713 ผู้เข้าชม

AMD เปิดตัว Ryzen 5 2600H/Ryzen 7 2800H สำหรับ Gaming Notebook

 

 

AMD ได้มีการเปิดเผยข้อมูล Ryzen 7 2800H และ Ryzen 5 2600H ไว้บนเว็บไซต์ซึ่งจะยังคงใช้งานสถาปัตยกรรม Raven Ridge เหมือนกับที่ใช้งานบน Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเมื่อจะยังคงใช้งานสถาปัตยกรรมกราฟิกจาก VEGA แต่มีสิ่งที่ปรับเปลี่ยนอยู่เล็กน้อยที่จะเป็น CPU ที่ออกมาให้สนับสนุนการทำงานของหน่วยความจำ DDR4-3200 ตั้งแต่เริ่มต้นเลย

 

สำหรับทั้งสองรุ่นจะมีการปรับค่า TDP 45 W (Thermal Design Power) ซึ่งจะต่ำกว่า TDP 65 W ที่พบบนเดสก์ท็อป แต่จะยังมีค่าที่สูงกว่ารุ่น R5 2500U/R7 2700U ที่จะมีค่า TDP 15W ส่วนการสนับสนุน DDR4-3200 นับได้ว่าเป็นสัญญาณที่น่ายินดีเนื่องจากอย่างที่รู้กันว่า Raven Ridge ที่มีการใช้งานสถาบัตยกรรมกราฟฟิกจาก VEGA GPU นั้นความเร็วของหน่วยความจำนั้นจะส่งผลต่อการทำงานของกราฟฟิกเป็นอย่างมาก

 

Ryzen 7 2800H มาพร้อมกับ VEGA GPU 11 CU(Compute Unit) 704 Stream Processor ส่วนตัว CPU นั้นมีการปรับความเร็วสูงสุดไว้ที่ 3.8GHz นั้นน่าจะส่งผลให้การใช้งานในโหมดเกมส์มิ่งมีความลงตัวมากขึ้นแม้ไม่ได้พึ่งกราฟฟิกแยกตัว ถ้าจะต้องมีการใช้งานกราฟฟิกการ์ดแยกก็ควรจะเป็น GTX 1060 หรือ RX470/570 ซึ่งดูจะเหมาะสม ส่วน Ryzen 5 2600H นั้นแม้จะยังคงใช้ VEGA GPU 8 CU (512 Stream Processor) เหมือนเช่นเดิมกับ Ryzen 5 2500U  แต่ด้วยการปรับความเร็วของตัว CPU ที่สูงขึ้นถึง 3.6GHz จะส่งผลโดยรวมกับการใช้งาน

 

สิ่งสำคัญในการเลือกใช้งาน VEGA GPU ที่มาในรูปแบบ APU นี้นั้นการเลือกใช้งานหน่วยความจำนั้นควรจะใช้งานในรูปแบบ Dual-DDR4 (ใส่แรมแบบคู่) เพื่อให้การทำงานของ GPU นั้นสามารถแสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่

 

Ryzen 7 2800H
Ryzen 7 2700U
Ryzen 5 2600H
Ryzen 5 2500U
Athlon 200GE Ryzen 3 2200G
Ryzen 5 2400G
TDP
45W (35-54W cTDP) 15W (12-25 cTDP) 45W (35-54W cTDP) 15W (12 -25 cTDP) 35W 65W 65W
Architecture
Zen Zen Zen Zen Zen Zen Zen
Process
14nm 14nm 14nm 14nm 14nm 14nm 14nm
Cores / Threads
4 / 8 4 / 8 4 / 8 4 / 8 2 / 4 4 / 4 4 / 8
Frequency Base / Boost (GHz)
3.3 / 3.8 2.2 / 3.8 3.2 / 3.6 2.0 / 3.6 3.2 / – 3.5 / 3.7 3.6 / 3.9
Memory Speed
DDR4-3200 DDR4-2933 DDR4-3200 DDR4-2933 DDR4-2677 DDR4-2933 DDR4-2933
Memory Controller
Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel
Cache (L3)
4MB 4MB 4MB 4MB 4MB 4MB 4MB
Integrated Graphics
Radeon Vega 11 (11 CU) 1,300 MHz Radeon Vega 10 (10CU) Radeon Vega 8 (8 CU) 1,100 MHz Radeon Vega 8 (8CU) Radeon Vega 3 (3 CU) Radeon Vega 8 (8 CU) 1,250 MHz Radeon Vega 11 (11 CU) 1,100 MHz
Unlocked Multiplier
Yes Yes Yes Yes No Yes Yes

 

ที่มา : tomshardware

Share This:

1.4K ผู้เข้าชม

พบปัญหา NVIDIA GameWorks จากการทดสอบ Final Fantasy XV Performance Benchmarks

 

หลังจากเปิดตัวเกม Final Fantasy XV ไปกับเครื่องคอนโซลในเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ.2560 ตัวเกม Final Fantasy XV จะมีการเปิดขายให้เล่นได้ภายในเดือนหน้าสำหรับผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งตามที่ทีมผู้สร้างเกมส์ Final Fantasy XV Windows Edition ได้ออกมากล่าวว่า “สำหรับตัวเกมส์ในเครื่องคอมพิวเตอร์จะมาพร้อมกับสารพัดรูปแบบอื่นๆ ที่จะเพิ่มมาเฉพาะสำหรับเวอร์ชันพีซีเท่านั้น”  Hajime Tabata ออกมากล่าว

ในขณะที่เกมส์ถ้านับแล้วก็ไม่ถึงเดือนจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ของเกมส์ได้ออกเครื่องมือสำหรับวัดเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องในการเล่นเพื่อให้ผู้เล่นสามารถทดสอบประสิทธิภาพของเกมส์และดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของพวกเขามีประสิทธิภาพเพียงใดในการเล่นเกมส์Final Fantasy XV Windows Edition ซึ่งจะมีการเปิดให้เล่นในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2561

NVIDIA GameWorks ได้ถูกบรรจุเข้ามาเป็นหนึ่งในความสามารถของเกมส์ Final Fantasy XV

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะกล่าวว่า Square Enix ได้ร่วมมือกับ NVIDIA ในการพัฒนาเกมส์ Final Fantasy XV Windows Edition และผลที่ตามมานั้นทำให้ตัวเกมส์จะมีระบบประมวลผลภาพที่ดีขึ้นจาก GameWorks ซึ่งนี่ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่เมื่อรวมกับความจริงที่ว่าตัวเกมส์นั้นมีค่ามาตรฐานในการปรับตั้งค่ากราฟฟิกได้เพียง 3 ค่าเท่านั้นสำหรับ Final Fantasy XV โดยไม่มีทางเลือกในการปรับเปลี่ยนหรือปิดการใช้งานการตั้งค่ากราฟิกที่เฉพาะเจาะจงที่อยู่ภายใน ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมากสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการปรับตั้งค่าเอง

สำหรับโหมดการตั้งค่ากราฟฟิกจะมีเพียง “Lite”, “Middle” และ “High” ซึ่งมีผลทำให้การตั้งค่าของ NVIDIA GameWorks แตกต่างกันไปใน 6 คุณลักษณะภายในเกมส์ Final Fantasy XV และเมื่อมีการปรับตั้งค่าแบบ High นั้นคุณลักษณะจะถูกตั้งค่าไว้ดังนี้โฟร์มีการเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติที่ตั้งค่าล่วงหน้าแบบ High และไม่สามารถเปิดหรือปิดได้จากด้านในหรือด้านนอกเกม

NVIDIAGameWorksSettings
NvidiaFlow=1
NvidiaHairWorks=1
NvidiaShadowLibs=0
NvidiaTerrainTesselation=1
NvidiaTurf=1
NvidiaVXAO=0

( 1 = เปิดการใช้งาน, 0 = ปิดการใช้งาน)

ข้อมูลดังกล่าวได้มีการเผยแพร่โดย randomstranger454 ผู้ใช้งานเว็บ Reddit ที่ทำการดึงข้อมูลการตั้งค่าออกจากหน่วยความจำทำให้ค้นพบว่านักพัฒนาซอฟต์เกมส์ได้เลือกที่จะทำให้การตั้งค่าเหล่านี้มีความยุ่งยากมากขึ้นจากการเข้ารหัสรูปแบบ BASE64 แทนที่จะเป็นไฟล์ txt แบบง่ายๆที่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย

อยากเล่นลื่นปรับ Middle ไปก่อน

สำหรับการตั้งค่าแบบ “Middle” นั้นจะไม่มีการเพิ่มเอฟเฟ็กต์ใดก็แล้วแต่ให้เปิดใช้งานได้ ซึ่งมีผลอย่างมากเกี่ยวกับประสิทธิภาพที่พบว่าถ้าเปิดการใช้งานระดับ High Preset แล้วคุณสมบัติของ Nvidia GameWorks จะทำการเปิดใช้งาน NvidiaFlow, NvidiaHarWorks, NvidiaTerrainTesselation และ NvidiaTurf ซึ่งการตั้งค่าทั้ง 4 แบบนี้จะใช้มีผลเฉพาะกับ ไฟ, ผม, Tessellation และหญ้าตามลำดับ การตั้งค่าอีก 2 อย่างจะยังคงไม่มีการใช้งานเพียงแต่มีการเตรียมค่าไว้สำหรับการเปิดให้ใช้งานในภายหลังก็เป็นได้ ซึ่งสำหรับเกณฑ์ในตอนนี้แม้ว่าจะปรับตั้งค่าระดับ High ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดของกราฟิกที่ตั้งค่าได้จะยังคงไม่ถูกเปิดใช้งาน

“Tessellation คือกระบวนการเพิ่มรายละเอียดของวัตถุสามมิติแบบ Real-Time โดยใช้กระบวนการแบ่งพื้นผิวของวัตถุให้เป็นโพลิกอนย่อยๆ”

ที่การตั้งค่าระดับ High นั้นต้องการกราฟฟิการ์ดขั้นต่ำ GTX 1070 สำหรับผู้เล่นที่ต้องการค่าเฉลี่ย 60 FPS ซึ่งการปรับลดตั้งค่าจาก High เปลี่ยนไปใช้งาน Middle จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นอย่างมากยกตัวอย่าง RX 580 ให้อัตราเฟรมเรทเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าและสามารถให้ค่าเฉลี่ยของเฟรมอยู่ที่ 59 FPS ได้

เปรียบเทียบการตั้งค่าจาก Middle Preset ไปใช้งานระดับ High Preset จะทำให้ GTX 1080 มีประสิทธิภาพลดลงกว่า 31% และ Vega 64 สูญเสียประสิทธิภาพเกือบ 45% ส่วน RX 580 โดนมากที่สุดโดยสูปเสียประสิทธิภาพในการแสดงผลไปกว่าเกือบครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยของเฟรมเรตที่ตั้งค่าไว้เมื่อเทียบกับแบบ Middle Preset

นี่เป็นปัญหาทางด้านประสิทธิภาพการทำงานที่สำคัญมาก แต่ไม่ใช่เรื่องที่ไม่คาดฝันสำหรับ GameWorks ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ต้องผ่านกระบวนการหลากหลายอย่างที่แตกต่างจาการติดต่อกับฮาร์ดแวร์โดยตรง ซึ่งตามจริง GameWorks จาก AMD ก็มีปัญหาเช่นเดียวกับ ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่ามีตลอดระยะเวลาในการเผยแพร่มาเกือบ 3 ปี มีการรายงานปัญหามากกว่า 4,000 ครั้ง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่น่าเศร้ามากๆ เกี่ยวกับ NVIDIA GameWorks ที่ยังคงเป็นข้อเท็จจริงที่พบได้ในปัจจุบัน

แต่เดี๋ยวความเป็นจริงเลวร้ายยิ่งกว่า!

Nvidia GameWorks ทำให้ FFXV มีอาการ Stuttering Mess แม้ว่าจะใช้งาน Nvidia GTX 1080 Ti ซึ่งผลการทบจาก GameWorks นี้มีต่อ FPS อย่างเด่นชัดและจะเพิ่มมากขึ้นกับผู้ใช้งานกราฟฟิกการ์ดจากค่าย AMD ปัญหาทางด้านประสิทธิภาพที่รุนแรงมากขึ้นนี้มาจากอีกประการหนึ่งที่ผู้ทดสอบการตัวเกมส์ที่ทดสอบโดยใช้งานกราฟฟิกการ์ด NVIDIA และ AMD คือการอาการ Hitching และ Stuttering ที่การตั้งค่าระดับ High Preset แม้ว่าจะใช้งานกราฟฟิกการ์ด Nvidia GTX 1080 Ti ที่สูงสุดในตลาดในตอนนี้ก็ตาม

ทั้ง HardwareUnboxed และ GamersNexus ยืนยันถึงปัญหา Stuttering ในทิศทางเดียวกัน

เกิดอาการแปรปรวนของเฟรมไทม์ที่การตั้งค่าระดับ High Preset ทำให้ระยะเวลาในการปสดงผลภาพของเฟรมต่อเฟรมมีความไม่ต่อเนื่องทำให้มองเห็นถึงอาการ “Hitching” ซึ่งมีผลการะทบแม้กระทั่งการใช้งาน Nvidia GTX 1080 Ti โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกของการทดสอบและก็มีให้สังเกตุได้อย่างต่อเนื่องไปจนจบการทดสอบ

ปัญหาดูเหมือนว่าจะไม่หมดเพียงแค่นี้เมื่อผู้ใช้งานบางรายได้รายงานถึงปัญหาเข้ามาว่า “แม้การตั้งค่ามาตรฐานของ High Preset จะทำให้เกิดความสะดวก แต่ก็ทำทำให้เกิดความผิดพลาดได้ด้วย สิ่งนี้ทำให้เป็นปัญหาหลักของปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลมาจากการเพิ่ม GameWorks เข้ามาซึ่งผู้ใช้งานไม่สามารถเปิดหรือปิดการตั้งค่าได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่กลับกลายว่าการตั้งค่าได้ถูกกำหนดล่างหน้าไว้แล้วโดยการบังคับ” ซึ่งคนที่ไม่ทราบถึงปัญหาทั้งหมดอาจจะมองได้ว่าการเพิ่ม NVIDIA GameWorks นั้นเป็นความผิดพลาดได้ เพราะผลที่ได้ออกมานั้นกลับเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งเกิดจากการที่เปิดการใช้งาน NvidiaFlow, NvidiaHarWorks, NvidiaTerrainTesselation และ NvidiaTurf ซึ่งการตั้งค่าทั้ง 4 แบบนี้ แทนที่จะเป็นตัวเลือกที่สามารถเปิดหรือปิดได้สำหรับผู้ใช้งาน ซึ่งจะส่งผลทำให้ตัวเลขประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นเมื่อปิดการใช้งานอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่สูญเสียรายละเอียดของภาพมากนัก ซึ่งจะลดการทำงานงานของกราฟฟิกการ์ดได้มากขึ้น

ปัญหาไม่ได้เกิดจาก Nvidia

ในสถานการณ์ปัจจุบันสิ่งที่มองได้ในแง่ดีที่สุดที่สามารถออกมากล่าวได้เกี่ยวกับคุณลักษณะที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า และคุณลักษณะของ GameWorks ก็คือพวกเขายังไม่ได้ทำเกมส์ตัวเต็มออกมา เป็นเพียงการให้ทดสอบประสิทธิภาพเท่านั้น ซึ่งการทดสอบที่พบปัญหานั้นมาจากการใช้งาน High Preset ที่เปิดการใช้งาน Nvidia GameWork เข้ามาทำให้เกิดอาการ Hitching และ Stuttering ที่น่าผิดหวังสำหรับผู้ทดสอบซึ่งอาจรวมถึงผู้เล่นเกมส์ด้วย นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขารอมานานกว่าหนึ่งปีหลังจากการเปิดตัวในเครื่องคอลโซล ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในวันที่ 6 มีนาคมนี้ นักพัฒนาเกมส์จะเปิดตัวเลือกอย่างน้อยหนึ่งอย่างเพื่อการเปิดการใช้งาน NvidiaFlow, NvidiaHairWorks, NvidiaShadowLibs, NvidiaTerrainTesselation, NvidiaTurf และ NvidiaVXAO โดยอิสระ

 

ที่มา : wccftech

Share This:

1.8K ผู้เข้าชม

Windows 10 Patch Update ปิดบั๊กที่เกิดขึ้นพร้อมวิธีอัพเดต

 

จากความผิดพลาดที่ถูกแจ้งเข้ามาทาง Microsoft ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ทำการแก้ไขให้โดยมีการออก Patch ออกมาแก้ไขให้ผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ในขณะนี้สามารถเข้าไป Download Patch ที่ชื่อ “KB4056892” ออกมาเพื่อแก้ไขด้วยตนเอง ซึ่งสามารถเข้าไป Download ได้จากลิงค์นี้ โดยสามารถเข้าไปเพื่อเลือก Ver. ที่ใช้งานแล้วนำมาติดตั้งที่เครื่องของผู้ใช้งานได้ทันที

หลังจากทำการติดตั้งเรียบร้อยแล้วสามารถเข้าไปตรวจสอบการติดตั้งได้ โดยหลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว หมายเลข OS Build จะต้องเป็น 16299.192 ซึ่งก็จะถือว่าแล้วเสร็จ (แต่สำหรับใครที่ Update ไปแล้วมีปัญหาสามารถเข้าไปแก้ไขได้โดยการถอนการติดตั้งที่ Windows Update >> Update History >> Uninstall Update ที่ได้ติดตั้งไป)

 

ทางทีมงานได้ทำการทดสอบจากเครื่องที่ใช้งาน CPU AMD Ryzen 3 1200 (Overclock 3.825GHz ) โดยทำการ Update Windows  และทดสอบในโปรแกรม CPU-Z Ver. 1.81.1 และ Cinebench R15 โดยผลทดสอบได้ดังนี้

ก่อนทำการ Update

หลังจาก Update

ทั้งนี้เราก็ได้เพิ่มการทดสอบเข้ามาอีกคือ CPU Intel Core i5 8600K

โปรแกรม CINEBENCH R15 ก่อนและหลังจาก Update

โปรแกรม CPUZ ก่อนและหลังจาก Update

ซึ่งจากผลการทดสอบที่ออกมานั้นดูแล้วผลกระทบกับ AMD Ryzen และ Intel หลังจากการ Update Patch แล้วคะแนนในส่วนของผลการทดสอบนั้นไม่มีความแตกต่างกับก่อนทำการ Update แต่อย่างใด ซึ่งตรงกับผลทดสอบโดยทั่วไปว่าหลังจากการทำการ Update แล้วไม่พบความแตกต่างในผลของการทดสอบของทุก CPU ไม่ว่าจะเป็น AMD หรือ Intel แต่อย่างไรเช่นกัน แต่อาจจะมีปัญหากับบางโปรแกรมบ้างเท่านั้น ซึ่งน่าจะได้รับการแก้ไขในภายหลังจาก Microsoft

Share This:

2.8K ผู้เข้าชม

Microsoft ปิดการ Upgrade ฟรีสำหรับ Windows 10 ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้

 

ผู้ที่ยังใช้งาน Windows 7 และ Windows 8/8.1 ที่ต้องการอัปเกรดเป็น Windows 10 อาจจะต้องรีบหน่อยเพราะว่าทาง Microsoft จะปิดการอัปเกรดฟรีในวันที่ 31 ธันวาคมนี้แล้ว ซึ่งข้อเสนอจาก Microsoft ในโปรแกรม Assistive Technologies ซึ่งยังคงสามารถใช้งานได้อยู่ในตอนนี่ ซึ่งตามจริงแล้ว Microsoft น่าจะมีการปิดไปแล้วในส่วนของ Windows 7 และ Windows 8/8.1 ในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Microsoft ก็ยังคงให้การอัปเกรดอยู่แต่ก็สำหรับตอนนี้ได้ออกมาออกประกาศการอัพเกรดฟรีจะสิ้นสุดลง

สำหรับผู้ที่ได้อัปเกรดเป็น Microsoft Windows 10 แล้วจะยังคงใช้งานได้ต่อไป รวมถึงเมื่อต้องการติดตั้งใหม่ก็ยังจะสามารถอัปเกรดมาใช้ใหม่ด้วยจาก Windows 7 หรือ Windows 8/8.1 สำหรับผู้ที่เคยอัปเกรดมาแล้ว แต่ว่าผู้ที่ไม่ได้อัปเกรดจะไม่สามารถทำได้

ที่มา : guru3d

Share This:

1.1K ผู้เข้าชม

Qualcomm Snapdragon 835 สามารถใช้งาน Windows 10 ได้ยาวนานกว่า 30 ชั่วโมง

 

เมื่อไม่นานมานี้เป็นครั้งแรกในการนำเสนอแนวคิด ‘Cellular PCs’ สำหรับ Windows 10 ที่จะใช้งานโปรเซสเซอร์ ARM ในงาน Computex Taipei ซึ่ง Qualcomm  ได้นำเสนอแนวคิดของ ‘Snapdragon PCs’ ซึ่งจะถูกเรียกว่า “Hypermobile Experience” ทำให้ผู้ใช้งานสนุกกับการใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนด้วย Qualcomm Snapdragon 835 ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์ขนาดเล็กและไม่จำเป็นต้องใช้งานพัดลมซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่สามารถเกินกว่าหนึ่งวันได้ สำหรับการเชื่อมต่อแบบ LTE ซึ่ง Qualcomm ได้สาธิตบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 และแอพพลิเคชันยอดนิยมที่ใช้การจำลองการทำงานระบบ x86 เพื่อทดสอบการทำงาน

Qualcomm มีการเปิดเผยข้อมูลที่ฮ่องกงในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับความสามารถของ Snapdragon PCs จากรายงานของ The Verge แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้หลายวันบนระบบปฏิบัติการ Microsoft ซึ่งเกินความคาดหมายที่ตั้งไว้ Microsoft ได้ทดสอบระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์มือถือรุ่นใหม่

จากข้อมูลมีการยืนยันจากผู้บริหารว่าชิป ARM ของ Qualcomm ที่ใช้ในแล็ปท็อป Windows 10 มีประสิทธิภาพในการใช้งานของแบตเตอรี่เป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่นคุณสามารถชมวิดีโอ Netflix ได้นานถึง 29 ชั่วโมงในอุปกรณ์เหล่านี้ หรือหากใช้งานทั้ง LTE และ Wi-Fi พร้อมกันจะทำให้แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ประมาณ 20 ชั่วโมง สำหรับ Windows 10 PCs ที่ใช้ Snapdragon 835 SoC คาดว่าจะเปิดตัวจาก HP, Lenovo และ Asus ในงาน CES 2018 ที่กำลังจะมาถึงนี้

ที่มา : hexus

Share This: