64 ผู้เข้าชม

AMD Ryzen 7 2700X Overclock @6.0GHz All Cores on ASUS ROG Crosshair VII Hero With LN2 Cooling

 

 

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีการนำ CPU ที่เพึ่งเปิดตัวใหม่มาเพื่อทำสถิติโลก สำหรับในเวลานี้คงหนีไม่พ้นจาก AMD Ryzen 2000 Series ที่ Der8auer และ Neo ซึ่งเป็น Overclocker แถวหน้าในวงการโดยสามารถพลักดัน AMD Ryzen 7 2700X ให้เกินขีดจำกัดได้ไปถึงความเร็ว 6.0 GHz

 

AMD Ryzen 7 2700X Overclock to 6.0 GHz

ในการ Overclock ครั้งนี้ได้ใช้งาน LN2 เป็นระบบระบายความร้อนให้กับ AMD Ryzen 7 2700X เพื่อทำลายข้อจำกัดของสถาบัตยกรรม Pinnacle Ridge โดยผ่านการทดสอบบนเมนบอร์ด ASUS ROG Crosshair VII Hero ซึ่งสามารถทำลายสถิติก่อนหน้านี้ที่ความเร็ว 5.88 GHz โดยผ่านเมนบอร์ด MSI X470

 

AMD Ryzen 7 2700X ได้รับการทดสอบตามมาตรฐานการทดสอบที่แตกต่างกันไป แต่ผลที่น่าประทับใจที่สุดในการ Overclock คือการทำความเร็วระดับ 6.0 GHz สามารถทำงานได้ครบทั้ง 8 Core 16 Thread โดยใช้กำลังไฟ CPU ที่ 1.85V นี่คือความเร็วของสัญญาณนาฬิกาที่ไม่น่าเชื่อแม้ว่าการทำงานจะยังคงไม่เสถียร แต่ก็แสดงให้เห็นถึงว่านี่เป็นชิปที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ดีขึ้น โดยรวมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนที่ถูก Overclock ไว้ที่ความเร็ว 5.9 GHz ซึ่งสามารถผ่านการทดสอบได้จากความเร็วนี้ แต่ก็ไม่สามารถทำความเร็วในการ Overclock ได้มากกว่านี้แล้วแม้ว่าจะใช้ระบบระบายความร้อนด้วย LN2 ก็ตามแม้ว่าอุนหภูมิจะอยู่ที่ -190 องศาเซลเซียส

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีการทดสอบที่ความเร็วของ CPU 5.7 GHz (1.550V) และ RAM (1.95V) สิ่งที่น่าแปลกใจที่พบได้จากการทดสอบ AMD Ryzen 7 2700X ไม่สามารถทำลายสถิติโลกของ CPU ที่มี 8 Core ได้แต่ก็มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า CPU Intel Skylake-X 8 Core ที่ความเร็ว 6.1 GHz

 

 

สามารถรับชมการ Overclock ในฉบับเต็มได้จากด้านล่าง :

ที่มา : wccftech

Share This:

1.7K ผู้เข้าชม

AMD RX 600 Series GPU With “Zen” Project : อัพเกรดเพิ่มทั้งคล็อคและประสิทธิภาพ

 

 

สองสามวันก่อนหน้านี้มีรายงานว่า AMD กำลังมีแผนในการพัฒนา GPU ที่ใช้โหนดขนาด 7nm จากสถาบัตยกรรม Navi ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพระดับ GTX 1080 จากชิพกราฟฟิกระดับพื้นฐานซึ่งจะมีการเปิดตัวในปี พ.ศ. 2562 ในราคาประมาณ $250 นอกจากนี้ยังได้รับข้อมูลอีกว่า AMD กำลังพัฒนาโครงการอื่นๆ ร่วมด้วยที่จะช่วยให้มีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกราฟิกการ์ด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของพวกเขาในตลาด

นักพัฒนายุคใหม่ของ Radeon Technologies Group

วันนี้อาจจะยังไม่สามารถบอกได้มากนักกับโครงการที่ AMD กำลังพัฒนาอยู่และสิ่งที่จะเป็นไป แต่อย่างไรก็ตามนั้นโดยทั่วไปแล้วเราจะรู้จักกับโครงการนี้ชื่อ “ZEN” ซึ่งชื่อโครงการที่จะเป็นทางการที่จะถูกนำมาใช้งานน่าจะออกมาในเร็วๆ นี้ และเพื่อให้เข้าใจว่าโครงการนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรคงจะต้องย้อนกลับไปสักเล็กน้อยและกล่าวถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่นำไปสู่ความเป็นจริงที่ว่าในช่องปลายปีที่แล้วกลุ่มนักพัฒนาของ Radeon Technologies  Groupได้มีการลาออกไปของ Raja Koduri ซึ่งถือว่าเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในการพัฒนา Radeon RX Series สำหรับ Raja นั้นเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมในการพัฒนากราฟิกทุกอย่างของ AMD ไม่ว่าจะเป็นแผนงานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ วิศวกรรม และตลอดจนการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อการแข่งขัน

การลาออกไปของ Raja ต้องยอมรับว่าเป็นการสูญเสียที่ใหญ่มากสำหรับ AMD แต่ถึงกระนั้น Lisa Su ผู้ที่เป็น CEO ของ AMD ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ก็ได้ให้ David Wang และ Mike Rayfield ขึ้นมาเพื่อทดแทนการทำงานดังกว่าว ซึ่งจะไม่ใช่แค่การพัฒนาชิพกราฟฟิกแต่ยังมองไปไกลกว่านั้น ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของ Radeon Technologies Group ด้วย

AMD สร้างทีมวิศวกร Zen เพื่อพัฒนา Radeon “Zen” Project

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นหลังจากการลาออกของ Raja คือการรวมทีมวิศวกรของ Zen ขึ้นมาที่ Radeon Technologies Group ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวคือเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพของ GPU ที่จะได้รับการออกแบบขึ้นมาใหม่ของ AMD  โดยทำงานร่วมกับทีมวิศวกรรม Zen ของ AMD ที่ Radeon Technologies Group

ขณะนี้ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าทีมงานใหม่ของ Radeon Technologies Group ได้ร่วมทีมกันในช่วงประมาณเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาหลังจากที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการของการลาออกของ Raja ซึ่งในทีมงานใหม่นี้ประกอบด้วยวิศวกรที่สำคัญหลายคนที่มีบทบาทในการพัฒนา Zen CPU ของ AMD ซึ่งหนึ่งในทีมงาน Radeon Project Zen ไม่ใช่คนอื่นคนไกลซึ่งทุกคนก็น่าจะรู้จักดีคือ Suzanne Plummer ซึ่งเป็นสถาปนิกที่สำคัญในการพัฒนา CPU Ryzen ที่ขณะนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างไม่น่าเชื่อ

Radeon “Zen” Project  และ Radeon Technologies Group ได้เร่งในการเปิดตัว GPU Roadmap ซึ่งจะเริ่มต้นด้วย RX 600 Series

ทีมงานใหม่ได้รับการแต่งตั้งให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ GPU ให้เข้าสู่ตลาดเพื่อกลับมาสู่การแข่งขันในตลาดของ AMD ซึ่งขณะนี้น่าจะกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาแผนการของ AMD ที่มีต่อ GPU ที่มีอยู่แล้วผสานกับความสามารถที่มีของ CPU ที่ใช้งานสถาปัตยกรรม Zen ควบคู่ไปกับการพัฒนา GPU รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่จะนำไปสู่ความพยายามที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ GPU ให้มีกำลังที่สูงขึ้นในการแข่งขันให้มากกว่าแผนเดิมที่ตั้งไว้

ประเด็นที่สองของทีมงานมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงความเร็วของสัญญาณนาฬิกาบนตัว GPU ของ AMD และผลักดันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในตัวโครงการนี้ได้รับการเคลื่อนไหวภายใต้คำสั่งโดยตรงของ Lisa Su ทำให้คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดของผลิตภัณฑ์มาในช่วงต้นปีนี้ แม้ว่าทีมงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาสถาปัตยกรรม Navi ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2562 รวมทั้งสถาปัตยกรรมของ GCN ตัวใหม่ทีไ่ด้วางไว้ของ AMD ที่คาดว่าจะมีขึ้นในปี พ.ศ. 2563

มีการพูดคุยกันทั่วไปของ GCN ตัวใหม่ของ AMD ซึ่งจะเป็นสถาปัตยกรรมตัวใหม่ของ Radeon’s Zen แต่ในขณะนี้ก็ได้มีการพูดคุยกันในส่วนของรายละเอียด Radeon Project Zen ด้วยที่มีแนวโน้มว่าเราอาจเห็นผลงานใหม่ๆ ของทีมงานที่จะพัฒนา Radeon RX 600 Series ที่จะมาก่อนปี พ.ศ.2563

AMD 400 Series AMD 500 Series AMD 600 Series AMD 700 Series
Architecture Polaris Polaris
Vega
Vega Navi
Process Node GF 14nm LPP GF 14nm LPP GF 12nm LP GF 7nm LP
Memory GDDR5 GDDR5
HBM2
HBM2 GDDR6
HBM3
GPUs Polaris 10
Polaris 11
Polaris 20
Polaris 21
Vega 10
Vega 11
TBA Navi 10
Navi 11
Year 2016 2017 2018 2019

ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น

การที่ AMD จะดำเนินการเข้าสู่แผนการผลิต Navi GPU ที่ใช้โหนดขนาด 7nm ในปี พ.ศ.2562 ที่เคลมว่าประสิทธิภาพของการ์ดจอระดับกลางที่จะให้ประสิทธิภาพที่เทียบเท่ากับการ์ดจอระดับบนของค่ายคู่แข่งอย่าง NVIDIA GTX 1080 ซึ่งต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ AMD ที่จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU เพราะว่าทางฝั่ง NVIDIA เองก็อาจจะมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า Geforce 1000 Series จากทิศทางที่ Nvidia เองก็ได้ชี้ออกมา ซึ่งการที่ AMD จะไล่ตามคู่แข่งด้วยการหวังผลจากเทคโนโลยีในโหนด 7nm อาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังก็ได้

ฉนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่าตื่นเต้นมากนักถ้าในอีก 1 -2 ปีข้างหน้านี้ที่ AMD จะทำ Navi GPU ในชิพระดับพื้นฐานที่มีราคาประมาณ $250 แล้วให้ประสิทธิภาพทัดเทียมกับ GTX 1080 ในช่วงเวลานี้ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ต้องมาวัดกันที่ตัวชิปรุ่นเรือธงจากทั้ง 2 ค่าย ว่าใครจะเป็นผู้นำด้านประสิทธิภาพ และใครจะทำราคาจำหน่ายได้น่าสนใจกว่ากันที่จะเป็นตัวชี้วัดถึงการเลือกซื้อของผู้ใช้งาน

ที่มา : wccftech

Share This:

349 ผู้เข้าชม

AMD เปิดตัว Radeon RX 500X Series สำหรับ Desktop/Laptop

 

 

AMD Radeon RX 500X Series ดูแล้วน่าจะเป็นชิพกราฟฟิกแบบ OEM Rebrands (เหมือนกับ Radeon HD 8000 Series) ซึ่งดูจากกำหนดค่าเดียวกันกับ Radeon 500 Non-X Series ซึ่งจะเหมือนกันเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าดูไปแล้วทาง AMD ก็ยังไม่ได้ปรับปรุงรายละเอียดจากรุ่นก่อนหน้ากับชิพกราฟฟิกในซีรี่ส์ใหม่จึงไม่ใช่ Polaris Generation 3

กราฟฟิกการ์ดที่ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาใหม่เพื่อ Desktop/Laptop OEM เท่านั้น

การเปิดตัวตระกูล Radeon RX 500X Series และไม่ได้มีรายละเอียดใดๆที่เปลี่ยนแปลงจาก RX 500 series ยกเว้นก็เพียงแต่ชื่อเท่านั้นที่มีการเพิ่ม X เข้ามาในชื่อใหม่เป็น Radeon RX 500X Series กำลังจะเป็นกราฟฟิกการ์ดตัวใหม่ที่จะจัดส่งให้สำหรับ OEM และใช้ GPU Polaris ตัวเดียวกันที่ออกมาก่อนหน้าในปีที่แล้ว

ข้อแตกต่างของ Radeon RX 500 Series ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานและประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้นจาก Polaris Gen 1 นั้นเมื่อเทียบกับ Radeon RX 500X แล้วจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่แต่อย่างใดในส่วนของรายละเอียด ซึ่งตามจริงแล้วก็ไม่ได้สำคัญต่อผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ประกอบเองเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากกราฟฟิกการ์ดเหล่านี้สร้างขึ้นสำหรับ OEM เท่านั้น เหตุผลอื่นใดคงหนีไม่พ้นการที่ OEM จะต้องทำการเพิ่มรายละเอียดในส่วนของตัวแบรนด์ใหม่ขึ้นในทุกปีเนื่องจากในรุ่นเก่าได้ใช้งานรุ่น RX 500 Series อยู่แล้ว ดังนั้นในทางคอมพิวเตอร์ที่ถูกติดตั้ง RX 500X ในส่วนของ OEM นั้นอาจจะดูไปแล้วได้ส่วนของกราฟิกการ์ดตัวใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วชิปยังคงใช้สถาบัตยกรรมเช่นเดียวกับ RX 500 Series

หน้าเว็บเพจอย่างเป็นทางการของ AMD Radeon RX 500X:

ผู้ใช้งานหลายๆคนอาจรู้สึกผิดหวังที่ AMD ไม่ได้รวมการรีเฟรชไว้ในการเปิดตัวร่วมกับกราฟฟิกการ์ดที่ได้ผลิตให้กับทาง OEM ครั้งนี้แต่ก็ยังมีโอกาศที่จะยังคงเป็นไปได้ จึงไม่อาจสามารถบอกได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆ อีกหรือไม่ แต่การรีเฟรชครั้งนี้อาจจะต้องทำขึ้นกับทางคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย เนื่องจากในเวลานี้ทาง AMD ก็ไม่น่าจะมีชิพตัวใหม่จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะ Vega ด้วยแล้วที่ได้น่าจะมีการเก็บชิพไว้หลากหลายขนาด แต่ยังไม่ได้เปิดเผยมากนักจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่ในปัจจุบันเราจะพบเห็นได้ว่ามีเพียง VEGA 56/64 เท่านั้นที่เปิดตัวออกมา ยังคงเหลือ VEGA Nano, VEGA 20/40 ที่ยังคงเก็บเงียบไว้อยู่ ทำให้อาจหวังว่าเราจะได้พบผลิตภัณฑ์ใหม่จากทาง AMD ในเร็ววันนี้ แต่ในวันนี้ก็คงต้องอยู่กับ RX 500X Series ไปก่อนซึ่งถ้ามีรายละเอียดเพิ่มเติมทางทีมงานจะรีบนำเสนอโดยไวหรือถ้าเพื่อนๆมีรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถคอมเม้นไว้ที่หน้าเพจได้เลยนะครับ ช่วยแชร์กันได้ที่นี่

AMD Radeon RX 500 /X Series Polaris Lineup:

AMD Radeon RX 400 Series Graphics Cards GPU Name Cores / Clock Memory / Clock Bus / Bandwidth AMD Radeon RX 500 /X Series Graphics Cards GPU Name Cores / Boost Clock Memory / Clock Bus / Bandwidth
Radeon RX 480 Polaris 10 (Ellesmere XT) 2304 / 1266 MHz 8/4 GB / 8.0 GHz 256-bit / 256 GB/s Radeon RX 580 /X Polaris 20 XLX
(Ellesmere XT)
2304 / 1340 MHz 8/4 GB / 8.0 GHz 256-bit / 256 GB/s
Radeon RX 470 Polaris 10 (Ellesmere Pro) 2048 / 1206 MHz 8/4 GB / 6.6 GHz 256-bit / 212 GB/s Radeon RX 570 /X Polaris 20 XL (Ellesmere Pro) 2048 / 1244 MHz 8/4 GB / 7.0 GHz 256-bit / 224 GB/s
Radeon RX 460 Polaris 11 (Baffin Pro) 896 / 1200 MHz 4/2 GB / 7.0 GHz 128-bit / 112 GB/s Radeon RX 560 /X Polaris 21 (Baffin Pro) 1024 / 1275 MHz 4/2 GB / 7.0 GHz 128-bit / 112 GB/s
Radeon RX 550 /X Polaris 12 (Lexa Pro) 512/ 1287 MHz 4/2 GB / 7.0 GHz 128-bit / 112 GB/s
AMD Radeon RX 540X (Mobile Only) Polaris 12 (Lexa Pro) 512 / 1219 MHz 4/2 GB / 6.0 GHz 128-bit / 96 GB/s
AMD Radeon 540X (Mobile Only) Polaris 12 (Lexa Pro) 512 / 1219 MHz 4/2 GB / 6.0 GHz 64-bit / 48 GB/s

สามารถตรวจสอบรายละเอียดโดยละเอียดของแต่ละรุ่นด้านล่าง

ที่มา : videocardz wccftech

Share This:

1.3K ผู้เข้าชม

AMD Radeon RX Vega Nano พร้อมแล้วสำหรับ Sapphire

 

เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีแล้วที่ AMD ได้ทำการเปิดตัวกราฟิกการ์ด RX Vega ซึ่งเป็นการ์ดในระดับไฮเอนด์ นับตั้งแต่การเปิดตัวในช่วงของซัมเมอร์ปีที่แล้วซึ่ง RX Vega 64 และ RX Vega 56 ได้รับความนิยมอย่างมากจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ด้วยความต้องการที่มากกว่าชิพที่มีเป็นเวลาหลายเดือน สถานการณ์ที่เป็นตัวแปรสำคัญอีกอย่างคือผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของความต้องการในการทำเหมืองข้อมูลในปีที่แล้ว

ในช่วงเวลานี้ดูเหมือนว่า AMD กำลังจะเริ่มโครงการต่อได้อีกครั้ง ในขณะนี้มีการชะลอตัวในการทำเหมืองข้อมูลจากการลดลงของค่า Cryptocurrency และการเข้ามาของฮาร์ดแวร์สำหรับเหมืองข้อมูลโดยเฉพาะ ASIC จาก Bitman ทำให้สถานะการณ์ของกราฟฟิกการ์ดกลับสู่สถานการณ์เช่นเคย ซึ่งเมื่อย้อนไปดูในความเป็นจริงแล้วเราจะพบได้ว่าราคาการ์ด Vega ลดลงมากถึง 30% ในเดือนที่ผ่านมา

นี่คือเหตุผลที่ในตอนนี้ RX Vega Nano จะกลับมาสู่การทำตลาดอีกครั้งหลังจากเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว Chris Hook ของ AMD แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นต้นแบบของ RX Vega Nano ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่พบอะไรเกี่ยวกับการ์ดแสดงผลที่ว่าอีกเลยและหลายคนคิดว่าโครงการนี้อาจจะยกเลิกไปแล้วท่ามกลางความบ้าคลั่งในการทำเหมืองข้อมูล

AMD กำลังเตรียมพร้อมที่จะทำการรีเฟรชกราฟิกการ์ดในช่วงปลายปีนี้และ RX Vega Nano อาจเป็นส่วนหนึ่งของการรีเฟรชที่กำลังจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆ นี้มีการพบหลักฐานชิ้นใหม่ ที่ทำให้เห็นว่า RX Vega Nano อาจกลับมาสู่ตลาดในปีนี้หลังจากปรากฏว่า มี PCB ที่ดูแล้วน่าจะเป็นของ RX Vega Nano ซึ่งก็ไม่ใช่ผู้ผลิตไหนเลยซึ่งก็รู้จักกันดีนั่นคือ Sapphire น่าจะเป็นการใช้งาน VEGA Nano PCB บนการ์ดแสดงผล RX Vega 56 Pulse ซึ่งดูแล้วใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด

ซึ่งนั่นก็หมายความได้ว่า Sapphire มีความสามารถในการผลิต RX Vega Nano ได้ซึ่งอย่างน้อยก็ในทางทฤษฎี แม้ว่าจะเป็นไปได้ว่าประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ของสถาบัตยกรรม Vega ทำได้ยาก Fiji แต่ก็ไม่แน่นอนว่าจะเป็นไปไม่ได้ หลังจากที่มีการแสดงถึงพลังงานที่มีประสิทธิภาพที่เกิดจากการทำ Under Volted ที่มีในตัว RX VEGA ได้ และด้วยกระบวนการผลิตในขนาด 14 นาโนเมตร ที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางทีมงานวิศวกรเกือบจะสามารถทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตัวชิพทำได้ดีขึ้นจากกำลังวัตต์ต่อประสิทธิภาพในการทำงาน

AMD Radeon RX Vega 64 and Vega 56 Graphics Card Lineup:

Graphics Card AMD Radeon R9 Fury X AMD Radeon RX Vega Nano AMD Radeon RX Vega 56 Reference AMD Radeon RX Vega 64 Reference AMD Radeon RX Vega 64 Limited AMD Radeon RX Vega 64 Liquid
GPU Fiji XT Vega 10 Vega 10 Vega 10 Vega 10 Vega 10
Process Node 28nm 14nm FinFET 14nm FinFET 14nm FinFET 14nm FinFET 14nm FinFET
Compute Units 64 TBD 56 64 64 64
Stream Processors 4096 TBD 3584 4096 4096 4096
Raster Operators 64 64 64 64 64 64
Texture Mapping Units 256 TBD 224 256 256 256
Clock Speed (Base) 1000 MHz TBD 1156 MHz 1247 MHz 1247 MHz 1406 MHz
Clock Speed (Max) 1050 MHz TBD 1471 MHz 1546 MHz 1546 MHz 1677 MHz
FP32 Compute 8.6 TFLOPs TBD 10.5 TFLOPs 12.6 TFLOPs 12.6 TFLOPs 13.7 TFLOPs
FP16 Compute 8.6 TFLOPs TBD 21.0 TFLOPs 25.2 TFLOPs 25.2 TFLOPs 27.4 TFLOPs
Memory (VRAM) 4 GB HBM1 8 GB HBM2 8 GB HBM2 8 GB HBM2 8 GB HBM2 8 GB HBM2
Memory Bus 4096 bit 2048 bit 2048 bit 2048 bit 2048 bit 2048 bit
Bandwidth 512 GB/s TBD 410 GB/s 484 GB/s 484 GB/s 484 GB/s
TDP 275W 150W 210W 295W 295W 350W
Price $649 TBD $399
($499 US Actual)
$499
($599 US Actual)
$599 $699
Launch 2015 2018 2017 2017 2017 2017

ที่มา : wccftech

Share This:

1.3K ผู้เข้าชม

Radeon RX 500X Series โผล่ข้อมูลบนเว็บ AMD

 

 

มีการปรากฎรายชื่อของกราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่จากทาง AMD ในชื่อ Radeon RX 500X Series ซึ่งได้รับการยืนยันบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ AMD ซึ่งถึงแม้ว่ามีการใช้งานชื่อ Radeon RX 500 Series ไปแล้วที่ผ่านมาก็คาดว่าจะมีการใช้งานชื่อ RX 500X Series สำหรับกราฟฟิกการ์ดที่จะมาในปีนี้

 

Radeon RX 500X Series ถูกพบบนเว็บไซต์ของ AMD – 12nm Refresh Reborn

 

 

ในเดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา AMD ได้ประกาศว่าจะมีกราฟิกการ์ดตัวใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพในโหนด 12nm จาก Globalfoundries และใช้งานสถาปัตยกรรม Vega GPU ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับการที่จะทำการรีเฟรชขึ้นมาใหม่นั้นน้อยลงอย่างมากจนกระทั้งต้นปีที่ผ่านมานี้ ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีการเอ่ยถึงการที่จะทำกราฟฟิกการ์ดจากสถาบัตยกรรม Polaris ขึ้นมาใหม่ในขนาด 12nm จากการเปิดเผยแผนงานล่าสุดของ AMD ในงาน CES เดือนมกราคมที่ผ่านมา

 

 

สิ่งนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่า AMD อาจยกเลิกโครงการทั้งหมดก็เป็นได้ ซึ่งความเป็นจริงแล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ได้มากกว่า AMD เอง แต่ที่เห็นได้คือ AMD ไม่ได้มีการออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ในปีที่่ผ่านมานอกจาก VEGA 56/64 ซึ่งตามจริงแล้วน่าจะมี VEGA Nano ด้วยที่น่าจะตามออกมา

 

AMD Vega 11 GPU Could See a Desktop Debut

แหล่งข้อมูลได้เพิ่มเติมข้อมูลเข้ามาว่า AMD จะมี Vega 11 อยู่ด้วยจากความเป็นจริงแล้ว AMD น่าจะกำลังจัดหา Vega 11 GPU ให้กับ Intel สำหรับไปประกบคู่กับ Kaby Lake G เป็นชิพการ์ดกราฟิกแยกต่างหาก Vega 11 GPU ยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยออกมาโดยคาดว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรีเฟรชสายการผลิต ซึ่งนั่นอาจจะหมายความได้ว่า “Vega 11” ที่ประกอบด้วย 24 Compute Units อาจจะถูกนำไปใช้งานร่วมกับ Raven Ridge Ryzen APUs ก็เป็นได้

 

AMD ปกปิดความลับเกี่ยวกับแผนการผลิตการ์ดจอสำหรับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปที่จะมีการเปิดตัวในปีนี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการเปิดตัวสถาบัตยกรรม Turing “GeForce 11 Series” ของ NVIDIA ประมาณเดือนกรกฎาคมซึ่งทาง AMD ก็น่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลออกมาด้วยเช่นกัน

 

GPU Polaris 10 Vega 10 Vega 11 (M) Vega 20
Year 2016 2017 2018 2018
Graphics Card RX 480, 470 Vega FE, 64, 56 TBA (Vega 24,20) TBA
Process 14LPP 14LPP 14LPP/12LP 7nm
Transistors  5.7m 12m TBA TBA
Stream Processors 2304 4096 1536 4096 (rumored)
Performance 5.8 TFLOPS Up To 13 TFLOPS TBA 12+ TFLOPS
TDP 150W Up To 290W TBA ~150W
Memory 8GB GDDR5 Up To 16GB HBM2 4GB HBM2 32GB HBM2
Memory Bus 256bit 2048bit 1024bit TBA
PCI Express 3.0 3.0 3.0 4.0
Bandwidth 256 GB/s 484 GB/s TBA 1 Terabyte/s

ที่มา : wccftech

Share This:

525 ผู้เข้าชม

GIGABYTE AORUS X470 GAMING 7 WiFi

 

 

ในการรอการมาของ Chipset AMD X470 จาก Gigabte (AORUS) สิ่งที่ได้คือ…

 

GIGABYTE AORUS X470 GAMING 7 WiFi

หลังจากในงาน CES2018 Gigabyte ได้เปิดตัวต้นแบบของเมนบอร์ด GIGABYTE AORUS X470 GAMING 7 WiFi ไปแล้วนั้นแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องเปิดตัวจริงกันเสียทีเพื่อนำออกมาจำหน่าย ซึ่งมีการปรับปรุงรายละเอียดเล็กๆ น้อย ๆ ตามเครื่องหมายที่ได้วงไว้ รวมถึง Gigabtye น่าจะมีการติดตั้ง Backplate เข้ามาด้านหลัง (ไม่ยืนยัน) ซึ่งจะยังไม่เห็นในภาพและไม่ได้มีในตัวต้นแบบ

 

 

AORUS X470 GAMING 7 WiFi เป็นเมนบอร์ดตัวเรือธงจากซี่รี่ AORUS ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของ AMD Ryzen 2000 Series ได้เป็นอย่างดีโดยมีการติดตั้งฮีทซิงค์ขนาดใหญ่บน VRM อีกทั้งยังมีการเสริมสล็อตของหน่วยความจำและช่องเสียบ PCIe x16 ทั้งสามตัวด้วยโลหะเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และมีฮีทซิงค์สำหรับ M.2 SSD ทั้งสองตัว

เมนบอร์ดตัวนี้จะมี WiFi ติดตั้งมาให้ในตัว (มีเสาอากาศมาให้ด้วย) ในส่วนของ Back I/O จะสามารถใช้งาน USB 3 x4, USB 3.1 x2 และ USB 3/DACUP x2 (มีตัวกรองสัญญาณรบกวน) มีพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบ Gigabit Lan x1 แต่จะไม่มีพอร์ตสำหรับภาคแสดงผลซึ่งเป็นปกติของรุ่นเรือธงอยู่แล้ว

 

 

มีการเปิดเผยราคาของเมนบอร์ด Gigabyte AORUS Series บนเว็บขายของออนไลท์ชื่อดังนาม Amazon มีให้เลือกตั้งแต่ราคา $139.99 ถึง $239.99

 

ที่มา : videocardz

Share This:

1.4K ผู้เข้าชม

AMD Ryzen 7 2700X @4.3 GHz With Asus ROG CROSSHAIR VI HERO

 

 

ภายหลังจากที่มีการนำเสนอผลการทดสอบเล็กๆ น้อยของ AMD Ryzen 7 2700X ไปแล้วก็มีผู้ใช้งานชื่อ Hardware Numb3rs บนเว็บไซต์ Youtube นำเสนอการ Overclock ของ Ryzen 2700X ด้วยเมนบอร์ด Asus ROG CROSSHAIR VI HERO ซึ่งสามารถ Overclock ไปใช้งานได้ที่ 4.3 GHz บนพื้นฐานการทำงานที่ 8 Core 16 Thread ด้วยระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว

AMD Ryzen 7 2700X

การทดสอบครั้งนี้น่าจะมุ่งเน้นที่การ Overclock โดยสามารถผ่านทุกผลการทดสอบ มีการใช้ไฟเลี้ยง CPU ที่ 1.5V  ผ่านการทดสอบด้วยโปรแกรม Cinebench R15, AIDA64, 3DMark และเกมส์ Rise of The Tomb Raider

System Test :

  • CPU : AMD Ryzen 7 2700X @4.3GHz
  • MB : Asus ROG CROSSHAIR VI HERO
  • RAM : G.Skill Trident Z XMP2.0 4500MHz 8GB x2 @3600MHz
  • VGA : Nicolas Carrizo GTX 1080 @2100MHz

ซึ่งผลการทดสอบของ Cinebench R15 ได้ผลคะแนนการทดสอบ 1970 cb แบบ Multi Thread (ผลการสอบ Default Clock ได้คะแนนประมาณ 1748 cb ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 12.7%) ส่วนแบบ Single Thread มีคะแนน 180 cb การทดสอบที่สองเป็นการทดสอบผ่าน AIDA64 มีค่า Memory Latency 62.1 ns เป็นผลจากการทำงานด้วยหน่วยความจำแบบ Dual Channel ที่สูงถึง 3600MHz ส่วนผลการทดสอบของ 3DMark นั้นได้คะแนนของ Physics score 22208 คะแนน และการทดสอบผ่านเกมส์ Rise of The Tomb Raider ผ่านการตั้งค่าแบบ Preset : Very High ที่ความละเอียด 1080p ได้คะแนนรวม 150.50 FPS

ด้านการใช้พลังงานนั้นเมื่อทำงานปกติจะมีการใช้งานทั้งเครื่องประมาณ 230W (Idel) ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการใช้งานไฟเลี้ยง CPU ที่ 1.5V การเพิ่มไฟเลี้ยงของหน่วยความจำที่ความเร็ว 3600MHz น่าจะใช้ไฟเลี้ยงประมาณ 1.4 – 1.45V และมีการ Overclock กราฟฟิกการ์ดประกอบด้วยจาก Nvidia GTX 1080 ที่ความเร็ว GPU 2100MHz ซึ่งทำให้การใช้พลังงานอาจจะดูสูงไปบ้าง แต่ก็เพราะว่ามีการ Overclock ทั้งระบบนั่นเอง และเมื่อทำการทดสอบด้านการทำงานของ CPU จะพบว่ามีการใช้พลังงานรวมที่ 273W จากโปรแกรม Cinebench R15 และในการทดสอบเกมส์ Rise of The Tomb Raider มีการใช้พลังงานรวมสูงสุด 262W ที่ฉากน้ำตกซึ่งใช้งาน GPU 32% และ CPU 51%

จะเห็นได้ว่าคะแนนที่ได้นั้นแปรผันตามการ Overclock ที่เพิ่มขึ้นมาของ Ryzen 2700X ที่มี Boost Clock ที่ 3.9 GHz แบบ All Core มาทำงานที่ 4.3 GHz ทำให้คะแนนได้เพิ่มเติมขึ้นมาจากค่าความเร็วเดิม รวมถึงค่า Latency ที่ลดลงจากความสามารถในการรองรับความเร็วของหน่วยความจำที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องทำการปรับ Bus Speed ให้วุ่นวาย ในการใช้งานเล่นเกมส์นั้นก็ดีกว่าเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อทำการเปรียบเทียบกับการทดสอบเดิมของ Ryzen 1800X ซึ่งเป็น CPU ระดับ High End จาก Ryzen Generation 1

 

Share This:

2.2K ผู้เข้าชม

Preview AMD Ryzen 7 2700X ครั้งแรกก็ Overclcok กันแล้ว

 

หลังจาก Lisa Su ออกมาเกริ่นไปเมื่อวาน วันนี้ก็มีผลการ Preview แรกกของ AMD Ryzen 7 2700X เสียแล้วจากเว็บไซต์ elchapuzasinformatico ซึ่งเป็นแค่การแนะนำตัวแบบสั้นๆของ Ryzen 2700X ตัวท๊อปสุดในตอนนี้ในระดับ Mainstream จาก AMD นับว่าเป็นภาคต่อของ Ryzen 1800X โดยยังคงเป็น CPU แบบ 8 Core 16 Thread เช่นเดิม เพิ่มเติม XFR 2.0 เข้ามารวมถึงการปรับโหนดเป็น 12nm อีกจุดเด่นหนึ่งที่น่าสนใจคือการ Step Boots Clock ของ Core เวลาใช้งาน

แกะกล่อง AMD Ryzen 7 2700X

ในครั้งนี้ AMD มีการปรับแพ็คเกจด้านข้างเล็กน้อยของกล่องบรรจุ ซึ่งเพิ่มลวดลายของฮิทซิ้งเข้าไปด้วย โดยตัว 2700X นั้นจะมีชุดระบายความร้อนเป็น AMD Wraith Prism RGB ซึ่งมีความน่าสนใจนอกจากการระบายความร้อนที่สามารถทำได้ในระดับ TDP 125W แล้วยังเพิ่มเติมความสวยงามเข้ามาด้วย ซึ่งจะยังคงใช้งานต่อผ่านสายเช่นเดิม ถ้าไม่ต้องการใช้งานก็เพียงเอาสายออกไม่ต่อกับเมนบอร์ดสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการต่อสายไฟในกรณีเคสแบบทึบ ส่วนด้านอื่นๆ ยังคงรูปแบบเดิมไว้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านกระดองของตัว CPU และจำนวนของขาที่ใช้งาน

ด้านในของตัวกล่องประกอบด้วย Cผลการทดสอบ Ryzen 2700XPU และ Wraith Prism RGB ประกอบด้วยคู่มือและสติกเกอร์ โดยจุดที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้นฮิทซิ้งที่บรรจุมาในกล่อง โดยเป็นการปรับปรุงจาก Wraith Max ที่เห็นได้ชัดเจนคือมีหน้าสัมผัสที่ดีขึ้น และอาจสังเกตุได้ยากหน่อยคือมีการปรับปรุงในส่วนของไฟที่แสดงจาก LED เป็นแบบ RGB ซึ่งจะเพิ่มความสวยงามได้เป็นอย่างดี

ผลการทดสอบ Ryzen 2700X

System Test :

  • CPU : AMD Ryzen 7 2700X
  • Motherboard ASRock X370 Killer SLI
  • RAM : G.Skill FlareX DDR4 @ 3200 MHz
  • VGA : MSI GeForce GTX 1070 Gaming Z
  • PSU : Be Quiet Font! Dark Power Pro 11 1200W
  • SSD : Adata SU900 256GB & Corsair LX 512 GB
  • Operating System  : Windows 10 64 bit

ผลการทดสอบตัวแรกนั้นเป็นการทดสอบ wPrime ผลการทดสอบนั้นน่าสนใจไม่น้อย โดยคะแนน 36,101 คะแนน สำหรับคะแนนแบบ Single Core ส่วนคะแนนแบบ Multi Core ได้ 8,813 คะแนนจากความเร็วปกติ โดยใช้งานควบคู่กับหน่วยความจำชนิด DDR4 3200 MHz

​_

ตัวที่สองผลการทดสอบ x264 Benchmark ได้คะแนนสูงถึง 51.55 แต้ม ซึ่งสูงกว่า Ryzen 1700X อยู่ระดับหนึ่ง ใครไปใช้งานถอดรหัสหรือแปลงไฟล์น่าจะถูกใจจุดนี้

สำหรับผลการทดสอบ 3DMark Fire Strike นั้นมีคะแนนอยู่ที่ 16,271 คะแนน สูงกว่า I5 8600K แต่ยังตามหลัง I7 8700K อยู่เล็กน้อยซึ่งอาจต้องดูในส่วนของ 3DMark Time Spy ประกอบด้วยสำหรรับเกมส์ที่จะออกมารองรับในอนาคต

ผลการทดสอบการใช้งานพลังดิบ CPU ในการนำมา Render ด้วยโปรแกรม Cinebench R15 นั้นอย่างที่ผลหลุดออกมาก่อนหน้านี้ได้ 1,748 คะแนนจากความเร็วพื้นฐาน

ผลการทดสอบ Latencia ในการหน่วงเวลาของหน่วยความจำได้ 81.8 ns ซึ่งถ้าใช้ความเร็วของหน่วยความจำที่เพิ่มมากขึ้น ผลทดสอบก็น่าจะดีขึ้นด้วย

การทดสอบผ่าน Aida 64 ในการทดสอบหน่วยความจำนั้นผลการทดสอบออกมานั้นเป็นที่น่าพอใจ สามารถดูได้จากด้านล่าง

Overclock Ryzen 2700X

การทดสอบทำภายใต้อุณหภูมิห้องที่ 20 องศาเซลเซียส AMD Ryzen 7 2700X จะมีอุณหภูมิประมาณ 31 องศาเซลเซียสที่การใช้งานปกติและประมาณ 56 องศาเซลเซียสในการทดสอบเมื่อใช้งาน CPU สูงสุด ซึ่งดีกว่าเดิมเล็กน้อยโดยตัวของฮีทซิงค์ทำงานได้ดีในแง่โดยมีความดังประมาณ 40 dB ซึ่งถ้าทำงานสูงสุดจะทำงานที่ 45 dB ด้านการใช้พลังงานนั้นมีการใช้พลังงานรวมทั้งระบบอยู่ที่ประมาณ 200 วัตต์สำหรับการทดสอบด้วย Aida64 (ซึ่งจะไม่ได้ใช้งาน GPU) ซึ่งการใช้พลังงานจะแตกต่างกับ Ryzen 7 1700X โดยประมาณ 50W

การโอเวอร์คล๊อกยังคงไม่ได้เด่นมากในรุ่นนี้ แต่ด้วยการใช้งาน CPU มีมีมากถึง 8 Core 16 Thread นั้นก็สามารถทำความเร็วได้ถึง 4.20 GHz แบบไม่ยากเย็นด้วยการใช้ไฟ Vcore เพียง 1.4V เท่านั้น ส่วนแอ็พพลิเคชัน Ryzen Master OC ไม่สามารถใช้งานได้ในตอนนี้อาจจะต้องรอการอัพเดตก่อน แต่การใช้งาน Overclock ผ่าน BIOS ก็สามารถทำได้โดยไม่ยากเย็นนัก

ต้องบอกก่อนว่าความสามารถในการ Overclock นั้นอาจจะยังไม่สามารถบอกอะไรได้มากนัก ด้วยการที่ยังเป็น CPU ที่ยังใหม่สำหรับผู้ทดสอบการรีดประสิทธิภาพให้ได้สูงสุด เพราะเราเคยได้เห็นการทดสอบที่ความเร็ว 4.3 GHz ผ่านตามาบ้างแล้ว แต่สำหรับในตัวของ Ryzen 2700X จุดเด่นๆ เลยก็คงหนีไม่พ้นการที่สามารถ Boots Clock ได้แต่ละ Core ในแต่ละช่วงความเร็วได้ ซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมส์ได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้งานจำนวน Thread ไม่ครบทุก Thread ซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มความเร็วได้โดยไม่ต้องใช้งานการ Overclock ก็สามารถทำให้การเล่นเกมส์ดีขึ้นด้วย

ข้อดี

  • ประสิทธิภาพ / ราคาที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน
  • ประสิทธิภาพการทำงานแบบมัลติคอร์ที่ยอดเยี่ยม
  • อุณหภูมิในการทำงานสามารถทำได้ในระดับดี
  • มีจำนวนแกนประมวลผลให้มากถึง 8 Core 16 Thread
  • สามารถใช้ได้กับเมนบอร์ดรุ่นก่อนหน้าความสามารถในการ Overclock ยังคงได้ไม่มากนัก แต่อาจต้องรอ Bios ใหม่หรือใช้งานร่วมกับชิพเซ็ต X470

จุดสังเกตุ

  • การใช้งานหน่วยความจำอาจจะต้องรอการปรับปรุง
  • ความสามารถในการ Overclock ยังคงได้ไม่มากนัก แต่อาจต้องรอ Bios ใหม่หรือใช้งานร่วมกับชิพเซ็ต X470

ที่มา : elchapuzasinformatico

 

Share This: