702 ผู้เข้าชม

AMD เปิดตัว Ryzen 5 2600H/Ryzen 7 2800H สำหรับ Gaming Notebook

 

 

AMD ได้มีการเปิดเผยข้อมูล Ryzen 7 2800H และ Ryzen 5 2600H ไว้บนเว็บไซต์ซึ่งจะยังคงใช้งานสถาปัตยกรรม Raven Ridge เหมือนกับที่ใช้งานบน Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเมื่อจะยังคงใช้งานสถาปัตยกรรมกราฟิกจาก VEGA แต่มีสิ่งที่ปรับเปลี่ยนอยู่เล็กน้อยที่จะเป็น CPU ที่ออกมาให้สนับสนุนการทำงานของหน่วยความจำ DDR4-3200 ตั้งแต่เริ่มต้นเลย

 

สำหรับทั้งสองรุ่นจะมีการปรับค่า TDP 45 W (Thermal Design Power) ซึ่งจะต่ำกว่า TDP 65 W ที่พบบนเดสก์ท็อป แต่จะยังมีค่าที่สูงกว่ารุ่น R5 2500U/R7 2700U ที่จะมีค่า TDP 15W ส่วนการสนับสนุน DDR4-3200 นับได้ว่าเป็นสัญญาณที่น่ายินดีเนื่องจากอย่างที่รู้กันว่า Raven Ridge ที่มีการใช้งานสถาบัตยกรรมกราฟฟิกจาก VEGA GPU นั้นความเร็วของหน่วยความจำนั้นจะส่งผลต่อการทำงานของกราฟฟิกเป็นอย่างมาก

 

Ryzen 7 2800H มาพร้อมกับ VEGA GPU 11 CU(Compute Unit) 704 Stream Processor ส่วนตัว CPU นั้นมีการปรับความเร็วสูงสุดไว้ที่ 3.8GHz นั้นน่าจะส่งผลให้การใช้งานในโหมดเกมส์มิ่งมีความลงตัวมากขึ้นแม้ไม่ได้พึ่งกราฟฟิกแยกตัว ถ้าจะต้องมีการใช้งานกราฟฟิกการ์ดแยกก็ควรจะเป็น GTX 1060 หรือ RX470/570 ซึ่งดูจะเหมาะสม ส่วน Ryzen 5 2600H นั้นแม้จะยังคงใช้ VEGA GPU 8 CU (512 Stream Processor) เหมือนเช่นเดิมกับ Ryzen 5 2500U  แต่ด้วยการปรับความเร็วของตัว CPU ที่สูงขึ้นถึง 3.6GHz จะส่งผลโดยรวมกับการใช้งาน

 

สิ่งสำคัญในการเลือกใช้งาน VEGA GPU ที่มาในรูปแบบ APU นี้นั้นการเลือกใช้งานหน่วยความจำนั้นควรจะใช้งานในรูปแบบ Dual-DDR4 (ใส่แรมแบบคู่) เพื่อให้การทำงานของ GPU นั้นสามารถแสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่

 

Ryzen 7 2800H
Ryzen 7 2700U
Ryzen 5 2600H
Ryzen 5 2500U
Athlon 200GE Ryzen 3 2200G
Ryzen 5 2400G
TDP
45W (35-54W cTDP) 15W (12-25 cTDP) 45W (35-54W cTDP) 15W (12 -25 cTDP) 35W 65W 65W
Architecture
Zen Zen Zen Zen Zen Zen Zen
Process
14nm 14nm 14nm 14nm 14nm 14nm 14nm
Cores / Threads
4 / 8 4 / 8 4 / 8 4 / 8 2 / 4 4 / 4 4 / 8
Frequency Base / Boost (GHz)
3.3 / 3.8 2.2 / 3.8 3.2 / 3.6 2.0 / 3.6 3.2 / – 3.5 / 3.7 3.6 / 3.9
Memory Speed
DDR4-3200 DDR4-2933 DDR4-3200 DDR4-2933 DDR4-2677 DDR4-2933 DDR4-2933
Memory Controller
Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel
Cache (L3)
4MB 4MB 4MB 4MB 4MB 4MB 4MB
Integrated Graphics
Radeon Vega 11 (11 CU) 1,300 MHz Radeon Vega 10 (10CU) Radeon Vega 8 (8 CU) 1,100 MHz Radeon Vega 8 (8CU) Radeon Vega 3 (3 CU) Radeon Vega 8 (8 CU) 1,250 MHz Radeon Vega 11 (11 CU) 1,100 MHz
Unlocked Multiplier
Yes Yes Yes Yes No Yes Yes

 

ที่มา : tomshardware

Share This:

1.8K ผู้เข้าชม

Windows 10 Patch Update ปิดบั๊กที่เกิดขึ้นพร้อมวิธีอัพเดต

 

จากความผิดพลาดที่ถูกแจ้งเข้ามาทาง Microsoft ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ทำการแก้ไขให้โดยมีการออก Patch ออกมาแก้ไขให้ผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ในขณะนี้สามารถเข้าไป Download Patch ที่ชื่อ “KB4056892” ออกมาเพื่อแก้ไขด้วยตนเอง ซึ่งสามารถเข้าไป Download ได้จากลิงค์นี้ โดยสามารถเข้าไปเพื่อเลือก Ver. ที่ใช้งานแล้วนำมาติดตั้งที่เครื่องของผู้ใช้งานได้ทันที

หลังจากทำการติดตั้งเรียบร้อยแล้วสามารถเข้าไปตรวจสอบการติดตั้งได้ โดยหลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว หมายเลข OS Build จะต้องเป็น 16299.192 ซึ่งก็จะถือว่าแล้วเสร็จ (แต่สำหรับใครที่ Update ไปแล้วมีปัญหาสามารถเข้าไปแก้ไขได้โดยการถอนการติดตั้งที่ Windows Update >> Update History >> Uninstall Update ที่ได้ติดตั้งไป)

 

ทางทีมงานได้ทำการทดสอบจากเครื่องที่ใช้งาน CPU AMD Ryzen 3 1200 (Overclock 3.825GHz ) โดยทำการ Update Windows  และทดสอบในโปรแกรม CPU-Z Ver. 1.81.1 และ Cinebench R15 โดยผลทดสอบได้ดังนี้

ก่อนทำการ Update

หลังจาก Update

ทั้งนี้เราก็ได้เพิ่มการทดสอบเข้ามาอีกคือ CPU Intel Core i5 8600K

โปรแกรม CINEBENCH R15 ก่อนและหลังจาก Update

โปรแกรม CPUZ ก่อนและหลังจาก Update

ซึ่งจากผลการทดสอบที่ออกมานั้นดูแล้วผลกระทบกับ AMD Ryzen และ Intel หลังจากการ Update Patch แล้วคะแนนในส่วนของผลการทดสอบนั้นไม่มีความแตกต่างกับก่อนทำการ Update แต่อย่างใด ซึ่งตรงกับผลทดสอบโดยทั่วไปว่าหลังจากการทำการ Update แล้วไม่พบความแตกต่างในผลของการทดสอบของทุก CPU ไม่ว่าจะเป็น AMD หรือ Intel แต่อย่างไรเช่นกัน แต่อาจจะมีปัญหากับบางโปรแกรมบ้างเท่านั้น ซึ่งน่าจะได้รับการแก้ไขในภายหลังจาก Microsoft

Share This:

2.8K ผู้เข้าชม

Microsoft ปิดการ Upgrade ฟรีสำหรับ Windows 10 ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้

 

ผู้ที่ยังใช้งาน Windows 7 และ Windows 8/8.1 ที่ต้องการอัปเกรดเป็น Windows 10 อาจจะต้องรีบหน่อยเพราะว่าทาง Microsoft จะปิดการอัปเกรดฟรีในวันที่ 31 ธันวาคมนี้แล้ว ซึ่งข้อเสนอจาก Microsoft ในโปรแกรม Assistive Technologies ซึ่งยังคงสามารถใช้งานได้อยู่ในตอนนี่ ซึ่งตามจริงแล้ว Microsoft น่าจะมีการปิดไปแล้วในส่วนของ Windows 7 และ Windows 8/8.1 ในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Microsoft ก็ยังคงให้การอัปเกรดอยู่แต่ก็สำหรับตอนนี้ได้ออกมาออกประกาศการอัพเกรดฟรีจะสิ้นสุดลง

สำหรับผู้ที่ได้อัปเกรดเป็น Microsoft Windows 10 แล้วจะยังคงใช้งานได้ต่อไป รวมถึงเมื่อต้องการติดตั้งใหม่ก็ยังจะสามารถอัปเกรดมาใช้ใหม่ด้วยจาก Windows 7 หรือ Windows 8/8.1 สำหรับผู้ที่เคยอัปเกรดมาแล้ว แต่ว่าผู้ที่ไม่ได้อัปเกรดจะไม่สามารถทำได้

ที่มา : guru3d

Share This:

1.1K ผู้เข้าชม

Qualcomm Snapdragon 835 สามารถใช้งาน Windows 10 ได้ยาวนานกว่า 30 ชั่วโมง

 

เมื่อไม่นานมานี้เป็นครั้งแรกในการนำเสนอแนวคิด ‘Cellular PCs’ สำหรับ Windows 10 ที่จะใช้งานโปรเซสเซอร์ ARM ในงาน Computex Taipei ซึ่ง Qualcomm  ได้นำเสนอแนวคิดของ ‘Snapdragon PCs’ ซึ่งจะถูกเรียกว่า “Hypermobile Experience” ทำให้ผู้ใช้งานสนุกกับการใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนด้วย Qualcomm Snapdragon 835 ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์ขนาดเล็กและไม่จำเป็นต้องใช้งานพัดลมซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่สามารถเกินกว่าหนึ่งวันได้ สำหรับการเชื่อมต่อแบบ LTE ซึ่ง Qualcomm ได้สาธิตบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 และแอพพลิเคชันยอดนิยมที่ใช้การจำลองการทำงานระบบ x86 เพื่อทดสอบการทำงาน

Qualcomm มีการเปิดเผยข้อมูลที่ฮ่องกงในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับความสามารถของ Snapdragon PCs จากรายงานของ The Verge แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้หลายวันบนระบบปฏิบัติการ Microsoft ซึ่งเกินความคาดหมายที่ตั้งไว้ Microsoft ได้ทดสอบระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์มือถือรุ่นใหม่

จากข้อมูลมีการยืนยันจากผู้บริหารว่าชิป ARM ของ Qualcomm ที่ใช้ในแล็ปท็อป Windows 10 มีประสิทธิภาพในการใช้งานของแบตเตอรี่เป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่นคุณสามารถชมวิดีโอ Netflix ได้นานถึง 29 ชั่วโมงในอุปกรณ์เหล่านี้ หรือหากใช้งานทั้ง LTE และ Wi-Fi พร้อมกันจะทำให้แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ประมาณ 20 ชั่วโมง สำหรับ Windows 10 PCs ที่ใช้ Snapdragon 835 SoC คาดว่าจะเปิดตัวจาก HP, Lenovo และ Asus ในงาน CES 2018 ที่กำลังจะมาถึงนี้

ที่มา : hexus

Share This: