333 ผู้เข้าชม

ASROCK Fatal1ty X399 Professional Gaming ยกระดับคอเกมระดับแบบฉบับฮาร์ดคอและมืออาชีพ

 

ASRock Fatal1ty X399 Professional Gaming เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ที่เป็นคอเกม และนักเล่นเกมมืออาชีพ เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสนุกสนานให้กับการเล่นเกม พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณสร้างสรรค์พีซีสำหรับรองรับเกมที่คุณชื่นชอบได้ตามต้องการ โดยทำงานร่วมกับซีพียู AMD TR4 ในรูปแบบของ Ryzen Threadripper series ที่พร้อมไปด้วยพลังในการประมวลผลได้อย่างลื่นไหล สนับสนุนแรมความเร็วสูงระดับ DDR4 3600+ (OC) และกราฟฟิกการ์ดแบบ 4-Way SLI และ CrossFireX เช่นเดียวระบบเสียงและการสนับสนุนอุปกรณ์ความเร็วสูงอีกมากมายในตัว

 

 

สนับสนุน Ethernet LAN 10Gb/s BASE-T โดย AQUANTIA

ด้วยการสนับสนุนมาตรฐานการเชื่อมต่อระดับ 10Gb/s ที่เป็นความสามารถจาก AQUANTIA ส่งมอบให้กับผู้ใช้ที่มองหาประสิทธิภาพในระบบเครือข่ายได้สัมผัสกับความเร็วในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน Media Center, Workstation และ Gaming PC

 

 

ภาคจ่ายไฟขนาด 11-Phase สำหรับซีพียูอันทรงพลัง

ด้วยภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ 11-phase  บนเมนบอร์ด จึงสามารถจ่ายไฟให้กับซีพียูประสิทธิภาพสูงได้เป็นอย่างดี และรองรับการจ่ายไฟที่นิ่งทำให้การโอเวอร์คล็อกซีพียูเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ

 

สนับสนุน 4-Way SLI / CrossFireX

ด้วยการออกแบบสล็อต PCI-Express มาให้ถึง 4 สล็อตด้วยกัน จึงรองรับการทำงานกราฟฟิกการ์ดในแบบ 4-Way SLI และ CrossFireX ในการเพิ่มศักยภาพสำหรับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

 

เชื่อมต่อ WiFi 802.11ac ในแบบ Dual band

เพื่อความคล่องตัวในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่ไม่มีใครอยากพลาดนาทีสำคัญ เมนบอร์ดออกแบบให้รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ WiFi ในมาตรฐาน 802.11ac ในแบบ Dual band ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz เช่นเดียวกับการสนับสนุน Bluetooth v4.2

 

 

Triple Ultra M.2 เพื่อการจัดการข้อมูลที่รวดเร็ว

เพื่อให้การเล่นเกมและโอนถ่ายข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงมาพร้อม Ultra M.2 สำหรับรองรับ M.2 module มาให้ถึง 3 ชุดด้วยกัน สนับสนุน SSD ความเร็วสูงบนอินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 ด้วยความเร็วสูงระดับ 32Gb/s

 

นอกจากนี้ ASRock Fatal1ty X399 Professional Gaming ยังให้คุณสร้างสรรค์แสงสีที่สวยงามในแบบของตัวคุณเองด้วย RGB LED และปรับแต่งได้อย่างง่ายดายผ่านทาง ASRock RGB LED ที่ดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์ ASRock ได้อีกด้วย

 

สามารถดูข้อมูลอื่นเพิ่มเติมได้ที่:

ASRock Fatal1ty X399 Professional Gaming

Share This:

2.3K ผู้เข้าชม

รีวิว-ทดสอบ EP.1 AMD RYZEN 7 2700X RYZEN 5 2600X ปะทะ INTEL Core i5 8600K Core i7 8700K

 

 

สวัสดีเพื่อนชาว GcubeZ หลังจากที่เราห่างหายกันไปพักใหญ่ๆ เนื่องจากขณะนี้ทางผมติดภาระกิจการทำงานส่วนตัวอยู่ จึงค่อนข้างจะมีเวลาที่จำกัดในการทำรีวิว แต่ในเมื่อได้ทำก็เลยหาเวลามาทดสอบสินค้าตัวใหม่จากทาง AMD ในวันนี้ นั้นก็คือ CPU generation ใหม่ของ AMD RYZEN 5 2600X และ RYZEN 7 2700X ครับ

 

แต่วันเราได้เอา CPU ตัวเทียบเคียงจากอีกค่ายมาเพื่อทำการทดสอบในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อหาประสิทธิภาพที่แท้จริงในการเล่นเกมและการทำงานเทียบกันดูว่าเป็นเช่นไร CPU Gen ใหม่จาก AMD จะคุ้มค่าแค่ไหน สำหรับคู่เทียบในวันนี้ก็คือ Intel Core i5 8600K ซึ่งเป็น CPU ของผมเอง และ Core i7 8700K เป็นของที่ยืมมิตรสหายเข้ามาทำการทดสอบร่วมในครั้งนี้ครับ

 

เรามาดูตัวกล่องผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาครับว่าในกล่องมีอะไรบ้าง

 

กล่องสีดำขนาดใหญ่กว่าลังเบียร์ราวๆ 2 เท่าตัว

 

 

ซึ่งภายในจะเห็นกล่องยาวๆตัวนี้จะบรรจุ CPU RYZEN 7 2700X และ RYZEN 5 2600X ครับชุดมาให้

 

 

 

ตัวชุดระบายความที่จะแถมเอามาให้ครับของ RYZEN 7 2700X จะแถม Wraith prism RGB (ซ้ายมือ) ส่วนของ RYZEN 5 2600X จะแถม Wraith Spire มาให้ครับ

 

 

ภายในชุดทดสอบจะให้แรมมาด้วย 1 ชุดนั้นก็คือ G Skill Sniper X Bus 3400 ที่รองรับการทำงานกับ CPU AMD RYZEN ได้เป็นอย่างดี

 

 

สำหรับเมนบอร์ดที่มาเป็นชุดทดสอบจะให้มาด้วยกัน 2 ยี่ห้อครับ

 

ASRock X470 Taichi Ultimate

 

 


AORUS X470 GAMING 7 Wifi

 

 

 


ในการทดสอบนี้จะเป็นการทดสอบแบบเดิมทั้ง 2 ค่าย CPU ครับ อาจจะไม่ได้หวือหวาอะไร แต่จุดประสงค์ต้องการให้ผู้ใช้งานทั่วๆไปได้ทราบถึงประสิทธิภาพขั้นพื้นฐานของ CPU ในยุคปัจจุบันนี้ทั้งคู่ครับ

 

INTEL CORE i  – SYSTEM TEST
CPU Intel Core i5 8600K 3.6GHz / Core i7 8700K 3.7GHz
Mother Board ASUS Z370 TUF Pro Gaming
Graphics Accelerator ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition
Memory G-Skill Trident Z RGB 16GB 4*8 3600 cl 17-18-18-38
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

 

AMD RYZEN – SYSTEM TEST
CPU AMD RYZEN 5 2600X 3.6GHZ / RYZEN 7 2700X 3.7GHZ
Mother Board ASROCK X470 TAICHI Ultimate / AORUS X470 Gaming 7 Wifi
Graphics Accelerator ASUS Geforce GTX 1080 Ti STRIX OC Edition
Memory G-Skill  Sniper X 16GB 4*8 3400 cl 16-16-16-36
SSD DEVA c240e – 240GB SATA3
HDD Seagate Sky Hawk 6TB SATA3
PSU Thaermaltake TOUGHPOWER 850W Gold
OS Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Insider Preview

 

สำหรับการทดสอบเกมผมจะใช้ค่าความเร็วในการทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอที่ความเร็วปกติ 1,594 MHz และ OC 1,700 MHz Core และ Boost Max 2010 MHz ส่วนของความเร็ว Memory 1,387 MHz *8  (11,100 MHz Effective Memory) OC Memory ไปที่ 1,550 MHz *8 ( 12,400MHz Effective Memory) ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทดสอบ Microsoft Windows 10 Pro – 64 Bit

VGA GTX 1080 Ti Overclock [email protected] Boost 2010 MHz / Mem [email protected] MHz


เกมที่ผมใช้จะเป็นเกมกินสเปคเครื่องยอดนิยม 3 เกม และโปรแกรมสายเรนเดอร์ที่ใช้พลัง CPU อีก 4 โปรแกรม


 

สำหรับ Assassin ‘s Creed Origins ผลการทดสอบทาง CPU จากค่ายคู่แข่งอย่าง Intel เอาชนะไปได้ใน Fps min ได้ประมาณ 10 fps แต่ก็ไม่ค่อยส่งผลต่อการเล่่นเกมเท่าไหร่

ฺBattlefield 1 เป็นเกมที่ไม่ค่อยเห็นผลที่แตกต่างกันเท่าไหร่นักในส่วนของ Min Fps และ Avg Fps

Farcry 5 Core i7 8700K จะทำผลทดสอบออกมาได้ดีกว่า CPU ทั้ง 3 รุ่นครับ


มาในโปรแกรมสายเรนเดอร์อย่าง Cinebench R15 / V-RAY / Corona ตัว CPU RYZEN 7 2700X สามารถกินนิ่มในทดสอบทั้ง 3ตัวนี้ นั้นเพราะว่าเป็น CPU ตัวเกียวในกลุ่มที่เ้ป็นแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ซึ่งโปรแกรมสายเรนเดอร์จะเน้นการใช้งานคอร์และเธรดที่มากไว้ก่อนครับ

ในส่วนของโปรแกรม Blender CPU Core i7 8700K กับ Ryzen 7 2700X ผลทดสอบแทบจะเสมอกัน แต่ว่า AMD ใช้จำนวนคอร์ที่เยอะกว่าในการเรนเดอร์ นั้นแปลว่าในการทดสอบนี้หาก Intel มีจำนวนคอร์ที่เท่าๆกัน ก็จะชนะการทดสอบนี้ไปครับ

อัตราการใช้พลังงานของ CPU ทั้ง 4 ตัว ในแบบปกติ และตอน Load


 

Final Thought  : หลังจากทดสอบเดิมๆของ CPU ทั้ง 2 ค่าย ผมมีความเข้าใจอยู่อย่างนึงว่า AMD Ryzen ในเรื่องการการทำงาน ตัว CPU ยังเหมือนทำงานได้ไม่เต็มที่ เท่ากับ CPU จากอีกค่ายอย่าง Intel ทำให้ผลการทดสอบตัวเกมค่อนข้างจากตามอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเท่าไหร่นัก ยังคงให้ค่า Fps ที่ดูดีอยู่ไล่เลี่ยกันครับ แต่ในส่วนของการทำงานสายงานเรนเดอร์ถือว่าทำออกมาได้เหมาะมากครับ  เพราะดึงประสิทธิภาพออกมาในแต่ละคอร์แต่ละเธรดได้ดีเลยทีเดียว

 

มันดีกว่า Gen 1 ยังไง ? – ผมไม่ได้ทำการ OC CPU ใดๆ แต่มันเล่นกับบัสแรม XMP ได้ง่ายขึ้นครับ อีกอย่างคือเรื่องของการ Boost Clock MHz สามารถ Boost ได้ดีกว่า Gen แรกดีกว่าอย่างชัดเจนทั้งแบบ 1 – 8 คอร์ มีระดับการ Boost ที่แตกต่างตาม Core ที่ Boost อันนี้คือข้อดีที่ Gen 1 ไม่มี

 

แถมชุดระบายความร้อน – ที่แถมมาให้น่าสนใจมากครับ สวยงามและระบายความร้อนได้ดี สำหรับตัว Ryzen 7 2700X แต่กับตัว 2600 2600X ยังถือว่าธรรมดาไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าฝั่ง Intel ครับ

 

สนนราคาจำหน่ายของ CPU ทั้ง 4 ตัว

Ryzen 7 2700X = 330Usd

Ryzen 5 2600X = 230Usd

Intel Core i7 8700K = 250Usd

Intel Core i7 8700K = 350Usd

 

**ระดับความคุ้มค่าใน AMD ยังถือว่าทำได้ดีกว่า Intel ครับ แต่ยังรู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกสักหน่อยในเรื่องของราคา หากมองประเด็นนำมาใช้เล่นเกม แต่ถ้าสายทำงานละก็ CPU AMD จะคุ้มค่ากว่าพอตัวครับ


ขอขอบคุณ AMD ที่สนับสนุนของทดสอบให้กับเราในวันนี้ครับ

Share This:

587 ผู้เข้าชม

ASRock X470 Master SLI/ac สายพันธุ์แกร่ง เพื่องานและคอเกมตัวยง

 

ASRock X470 Master SLI/ac เมนบอร์ดแพลตฟอร์ม AM4 ที่สนับสนุนซีพียู AMD รุ่นล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น Summit Ridge, Raven Ridge หรือ Pinnacle Ridge ก็ตาม ด้วยความสามารถในด้านต่างๆ อาทิ รองรับแรมความเร็วสูง สนับสนุน SLI/ CrossFire รวมถึง Gigabit LAN และ WiFi พร้อมฟีเจอร์มากมาย จึงเหมาะสำหรับเกมเมอร์และมืออาชีพ ที่ต้องการศักยภาพในการเล่นเกมที่ดียิ่งขึ้น พร้อมเสริมเขี้ยวเล็บไว้ให้อีกมากมายบนเมนบอร์ดรุ่นนี้

 

 

ปรับแต่งแสงไฟ RGB ในแบบของคุณด้วย Polychrome RGB

ด้วยพื้นฐานไฟ RGB บนซิงก์ชิปเซ็ต ที่ให้คุณปรับแต่งได้ตามใจชอบผ่านทางซอฟต์แวร์แล้ว ยังมีหัวต่อ RGB LED มาให้อีก 2 ชุดและหัวต่อ Addressable RGB LED มาสำหรับใช้ร่วมกับ RGB LED strip เพื่อขยายความยาวของไฟ LED ได้มากยิ่งขึ้น

 

สนับสนุน WiFi ในแบบ Dual Band 802.11ac

ไร้ปัญหาสัญญาณที่ย่ำแย่ในการเชื่อมต่อ ด้วยการสนับสนุน WiFi ในแบบ 2.4G/ 5G และสนับสนุน Bluetooth 4.1 จึงตอบโจทย์ทุกสิ่ง ในเรื่องของการทำงานและเล่นเกม

 

 

Super Alloy เสถียร ทนทานมอบประสบการณ์ชั้นยอดเพื่อผู้ใช้งาน

ด้วยฟีเจอร์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นฮีตซิงก์ขนาดใหญ่ XXL Aluminium Alloy, Power Choke 45A แบบพรีเมียม หรือจะเป็น I/O Armor รวมไปถึง PCB ความหนาแน่นสูง และเพิ่มชั้นทองแดง 2oz เข้าไป จึงทำให้เมนบอร์ดมีความทนทาน รองรับการใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

 

 

ฮีตซิงก์สำหรับ M.2 ช่วยระบายความร้อน

เพื่อลดความร้อนของโมดูล M.2 ในการใช้งาน ASRock มอบฮีตซิงก์แบบเต็มขนาดสำหรับ M.2 Type 22110 สำหรับการระบายความร้อนที่ดีและเพิ่มความสวยงามอีกด้วย

 

สามารถดูข้อมูลอื่นเพิ่มเติมได้ที่:

https://www.asrock.com/mb/AMD/X470%20Master%20SLIac/index.us.asp

Share This:

1.8K ผู้เข้าชม

AMD Vega 20 หลุดผลทดสอบ 3DMark11 แล้ว

 

 

หลังจากมีการหลุดข้อมูลมาว่า Vega 10 จะมีการใช้โหนดการผลิตที่เล็กลงซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในห้องทดลองของ AMD เมื่อสัปดาห์ที่แล้วตามที่ได้มีการเปิดเผยจาก AMD ผ่าน Social Media แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นความไม่ตั้งใจ (หรืออาจตั้งใจ) เมื่อมีพนักงานคนใดคนหนึ่งของบริษัทที่ไม่ทันได้ระมัดระวังและลืมที่จะปิดการส่งผลการทดสอบออนไลน์ นี่นับว่าเป็นผลทดสอบแรกที่คาดว่าเป็นการ์ดแสดงผล Vega 20

 

การ์ดที่ใช้ในการทดสอบนี้น่าจะเป็นการ์ดอย่างเป็นทางการของ AMD Vega 20 ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีกการผลิตแบบ 7nm Radeon Instinct ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดสำหรับการนำมาทดสอบจึงจะยังไม่มีการใส่ส่วนภาคแสดงผลเข้าไปด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกประการใดด้วยที่ก่อนหน้านี้ทั้ง VEGA Frontier, RX VEGA 64 และ FirePro ก็มีส่วนร่วมเดียวกันในการออกแบบบอร์ดสำหรับใช้งานตัวการ์ดต้นแบบ จึงไม่น่าแปลกที่ Vega 20 ที่ได้รับการทดสอบโดยจาก AMD จะเป็นในทิศทางเดียวกันและมีแนวโน้มว่าจะเป็นการ์ดที่ออกมาเป็นตัวแทนของการ์ด VEGA ในท้องตลาดขนาดนี้

 

การ์ดแสดงผล Vega 20 เลือกที่จะใช้งานหน่วยความจำ HBM2 ขนาด 32 GB ซึ่งได้รับการยืนยันจาก 3DMark และภาพฃที่ได้จากปีที่แล้ว รหัสชิพจะใช้งานเป็น 66A0 สำหรับ Vega 20 ซึ่งได้รับการยืนยันจาก Driver Radeon สำหรับการ์ดแสดงผลของ Linux

 

ความเร็วสัญญษณนาฬิกาในเวลานี้น่าจะไม่ถูกต้อง แต่นั่นก็ไม่แปลกเพราะว่าอาจจะเป็นปัญหาเดียวกันกับ Vega 10 ที่ออกมาจำหน่ายก่อนหน้านี้ (ดังนั้นอาจบอกคร่าวๆ ได้ว่าความเร็วนั้นจะไม่ใช่ 1000 MHz) ในการทดสอบผลของ Vega 20 ในครั้งนี้ใช้งานร่วมกับ CPU AMD Ryzen 7 1700

 

นี่เป็นเพียงผลการทดสอบแรกเท่านั้น ซึ่งอาจเห็นผลคะแนนที่ดีมากในวันที่เปิดตัวที่ผลคะแนนจะดีขึ้นในวันข้างหน้า แต่นั่นก็เป็นเพียงการคาดการณ์

 

Vega Frontier vs Vega 20 3DMark11 Score:

 

 

ที่มา : videocardz

Share This:

2.5K ผู้เข้าชม

เตรียมพบกับ Intel Cannon Lake NCU with AMD Radeon GPU

 

 

จากข้อมูลที่เปิดเผยออกมาอย่างลับๆ Crimson Canyon Intel NUC ที่ใช้งาน CPU Cannon Lake ขนาด 10nm ของ Intel ได้ปรากฏรูปถ่ายและรายละเอียดมาตรฐาน ซึ่งถ้าตามที่เห็นนี้ Intel NUC ตัวใหม่จะมีการใช้งานกราฟิกจาก AMD (Intel® NUC คือ Mini PC ขนาด 4×4 นิ้ว ที่มาพร้อมคุณสมบัติด้านความบันเทิง เกม รวมถึงตัวบอร์ดสามารถปรับแต่งได้ซึ่งรองรับหน่วยความจำ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และระบบปฏิบัติการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ)

 

CPU สถาปัตยการรม Cannon Lake จะเป็นการใช้งานโหนดขนาด 10nm จาก Intel นอกจากนี้ NUC จะยังคงใช้งาน GPU จาก AMD แยกต่างหากซึ่งน่าจะเป็นการที่ให้รองรับเล่นเกมที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน แต่ก็คงไม่อาจถึงขั้น Hades Canyon NUC ที่เลือกใช้งาน Vega GPU ของ AMD แต่ก็น่าเชื่อได้ว่าจะมีความสามารถในการรองรับกราฟฟิกได้มากกว่าเก่า

 

 

NUC ที่กำลังจะมานี้ใช้งาน CPU Intel Core i3-8121U ซึ่งเป็น CPU จากสถาบัตยกรรม Cannon Lake-U ที่เป็นแบบ Dual Core ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Intel Core Gen 8 โดยตัวชิพ Cannon Lake เป็นชิปที่มีโครงสร้างเดียวกันกับ Kaby Lake แต่จะมาในขนาด 10 nm สิ่งที่ทำให้ NUC นี้แตกต่างจาก Hades Canyon NUC ก็คือการที่เลือกใช้งาน GPU แยกต่างหากซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเลือกใช้งาน GPU Radeon 550 ติดตั้ง VRAM  GDDR5 ขนาด 2 GB

 

ข้อมูลที่ได้รับตรงกันกับผู้ใช้งาน Twitter ที่ใช้นามว่า @TUM APISAK ที่มีการทดสอบประสิทธิภาพของ NUC8i3CYB ซึ่งทำให้เห็นได้ว่ามีตัว CPU มีความเร็ว 2.2GHz และมีแรม 8 GB จากการทดสอบของโปรแกรมยอดนิยม 3DMark น่าจะสอดคล้องกับ Notebook ที่เปิดตัวในปีพศ. 2556 ซึ่งไม่ได้เลวร้ายนักเมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ที่กะทัดรัดโดยคาดว่า NUC8i3CYB จะมาพรอ้มกับ NUC8I3CYSM3 อีกอย่างน้อย 1 รุ่นซึ่งทั้งสองมีการเปิดตัวพร้อมๆกัน

 

ที่มา : notebookcheck

Share This:

1.4K ผู้เข้าชม

AMD ยืนยันใช้งานซ็อคเก็ต AM4 ยาวๆถึงปีพ.ศ. 2563 หลังจากนั้นเตรียมพบกับ DDR5 และ PCIe 4.0

 

 

หลังจากที่มีการเปิดตัว CPU AMD Ryzen Series ที่มีขึ้นในปีพ.ศ. 2560 ก็มีความมุ่งมั่นจาก AMD ที่จะพัฒนาแพลตฟอร์ม AM4 ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่แทน AM3/FM2 ที่ใช้งานมาอย่างยาวนานให้มีการสนับสนุนต่อไปยาวๆจนถึงปี พ.ศ. 2563

 

ด้วยการเปิดตัว CPU AMD Ryzen 2nd Generation ที่แม้จะมาพร้อมกับชิพเซ็ต AMD X470/B450 ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่แต่ก็ยังสามารถสนับสนุนการทำงานของ CPU AMD Ryzen 1st Generation ได้อย่างไม่มีปัญหารวมถึงการที่ Ryzen 2nd Generation ก็ยังคงสนับสนุนการทำงานบนชิพเซ็ต AMD 300 Series ได้โดยเพียงแค่อัพเดต Bios ตัวใหม่จากผู้พัฒนาเมนบอร์ด รวมถึงการที่ AMD ได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาแพตฟอร์ม AM4 ให้มีการสนับสนุน CPU เพิ่มเติมขึ้นอีกนอกจากในตอนนี้ที่มีการสนับสนุนการทำงานมากถึง 4 สถาบัตยกรรม คือ Bristol Ridge (Excavator APU), Summit Ridge (Ryzen 1st Gen), Raven Ridge (Ryzen + Vega APU) และ Pinnacle Ridge (Ryzen 2nd Gen) ความมุ่งมั่นนี้ของ AMD น่าจะรวมถึงการที่ในอนาคตจะอนุญาตให้เมนบอร์ดที่มีอยู่ในปัจจุบันรองรับการทำงานของ CPU Ryzen 3000 Series ด้วยที่ทาง AMD ได้มีการเกริ่นถึง CPU ที่ใช้โหนดขนาด 7nm ที่จะมาในอนาคตด้วย

 

ก้าวสู่ยุค PCIe 4.0 และ DDR5 ในปีพ.ศ. 2563

หลังจากปี พ.ศ. 2563 AMD มีแผนในการย้ายของซ็อตเก็ตไปสู่การใช้งานมาตรฐาน PCIe 4.0 ในการเชื่อมต่อกับกราฟฟิกการ์ดและการใช้งานหน่วยความจำชนิด DDR5 ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงซ็อคเก็ตจาก AM4 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถึงแม้กระนั้นก็ตาม AMD ก็ถือได้ว่ามีการสนับสนุนของซ็อตเก็ตนานกว่าซ็อกเก็ต Intel ที่มักจะใช้งานซ็อตเก็ตได้กับโปรเซสเซอร์เพียง 2 ตระกูลเท่านั้น ดังเช่นการย้ายจากสถาบัตยการรม Kaby Lake ไปยัง Coffee Lake Intel ได้กำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงเมนบอร์ดของผู้ใช้งาน

 

ที่มา : overclock3d

Share This:

2.5K ผู้เข้าชม

AMD Ryzen 7 2700X Overclock @6.0GHz All Cores on ASUS ROG Crosshair VII Hero With LN2 Cooling

 

 

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีการนำ CPU ที่เพึ่งเปิดตัวใหม่มาเพื่อทำสถิติโลก สำหรับในเวลานี้คงหนีไม่พ้นจาก AMD Ryzen 2000 Series ที่ Der8auer และ Neo ซึ่งเป็น Overclocker แถวหน้าในวงการโดยสามารถพลักดัน AMD Ryzen 7 2700X ให้เกินขีดจำกัดได้ไปถึงความเร็ว 6.0 GHz

 

AMD Ryzen 7 2700X Overclock to 6.0 GHz

ในการ Overclock ครั้งนี้ได้ใช้งาน LN2 เป็นระบบระบายความร้อนให้กับ AMD Ryzen 7 2700X เพื่อทำลายข้อจำกัดของสถาบัตยกรรม Pinnacle Ridge โดยผ่านการทดสอบบนเมนบอร์ด ASUS ROG Crosshair VII Hero ซึ่งสามารถทำลายสถิติก่อนหน้านี้ที่ความเร็ว 5.88 GHz โดยผ่านเมนบอร์ด MSI X470

 

AMD Ryzen 7 2700X ได้รับการทดสอบตามมาตรฐานการทดสอบที่แตกต่างกันไป แต่ผลที่น่าประทับใจที่สุดในการ Overclock คือการทำความเร็วระดับ 6.0 GHz สามารถทำงานได้ครบทั้ง 8 Core 16 Thread โดยใช้กำลังไฟ CPU ที่ 1.85V นี่คือความเร็วของสัญญาณนาฬิกาที่ไม่น่าเชื่อแม้ว่าการทำงานจะยังคงไม่เสถียร แต่ก็แสดงให้เห็นถึงว่านี่เป็นชิปที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ดีขึ้น โดยรวมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนที่ถูก Overclock ไว้ที่ความเร็ว 5.9 GHz ซึ่งสามารถผ่านการทดสอบได้จากความเร็วนี้ แต่ก็ไม่สามารถทำความเร็วในการ Overclock ได้มากกว่านี้แล้วแม้ว่าจะใช้ระบบระบายความร้อนด้วย LN2 ก็ตามแม้ว่าอุนหภูมิจะอยู่ที่ -190 องศาเซลเซียส

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีการทดสอบที่ความเร็วของ CPU 5.7 GHz (1.550V) และ RAM (1.95V) สิ่งที่น่าแปลกใจที่พบได้จากการทดสอบ AMD Ryzen 7 2700X ไม่สามารถทำลายสถิติโลกของ CPU ที่มี 8 Core ได้แต่ก็มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า CPU Intel Skylake-X 8 Core ที่ความเร็ว 6.1 GHz

 

 

สามารถรับชมการ Overclock ในฉบับเต็มได้จากด้านล่าง :

ที่มา : wccftech

Share This:

2K ผู้เข้าชม

AMD RX 600 Series GPU With “Zen” Project : อัพเกรดเพิ่มทั้งคล็อคและประสิทธิภาพ

 

 

สองสามวันก่อนหน้านี้มีรายงานว่า AMD กำลังมีแผนในการพัฒนา GPU ที่ใช้โหนดขนาด 7nm จากสถาบัตยกรรม Navi ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพระดับ GTX 1080 จากชิพกราฟฟิกระดับพื้นฐานซึ่งจะมีการเปิดตัวในปี พ.ศ. 2562 ในราคาประมาณ $250 นอกจากนี้ยังได้รับข้อมูลอีกว่า AMD กำลังพัฒนาโครงการอื่นๆ ร่วมด้วยที่จะช่วยให้มีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกราฟิกการ์ด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของพวกเขาในตลาด

นักพัฒนายุคใหม่ของ Radeon Technologies Group

วันนี้อาจจะยังไม่สามารถบอกได้มากนักกับโครงการที่ AMD กำลังพัฒนาอยู่และสิ่งที่จะเป็นไป แต่อย่างไรก็ตามนั้นโดยทั่วไปแล้วเราจะรู้จักกับโครงการนี้ชื่อ “ZEN” ซึ่งชื่อโครงการที่จะเป็นทางการที่จะถูกนำมาใช้งานน่าจะออกมาในเร็วๆ นี้ และเพื่อให้เข้าใจว่าโครงการนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรคงจะต้องย้อนกลับไปสักเล็กน้อยและกล่าวถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่นำไปสู่ความเป็นจริงที่ว่าในช่องปลายปีที่แล้วกลุ่มนักพัฒนาของ Radeon Technologies  Groupได้มีการลาออกไปของ Raja Koduri ซึ่งถือว่าเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในการพัฒนา Radeon RX Series สำหรับ Raja นั้นเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมในการพัฒนากราฟิกทุกอย่างของ AMD ไม่ว่าจะเป็นแผนงานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ วิศวกรรม และตลอดจนการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อการแข่งขัน

การลาออกไปของ Raja ต้องยอมรับว่าเป็นการสูญเสียที่ใหญ่มากสำหรับ AMD แต่ถึงกระนั้น Lisa Su ผู้ที่เป็น CEO ของ AMD ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ก็ได้ให้ David Wang และ Mike Rayfield ขึ้นมาเพื่อทดแทนการทำงานดังกว่าว ซึ่งจะไม่ใช่แค่การพัฒนาชิพกราฟฟิกแต่ยังมองไปไกลกว่านั้น ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของ Radeon Technologies Group ด้วย

AMD สร้างทีมวิศวกร Zen เพื่อพัฒนา Radeon “Zen” Project

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นหลังจากการลาออกของ Raja คือการรวมทีมวิศวกรของ Zen ขึ้นมาที่ Radeon Technologies Group ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวคือเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพของ GPU ที่จะได้รับการออกแบบขึ้นมาใหม่ของ AMD  โดยทำงานร่วมกับทีมวิศวกรรม Zen ของ AMD ที่ Radeon Technologies Group

ขณะนี้ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าทีมงานใหม่ของ Radeon Technologies Group ได้ร่วมทีมกันในช่วงประมาณเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาหลังจากที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการของการลาออกของ Raja ซึ่งในทีมงานใหม่นี้ประกอบด้วยวิศวกรที่สำคัญหลายคนที่มีบทบาทในการพัฒนา Zen CPU ของ AMD ซึ่งหนึ่งในทีมงาน Radeon Project Zen ไม่ใช่คนอื่นคนไกลซึ่งทุกคนก็น่าจะรู้จักดีคือ Suzanne Plummer ซึ่งเป็นสถาปนิกที่สำคัญในการพัฒนา CPU Ryzen ที่ขณะนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างไม่น่าเชื่อ

Radeon “Zen” Project  และ Radeon Technologies Group ได้เร่งในการเปิดตัว GPU Roadmap ซึ่งจะเริ่มต้นด้วย RX 600 Series

ทีมงานใหม่ได้รับการแต่งตั้งให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ GPU ให้เข้าสู่ตลาดเพื่อกลับมาสู่การแข่งขันในตลาดของ AMD ซึ่งขณะนี้น่าจะกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาแผนการของ AMD ที่มีต่อ GPU ที่มีอยู่แล้วผสานกับความสามารถที่มีของ CPU ที่ใช้งานสถาปัตยกรรม Zen ควบคู่ไปกับการพัฒนา GPU รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่จะนำไปสู่ความพยายามที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ GPU ให้มีกำลังที่สูงขึ้นในการแข่งขันให้มากกว่าแผนเดิมที่ตั้งไว้

ประเด็นที่สองของทีมงานมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงความเร็วของสัญญาณนาฬิกาบนตัว GPU ของ AMD และผลักดันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในตัวโครงการนี้ได้รับการเคลื่อนไหวภายใต้คำสั่งโดยตรงของ Lisa Su ทำให้คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดของผลิตภัณฑ์มาในช่วงต้นปีนี้ แม้ว่าทีมงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาสถาปัตยกรรม Navi ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2562 รวมทั้งสถาปัตยกรรมของ GCN ตัวใหม่ทีไ่ด้วางไว้ของ AMD ที่คาดว่าจะมีขึ้นในปี พ.ศ. 2563

มีการพูดคุยกันทั่วไปของ GCN ตัวใหม่ของ AMD ซึ่งจะเป็นสถาปัตยกรรมตัวใหม่ของ Radeon’s Zen แต่ในขณะนี้ก็ได้มีการพูดคุยกันในส่วนของรายละเอียด Radeon Project Zen ด้วยที่มีแนวโน้มว่าเราอาจเห็นผลงานใหม่ๆ ของทีมงานที่จะพัฒนา Radeon RX 600 Series ที่จะมาก่อนปี พ.ศ.2563

AMD 400 Series AMD 500 Series AMD 600 Series AMD 700 Series
Architecture Polaris Polaris
Vega
Vega Navi
Process Node GF 14nm LPP GF 14nm LPP GF 12nm LP GF 7nm LP
Memory GDDR5 GDDR5
HBM2
HBM2 GDDR6
HBM3
GPUs Polaris 10
Polaris 11
Polaris 20
Polaris 21
Vega 10
Vega 11
TBA Navi 10
Navi 11
Year 2016 2017 2018 2019

ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น

การที่ AMD จะดำเนินการเข้าสู่แผนการผลิต Navi GPU ที่ใช้โหนดขนาด 7nm ในปี พ.ศ.2562 ที่เคลมว่าประสิทธิภาพของการ์ดจอระดับกลางที่จะให้ประสิทธิภาพที่เทียบเท่ากับการ์ดจอระดับบนของค่ายคู่แข่งอย่าง NVIDIA GTX 1080 ซึ่งต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ AMD ที่จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU เพราะว่าทางฝั่ง NVIDIA เองก็อาจจะมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า Geforce 1000 Series จากทิศทางที่ Nvidia เองก็ได้ชี้ออกมา ซึ่งการที่ AMD จะไล่ตามคู่แข่งด้วยการหวังผลจากเทคโนโลยีในโหนด 7nm อาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังก็ได้

ฉนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่าตื่นเต้นมากนักถ้าในอีก 1 -2 ปีข้างหน้านี้ที่ AMD จะทำ Navi GPU ในชิพระดับพื้นฐานที่มีราคาประมาณ $250 แล้วให้ประสิทธิภาพทัดเทียมกับ GTX 1080 ในช่วงเวลานี้ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ต้องมาวัดกันที่ตัวชิปรุ่นเรือธงจากทั้ง 2 ค่าย ว่าใครจะเป็นผู้นำด้านประสิทธิภาพ และใครจะทำราคาจำหน่ายได้น่าสนใจกว่ากันที่จะเป็นตัวชี้วัดถึงการเลือกซื้อของผู้ใช้งาน

ที่มา : wccftech

Share This: