ แต่จะเสริมในส่วนของฟีเจอร์เด่นๆที่มีใน STRIX เข้าไปแทนครับผม

ตัวแพ็คเกจกล่องยังคงดีไซน์คล้ายและใกล้เคียงตัวเมนบอร์ดรุ่นอื่นๆที่เป็น STRIX ครับ ไม่ได้มีการดีไซน์ใหม่แต่อย่างใด และขนาดของกล่องบรรจุก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย เรียกว่าพอๆดีๆกับตัวเมนบอร์ดกเลยก็ว่าได้ครับ

สภาพแกออกจากกล่องจะเห็นซองกันไฟฟ้าสถิตห่อเมนบอร์ดเอาไว้และขนาดเมนบอร์ดกับกล่องบรรจุแทบจะมีขนาดใกล้ๆกันเลย กล่องก็ไม่ได้ใหญ่อะไรนักครับ ฉนั้นควรระมัดระวังในการเคลื่อนย้าย หากต้องถอดออกไปเปลี่ยนแล้วใส่กล่องไป หรือซื้อกลับมาเปลี่ยนก็ระวังเรื่องการกระแทกเอาไว้ให้ดีครับ แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังมีชั้นกล่องกระดาษภายในที่ทำออกมาเป็นลักษระของกันกระแทกเอาไว้อยู่เหมือนกันครับ

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ในกล่องมีอะไรบ้าง

  • คู่มือการติดตั้ง
  • DVD Software / Utility
  • สาย SATA 4 เส้น
  • Cover Back I/O Panel
  • Bridge SLI ของ Nvidia ไว้ทำ Multi GPU
  • เสา WI-Fi Ac 1 ชุดพร้อมเหล็กยึดเสา Wi-Fi
  • Sticker ตกแต่ง สวยๆจาก ASUS

แว๊บแรกที่เห็นตัวเมนบอร์ดและตัววัสดุ ออกตัวก่อนเลยว่ามันแทบจะถอดแบบมาจากเมนบอร์ด STRIX Z370F Gaming เลยก็ได้ เพียงแต่มีขนาดที่เล็กกว่าเพราะมันเป็น mATX ครับ แต่นั้นก็ทำให้เราชื้นใจขึ้นมาบ้างแล้วหละว่าเมนบอร์ดขนาดนี้ ไม่ได้ลดทอนความสามารถ อุปกณณื และฟีเจอร์ของเมนบอร์ดออกไปเลย คนที่ไม่ชอบเมนบอร์ดที่ใหญ่ๆ น่าจะชอบเมนบอร์ดตัวนี้ครับหากหวังจะได้ความครบครันและประสิทธิภาพที่ดีเยี่่ยม


ช่องเชื่อมต่อด้านหลังเมนบอร์ด I/O Panel

ชนิดของช่องต่อ จำนวนช่อง
PS/2 X1 All in one
USB USB 2.0 X2 , USB 2.0 ลดสัญญาณรบกวน  X2 , USB 3.0 X 4
Display Out  X1 HDMI , X1 Display Port
Audio  Analog 7.1 CH, Digital 8CH X 1X
Network  Gigabit LAN X 1 Port  และ ช่องต่อ Wi-Fi AC แบบแจ็คทองเหลือง

Chip LAN Guard เพิ่มประสิทธิภาพให้ความระบบ Lan Internet ให้สามารถทงานได้มีเสถียรภาพ ลดการเกิดสัญญาณรบกวนที่ไม่พึงประสงค์ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับ Gamer ที่เป้นสาย e-Sport  ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบของสัญญาณ Internet ที่ดี

ชิปควบคุณสัญญาณ Internet GLan ของ Intel I129-V ที่ช่วยลดภาระการทำงานของ CPU ลงได้และทำให้ค่า TCP – UDP มีสมรรถณะที่ดีกว่าเดิม

เสาต่อ Wi-Fi AC ที่เป้นชนิด Dual Port มาพร้อมกับเสารับสัญญาณที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ มีดีไซน์ที่เท่ไม่เบาเลย

 

ภาคจ่ายไฟ Phase ไฟ CPU ให้มาแบบ 5+5 (10 Phase Digital ขนาด 60A และภายใต้ฮีทซิ้งค์มีการติดตั้ง MosFet แบบ I O R ที่รองรับอุณหภูมิการทำงานสูงๆได้ถึง 115c

การจัดเรียงอุปกรณ์ของภาคจ่ายไฟเรียกว่าถอดด้ามาจาก STRIX F เลยครับ สำหรับเมนบอร์ดตัวเล็ก แต่ใจใหญ่ตัวนี้

ชิปที่ใช้ในการ Control เรื่องของการ Overclock ครับ เมนบอร์ดตัวนี้รองรับการ Overclock ได้เป็นอย่างดีไม่แพ้ STrix รุ่นบนๆเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นส่วนของภาคจ่ายไฟก็ดี และชิปคอนโทรลด้วยก็ดี เป็นอีก 1 โมเดลที่มีฟรเจอร์ของเมนบอร์ดระดับสูง ถูกเอามาใช้งานกับเมนบอร์ดระดับกลางบนแบบนี้ ถือว่าคุ้มค่าอยู่นะ

มีการลงฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนให้ภาคจ่ายไฟที่เป็น MOS FET มาแบบหนาแน่นครับ สบายใจได้ขณะใช้งานว่า เราสามารถเอาไปทำการ Overclock CPU ได้ดีอย่างแน่นอน แถมยังเป็น HeatZink ตัวเดียวกับที่ใช้ใน STRIX F เลย เพียงแต่ไม่ได้มีการลงกรอบครอบ Back I/O Panel มาเท่านั้นเอง

ความพิเศษอีกข้อคือ Slot PCI-E 16X มีการใช้กรอบโลหะดาม Slot เอาไว้ให้ด้วยกัน2 สล็อต เพื่อเพิ่มความแรงแรงทนทานให้กับการกดทับของการ์ดจอที่มีน้ำหนักมาก ที่อาจทำให้สล็อตแบบเดิมๆงอได้ และช่วยในเรื่องของการกันกระแทกที่จะทำให้สล็อต PCI-E แตกหักได้อีกด้วย แต่สล็อตที่ 2 จะเป็นแบบ 8X ไม่ได้ติดตั้งการดามสล็อตมาให้ และช่องสุดท้ายเป็นแบบ X4 ไม่มีการดามเหล็กที่สล็อตเช่นกัน ส่วนช่อง PCI-E X1 จะให้มา 3 ช่องครับ

มีการให้ช่องเชื่อมต่อ M2.2 Sata และรองรับ M.2 PCI-E ด้วย 2 ช่องคือแถวล่าง 1 ตัวใต้ซิ้งค์ South Bridge และ ใกล้ๆช่องต่อไฟ 24Pin แต่จะเป็นแบบเสียบแนวตั้งแทน ทั้งนี้เพราะพื้นที่ในการติดตั้งอุปกรณ์บนเมนบอร์ดมันมีน้อยลง แต่ ASUS ก็จะยังยัดมาให้เราได้ใช้ครบทั้ง 2 ช่องตามเดิมครับ

ฮีทซิ้งค์ระบายความร้อนให้กับชิพเซ็ต Z370 นอกจากประโยชน์ในการระบายความร้อนแล้ว ยังออกแบบมาได้สวยงามดีมากๆ ด้วยดีไซน์โลโก้ที่บ่งบอกถึงความเป็น ROG STRIX เป็นอย่างดี แถมตอนทำงานมันจะมีไฟ RGB ด้วยครับที่Log และรอบๆซิ้งค์ตัวนี้ด้วย

Slot Ram ให้มาแบบ Dual CH 4 Slot รองรับได้สูงสุด 64GB 2133 2400 2666 2933 3200 ไปจนถึง 4000+ ( Slot ละ 16 GB)

ในส่วนของ Mem OK จะไม่มีในเมนบอร์ดตัวนี้เหมือนกับ TUF นะครับ แต่ได้มีการติดตั้งชิปควบคุมแรงดันไฟและ VRM มาให้กับ Ram แทน เพื่อรองรับการ OC Ram ได้มากๆครับ แปลว่าบอร์ดรุ่นนี้น่าจะไม่เลือก Ram ครับ ถึงไม่ติดตั้ง Mem OK มาให้

ช่องต่อ Hard drive Sata 3.0 ให้มาทั้งสิ้น 6 ช่องด้วยกัน ให้มาใช้งานได้ไม่มากไม่น้อย สำหรับผมถือว่าพอเพียงแล้ว

ตัวไฟลี้ยง CPU ให้ช่องต่อมาแบบ 8 Pin 1 ตัวครับ นั้นหมายความว่ามันรองรับการจ่ายไฟเลี้เยงให้กับ CPU ค่อนข้างจะจำกัด Limit เอาไว้อยู่เหมือน แปลว่าคนที่คิดจะซื้อมาเพื่อเอาไป Overclock Extreme คงไม่เลือกเมนบอร์ดตัวนี้แน่นอน แต่นั้นแหละครัยยังไงมันก็รองรับการ OC ได้ไม่ขี้เหร่นักถ้าจะเอาไปใช้งานทั่วๆไป ไม่เน้นอัด Clock โหดๆที่ต้องพึ่งการหล่อเย็น

Chip Set Sound On Board เลือกใช้ของ ชิพของ Realtek ALC1220 ที่ได้รับการจูนนิ่งเสียงมาแล้วโดย SUPREME FX คุณภาพเยี่ยมสุดๆ ด้วยระบบเสียง  Dolby 7.1 แบบอนาลอก / 8 ch แบบ ดิจิตอล มีการลงตัวประจุต้านทานไฟมาให้เสมือนซาวน์การ์ดแยก มีระบบกันคลื่นเสียงรบกวนด้วยครับ

ระบบการสแกนเสียงระยะใกล้ใกล้ของ Supreme FX ในขณะที่เรากำลังเล่นเกม ดูหนัง เรียกว่าเป็นการถอดระหัสเสียงที่อัจฉริยะมากครับ แถมมันยังมีมิติของเสียงที่กว้างชัดลึก มีน้ำหนักที่ชัดเจน และมันมีพลังขับเสียงที่แรงมากพอที่จะเทียบชั้นใกล้เคียงกับซาวน์การ์ดแยกดีๆได้อีกด้วย

  • IMPROVED AUDIO ALGORITHM

    The new Sonic Radar audio algorithm is now even more accurate to allow enemies to be pinpointed with even more accuracy.

  • 3D ENGINE

    Sonic Radar III is built around it’s all new HUD with an in-game 3 dimensional arrow for a more intuitive experience.

  • AUDIO BOOST

    The new audio boost feature now allows the boosted audio to be heard directly.*HUD: Head Up Display

  • AUDIO RADAR

    Sonic Radar III is effective regardless of surrounding noise and chaos.


Live สด Unbox / อธิบายเรื่องตัวเมนบอร์ด ASUS Z370 -G Gaming Wi Fi AC ROG Strix

Unbox ASUS Z370-G GAMING WI-FI AC ROG STRIX

Unbox ASUS Z370-G GAMING WI-FI AC ROG STRIXดูบน Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=yvzcbQIuJWQ&t=4sดูบน Twitch : https://www.twitch.tv/videos/219180135

โพสต์โดย GcubeZ บน 16 มกราคม 2018


SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8600K 3.6GHz Boots All Core 4.3GHZ
Mother Board ASUS Z370 – G Gaming Wi-Fi AC ROG STRIC
Graphics Accelerator Geforce GTX 970 4GB
Memory G.Skill Trident Z RGB 16GB 8*2 CL 16-18-18-18
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thermaltake TOUGHPOWER GRAND RGB 850W – 80plus Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

ซึ่งวันนี้ผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพ CPU Intel Core i5 8600K  ที่ความเร็ว 4.3GHz ในส่วนของ Memory 3200  MHz  ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro 64Bit  ทั้งนี้ผมจะเทียบประสิทธิภาพเดิมของเมนบอร์ดทั้ง 2 รุ่นระหว่าง STRIX และ TUF ครับว่าจะออกมาเป็นเช่นไร


อัตราการใช้พลังงานของเมนบอร์ดทั้ง 2 รุ่นจาก ASUS


ทดสอบประสิทธิภาพของ Wi-Fi AC ที่ติดตั้งมากับเมนบอร์ด ซึ่งจะเป็นการทดสอบค่า Ping และ Download Upload จาก Server ทั้ง 4 โซนด้วยกันคือ ในไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และ อเมริกา ครับ


Final Thought / Mike GcubeZ : เมนบอร์ด ASUS ตัวนี้ จากที่ได้ลองเล่นๆอยู่กับมันสักพัก ผมค่อนข้างจะพอใจกับมันอยู่เหมือนกันนะ เรื่องของการ Overclock อาจจะไม่ได้ไปเน้นอะไรนักเพราะมันทำได้เท่ากับ STRIX F และดีกว่า TUF แต่ผมอยากจะเน้นที่ Feature ที่ติดมากับเมนบอร์ดมากกว่าครับ เพราะไม่ค่อยมีสื่อเจ้าไหนพูดถึงเลย นอกจากเอามันไป Overclock ซะมากกว่า วันนี้จึงขอไม่ทำทดสอบแบบ OC นะครับ ไม่ใช่เพราะ OC ไม่ดีนะ แต่ไม่อยากทดสอบซ้ำกับใครครับ จากบททดสอบสอบนี้จะเป็นความเห็นของผมและทีมงาน อาจจะมีบ้างที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่างจากเพื่อนๆ ยังไงโปรดใช้วิตารณะญาณในการอ่านและตัดสินใจครับ

1.การใช้งานเดิมๆ ผลที่ได้รับคือ มันมีอัตราเสถียรภาพที่ดีกว่า Z370 TUF ครับ อาจจะเพราะในส่วนของภาคจ่ายไฟและชิปควบคุมแรงดันไฟที่ไม่มีใน TUF แต่ STRIX จะมีครับ นั้นแปลว่ามันเป็นอีก 1 เหตุผลว่าทำไมมันถึงมีราคาแพงกว่า TUF Pro ทั้งที่มีขนาดบอร์ดเล็กกว่า

2.ชิปเสียงเป็นการใช้ Realtek ALC 1220 ครับ เป็นตัวบนของแบรนด์นี้ แต่เอาไปจูน Codecโดน Supreme FX ผู้พัฒนาและผลิตการ์ดเสียงชั้นนำของโลกเจ้านึงเลยทีเดียว เป็นของแถมที่ไม่คิดว่าจะอยู่ในเมนบอร์ดบอรน์ดระดับกลางบนแบบนี้ แจ่มมากครับ

3.วัสดุและการดีไซน์ เรียกว่าจะถอดแบบมาจาก STRIX F อย่างที่บอกเลย แต่ถูกจัดวางอุปกรณ์ใหม่ให้มัยสามารถยัดใส่ลงบอร์ดของ mATX ตัวนี้ได้ครับ ฉนั้นใครที่กังวลว่าเมนบอร์ดตัวไม่ใหญ่และจะห่วยไม่ดี อันนี้คิดใหม่นะครับ เพราะไอ้เจ้าบอร์ดตัวนี้เล่นเอาเมนบอร์ดรุ่นใหญ่หลายๆตัวอายได้นะครับทั้งการ OC และฟีเจอร์ที่ติดมา รวมไปถึงคุณภาณวัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับ

สรุปท้าย – ใครที่มองหาเมนบอร์ดราคา 7 พัน แล้วได้ใช้งานฟีเจอร์ แบบครบเวอร์ๆ คือมีแค่ตัวเดียวไม่ต้องซื้ออะไรมาใส่เพิ่มอีกเลย เน้นสวย อุปกรณ์จ่ายไฟดี ลาก OC ได้ปรับแต่งได้เยอะๆ ไอ้ตัวนี้ค่อนข้างตอบโจทย์นะ และราคามันก็ไม่ได้สูงเกินไปด้วยครับ หากมีโอกาสจะลองเปลี่ยนจาก TUF Pro มาเล่นตัวนี้ดูบ้าง เพราะผมเริ่มชอบแล้ว

จุดเด่น

  • OC ง่าย ไบออสใช้งานไม่ยากอะไร ปรับแต่งได้เยอะมากๆ
  • PCB เก็บงานได้ดี มีความหนาแน่น ภาคจ่ายไฟใส่มาไม่มากแต่ใช้วัสดึ OK เลยครับ
  • ฮีทซิงค์ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ ไม่ได้ลดตามขนาดของจำนวน Mos Fet ที่ใส่มา แถมยังเทียบเท่า STRIX รุ่นใหญ่เลย
  • อุปกรณ์เสริมต่างๆบนเมนบอร์ดใส่มาแน่นและเป็นแบบเดียวกับ Strix รุ่นใหญ่ ครับ
  • ชิปเสียง Supreme FX และคุณภาพคือตัวเดียวกับ STRIX F เลย
  • มี Lan Guard ด้วย ได้ไงไม่รู้แต่ ASUS ก็ใส่มาให้ อันนี้คือดีมากๆนะ
  • WI-Fi AC คุณภาพทั่วไปครับ ไม่ได้ดีกว่าอุปกรณ์แยกเท่าไหร่ แต่ก็ก็ไม่แย่นะ อยู่ในระดับมาตรฐาน ก็ดีครับที่ติดตั้งมาให้
  • มีไฟ RGB สวยๆที่ HeatZink South Bridge ทำทำงานครับสวยๆ

จุดที่ควรปรับปรุง

  • อยากให้ในกล่องบรรจุภัณฑ์ใหญ่กว่านี้ครับ สินค้าจะมีมูลค่าน่าซื้อกว่านี้ เพราะข้างในทำมาดีอยู่แล้ว

ขอขอบคุณ ASUSTEK Thailand ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

2.9K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX ปะทะ GTX 1080 ในแบบ 4K และ 1080p

 

สวัสดีเพื่อนๆชาง GcubeZ ทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านการทดสอบการ์ดจอครับ วันนี้เราก็ได้มีโอกาสหยิบยืมเอาการ์ดจอทดสอบมาแบรนด์ ASUS ที่เราหลายๆคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งคราวนี้จะมาในรุ่นใหญ่ๆเลยอย่าง GTX 1080 Ti Overclock แต่ครั้นจะให้เราทดสอบกันธรรมดาๆเหมือนครั้งก่อนๆมันก็กะไรอยู่ วันนี้ผมเลยจัดทีเด็ดให้เพื่อได้รับชมการทดสอบการใช้งาน ไวถึง 3 รูปแบบด้วยกัน

  • การทดสอบเทียบกับ GTX 1080 Founder
  • การทดสอบในแบบความละเอียดของจอ FHD และ 4K
  • แถมด้วยวิดีโอสาธิตการใช้ การ์ดจอสตรีมภาพด้วยการใช้ความสามารถ NVIDIA GPU Encode

ASUS แบรนด์ที่เรารู้จักกันดีในผู้ผลิตการ์ดจอให้กับฝั่ง NVIDIA AMD ซึ่งมีสินค้าที่เกี่ยวกับ GPU คอมพิวเตอร์ออกมามากมายหลายรุ่น อทิเช่น การ์ดจอ PC / Mini Computer / Mini PC / เมนบอร์ด Intel – AMD / โทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต / จอมอนิเตอร์ / เกมมิ่งเกียร์  และอุปกรณ์เสริมต่างๆ หาดูรายละเอียดได้ที่นี่ ซึ่งสินค้าที่เราได้มาทดสอบกันในวันนี้เป็นการ์ดจอที่เป็นชิปรุ่นเรือธง (ไม่นับ Titan Xp) ใน Series 1000 ของ Nvidia นั้นก็คือ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition ที่เป็นรุ่นที่ทำการ Overclock สัญญาณนาฬิกามาจากโรงงานให้แล้วครับ


กล่องบรรจุภัณฑ์ประมาณนี้ ซึ่งดีไซน์การออกแบบใน STRIX จะคล้ายๆหรือเกือบจะเหมือนกันแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น GTX 1060 1070 1070 Ti 1080 เป็นต้น แต่วันนี้เราพูดถึง 1080 Ti ครับ ซึ่งมันก็ยังคงมาตรฐานดีไซน์ได้สวยเสมอต้นเสมอปลาย

เมื่อเปิดตัวกล่องออกมาก็จะเจอกับแพ็คเก็จสีดำทะมึน ที่เป็นตัวกล่องและมีฟองน้ำห่อหุ้มตัวการ์ดจอกันกระแทกเอาไว้หนาๆเลย และก็มีพวกสายไฟต่อแปลงไฟการ์ดจอ 8 Pin สองชุดด้วยกัน ตลอดจนมีการแถมสายรัดตีนตุ๊กแกมา 3 เส้น และก็แผ่นไดร์เวอร์กับคู่มือการใช้งานเท่านั้นครับ


ดีไซน์ของตัวการ์ดจอทำออกมาได้สวยงามดีครับตั้งแต่การฉีดพลาสติกทำกรอบฮีตซิ้งค์ สามารถเก็บงานได้ดี งานประกอบจัดได้แนบเนียนและดูดี ซึ่งจะว่าไปแล้วการ์ดที่มีดีไซน์ STRIX แบบนี้จะมีเฉพาะในรุ่น GTX 1070 ขึ้นไปในฝั่ง Nvidia และ AMD ในรุ่น RX 580 ขึ้นไปครับ

ด้านข้างตัวการ์ดจอกินพื้นที่ในส่วนของการติดตั้งการ์ดจออยู่ที่ 2 สล็อตครึ่งด้วยกัน มีสัญลักษณ์โลโก้ Geforce GTX เห็นมาแต่ไกล ส่วนตัวการ์ดจากที่วัดความยาวจาก Plate ยึดการ์ดจอถึงปลายกรอบฮีตซิ้งค์มีความยาว 30 cm พอดิบพอดีครับ เคสประเภท mATX ควรเช็คระยะความยาวที่จะใส่การ์ดจอให้ดีนะครับ

มีช่องต่อไฟ 8 pin PCI-E X 2 = 16 pin ส่วนในการต่อไฟนั้นจะมากกว่ามาตรฐานเล็กน้อยครับ (ปกติจะใช้ 8+6 – 1080Ti FE ) นั้นก็เพราะตัวการ์ดจอมีการ Overclock มาจากโรงงานแล้ว และไฟในส่วนของพัดลมที่เพิ่มเข้ามาด้วยครับ ใครที่คิดจะใช้งงานการ์ดจอตัวนี้ในแบบ 2 ใบ ควรพิจารณา PSU ที่ระดับ 850w ขึ้นไปครับ หรือต่อการ์ดจอใบเดียวก็ควรที่จะใช้ขั้นต่ำที่ 650w ขึ้นไปครับ

มุมมองภาพรวมของตัวการ์ดจอตัวนี้จากด้านหลัง เรียกได้ว่าดีไซน์ตัว Back Plate มาได้สวยงามดุดัน และดูดีเอามากๆ แถมวัสดุที่ใช้ก็เป็นแผ่นอลูมิเนียมหนาสีดำฉลุร้องเป็นเทคเจอร์ และสกรีนลวดลายสวยงามดีมากๆครับ

พัดลมที่ใส่ติดตั้งมาค่อนข้างจะใบพัดไม่ได้หนามากนัก เท่าที่เราจับดูนะครับ (ในจุดนี้อยากให้ทาง ASUS ดีไซน์ใหม่) แต่ส่วนความสวยและรอบใบพัดของพัดลมคือสุดยอดของพัดลมแรงการ์ดจอเวลานี้เลย

สล็อต SLI Connector มีมาตามปกติเลยครับ 1 ชุด ไว้รองรับเทคโนโลยีการ SLI ต่อการ์ดจอมากกว่า 1 ตัว ในการใช้งานคู่กับ GTX 1080 Ti ด้วยกันเอง แอบเห็น Logo Geforce GTX เท่ๆมาด้วย แต่ไม่มีไฟ RGB ในจุดนี้นะครับ

มีช่องต่อไฟ RGB Connector มาให้ด้วย 1 ช่อง เอาไว้สำหรับควบคุมไฟแสดงผลที่ตัวการ์ดจอครับ ถ้าดูดีๆจะเห็นแพลมๆว่า ฮีตไปป์เส้นใหญ่มากๆเลย แต่มันจะใหญ่จริงไหมรอดูกันต่อไปนะครับต่างภาพด้านล่าง

จุดเชื่อมต่อจอด้านหลังการ์ดจอ ให้มาครบมาตรฐาน Display Port 1.3 x 2 ,HDMI 2.0 x 2 ,DVI -i x1


แกะฮีตซิ้งค์การ์ดจอออกมาแล้ว จะเห็นได้ว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ภาคจ่ายไฟให้กับตัวการ์ดจอค่อนข้างจะหนาแน่นอยุ่พอสมควรครับ ซึ่งต้องบอกว่าให้ภาคจ่ายไฟมาเป็นอย่างดีตั้งแต่มอสเฟส VRM เป็นชนิด IRR ที่มีความสามารถในการทดต่อการโหลดพลังงานหนักๆและทนความร้อนสูงๆได้เป็นอย่างดีครับ

การวางจะถูกออกแบบมาสำหรับการติดเม็ดแรม 12 เม็ด (กรณี GTX TITAN Xp – 12GB) แต่เราจะเห็นว่าเม็ดแรมที่ถูกติดตั้งมานั้นจะมีเพียง 11 เม็ดเท่านั้น นั้นก็คือขนาดรวมที่ 11 GB ตกเม็ดละ 1GB ครับ โดยที่แต่ละเม็ดจะมีขนาดของ Bus Width อยู่ที่ 32Bit เมื่อเอามารวมกัน  32×11 = 352 Bit พอดี (GTX TITAN Xp 32×12 = 384 Bit)

เมื่อเราเช็ดซิลิโคนที่ทาเชื่อมกับตัวคอร์ GPU ออกมาจะเห็นว่ามันคือชิปรหัส GP102 ซึ่งเป็นชิปรหัสเดียวกันกับ GTX TITAN X Pascal นั้นเอง เพียงแต่ว่ามันเป็นชิปที่ถูกตัด Cuda Core มา 256 Cuda Core ให้เหลือ 3584 Cuda Core  เพื่อนำมาใช้เป้นการ์ดจอรุ่น GTX 1080 Ti ครับ

แถมบริเวณตัวการ์ด PCB มีการลงอุปกรณ์แผ่นโลหะสีดำเอาไว้ทั้งแผงเลยครับ เผื่อเอาไว้ระบายความร้อนให้กับเม็ดแรม และดึงความร้อนช่วยจาก Mosfet รวมไปถึงทำหน้าที่ด้ามกัน PCB ของการ์ดงอได้อีกด้วย ตรงจุดนี้ขอชื่นชมครับในการใส่ใจต่ออุปกรณ์การ์ดจอรุ่นบนๆแพงๆแบบนี้

ภาพจากอุปกรณ์จ่ายไฟให้กับชิป GTX 1080 TI ครับ ซึ่งจะมียางดูดความร้อนแปะไว้ทุกจุดเพื่อถ่ายเทความร้อนไปยังแผ่นโลหะด้ามการ์ด ทำให้เราไม่ต้องห่วงเรื่องภาคจ่ายไฟของการ์ดจอจะเน่าไวครับสบายใจได้

ส่วนเม็ดแรมที่ติดตั้งมาบนตัว PCB การ์ดจอนั้นเป็นมาตรฐานจากที่เดียวครับ นั้นก็คือ Micron เพราะ Micron เพราะเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีแรมแบบ GDDR5X เพียงเจ้าเดียว และยังไม่มีการขายสิทธิบัตรการผลิตต่อนี้กับใคร นอกจากผลิตเพื่อส่งให้กับ NVIDIA ในการผลิตการ์ดจอ GTX 1080 GTX 1080 Ti GTX TITAN Xp เท่านั้น


สภาพโดยรวมของตัวการ์ดจอหลังแกะฮีตซิ้งค์ออกมา เราจะเห็น heat spreader ที่เป็นแผงนิเกิ้ลขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ถ่ายเทความร้อนของชิปการ์ดจอมายังจุดนี้เพื่อที่จะกระจายความร้อนออกไปยังฮีตซิ้งค์หลักที่อยู่ใต้ฐาน heat spreader นี้

ต่อจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของฮีตไปป์ที่เป็นนิเกิ้ลทำหน้าที่ Transfer ความร้อนจากฮีตซิ้งค์หลักไปยังฮีตซิ้งค์รองที่อยู่ด้านข้าง เพื่อไม่ให้ความร้อนไปกระจุกอยู่ที่ตรงฮีตวิ้งค์หลักที่เดียว จุดประสงค์คือการเอาไว้ระบายความร้อนไม่ให้มันกระจุกอยู่ที่เดียวนานเกินไป ต้องบอกว่า ASUS ใส่ตรงนี้มาให้เยอะมากๆครับ นิเกิ้ลเป็นโลหะที่มีราคาต้นทุนแพงกว่าทองแดงครับ เพราะมีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนและถ่ายเทไปยังฮีตซิ้งค์ได้ไวกว่าไปป์แบบทองแดงครับผม


GPU ที่ใช้ทดสอบคือ Pascal GP 102

สถาปัตยกรรม Pascal GP 102
จำนวนชุดประมวลผล 11CUs
จำนวนหน่วยประมวลผล 3584 Cuda
บัสสูงสุดที่รองรับ PCI Express 3.0X16
ขนาดหน่วยความจํา 11GB GDDR5X
ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1594 Mhz
ความเร็วหน่วยความจำ 1387 Mhz
แบนวิธ 352 bit
DirectX ที่รองรับ 12.1

ประเภทมีเดีย รองรับ
720P
1080P
4K
4KHEVC
FLUID MOTION X
VP8
VP9
NVIDIA Encode

SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8600K 4.7GHz CoffeeLake
Mother Board ASUS Z370 TUF Pro Gaming
Graphics Accelerator ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition
Memory G-Skill Trident Z RGB 32GB 4*8 3200 cl 16-18-18-38
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

ซึ่งวันนี้ผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอที่ความเร็วปกติ 1,594 MHz และ OC 1,700 MHz Core และ Boost Max 2010 MHz ส่วนของความเร็ว Memory 1,387 MHz *8  (11,100 MHz Effective Memory) OC Memory ไปที่ 1,550 MHz *8 ( 12,400MHz Effective Memory) ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro – 64 Bit

Overclock [email protected] Boost 2010 MHz / Mem [email protected] MHz

GTX 1080 Founder Edition OC ASUS GTX 1080 Ti STRIX OC + OC Plus
GPU Pascal GP 104  Pascal GP 102
Core 2560 3584
TMUs 160 224
ROPs 64 88
Clock [email protected] 1725 MHz Boost 3.0 = 2050 MHz 1594 @ 1700 MHz Boost 3.0 = 2010 MHz
Memory Clock [email protected] 1400 MHz *8 Effective 11200 MHz [email protected] 1550 MHz *8  Effective 12,400 Mhz
Memory 8 GB 11 GB
Memory Bus 256 bit 352 bit
Memory Type GDDR5X GDDR5X

การทดสอบวันนี้จะใช้เพียงแค่ 6 เกมยอดนิยม ที่ใช้สเปคเครื่องคอมได้เยอะ แต่จะไปเน้นเปรียบเทียบด้วยการ ทดสอบคู่กับ GTX 1080 ตัวปกติด้วย เพื่อให้เห็นความแรงที่แตกต่างของ GTX 1080 Ti และทั้งนี้เราได้ทดสอบกับความละเอียดของจอแบบ 4K ด้วยครับ

  • อัตรา GPU Load ในแบบ Overclock จะอยุ่ที่ Clock Base 1700 Mhz / Boost 2010 MHz และ mem 12,400 MHz

GTX 1080 TI VS GTX 1080 ON 6 GAME GAME TEST – FHD / 4K ULTRA PRESET


3DMark Fire Strike

คะแนนพุ่งขึ้นมาเยอะพอสมควรครับมาแตะที่ระดับ 30,944 สำหรับ Fire Strike ได้อย่างไม่ยากเย็น เมื่อดูจากคะแนนทดสอบกับ GTX 1080 ที่ผ่านการ Overclockมาสุดๆด้วยแล้วเราก้เห็นได้ชัดว่า GTX 1080 Ti ตัวนี้ทำผลงานได้ดีมากๆครับ เพราะทิ้งห่างคะแนนทดสอบไปเกือบ 7000 คะแนน


แถมท้ายนิดหน่อยนะครับเกี่ยวกับสาธิตการใช้ CPU / GPU Stream Broadcast Youtube / Facebook ที่เราจะได้ใช้ประโยชน์ของการ์ดจอในการทำ GPU Encode สำหรับงานแปลงไฟล์ หรือการสตรีมภาพขณะเล่นเกมด้วยความสามารถของการ์ดจอ NVIDIA


LIVE วิดีโอ Unbox – แกะฮีตซิ้งค์ให้ชมกันสดๆเป็นไงมาดูครับ

Unbox แกะซิ้งค์ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition

Unbox แกะซิ้งค์ ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Editionดูบน Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=Pf4vD2MQqwIดูบน Twitch : https://www.twitch.tv/videos/218178310

โพสต์โดย GcubeZ บน 13 มกราคม 2018


Temperature (Overclock Mode) Fan Auto System Power Watt
GPU Idle 38c 82 w
GPU Full Load 70c 371 w

Final Thought / Mike GcubeZ : หลังจากทดสอบสิ่งทีผมรู้สึกได้คือในด้านความแรงมันมีสิ่งนึงที่แตกต่างจาก GTX 1080 Ti ในรุ่นปกติ คือมันทำงานได้นิ่งและเสถียรดีครับ อาจจะเพราะอุปกรณ์ภาคจ่ายไฟที่ให้มาเป็นของดีมากๆ และมีชุดระบายความร้อนที่ดีมากๆครับ ส่วนราคาขายต้องถือว่าแรงเอาการอยู่ ทั้งนี้อยู่ที่เพื่อนๆวิเคราะห์กันเองครับว่า งบประมาณเพียงพอและยินดีจะจ่ายหรือไม่

มันดีกว่า GTX 1080 Ti ทั่วไปอย่างไร ? – ตอบตรงๆคือดีกว่าหลายๆยี่ห้อครับเรื่องเสถียรและใช้งานไฟนิ่ง Fps ก็คงทีไม่ค่อยแกว่ง

ระบบภาคจ่ายไฟ – ภาคจ่ายไฟของการ์ดจอเป็นอีกสิ่งนึงที่ควรพิจารณาอย่างมากสำหรับการ์ดจอระดับเกือบบนสุดตัวนี้ เพราะมันมีการเลือกใช้วัสดุที่ดี VRM Mosfet เป็นแบบ IRR ที่ทนและไม่ตายง่ายๆ (แม้จะเคยสลบ แต่ผมก็ไม่ตาย อิอิ)

ชุดระบายความร้อน – เป็นพระเอกอีกตัวที่ไม่ควรมองข้าม วัสดุเป็นโลหะนิเกิ้ลเกือบทั้งหมดครับ แปลว่าไม่ว่ามันจะร้อนเพียงใด อากาศในห้องที่ร้อนก็ส่งผลบ้างกับอุณหภูมของตัวการ์ดจอ แต่ว่ามันก็มีคุณสมบัติที่ดูดซับและถ่ายเทความร้อนได้ไวมากๆ เป็นสิ่งที่การ์ดจอรุ่นใหญ่ๆหลสยๆยี่ห้อควรมี

สุดท้ายแล้ว – ก็อยู่ในเกฑ์มาตรฐาน GTX 1080 Ti ครับสำหรับการ์ดจอรุ่นนี้ อยู่ในระดับที่สูงกว่า GTX 1080 Ti ในแบบมาตรฐานครับไม่ว่าจะเรื่องอุปกรณ์จ่ายไฟ อุปกรณ์ในการทำฮีตซิ้งค์ หรือแม้แต่ความแรงที่ได้รับก็ด้วยเช่นกัน (ราคาก็แรงด้วย)


จุดเด่น

  • ประสิทธิภาพดี แต่ควบคุมอัตรา fps และค่า ft ได้ดี
  • ระบบระบายความร้อนสามารถทำได้ในเกณฑ์ที่ดีมาก
  • วัสดุตัวการ์ดทั้งหมดดีมากและการออกแบบตัวการ์ดทำได้ดีสวยงามและดูคงทน
  • มีไฟ RGB ทั้งด้านข้าง ด้านหลัง และจากในตัวการ์ด สวยมากๆ
  • ทำ AURA SYNC กับเมนบอร์ดของ ASUS ที่รองรับได้ จะทำให้เล่นลูกเล่นไฟ RGB สวยๆได้ด้วยการสั่งงานผ่านโปรแกรมของ ASUS
  • ใช้ Memory แบบ 11.1Gbs และสามารถ OC ไปได้ถึง 12.4Gbs

จุดที่ควรปรับปรุง

  • ราคาจัดจำหน่ายสูง ควรมีอุปกรณ์บันเดิ้ลแถมให้หรือของสะสม หากไม่มีจุดนี้ควรขายให้ถูกกว่านี้อีกหน่อย
  • ใบพัดลมดูไม่ค่อยแข็งแรงเท่าที่ควร น่าจะออกแบบมาให้ใบหนากว่านี้

ขอขอบคุณ ASUSTEK ประเทศไทย ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

2.8K ผู้เข้าชม

พบข้อมูล AMD Ryzen 5 2600 และ ASUS ROG Crosshair VII Hero

AMD Ryzen 5 2600

ได้มีการพบข้อมูลใหม่จากการค้นหาที่เว็บไซต์ SiSoft ได้มี CPU รหัส ZD2600BBM68AF_38/34_Y ซึ่ง ZD หมายถึงโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อป 2600 น่าจะหมายถึงชื่อรุ่น ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วน่าจะหมายถึง AMD Ryzen 5 2600 นั่นเอง ส่วน BB ในชื่อรหัสหมายถึงค่า TDP ของตัวประมวลผลซึ่งมีขนาด 65W สำหรับ CPU ในรหัสใหม่นี้มีความคล้ายกับ AMD Ryzen 5 1600 ยิ่งนักแตกต่างกันก็เพียงที่มีความเร็วเพื่ิมขึ้นอีก 200 MHz นั่นเอง ส่วนแกนประมวลผลนั้นยังคงเดิมที่ 6 Core 12 Thread

Cores / Threads Base Clock Turbo Clock
Ryzen 5 1600X
 6C/12T
 3.6 GHz
4.0 GHz
Ryzen 5 2600
 6C/12T
3.4 GHz
3.8 GHz
Ryzen 5 1600
 6C/12T
 3.2 GHz
 3.6 GHz

ASUS ROG Crosshair VII Hero

สำหรับเมนบอร์ดที่ทำการทดสอบนั้นมาจากยี่ห้อ ASUS ในรุ่น Crosshair VII HERO (with Wi-Fi) ซึ่งยังมีข้อมูลที่ได้รับเพียงเท่านี้ แต่เป็นที่น่าเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นเมนบอร์ดอีกตัวที่ได้รับความนิยม ด้วยชื่อของ Crosshair ที่เป็นที่นิยมตั้งแต่ AM3 ด้วยแล้วก็สามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดีเยี่ยม

ที่มา : videocardz

Share This: