1.5K ผู้เข้าชม

AMD Radeon RX Vega Nano พร้อมแล้วสำหรับ Sapphire

 

เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีแล้วที่ AMD ได้ทำการเปิดตัวกราฟิกการ์ด RX Vega ซึ่งเป็นการ์ดในระดับไฮเอนด์ นับตั้งแต่การเปิดตัวในช่วงของซัมเมอร์ปีที่แล้วซึ่ง RX Vega 64 และ RX Vega 56 ได้รับความนิยมอย่างมากจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ด้วยความต้องการที่มากกว่าชิพที่มีเป็นเวลาหลายเดือน สถานการณ์ที่เป็นตัวแปรสำคัญอีกอย่างคือผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของความต้องการในการทำเหมืองข้อมูลในปีที่แล้ว

ในช่วงเวลานี้ดูเหมือนว่า AMD กำลังจะเริ่มโครงการต่อได้อีกครั้ง ในขณะนี้มีการชะลอตัวในการทำเหมืองข้อมูลจากการลดลงของค่า Cryptocurrency และการเข้ามาของฮาร์ดแวร์สำหรับเหมืองข้อมูลโดยเฉพาะ ASIC จาก Bitman ทำให้สถานะการณ์ของกราฟฟิกการ์ดกลับสู่สถานการณ์เช่นเคย ซึ่งเมื่อย้อนไปดูในความเป็นจริงแล้วเราจะพบได้ว่าราคาการ์ด Vega ลดลงมากถึง 30% ในเดือนที่ผ่านมา

นี่คือเหตุผลที่ในตอนนี้ RX Vega Nano จะกลับมาสู่การทำตลาดอีกครั้งหลังจากเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว Chris Hook ของ AMD แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นต้นแบบของ RX Vega Nano ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่พบอะไรเกี่ยวกับการ์ดแสดงผลที่ว่าอีกเลยและหลายคนคิดว่าโครงการนี้อาจจะยกเลิกไปแล้วท่ามกลางความบ้าคลั่งในการทำเหมืองข้อมูล

AMD กำลังเตรียมพร้อมที่จะทำการรีเฟรชกราฟิกการ์ดในช่วงปลายปีนี้และ RX Vega Nano อาจเป็นส่วนหนึ่งของการรีเฟรชที่กำลังจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆ นี้มีการพบหลักฐานชิ้นใหม่ ที่ทำให้เห็นว่า RX Vega Nano อาจกลับมาสู่ตลาดในปีนี้หลังจากปรากฏว่า มี PCB ที่ดูแล้วน่าจะเป็นของ RX Vega Nano ซึ่งก็ไม่ใช่ผู้ผลิตไหนเลยซึ่งก็รู้จักกันดีนั่นคือ Sapphire น่าจะเป็นการใช้งาน VEGA Nano PCB บนการ์ดแสดงผล RX Vega 56 Pulse ซึ่งดูแล้วใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด

ซึ่งนั่นก็หมายความได้ว่า Sapphire มีความสามารถในการผลิต RX Vega Nano ได้ซึ่งอย่างน้อยก็ในทางทฤษฎี แม้ว่าจะเป็นไปได้ว่าประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ของสถาบัตยกรรม Vega ทำได้ยาก Fiji แต่ก็ไม่แน่นอนว่าจะเป็นไปไม่ได้ หลังจากที่มีการแสดงถึงพลังงานที่มีประสิทธิภาพที่เกิดจากการทำ Under Volted ที่มีในตัว RX VEGA ได้ และด้วยกระบวนการผลิตในขนาด 14 นาโนเมตร ที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางทีมงานวิศวกรเกือบจะสามารถทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตัวชิพทำได้ดีขึ้นจากกำลังวัตต์ต่อประสิทธิภาพในการทำงาน

AMD Radeon RX Vega 64 and Vega 56 Graphics Card Lineup:

Graphics Card AMD Radeon R9 Fury X AMD Radeon RX Vega Nano AMD Radeon RX Vega 56 Reference AMD Radeon RX Vega 64 Reference AMD Radeon RX Vega 64 Limited AMD Radeon RX Vega 64 Liquid
GPU Fiji XT Vega 10 Vega 10 Vega 10 Vega 10 Vega 10
Process Node 28nm 14nm FinFET 14nm FinFET 14nm FinFET 14nm FinFET 14nm FinFET
Compute Units 64 TBD 56 64 64 64
Stream Processors 4096 TBD 3584 4096 4096 4096
Raster Operators 64 64 64 64 64 64
Texture Mapping Units 256 TBD 224 256 256 256
Clock Speed (Base) 1000 MHz TBD 1156 MHz 1247 MHz 1247 MHz 1406 MHz
Clock Speed (Max) 1050 MHz TBD 1471 MHz 1546 MHz 1546 MHz 1677 MHz
FP32 Compute 8.6 TFLOPs TBD 10.5 TFLOPs 12.6 TFLOPs 12.6 TFLOPs 13.7 TFLOPs
FP16 Compute 8.6 TFLOPs TBD 21.0 TFLOPs 25.2 TFLOPs 25.2 TFLOPs 27.4 TFLOPs
Memory (VRAM) 4 GB HBM1 8 GB HBM2 8 GB HBM2 8 GB HBM2 8 GB HBM2 8 GB HBM2
Memory Bus 4096 bit 2048 bit 2048 bit 2048 bit 2048 bit 2048 bit
Bandwidth 512 GB/s TBD 410 GB/s 484 GB/s 484 GB/s 484 GB/s
TDP 275W 150W 210W 295W 295W 350W
Price $649 TBD $399
($499 US Actual)
$499
($599 US Actual)
$599 $699
Launch 2015 2018 2017 2017 2017 2017

ที่มา : wccftech

Share This:

1.5K ผู้เข้าชม

Radeon RX 500X Series โผล่ข้อมูลบนเว็บ AMD

 

 

มีการปรากฎรายชื่อของกราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่จากทาง AMD ในชื่อ Radeon RX 500X Series ซึ่งได้รับการยืนยันบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ AMD ซึ่งถึงแม้ว่ามีการใช้งานชื่อ Radeon RX 500 Series ไปแล้วที่ผ่านมาก็คาดว่าจะมีการใช้งานชื่อ RX 500X Series สำหรับกราฟฟิกการ์ดที่จะมาในปีนี้

 

Radeon RX 500X Series ถูกพบบนเว็บไซต์ของ AMD – 12nm Refresh Reborn

 

 

ในเดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา AMD ได้ประกาศว่าจะมีกราฟิกการ์ดตัวใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพในโหนด 12nm จาก Globalfoundries และใช้งานสถาปัตยกรรม Vega GPU ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับการที่จะทำการรีเฟรชขึ้นมาใหม่นั้นน้อยลงอย่างมากจนกระทั้งต้นปีที่ผ่านมานี้ ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีการเอ่ยถึงการที่จะทำกราฟฟิกการ์ดจากสถาบัตยกรรม Polaris ขึ้นมาใหม่ในขนาด 12nm จากการเปิดเผยแผนงานล่าสุดของ AMD ในงาน CES เดือนมกราคมที่ผ่านมา

 

 

สิ่งนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่า AMD อาจยกเลิกโครงการทั้งหมดก็เป็นได้ ซึ่งความเป็นจริงแล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ได้มากกว่า AMD เอง แต่ที่เห็นได้คือ AMD ไม่ได้มีการออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ในปีที่่ผ่านมานอกจาก VEGA 56/64 ซึ่งตามจริงแล้วน่าจะมี VEGA Nano ด้วยที่น่าจะตามออกมา

 

AMD Vega 11 GPU Could See a Desktop Debut

แหล่งข้อมูลได้เพิ่มเติมข้อมูลเข้ามาว่า AMD จะมี Vega 11 อยู่ด้วยจากความเป็นจริงแล้ว AMD น่าจะกำลังจัดหา Vega 11 GPU ให้กับ Intel สำหรับไปประกบคู่กับ Kaby Lake G เป็นชิพการ์ดกราฟิกแยกต่างหาก Vega 11 GPU ยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยออกมาโดยคาดว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรีเฟรชสายการผลิต ซึ่งนั่นอาจจะหมายความได้ว่า “Vega 11” ที่ประกอบด้วย 24 Compute Units อาจจะถูกนำไปใช้งานร่วมกับ Raven Ridge Ryzen APUs ก็เป็นได้

 

AMD ปกปิดความลับเกี่ยวกับแผนการผลิตการ์ดจอสำหรับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปที่จะมีการเปิดตัวในปีนี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการเปิดตัวสถาบัตยกรรม Turing “GeForce 11 Series” ของ NVIDIA ประมาณเดือนกรกฎาคมซึ่งทาง AMD ก็น่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลออกมาด้วยเช่นกัน

 

GPU Polaris 10 Vega 10 Vega 11 (M) Vega 20
Year 2016 2017 2018 2018
Graphics Card RX 480, 470 Vega FE, 64, 56 TBA (Vega 24,20) TBA
Process 14LPP 14LPP 14LPP/12LP 7nm
Transistors  5.7m 12m TBA TBA
Stream Processors 2304 4096 1536 4096 (rumored)
Performance 5.8 TFLOPS Up To 13 TFLOPS TBA 12+ TFLOPS
TDP 150W Up To 290W TBA ~150W
Memory 8GB GDDR5 Up To 16GB HBM2 4GB HBM2 32GB HBM2
Memory Bus 256bit 2048bit 1024bit TBA
PCI Express 3.0 3.0 3.0 4.0
Bandwidth 256 GB/s 484 GB/s TBA 1 Terabyte/s

ที่มา : wccftech

Share This:

6.7K ผู้เข้าชม

ราคาการ์ดจอของ NVIDIA และ AMD ลดลงราว 25% จากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

 

หลังจากช่วงเวลาที่ยาวนานและความลำบากในการหาซื้อกราฟฟิกกาณ์ดมาใช้งานจากการขาดแคลนของกราฟิกการ์ดในตลาดที่มีผลกระทบต่อทั้ง AMD และ NVIDIA ดูเหมือนว่าอุปทานในตอนนี้จะเริ่มเข้าสู่สถานะการณ์ปกติ ซึ่งในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมานับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าหงุดหงิดทุกครั้งที่จะพบว่ามีการปรับปรุงราคาเพิ่มขึ้นของราคาการ์ดจอ

 

GPU NVIDIA และ AMD ปรับราคาลดลงราว 25% ในเดือนมีนาคม

วันนี้นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่มีความน่ายินดีที่จะบอกถึงข่าวดีว่าอุปทานกำลังเริ่มฟื้นตัวขึ้นและในที่สุดราคาของกราฟฟิกการ์ดกำลังเริ่มจะกลับมาสู่ระดับปกติ ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีการปรับลดราคาลงถึงหนึ่งในสามของราคากราฟิกการ์ดระดับไฮเอนด์เช่น GTX 1080 Ti ของ NVIDIA และ AMD Vega 64 ในราคาของการ์ดจอระดับกลางยังพบว่าราคาลดลงเช่นเดียวกัน อันที่จริงแล้วกราฟิกการ์ดระดับไฮเอนด์ที่พบในเว็บไซต์ Amazon ได้ลดลงจากช่วงสูงสุดในระดับ 15-30% โดยมีราคาเฉลี่ยลดลงประมาณ 25 %

 

 

สำหรับกราฟฟิกการ์ด AMD Radeon RX 500 Series และ VEGA Series รวมถึงการ์ดแสดงผล NVIDIA GeForce GTX 10 Series มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นในเว็บไซต์ Amazon.com และ Newegg.com มากกว่าที่เคยเป็นมาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

 

การปรับปรุงราคาในครั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเครื่อง ASIC จาก Bitman ที่สามารถนำมาขุดเหมืองข้อมูลในสกุล Ethereum ซึ่งส่งผลให้ค่า Diff ของ Ethereum สูงขึ้นส่วนหนึ่ง และทำให้ GPUs ที่ใช้งานอยู่เกือบทั้งหมดดูล้าสมัยในการทำเหมือง Ethereum ที่เป็น Cryptocurrency ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้ใช้งานทำเหมือง GPU ด้วยราคาที่ลดลงมาส่วนหนึ่งน่าจะมาจากข่าวลือของ NVIDIA ที่เตรียมตัวในการเปิดตัวกราฟิกการ์ด GeForce GTX 11 Series ที่จะมีขึ้นในระหว่างไตรมาสที่สองหรือสามในปีนี้

 

ในบ้านเราก็ปรับตัวลงเช่นกัน

 

จะพบได้ว่าสำหรับประเทศไทยแล้วก็มีการปรับตัวลงเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นจะพบว่าร้านค้ามีการปรับลดราคาของ Nvidia ในรุ่น GeForce GTX1060 3GB ลงมาต่ำกว่าหนึ่งหมึ่นบาท ส่วน GTX 1060 6GB นั้นก็ปรับตัวลงเช่นกันสำหรับบางยี่ห้อหาซื้อได้ในราคา 10,xxx บาท แล้ว โดยตัวที่สูงขึ้นมาหน่อยอย่าง GTX 1070 ก็ปรับราคาลงมาที่ 17,xxx บาท ตามด้วย GTX 1070 Ti ก็อยู่ในเลท 18,xxx บาท เช่นกัน แต่สำหรับ GTX 1080 และ 1080Ti ยังไม่ค่อยมีการเปิดตัวเลือกมากนัก ทำให้ยังไม่ค่อยเห็นการแข่งขันด้านราคาเท่าที่ควร

 

ด้านของ AMD นั้นราคาของ Radeon RX VEGA 56 และ 64 เริ่มปรับราคาลงมาโดยมีราคาเริ่มต้นที่ 22,xxx บาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเปิดตัวบ้างแล้ว แต่ราคาของ RX 580/570 นั้นก็ปรับราคาลงเช่นกันแต่ยังห่างจากราคาเปิดตัวอยู่บ้าง แต่ก็มีตัวเลือกมากขึ้นในตลาด แต่ก็มีบางตัวที่เริ่มลดราคาลงมาบ้างอย่าง POWERCOLOR Radeon RX 580 8GB Red Devil Golden ที่ปรับราคามาที่ 16,xxx บาท



ที่มา : wccftech

Share This:

505 ผู้เข้าชม

Sapphire เปิดตัว Pulse Radeon RX 560 LITE Series

 

Sapphire ได้เปิดตัวกราฟิกการ์ดรุ่น Pulse Radeon RX 560 LITE ซึ่งใช้ GPU Silicon สถาบัตยกรรม Polaris 21 ซึ่งประกอบด้วย 896 Stream Processor ซึ่งแตกต่างจากรุ่น RX 560 SKU ที่ออกมาก่อนหน้านี้ที่มี 1,024 Stream Processor หน่วยความจำให้เลือกสองขนาดคือ 2 GB และ 4 GB และมาพร้อมกับการโอเวอร์คล็อกจากโรงงานโดยมีสัญญาณนาฬิกาของ GPU ที่ทำความเร็วได้ถึง 1300 MHz ในขณะที่หน่วยความจำมีความเร็ว 7.00 GHz (GDDR5 Effective) ตัวการ์ดมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากรุ่น Pulse RX 560 อยู่เล็กน้อยในด้านท้าย

แม้ว่ากราฟฟิกการ์ด Pulse RX 560 Series จะมีตัวระบายความร้อนด้วยฮีตซิ้งอลูมิเนียมโดยมีแกนทองแดงที่ดูแล้วค่อนข้างเรียบง่าย ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นชิ้นเดียวโดยอลูมิเนียมก้อนเดียวขึ้นรูปมีครีบระบายความร้อนในการส่งต่อความร้อนให้พัดลมระบายออกได้ ตัวพัดลมมี 1ตัวสำหรับการระบายความร้อนให้กับ GPU แต่สำหรับ Sapphire RX 560 LITE ที่ออกแบบมาใหม่มีฮีทซิงค์อลูมิเนียมขนาดใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก ใช้พัดลมระบายความร้อนจำนวน 2 ตัว มีฮีทซิงค์สำหรับ VRM อยู่แยกต่างหาก ตัวการ์ดต้องการใช้พลังงานจากขั้วต่อ PCIe 6-pin เพียงตัวเดียว คาดว่าตัวกราฟฟิกการ์ดจะมีราคาประมาณ $100

ที่มา : techpowerup

Share This:

1.9K ผู้เข้าชม

Micro Center ยินดีที่จะขายกราฟฟิกการ์ดในราคาปกติสำหรับเหล่า Gamer ไม่ใช่สำหรับผู้นำไปขุดเหมือง

MSRP ย่อมาาก Manufacturer’s suggested retail price คือราคากลางที่ผู้ผลิตกำหนดในการจัดจำหน่าย

เนื่องจากความนิยมการนำกราฟฟิกการ์ดไปใช้งาน Cryptocurrency ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคต่อการหาซื้อกราฟิกการ์ดสำหรับผู้เล่นเกมส์ ผู้ค้าปลีกบางรายจึงได้หาทางเข้ามาช่วยในสถานการณ์ปัจจุบัน หลังจากที่ Nvidia ได้ออกมาให้แนวทางบ้างแล้วในการจำกัดการซื้อกราฟฟิกการ์ดให้ซื้อได้เพียง 2 ตัวต่อ 1 ผู้ใช้งาน ล่าสุด Polygon ก็ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าในขณะที่ Micro Center ได้ปรับระดับราคา GPU ให้เท่ากับที่ Amazon และ Newegg จำหน่ายแต่ทางร้านค้ายินดีที่จะให้ส่วนลดสำหรับกราฟิกการ์ดหากคุณซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการเล่นเกมส์

ต้องทำอย่างไรถึงจะซื้อในราคาปกติได้?

ร้านไมโครเซ็นเตอร์ทั้งสามแห่งทั่วประเทศ ซึ่งพวกเขาทั้งหมดก็ได้กล่าวในสิ่งเดียวกัน ซึ่งมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้

  1. ต้องทำการซื้อการ์ดแสดงผลพร้อมกับส่วนประกอบหลักอื่น ๆ ได้แก่ CPU, เมนบอร์ด, RAM และ PSU
  2. ต้องได้รับอนุมัติจากผู้จัดการในร้าน

ซึ้งทั้งสามสาขาที่ออกมากล่าวนี้จะมีส่วนลดที่แตกกต่างกันไป ซึ่งราคาที่ได้จัดจำหน่ายนั้นมีราคาที่ตามประกาศ “MSRP หรือใกล้เคียงกับ MSRP” ที่ประกาศกำหนดราคาจัดจำหน่ายกลางออกมาจาก AMD/Nvidia หรือพารท์เนอร์ที่จำหน่ายรุ่น Non-Ref สำหรับกราฟิกการ์ดในแต่ละรุ่น โดยส่วนลดนั้นจะต้องได้รับการพิจารณาจากผู้จัดการในร้าน ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละกรณีโดยดูจากราคาซื้อของอุปกรณ์ทั้งหมดที่ได้จ่ายเงินไป แต่ถ้าจะซื้อแต่เพียงกราฟฟิกการ์ดนั้น ก็ยังคงจะต้องจ่ายเงินตามราคาที่กำหนด ไว้เท่านั้น

ส่วนการจัดจำหน่ายแบบออนไลท์นั้นทางร้านได้กำหนดว่าจะต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนก่อนแล้วค่อยขอส่วนลดในภายหลัง ซึ่งจะต้องทำเรื่องเข้าไปและได้รับการอนุมัติจากผู้จัดการเช่นกัน แล้วทางร้าน Micro Center ก็จะดำเนินคืนเงินบางส่วนให้สำหรับส่วนลดที่ได้รับ ซึ่งเนื่องจากว่าระบบนี้ยังต้องทำแบบออฟไลท์อยู่นั่นเอง

ทำแบบนี้ถูกต้องไหม?

มีการระบุว่าร้านค้าปลีกจำนวนมากจำหน่ายกราฟิกการ์ดได้ปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นจำนวนมากจึงเป็นการดีที่ผู้ค้าปลีกบางรายจะใช้แนวทางนี้เพื่อให้ผู้ที่นำไปเล่นเกมส์สามารถซื้อกราฟฟิกการ์ดที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

ตอนนี้ทั้งใน Amazon และ Newegg ได้จำหน่ายกราฟิกการ์ดในราคาที่เหนือกว่าราคา MSRP แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า Best Buy นั้นยังคงขายกราฟฟิกการ์ดในราคา MSRP ได้หรือใกล้เคียงกับ MSRP ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นกราฟฟิกการ์ดการ์ดบางใบมีการแสดงสต็อก แต่ราคาจัดจำหน่ายในตอนนี้ก็ต่ำกว่า Amazon และ Newegg

หลากหลายความคิดเห็น!

มีการถกเถียงถึงประเด็นการจัดจำหน่ายสำหรับกรณีของร้าน Micro Center ว่าทำถูกต้องแล้วหรือในเว็บบอร์ด reddit ซึ่งแตกต่างกันไป เพราะว่าคงมีไม่น้อยที่ว่าทำไมจะต้องทำการซื้ออุปกรณ์หลายชิ้นในเมื่อตนเองนั้นก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการที่จะอัฟเกรดระบบของตนเพียงแค่กราฟฟิกการ์ด มีการนำเสนอความเห็นหลากหลายกันไป ดังเช่นผู้ใช้งาน Don_Himself ได้ออกมาให้ความเห็นขำในกรณีนี้ด้วย

microcenter: "r u gamr?"
miner: "yes lol"
microcenter: "u sure??"
miner: "lol yea promise lol"
microcenter: "lol okay lol"
miner: "lol thnx lol"

buys 10th GPU today
miner: later dum ass lol
microcenter: "fuggg"
microcenter: "คุณคือเกมส์เมอร์?"
miner: "ใช่ครับ 555"
microcenter: "คุณแน่ใจนะ"
miner: "555 ใช่แล้วสาบานได้เลย 555"
microcenter: "555 ฉันเชื่อคุณ เอาไปได้เลย 555"
miner: "555 ขอบคุณนะ 555"

การซื้อกราฟฟิกการ์ดครั้งที่ 10 ในวันนี้
miner : พูดหลอกลวงต่อไป 555
microcenter: fuggg (ทีมงานไม่ขอแปล 555)

แต่จากมุมมองส่วนตัวจากผู้เขียนแล้วการที่ผู้จัดจำหน่ายได้ออกแนวทางมาเช่นนี้นับเป็นการดีต่อผู็ที่ต้องการซื้อ อย่างน้อยก็เป็นการยืนยันได้วิธีหนึ่งที่ผู้นำไปใช้งานจะนำไปใช้งานจริงไม่ใช่เพียงแค่นำไปขุดเหมืองนั่นเอง

ที่มา : pcgamer

Share This:

1.2K ผู้เข้าชม

AMD RX VEGA ต้องการให้มีการสนับสนุน Primitive Shader สำหรับเกมส์เพิ่มเติม

 

Primitive Shader เป็นหนึ่งในคุณสมบัติใหม่ที่มีความสำคัญของ GPU RX Vega ของ AMD แต่ยังไม่ได้ถูกใช้โดยเกมส์ใดๆ จนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งทาง AMD ได้ระบุอย่างชัดเจนอีกครั้งว่า “เกมส์ควรต้องสนับสนุนฟังก์ชั่นดังกล่าว” ข้อความนี้ได้สร้างความสนใจมาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่

Primitive Shader ช่วยประหยัดการประมวลผลได้เป็นอย่างมาก

Primitive Shader ได้ปรับเปลี่ยนการประมวลผลเพื่อแสดงภาพโดยการยกเลิกการแสดงผลโมเดลที่ถูกบังอยู่ก่อนที่จะแสดงผล ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการประมวลผลภาพ เมื่อเทียบกับเทคนิคก่อนหน้านี้ที่ใช้กันทั้ง AMD และ Nvidia ซึ่งใช้มานานหลายปีที่จะคำนวณจากการปรับโมเดลให้พื้นผิวเป็นรูปสามเหลี่ยมก่อนทำการประมวลผล ซึ่งการทำงานเช่นนี้ใน VEGA 10 GPU สามารถเพิ่มความเร็วในการทำงานได้ถึง 4 เท่า ซึ่ง AMD เรียก “Pipeline” นี้ว่า “Next Generation Geometry Pipeline”

 

Primitive Shader ทำให้เห็นได้ชัดว่าการทำงานที่มีอยู่นั้นไม่เพียงแต่ในทางทฤษฎี แต่ยังในทางปฏิบัติด้วย ซึ่งนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี พ.ศ. 2560 เอเอ็มดีได้นำเสนอเทคนิคที่ช่วยในการประมวลผล Polygon ที่สามารถใช้งานผ่านตัว Hardware/Driver วิธีการที่แน่นอนนี้สำหรับ Primitive Shader ได้ถูกนำมาใช้ในฮาร์ดแวร์แต่ยังไม่ถูกนำไปใช้งานอย่างเด่นชัด สิ่งที่เป็นที่รู้จักได้คือ RX Vega ยังคงใช้งาน Primitive Shader  และจะใช้งานได้เฉพาะใน Radeon RX Vega 64 และ Radeon RX Vega 56 ที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น

Primitive Shader ใช้ได้กับ Driver หรือ API

เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการในการใช้งน กราฟฟิการ์ดนั้นจะต้องใช้ความสามารถในการใช้งาน Primitive Shader คำถามคือการใช้งานในโปรแกรมควบคุมแล้วสำหรับเกมส์ทั้งหมดสามารถใช้ประโยชน์ได้ในรูปแบบของ API ซึ่งจะต้องมีการระบุโดยตรงจากเกมส์ ดังนั้นเกมส์แต่ละเกมส์จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อสามารถใช้ประโยชน์จาก Primitive Shader ของ AMD ที่กำลังจะเริ่มใช้งานสถาบัตยกรรม Vega ซึ่งจะเริ่มแบบจริงจังในช่วงต้นปี พ.ศ. 2561

ในงาน CES 2018 เดือนก่อนหน้านี้จากคำบอกเล่าของพนังงานจากเอเอ็มดีได้กล่าวว่า “ทางเลือกในการใช้งาน  Primitive Shader โดย Driver จะถูกยกเลิก” Marc Sauter จาก Golem ได้โพสผ่านฟอรัม 3DCenter ในสัปดาห์นี้

จากคำบอกของเขานำไปสู่การพูดคุยในเว็บไซต์ Reddit และ IT ทั่วโลกภายในไม่กี่ชั่วโมงซึ่งได้รายงานว่า เอเอ็มดีเคยพูดถึงการใช้งานช่องทางพิเศษของ Primitive Shader ที่มีอยู่ในกราฟฟิกการ์ด VEGA โดยการบูรณาการโดยตรงในเกมที่ต้องใช้งาน Special API

ถ้อยแถลงผ่าน Twitter

สามารถอธิบายได้จากคำแถลงของพนักงาน AMD ใน Twitter สำหรับการเปิดตัว AMD Radeon RX Vega เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาซึ่งสามารถทำงานร่วมกับ Radeon Technologies Group ในโหมด “Game Engineering” ได้โดยตรง โดยพวกเขาได้แบ่งปันเทคนิคนี้ต่อสาธารณะผ่าน Twitter เพื่อส่งต่อถึงนักพัฒนารายอื่นเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ Primitive Shader และเมื่อถูกถามว่าสามารถใช้ Primitive Shader ได้โดยอัตโนมัติกับ Driver ได้โดยตรงหรือไม่คำตอบของเขาคือ ” ใช่ “

AMD ได้วางแผนไว้ทั้งสองอย่าง

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของเอเอ็มดีชี้ให้เห็นว่าเอเอ็มดีได้วางแผนทั้งสองแบบที่ได้เตรียมไว้ให้กับการใช้ Primitive Shaders ทั้งการใช้งานผ่าน API หรือจะใช้งานโดยผ่านไดรเวอร์ที่การทำงานอาจไม่เต็มที่ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเอเอ็มดีไม่เคยแน่ใจเลยว่าการทำงานผ่านไดร์เวอร์เพียงอย่างเดียวจะทำงานได้ดี นั่นคือเหตุผลที่ไม่เคยได้รับชื่ออย่างเป็นทางการ

AMD กับความก้าวหน้าของ VEGA

เอเอ็มดีได้ออกมากล่าวในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาว่า “คุณลักษณะต่างๆของ  Vega จะถูกยกเลิก ” จากการนำเสนอผ่านสไลท์ที่ผ่านมา และในความเป็นจริงแล้ว Draw Stream Binning Rasterizer ได้มีการเปิดใช้งานแล้วสำหรับเกมส์ส่วนใหญ่ ซึ่งสำหรับ Radeon Vega Frontier Edition ก็ยังคงปิดเงียบอยู่แต่อาจจะมีการเปิดตัวกับ Radeon RX Vega ซึ่งไม่น่าที่จะเป็นไปได้ในขณะนี้หลังจากมีการอัพเดตไดรเวอร์ไปชุดใหญ่

AMD กล่าวถึงเกมส์ Wolfenstein 2 ซึ่งเป็นการรวมเอาความสามารถที่โดดเด่นของ 3DMark Sierra และคาดว่าจะมีการวางจำหน่ายปลายเดือนกุมภาพันธ์สำหรับ Far Cry 5 ในหัวข้อของ “Next-gen Geometry path” เอเอ็มดีกล่าวถึงการเปิดตัวของ Primitive Shader ที่ยังคงต้อง “เปิดการใช้งาน” เพื่อให้ใช้งานได้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทำให้เห็นได้ชัดว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง APIs DirectX (and volcano) ซึ่งนี่อาจรวมความได้ว่าเหตุผลที่เกมไม่ได้ใช้คุณลักษณะนี้ทำให้จึงไม่มีการเปิดการใช้งานนี้สำหรับไดรเวอร์ เกี่ยวกับ HBCC เอเอ็มดีไม่ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ ของ RX VEGA คุณลักษณะนี้ยังคงถูกปิดใช้งานไปโดยปริยายซึ่งตามจริงแล้วก็มีข้อดีและข้อเสียในเกมส์แต่ละเกมส์ได้

ที่มา : computerbase

Share This:

609 ผู้เข้าชม

AMD ยืนยันยังคงสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้เล่นเกมส์ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

เราแสดงให้เห็นว่าเรามีความสามารถในการออกแบบ Raven Ridge / Ryzen Mobile

ซีอีโอของเอเอ็มดี Lisa Su หลังจากได้เข้ามาทำงานก็มผลงานที่ดีออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจาก Raja Koduri ออกและไปร่วมงานกับทาง Intel แล้วก็ได้มีมาตรการออกมาเพื่อเติมช่องว่างที่มีอยู่

ก่อนหน้านี้เราได้เห็นประกาศของ Mike Rayfield ในฐานะรองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของ AMD Radeon Technologies Group (RTG) และ David Wang ในฐานะรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฝ่าย RTG ซึ่งอย่างไรก็ตามซีอีโอของเอเอ็มดี Lisa Su ได้ออกมากล่าวถึงอนาคตของเอเอ็มดีและวิธีการดำเนินงานที่เอเอ็มดีที่ไม่ได้อยู่ในแผนงานเดิม ดังนั้นการออกมากล่าวถึงกรณีที่เธอได้ให้ความสำคัญของผู้เล่นเกมส์ซึ่งจะเป็นจุดสำคัญต่อไปของบริษัท

จะเห็นได้ว่า AMD ได้ให้ความสำคัญต่อการเล่นเกมส์ดังนั้นจะไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงเลยจากอดีต ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเราที่ออกมาก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อการการนี้ต่อไป

ในการสัมภาษณ์เมื่อไม่นานมานี้ Lisa Su ยังกล่าวอีกว่า AMD ได้ลงทุนในงานวิจัยและพัฒนาในปี พ.ศ.2560 ซึ่งจะสืบเนื่องไปถึงปี พ.ศ.2562 และจะลงทุนเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีกในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เป้าหมายของเราคือการเติบโตปีละ 20%

ที่มา : guru3d

Share This:

5.3K ผู้เข้าชม

ซื้อกราฟฟิกการ์ด GTX1060 และ RX580 เวลานี้พร้อมรับของแถมเป็น Monitor หรือ Mainboard

 

สำหรับในเวลานี้ที่ผู้ที่ต้องการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เพื่อใช้งานหรือว่าจะทำการอัพเกรดประสิทธิภาพด้านกราฟฟิกมากขึ้นอาจจะต้องปวดหัดหัวเสียหน่อย ล่าสุดข้อมูลที่ได้รับจากเว็บไซต์ Newegg ซึ่งขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ได้มีการจัดโปรโมชั่นซื้อกราฟฟิกการ์ดในรุ่น Radeon RX580 หรือ GeForce GTX 1060 ได้มีการแถมจอ Monitor หรือ Mainboard ในขณะนี้

 

มีของแถมให้

มาส่องดูตัวอย่างของที่มีการจัดจำหน่ายในขณะนี้ ยกตัวอย่างเช่น Gigabyte GTX 1060 Gaming 3GB เสนอขายในราคา $409.99 ได้มีการแถม Mainboard ฟรีรุ่น Gigabyte Z370 Aorus Gaming Wifi ซึ่งปกติจะมีราคาขาย $179.99 ซึ่งถ้าหักราคา Mainboard แล้วจะพบว่าราคากราฟฟิกการ์ดจะมีราคาคงเหลือเพียง $230 เท่านั้น (ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากสำหรับในเวลานี้ หัวเราะ) ซึ่งถ้าใครวางแผนที่จะปรับแผนซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัพเกรดเครื่องเดิมโดยต้องมีเมนบอร์ดชิพ Z370 เพื่อใช้กับ CPU Intel Gen 8 (Coffee Lake) อยู่แล้วก็คงอาจไม่เป็นปัญหาแต่ประการใด แต่ถ้าผู้ที่ต้องการซื้อแค่เพียงกราฟฟิกการ์ดมาใช้งานอย่างเดียวอาจจะต้องคิดหนักเสียหน่อย

GTX 1060: Newegg

ทางด้านกราฟฟิกการ์ดจาก Radeon RX 500 Series ก็มีการจัดโปรโมชั่นเช่นกัน โดยมีการจัดโปรโมชั่นของ PowerColor RED DEVIL RX 580 8GB เสนอขายในราคา $539.99 ได้แถมจอ Monitor ยี่ห้อ ASUS VN248H-P 24″ IPS ที่ปกติมีราคาขาย $149.99 เมื่อนำมาคำนวนราคาแล้วจะเหลือราคาของกราฟฟิกการ์ดเพียง $390 เท่านั้น (ตีเป็นค่าเงินบาทคร่าวๆ ก็ราว 13,xxx บาท) ส่วนทาง Sapphire NITRO+ RX 580 4GB ก็มีการจัดโปรโมชั่นเช่นเดียวกันในราคา $499.99 โดยมีการจัดการแถมจอ Monitor ยี่ห้อ HP 27″ FullHD ที่มีราคาขาย $169.99 ซึ่งเมื่อหักราคาของแถมแล้วก็จะเหลือเพียง $330

RED DEVIL RX 580 8GB: Newegg

NITRO + RX 580 4GB: Newegg

หลากหลายแง่มุม

สำหรับใครที่วางแผนในการใช้งานกราฟฟิกที่มีประสิทธิภาพที่สูงในช่วงนี้อาจจะหาซื้อได้ยากลำบากสักนิด เพราะด้วยราคาของเหรียญดิจิตอลที่มีความยั่วยวนต่อผู้ลงทุนทั้งหลาย เป็นสิ่งที่หลายๆ คนต้องการเครื่องมือมาใช้งาน ทำให้เครื่องมือที่จำเป็นอย่างมากนั่นก็คือกราฟฟิกการ์ดที่นำมาใช้ในการขุดเหมืองข้อมูลก็เป็นสิ่งที่จำเป็น จึงเกิดการขาดตลาดของกราฟฟิกการ์ดในขณะนี้ ซึ่งดูแล้วก็มองได้หลายแง่มุม คือ บางทีร้านค้าเหล่านี้อาจต้องการที่จะจำกัดให้ผู้ใช้งานจริงๆ เพราะโดยมากแล้วก็จะซื้อไปเพื่อประกอบเครื่องของตนเอง โดยมากแล้วก็จะต้องใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้อยู่บ้าง แต่ถ้าผู้ที่นำไปทำเหมืองข้อมูลแล้วคงไม่จำเป็นที่จะต้องการ Mainboard หรือ Monitor หลายๆตัวไปใช้งานเป็นแน่แท้ หรืออาจจะเป็นเพราะเหตุอื่นก็ต้องอยู่ที่แต่ละบุคคล

ที่มา : wccftech

Share This: