325 ผู้เข้าชม

ASROCK Fatal1ty X399 Professional Gaming ยกระดับคอเกมระดับแบบฉบับฮาร์ดคอและมืออาชีพ

 

ASRock Fatal1ty X399 Professional Gaming เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ที่เป็นคอเกม และนักเล่นเกมมืออาชีพ เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสนุกสนานให้กับการเล่นเกม พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณสร้างสรรค์พีซีสำหรับรองรับเกมที่คุณชื่นชอบได้ตามต้องการ โดยทำงานร่วมกับซีพียู AMD TR4 ในรูปแบบของ Ryzen Threadripper series ที่พร้อมไปด้วยพลังในการประมวลผลได้อย่างลื่นไหล สนับสนุนแรมความเร็วสูงระดับ DDR4 3600+ (OC) และกราฟฟิกการ์ดแบบ 4-Way SLI และ CrossFireX เช่นเดียวระบบเสียงและการสนับสนุนอุปกรณ์ความเร็วสูงอีกมากมายในตัว

 

 

สนับสนุน Ethernet LAN 10Gb/s BASE-T โดย AQUANTIA

ด้วยการสนับสนุนมาตรฐานการเชื่อมต่อระดับ 10Gb/s ที่เป็นความสามารถจาก AQUANTIA ส่งมอบให้กับผู้ใช้ที่มองหาประสิทธิภาพในระบบเครือข่ายได้สัมผัสกับความเร็วในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน Media Center, Workstation และ Gaming PC

 

 

ภาคจ่ายไฟขนาด 11-Phase สำหรับซีพียูอันทรงพลัง

ด้วยภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ 11-phase  บนเมนบอร์ด จึงสามารถจ่ายไฟให้กับซีพียูประสิทธิภาพสูงได้เป็นอย่างดี และรองรับการจ่ายไฟที่นิ่งทำให้การโอเวอร์คล็อกซีพียูเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ

 

สนับสนุน 4-Way SLI / CrossFireX

ด้วยการออกแบบสล็อต PCI-Express มาให้ถึง 4 สล็อตด้วยกัน จึงรองรับการทำงานกราฟฟิกการ์ดในแบบ 4-Way SLI และ CrossFireX ในการเพิ่มศักยภาพสำหรับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

 

เชื่อมต่อ WiFi 802.11ac ในแบบ Dual band

เพื่อความคล่องตัวในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่ไม่มีใครอยากพลาดนาทีสำคัญ เมนบอร์ดออกแบบให้รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ WiFi ในมาตรฐาน 802.11ac ในแบบ Dual band ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz เช่นเดียวกับการสนับสนุน Bluetooth v4.2

 

 

Triple Ultra M.2 เพื่อการจัดการข้อมูลที่รวดเร็ว

เพื่อให้การเล่นเกมและโอนถ่ายข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงมาพร้อม Ultra M.2 สำหรับรองรับ M.2 module มาให้ถึง 3 ชุดด้วยกัน สนับสนุน SSD ความเร็วสูงบนอินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 ด้วยความเร็วสูงระดับ 32Gb/s

 

นอกจากนี้ ASRock Fatal1ty X399 Professional Gaming ยังให้คุณสร้างสรรค์แสงสีที่สวยงามในแบบของตัวคุณเองด้วย RGB LED และปรับแต่งได้อย่างง่ายดายผ่านทาง ASRock RGB LED ที่ดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์ ASRock ได้อีกด้วย

 

สามารถดูข้อมูลอื่นเพิ่มเติมได้ที่:

ASRock Fatal1ty X399 Professional Gaming

Share This:

2.2K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ EP.1 AMD RYZEN 7 2700X RYZEN 5 2600X ปะทะ INTEL Core i5 8600K Core i7 8700K

 

 

สวัสดีเพื่อนชาว GcubeZ หลังจากที่เราห่างหายกันไปพักใหญ่ๆ เนื่องจากขณะนี้ทางผมติดภาระกิจการทำงานส่วนตัวอยู่ จึงค่อนข้างจะมีเวลาที่จำกัดในการทำรีวิว แต่ในเมื่อได้ทำก็เลยหาเวลามาทดสอบสินค้าตัวใหม่จากทาง AMD ในวันนี้ นั้นก็คือ CPU generation ใหม่ของ AMD RYZEN 5 2600X และ RYZEN 7 2700X ครับ

 

แต่วันเราได้เอา CPU ตัวเทียบเคียงจากอีกค่ายมาเพื่อทำการทดสอบในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อหาประสิทธิภาพที่แท้จริงในการเล่นเกมและการทำงานเทียบกันดูว่าเป็นเช่นไร CPU Gen ใหม่จาก AMD จะคุ้มค่าแค่ไหน สำหรับคู่เทียบในวันนี้ก็คือ Intel Core i5 8600K ซึ่งเป็น CPU ของผมเอง และ Core i7 8700K เป็นของที่ยืมมิตรสหายเข้ามาทำการทดสอบร่วมในครั้งนี้ครับ

 

เรามาดูตัวกล่องผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาครับว่าในกล่องมีอะไรบ้าง

 

กล่องสีดำขนาดใหญ่กว่าลังเบียร์ราวๆ 2 เท่าตัว

 

 

ซึ่งภายในจะเห็นกล่องยาวๆตัวนี้จะบรรจุ CPU RYZEN 7 2700X และ RYZEN 5 2600X ครับชุดมาให้

 

 

 

ตัวชุดระบายความที่จะแถมเอามาให้ครับของ RYZEN 7 2700X จะแถม Wraith prism RGB (ซ้ายมือ) ส่วนของ RYZEN 5 2600X จะแถม Wraith Spire มาให้ครับ

 

 

ภายในชุดทดสอบจะให้แรมมาด้วย 1 ชุดนั้นก็คือ G Skill Sniper X Bus 3400 ที่รองรับการทำงานกับ CPU AMD RYZEN ได้เป็นอย่างดี

 

 

สำหรับเมนบอร์ดที่มาเป็นชุดทดสอบจะให้มาด้วยกัน 2 ยี่ห้อครับ

 

ASRock X470 Taichi Ultimate

 

 


AORUS X470 GAMING 7 Wifi

 

 

 


ในการทดสอบนี้จะเป็นการทดสอบแบบเดิมทั้ง 2 ค่าย CPU ครับ อาจจะไม่ได้หวือหวาอะไร แต่จุดประสงค์ต้องการให้ผู้ใช้งานทั่วๆไปได้ทราบถึงประสิทธิภาพขั้นพื้นฐานของ CPU ในยุคปัจจุบันนี้ทั้งคู่ครับ

 

INTEL CORE i  – SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8600K 3.6GHz / Core i7 8700K 3.7GHz
Mother Board ASUS Z370 TUF Pro Gaming
Graphics Accelerator ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition
Memory G-Skill Trident Z RGB 16GB 4*8 3600 cl 17-18-18-38
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

 

AMD RYZEN – SYSTEM TEST
CPU AMD RYZEN 5 2600X 3.6GHZ / RYZEN 7 2700X 3.7GHZ
Mother Board ASROCK X470 TAICHI Ultimate / AORUS X470 Gaming 7 Wifi
Graphics Accelerator ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition
Memory G-Skill  Sniper X 16GB 4*8 3400 cl 16-16-16-36
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

 

สำหรับการทดสอบเกมผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอที่ความเร็วปกติ 1,594 MHz และ OC 1,700 MHz Core และ Boost Max 2010 MHz ส่วนของความเร็ว Memory 1,387 MHz *8  (11,100 MHz Effective Memory) OC Memory ไปที่ 1,550 MHz *8 ( 12,400MHz Effective Memory) ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro – 64 Bit

VGA GTX 1080 Ti Overclock [email protected] Boost 2010 MHz / Mem [email protected] MHz


เกมที่ผมใช้จะเป็นเกมกินสเปคเครื่องยอดนิยม 3 เกม และโปรแกรมสายเรนเดอร์ที่ใช้พลัง CPU อีก 4 โปรแกรม


 

สำหรับ Assassin ‘s Creed Origins ผลการทดสอบทาง CPU จากค่ายคู่แข่งอย่าง Intel เอาชนะไปได้ใน Fps min ได้ประมาณ 10 fps แต่ก็ไม่ค่อยส่งผลต่อการเล่่นเกมเท่าไหร่

ฺBattlefield 1 เป็นเกมที่ไม่ค่อยเห็นผลที่แตกต่างกันเท่าไหร่นักในส่วนของ Min Fps และ Avg Fps

Farcry 5 Core i7 8700K จะทำผลทดสอบออกมาได้ดีกว่า CPU ทั้ง 3 รุ่นครับ


มาในโปรแกรมสายเรนเดอร์อย่าง Cinebench R15 / V-RAY / Corona ตัว CPU RYZEN 7 2700X สามารถกินนิ่มในทดสอบทั้ง 3ตัวนี้ นั้นเพราะว่าเป็น CPU ตัวเกียวในกลุ่มที่เ้ป็นแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ซึ่งโปรแกรมสายเรนเดอร์จะเน้นการใช้งานคอร์และเธรดที่มากไว้ก่อนครับ

ในส่วนของโปรแกรม Blender CPU Core i7 8700K กับ Ryzen 7 2700X ผลทดสอบแทบจะเสมอกัน แต่ว่า AMD ใช้จำนวนคอร์ที่เยอะกว่าในการเรนเดอร์ นั้นแปลว่าในการทดสอบนี้หาก Intel มีจำนวนคอร์ที่เท่าๆกัน ก็จะชนะการทดสอบนี้ไปครับ

อัตราการใช้พลังงานของ CPU ทั้ง 4 ตัว ในแบบปกติ และตอน Load


 

Final Thought  : หลังจากทดสอบเดิมๆของ CPU ทั้ง 2 ค่าย ผมมีความเข้าใจอยู่อย่างนึงว่า AMD Ryzen ในเรื่องการการทำงาน ตัว CPU ยังเหมือนทำงานได้ไม่เต็มที่ เท่ากับ CPU จากอีกค่ายอย่าง Intel ทำให้ผลการทดสอบตัวเกมค่อนข้างจากตามอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเท่าไหร่นัก ยังคงให้ค่า Fps ที่ดูดีอยู่ไล่เลี่ยกันครับ แต่ในส่วนของการทำงานสายงานเรนเดอร์ถือว่าทำออกมาได้เหมาะมากครับ  เพราะดึงประสิทธิภาพออกมาในแต่ละคอร์แต่ละเธรดได้ดีเลยทีเดียว

 

มันดีกว่า Gen 1 ยังไง ? – ผมไม่ได้ทำการ OC CPU ใดๆ แต่มันเล่นกับบัสแรม XMP ได้ง่ายขึ้นครับ อีกอย่างคือเรื่องของการ Boost Clock MHz สามารถ Boost ได้ดีกว่า Gen แรกดีกว่าอย่างชัดเจนทั้งแบบ 1 – 8 คอร์ มีระดับการ Boost ที่แตกต่างตาม Core ที่ Boost อันนี้คือข้อดีที่ Gen 1 ไม่มี

 

แถมชุดระบายความร้อน – ที่แถมมาให้น่าสนใจมากครับ สวยงามและระบายความร้อนได้ดี สำหรับตัว Ryzen 7 2700X แต่กับตัว 2600 2600X ยังถือว่าธรรมดาไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าฝั่ง Intel ครับ

 

สนนราคาจำหน่ายของ CPU ทั้ง 4 ตัว

Ryzen 7 2700X = 330Usd

Ryzen 5 2600X = 230Usd

Intel Core i7 8700K = 250Usd

Intel Core i7 8700K = 350Usd

 

**ระดับความคุ้มค่าใน AMD ยังถือว่าทำได้ดีกว่า Intel ครับ แต่ยังรู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกสักหน่อยในเรื่องของราคา หากมองประเด็นนำมาใช้เล่นเกม แต่ถ้าสายทำงานละก็ CPU AMD จะคุ้มค่ากว่าพอตัวครับ


ขอขอบคุณ AMD ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

599 ผู้เข้าชม

GIGABYTE AORUS X470 GAMING 7 WiFi

 

 

ในการรอการมาของ Chipset AMD X470 จาก Gigabte (AORUS) สิ่งที่ได้คือ…

 

GIGABYTE AORUS X470 GAMING 7 WiFi

หลังจากในงาน CES2018 Gigabyte ได้เปิดตัวต้นแบบของเมนบอร์ด GIGABYTE AORUS X470 GAMING 7 WiFi ไปแล้วนั้นแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องเปิดตัวจริงกันเสียทีเพื่อนำออกมาจำหน่าย ซึ่งมีการปรับปรุงรายละเอียดเล็กๆ น้อย ๆ ตามเครื่องหมายที่ได้วงไว้ รวมถึง Gigabtye น่าจะมีการติดตั้ง Backplate เข้ามาด้านหลัง (ไม่ยืนยัน) ซึ่งจะยังไม่เห็นในภาพและไม่ได้มีในตัวต้นแบบ

 

 

AORUS X470 GAMING 7 WiFi เป็นเมนบอร์ดตัวเรือธงจากซี่รี่ AORUS ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของ AMD Ryzen 2000 Series ได้เป็นอย่างดีโดยมีการติดตั้งฮีทซิงค์ขนาดใหญ่บน VRM อีกทั้งยังมีการเสริมสล็อตของหน่วยความจำและช่องเสียบ PCIe x16 ทั้งสามตัวด้วยโลหะเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และมีฮีทซิงค์สำหรับ M.2 SSD ทั้งสองตัว

เมนบอร์ดตัวนี้จะมี WiFi ติดตั้งมาให้ในตัว (มีเสาอากาศมาให้ด้วย) ในส่วนของ Back I/O จะสามารถใช้งาน USB 3 x4, USB 3.1 x2 และ USB 3/DACUP x2 (มีตัวกรองสัญญาณรบกวน) มีพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบ Gigabit Lan x1 แต่จะไม่มีพอร์ตสำหรับภาคแสดงผลซึ่งเป็นปกติของรุ่นเรือธงอยู่แล้ว

 

 

มีการเปิดเผยราคาของเมนบอร์ด Gigabyte AORUS Series บนเว็บขายของออนไลท์ชื่อดังนาม Amazon มีให้เลือกตั้งแต่ราคา $139.99 ถึง $239.99

 

ที่มา : videocardz

Share This:

1.5K ผู้เข้าชม

AMD Ryzen 7 2700X @4.3 GHz With Asus ROG CROSSHAIR VI HERO

 

 

ภายหลังจากที่มีการนำเสนอผลการทดสอบเล็กๆ น้อยของ AMD Ryzen 7 2700X ไปแล้วก็มีผู้ใช้งานชื่อ Hardware Numb3rs บนเว็บไซต์ Youtube นำเสนอการ Overclock ของ Ryzen 2700X ด้วยเมนบอร์ด Asus ROG CROSSHAIR VI HERO ซึ่งสามารถ Overclock ไปใช้งานได้ที่ 4.3 GHz บนพื้นฐานการทำงานที่ 8 Core 16 Thread ด้วยระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว

AMD Ryzen 7 2700X

การทดสอบครั้งนี้น่าจะมุ่งเน้นที่การ Overclock โดยสามารถผ่านทุกผลการทดสอบ มีการใช้ไฟเลี้ยง CPU ที่ 1.5V  ผ่านการทดสอบด้วยโปรแกรม Cinebench R15, AIDA64, 3DMark และเกมส์ Rise of The Tomb Raider

System Test :

  • CPU : AMD Ryzen 7 2700X @4.3GHz
  • MB : Asus ROG CROSSHAIR VI HERO
  • RAM : G.Skill Trident Z XMP2.0 4500MHz 8GB x2 @3600MHz
  • VGA : Nicolas Carrizo GTX 1080 @2100MHz

ซึ่งผลการทดสอบของ Cinebench R15 ได้ผลคะแนนการทดสอบ 1970 cb แบบ Multi Thread (ผลการสอบ Default Clock ได้คะแนนประมาณ 1748 cb ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 12.7%) ส่วนแบบ Single Thread มีคะแนน 180 cb การทดสอบที่สองเป็นการทดสอบผ่าน AIDA64 มีค่า Memory Latency 62.1 ns เป็นผลจากการทำงานด้วยหน่วยความจำแบบ Dual Channel ที่สูงถึง 3600MHz ส่วนผลการทดสอบของ 3DMark นั้นได้คะแนนของ Physics score 22208 คะแนน และการทดสอบผ่านเกมส์ Rise of The Tomb Raider ผ่านการตั้งค่าแบบ Preset : Very High ที่ความละเอียด 1080p ได้คะแนนรวม 150.50 FPS

ด้านการใช้พลังงานนั้นเมื่อทำงานปกติจะมีการใช้งานทั้งเครื่องประมาณ 230W (Idel) ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการใช้งานไฟเลี้ยง CPU ที่ 1.5V การเพิ่มไฟเลี้ยงของหน่วยความจำที่ความเร็ว 3600MHz น่าจะใช้ไฟเลี้ยงประมาณ 1.4 – 1.45V และมีการ Overclock กราฟฟิกการ์ดประกอบด้วยจาก Nvidia GTX 1080 ที่ความเร็ว GPU 2100MHz ซึ่งทำให้การใช้พลังงานอาจจะดูสูงไปบ้าง แต่ก็เพราะว่ามีการ Overclock ทั้งระบบนั่นเอง และเมื่อทำการทดสอบด้านการทำงานของ CPU จะพบว่ามีการใช้พลังงานรวมที่ 273W จากโปรแกรม Cinebench R15 และในการทดสอบเกมส์ Rise of The Tomb Raider มีการใช้พลังงานรวมสูงสุด 262W ที่ฉากน้ำตกซึ่งใช้งาน GPU 32% และ CPU 51%

จะเห็นได้ว่าคะแนนที่ได้นั้นแปรผันตามการ Overclock ที่เพิ่มขึ้นมาของ Ryzen 2700X ที่มี Boost Clock ที่ 3.9 GHz แบบ All Core มาทำงานที่ 4.3 GHz ทำให้คะแนนได้เพิ่มเติมขึ้นมาจากค่าความเร็วเดิม รวมถึงค่า Latency ที่ลดลงจากความสามารถในการรองรับความเร็วของหน่วยความจำที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องทำการปรับ Bus Speed ให้วุ่นวาย ในการใช้งานเล่นเกมส์นั้นก็ดีกว่าเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อทำการเปรียบเทียบกับการทดสอบเดิมของ Ryzen 1800X ซึ่งเป็น CPU ระดับ High End จาก Ryzen Generation 1

 

Share This:

2.5K ผู้เข้าชม

Preview AMD Ryzen 7 2700X ครั้งแรกก็ Overclcok กันแล้ว

 

หลังจาก Lisa Su ออกมาเกริ่นไปเมื่อวาน วันนี้ก็มีผลการ Preview แรกกของ AMD Ryzen 7 2700X เสียแล้วจากเว็บไซต์ elchapuzasinformatico ซึ่งเป็นแค่การแนะนำตัวแบบสั้นๆของ Ryzen 2700X ตัวท๊อปสุดในตอนนี้ในระดับ Mainstream จาก AMD นับว่าเป็นภาคต่อของ Ryzen 1800X โดยยังคงเป็น CPU แบบ 8 Core 16 Thread เช่นเดิม เพิ่มเติม XFR 2.0 เข้ามารวมถึงการปรับโหนดเป็น 12nm อีกจุดเด่นหนึ่งที่น่าสนใจคือการ Step Boots Clock ของ Core เวลาใช้งาน

แกะกล่อง AMD Ryzen 7 2700X

ในครั้งนี้ AMD มีการปรับแพ็คเกจด้านข้างเล็กน้อยของกล่องบรรจุ ซึ่งเพิ่มลวดลายของฮิทซิ้งเข้าไปด้วย โดยตัว 2700X นั้นจะมีชุดระบายความร้อนเป็น AMD Wraith Prism RGB ซึ่งมีความน่าสนใจนอกจากการระบายความร้อนที่สามารถทำได้ในระดับ TDP 125W แล้วยังเพิ่มเติมความสวยงามเข้ามาด้วย ซึ่งจะยังคงใช้งานต่อผ่านสายเช่นเดิม ถ้าไม่ต้องการใช้งานก็เพียงเอาสายออกไม่ต่อกับเมนบอร์ดสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการต่อสายไฟในกรณีเคสแบบทึบ ส่วนด้านอื่นๆ ยังคงรูปแบบเดิมไว้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านกระดองของตัว CPU และจำนวนของขาที่ใช้งาน

ด้านในของตัวกล่องประกอบด้วย Cผลการทดสอบ Ryzen 2700XPU และ Wraith Prism RGB ประกอบด้วยคู่มือและสติกเกอร์ โดยจุดที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้นฮิทซิ้งที่บรรจุมาในกล่อง โดยเป็นการปรับปรุงจาก Wraith Max ที่เห็นได้ชัดเจนคือมีหน้าสัมผัสที่ดีขึ้น และอาจสังเกตุได้ยากหน่อยคือมีการปรับปรุงในส่วนของไฟที่แสดงจาก LED เป็นแบบ RGB ซึ่งจะเพิ่มความสวยงามได้เป็นอย่างดี

ผลการทดสอบ Ryzen 2700X

System Test :

  • CPU : AMD Ryzen 7 2700X
  • Motherboard ASRock X370 Killer SLI
  • RAM : G.Skill FlareX DDR4 @ 3200 MHz
  • VGA : MSI GeForce GTX 1070 Gaming Z
  • PSU : Be Quiet Font! Dark Power Pro 11 1200W
  • SSD : Adata SU900 256GB & Corsair LX 512 GB
  • Operating System  : Windows 10 64 bit

ผลการทดสอบตัวแรกนั้นเป็นการทดสอบ wPrime ผลการทดสอบนั้นน่าสนใจไม่น้อย โดยคะแนน 36,101 คะแนน สำหรับคะแนนแบบ Single Core ส่วนคะแนนแบบ Multi Core ได้ 8,813 คะแนนจากความเร็วปกติ โดยใช้งานควบคู่กับหน่วยความจำชนิด DDR4 3200 MHz

​_

ตัวที่สองผลการทดสอบ x264 Benchmark ได้คะแนนสูงถึง 51.55 แต้ม ซึ่งสูงกว่า Ryzen 1700X อยู่ระดับหนึ่ง ใครไปใช้งานถอดรหัสหรือแปลงไฟล์น่าจะถูกใจจุดนี้

สำหรับผลการทดสอบ 3DMark Fire Strike นั้นมีคะแนนอยู่ที่ 16,271 คะแนน สูงกว่า I5 8600K แต่ยังตามหลัง I7 8700K อยู่เล็กน้อยซึ่งอาจต้องดูในส่วนของ 3DMark Time Spy ประกอบด้วยสำหรรับเกมส์ที่จะออกมารองรับในอนาคต

ผลการทดสอบการใช้งานพลังดิบ CPU ในการนำมา Render ด้วยโปรแกรม Cinebench R15 นั้นอย่างที่ผลหลุดออกมาก่อนหน้านี้ได้ 1,748 คะแนนจากความเร็วพื้นฐาน

ผลการทดสอบ Latencia ในการหน่วงเวลาของหน่วยความจำได้ 81.8 ns ซึ่งถ้าใช้ความเร็วของหน่วยความจำที่เพิ่มมากขึ้น ผลทดสอบก็น่าจะดีขึ้นด้วย

การทดสอบผ่าน Aida 64 ในการทดสอบหน่วยความจำนั้นผลการทดสอบออกมานั้นเป็นที่น่าพอใจ สามารถดูได้จากด้านล่าง

Overclock Ryzen 2700X

การทดสอบทำภายใต้อุณหภูมิห้องที่ 20 องศาเซลเซียส AMD Ryzen 7 2700X จะมีอุณหภูมิประมาณ 31 องศาเซลเซียสที่การใช้งานปกติและประมาณ 56 องศาเซลเซียสในการทดสอบเมื่อใช้งาน CPU สูงสุด ซึ่งดีกว่าเดิมเล็กน้อยโดยตัวของฮีทซิงค์ทำงานได้ดีในแง่โดยมีความดังประมาณ 40 dB ซึ่งถ้าทำงานสูงสุดจะทำงานที่ 45 dB ด้านการใช้พลังงานนั้นมีการใช้พลังงานรวมทั้งระบบอยู่ที่ประมาณ 200 วัตต์สำหรับการทดสอบด้วย Aida64 (ซึ่งจะไม่ได้ใช้งาน GPU) ซึ่งการใช้พลังงานจะแตกต่างกับ Ryzen 7 1700X โดยประมาณ 50W

การโอเวอร์คล๊อกยังคงไม่ได้เด่นมากในรุ่นนี้ แต่ด้วยการใช้งาน CPU มีมีมากถึง 8 Core 16 Thread นั้นก็สามารถทำความเร็วได้ถึง 4.20 GHz แบบไม่ยากเย็นด้วยการใช้ไฟ Vcore เพียง 1.4V เท่านั้น ส่วนแอ็พพลิเคชัน Ryzen Master OC ไม่สามารถใช้งานได้ในตอนนี้อาจจะต้องรอการอัพเดตก่อน แต่การใช้งาน Overclock ผ่าน BIOS ก็สามารถทำได้โดยไม่ยากเย็นนัก

ต้องบอกก่อนว่าความสามารถในการ Overclock นั้นอาจจะยังไม่สามารถบอกอะไรได้มากนัก ด้วยการที่ยังเป็น CPU ที่ยังใหม่สำหรับผู้ทดสอบการรีดประสิทธิภาพให้ได้สูงสุด เพราะเราเคยได้เห็นการทดสอบที่ความเร็ว 4.3 GHz ผ่านตามาบ้างแล้ว แต่สำหรับในตัวของ Ryzen 2700X จุดเด่นๆ เลยก็คงหนีไม่พ้นการที่สามารถ Boots Clock ได้แต่ละ Core ในแต่ละช่วงความเร็วได้ ซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมส์ได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้งานจำนวน Thread ไม่ครบทุก Thread ซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มความเร็วได้โดยไม่ต้องใช้งานการ Overclock ก็สามารถทำให้การเล่นเกมส์ดีขึ้นด้วย

ข้อดี

  • ประสิทธิภาพ / ราคาที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน
  • ประสิทธิภาพการทำงานแบบมัลติคอร์ที่ยอดเยี่ยม
  • อุณหภูมิในการทำงานสามารถทำได้ในระดับดี
  • มีจำนวนแกนประมวลผลให้มากถึง 8 Core 16 Thread
  • สามารถใช้ได้กับเมนบอร์ดรุ่นก่อนหน้าความสามารถในการ Overclock ยังคงได้ไม่มากนัก แต่อาจต้องรอ Bios ใหม่หรือใช้งานร่วมกับชิพเซ็ต X470

จุดสังเกตุ

  • การใช้งานหน่วยความจำอาจจะต้องรอการปรับปรุง
  • ความสามารถในการ Overclock ยังคงได้ไม่มากนัก แต่อาจต้องรอ Bios ใหม่หรือใช้งานร่วมกับชิพเซ็ต X470

ที่มา : elchapuzasinformatico

 

Share This:

1.7K ผู้เข้าชม

AMD Ryzen 7 2700X ผลการทดสอบและการโอเวอร์คล๊อกก่อนการเปิดตัวจากผู้ใช้งานชน Ryzen 1700 เต็มๆ

 

ในขณะที่การเปิดตัว CPU AMD Ryzen Gen 2 กำลังเข้าสู่การเปิดตัวในเร็ววันนี้ สิ่งที่ใครหลายๆ คนยังคงต้องสงสัยอยู่อีกนิดหน่อยที่หนีไม่พ้นคือผลการทดสอบในด้านต่างๆ จากตัว CPU โดยเฉพาะข้อสงสัยของใครหลายๆ คนที่ว่า ตกลงแล้ว CPU แรงกว่า Ryzen Gen 1 มากเท่าไหร่ ซึ่งจากที่เคยนำเสนอไปแล้วหลายๆ ผลการทดสอบในครั้งนี้ก็มีอีกผลการทดสอบที่น่าสนใจของ Cinebench R15 ที่น่าสนใจประกอบด้วย

AMD Ryzen 7 2700X Packaging with Wraith Prism Cooler

ส่วนแรกที่น่าสนใจก็คือการที่ AMD Ryzen 7 2700X นั้นจะมาพร้อมแพ็กเกจขนาดใหญ่ ด้านในนั้นบรรจุ Wraith Prism Cooler ซึ่งส่วนอื่นๆ จะเหมือนกับแพ็จเกจของ Ryzen 7 1700 เลยก็ว่าได้ ส่วนที่ระบุไว้บนตัวกล่องระบุจำนวน Core ไว้ชัดเจนคือ 8 Core 16 Thread มีความเร็วพื้นฐาน 3.7 GHz Boost 4.3 GHz ส่วนตัวกระดอง CPU จะเหมือนกับ Ryzen Gen 1 ต่างเพียงตัวเลขเท่านั้น

Wraith Prism Cooler ที่มีมาพร้อมกับ Ryzen 7 2700X นั้นจะเป็นพัดลมในรูปแบบ RGB ซึ่งจะไม่เหมือนกับ Wraith Max ที่เป็น LED ซึ่งสามารถแสดงแสงใล่โทนสีได้

AMD Ryzen 7 2700X Overclocked to 4.3GHz With Corsair H90 Cooler

สิ่่งอีกอย่างที่หลายๆ คนรอคอยเพื่อเป็นการไม่เสียเวลานาน ขอเกริ่นก่อนว่า Ryzen Gen 2 นั้นจะมีการทำงานที่ีเร็วกว่าประมาณ 300 – 400 MHz จาก Ryzen Gen 1 สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ ผู้ทดสอบสามารถ Overclock ได้ถึง 4.3 GHz จับคู่กับเมนบอร์ด Gigabyte AX370 Gaming 5 โดยใช้ระบบระบยความร้อนเป็น Corsair H90 Cooler ซึ่งสามารถ Overclock ได้ดีกว่า 1800X

ผลการทดสอบจาก Cinebench R15 มีส่วนที่น่าสนใจอย่างมาก ซึ่งเมื่อทำการ Overclock ที่ความเร็ว 4.3 GHz แล้วมีผลคะแนนสูงถึง 1,945 pts ซึ่งคะแนนที่ได้ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับ Intel® 8-core Skylake-X i7 7820X และมากกว่า 3 เท่าของคะแนน FX 8370 ซึ่งเป็นซีพียูหลักของ AMD รุ่นก่อนหน้านี้ ส่วนผลคะแนนอื่นๆ แสดงได้ตามตารางด้านล่าง

Clock Score
Ryzen 7 2700X @4.30 GHz 1945
Ryzen 7 2700X @4.27 GHz 1927
Ryzen 7 2700X @4.02 GHz 1821
Ryzen 7 2700X @3.97 GHz 1791

จากผลการทดสอบ AMD Ryzen 7 2700X เมื่อเทียบกับ Ryzen 7 1700 เมื่อดูจากผลคะแนน 2700X แล้วเมื่อเทียบกับ 1700 แล้วที่คะแนน 1791 pts นั้น 2700X จะใช้คล็อคเพียง 3.97 GHz แต่ว่า 1700 จะต้องใช้ความเร็วถึง 4.02 GHz แต่เมื่อความเร็วของ 2700X ที่ความเร็วเท่ากับ 1700 แล้วคะแนนที่ได้สูงถึง 1821 pts ซึ่งเมื่อเทียบทีี่ความเร็วเท่ากันแล้วจะมีประสิทธิภาพมากกว่าถึง 1.68%

ในการจาก 3DMark Fire Strike ตัว CPU สามารถทำคะแนนได้ถึง 22,226 ด้วยความเร็วของ CPU 4.25 GHz ซึ่งถือว่าน่าแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ Threadripper 1920X ที่มีคะแนนประมาณ 23,000 การตั้งค่าทดสอบของผู้ใช้งานได้ตั้งความเร็วของหน่วยความจำไว้ที่ 3600 MHz จาก DDR4 ซึ่งความเร็วนี้ 2700X ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ และจากข้อมูลดังกล่าวได้บอกออกมาว่าสามารถคาดหวังความเร็วที่ดีกว่าในในชิพเช็ต X470 ซึ่งจะเป็นซิบเซ็ตระดับไฮเอนด์ตัวต่อไปจาก AMD

อีกส่วนที่ยังคงต้องรอดูการทำงานของ XFR 2.0 ที่ต้องใช้งานกับชิพเซ็ต AMD 400 series ในการทำงาน ดังนั้นด้านขวาของกล่อง 2700X จะทำงานที่ความถี่สูงได้มากกว่านี้บนบอร์ด X470 เมื่อเทียบกับบอร์ด X370 ซึ่งคงต้องรอการเปิดตัวในวันที่ 19 เมษายนนี้ที่จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมออกมาอีกครั้งในภายหลัง

ที่มา : wccftech

Share This:

2.4K ผู้เข้าชม

รีวิวแรกของ AMD Ryzen 7 2700X มาแล้ว

 

 

จากข้อมูลล่าสุดนั้นสมาชิกของ Reddit ได้เผยแพร่ภาพจากนิตยสารโดยเป็นกราฟและบทสรุปจาก CPC Equipment ซึ่งมีพิมพ์ไว้อยู่ในฉบับพิมพ์ล่าสุด

Ryzen 2000 Series : lower latency / high power consumption

 

จากผลทดสอการเล่นเกมซึ่งประกอบด้วย GTA5, GRID Autosport, Battlefield 4, ARMA 3, X3: TC, Witcher 3 และ COH2 แสดงให้เห็นถึงประสิทธิ์ภาพที่ดีกว่าโดยรวม 4% เมื่อเทียบกับอดีตเรือธงในรุ่น Ryzen 7 1800X

 

Ryzen 7 2700X มีผลทดสอบในด้านการเข้ารหัสของข้อมูล(แปลงไฟล์) HEVC to H264, Mathe:matica, PovRay, Blender, 3DSMax และ Corona มีประสิทธิ์ภาพที่ดีขึ้นมากถึง 14% ที่เพิ่มขึ้นใน Ryzen 2700X เมื่อเทียยกับรุ่น 1800X

 

ปัญหาที่จัดว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอยู่ไม่น้อยของ Ryzen 2700X คือการใช้พลังงานที่จุดสูงสุดนั้นสูงกว่า 1800X ที่ 13 วัตต์ แต่อย่างไรก็ตามในรุ่นเรือธงตัวใหม่นั้นมีการปรับความถี่ของสัญญานนาฟึกาในการให้สูงขึ้น

 

ผลการทดสอบในครั้งนี้ได้ดำเนินการบนเมนบอร์ดที่ใช้ชิพเซ็ต A320 (ไม่ได้เปิดเผยรุ่นที่ใช้งาน) ซึ่งไม่สนับสนุนการทำงานของ XFR2 แม้ว่าตามข้อมูลของ CPC Hardware คาดว่าจะเปลี่ยนการใช้งายจากชิปเซ็ต X370 ไปเป็นชิปเซ็ต X470

 

 

 

 

 

ที่มา : videocardz

 

Share This:

389 ผู้เข้าชม

ASRock X370 Killer SLI/ac เพิ่มดีกรีความสนุก ให้กับฮาร์ดคอร์เกมเมอร์

 

 

 

ด้วยกระแสการตอบรับที่ดีสำหรับ APU รุ่นใหม่ AMD Ryzen Raven Ridge หรือ 2000 series ที่ออกมาในเวลานี้ ส่งผลให้เกมเมอร์ที่ต้องการชุดคอมสำหรับเล่นเกม สามารถประกอบเครื่องได้ง่ายในราคาที่สุดคุ้มค่า อีกทั้งในตลาดมีเมนบอร์ดซีรีส์ต่างๆ ให้เลือกมากมายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น AMD X370, B350 หรือ A320 ก็ตาม

 

 

ASRock X370 Killer SLI/ac เป็นเมนบอร์ดสำหรับฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ เพื่อตอบโจทย์ให้กับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่งพกพาคุณสมบัติที่น่าสนใจมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนซีพียู AMD Ryzen และแรมความเร็วสูงและสล็อต PCIe สำหรับ SLI, Dual M.2 พร้อมติดตั้ง WiFi มาในตัว และ RGB LED ในการสร้างสีสันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่และเสริมความแข็งแกร่งด้วยฟีเจอร์ SuperAlloy

 

Dual M.2 For SSD: ฟีเจอร์ที่สร้างความเหนือชั้นในด้านการจัดเก็บข้อมูล ด้วยสล็อต Gen3 x4 Ultra M.2 สำหรับ M.2 SSD ที่มีให้ถึง 2 สล็อต รองรับโมดูลทั้งแบบ PCIe Gen2 x2 10Gb/s และ M.2 SATA3 6Gb/s และยังทำงานร่วมกับ ASRock U.2 Kit สำหรับเพิ่มความเร็ว

 

 

PCI-E STEEL SLOTS: นอกจากจะมาพร้อม PCI-Express ที่รองรับ SLI และ CrossFire แล้ว ยังเสริมความแข็งแรงของสล็อต ด้วยฟีเจอร์ PCI-E Steel slot เพื่อให้รองรับการ์ดจอรุ่นใหญ่ได้อย่างมั่นคง และสัญญาณที่มีเสถียรภาพ

Dual Band 802.11ac WiFi: ด้วยการสนับสนุน WiFi 802.11ac ในแบบ Dual Band (2.4G / 5G) ลดปัญหาในการเชื่อมต่อสัญญาณ เพื่อคอเกมได้สนุกอย่างต่อเนื่องและยังรวมไปถึงรองรับ Bluetooth v4.2 ในตัวอีกด้วย

 

SuperAlloy: ฟีเจอร์ที่ช่วยเติมความแข็งแกร่งให้กับระบบ ด้วยคุณสมบัติชั้นยอด อาทิเช่น ซิงก์ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ Aluminium Alloy, Power Choke Premium 45A, Nichicon 12K, I/O Armor หรือ High Density Glass Fabric PCB เป็นต้น

 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

เว็บไซต์ : http://www.asrock.com

เฟสบุ๊ก : www.facebook.com/ASRockThailand

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.asrock.com/mb/AMD/X370%20Killer%20SLIac/index.asp

Share This: