4.6K ผู้เข้าชม

Intel i9-9900K แรงกว่า R7-2700X มากถึง 12% ราคาแตกต่างเพียง 66% !

 

Principled Technologies (PT) ได้มีการอ้างถึง Intel มีการจ่ายเงินเพื่อให้ได้ผลการทดสอบที่ดูดีอย่างมากสำหรับผลการทดสอบการเปิดตัวของ CPU Intel Core i9-9900K ซึ่งเป็น CPU แบบ 8 Core 16 Thread เหมือนกับทาง AMD Ryzen 7 2700X โดยการทดสอบครั้งแรกเพื่อเปรียบเทียบระหว่าง Core i9-9900K กับ Ryzen 7 2700X และ Ryzen Threadripper 2950X และ 2990WX ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ผิดพลาดและทำให้เข้าใจผิดเพราะ PT ทดสอบชิป AMD ด้วยจำนวน Core เพียงครึ่งเดียว (4 Core) และใช้งานหน่ายความจำที่ความเร็วน้อยกว่า รวมถึงระดับของสัญญาณนาฬิกา (Core Clock) ที่น้อยกว่าด้วย

 

การทดสอบครั้งแรกทำให้เราได้รับผลการทดสอบที่ทำให้เห็นว่า i9-9900K มีเร็วกว่าการในการเล่นเกมเมื่อเทียบกับ 2700X ที่ 50%” แต่ในขณะที่ Principled Technologies แก้ไขข้อผิดพลาดในการทดสอบครั้งแรกด้วยการทดสอบการทำงานของ 2700X ใหม่โดยการทดสอบให้การทำงานนั้นกลับมาประมวลผลอีกครั้งที่ 8 Core ซึ่งก็ทำให้ผลการทดสอบประสิทธิภาพระหว่าง i9-9900K และ 2700X ลดน้อยลงเหลือเพียงตัวเลขเดียวหรือประมาณ 12.39 เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ยแล้วก็ไม่ค่อยมีเกมใดเกินกว่า 20% เมื่อเทียบกับผลทดสอบที่เห็นในครั้งแรกแล้วนั้นมีผลต่างมากถึง 40% ในบางเกมแต่เมื่อเทียบกับราคาที่มีการวางจำหน่ายเฉลี่ยแล้วมีความต่างที่ 66% $319 กับ $530 สำหรับ R7-2700X กับ i9-9900K ตามลำดับ

 

ความแรงที่ต่างกันเฉลี่ยที่ 12.3% ระหว่าง i9-9900K และ 2700X สามารถแคบลงไปอีกซึ่งอาจเหลือน้อยกว่า 10% ถ้า 2700X ได้รับการทดสอบด้วยการกำหนดค่าหน่วยความจำที่ดีที่สุดเช่น การกำหนด CL 14- 14-14-34 แม้ว่านาฬิกาหน่วยความจำจะยังคงอยู่ที่ DDR4-2933 MHz ก็ตาม

 

Intel ได้ตอบถึงผลการทดสอบใหม่ด้วยข้อความต่อไปนี้:

เรารู้สึกยินดีที่ Principled Technologies ทำการทดสอบเพิ่มเติม ตอนนี้พวกเขาได้เผยแพร่ผลเหล่านี้พร้อมกับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดค่าที่ใช้ ผลการทดสอบทำให้เห็นว่า Intel Gen 9-Core i9-9900K เป็นโปรเซสเซอร์เกมที่ดีที่สุดในโลก เรารู้สึกขอบคุณกับเวลาและความโปร่งใสของ Principled Technologies เรายินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานตลอดไปและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับคำวิจารณ์จากสื่ออื่นๆ ในวันที่ 19 ตุลาคมนี้

 

ไม่เป็นการปฎิเสธได้ในความเป็นจริงที่ว่า i9-9900K จะเร็วกว่า 2700X อย่างไรก็ตามการที่ข้อมูลถูกนำเสนอที่มีความตั้งใจให้ผิดพลาดนั้นก็ไม่ถือว่าถูกต้องแต่ประการใด

 

ที่มา : techpowerup

Share This:

1.4K ผู้เข้าชม

AMD Polaris 30 จะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนประกอบด้วยสองรุ่นมี 2304 และ 2048 Stream Processors

 

ดูเหมือนว่ากราฟฟิกการ์ดตัวต่อไปของ AMD Polaris 20 กำลังใกล้สู่การเปิดตัวโดยตามข่าวลือล่าสุดจาก PCOnline แหล่งข่าวเปิดเผยว่า AIB ได้ยืนยันล่าสุดเพียงว่ากราฟิกการ์ด AMD Polaris 30 จะเปิดตัวในช่วงกลางเดือนตุลาคมซึ่งก็นับว่าจะไม่กี่วันแล้วหลังจากนี้

 

AMD Polaris 30 จะมีพื้นฐานเช่นเดียวกับ Radeon RX 580 และ RX 570 ซึ่งจะมี 2304 and 2048 Stream Processors ตามลำดับ

ตามข่าวลือที่ว่ากราฟิกการ์ดในรหัสของ GPU Polaris 30 รุ่นใหม่ที่จะมาแทน Radeon RX 570 ในตอนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันถึงชื่อที่จะใช้งาน แต่มีข้อมูลว่าจะยังคงมีจำนวน Core 2048 Stream Processors แต่คาดว่าจะมีความเร็วนาฬิกาที่สูงกว่าเนื่องจากคาดว่าจะใช้โหนดในการผลิตที่ 12nm ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของกราฟิกที่สูงขึ้น แต่คงต้องตามดูต่อไปว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เหมือนกับ RX470 >> RX570 หรือไม่ประการใด

 

นอกเหนือจากนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาอีกว่าจะยังคงใช้หน่วยความจำ GDDR5 ขนาด 8 GB 256 Bit ซึ่งน่าจะเป็นที่เพียงพอสำหรับผู้เล่นเกมส์ที่ใช้กราฟฟิกการ์ดในราคา $200 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวประมาณวันที่ 12-15 ตุลาคมซึ่งเป็นเวลาเพียงไม่กี่วันนับจากนี้

 

 

นอกเหนือไปจากตัวแทนของ RX 570 แล้ว AMD จะเปิดตัวแทนของ RX 580 ด้วยเช่นกับสำหรับ GPU Polaris 30 ซึ่งจะมี 2304 Stream Processors และก็จะมีการปรับสัญญาณนาฬิกาที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยส่วนอื่นของข้อกำหนดที่มาพร้อม GPU จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน โดยคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนในราคาใกล้เคียงกันกับรุ่น RX 580 8 GB

 

แหล่งที่มากล่าวอย่างชัดเจนว่าสถาปัตยกรรมกราฟิกจะยังคงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ และโหนดกระบวนการที่ดีที่สุดคือสิ่งที่จะเป็นปัจจัยสำคัญพร้อมกับสมดุลของราคา เนื่องจาก NVIDIA ไม่มีกราฟฟิกการ์ดที่เปิดตัวใหม่ในระดับราคา $300 นอกเหนือจากการ์ด GeForce 10 Series นี่นับว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ AMD ในการชิงพื้นที่ตลาดจาก NVIDIA ก่อนจะมีการเปิดตัว GPU Turing ที่อยู่ในช่วงราคานี้

ที่มา : wccftech

Share This:

1.5K ผู้เข้าชม

ลือ AMD Radeon Polaris 30 บนสถาบัตยกรรม 12nm FinFET มีประสิทธิภาพดีเพิ่มขึ้น 15%

 

 

กำลังกลับมาเป็นที่ถกเถียงอีกครั้งในฟอรัม Chiphell ถึงข่าวลือใหม่เกี่ยวกับกราฟิกการ์ดจาก AMD Radeon ที่น่าจะมีการเปิดตัวในเร็ววันนี้ ตามแหล่งที่มาในครั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่ว่า AMD จะเปิดตัว Polaris ที่ใช้สถาบัตยกรรม 12nm (ถูกเรียกว่า Polaris 30 ในเวลานี้) มีความเป็นได้ว่าจะมีการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นของชิป Polaris และคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงสัปดาห์หน้า แต่ว่าในเวลานี้ก็ยังคงจะเป็นเพียงแค่ข่าวลืออยู่เท่านั้น

AMD Polaris 30 GPU ของ จะได้รับการรีเฟรชในกระบวนการ FinFET ขนาด 12nm ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นถึง 15%

ในขณะนี้ในฟอรั่ม Chiphell สิ่งที่พวกเขากล่าวไว้นั้นยังคงไม่ได้มาจากทาง AMD โดยตรงแต่จากสิ่งที่เราเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้นั่นคือเหตุผลที่ทำให้การโต้แย้งนี้เป็นเรื่องที่น่าจะเป็นไปได้อยู่บ้าง จากที่ AMD เคยพูดถึงว่าพวกเขาจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในทุกๆ ไตรมาสและเนื่องจากอย่างที่รู้กันว่า Navi GPU นั้นจะยังไม่ได้ถูกส่งมาในไตรมาสนี้ดูเหมือนว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการเปิดตัว GPU Polaris 30 ที่จะรีเฟรช Polaris 20 ขึ้นมาใหม่

AMD Polaris 30 จะใช้กระบวนการผลิต Finnfet 12nm และสามารถคาดหวังประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น 10-15% จากการอัพเกรดกระบวนการผลิตและสัญญาณนาฬิกาที่สูงขึ้นเล็กน้อย โดยที่ Finfet 12nm จะเป็นเพียงเวอร์ชันที่ปรับปรุงแล้วของ Finfet 16nm ไม่ใช่โหนดัวใหม่ทั้งหมด (ตัวใหม่จะใช้ Finfet 7nm) AMD จะไม่เปิดตัว GPU ขนาด Finfet 7nm สำหรับ Vega 20 ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะลงมาที่ตลาดเกมส์เมอร์จนกว่าจะมีการเปิดตัวรีเฟรชขนาด 12nm เพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน

 

 

สำหรับเหตุผลที่ซีรี่ส์นี้ไม่ได้อยู่ในแผนงานของเอเอ็มดีนั้น มีคำอธิบายที่ง่ายมากว่าสำหรับ Polaris 20 ก็ไม่ได้อยู่ใน Roadmap ด้วยเช่นกันจนมีการรีเฟรชขึ้นในปี พ.ศ. 2560 ดังนั้นความจริงที่ว่า GPU Polaris 30 จะมีการนำมาเปิดตัวก็จึงไม่น่าแปลกแต่อย่างใด สำหรับ Polaris 30 จะช่วยให้ AMD สามารถประหยัดในด้านงบประมาณในการผลิต GPU ขึ้นมาใหม่ได้เป็นอย่างดีและด้วยเทคโนโลยี Finnfet 12nm ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็จะส่งผลโดยตรงกับประสิทธิภาพที่มากขึ้นของ GPU ด้วยในงบประมาณที่ถูกกว่าในการเปิดตัว GPU สถาบัตยกรรมใหม่ในทันที

เป็นเรื่องที่น่าตกในเล็กน้อยที่แนวทางของ AMD นั้นตรงกันข้ามกับ NVIDIA แต่อย่างไรก็ตามเรามีคาดหวังอย่างเต็มที่ว่า GPU Polaris 30 จะเร็วขึ้นเล็กน้อยและมีราคาที่ถูกกว่า RX 500 Series จนกว่าจะมีการผลิตกราฟฟิกการ์ดที่ใช้ชิพ AMD Navi ที่น่าจะมีการเปิดตัวขึ้นในปี พ.ศ. 2562 สำหรับตลาดเกมส์เมอร์

 

 

ที่มา : wccftech

Share This:

532 ผู้เข้าชม

AMD เปิดตัว Ryzen 5 2600H/Ryzen 7 2800H สำหรับ Gaming Notebook

 

 

AMD ได้มีการเปิดเผยข้อมูล Ryzen 7 2800H และ Ryzen 5 2600H ไว้บนเว็บไซต์ซึ่งจะยังคงใช้งานสถาปัตยกรรม Raven Ridge เหมือนกับที่ใช้งานบน Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเมื่อจะยังคงใช้งานสถาปัตยกรรมกราฟิกจาก VEGA แต่มีสิ่งที่ปรับเปลี่ยนอยู่เล็กน้อยที่จะเป็น CPU ที่ออกมาให้สนับสนุนการทำงานของหน่วยความจำ DDR4-3200 ตั้งแต่เริ่มต้นเลย

 

สำหรับทั้งสองรุ่นจะมีการปรับค่า TDP 45 W (Thermal Design Power) ซึ่งจะต่ำกว่า TDP 65 W ที่พบบนเดสก์ท็อป แต่จะยังมีค่าที่สูงกว่ารุ่น R5 2500U/R7 2700U ที่จะมีค่า TDP 15W ส่วนการสนับสนุน DDR4-3200 นับได้ว่าเป็นสัญญาณที่น่ายินดีเนื่องจากอย่างที่รู้กันว่า Raven Ridge ที่มีการใช้งานสถาบัตยกรรมกราฟฟิกจาก VEGA GPU นั้นความเร็วของหน่วยความจำนั้นจะส่งผลต่อการทำงานของกราฟฟิกเป็นอย่างมาก

 

Ryzen 7 2800H มาพร้อมกับ VEGA GPU 11 CU(Compute Unit) 704 Stream Processor ส่วนตัว CPU นั้นมีการปรับความเร็วสูงสุดไว้ที่ 3.8GHz นั้นน่าจะส่งผลให้การใช้งานในโหมดเกมส์มิ่งมีความลงตัวมากขึ้นแม้ไม่ได้พึ่งกราฟฟิกแยกตัว ถ้าจะต้องมีการใช้งานกราฟฟิกการ์ดแยกก็ควรจะเป็น GTX 1060 หรือ RX470/570 ซึ่งดูจะเหมาะสม ส่วน Ryzen 5 2600H นั้นแม้จะยังคงใช้ VEGA GPU 8 CU (512 Stream Processor) เหมือนเช่นเดิมกับ Ryzen 5 2500U  แต่ด้วยการปรับความเร็วของตัว CPU ที่สูงขึ้นถึง 3.6GHz จะส่งผลโดยรวมกับการใช้งาน

 

สิ่งสำคัญในการเลือกใช้งาน VEGA GPU ที่มาในรูปแบบ APU นี้นั้นการเลือกใช้งานหน่วยความจำนั้นควรจะใช้งานในรูปแบบ Dual-DDR4 (ใส่แรมแบบคู่) เพื่อให้การทำงานของ GPU นั้นสามารถแสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่

 

Ryzen 7 2800H
Ryzen 7 2700U
Ryzen 5 2600H
Ryzen 5 2500U
Athlon 200GE Ryzen 3 2200G
Ryzen 5 2400G
TDP
45W (35-54W cTDP) 15W (12-25 cTDP) 45W (35-54W cTDP) 15W (12 -25 cTDP) 35W 65W 65W
Architecture
Zen Zen Zen Zen Zen Zen Zen
Process
14nm 14nm 14nm 14nm 14nm 14nm 14nm
Cores / Threads
4 / 8 4 / 8 4 / 8 4 / 8 2 / 4 4 / 4 4 / 8
Frequency Base / Boost (GHz)
3.3 / 3.8 2.2 / 3.8 3.2 / 3.6 2.0 / 3.6 3.2 / – 3.5 / 3.7 3.6 / 3.9
Memory Speed
DDR4-3200 DDR4-2933 DDR4-3200 DDR4-2933 DDR4-2677 DDR4-2933 DDR4-2933
Memory Controller
Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel Dual-Channel
Cache (L3)
4MB 4MB 4MB 4MB 4MB 4MB 4MB
Integrated Graphics
Radeon Vega 11 (11 CU) 1,300 MHz Radeon Vega 10 (10CU) Radeon Vega 8 (8 CU) 1,100 MHz Radeon Vega 8 (8CU) Radeon Vega 3 (3 CU) Radeon Vega 8 (8 CU) 1,250 MHz Radeon Vega 11 (11 CU) 1,100 MHz
Unlocked Multiplier
Yes Yes Yes Yes No Yes Yes

 

ที่มา : tomshardware

Share This:

1.1K ผู้เข้าชม

AMD 2nd Gen Ryzen PRO and Athlon PRO

 

 

AMD 2nd Gen Ryzen PRO and Athlon PRO

เปิดตัว AMD Ryzen Gen 2 สำหรับเครื่อง WorkStations แล้วในรุ่น Ryzen PRO ที่ใช้เทคโนโลยีขนาด 12nm ในปรุ่น 2700X, 2700 และ 2600 มีเพียง 2700X เท่านั้นที่จะมีค่า TDP แตกต่างจากตัวที่ออกมาก่อนหน้านี้โดยมีการตั้งค่า TDP ลดลงจาก 105W > 95W และในแต่ละรุ่นลดความเร็วลง 100-200 MHz เมื่อเทียบกับรุ่นที่ไม่ใช่ Pro

 

พร้อมกันนี้ AMD ยังได้เปิดตัว Athlon Pro 200GE ซึ่งจะเป็น CPU แบบ Dual-Core แต่จะมีจำนวนหัวเสมือนทำให้มีการทำงานได้ถึง 4 Thread ซึ่งจะใช้งานอยู่บนสถาปัตยกรรม Raven Ridge (รุ่นที่ 1) นอกจากนี้แล้ว AMD ได้เลือกที่จะติดตั้งกราฟิกชิพมาให้กับ Athlon 200GE เป็น Vega 3 มาให้ในตัวแต่จะไม่สนับสนุนโหมดเทอร์โบเหมือนกับ Ryzen เท่านั้น

 

สำหรับ Athlon ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen นั้นมีเป้าหมายเพื่อทำการแข่งขันกับ Pentium ของ Intel โดยตรงซึ่งจะเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมาย และตามที่ PCEva ประกาศว่า Athlon 200GE จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 กันยายนและคาดว่าจะพรอ้มขายในวันที่ 18 กันยายน (สำหรับประเทศไทยน่าจะขยับเพิ่มอีก 1 วัน)

 

AMD Desktop 2000 Series Processors
Model Cores/Threads Base Clock Turbo Clock TDP Launch Price
Ryzen Series
Ryzen 7 2700X
8C/16T
3.7 GHz
4.3 GHz
105W
329 USD
Ryzen 7 2700
8C/16T
3.2 GHz
4.1 GHz
65W
299 USD
Ryzen 5 2600X
6C/12T
3.6 GHz
4.2 GHz
95W
229 USD
Ryzen 5 2600
6C/12T
3.4 GHz
3.9 GHz
65W
199 USD
Ryzen 5 2500X
4C/8T
3.6 GHz
4.0 GHz
65W
TBC
Ryzen 5 2400G
4C/8T
3.6 GHz
3.9 GHz
65W
169 USD
Ryzen 3 2300X
4C/4T
3.5 GHz
4.0 GHz
65W
TBC
Ryzen 3 2200G
4C/4T
3.5 GHz
3.7 GHz
65W
99 USD
Athlon 200GE
2C/4T
3.2 GHz
35W
55 USD
Ryzen PRO Series
Ryzen 7 PRO 2700X
8C/16T
3.6 GHz
4.1 GHz
95W
TBC
Ryzen 7 PRO 2700
8C/16T
3.2 GHz
4.1 GHz
65W
TBC
Ryzen 7 PRO 2600
6C/12T
3.4 GHz
3.9 GHz
65W
TBC
Athlon PRO 200GE
2C/4T
3.2 GHz
35W
TBC

 

ที่มา : videocardz

Share This:

375 ผู้เข้าชม

ASROCK Fatal1ty X399 Professional Gaming ยกระดับคอเกมระดับแบบฉบับฮาร์ดคอและมืออาชีพ

 

ASRock Fatal1ty X399 Professional Gaming เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ที่เป็นคอเกม และนักเล่นเกมมืออาชีพ เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสนุกสนานให้กับการเล่นเกม พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณสร้างสรรค์พีซีสำหรับรองรับเกมที่คุณชื่นชอบได้ตามต้องการ โดยทำงานร่วมกับซีพียู AMD TR4 ในรูปแบบของ Ryzen Threadripper series ที่พร้อมไปด้วยพลังในการประมวลผลได้อย่างลื่นไหล สนับสนุนแรมความเร็วสูงระดับ DDR4 3600+ (OC) และกราฟฟิกการ์ดแบบ 4-Way SLI และ CrossFireX เช่นเดียวระบบเสียงและการสนับสนุนอุปกรณ์ความเร็วสูงอีกมากมายในตัว

 

 

สนับสนุน Ethernet LAN 10Gb/s BASE-T โดย AQUANTIA

ด้วยการสนับสนุนมาตรฐานการเชื่อมต่อระดับ 10Gb/s ที่เป็นความสามารถจาก AQUANTIA ส่งมอบให้กับผู้ใช้ที่มองหาประสิทธิภาพในระบบเครือข่ายได้สัมผัสกับความเร็วในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน Media Center, Workstation และ Gaming PC

 

 

ภาคจ่ายไฟขนาด 11-Phase สำหรับซีพียูอันทรงพลัง

ด้วยภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ 11-phase  บนเมนบอร์ด จึงสามารถจ่ายไฟให้กับซีพียูประสิทธิภาพสูงได้เป็นอย่างดี และรองรับการจ่ายไฟที่นิ่งทำให้การโอเวอร์คล็อกซีพียูเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ

 

สนับสนุน 4-Way SLI / CrossFireX

ด้วยการออกแบบสล็อต PCI-Express มาให้ถึง 4 สล็อตด้วยกัน จึงรองรับการทำงานกราฟฟิกการ์ดในแบบ 4-Way SLI และ CrossFireX ในการเพิ่มศักยภาพสำหรับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

 

เชื่อมต่อ WiFi 802.11ac ในแบบ Dual band

เพื่อความคล่องตัวในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่ไม่มีใครอยากพลาดนาทีสำคัญ เมนบอร์ดออกแบบให้รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ WiFi ในมาตรฐาน 802.11ac ในแบบ Dual band ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz เช่นเดียวกับการสนับสนุน Bluetooth v4.2

 

 

Triple Ultra M.2 เพื่อการจัดการข้อมูลที่รวดเร็ว

เพื่อให้การเล่นเกมและโอนถ่ายข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงมาพร้อม Ultra M.2 สำหรับรองรับ M.2 module มาให้ถึง 3 ชุดด้วยกัน สนับสนุน SSD ความเร็วสูงบนอินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 ด้วยความเร็วสูงระดับ 32Gb/s

 

นอกจากนี้ ASRock Fatal1ty X399 Professional Gaming ยังให้คุณสร้างสรรค์แสงสีที่สวยงามในแบบของตัวคุณเองด้วย RGB LED และปรับแต่งได้อย่างง่ายดายผ่านทาง ASRock RGB LED ที่ดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์ ASRock ได้อีกด้วย

 

สามารถดูข้อมูลอื่นเพิ่มเติมได้ที่:

ASRock Fatal1ty X399 Professional Gaming

Share This:

2.9K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ EP.1 AMD RYZEN 7 2700X RYZEN 5 2600X ปะทะ INTEL Core i5 8600K Core i7 8700K

 

 

สวัสดีเพื่อนชาว GcubeZ หลังจากที่เราห่างหายกันไปพักใหญ่ๆ เนื่องจากขณะนี้ทางผมติดภาระกิจการทำงานส่วนตัวอยู่ จึงค่อนข้างจะมีเวลาที่จำกัดในการทำรีวิว แต่ในเมื่อได้ทำก็เลยหาเวลามาทดสอบสินค้าตัวใหม่จากทาง AMD ในวันนี้ นั้นก็คือ CPU generation ใหม่ของ AMD RYZEN 5 2600X และ RYZEN 7 2700X ครับ

 

แต่วันเราได้เอา CPU ตัวเทียบเคียงจากอีกค่ายมาเพื่อทำการทดสอบในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อหาประสิทธิภาพที่แท้จริงในการเล่นเกมและการทำงานเทียบกันดูว่าเป็นเช่นไร CPU Gen ใหม่จาก AMD จะคุ้มค่าแค่ไหน สำหรับคู่เทียบในวันนี้ก็คือ Intel Core i5 8600K ซึ่งเป็น CPU ของผมเอง และ Core i7 8700K เป็นของที่ยืมมิตรสหายเข้ามาทำการทดสอบร่วมในครั้งนี้ครับ

 

เรามาดูตัวกล่องผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาครับว่าในกล่องมีอะไรบ้าง

 

กล่องสีดำขนาดใหญ่กว่าลังเบียร์ราวๆ 2 เท่าตัว

 

 

ซึ่งภายในจะเห็นกล่องยาวๆตัวนี้จะบรรจุ CPU RYZEN 7 2700X และ RYZEN 5 2600X ครับชุดมาให้

 

 

 

ตัวชุดระบายความที่จะแถมเอามาให้ครับของ RYZEN 7 2700X จะแถม Wraith prism RGB (ซ้ายมือ) ส่วนของ RYZEN 5 2600X จะแถม Wraith Spire มาให้ครับ

 

 

ภายในชุดทดสอบจะให้แรมมาด้วย 1 ชุดนั้นก็คือ G Skill Sniper X Bus 3400 ที่รองรับการทำงานกับ CPU AMD RYZEN ได้เป็นอย่างดี

 

 

สำหรับเมนบอร์ดที่มาเป็นชุดทดสอบจะให้มาด้วยกัน 2 ยี่ห้อครับ

 

ASRock X470 Taichi Ultimate

 

 


AORUS X470 GAMING 7 Wifi

 

 

 


ในการทดสอบนี้จะเป็นการทดสอบแบบเดิมทั้ง 2 ค่าย CPU ครับ อาจจะไม่ได้หวือหวาอะไร แต่จุดประสงค์ต้องการให้ผู้ใช้งานทั่วๆไปได้ทราบถึงประสิทธิภาพขั้นพื้นฐานของ CPU ในยุคปัจจุบันนี้ทั้งคู่ครับ

 

INTEL CORE i  – SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8600K 3.6GHz / Core i7 8700K 3.7GHz
Mother Board ASUS Z370 TUF Pro Gaming
Graphics Accelerator ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition
Memory G-Skill Trident Z RGB 16GB 4*8 3600 cl 17-18-18-38
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

 

AMD RYZEN – SYSTEM TEST
CPU AMD RYZEN 5 2600X 3.6GHZ / RYZEN 7 2700X 3.7GHZ
Mother Board ASROCK X470 TAICHI Ultimate / AORUS X470 Gaming 7 Wifi
Graphics Accelerator ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition
Memory G-Skill  Sniper X 16GB 4*8 3400 cl 16-16-16-36
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

 

สำหรับการทดสอบเกมผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอที่ความเร็วปกติ 1,594 MHz และ OC 1,700 MHz Core และ Boost Max 2010 MHz ส่วนของความเร็ว Memory 1,387 MHz *8  (11,100 MHz Effective Memory) OC Memory ไปที่ 1,550 MHz *8 ( 12,400MHz Effective Memory) ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro – 64 Bit

VGA GTX 1080 Ti Overclock [email protected] Boost 2010 MHz / Mem [email protected] MHz


เกมที่ผมใช้จะเป็นเกมกินสเปคเครื่องยอดนิยม 3 เกม และโปรแกรมสายเรนเดอร์ที่ใช้พลัง CPU อีก 4 โปรแกรม


 

สำหรับ Assassin ‘s Creed Origins ผลการทดสอบทาง CPU จากค่ายคู่แข่งอย่าง Intel เอาชนะไปได้ใน Fps min ได้ประมาณ 10 fps แต่ก็ไม่ค่อยส่งผลต่อการเล่่นเกมเท่าไหร่

ฺBattlefield 1 เป็นเกมที่ไม่ค่อยเห็นผลที่แตกต่างกันเท่าไหร่นักในส่วนของ Min Fps และ Avg Fps

Farcry 5 Core i7 8700K จะทำผลทดสอบออกมาได้ดีกว่า CPU ทั้ง 3 รุ่นครับ


มาในโปรแกรมสายเรนเดอร์อย่าง Cinebench R15 / V-RAY / Corona ตัว CPU RYZEN 7 2700X สามารถกินนิ่มในทดสอบทั้ง 3ตัวนี้ นั้นเพราะว่าเป็น CPU ตัวเกียวในกลุ่มที่เ้ป็นแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ซึ่งโปรแกรมสายเรนเดอร์จะเน้นการใช้งานคอร์และเธรดที่มากไว้ก่อนครับ

ในส่วนของโปรแกรม Blender CPU Core i7 8700K กับ Ryzen 7 2700X ผลทดสอบแทบจะเสมอกัน แต่ว่า AMD ใช้จำนวนคอร์ที่เยอะกว่าในการเรนเดอร์ นั้นแปลว่าในการทดสอบนี้หาก Intel มีจำนวนคอร์ที่เท่าๆกัน ก็จะชนะการทดสอบนี้ไปครับ

อัตราการใช้พลังงานของ CPU ทั้ง 4 ตัว ในแบบปกติ และตอน Load


 

Final Thought  : หลังจากทดสอบเดิมๆของ CPU ทั้ง 2 ค่าย ผมมีความเข้าใจอยู่อย่างนึงว่า AMD Ryzen ในเรื่องการการทำงาน ตัว CPU ยังเหมือนทำงานได้ไม่เต็มที่ เท่ากับ CPU จากอีกค่ายอย่าง Intel ทำให้ผลการทดสอบตัวเกมค่อนข้างจากตามอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเท่าไหร่นัก ยังคงให้ค่า Fps ที่ดูดีอยู่ไล่เลี่ยกันครับ แต่ในส่วนของการทำงานสายงานเรนเดอร์ถือว่าทำออกมาได้เหมาะมากครับ  เพราะดึงประสิทธิภาพออกมาในแต่ละคอร์แต่ละเธรดได้ดีเลยทีเดียว

 

มันดีกว่า Gen 1 ยังไง ? – ผมไม่ได้ทำการ OC CPU ใดๆ แต่มันเล่นกับบัสแรม XMP ได้ง่ายขึ้นครับ อีกอย่างคือเรื่องของการ Boost Clock MHz สามารถ Boost ได้ดีกว่า Gen แรกดีกว่าอย่างชัดเจนทั้งแบบ 1 – 8 คอร์ มีระดับการ Boost ที่แตกต่างตาม Core ที่ Boost อันนี้คือข้อดีที่ Gen 1 ไม่มี

 

แถมชุดระบายความร้อน – ที่แถมมาให้น่าสนใจมากครับ สวยงามและระบายความร้อนได้ดี สำหรับตัว Ryzen 7 2700X แต่กับตัว 2600 2600X ยังถือว่าธรรมดาไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าฝั่ง Intel ครับ

 

สนนราคาจำหน่ายของ CPU ทั้ง 4 ตัว

Ryzen 7 2700X = 330Usd

Ryzen 5 2600X = 230Usd

Intel Core i7 8700K = 250Usd

Intel Core i7 8700K = 350Usd

 

**ระดับความคุ้มค่าใน AMD ยังถือว่าทำได้ดีกว่า Intel ครับ แต่ยังรู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกสักหน่อยในเรื่องของราคา หากมองประเด็นนำมาใช้เล่นเกม แต่ถ้าสายทำงานละก็ CPU AMD จะคุ้มค่ากว่าพอตัวครับ


ขอขอบคุณ AMD ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

609 ผู้เข้าชม

ASRock X470 Master SLI/ac สายพันธุ์แกร่ง เพื่องานและคอเกมตัวยง

 

ASRock X470 Master SLI/ac เมนบอร์ดแพลตฟอร์ม AM4 ที่สนับสนุนซีพียู AMD รุ่นล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น Summit Ridge, Raven Ridge หรือ Pinnacle Ridge ก็ตาม ด้วยความสามารถในด้านต่างๆ อาทิ รองรับแรมความเร็วสูง สนับสนุน SLI/ CrossFire รวมถึง Gigabit LAN และ WiFi พร้อมฟีเจอร์มากมาย จึงเหมาะสำหรับเกมเมอร์และมืออาชีพ ที่ต้องการศักยภาพในการเล่นเกมที่ดียิ่งขึ้น พร้อมเสริมเขี้ยวเล็บไว้ให้อีกมากมายบนเมนบอร์ดรุ่นนี้

 

 

ปรับแต่งแสงไฟ RGB ในแบบของคุณด้วย Polychrome RGB

ด้วยพื้นฐานไฟ RGB บนซิงก์ชิปเซ็ต ที่ให้คุณปรับแต่งได้ตามใจชอบผ่านทางซอฟต์แวร์แล้ว ยังมีหัวต่อ RGB LED มาให้อีก 2 ชุดและหัวต่อ Addressable RGB LED มาสำหรับใช้ร่วมกับ RGB LED strip เพื่อขยายความยาวของไฟ LED ได้มากยิ่งขึ้น

 

สนับสนุน WiFi ในแบบ Dual Band 802.11ac

ไร้ปัญหาสัญญาณที่ย่ำแย่ในการเชื่อมต่อ ด้วยการสนับสนุน WiFi ในแบบ 2.4G/ 5G และสนับสนุน Bluetooth 4.1 จึงตอบโจทย์ทุกสิ่ง ในเรื่องของการทำงานและเล่นเกม

 

 

Super Alloy เสถียร ทนทานมอบประสบการณ์ชั้นยอดเพื่อผู้ใช้งาน

ด้วยฟีเจอร์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นฮีตซิงก์ขนาดใหญ่ XXL Aluminium Alloy, Power Choke 45A แบบพรีเมียม หรือจะเป็น I/O Armor รวมไปถึง PCB ความหนาแน่นสูง และเพิ่มชั้นทองแดง 2oz เข้าไป จึงทำให้เมนบอร์ดมีความทนทาน รองรับการใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

 

 

ฮีตซิงก์สำหรับ M.2 ช่วยระบายความร้อน

เพื่อลดความร้อนของโมดูล M.2 ในการใช้งาน ASRock มอบฮีตซิงก์แบบเต็มขนาดสำหรับ M.2 Type 22110 สำหรับการระบายความร้อนที่ดีและเพิ่มความสวยงามอีกด้วย

 

สามารถดูข้อมูลอื่นเพิ่มเติมได้ที่:

https://www.asrock.com/mb/AMD/X470%20Master%20SLIac/index.us.asp

Share This: