803 ผู้เข้าชม

AMD Athlon 200GE 2 Core 4 Thread With VEGA GPU

 

นับตั้งแต่เปิดตัวสถาปัตยกรรม CPU Ryzen ของ AMD ได้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้งานประสิทธิภาพสูงสุดของตลาดโดยมีการนำเสนอ CPU มากถึง 8 Core และซึ่งล่าสุดแล้วหลังมีการเปิดตัว CPU Ryzen Mobile ในรูปแบบ Dual-Core ในรุ่น Ryzen 3 2200U แบบ 2 Core 4 Thead

ตอนนี้ดูเหมือนว่าเอเอ็มดีมีแผนที่จะปรับตัวเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไปมากขึ้น โดยจะมีการออก CPU ราคาต่ำออกมาในรุ่นที่ที่เรียกว่า Athlon 200GE ซึ่งปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลของ SiSoftware ซึ่งระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเดสก์ท็อปที่มีเป็นหน่วยประมวลผลแบบ 2 แกนประมวลผลพร้อมด้วยเทคโนโลยี SMT ทำให้มีหน่วยประมวลจำนน 4 Thread มาพร้อมความเร็ว 3.2 GHz พร้อมด้วยหน่วยประมวลผลกราฟฟิก VEGA โดยข้อมูลนี้ปรากฎในยี่ห้อ Lenovo ที่มีแผนจะมาพร้อมกับ Athlon 200GE ที่มีแนวโน้มว่าจะปล่อยออกมาเป็น CPU สถาบัตยกรรม Ryzen + Vega ของ AMD ที่ลดประสิทธิภาพลง

แยกตัวกันชัดเจนกับ Ryzen CPU

การกลับมาสร้างแบรนด์ Athlon แสดงให้เห็นว่าเอเอ็มดีไม่ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ไม่ต้องการให้เชื่อมโยงกับ CPU Ryzen ในตลาดเดสก์ท็อปซึ่งอาจจะมีการปรับลดองค์ประกอบบางอย่างที่เคยทำมากับรุ่น Athlon เพื่อให้เกิดความแตกต่างกับ Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G แม้ว่าหลายๆ อย่างนั้นจะเหมือนกับ Ryzen 3 2200U ที่เป็น Mobile CPU ที่ใช้งานจำนวน Core และ Thead เท่ากัน รวมถึงการเลือกใช้งาน GPU ภายในตัวเดียวกันด้วยก็ตาม

Athlon 200GE Ryzen 3 2200U Ryzen 3 2200G Ryzen 5 2400G
CPU Socket ?? AM4 AM4 AM4
Manufacturing Process ?? 14nm 14nm 14nm
Core 2 2 4 4
Thread 4 4 4 8
CPU Base Clock 3.2GHz 2.5GHz 3.5GHz 3.6GHz
CPU Boost Clock ?? 3.4GHz 3.7GHz 3.9GHz
L2 Cache 2MB 2MB 2MB 2MB
L3 Cache 4MB 4MB 4MB 4MB
Memory Support (Dual Channel) ?? 2400MHz 2933MHz 2933MHz
TDP ?? 12-25W 45-65W 45-65W
iGPU Vega Vega Vega Vega
iGPU Stream Processors ?? 192 512 704
iGPU Clock Speed ?? 1100MHz 1100MHz 1250MHz
Included Heatsink Wraith Stealth Wraith Stealth
Price ฿3,690 ฿5,990

จากตารางนี้เป็นการเปรียบเทียบสั้นๆ ระหว่าง Athlon 200GE และ CPU Ryzen ที่มีการใช้งานชิพกราฟฟิก VEGA ของ AMD ซึ่งได้ทำการเปรียบเทียบข้อมูลของ CPU ทั้ง 4 รุ่นไว้ ซึ่งทำให้เห็นว่า Athlon 200GE นั้นจะมีคล็อค 3.2 GHz ส่วนรุ่นของกราฟฟิกในตอนนี้ทราบแต่ว่าเป็น Radeon VEGA เท่านั้น

ที่มา : overclock3d

Share This:

4.4K ผู้เข้าชม

วิเคราะห์ AMD Ryzen™ 3 2200G น่าซื้อ หรือไม่?

 

ในตอนนี้ทาง AMD ก็ได้ออกมาประกาศเปิดตัว AMD Ryzen APU สำหรับ Desktop platform เป็นที่เรียบร้อยกันแล้วกับ Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G

แต่ว่าวันนี้มาดูกันว่าสำหรับตัวน้องเล็กราคาเบาๆกับ AMD Ryzen™ 3 2200G ซึ่งสเปกเบื้องต้นมีดังนี้

AMD Ryzen™ 3 2200G

Base Clock 3.5 GHz

Boost Clock 3.7GHz

TDP 65W

 

GPU

AMD Radeon Vega 8: 8 Compute Unit 512 Stream Processor

Base clock  ไม่มีข้อมูล

Boost clock  1100 MHz

เมื่อดูจากตัว CPU แล้วก็พอจะคาดได้ว่าความแรงนั้นน่าจะใกล้เคียงกับ Ryzen 3 1300X เลยทีเดียวแต่มี L3 Cache ที่น้อยกว่าคือ 8MB ในขณะที่ R3 1300X นั้นมี L3 Cache ที่ 16MB

จุดเด่น

  1. ราคา ต้องถือว่า AMD ตั้งราคา MSRP มาได้ดีพอสมควรคือ 99$ ซึ่งราคานี้แสดงว่า AMD นั้นน่าจะลดไลน์การผลิตของ R3 1200 ลงมาเนื่องจากวางตำแหน่งราคาเท่ากันแต่ว่า R3 2200G ดีกว่าในแง่ที่ว่ามี iGPU ติดมาด้วยและสามารถ overclock CPU และ GPU ได้ด้วย
  2. หมดปัญหา Latency ระหว่าง CCX die เนื่องจาก Ryzen APU นั้นมี die อยู่เพียงแค่ 2 ส่วน คือส่วนที่เป็น CPU และ GPU ต่างกับ Ryzen ตัวปกติที่เป็น CPU 2 CCX มาเชื่อต่อกัน ดังนั้นปัญหาความล่าช้าในการส่งข้อมูลระหว่าง core ของ CPU ก็หมดไปเพราะ CPU core อยู่บน die เดียวนั่นเอง
  3. เหมาะกับ CPU เริ่มต้นสำหรับคนที่ประกอบคอมใหม่ เนื่องจากไม่ต้องการการ์ดจอสามารถเอางบไปลงที่ Memory ได้เลย เพื่อรีดความแรงของการ์ดจออีกที
  4. การ์ดจอที่ติดมาด้วยมีความแรงในระดับเดียวกับการ์ดจอแยก
    ถ้าหากเรามาดูที่สเปกของ Vega 8 แล้วล่ะก็ตัว GPU นั้นให้ประสิทธิภาพในระดับเดียวกับ RX550 เลยทีเดียวแต่ก็ต้องการ memory ความเร็วสูงมาใช้งานซึ่งทีมงานแนะนำ DDR4 3200MHz หรือสูงกว่าจะดีที่สุดครับซึ่งทาง AMD เองก็เคยออกสไลด์ของ R5 2400G ว่าสามารถ overclock ตัว Vega ไปที่ 1650MHz ได้เลยทีเดียวดังนั้น Vega 8 ถ้าหาก overclock ไปที่ 1500MHz ได้ก็น่าจะสู้ RX 550 ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

จุดด้อย

  1. ต้องการ Memory ความเร็วสูงเพื่อใช้งาน iGPU
    ต้องเหนื่อยกันหน่อยเพราะช่วงนี้ Memory ราคาถีบตัวสูงมากแต่ถ้าสามารถ overclock ได้จะคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

เอาล่ะครับสำหรับข้อมูลส่วนนี้หวังว่าจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

ข้อมูลอ้างอิง AMD, Notebookcheck

Share This:

4.9K ผู้เข้าชม

AMD ประกาศลดราคา CPU Ryzen อย่างเป็นทางการ

 

หลังจากเปิดตัว Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G  APU สำหรับ socket AM4 ไปแล้ว ทาง AMD ก็ได้ประกาศลดราคาของ CPU ตัวเดิมอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะได้แข่งขันกับ CPU ของ Intel ตัวเจนเนอเรชั่นที่ 8 อย่าง Coffee Lake

ซึ่งการลดราคาครั้งนี้นั้นจะทำให้ Ryzen 7 series มีราคาต่ำกว่า $350 สำหรับ 1800X นั้นลงมาอยู่ที่ $349 ส่วน 1700X ราคาเหลือ $309 และ 1700 ที่ไม่มี X อยู่ที่ $299โดยราคานี้จะทำให้ทั้งสามรุ่นสามารถแข่งขันกับ Core i7-8700K (ที่มีราคาราวๆ $400) และ i7-8700 (ราคาราวๆ $330) ส่วน Ryzen 5 series รุ่น 6 คอร์ นั้นก็ถูกปรับราคามาให้สู้กับ Core i5-8600K และ i5-8400 และตัว Ryzen 3 series กับ Ryzen Threadripper seriesก็ลดราคาด้วย ตามตารางด้านล่างนี้

 

รุ่น คิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 33 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์

ราคาเดิม ($ / บาท)

*ไม่รวมภาษี*

 

ราคาใหม่ ($ / บาท)

*ไม่รวมภาษี*

R7 1800X 499 / 16,467 349 / 11,517
R7 1700X 399 / 13,167 309 / 10,197
R7 1700 329 / 10,857 299 / 9,867
R5 1600X 249 / 8,217 219 / 7,227
R5 1600 219 / 7,227 189 / 6,237
R5 1500X 189 / 6,237 174 / 5,742
R5 2400G 169 / 5,577
R3 1300X 129 / 4,257 129 / 4,257
R3 2200G 99 / 3,267
Ryzen Threadripper 1900X 549 / 18,117 449 / 14,817
Ryzen Threadripper 1920X 799 / 26,367 799 / 26,367
Ryzen Threadripper 1950X 999 /32,967 999 / 32,967

ที่มา Techpowerup

Share This:

672 ผู้เข้าชม

มีความเป็นไปได้ว่า Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G อาจเป็น Desktop APU

 

ก่อนหน้านี้ทีมงานเคยนำเสนอเรื่องของ APU ตัวใหม่อย่าง Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G มาแล้ว แต่ทว่าทาง Bits and Chips ออกมาตั้งข้อสังเกตว่ามันอาจเป็น APU ที่ทำลงใน Desktop platform ก็เป็นได้

อย่างแรกที่น่าสงสัยก็คือตัว ชื่อรุ่นซึ่งปกติ AMD จะออกชื่อรุ่นมา 6 หลัก โดยหลักแรกนั้นจะเป็นการระบุ ตำแหน่งของ CPU ว่าเน้นตลาดใด เช่น 7 นั้นจะเน้นตลาดบน ส่วน 5 จะเป็นตลาดกลาง และ 3 นั้นจะเน้นตลาดล่าง

ในขณะที่ตัวอักษรตัวสุดท้ายก็สำคัญเช่นกัน เพราะ X ก็จะหมายถึงรุ่นประสิทธิภาพสูง และหากไม่มีอักษรต่อท้ายก็คือรุ่นที่ขายในตลาด desktop ตามปกติ ส่วน U และ M นั้นจะเน้นตลาด Mobile ซึ่ง M จะเป็นรุ่นกินไฟต่ำ

ที่น่าสนใจก็คือ ตัว G ที่ลงท้ายนั้นเคยถูกระบุว่าหมายถึง Desktop CPU ที่มีการ์ดจอในตัว จึงมีความเป็นไปได้ที่ Ryzen 3 2200G และ Ryzen 5 2400G นั้นอาจจะเป็น APU ที่ใช้งานบน Socket AM4 นั่นเอง

ที่มา Bits and Chips

Share This:

1.1K ผู้เข้าชม

ยังไม่หยุด! AMD เตรียมออก Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G

 

ในช่วงปลายปีนี้ทาง AMD ได้ทำการส่ง Raven Ridge APU มา 2 รุ่นก็คือ Ryzen 7 2700U และ Ryzen 5 2500U แต่ทว่าดูเหมือนทาง AMD จะพยายามเข้าสู่ตลาด Notebook ที่ห่างหายไปนานซึ่งแน่นอนว่า Series U นั้นจะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นหลักอาจจะไม่ถูกใจคอมเกมสักเท่าใดนัก AMD จึงทำการส่ง G Series ออกมาด้วย

จากสไลด์ข้อมูลนั้นพบว่า G series นั้นประกอบ AMD Mobile APU จำนวน 2 รุ่นก็คือ Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G โดยจะมาพร้อมกับ Vega 11 และ Vega 8 GPU ตามลำดับ

โดย Ryzen 3 2200G นั้นจะเป็น CPU แบบ 4 Core 4 Thread ส่วน Ryzen 5 2400 G นั้นจะเป็น CPU ในแบบ 4 Core 8 Thread ซึ่งใน Series G นั้นจะมี TDP ที่ 35W และ 65W วางจำหน่าย สำหรับ APU ทั้งสองรุ่น แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันในส่วนที่ว่า APU เหล่านี้จะนำมาลงเครืิ่อง Desktop หรือไม่ซึ่งก็ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ

ที่มา Videocardz

 

Share This:

684 ผู้เข้าชม

ยังมีอีก! Ryzen Mobile APU U series ตัวใหม่ Ryzen 3 2300U และอื่นๆ

 

แน่นอนว่าหลายๆท่านน่าจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างสำหรับ Ryzen mobile APU ซึ่งก่อนหน้านี้ทางทีมงานเคยนำเสนอข้อมูลของ Ryzen 7 2700U มาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าทาง AMD นั้นเตรียมที่จะออก Ryzen Mobile APU สำหรับ U series มาเพิ่มอีกก็คือ Ryzen 3 2300U นั่นเอง

โดย APU ตัวนี้นั้นจะมาพร้อมกับ Vega 6 GPU โดยเน้นสำหรับผู้ต้องการพกพาโน็ตบุ๊คแบบแบนบางนั่นเอง อย่างไรก็ตามยังไม่มีการระบุสเปกของสัญญาณนาฬิกาแต่อย่างใด

นอกจากนี้ยังมีข่าวจากทาง Videocardz ว่ายังมี APU ใน Series G อีกด้วย

ที่มา informaticacero

Share This:

331 ผู้เข้าชม

เผยข้อมูล Fenghuang Raven ร่างรวมของ Zeppelin, Vega และ HBM2

 

ก่อนหน้านี้มีข้อมูลหลุดมาจากฐานข้อมูล Sisoftware ว่า AMD นั้นเตรียมทำ APU ตัวใหม่แต่ดูเหมือนว่า APU ตัวนี้จะถูกออกแบบมาให้ใช้กับเครื่องเซิฟเวอร์โดยเฉพาะ โดยที่ APU ตัวนี้นั้น ทำงานที่ความเร็วเพียง 2.4GHz เท่านั้น แต่ใส่ Vega GPU ที่มี 28 CU มาให้ด้วย โดย APU ตัวนี้มี codename ว่า Fenghuang Raven  ซึ่งชื่อนี้นำชื่อมาจากชื่อเมืองในมณฑลหูหนานนั่นเอง

นอกจากนี้ทาง Bit and Chips ยังนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า Fenghuang Raven นั้นน่าจะเวอร์ชั่นย่อส่วนของ APU ที่ออกแบบมาเพื่องานจำพวก Exascale Computing โดยนำ Zeppeline Die มาเชื่อมต่อกับ Vega GPU และ HBM2 memory สำหรับใช้งานจำพวกเซิฟเวอร์ และ workstation โดยจะใช้งานกับ Socket SP3

เอาล่ะครับคราวนี้ก็คงได้เห็นกันว่า แม้แต่ในตลาดเซิฟเวอร์ ทาง AMD ก็ออกมารุกบ้างเช่นกัน แล้วการที่นำจุดเด่นทั้ง CPU และ GPU มาใช้งานในลักษณะนี้ก็สามารถทำให้เปิดตลาดเซิฟเวอร์ ได้เช่นกัน

อ้างอิง Bit and Chips, Sisoftware

Share This:

4.5K ผู้เข้าชม

เล็กๆแต่แรง กับ Ryzen Mobile APU

 

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทางทีมงานจะได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดจากทาง AMD สำหรับ Ryzen APU ที่หลายๆคนเฝ้ารอ แต่คราวนี้จะเป็น APU ใน generation ล่าสุดที่ทาง AMD เน้นทำตลาด Mobile อย่าง Notebook ซึ่งก็ถือว่าห่างหายไปนานพอสมควร สำหรับ AMD สำหรับ Notebook ในแบบแบนบางหรือที่เราเรียกกันว่า Ultra Thin นั่นเอง

ซึ่งทาง AMD เองก็เคลมว่า APU ตัวนี้นั้นจะเป็น Notebook แบบ Ultra Thin ที่ที่แรงที่สุดในโลกเลยทีเดียว โดยที่เราจะมาดูรายละเอียดกันว่าทำไม AMD จึงกล้าที่จะออกมาพูด เช่นนั้นทั้งๆที่ห่างหายไปจากตลาดนี้พอสมควรเลยทีเดียว

โดยทาง AMD อ้างว่า ขนาดของ Die ของตนเองมีขนาดเล็กกว่าคู่แข่ง (โดย AMD มีขนาด Die ที่ 44 ตารางมิลลิเมตร ในขณะที่คู่แข่งมีขนาดใหญ่กว่าคืออยู่ที่ 49 ตารางมิลลิเมตร) และใช้กระบวนการผลิตที่ 14nm เหมือนกัน (อย่างไรก็ตามกระบวนการผลิตของทั้ง 2 ชิปนั้นแตกต่างกันในรายละเอียด ซึ่งจุดนี้มองว่าไม่น่าจะสำคัญอะไรนักจนกว่าจะได้เห็นผลทดสอบอย่างเป็นทางการ ว่าตัวชิปมีการออกแบบใหม่มาให้ประหยัดพลังงานเช่นไร)  ในส่วนของ L2 นั้น AMD ให้มาที่ 512KB ต่อคอร์ และมีขนาด 1.5 ตารางมิลลิเมตร ซึ่งใหญ่กว่าของ คู่แข่งซึ่งอยู่ที่ 256KB และมีขนาดที่ 0.9 ตารางมิลลิเมตร สำหรับ L3 นั้นเท่ากันที่ 8MB แต่ของ AMD มีขนาดเล็กกว่าที่ 16 ตารางมิลลิเมตร

ตรงจุดนี้เมื่อเรามามองดูถึงความแตกต่างกับ APU ใน Generation ที่ 7 นั้นนอกจากตัวสถาปัตยกรรม ที่มีการ เพิ่ม IPC มามากกว่า 52% แล้วยังมีในส่วนของ L3 cache ที่เพิ่มขึ้นมาด้วย โดยข้อมูลจาก CPU wolrd นั้นอ้างว่า APU gen 7 นั้น ไม่มี L3 แต่อย่างใด แต่เมื่อเป็น Ryzen APU ก็กลับมาใช้ L3 Cache เช่นเดิม เหมือน Ryzen ที่ตอนนี้ขายใน Desktop PC

การกลับมาครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นคอมโบแบบแพคคู่ คือรวมเอา Vega GPU ใส่มาด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ Vega จะมาลงใน Notebook ให้ได้สัมผัสกันถึงแม้จะมีข้อครหาในด้านการใช้พลังงานในคราวแรก แต่หลังจากทีมงานได้ลองใช้งาน Vega 64 จากทาง ASUS และลองปรับแต่งในส่วนของ สัญญาณนาฬิกาและลด voltage ลงมากลับพบจุดเด่นของ Vega ก็คือถ้าใช้งานที่ Voltage ต่ำๆ และลดสัญญาณนาฬิกาลงมากลับพบว่า มีการใช้พลังงานที่ลดลงอย่างมากแต่ประสิทธิภาพที่ได้กลับลดลงไม่มากนัก ซึ่งทำให้มองเห็นได้ว่าหากนำ Vega มาใช้กับ mobile platform ที่เน้นการประหยัดพลังงานซึ่งมักมีการจัดการ voltage ที่ดีกว่าและใช้สัญญาณนาฬิกาที่ต่ำกว่าย่อมน่าจะได้ประสิทธิภาพที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีการใช้พลังงานที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมี Feature เด่นๆอย่าง HBCC ที่สามารถปรับเอาแรมระบบมา cache ให้กับตัว GPU ได้เลย ดังนั้นเราเพียงแค่อัพเกรด RAM ให้มากพอก็สามารถจัดการ VRAM ของการ์ดจอบนตัว Driver ได้เลย นอกจากนี้ยังไม่ต้องมากังวลการสลับการ์ดจอแยกกับ GPU ที่ติดมากับ CPU ด้วยในเมื่อใส่ GPU ที่มีประสิทธิภาพดีพอ

เดิมทีนั้นทาง AMD วางเป้าหมายให้ APU ตัวนี้มีประสิทธิภาพของ CPU และ GPU ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 50 และ 40% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ APU Gen 7 ส่วนการใช้พลังงานนั้นตั้งเป้าให้ใช้พลังงานลดลงราวๆ 50%

แต่ทว่า AMD กลับทำได้เกินความคาดหมายไว้เสียอีก เพราะ CPU และ GPU นั้นกลับมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสูงสุด 200% และ GPU แรงขึ้นสูงสุด 128% เมื่อเทียบกับ Gen 7 APU ส่วนการใช้พลังงานนั้นนั้นใช้ลดลงถึง 58% เลยทีเดียว

สำหรับ Ryzen APU ที่จะลงตลาด Notebook แบบ Ultra Thin หลักๆก็มีอยู่ 2 รุ่นได้แก่ Ryzen 7 2700U และ Ryzen 5 2500U โดยทั้งสองรุ่นนั้นจะเป็น CPU ในแบบ 4 Core 8 Thread โดยมีสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานที่ 2.2 GHz และ 2.0GHz ลำดับ และมีสัญญาณนาฬิกาแบบบูสที่ 3.8GHz และ 3.6GHz ตามลำดับ เมื่อมานั่งทบทวนแล้วบูสสูงสุดได้มากกว่า R3 1300X (3.7GHz) เสียอีก โดยทั้งสองรุ่นนั้นจะรองรับ memory ในแบบ dual channel
ซึ่งทางเองก็ AMD อ้างว่าได้เพิ่มงบในการวิจัยและพัฒนาในส่วนนี้ลงไปมากกว่าเดิม

โดยตัว CPU นั้นจากไดอะแกรมจะเห็นได้ว่าทั้งหมดจะอยู่บน CCX (Core CompleX) เดียวกัน ซึ่งจะหมดปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อระหว่าง  CCX สำหรับ CPU ในแต่ล่ะคอร์ นอกจากนี้ยังมีส่วนของ Vega GPU ซึ่งนำมาเชื่อมต่อกับ CPU ด้วยระบบการเชื่อมต่อความเร็วสูงอย่าง Infinity Fabric ทำให้ส่งข้อมูลหากันได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังขนเทคโนโลยีเด็ดๆอย่าง SenseMI ที่มาพร้อมกับ Feature เจ๋งๆอย่าง Pure Power ที่ควบคุมการใช้พลังงาน

Precision Boost 2 ที่จะเพิ่มสัญญาณนาฬิกาได้ตั้งแต่ 1 คอร์จนถึงการบูสแบบทุกคอร์ ซึ่งต่างจากที่เราเห็นใน Ryzen ตัวปกติเพราะเป็นรุ่นที่ปรับปรุงใหม่ ทำให้มีการเลือกบูสให้เหมาะสมกับโปรแกรมที่เราใช้งาน

Mobile XFR ที่จะประเมินว่า Notebook ที่เราใช้นั้นติดตั้งชุดระบายความร้อนที่ดีมาด้วยหรือไม่ซึ่งถ้ามีก็จะบูสสัญญาณนาฬิกาเพิ่มอีก แต่ก็ขึ้นกับผู้ผลิต Notebook ว่าจะทำมาให้เหมาะสมและรองรับด้วยหรือไม่

Neural Net Prediction สำหรับช่วยในการทำงานโดยมี AI ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของ APP ที่เราใช้งาน

Smart Prefetch ที่มีอัลกอริทึมซึ่งช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพในการ pre-loading ข้อมูล

ด้วยระบบการแชร์พลังงานแบบใหม่นั้นช่วยให้ลดการใช้พลังงานลง 36% และ มีการควบคุมสัญญาณนาฬิกา และ voltage แบบอิสระในแต่ล่ะคอร์

เมื่อมองในภาพรวมแล้วดูเหมือนว่าทาง AMD นั้นจะเตรียมตัวมาดีพอสมควรคือมีระบบจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับ Notebook แบบแบนบางซึ่งถ้ามีการจัดการพลังงานและความร้อนไม่ดีอาจเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาได้ในการใช้งาน

เมื่อมาดูประสิทธิภาพในการใช้งานทาง AMD ได้ทำการทดสอบ Ryzen 7 2700U ด้วยโปรแกรม Cinebench โดยทดสอบทั้งในแบบ Single core และ Multi Core โดยการทำงานในแบบ Single Core นั้นประสิทธิภาพอาจด้อยกว่าคู่แข่งเล็กน้อยเนื่องจากมีสัญญาณนาฬิกาแบบบูสที่น้อยกว่า แต่อย่างไรก็ตามเมื่อทดสอบในแบบ Multi-thread กลับพบว่ามีประสิทธิภาพที่สูงกว่าคู่แข่งค่อนข้างมาก อาจเป็นเพราะ scale ของการทำงานแบบหลายคอร์ที่ดีและสัญญาณนาฬิกาแบบบูสในแบบทุกคอร์นั้นดีกว่า

เมื่อดูผลทดสอบในโปรแกรมอื่นๆ เช่น POVRay 3.7, PCmark 10, Passmark 9 แล้วก็ทำคะแนนได้ดีเลยทีเดียวยกเว้น Passmark 9 ที่แม้จะด้อยกว่าแต่ก็ไม่มากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

แต่ที่น่าสนใจจริงๆเลยก็คือการทดสอบด้วยโปรแกรม Cinebench R15 ในแบบ Multi Core เทียบกับ CPU ตัวรุ่นใหญ่ๆอย่าง Core i5 7600K พบว่าให้ประสิทธิภาพเหนือกว่าเล็กน้อยแต่มีค่า TDP ที่ต่ำกว่ามากเพียงแค่ 15W ในขณะที่ i5 7600K นั้นมีค่า TDP สูงถึง 91W

เมื่อพูดถึงการบูทโปรแกรมแล้วหลายๆคนก็มักจะปวดหัวกับเวลาที่ใช้ในการบูทซึ่งทาง AMD เคลมว่าสามารถบูทได้เร็วขึ้นสูงสุด 141% ซึ่งเมื่อเทียบกับ Gen 7 APU Notebook แล้วก็บูทได้เร็วขึ้น 21 ถึง 41% เลยทีเดียว

มาต่อกันที่ผลทดสอบโปรแกรม Time Spy ที่ทำการทดสอบทั้งการ์ดจอและ CPU ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าทำคะแนนได้มากกว่ารุ่นอื่นๆที่เอามาเปรียบเทียบกันทั้งของคู่แข่งและของ AMD รุ่นเก่านั้นทำคะแนนแซงไปกว่า 500 คะแนนหรือราวๆ 2.29 เท่าเลยทีเดียว

ที่ขาดไม่ได้ก็คือการทดสอบเล่นเกมก็สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลแม้จะเป็น Notebook ในแบบ Ultra Thin ก็ตามสำหรับคนที่เกิดเบื่ออยากหยิบ Notebook มาเล่นเกมฆ่าเวลา

อายุการใช้งานแบตเตอร์รี่และชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนานขึ้นย่อมทำให้ผู้ใช้หลายๆคนมีความสุขกับ Notebook ได้นานขึ้นระหว่างเสียเวลากับปัญหารถติด โดยที่เด็ดสุดคือการทดสอบการดูหนังที่ต้องการ การถอดรหัส โดยใช้ VP9 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทาง Google ให้มาซึ่งสามารถยืดอายุของแบตเตอร์รี่ได้อีกเท่าตัวเลยทีเดียว เรียกว่าดูหนังกันยาวๆจนถึงบ้านยังไหวเลยเมื่อเทียบกับ Gen 7 APU ส่วนการใช้งานถอดรหัส H264 และการทดสอบอื่นนั้นแบตเตอร์รี่มีชั่วโมงการใช้งานยาวนานขึ้นราวๆ 20 – 30%

หากมองการใช้งานทั่วไปในด้านต่างๆ AMD เคลมว่า สามารถทำงานได้เด่นในหลายๆจุด เช่น เรื่องการประหยัดพลังงาน ความแรงของการ์ดจอ การเข้ารหัสข้อมูล รวมถึงการนำไปใช้งานเพื่อผลิตคอนเทนต์ต่างๆก็ด้วย

สำหรับ Mobile APU นั้นจะเริ่มจำหน่าย ตัว Ryzen 7 และ Ryzen 5 ในช่วงปลายไปปีนี้และไปจำหน่าย Ryzen 3 (คาดว่าจะเป็นแบบ 2 Core 4 Thread ตามข้อมูลที่ทีมงานเคยนำเสนอ) และ Ryzen Pro ในช่วงปีหน้า

สำหรับคนที่อยากได้ Ryzen ใน Notebook ตอนนี้ทาง ASUS ก็ได้ทำการเปิดตัว ROG GL702 ซึ่งเป็น Notebook ที่ใช้ CPU 8 core 16 Thread ตัวแรกที่วางตลาดในปีนี้ของ AMD ซึ่งตัวนี้ก็ยังไม่ใช่ APU นะครับโดยที่ผมจะพูดถึง Mobile Ryzen APU ที่จะมาเร็วๆนี้ในย่อหน้าถัดไปครับ

Ryzen Mobile APU Notebook นั้นมีผู้ผลิต 3 รายใหญ่ๆที่จะวางจำหน่ายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ก็คือ Acer, HP และ Lenovo โดยรุ่นที่คาดว่าจะวางจำหน่ายก็คือ

Lenovo Ideapad 720S: ซึ่งมี APU ให้เลือกทั้งแบบ Ryzen 7 2700U และ Ryzen 5 2500U

Acer Swift 3: ซึ่งมี APU ให้เลือกทั้งแบบ Ryzen 7 2700U และ Ryzen 5 2500U

HP Envy X360: ซึ่งมีแค่ APU Ryzen 5 2500U ให้เลือก

ปล. ทาง AMD ยังมีใบ้อะไรให้เราอีกว่าในงาน CES 2018 ที่จะจัดขึ้นในเดือนมกราคมปี หน้าที่ ลาสเวกัส นั้น จะมีอะไรให้ได้เห็นกันอีกแต่มีโลโก้ของ RX Vega ด้วยซึ่งไม่แน่อาจจะเป็นชิป Vega 11 ก็ได้ซึ่งถ้ามีข้อมูลทางทีมงานก็จะรีบเอามานำเสนอทันทีครับ

ที่มา AMD Press Deck @ Bangkok

 

 

 

Share This: